ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

ยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวรับมือพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียนใกล้ญี่ปุ่น
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวรับมือพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียนใกล้ญี่ปุ่น

สายการบินต่างๆ ได้ยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวเพื่อเตรียมรับมือกับพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศญี่ปุ่น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวรับมือพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียนใกล้ญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
ยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวรับมือพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียนใกล้ญี่ปุ่น

สายการบินต่างๆ ได้ยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวเพื่อเตรียมรับมือกับพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศญี่ปุ่น

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 มีการยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวเนื่องจากพายุไต้ฝุ่นตู้เจวียนกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศญี่ปุ่น ระบบพายุนี้ส่งผลให้หน่วยงานด้านการบินและสายการบินต่างๆ ต้องดำเนินมาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารในขณะที่พายุไต้ฝุ่นกำลังเคลื่อนเข้าสู่หมู่เกาะญี่ปุ่น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทางทางอากาศในวงกว้าง ผู้ที่มีกำหนดการเดินทางไปหรือกลับจากญี่ปุ่นควรติดตามสถานะเที่ยวบินจากสายการบินของตนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงตารางบินเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับทิศทางและความรุนแรงของพายุ

แม้ว่ารายงานเบื้องต้นจะยืนยันการยกเลิกเที่ยวบินอย่างน้อย 200 เที่ยว แต่ผลกระทบโดยรวมต่อการขนส่งในภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับสายการบินของตนเกี่ยวกับตัวเลือกการจองใหม่และนโยบายการยกเลิกการเดินทาง ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังพื้นที่ที่อยู่ในเส้นทางของพายุโดยตรง จนกว่าจะมีประกาศเตือนภัยสภาพอากาศอย่างเป็นทางการและสถานการณ์การบินกลับสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ SawaLife จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 12:22 UTC

รายงานการจราจรติดขัดที่ด่านพรมแดนแม่สาย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รายงานการจราจรติดขัดที่ด่านพรมแดนแม่สาย

มาตรการรักษาความปลอดภัยภายในที่เข้มงวดขึ้นของเมียนมาส่งผลให้รถบรรทุกสินค้าไทยประสบปัญหาความล่าช้าอย่างมากที่ด่านตรวจแม่สาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รายงานการจราจรติดขัดที่ด่านพรมแดนแม่สาย

แหล่งข่าวเดียว
รายงานการจราจรติดขัดที่ด่านพรมแดนแม่สาย

มาตรการรักษาความปลอดภัยภายในที่เข้มงวดขึ้นของเมียนมาส่งผลให้รถบรรทุกสินค้าไทยประสบปัญหาความล่าช้าอย่างมากที่ด่านตรวจแม่สาย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 ด่านพรมแดนแม่สายกำลังประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก ความล่าช้านี้เกิดจากมาตรการจัดระเบียบภายในและความปลอดภัยใหม่ที่ทางการเมียนมานำมาใช้ ซึ่งส่งผลให้มีการตรวจสอบรถบรรทุกสินค้าของไทยที่พยายามข้ามพรมแดนอย่างเข้มงวดมากขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ สถานการณ์นี้ทำให้เกิดความล่าช้าในการจราจรใกล้กับจุดตรวจ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านแม่สายควรเตรียมพร้อมสำหรับปัญหาคอขวดที่อาจเกิดขึ้นและเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้น แม้ว่าผลกระทบหลักในขณะนี้จะส่งผลต่อการขนส่งเชิงพาณิชย์ แต่การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของการจราจรข้ามพรมแดนทั่วไปด้วยเช่นกัน

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดเหล่านี้จะคงอยู่เป็นเวลานานเท่าใด และจะขยายไปถึงรถยนต์ส่วนบุคคลหรือคนเดินเท้าหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่การจราจรจะกลับสู่สภาวะปกติ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นและสอบถามข้อมูลจากผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความสะดวกในการผ่านแดนก่อนวางแผนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 11:01 UTC

สนามบินสุวรรณภูมิขยับขึ้นสู่อันดับที่ 36 ของโลก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สนามบินสุวรรณภูมิขยับขึ้นสู่อันดับที่ 36 ของโลก

สนามบินสุวรรณภูมิในกรุงเทพฯ มีอันดับที่ดีขึ้นในการจัดอันดับ Skytrax World Airport Awards ประจำปี 2026 โดยขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 36 ของโลก

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สนามบินสุวรรณภูมิขยับขึ้นสู่อันดับที่ 36 ของโลก

แหล่งข่าวเดียว
สนามบินสุวรรณภูมิขยับขึ้นสู่อันดับที่ 36 ของโลก

สนามบินสุวรรณภูมิในกรุงเทพฯ มีอันดับที่ดีขึ้นในการจัดอันดับ Skytrax World Airport Awards ประจำปี 2026 โดยขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 36 ของโลก

จากการจัดอันดับ World Airport Awards ประจำปี 2026 โดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการบิน Skytrax สนามบินสุวรรณภูมิในกรุงเทพฯ ได้ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 36 ของสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่ต่อเนื่องของสนามบินในภาคการบินระดับโลก

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย การปรับปรุงอันดับนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวกในการดำเนินงานของสนามบินและคุณภาพการบริการ รางวัล Skytrax ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับความพึงพอใจของผู้โดยสารและความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่เดินทางผ่านสนามบินแห่งนี้เป็นประจำ ทั้งนี้ สนามบินชางงีของสิงคโปร์ยังคงรักษาตำแหน่งสูงสุดไว้ได้ โดยได้รับรางวัลสนามบินแห่งปีเป็นครั้งที่ 14 ในประวัติศาสตร์ 27 ปีของรางวัลนี้ ในขณะที่สนามบินอินชอนของโซลก็ยังคงรักษาอันดับที่สูงไว้ได้เช่นกัน

แม้ว่าการจัดอันดับจะบ่งชี้ถึงสถานะที่ดีขึ้น แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าตัวชี้วัดการบริการเฉพาะด้าน เช่น เวลาในการผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ความสะอาดของอาคารผู้โดยสาร และประสิทธิภาพในการเปลี่ยนเครื่อง จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นักเดินทางควรทราบว่าแม้สถานะโดยรวมของสนามบินจะดีขึ้น แต่ประสบการณ์ส่วนบุคคลอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นและการใช้งานอาคารผู้โดยสารแต่ละแห่ง ทั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะที่ส่งผลต่อคะแนนในปีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:25 UTC

ดอยคำเตรียมขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าในสนามบินภูมิภาค
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ดอยคำเตรียมขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าในสนามบินภูมิภาค

กระทรวงคมนาคมร่วมมือกับดอยคำเพื่อจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรภายในสนามบินภูมิภาค เพื่อสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ดอยคำเตรียมขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าในสนามบินภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
ดอยคำเตรียมขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าในสนามบินภูมิภาค

กระทรวงคมนาคมร่วมมือกับดอยคำเพื่อจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรภายในสนามบินภูมิภาค เพื่อสนับสนุนรายได้ของเกษตรกรไทย

กระทรวงคมนาคมได้ประกาศนโยบายใหม่ในการนำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของดอยคำเข้าไปจำหน่ายในพื้นที่สนามบินภูมิภาคทั่วประเทศ ภายหลังการหารือระหว่างนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) โดยรัฐบาลมุ่งหวังที่จะใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินเพื่อสร้างช่องทางการตลาดที่กว้างขวางขึ้นสำหรับผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงของไทย

โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบาย “Airport for Regional Development” ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับสนามบินภูมิภาคให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น การนำสินค้าเหล่านี้ไปวางจำหน่ายในพื้นที่ที่มีผู้สัญจรหนาแน่นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมทั้งสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในพื้นที่ กระทรวงคมนาคมมองว่านี่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนชนบท

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าสินค้าดอยคำที่ได้รับความนิยมอาจมีวางจำหน่ายโดยตรงภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินภูมิภาคในเร็วๆ นี้ แม้ว่ากระทรวงจะแสดงการสนับสนุนแผนงานนี้อย่างเต็มที่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินงาน รายชื่อสนามบินที่เข้าร่วม และตำแหน่งที่ตั้งของร้านค้าที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยคาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมในขณะที่กรมท่าอากาศยานดำเนินการจัดสรรพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:22 UTC

ข้อกังวลเรื่องการควบคุมระบบโลจิสติกส์ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในไทย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเรื่องการควบคุมระบบโลจิสติกส์ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในไทย

ร้านค้าและผู้ให้บริการขนส่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับระบบการจัดส่งที่ถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์ม ซึ่งจำกัดทางเลือกในการจัดส่งและส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ข้อกังวลเรื่องการควบคุมระบบโลจิสติกส์ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเรื่องการควบคุมระบบโลจิสติกส์ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในไทย

ร้านค้าและผู้ให้บริการขนส่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับระบบการจัดส่งที่ถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์ม ซึ่งจำกัดทางเลือกในการจัดส่งและส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ มีความไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจัดการบริการโลจิสติกส์ในประเทศไทย โดยร้านค้าต่างๆ รายงานว่าแพลตฟอร์มเริ่มกำหนดว่าบริการขนส่งใดจะเป็นผู้จัดการคำสั่งซื้อของพวกเขา ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิ์ของร้านค้าในการเลือกพันธมิตรด้านการจัดส่งที่ต้องการ

ประเด็นความขัดแย้งที่สำคัญคือการเปลี่ยนเส้นทางคำสั่งซื้อออกจาก J&T Express ซึ่งมีรายงานว่าสร้างปัญหาในการดำเนินงานให้กับผู้ขายบางราย นอกจากนี้ รายงานยังเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในพลวัตของตลาด โดยระบุว่าส่วนแบ่งของไปรษณีย์ไทยในคำสั่งซื้อที่จัดการโดยแพลตฟอร์มเหล่านี้ลดลงเหลือประมาณ 5%

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำไปสู่ความยืดหยุ่นที่ลดลงในด้านต้นทุนการจัดส่งและความน่าเชื่อถือในการส่งมอบ เนื่องจากทางเลือกของผู้ให้บริการขนส่งถูกรวมศูนย์โดยอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มมากขึ้น แทนที่จะเป็นความต้องการของร้านค้า

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงแพลตฟอร์มเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับแนวปฏิบัติดังกล่าว และหน่วยงานกำกับดูแลจะเข้ามาแทรกแซงเพื่อจัดการกับข้อกังวลเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรมในภาคโลจิสติกส์หรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์กำลังพัฒนา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังจับตามองว่านโยบายของแพลตฟอร์มเหล่านี้จะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อคืนความเป็นอิสระให้กับผู้ขายออนไลน์มากขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:41 UTC

Grab ประเทศไทย ขยายจุดรับผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ รองรับช่วงไฮซีซัน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

Grab ประเทศไทย ขยายจุดรับผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ รองรับช่วงไฮซีซัน

Grab ประเทศไทย ยกระดับจุดให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยขยายพื้นที่เป็น 12 เลน พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อจัดการปริมาณผู้โดยสารในช่วงไฮซีซัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

Grab ประเทศไทย ขยายจุดรับผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ รองรับช่วงไฮซีซัน

แหล่งข่าวเดียว
Grab ประเทศไทย ขยายจุดรับผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ รองรับช่วงไฮซีซัน

Grab ประเทศไทย ยกระดับจุดให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยขยายพื้นที่เป็น 12 เลน พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อจัดการปริมาณผู้โดยสารในช่วงไฮซีซัน

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 Grab ประเทศไทย ได้ดำเนินการยกระดับบริการเรียกรถที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อรองรับช่วงไฮซีซันที่กำลังจะมาถึง ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ทาง Grab ได้ขยายพื้นที่จุดรับผู้โดยสารบริเวณชั้น 1 ประตู 4 เพิ่มขึ้นเป็น 12 เลน เพื่อปรับปรุงการจราจรและลดระยะเวลารอคอย

นางสาวอริสา หล่อทองไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า AOT คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิมากถึง 67.7 ล้านคน เพื่อรองรับปริมาณดังกล่าว บริษัทได้เปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ ระบบคิวด้วย PIN เพื่อจัดระเบียบการจับคู่ระหว่างผู้โดยสารและคนขับ และบริการจองรถรับที่สนามบินล่วงหน้า

สำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวและผู้พักอาศัยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี แม้ว่าการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระบบดิจิทัลเหล่านี้จะเริ่มใช้งานแล้ว แต่ผู้โดยสารควรติดตามการอัปเดตผ่านแอปพลิเคชันเพื่อรับทราบขั้นตอนการรับรถแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าเลนทั้ง 12 ช่องทางจะสามารถจัดการปัญหาการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ดีเพียงใด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบแอปพลิเคชัน Grab สำหรับคำแนะนำเฉพาะเมื่อเดินทางถึงสนามบิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:42 UTC

รฟม. เปิดให้พกจักรยานและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้ขึ้น MRT ฟรีในวัน World Car Free Day
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รฟม. เปิดให้พกจักรยานและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้ขึ้น MRT ฟรีในวัน World Car Free Day

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มอบสิทธิ์เดินทางฟรีสำหรับผู้โดยสารที่นำจักรยานพับได้และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้ขึ้นรถไฟฟ้า MRT 4 สาย ในวันที่ 22 กันยายนนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รฟม. เปิดให้พกจักรยานและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้ขึ้น MRT ฟรีในวัน World Car Free Day

แหล่งข่าวเดียว
รฟม. เปิดให้พกจักรยานและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้ขึ้น MRT ฟรีในวัน World Car Free Day

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มอบสิทธิ์เดินทางฟรีสำหรับผู้โดยสารที่นำจักรยานพับได้และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพับได้ขึ้นรถไฟฟ้า MRT 4 สาย ในวันที่ 22 กันยายนนี้

เนื่องในโอกาส “World Car Free Day 2026” การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ประกาศจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อรณรงค์การลดภาวะโลกร้อน โดยในวันที่ 22 กันยายน 2569 ผู้โดยสารที่นำจักรยานพับได้หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบพับได้มาใช้บริการ จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นค่าโดยสารบนรถไฟฟ้า MRT จำนวน 4 สาย

ตามรายงานจาก Khaosod Online กิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง รฟม. และผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 4 สาย ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้ให้บริการสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง, บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล (EBM) ผู้ให้บริการสายสีเหลือง และบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้ให้บริการสายสีชมพู

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้ถือเป็นโอกาสดีในการเชื่อมต่อการเดินทางด้วยจักรยานหรือสกู๊ตเตอร์เข้ากับระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งอาจช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวได้ อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารควรทราบว่าโปรโมชั่นนี้จำกัดเฉพาะวันที่ระบุเท่านั้น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมว่ามีข้อกำหนดเรื่องขนาดหรือน้ำหนักของอุปกรณ์พับได้ที่อนุญาตให้นำขึ้นรถไฟฟ้าหรือไม่ หรือจำเป็นต้องลงทะเบียนเพิ่มเติมที่ประตูสถานีหรือไม่ ผู้โดยสารควรสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำสถานีเกี่ยวกับขั้นตอนการนำอุปกรณ์พับได้ขึ้นรถไฟฟ้าก่อนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 05:22 UTC

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถบรรทุก 6 ล้อในจันทบุรี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถบรรทุก 6 ล้อในจันทบุรี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย

อุบัติเหตุทางถนนครั้งใหญ่ในอำเภอแหลมสิงห์ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย หลังจากรถกระบะพุ่งชนรถบรรทุก 6 ล้อที่กำลังเลี้ยว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถบรรทุก 6 ล้อในจันทบุรี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถบรรทุก 6 ล้อในจันทบุรี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย

อุบัติเหตุทางถนนครั้งใหญ่ในอำเภอแหลมสิงห์ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 ราย หลังจากรถกระบะพุ่งชนรถบรรทุก 6 ล้อที่กำลังเลี้ยว

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งสำคัญในพื้นที่ตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ว่ามีการชนกันระหว่างรถกระบะและรถบรรทุก 6 ล้อที่บรรทุกแบบเหล็ก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยอาศัยภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พบว่ารถบรรทุก 6 ล้อกำลังชะลอความเร็วเพื่อเลี้ยวเข้าซอย ในขณะที่รถกระบะพยายามเร่งแซงทางด้านขวาแต่ไม่พ้น ส่งผลให้เกิดการชนกันจนรถบรรทุกพลิกตะแคงอยู่ริมถนน แรงกระแทกทำให้เหล็กที่บรรทุกมากระจัดกระจายเต็มพื้นผิวจราจร ส่วนรถกระบะซึ่งมีการดัดแปลงสภาพติดตั้งโครงเหล็กด้านท้ายเพื่อบรรทุกวัสดุ เช่น ท่อพีวีซีและยางปูบ่อกุ้ง ได้รับความเสียหายอย่างหนักที่ด้านหน้า

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้รุดเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บจำนวน 7 รายที่พบทั้งภายในรถและกระจัดกระจายอยู่บนถนน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงในการแซงรถบรรทุกหนักใกล้ทางแยก ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนรายละเอียดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บและสาเหตุที่แน่ชัดของการแซงไม่พ้นนั้นยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:02 UTC

กทพ. เผยแผนแม่บทขยายทางด่วน 11 โครงการ มูลค่า 2.7 แสนล้านบาท
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทพ. เผยแผนแม่บทขยายทางด่วน 11 โครงการ มูลค่า 2.7 แสนล้านบาท

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ประกาศแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโครงการทางด่วนใหม่ 11 โครงการทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเส้นทาง N2 ในปี 2570

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทพ. เผยแผนแม่บทขยายทางด่วน 11 โครงการ มูลค่า 2.7 แสนล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กทพ. เผยแผนแม่บทขยายทางด่วน 11 โครงการ มูลค่า 2.7 แสนล้านบาท

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ประกาศแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโครงการทางด่วนใหม่ 11 โครงการทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเส้นทาง N2 ในปี 2570

ตามรายงานจาก Thai Post การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เปิดเผยแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาโครงการทางด่วนใหม่ 11 โครงการ โดยโครงการนี้มีมูลค่าประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขยายและเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมของประเทศให้ครอบคลุมมากกว่าเพียงแค่การแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางเป็นประจำ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระยะยาวในการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค โดยโครงการจะเริ่มต้นด้วยทางด่วนสาย N2 ซึ่งปัจจุบันมีกำหนดการก่อสร้างในปี 2570 การขยายโครงข่ายนี้ออกแบบมาเพื่อสร้างระบบที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อเวลาในการเดินทางและเส้นทางโลจิสติกส์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แม้ว่าแผนแม่บทจะให้วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาของหน่วยงาน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน เช่น กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับโครงการที่เหลืออีก 10 โครงการ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับสัญญาที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาทเหล่านี้ยังไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภูมิศาสตร์ของเส้นทางเหล่านี้ และวิธีการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะที่มีอยู่ เมื่อใกล้ถึงกำหนดการเริ่มโครงการ N2 ในปี 2570 คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับขั้นตอนการก่อสร้างและผลกระทบต่อการจราจรที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:42 UTC

ค่าซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าและความเสี่ยงในช่วงฤดูฝนในประเทศไทย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ค่าซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าและความเสี่ยงในช่วงฤดูฝนในประเทศไทย

Prachachat Business รายงานว่าค่าซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปประมาณ 40% พร้อมคำเตือนเรื่องความเสียหายของแบตเตอรี่ในช่วงฤดูฝน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ค่าซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าและความเสี่ยงในช่วงฤดูฝนในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ค่าซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าและความเสี่ยงในช่วงฤดูฝนในประเทศไทย

Prachachat Business รายงานว่าค่าซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปประมาณ 40% พร้อมคำเตือนเรื่องความเสียหายของแบตเตอรี่ในช่วงฤดูฝน

ตามรายงานจาก Prachachat Business เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูงกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลระบุว่าค่าซ่อมบำรุงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสูงกว่าประมาณ 40% ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ซื้อที่มีศักยภาพและเจ้าของปัจจุบันควรพิจารณาเมื่อวางแผนงบประมาณสำหรับการครอบครองรถยนต์ในระยะยาว

นอกจากนี้ รายงานยังเน้นย้ำถึงความเสี่ยงเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับฤดูฝนที่กำลังดำเนินอยู่ เนื่องจากประเทศไทยมีฝนตกหนักซึ่งนำไปสู่ถนนที่มีน้ำท่วมขังและทัศนวิสัยที่ไม่ดี ผู้ขับขี่จึงได้รับคำเตือนเกี่ยวกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอย่างรุนแรงต่อระบบแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า การที่น้ำเข้าสู่ชิ้นส่วนไฟฟ้าที่ละเอียดอ่อนอาจนำไปสู่การซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูงหรือระบบล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อขับรถผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง แม้ว่ารายงานจะชี้แจงถึงผลกระทบทางการเงินของการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากฤดูมรสุม แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับแนวโน้มความคุ้มครองประกันภัยหรือความพร้อมของศูนย์ซ่อมเฉพาะทางในทุกจังหวัด ผู้ขับขี่ควรติดตามรายงานสภาพอากาศและสภาพถนนในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลกระทบระยะยาวของแนวโน้มการบำรุงรักษาเหล่านี้ต่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในท้องถิ่นยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:05 UTC

โครงการถนนผังเมืองรวมเมืองสระแก้วใกล้เสร็จสมบูรณ์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

โครงการถนนผังเมืองรวมเมืองสระแก้วใกล้เสร็จสมบูรณ์

กรมทางหลวงชนบทรายงานว่าโครงการถนนผังเมืองรวมเมืองสระแก้วมีความคืบหน้าไปแล้ว 70% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

โครงการถนนผังเมืองรวมเมืองสระแก้วใกล้เสร็จสมบูรณ์

แหล่งข่าวเดียว
โครงการถนนผังเมืองรวมเมืองสระแก้วใกล้เสร็จสมบูรณ์

กรมทางหลวงชนบทรายงานว่าโครงการถนนผังเมืองรวมเมืองสระแก้วมีความคืบหน้าไปแล้ว 70% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีหน้า

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ประกาศว่าการก่อสร้างถนนผังเมืองรวมเมืองสระแก้วมีความคืบหน้าไปแล้ว 70% โดยนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ระบุว่าโครงการดังกล่าวกำลังดำเนินไปตามแผนและคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีหน้า

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางและการขนส่ง โดยทำหน้าที่เป็นประตูสู่ภูมิภาคอินโดจีน การปรับปรุงเครือข่ายถนนในท้องถิ่นมีเป้าหมายเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองสระแก้วในอนาคต และช่วยให้การเดินทางของทั้งประชาชนและรถขนส่งสินค้ามีความคล่องตัวมากขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและปรับปรุงการเข้าถึงเส้นทางคมนาคมหลักในจังหวัด การเชื่อมต่อที่ดีขึ้นคาดว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แม้ว่าโครงการจะมีความคืบหน้าตามแผน แต่กำหนดการแล้วเสร็จที่แน่นอนและผลกระทบต่อรูปแบบการจราจรในท้องถิ่นในช่วงขั้นตอนสุดท้ายของการก่อสร้างยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปิดถนนหรือการเบี่ยงเส้นทางจราจรในช่วงระยะสุดท้ายของโครงการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:05 UTC

กรมการขนส่งทางรางเผยสาเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรมการขนส่งทางรางเผยสาเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน

กรมการขนส่งทางรางระบุว่าเหตุไฟไหม้ระบบไฟฟ้าที่สถานี MRT เตาปูน เกิดจากสายไฟชำรุดมาตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรมการขนส่งทางรางเผยสาเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน

แหล่งข่าวเดียว
กรมการขนส่งทางรางเผยสาเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน

กรมการขนส่งทางรางระบุว่าเหตุไฟไหม้ระบบไฟฟ้าที่สถานี MRT เตาปูน เกิดจากสายไฟชำรุดมาตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้ง

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรจนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้บนรางรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน บริเวณสถานีเตาปูน รายงานจากกรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม ระบุว่าสาเหตุเกิดจากสายไฟที่ชำรุดมาตั้งแต่กระบวนการติดตั้งเมื่อ 9 ปีที่แล้ว

เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่าฉนวนหุ้มสายไฟน่าจะมีการฉีกขาดหรือชำรุดมาตั้งแต่ต้น แม้ว่าโดยปกติสายไฟฟ้าจะมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10-20 ปี แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนกำหนดนี้บ่งชี้ถึงปัญหาการติดตั้งที่มีมานาน โดยรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ–เตาปูน เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2560

สำหรับประชาชนและผู้ใช้บริการ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลด้านการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายรถไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางรางระบุว่าภาครัฐยังไม่มีแผนดำเนินคดีทางกฎหมายกับบริษัทผู้รับสัมปทาน เนื่องจากบริษัทที่เป็นผู้รับสัมปทานเดินรถและบริษัทที่ติดตั้งระบบไฟฟ้าเป็นบริษัทเดียวกัน ซึ่งได้ดำเนินการรับผิดชอบซ่อมแซมความเสียหายทั้งหมดแล้ว รวมถึงการเปลี่ยนสายไฟฟ้าจ่ายไฟ 750V จำนวน 10 เส้น สายระบบอาณัติสัญญาณ 1 เส้น และสายสื่อสาร 1 เส้น แม้การซ่อมแซมเบื้องต้นจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ผู้ใช้บริการอาจยังคงต้องการทราบว่าจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ ของเส้นทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการติดตั้งในลักษณะเดียวกันนี้อีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:42 UTC

BEM ชี้แจงเหตุไฟฟ้าลัดวงจรในระบบรถไฟฟ้า
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

BEM ชี้แจงเหตุไฟฟ้าลัดวงจรในระบบรถไฟฟ้า

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุไฟฟ้าลัดวงจรที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยยืนยันว่ากำลังเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

BEM ชี้แจงเหตุไฟฟ้าลัดวงจรในระบบรถไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
BEM ชี้แจงเหตุไฟฟ้าลัดวงจรในระบบรถไฟฟ้า

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุไฟฟ้าลัดวงจรที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยยืนยันว่ากำลังเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจรที่เกิดขึ้นภายในระบบรางของบริษัท ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ระบุว่าบริษัทกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เป็นประจำ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการบำรุงรักษาระบบอย่างต่อเนื่องของบริษัท โดย BEM เน้นย้ำว่าให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และกำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความพร้อมและปลอดภัยก่อนที่จะกลับมาให้บริการตามปกติ

แม้ว่าบริษัทจะยืนยันว่าทีมช่างกำลังเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับตำแหน่งที่เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและระยะเวลาที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ผู้โดยสารควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ BEM เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการเข้าใช้สถานีและตารางเดินรถ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการยืนยันความมุ่งมั่นที่จะกลับมาให้บริการตามปกติโดยเร็วที่สุดภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ผู้เดินทางควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางเนื่องจากอาจมีความล่าช้าเกิดขึ้นจนกว่าบริษัทจะยืนยันว่าระบบทั้งหมดกลับมาทำงานได้ตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:21 UTC

กทม. ประกาศปิดซ่อมสะพานข้ามแยกประชานุกูลช่วงกลางคืนเป็นเวลา 7 เดือน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทม. ประกาศปิดซ่อมสะพานข้ามแยกประชานุกูลช่วงกลางคืนเป็นเวลา 7 เดือน

กรุงเทพมหานครจะปิดสะพานข้ามแยกประชานุกูลในช่วงกลางคืนเพื่อซ่อมแซมผิวจราจรที่ชำรุดหนัก เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทม. ประกาศปิดซ่อมสะพานข้ามแยกประชานุกูลช่วงกลางคืนเป็นเวลา 7 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศปิดซ่อมสะพานข้ามแยกประชานุกูลช่วงกลางคืนเป็นเวลา 7 เดือน

กรุงเทพมหานครจะปิดสะพานข้ามแยกประชานุกูลในช่วงกลางคืนเพื่อซ่อมแซมผิวจราจรที่ชำรุดหนัก เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นต้นไป

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศโครงการซ่อมบำรุงสะพานข้ามแยกประชานุกูลเป็นระยะเวลา 7 เดือน โดยอ้างอิงจาก Khaosod Online ระบุว่าสำนักการโยธาได้ว่าจ้างกิจการร่วมค้า DW ให้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมด้วยงบประมาณ 24.9 ล้านบาท โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาผิวจราจรบนสะพานที่ชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน

ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 จนถึงวันที่ 7 เมษายน 2570 สะพานดังกล่าวจะปิดการจราจรในช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. ขอบเขตของงานรวมถึงการปรับปรุงผิวสะพาน ซ่อมแซมรอยต่อสะพาน ปรับปรุงราวสะพาน และทาสีเครื่องหมายจราจรใหม่ตลอดทั้งโครงสร้าง รวมถึงบริเวณเชิงลาดสะพาน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ การปิดสะพานนี้จำเป็นต้องมีการวางแผนเส้นทางสำรองในช่วงกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นบริเวณแยกประชานุกูล แม้ว่า กทม. จะมุ่งหวังให้การปรับปรุงนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้กับผู้สัญจร แต่ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่คอยสังเกตสภาพการจราจรที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงระหว่างการก่อสร้าง ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีการจัดการจราจรหรือเส้นทางเบี่ยงเพิ่มเติมจากตารางการปิดสะพานในช่วงกลางคืนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 07:02 UTC

บางกอกแอร์เวย์สคว้าตำแหน่ง 'สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10
การขนส่ง ได้รับการยืนยัน

บางกอกแอร์เวย์สคว้าตำแหน่ง 'สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

บางกอกแอร์เวย์สได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ 2 รางวัลจาก SKYTRAX World Airline Awards 2026 ตอกย้ำความสำเร็จระดับโลกตลอดทศวรรษ

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

บางกอกแอร์เวย์สคว้าตำแหน่ง 'สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

ได้รับการยืนยัน
บางกอกแอร์เวย์สคว้าตำแหน่ง 'สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

บางกอกแอร์เวย์สได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ 2 รางวัลจาก SKYTRAX World Airline Awards 2026 ตอกย้ำความสำเร็จระดับโลกตลอดทศวรรษ

สายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ 2 รางวัลจากงานประกาศรางวัล SKYTRAX World Airline Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมเดอะแลงแฮม กรุงลอนดอน โดยสายการบินได้รับรางวัล 'สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในโลก' และ 'สายการบินระดับภูมิภาคที่ดีที่สุดในเอเชีย'

ตามรายงานจาก Thai Post ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นปีที่ 10 ติดต่อกันที่สายการบินได้รับรางวัลดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเครื่องหมายการันตีความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมการบิน สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการบริการที่สม่ำเสมอและคุณภาพในการดำเนินงาน

สำหรับนักเดินทางและผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การยอมรับในระดับสากลนี้ช่วยตอกย้ำชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือและคุณภาพการบริการของสายการบินในการเดินทางเส้นทางภูมิภาค ในขณะที่บางกอกแอร์เวย์สยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในฐานะสายการบินระดับภูมิภาค ผู้โดยสารสามารถคาดหวังได้ว่าสายการบินจะยังคงรักษามาตรฐานที่ทำให้ได้รับรางวัลต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

แม้ว่ารางวัลเหล่านี้จะเป็นการยืนยันสถานะปัจจุบันของสายการบินในตลาดโลก แต่นักเดินทางควรทราบว่าประสบการณ์การบริการอาจแตกต่างกันไปตามเส้นทางบินและเงื่อนไขการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการขยายธุรกิจในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงบริการหลังจากความสำเร็จครั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางบริษัทต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 03:46 UTC

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแนะตรวจสอบโครงสร้างคานคอนกรีตหลังเกิดเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแนะตรวจสอบโครงสร้างคานคอนกรีตหลังเกิดเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า

ภายหลังเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าเมื่อเร็วๆ นี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยได้แนะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของคานคอนกรีตอย่างละเอียด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแนะตรวจสอบโครงสร้างคานคอนกรีตหลังเกิดเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมแนะตรวจสอบโครงสร้างคานคอนกรีตหลังเกิดเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้า

ภายหลังเหตุไฟไหม้รางรถไฟฟ้าเมื่อเร็วๆ นี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยได้แนะนำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของคานคอนกรีตอย่างละเอียด

ภายหลังเหตุการณ์ไฟไหม้รางรถไฟฟ้าเมื่อเร็วๆ นี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ได้ออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการให้หน่วยงานด้านการขนส่งให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโครงสร้าง โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความกังวลว่าความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุเพลิงไหม้อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของคานคอนกรีตที่รองรับโครงสร้างพื้นฐานของรางรถไฟฟ้า

สำหรับประชาชนและผู้ใช้บริการประจำ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยและการบำรุงรักษาระบบขนส่งในระยะยาว แม้ว่าเหตุเพลิงไหม้จะได้รับการจัดการแล้ว แต่การเรียกร้องให้มีการประเมินทางวิศวกรรมอย่างละเอียดบ่งชี้ว่าผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อาจขยายวงกว้างกว่าการหยุดชะงักของการให้บริการในทันที

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการทดสอบโครงสร้างเฉพาะส่วนเหล่านี้แล้วหรือไม่ หรือมีการระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบรางในทันทีหรือไม่ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนบริการหรือมาตรการความปลอดภัยที่อาจนำมาใช้หลังกระบวนการตรวจสอบ คำแนะนำของ วสท. ถือเป็นมาตรการป้องกันเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานจะยังคงมีความปลอดภัยสำหรับการใช้งานสาธารณะหลังจากได้รับผลกระทบจากความร้อนจากเหตุไฟไหม้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 05:00 UTC

MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วงกลับมาให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟไหม้บนราง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วงกลับมาให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟไหม้บนราง

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วงกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอีกครั้งหลังจากแก้ไขเหตุไฟไหม้บนรางรถไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วงกลับมาให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟไหม้บนราง

แหล่งข่าวเดียว
MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วงกลับมาให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟไหม้บนราง

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วงกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบอีกครั้งหลังจากแก้ไขเหตุไฟไหม้บนรางรถไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วงในกรุงเทพฯ ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติทุกสถานีแล้ว หลังจากเกิดเหตุขัดข้องชั่วคราวเนื่องจากมีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้นบนรางรถไฟฟ้า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายเหล่านี้ในการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางภายในเมือง การกลับมาเปิดให้บริการหมายความว่าตารางการเดินรถควรจะกลับเข้าสู่รูปแบบปกติ เหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งส่งผลให้ต้องมีการระงับหรือปรับเปลี่ยนการให้บริการชั่วคราวได้รับการแก้ไขแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ยืนยันว่าสถานีทั้งหมดเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปแล้ว

แม้ว่าขณะนี้รถไฟฟ้าจะกลับมาให้บริการได้ตามปกติ แต่ผู้โดยสารควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางเนื่องจากอาจมีความล่าช้าสะสมในขณะที่ระบบกำลังปรับตัวให้เข้าสู่สภาวะปกติหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ณ เวลาที่มีการอัปเดตล่าสุด เจ้าหน้าที่ขนส่งยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของไฟไหม้หรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบถ้วน ผู้โดยสารควรตรวจสอบช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ MRT หรือประกาศภายในสถานีเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานะการให้บริการก่อนการเดินทาง ขณะนี้สถานการณ์ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้การควบคุมและยังไม่มีรายงานการหยุดให้บริการเพิ่มเติมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 00:25 UTC

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินกลับมาให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินกลับมาให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว หลังจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจรจากประกายไฟในสายเคเบิล 750 โวลต์ทำให้ต้องหยุดให้บริการชั่วคราวระหว่างสถานีบางอ้อถึงสถานีกำแพงเพชร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินกลับมาให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินกลับมาให้บริการตามปกติหลังเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจร

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว หลังจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจรจากประกายไฟในสายเคเบิล 750 โวลต์ทำให้ต้องหยุดให้บริการชั่วคราวระหว่างสถานีบางอ้อถึงสถานีกำแพงเพชร

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่ารถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินได้กลับมาให้บริการตามปกติแล้วทุกสถานี หลังจากที่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราวในเส้นทางระหว่างสถานีบางอ้อถึงสถานีกำแพงเพชรเนื่องจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจร

ตามรายงานจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่าเหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดจากประกายไฟจากสายเคเบิลจ่ายไฟกระแสตรงขนาด 750 โวลต์ ส่งผลให้ระบบจ่ายไฟและระบบอาณัติสัญญาณได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งซ่อมแซมรางจ่ายไฟและระบบอาณัติสัญญาณตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา หลังจากผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดแล้ว รถไฟฟ้าจึงได้รับอนุญาตให้กลับมาให้บริการได้ตามปกติ โดยขบวนรถเริ่มวิ่งตามตารางเวลาปกติในเวลา 05.37 น.

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การกลับมาเปิดให้บริการนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะสามารถรองรับการเดินทางในช่วงเริ่มต้นสัปดาห์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ กระทรวงคมนาคมได้กล่าวขอบคุณทีมงานเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาตลอดทั้งคืน แม้ระบบจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยสำหรับการใช้งานแล้ว แต่ รฟม. ยังคงดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ไม่มีรายงานเหตุขัดข้องเพิ่มเติมและระบบเครือข่ายกำลังให้บริการตามกำหนดการปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 04:01 UTC