ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
การท่องเที่ยว ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026 ✦
การท่องเที่ยว ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา ✦
เศรษฐกิจ กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ✦
ความปลอดภัย พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group ✦
เศรษฐกิจ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ✦
กีฬา ทีมตะกร้อหญิงไทยคว้าชัยชนะในการแข่งขันที่นาโกย่า ✦
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

รถกระบะที่บรรทุกตายายและหลานชนเข้ากับรถสไลด์ใกล้จุดกลับรถนวนคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงในช่วงที่มีฝนตกหนักใกล้จุดกลับรถนวนคร รถกระบะซึ่งมีผู้โดยสารเป็นตายายและหลานได้เสียหลักชนเข้ากับรถสไลด์ แรงปะทะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญของการขับขี่ในช่วงฝนตกหนัก ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนลงอย่างมาก นวนครเป็นเส้นทางอุตสาหกรรมและการจราจรที่หนาแน่น และจุดกลับรถมักถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลดความเร็ว และเว้นระยะห่างให้มากขึ้นเมื่อขับขี่ผ่านเส้นทางเหล่านี้ในช่วงที่มีพายุ

แม้ว่าจะมีการรายงานรายละเอียดเบื้องต้นของการชนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตัวผู้เสียชีวิตหรือสาเหตุอย่างเป็นทางการที่ทำให้รถเสียหลัก ขณะนี้การสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามรายงานสภาพการจราจรและพยากรณ์อากาศในพื้นที่ก่อนออกเดินทางผ่านภูมิภาคนี้เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

การท่องเที่ยว

ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

แหล่งข่าวเดียว
ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมแก่ผู้เข้าชมชาวญี่ปุ่นในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังเข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2026 โดยส่งเสริมประเทศไทยภายใต้แนวคิด 'Healing is the New Luxury' (การเยียวยาคือความหรูหราใหม่) ตามรายงานจากข่าว ททท. ระบุว่าโครงการนี้มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ โดยเน้นย้ำถึงข้อเสนอเชิงสุขภาพ ความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดื่มด่ำในประเทศไทย

แคมเปญนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการกลับมาท่องเที่ยวซ้ำและเพิ่มระยะเวลาการพำนักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เป้าหมายสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้กว้างขวางขึ้นโดยส่งเสริมการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางรองทั่วประเทศไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ ททท. กำลังสร้างความร่วมมือกับสายการบินและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในตลาดญี่ปุ่นอย่างแข็งขัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงและเน้นด้านสุขภาพ แม้ว่าแคมเปญนี้จะมุ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับจังหวัดที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเส้นทางบินใหม่หรือแพ็คเกจสุขภาพสุดพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือทางการค้านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ททท. ยังคงวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์การพักผ่อนที่ฟื้นฟูร่างกายและเต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Tourism Authority of Thailand Newsroom
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:55 UTC

การท่องเที่ยว

ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ได้รับการยืนยัน
ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ภูเก็ตครองอันดับ 1 ในฐานะจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาชื่นชอบมากที่สุด ตามข้อมูลล่าสุดที่รัฐบาลไทยเปิดเผย

ภูเก็ตได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา ตามรายงานจาก Thai Post โดยอ้างคำกล่าวของนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 'Air Canada Vacations Toronto' ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การยอมรับนี้เน้นย้ำถึงเสน่ห์ที่ยั่งยืนของภูเก็ตในตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านการท่องเที่ยวบนเกาะ รัฐบาลแสดงความพึงพอใจต่อการจัดอันดับดังกล่าว โดยมองว่าเป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกถึงสถานะการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทย

แม้ว่าการจัดอันดับนี้จะสะท้อนถึงความชอบของผู้ที่ได้รับการสำรวจในงานที่โตรอนโต แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความรู้สึกนี้จะส่งผลต่อแนวโน้มการจองหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายสำหรับช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้อย่างไร นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้ภูเก็ตจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูง แต่รางวัลนี้อ้างอิงจากความรู้สึกของผู้บริโภคในงานส่งเสริมการขายเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่สถิติการเดินทางเข้าประเทศประจำปีที่ครอบคลุม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะที่ใช้ในกระบวนการลงคะแนนเสียงในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

เศรษฐกิจ

กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

แหล่งข่าวเดียว
กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประกาศยอดขายที่ดิน 6,000 ไร่ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พร้อมเน้นย้ำความคืบหน้าของโครงการ Smart Park และมาบตาพุด เฟส 3

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 โดยมียอดขายที่ดินรวม 6,000 ไร่ ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่า กนอ. กำลังใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค

ความคืบหน้าสำคัญรวมถึงโครงการมาบตาพุด เฟส 3 ที่ยังคงดำเนินไปตามแผนงาน นอกจากนี้ กนอ. ยังเดินหน้าส่งเสริมโครงการ 'Smart Park' ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบสีเขียวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการดำเนินงานแบบคาร์บอนต่ำและรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนาเหล่านี้บ่งชี้ถึงการขยายตัวทางอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องและการมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในพื้นที่ภาคตะวันออก การเติบโตของยอดขายที่ดินชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการจ้างงานในท้องถิ่นและการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาค แม้ว่า กนอ. จะยืนยันตัวเลขและสถานะของโครงการเหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของ Smart Park ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่โครงการมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

กฎระเบียบใหม่ระบุว่าผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการชดเชยการผลิตได้ แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตจะต้องเผชิญกับบทลงโทษก็ตาม

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติใหม่เกี่ยวกับเงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยภายใต้กฎเกณฑ์นี้ ผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้โครงการส่งเสริมของรัฐบาลจะไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากบริษัทผู้ผลิตไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันในการชดเชยการผลิตได้

นโยบายนี้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะไม่ต้องรับผิดชอบทางการเงินต่อความบกพร่องของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดสำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้อง หากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตที่กำหนดไว้ จะต้องถูกเรียกคืนเงินอุดหนุนพร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ให้แก่รัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การชี้แจงนี้ช่วยสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเสถียรภาพของสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างรัฐและบริษัทรถยนต์ แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดพารามิเตอร์ที่ชัดเจนสำหรับการเรียกคืนเงินและบทลงโทษแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูว่ากฎเหล่านี้จะถูกบังคับใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อราคาหรือความพร้อมจำหน่ายของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทยหรือไม่ ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักและลมแรงตลอดทั้งคืนส่งผลให้เรือหลายลำในพัทยาได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงประกาศชักธงแดงห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เมืองพัทยาเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงตลอดทั้งคืน ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องและลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล ทำให้เรือหลายลำที่จอดอยู่ในพื้นที่ได้รับความเสียหาย

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เป็นอันตราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ประกาศชักธงแดงตลอดแนวชายฝั่ง สัญญาณนี้ถือเป็นการห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสภาพทะเลในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยทางทะเล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางทางทะเลหรือล่องเรือควรเตรียมพร้อมรับมือกับการยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นและมีการยกเลิกประกาศธงแดงอย่างเป็นทางการ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางทะเลอย่างเคร่งครัด

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรือในพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการประเมิน แม้ว่าความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในน้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะอนุญาตให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางทะเลได้เมื่อใด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาพทะเลกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อนวางแผนกิจกรรมชายฝั่งทุกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

นายกรัฐมนตรีไทยได้พบปะกับกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐฯ ในเวทีที่จัดโดย Jefferies Group LLC เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนโอกาสทางเศรษฐกิจให้เป็นการเติบโตทางธุรกิจที่จับต้องได้

ตามรายงานจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าร่วมเวทีเสวนาที่จัดโดยบริษัทบริการทางการเงินระดับโลก Jefferies Group LLC เมื่อเร็วๆ นี้ โดยงานดังกล่าวเป็นเวทีให้นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยโดยตรงกับตัวแทนจากกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายหลักของการหารือคือการสำรวจกลยุทธ์ในการเปลี่ยนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันให้กลายเป็นการดำเนินธุรกิจที่จับต้องได้ รัฐบาลเน้นย้ำว่าความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยและปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชน การดึงความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งถือเป็นความหวังของรัฐบาลในการดึงดูดเงินทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงความพยายามเชิงรุกของรัฐบาลในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศผ่านการลงทุนจากต่างชาติ เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าภาคส่วนใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับการลงทุนเหล่านี้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับความร่วมมือทางธุรกิจเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะส่งผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้จริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ การเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

นายชาญชัยนำประสบการณ์กว่า 30 ปีในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาสู่บทบาทนี้ โดยบริษัทระบุว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงของตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย โดยเป็นผู้ดำเนินงานสถานที่สำคัญ เช่น เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และโรงแรมต่างๆ การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารระดับสูงมักเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนทิศทางองค์กร ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาหรือทิศทางการดำเนินงานของศูนย์การค้าที่เป็นที่นิยมเหล่านี้ในอนาคต

ในขณะนี้ บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโครงการใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานค้าปลีกที่มีอยู่ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนจะต้องรอประกาศเพิ่มเติมจากบริษัทเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้จะส่งผลต่อกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอนาคตของกลุ่มบริษัทอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:42 UTC

กีฬา

ทีมตะกร้อหญิงไทยคว้าชัยชนะในการแข่งขันที่นาโกย่า

แหล่งข่าวเดียว
ทีมตะกร้อหญิงไทยคว้าชัยชนะในการแข่งขันที่นาโกย่า

ทีมเซปักตะกร้อหญิงทีมชาติไทยเอาชนะเกาหลีใต้ในการแข่งขันนัดเปิดสนามรอบชิงชนะเลิศประเภททีมที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมเซปักตะกร้อหญิงทีมชาติไทยได้ลงแข่งขันกับทีมชาติเกาหลีใต้ในรอบชิงชนะเลิศประเภททีม ณ สนามนาโกย่า ซิตี้ มิซูโฮะ ปาร์ก จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะแชมป์ 6 สมัย ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นิภาภรณ์ สลุบพล, มัสยา ดวงศรี และวิไลวรรณ โคตรพรม ได้แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบในการแข่งขันในรูปแบบชนะ 2 ใน 3 เซต

เซตแรกเป็นไปอย่างสูสี โดยเกาหลีใต้สามารถทำคะแนนไล่ตามมาจนเสมอกันที่ 13-13 ก่อนที่ไทยจะเอาชนะไปได้ที่ 15-13 และในเซตที่สองทีมไทยสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการเอาชนะไปอย่างขาดลอยที่ 15-5 ทำให้ไทยขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในซีรีส์นี้ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมไทยได้แสดงความภาคภูมิใจที่สามารถทำได้ตามความหวังของคนไทย พร้อมทั้งยอมรับถึงพัฒนาการที่สำคัญของทีมเกาหลีใต้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่สูงในกีฬาพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ แม้ว่าทีมไทยจะขึ้นนำไปก่อนในรอบชิงชนะเลิศ แต่บทสรุปของการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อการแข่งขันนัดที่เหลือดำเนินต่อไป แฟนกีฬาควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากทัวร์นาเมนต์เพื่อทราบผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:40 UTC

เหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดที่สถานี MRT อิสรภาพ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดที่สถานี MRT อิสรภาพ

เกิดเหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดที่สถานี MRT อิสรภาพ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 แต่ BEM ยืนยันว่าการให้บริการยังคงเป็นปกติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดที่สถานี MRT อิสรภาพ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดที่สถานี MRT อิสรภาพ

เกิดเหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดที่สถานี MRT อิสรภาพ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 แต่ BEM ยืนยันว่าการให้บริการยังคงเป็นปกติ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุพาวเวอร์แบงก์ระเบิดภายในสถานี MRT อิสรภาพ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ประจำสถานีต้องเข้าดำเนินการจัดการทันที

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการระบบ MRT ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อยแล้วหลังจากเกิดเหตุไม่นาน ผู้ให้บริการเน้นย้ำว่าการระเบิดดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อระบบรถไฟฟ้าหรือโครงสร้างพื้นฐานของสถานี ส่งผลให้การให้บริการรถไฟฟ้ายังคงดำเนินไปตามตารางเวลาปกติและสถานียังคงเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป

สำหรับผู้โดยสารและประชาชน เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยในการใช้แบตเตอรี่เมื่อเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ แม้ว่า BEM จะยืนยันกับสาธารณชนว่าสถานการณ์ได้รับการแก้ไขแล้วและยังคงให้บริการตามปกติ แต่ผู้เดินทางควรหมั่นตรวจสอบสภาพอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของตนเองอยู่เสมอ ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับยี่ห้อหรือสภาพของพาวเวอร์แบงก์ที่เกิดเหตุ หากมีการนำมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติมมาใช้เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ ผู้ให้บริการอาจมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้ทราบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 14:15 UTC

สนามบินสุวรรณภูมิลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลังเกิดเหตุกับกลุ่มแฟนคลับชาวจีน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สนามบินสุวรรณภูมิลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลังเกิดเหตุกับกลุ่มแฟนคลับชาวจีน

สนามบินสุวรรณภูมิออกแถลงการณ์ขออภัยและลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หลังจากมีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมระหว่างการระงับเหตุกลุ่มแฟนคลับชาวจีน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สนามบินสุวรรณภูมิลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลังเกิดเหตุกับกลุ่มแฟนคลับชาวจีน

แหล่งข่าวเดียว
สนามบินสุวรรณภูมิลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลังเกิดเหตุกับกลุ่มแฟนคลับชาวจีน

สนามบินสุวรรณภูมิออกแถลงการณ์ขออภัยและลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หลังจากมีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมระหว่างการระงับเหตุกลุ่มแฟนคลับชาวจีน

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) ได้ออกแถลงการณ์ขออภัยอย่างเป็นทางการและดำเนินการทางวินัยต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่ง หลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ตามรายงานจาก Khaosod Online เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฟนคลับชาวจีนที่พยายามติดตามศิลปินชาวจีนเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามของสนามบิน

ในคืนเกิดเหตุ กลุ่มแฟนคลับได้ติดตามศิลปินเข้าไปในห้องรับรองผู้โดยสารของสายการบินไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญตัวออกไป กลุ่มดังกล่าวได้ก่อความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องในบริเวณห้องพักรอผู้โดยสาร สถานการณ์บานปลายที่บริเวณประตูทางออกขึ้นเครื่อง เมื่อกลุ่มแฟนคลับไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจเอกสารเดินทางและพยายามจะขึ้นเครื่องบินลำเดียวกับศิลปิน ส่งผลให้สายการบินปฏิเสธการเดินทางของผู้เกี่ยวข้องจำนวน 22 คน

ทางท่าอากาศยานยอมรับว่าพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่นั้นไม่เหมาะสม และยืนยันว่าได้มีการลงโทษทางวินัยแล้ว สำหรับนักเดินทางและผู้พักอาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้มาตรการการขึ้นเครื่องและการเข้าถึงพื้นที่หวงห้ามอย่างเคร่งครัดของสนามบิน แม้ว่าทางสนามบินจะดำเนินการกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อกลุ่มแฟนคลับดังกล่าวหรือไม่ นอกเหนือจากการที่สายการบินปฏิเสธการเดินทาง ทั้งนี้ ผู้โดยสารควรทราบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและพนักงานสายการบินมีอำนาจในการจำกัดการเข้าถึงห้องรับรองและพื้นที่ขึ้นเครื่องเพื่อรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 13:55 UTC

ทางการกรุงเทพฯ ขอความร่วมมือยุติการแจกอาหารบนถนนราชดำเนินกลาง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ทางการกรุงเทพฯ ขอความร่วมมือยุติการแจกอาหารบนถนนราชดำเนินกลาง

เจ้าหน้าที่กรุงเทพฯ ขอความร่วมมือประชาชนให้ยุติการแจกอาหารฟรีบนถนนราชดำเนินกลาง เพื่อจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยและลดการรวมตัวของคนไร้บ้าน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ทางการกรุงเทพฯ ขอความร่วมมือยุติการแจกอาหารบนถนนราชดำเนินกลาง

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ ขอความร่วมมือยุติการแจกอาหารบนถนนราชดำเนินกลาง

เจ้าหน้าที่กรุงเทพฯ ขอความร่วมมือประชาชนให้ยุติการแจกอาหารฟรีบนถนนราชดำเนินกลาง เพื่อจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยและลดการรวมตัวของคนไร้บ้าน

ตั้งแต่วันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ขอความร่วมมืออย่างเป็นทางการให้ประชาชนยุติการแจกอาหารฟรีตลอดแนวถนนราชดำเนินกลาง

ตามรายงานของ Khaosod English มาตรการนี้ถูกนำมาใช้หลังจากมีรายงานเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างคนไร้บ้านในพื้นที่ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะ เจ้าหน้าที่ระบุว่าการแจกอาหารบ่อยครั้งมีส่วนทำให้เกิดการรวมตัวของคนไร้บ้านในจุดดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงของปริมาณคนเดินเท้าและพลวัตทางสังคม แม้ว่าคำขอนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าในขณะนี้เป็นเพียงการขอความร่วมมือ ไม่ใช่การสั่งห้ามอย่างเป็นทางการที่มีบทลงโทษระบุไว้

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือทางการจะบังคับใช้คำขอนี้อย่างเข้มงวดเพียงใดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และเมืองจะจัดหาสถานที่ทางเลือกหรือโครงการสนับสนุนที่เป็นระบบสำหรับผู้ที่เคยพึ่งพาการแจกอาหารเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่มาเยือนย่านประวัติศาสตร์ราชดำเนินควรรับทราบถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการพื้นที่สาธารณะเหล่านี้ และขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อให้การเดินทางในเมืองเป็นไปอย่างราบรื่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 11:55 UTC

กระทรวงคมนาคมวางแผนสร้างศูนย์กลางทางการแพทย์ที่สถานีธนบุรี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงคมนาคมวางแผนสร้างศูนย์กลางทางการแพทย์ที่สถานีธนบุรี

กระทรวงคมนาคมของไทยกำลังเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนพื้นที่สถานีธนบุรีให้เป็นเขตการแพทย์ โดยคาดว่าจะมีการลงทุนจากภาคเอกชนในระยะแรก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กระทรวงคมนาคมวางแผนสร้างศูนย์กลางทางการแพทย์ที่สถานีธนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมวางแผนสร้างศูนย์กลางทางการแพทย์ที่สถานีธนบุรี

กระทรวงคมนาคมของไทยกำลังเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนพื้นที่สถานีธนบุรีให้เป็นเขตการแพทย์ โดยคาดว่าจะมีการลงทุนจากภาคเอกชนในระยะแรก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศแผนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีธนบุรีให้เป็น 'เขตการแพทย์' (Medical District) โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อกับเครือข่ายรถไฟฟ้าเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การพัฒนานี้อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของย่านธนบุรีไปอย่างมาก หากดำเนินการได้สำเร็จ การบูรณาการสถานพยาบาลเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งอาจช่วยให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงหรือผู้มาเยือนสามารถเข้าถึงการรักษาเฉพาะทางได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะนี้กระทรวงกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ และตั้งเป้าที่จะเปิดให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในระยะแรกซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 22 ไร่ภายในปีนี้

แม้ว่าวิสัยทัศน์ในการสร้างศูนย์กลางทางการแพทย์จะมีความชัดเจน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ประเภทของสถานพยาบาลที่จะรวมอยู่ในโครงการ กำหนดการก่อสร้าง และผลกระทบที่แน่ชัดต่อการดำเนินงานด้านการขนส่งที่มีอยู่ในสถานีธนบุรีนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการประมูลและแผนแม่บทระยะยาวสำหรับพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 12:17 UTC

กทม. ออกมาตรการจำกัดการแจกอาหารบริเวณถนนราชดำเนิน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทม. ออกมาตรการจำกัดการแจกอาหารบริเวณถนนราชดำเนิน

กทม. รณรงค์ให้งดการแจกอาหารริมถนนราชดำเนินเพื่อจัดการปัญหาการรวมตัวของคนไร้บ้าน โดยเชิญชวนให้ผู้บริจาคใช้ช่องทางที่เป็นทางการแทน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทม. ออกมาตรการจำกัดการแจกอาหารบริเวณถนนราชดำเนิน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ออกมาตรการจำกัดการแจกอาหารบริเวณถนนราชดำเนิน

กทม. รณรงค์ให้งดการแจกอาหารริมถนนราชดำเนินเพื่อจัดการปัญหาการรวมตัวของคนไร้บ้าน โดยเชิญชวนให้ผู้บริจาคใช้ช่องทางที่เป็นทางการแทน

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศนโยบายใหม่เพื่อจำกัดการแจกจ่ายอาหารบริเวณถนนราชดำเนินกลาง โดยพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้เริ่มติดตั้งป้ายประกาศในพื้นที่เพื่อขอความร่วมมือในการงดแจกอาหารโดยตรงให้กับบุคคลบนทางเท้า

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ เป้าหมายของ กทม. คือการตัดวงจรการรวมตัวของคนไร้บ้านในพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ แทนที่จะแจกอาหารริมถนน ทางเมืองได้เชิญชวนให้ประชาชนส่งต่อความช่วยเหลือผ่านศูนย์ 'บ้านอิ่มใจ' หรือโครงการธนาคารอาหาร (Food Bank) ที่จัดตั้งขึ้นในทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่าภาพการรวมตัวแจกอาหารขนาดใหญ่บนถนนราชดำเนินอาจลดน้อยลง ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคอาหารหรือสิ่งของได้รับคำแนะนำให้ประสานงานกับหน่วยงานของเมืองแทนการแจกจ่ายในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่า กทม. จะเริ่มใช้มาตรการจำกัดนี้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการใช้พื้นที่สาธารณะ แต่ยังคงต้องติดตามว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดเพียงใด และศูนย์รับบริจาคทางเลือกจะมีปริมาณผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าพื้นที่สาธารณะในเขตนี้อาจอยู่ภายใต้การกำกับดูแลใหม่ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการกุศล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 11:18 UTC

ข้อเสนอพัฒนาศูนย์การแพทย์ครบวงจรบริเวณสถานีรถไฟธนบุรี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ข้อเสนอพัฒนาศูนย์การแพทย์ครบวงจรบริเวณสถานีรถไฟธนบุรี

สรรเพชญได้ผลักดันให้มีการพัฒนาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยใกล้สถานีธนบุรีให้เป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ข้อเสนอพัฒนาศูนย์การแพทย์ครบวงจรบริเวณสถานีรถไฟธนบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเสนอพัฒนาศูนย์การแพทย์ครบวงจรบริเวณสถานีรถไฟธนบุรี

สรรเพชญได้ผลักดันให้มีการพัฒนาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยใกล้สถานีธนบุรีให้เป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจร

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 สรรเพชญกำลังผลักดันให้มีการพัฒนาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟธนบุรี ใกล้กับย่านศิริราช โดยข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนพื้นที่นี้ให้เป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจช่วยขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นของกรุงเทพฯ ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ใกล้กับจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ย่านศิริราชถือเป็นเขตการแพทย์ที่สำคัญอยู่แล้ว และการพัฒนาเพิ่มเติมอาจช่วยเพิ่มขีดความสามารถของระบบนิเวศด้านสุขภาพในท้องถิ่นได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการผลักดัน และยังไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการสำหรับการก่อสร้าง การอนุมัติโครงการ หรือรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของสถานพยาบาลที่จะรวมอยู่ด้วย ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าโครงการนี้จะเปลี่ยนจากข้อเสนอไปสู่แผนการพัฒนาที่สามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 11:17 UTC

ทางการไทยเปิดตัวโครงการ 'BIKE SMART RIDER 2026' ยกระดับความปลอดภัยทางถนน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเปิดตัวโครงการ 'BIKE SMART RIDER 2026' ยกระดับความปลอดภัยทางถนน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการความปลอดภัยทางถนนที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ทางการไทยเปิดตัวโครงการ 'BIKE SMART RIDER 2026' ยกระดับความปลอดภัยทางถนน

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเปิดตัวโครงการ 'BIKE SMART RIDER 2026' ยกระดับความปลอดภัยทางถนน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการความปลอดภัยทางถนนที่มุ่งเน้นกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อเดินหน้าโครงการ 'BIKE SMART RIDER 2026' โดยความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนทั่วประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ถนนส่วนใหญ่ในประเทศ การส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยขึ้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความถี่และความรุนแรงของอุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะสองล้อ

แม้ว่าโครงการจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินโปรแกรมการฝึกอบรม ขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของโครงการ และเป้าหมายที่วัดผลได้ในการลดอุบัติเหตุยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อดูว่ามาตรการความปลอดภัยเหล่านี้จะส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือการใช้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ในจังหวัดต่างๆ อย่างไร ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานต่างๆ ในการลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 11:16 UTC

กรมการขนส่งทางบกเร่งสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหล
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรมการขนส่งทางบกเร่งสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหล

ทางการไทยกำลังเร่งตรวจสอบเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ต่อกรมการขนส่งทางบก โดยยืนยันว่าข้อมูลที่เข้าถึงได้เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรมการขนส่งทางบกเร่งสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหล

แหล่งข่าวเดียว
กรมการขนส่งทางบกเร่งสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหล

ทางการไทยกำลังเร่งตรวจสอบเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ต่อกรมการขนส่งทางบก โดยยืนยันว่าข้อมูลที่เข้าถึงได้เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น

การสอบสวนกำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่กำกับดูแลเรื่องนี้ ได้สั่งการให้เร่งสอบสวนเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปยังกรมการขนส่งทางบก ซึ่งส่งผลให้มีการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขอบเขตของเหตุการณ์

ทางการได้เน้นย้ำว่าข้อมูลที่ได้รับผลกระทบจำกัดอยู่เพียงข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น เจ้าหน้าที่ได้สร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนว่ารายละเอียดที่รั่วไหลออกมานั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถทำธุรกรรมทางการเงินหรือกิจกรรมทางกฎหมายที่สำคัญโดยใช้ตัวตนของผู้เสียหายได้ ขณะนี้การสอบสวนกำลังมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวผู้กระทำผิดที่อยู่เบื้องหลังการแฮ็กครั้งนี้

ผลกระทบและแนวโน้ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยทางดิจิทัลภายในฐานข้อมูลของรัฐบาล แม้ว่าทางการจะยืนยันว่าความเสี่ยงของการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลหรือการฉ้อโกงทางการเงินอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากลักษณะของข้อมูลที่ถูกเปิดเผย แต่ผู้ที่ติดต่อกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อจดทะเบียนรถยนต์หรือทำใบขับขี่ควรระมัดระวังการสื่อสารที่น่าสงสัย

ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้จำนวนเท่าใด และช่องโหว่ด้านความปลอดภัยใดที่ทำให้เกิดการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่การสอบสวนดำเนินไป และทางกรมฯ กำลังดำเนินมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์เพิ่มเติมเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 10:55 UTC

ชาวบ้านชุมชนวัดศรีโนนยางเรียกร้องให้เร่งซ่อมแซมถนนที่ชำรุด
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ชาวบ้านชุมชนวัดศรีโนนยางเรียกร้องให้เร่งซ่อมแซมถนนที่ชำรุด

ชาวบ้านในจังหวัดอุบลราชธานีเรียกร้องให้เทศบาลเร่งซ่อมแซมถนนที่พังเสียหายมานานหลายปี โดยระบุว่าเป็นอันตรายต่อผู้สัญจร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ชาวบ้านชุมชนวัดศรีโนนยางเรียกร้องให้เร่งซ่อมแซมถนนที่ชำรุด

แหล่งข่าวเดียว
ชาวบ้านชุมชนวัดศรีโนนยางเรียกร้องให้เร่งซ่อมแซมถนนที่ชำรุด

ชาวบ้านในจังหวัดอุบลราชธานีเรียกร้องให้เทศบาลเร่งซ่อมแซมถนนที่พังเสียหายมานานหลายปี โดยระบุว่าเป็นอันตรายต่อผู้สัญจร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ชาวบ้านในชุมชนวัดศรีโนนยาง จังหวัดอุบลราชธานี ได้แสดงความเดือดร้อนอย่างมากเกี่ยวกับสภาพถนนในท้องถิ่นที่เสื่อมโทรมลง ชาวบ้านรายงานว่าถนนสายดังกล่าวอยู่ในสภาพชำรุดมานานหลายปี ทำให้เกิดความยากลำบากอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ที่ต้องใช้สัญจรในชีวิตประจำวัน

สำหรับชาวบ้านและผู้ที่มาเยือนในพื้นที่ ถนนที่เสียหายนี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้ที่ต้องใช้เส้นทางในช่วงสภาพอากาศเลวร้ายหรือในเวลากลางคืน พื้นผิวถนนที่ไม่เรียบและการเสื่อมสภาพของโครงสร้างทำให้ชาวบ้านต้องออกมาเรียกร้องต่อเทศบาลท้องถิ่น เพื่อขอให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมที่จำเป็นและปรับปรุงถนนให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย

แม้ว่าชาวบ้านจะแสดงความเดือดร้อนออกมาแล้ว แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการของเทศบาลยังคงไม่มีการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าทางหน่วยงานท้องถิ่นได้จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการนี้แล้วหรือไม่ หรือเมื่อใดที่ทีมซ่อมบำรุงจะลงพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมาเยือนหรือผ่านพื้นที่ชุมชนวัดศรีโนนยางควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากสภาพถนนอาจยังคงเป็นอันตรายจนกว่าการซ่อมแซมอย่างเป็นทางการจะเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:15 UTC

ชายวัย 69 ปีในวิสคอนซินขับเฮลิคอปเตอร์ไปซื้อของเพื่อเลี่ยงรถติด
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ชายวัย 69 ปีในวิสคอนซินขับเฮลิคอปเตอร์ไปซื้อของเพื่อเลี่ยงรถติด

ชายวัย 69 ปีในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา กลายเป็นข่าวหลังจากนำเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลงจอดในลานจอดรถของร้านค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ชายวัย 69 ปีในวิสคอนซินขับเฮลิคอปเตอร์ไปซื้อของเพื่อเลี่ยงรถติด

แหล่งข่าวเดียว
ชายวัย 69 ปีในวิสคอนซินขับเฮลิคอปเตอร์ไปซื้อของเพื่อเลี่ยงรถติด

ชายวัย 69 ปีในรัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา กลายเป็นข่าวหลังจากนำเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลงจอดในลานจอดรถของร้านค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจร

ตามรายงานจาก Khaosod Online ซึ่งอ้างข้อมูลจากสำนักงานนายอำเภอวอชิงตันเคาน์ตี ชายวัย 69 ปีจากเมืองโรเซนเดล รัฐวิสคอนซิน ได้เลือกใช้วิธีการเดินทางที่ไม่เหมือนใครในการไปซื้อของ โดยเขาตัดสินใจขับเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปยังร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาในเมืองริชฟิลด์เพื่อหลีกเลี่ยงการขับรถที่ต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง และนำเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัยในลานจอดรถของร้าน

เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงเหตุผลในการเดินทางครั้งนี้ นักบินได้ตอบสั้นๆ ว่า "การขับรถใช้เวลานานเกินไป" สำนักงานนายอำเภอวอชิงตันเคาน์ตียืนยันว่าชายคนดังกล่าวมีใบอนุญาตนักบินที่ถูกต้องและปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) อย่างครบถ้วน เนื่องจากเที่ยวบินและการลงจอดไม่ได้ละเมิดกฎหมายท้องถิ่นหรือกฎระเบียบด้านการบินใดๆ ชายคนนี้จึงไม่ได้รับใบสั่งหรือถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจกฎระเบียบด้านการแบ่งเขตพื้นที่และการบินเกี่ยวกับการใช้เครื่องบินส่วนตัว แม้ว่ากรณีนี้จะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายการบินมีการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางการท้องถิ่นในเมืองริชฟิลด์จะพิจารณาออกข้อบังคับใหม่เพื่อจำกัดการลงจอดของเครื่องบินส่วนตัวในพื้นที่จอดรถเชิงพาณิชย์ในอนาคตเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

พนักงานส่งของเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนหลายคันบนถนนสุขสวัสดิ์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

พนักงานส่งของเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนหลายคันบนถนนสุขสวัสดิ์

พนักงานส่งของวัย 29 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนหลายคันบนถนนสุขสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

พนักงานส่งของเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนหลายคันบนถนนสุขสวัสดิ์

แหล่งข่าวเดียว
พนักงานส่งของเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนหลายคันบนถนนสุขสวัสดิ์

พนักงานส่งของวัย 29 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนหลายคันบนถนนสุขสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิตบนถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้ซอย 3 เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายสนธิ วิริยะ อายุ 29 ปี พนักงานส่งอะไหล่อุปกรณ์ไฟฟ้า กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า CB300F ก่อนจะถูกรถเก๋งปริศนาขับปาดหน้า

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เสียชีวิตเสียหลักพุ่งชนรถซูบารุที่จอดอยู่ข้างทาง หลังจากนั้นร่างของผู้เสียชีวิตได้กระเด็นไปถูกรถกระบะตู้ทึบที่ขับผ่านมาชนซ้ำ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ แม้ทีมแพทย์กู้ชีพเอราวัณจะพยายามปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่จากการจราจรที่หนาแน่นบนถนนสายหลักอย่างถนนสุขสวัสดิ์ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ยังคงมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนเลนกะทันหันของรถคันอื่น

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางคอแหลมกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวคนขับรถเก๋งปริศนาที่คาดว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน อัตลักษณ์ที่แน่ชัดของคนขับรถเก๋งและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดที่นำไปสู่การชนยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 09:16 UTC

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมถนนสายตราด-แหลมศอก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมถนนสายตราด-แหลมศอก

สภาพอากาศที่รุนแรงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบนเส้นทางไปยังท่าเรือเกาะกูด ทำให้ผู้เดินทางต้องใช้เส้นทางเลี่ยง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมถนนสายตราด-แหลมศอก

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมถนนสายตราด-แหลมศอก

สภาพอากาศที่รุนแรงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบนเส้นทางไปยังท่าเรือเกาะกูด ทำให้ผู้เดินทางต้องใช้เส้นทางเลี่ยง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักได้ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันบนถนนสายตราด-แหลมศอก ในจังหวัดตราด เหตุการณ์น้ำท่วมนี้ส่งผลกระทบต่อการจราจร โดยเฉพาะเส้นทางหลักที่นักท่องเที่ยวใช้เดินทางไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะกูด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเร่งดำเนินการกำจัดเศษไม้และขยะที่อุดตันท่อระบายน้ำในพื้นที่ ในระหว่างนี้มีการแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้เส้นทางเลี่ยงเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง ชาวบ้านในตำบลห้วงน้ำขาวได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนี้ และเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำอย่างถาวร ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อถนนช่วงนี้อยู่บ่อยครั้ง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สถานการณ์นี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางไปยังท่าเรือเกาะกูด ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่ก่อนออกเดินทางและเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางหากต้องสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการดำเนินการทำความสะอาดจะใช้เวลานานเท่าใด และเส้นทางเลี่ยงจะยังคงสามารถใช้งานได้หรือไม่หากฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง ผู้เดินทางควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะของเส้นทางต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 08:17 UTC

ไทยและรัสเซียลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการขนส่ง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยและรัสเซียลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการขนส่ง

เจ้าหน้าที่ไทยได้ลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงกับรัสเซียเพื่อร่วมมือด้านระบบขนส่งอัจฉริยะ ระบบราง และเทคโนโลยีไร้คนขับ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยและรัสเซียลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการขนส่ง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและรัสเซียลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการขนส่ง

เจ้าหน้าที่ไทยได้ลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงกับรัสเซียเพื่อร่วมมือด้านระบบขนส่งอัจฉริยะ ระบบราง และเทคโนโลยีไร้คนขับ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำคณะผู้บริหารเดินทางไปยังกรุงมอสโกเพื่อสร้างความร่วมมือครั้งใหม่ในภาคการขนส่ง ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand คณะผู้แทนไทยได้เข้าพบกับนายแอนเดรย์ เซอร์เกเยวิช นิกิติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อลงนามในบันทึกแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี

ข้อตกลงดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนความรู้ มาตรฐานการขนส่งระหว่างประเทศ และเทคโนโลยีขั้นสูงระหว่างสองประเทศ โดยเน้นที่การพัฒนาด้านระบบขนส่งอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐานระบบราง และเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ กระทรวงคมนาคมของไทยระบุว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวไปสู่เครือข่ายการขนส่งที่ทันสมัยและบูรณาการด้วยเทคโนโลยี แม้ว่าข้อตกลงจะวางกรอบความร่วมมือไว้แล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้หรือการบูรณาการเข้ากับระบบขนส่งที่มีอยู่ของไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียในประเทศไทยเมื่อความร่วมมือมีความคืบหน้ามากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

การรถไฟฯ เปิดตัวบริการ 'SRT Express One Price' ส่งพัสดุขนาดเล็กราคาเดียวทั่วไทย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การรถไฟฯ เปิดตัวบริการ 'SRT Express One Price' ส่งพัสดุขนาดเล็กราคาเดียวทั่วไทย

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวบริการส่งพัสดุแบบเหมาจ่ายราคาเดียว เพื่อช่วยลดความซับซ้อนของค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้าขนาดเล็กทั่วประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การรถไฟฯ เปิดตัวบริการ 'SRT Express One Price' ส่งพัสดุขนาดเล็กราคาเดียวทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ เปิดตัวบริการ 'SRT Express One Price' ส่งพัสดุขนาดเล็กราคาเดียวทั่วไทย

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวบริการส่งพัสดุแบบเหมาจ่ายราคาเดียว เพื่อช่วยลดความซับซ้อนของค่าใช้จ่ายในการจัดส่งสินค้าขนาดเล็กทั่วประเทศ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เปิดตัวบริการ 'SRT Express One Price' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นบริการขนส่งรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกในการจัดส่งพัสดุทั่วประเทศ ข้อมูลจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าบริการนี้ใช้โครงสร้างราคาแบบเหมาจ่าย เพื่อช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการออนไลน์สามารถวางแผนและควบคุมต้นทุนค่าจัดส่งได้ดียิ่งขึ้น

ภายใต้โครงการนี้ การส่งพัสดุภายในสายเดียวกันมีค่าบริการ 70 บาทต่อชิ้น ส่วนการส่งข้ามสายมีค่าบริการ 100 บาทต่อชิ้น บริการนี้รองรับพัสดุขนาดเล็กและห่อวัตถุด่วนที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม และมีขนาดไม่เกิน 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ซึ่งเหมาะสำหรับการจัดส่งเอกสาร เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว หรือสินค้าออนไลน์ขนาดเล็ก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว บริการนี้ช่วยให้ทราบค่าใช้จ่ายล่วงหน้าโดยไม่ต้องคำนวณตามระยะทาง การนำเสนอโมเดล 'ราคาเดียว' นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและคุ้มค่าสำหรับการขนส่งภายในประเทศ แม้ว่าบริการจะเปิดใช้งานแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบความพร้อมของสถานีปลายทางและขั้นตอนการฝากส่งที่สถานีรถไฟใกล้บ้าน เนื่องจากรายละเอียดการปฏิบัติงานในแต่ละสถานีอาจมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ รฟท. เน้นย้ำว่าโครงการนี้มุ่งเน้นการสนับสนุนความต้องการด้านโลจิสติกส์ขนาดเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 05:38 UTC

ข้อกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลจากกรมการขนส่งทางบก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลจากกรมการขนส่งทางบก

พรรคประชาชนได้ออกมาเตือนสาธารณชนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทะเบียนรถที่อาจรั่วไหลจากกรมการขนส่งทางบก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ข้อกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลจากกรมการขนส่งทางบก

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลจากกรมการขนส่งทางบก

พรรคประชาชนได้ออกมาเตือนสาธารณชนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทะเบียนรถที่อาจรั่วไหลจากกรมการขนส่งทางบก

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 พรรคประชาชนได้ออกคำเตือนสาธารณะเกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัยที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับกรมการขนส่งทางบก ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ พรรคได้เปิดเผยว่าข้อมูลส่วนบุคคลและรายละเอียดการจดทะเบียนรถยนต์อาจถูกบุกรุกและรั่วไหลออกจากฐานข้อมูลของกรมฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด พรรคประชาชนแสดงความกังวลว่าข้อมูลที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้อาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมฉ้อโกงหรือหลอกลวง เนื่องจากข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์มักเชื่อมโยงกับตัวตนส่วนบุคคล ประชาชนควรระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์หรือคำขอที่น่าสงสัยซึ่งอ้างถึงรายละเอียดรถยนต์หรือข้อมูลระบุตัวตนของตนเอง

ในขณะนี้ ขอบเขตทั้งหมดของการรั่วไหลของข้อมูลและจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าคำเตือนดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงช่องโหว่ที่ร้ายแรง แต่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแหล่งที่มาและขอบเขตของการรั่วไหลยังคงดำเนินอยู่ ขอแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบบัญชีของตนและระมัดระวังความพยายามในการฟิชชิ่งที่อาจใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่รั่วไหลนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องในขณะที่สถานการณ์มีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 สิงหาคม 2026, 03:55 UTC

ผู้โดยสารสาวร้องถูกลวนลามบนเครื่องบินขณะเดินทางมาดอนเมือง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผู้โดยสารสาวร้องถูกลวนลามบนเครื่องบินขณะเดินทางมาดอนเมือง

ผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งร้องเรียนว่าถูกเพื่อนร่วมทางลวนลามทางเพศบนเที่ยวบินจากดูไบมายังกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีการดำเนินการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผู้โดยสารสาวร้องถูกลวนลามบนเครื่องบินขณะเดินทางมาดอนเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้โดยสารสาวร้องถูกลวนลามบนเครื่องบินขณะเดินทางมาดอนเมือง

ผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งร้องเรียนว่าถูกเพื่อนร่วมทางลวนลามทางเพศบนเที่ยวบินจากดูไบมายังกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีการดำเนินการสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หญิงสาวรายหนึ่งนามสมมติว่า 'บี' ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวว่าเธอถูกลวนลามทางเพศขณะเดินทางจากดูไบมายังสนามบินดอนเมืองเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 โดยผู้โดยสารรายนี้ระบุว่าเธอเดินทางมาพร้อมกับลูกสาววัย 4 ขวบในขณะที่เกิดเหตุ

คุณบีเล่าว่าชายชาวปากีสถานวัย 30 ปีที่นั่งอยู่ใกล้เคียงเริ่มมีพฤติกรรมน่าสงสัยหลังจากเครื่องบินขึ้นบินได้ไม่นาน เธออ้างว่าในขณะที่เธอกับลูกสาวกำลังหลับ เธอรู้สึกเหมือนมีมือมาสัมผัสที่ก้นด้านขวาและรู้สึกเปียกที่กางเกง เมื่อตื่นขึ้นมาเธอพบว่าชายคนดังกล่าวกำลังจ้องมองเธอและเล่นหน้าจอที่พนักพิงเบาะด้านหน้าเธออยู่ ผู้โดยสารรายนี้แสดงความกังวลอย่างมากโดยระบุว่าเธอได้สลับที่นั่งกับลูกสาวก่อนขึ้นเครื่องบิน ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากลูกสาวของเธอยังนั่งอยู่ที่เดิม

หลังจากเครื่องบินลงจอด ผู้ก่อเหตุได้ร้องไห้และกราบขอโทษ แต่ผู้เสียหายยืนยันที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้เดินทางควรระมัดระวังพื้นที่ส่วนตัวและสภาพแวดล้อมรอบข้างขณะเดินทาง เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน รายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาทางกฎหมายที่แน่ชัดและคำให้การอย่างเป็นทางการของผู้ก่อเหตุยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 14:36 UTC

ลีน่าจังร้องเรียนแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารย่านปทุมวัน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ลีน่าจังร้องเรียนแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารย่านปทุมวัน

ลีน่าจัง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมคนขับแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสารบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ลีน่าจังร้องเรียนแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารย่านปทุมวัน

แหล่งข่าวเดียว
ลีน่าจังร้องเรียนแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารย่านปทุมวัน

ลีน่าจัง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมคนขับแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสารบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ลีน่าจัง (นางลีนา จังจรรจา) ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าในเขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า ลีน่าจังได้พยายามเรียกใช้บริการรถแท็กซี่จำนวน 3 คันหลังจากไปเดินเที่ยวบริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ แต่ถูกคนขับปฏิเสธการให้บริการแม้ว่ารถจะเปิดไฟว่างและเปิดกระจกอยู่ก็ตาม

ลีน่าจังได้บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ด้วยโทรศัพท์มือถือ โดยระบุว่ามีรถแท็กซี่และรถสามล้อจอดอยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 40-50 คัน และมีการนำกรวยยางมากั้นพื้นที่ซึ่งเดิมเป็นช่องทางสำหรับรถโดยสารสาธารณะ ทั้งนี้ เธอได้เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาตรวจสอบและจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงจัดการปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสารอย่างจริงจัง

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการให้บริการรถสาธารณะในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น แม้ว่าลีน่าจังจะเตรียมนำข้อมูลป้ายทะเบียนรถไปร้องเรียนต่อกรมการขนส่งทางบกเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานภาครัฐจะมีมาตรการจัดการจราจรหรือบทลงโทษต่อผู้ขับขี่ที่กระทำผิดอย่างไร ทั้งนี้ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวศึกษาข้อมูลกฎระเบียบการใช้บริการขนส่งสาธารณะในพื้นที่และแจ้งเหตุผ่านช่องทางทางการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 13:16 UTC

ผู้โดยสารก่อเหตุระทึกแย่งพวงมาลัยรถขณะวิ่งในนครราชสีมา
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผู้โดยสารก่อเหตุระทึกแย่งพวงมาลัยรถขณะวิ่งในนครราชสีมา

ชายคนหนึ่งก่อเหตุอันตรายด้วยการพยายามแย่งพวงมาลัยรถขณะกำลังวิ่งในอำเภอพิมาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผู้โดยสารก่อเหตุระทึกแย่งพวงมาลัยรถขณะวิ่งในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
ผู้โดยสารก่อเหตุระทึกแย่งพวงมาลัยรถขณะวิ่งในนครราชสีมา

ชายคนหนึ่งก่อเหตุอันตรายด้วยการพยายามแย่งพวงมาลัยรถขณะกำลังวิ่งในอำเภอพิมาย

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 บนถนนสายพิมาย-จักราช จังหวัดนครราชสีมา ชายวัย 58 ปี ซึ่งถูกระบุชื่อสมมติว่า 'นายเอ' ได้ขอติดรถชาวบ้านที่กำลังเดินทางไปยังอำเภอพิมาย ในระหว่างที่รถกำลังวิ่งอยู่ ผู้โดยสารรายนี้มีอาการคลุ้มคลั่งและพยายามโผเข้าแย่งพวงมาลัยรถ ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน

ผู้โดยสารคนอื่นๆ ในรถสามารถช่วยกันควบคุมตัวชายคนดังกล่าวและหยุดรถได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.พิมาย และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณแยกเข้าบ้านตาล ต.สัมฤทธิ์ ในเวลาประมาณ 14.45 น. หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงพบว่าผู้โดยสารสามารถควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้แล้ว โดยชายคนดังกล่าวมีอาการเหนื่อยหอบ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของการเดินทางบนท้องถนนเมื่อมีการให้คนแปลกหน้าติดรถไปด้วย แม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงโดยไม่มีการชนเกิดขึ้น แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับความปลอดภัยในยานพาหนะ ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าปัจจัยทางการแพทย์หรือจิตวิทยาใดที่เป็นสาเหตุของพฤติกรรมดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายหรือสถานะปัจจุบันของชายคนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 สิงหาคม 2026, 12:36 UTC