ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ✦
ความปลอดภัย ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
เทคโนโลยี กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI ✦
กีฬา การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ✦
การเมือง พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991 ✦
เทคโนโลยี โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง ✦
กีฬา

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงินรางวัล 20 ล้านบาทแก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อฉลองความสำเร็จในการคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 และการผ่านเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ไทยเบฟและเอสโคล่าได้มอบเงินรางวัลจำนวน 20 ล้านบาทให้แก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 4 ซึ่งทำให้ทีมได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในกีฬานี้ นอกจากนี้ ทีมยังได้รับรางวัลจากการคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกีฬาเอเชียน เกมส์ 2026 ณ เมืองไอจิ – นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาสำหรับความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 60 ปีของทีม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกีฬาไทยในระดับโลกและการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มีต่อโครงการกีฬาของชาติ

แม้ว่าเงินรางวัลและการผ่านเข้าสู่โอลิมปิกจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการเตรียมความพร้อมของทีมสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิสยังไม่มีการประกาศออกมา แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอคอยที่จะเห็นว่าทีมจะใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่อพัฒนาผลงานในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:56 UTC

ความปลอดภัย

ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชายอมรับว่าประเทศไม่ได้เป็นเพียงฐานที่มั่นของขบวนการฉ้อโกงเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนในประเทศตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางการเงินเพิ่มมากขึ้นด้วย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาได้ออกมายอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวลในสถานการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ภายในประเทศ แม้ว่ากัมพูชาจะถูกระบุในระดับสากลว่าเป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงมานาน แต่ขณะนี้ทางการยืนยันว่าประชาชนในท้องถิ่นกำลังตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลทางการที่อ้างโดยผู้บัญชาการตำรวจระบุว่า ความสูญเสียทางการเงินรวมของเหยื่อชาวกัมพูชาสูงถึงประมาณ 875 ล้านบาท การยอมรับนี้เน้นย้ำว่าภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมายชาวต่างชาติหรือปฏิบัติการภายนอกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นปัญหาความปลอดภัยภายในประเทศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชากรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ พัฒนาการดังกล่าวตอกย้ำถึงลักษณะที่แพร่หลายขององค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ แม้ว่ารายงานจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบภายในกัมพูชา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนและขอบเขตของปฏิบัติการฉ้อโกงที่กำลังดำเนินอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินมาตรการเฉพาะเจาะจงอย่างไรเพื่อยับยั้งกิจกรรมภายในประเทศเหล่านี้ และความพยายามดังกล่าวจะนำไปสู่การลดขีดความสามารถในการปฏิบัติการโดยรวมของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้หรือไม่ ทางการยังคงแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์และคำขอทางการเงินที่น่าสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปน ซึ่งมีความผิดในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบียบนเกาะพะงัน

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมากเนื่องจากลักษณะของอาชญากรรมและสัญชาติของผู้เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้คดีได้ผ่านกระบวนการอุทธรณ์และศาลยังคงยืนตามคำตัดสินเดิม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงจุดยืนที่เข้มงวดของกระบวนการยุติธรรมไทยต่ออาชญากรรมรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในประเทศ กระบวนการทางกฎหมายนี้แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีที่มีความผิดร้ายแรง

แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะยืนโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าจะมีการยื่นคำร้องทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ คดีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงจากการกระทำความผิดในประเทศไทย และขอแนะนำให้ผู้ที่พำนักหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศควรตระหนักถึงกฎหมายท้องถิ่นและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

เทคโนโลยี

กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งจัดทำกรอบกฎหมายสำหรับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเทคโนโลยีและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรเริ่มวางกรอบกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอ้างอิงจากรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายพชรเน้นย้ำว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (data center) จำนวนมาก โดยระบุว่าการมีหรือไม่มีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนจะมีผลโดยตรงต่อความสามารถของประเทศในการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนเหล่านี้

นายพชรได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายหลัก 3 ประการที่ไทยต้องเผชิญเช่นเดียวกับทั่วโลก ประการแรกคือเทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่ากฎระเบียบในยุคอุตสาหกรรมเดิมมาก ประการที่สองคือการใช้มาตรฐานเดียวสำหรับทุกกรณีนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก AI มีการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่เกมทั่วไปไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การกำกับดูแลที่อิงตามระดับความเสี่ยง ประการที่สามคือรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าภาพในการกำกับดูแล หรือเครื่องมือทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น การออกใบอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ดิจิทัล แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายเฉพาะเจาะจง แต่การเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลบ่งชี้ว่าการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจต้องเผชิญกับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานรัฐใดจะเป็นผู้นำในโครงการนี้ และจะมีกลไกทางกฎหมายใดบ้างที่ถูกเสนอเพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

กีฬา

การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

การท่าเรือ เอฟซี ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่อย่างเป็นทางการ แทนที่ สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ก่อนการแข่งขัน Shopee Cup

การท่าเรือ เอฟซี ได้ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของสโมสรอย่างเป็นทางการ โดยเข้ามารับหน้าที่แทน สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กุนซือวัย 57 ปี ผู้ถือใบอนุญาต ยูฟ่า โปร ไลเซนส์ และมีประสบการณ์คุมทีมในไทยลีกกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาก่อน มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 26 กันยายน 2569 โดยจะมี ซึรดัน สตอยเชฟสกี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เดินทางตามมาสมทบในวันที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนบอลในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารทีมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยบททดสอบแรกของ บันโดวิช คือการคุมทีมลงเล่นในศึกชิงแชมป์สโมสรอาเซียน 2026/27 (Shopee Cup) รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก พบกับ เปอร์ซิบ บันดุง ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ สนามเหย้าของการท่าเรือ เอฟซี

แม้ว่าจะมีการยืนยันการแต่งตั้งแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลงกุนซือครั้งนี้ต่อฟอร์มการเล่นของทีมในไทยลีกยังคงต้องติดตามกันต่อไป แฟนบอลต่างจับตามองว่าทีมงานสต๊าฟโค้ชชุดใหม่จะสามารถปรับจูนแท็กติกได้รวดเร็วเพียงใดก่อนการแข่งขันระดับทวีปจะเริ่มขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาของสัญญาหรือเป้าหมายผลงานที่ชัดเจนในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

การเมือง

พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

พรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านจากกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยอาจเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV 1991 ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการจากองค์กรต่างๆ ที่แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมอนุสัญญาของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV) ฉบับปี 1991 โดยผู้ประท้วงได้แสดงความกังวลว่าข้อตกลงระหว่างประเทศนี้อาจส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรมในท้องถิ่นและอธิปไตยทางเมล็ดพันธุ์

ในการตอบรับหนังสือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของพรรคระบุว่าพรรคพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยพรรคเน้นย้ำว่าข้อกังวลที่สาธารณชนหยิบยกขึ้นมานั้นกำลังถูกนำไปพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาด้านการเกษตรและการกำกับดูแลพันธุ์พืช แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความเต็มใจที่จะเปิดรับการเจรจา แต่ยังคงต้องยืนยันว่าหนังสือคัดค้านนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงท่าทีของรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกระบวนการเข้าเป็นภาคีจะดำเนินต่อไปตามที่ได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตัดสินใจเชิงนโยบายขั้นสุดท้าย และรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนุสัญญาดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เทคโนโลยี

โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

แหล่งข่าวเดียว
โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

โครงการที่นำโดยชุมชนในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังสร้างรูปแบบการตรวจสอบร่วมกันเพื่อจัดการการบูรณาการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้เข้ากับชุมชนท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังริเริ่มกรอบการทำงานใหม่ภายใต้ชื่อ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เพื่อรับมือกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 6 ประเด็นร้อนที่ชาวบ้านในพื้นที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยการนำระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' มาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าศูนย์เทคโนโลยีเหล่านี้จะดำเนินงานอย่างโปร่งใสและสามารถอยู่ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้ รูปแบบนี้เน้นย้ำถึงการสื่อสารเชิงรุกและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาโครงการและชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การวางแผนอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับชุมชนมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตในภูมิภาคนี้อาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณะและการกำกับดูแลแบบร่วมมือที่เข้มงวดขึ้น

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' นี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมายเพียงใด หรือจะเป็นเพียงกรอบการทำงานโดยสมัครใจสำหรับผู้พัฒนา นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบนี้จะถูกนำไปปรับใช้กับเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วประเทศไทยอย่างไร ในขณะที่ประเทศยังคงเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:16 UTC

ไทยเปิดทดลองใช้ทางยกระดับ M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ฟรี 24 ชั่วโมง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดทดลองใช้ทางยกระดับ M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ฟรี 24 ชั่วโมง

กรมทางหลวงเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว อย่างเป็นทางการ โดยเปิดให้วิ่งฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยเปิดทดลองใช้ทางยกระดับ M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ฟรี 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดทดลองใช้ทางยกระดับ M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ฟรี 24 ชั่วโมง

กรมทางหลวงเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว อย่างเป็นทางการ โดยเปิดให้วิ่งฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ในช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดเรื้อรังในพื้นที่ ซึ่งมักถูกเรียกขานกันว่า "ถนนเจ็ดชั่วโคตร" และเพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร

โครงสร้างทางยกระดับแห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดทางภาคใต้ ในช่วงระยะเวลาทดลองนี้ ผู้ขับขี่สามารถใช้เส้นทางได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง กรมทางหลวงคาดการณ์ว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางสำหรับทั้งผู้สัญจรทั่วไปและรถขนส่งสินค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับประชาชนและนักเดินทาง การเปิดให้บริการนี้ถือเป็นทางเลือกที่รวดเร็วกว่าการใช้ถนนระดับพื้นดินซึ่งประสบปัญหาการจราจรหนาแน่นมาโดยตลอด แม้ว่าขณะนี้จะอยู่ในช่วงทดลองให้บริการ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนไปใช้ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางหรือเวลาเปิดให้บริการในระยะยาวนั้นยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ นักเดินทางควรติดตามประกาศจากกรมทางหลวงอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับโครงสร้างค่าผ่านทางถาวรหรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเข้าใช้เส้นทางเมื่อโครงการผ่านพ้นช่วงทดลองไปแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:51 UTC

เปิดทดลองวิ่งฟรี ทางด่วน M82 ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เปิดทดลองวิ่งฟรี ทางด่วน M82 ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว

ทางด่วน M82 เชื่อมต่อบางขุนเทียนและบ้านแพ้วเปิดให้ทดลองวิ่งฟรีแล้ว เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพระราม 2

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เปิดทดลองวิ่งฟรี ทางด่วน M82 ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว

แหล่งข่าวเดียว
เปิดทดลองวิ่งฟรี ทางด่วน M82 ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว

ทางด่วน M82 เชื่อมต่อบางขุนเทียนและบ้านแพ้วเปิดให้ทดลองวิ่งฟรีแล้ว เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพระราม 2

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ทางด่วน M82 ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างบางขุนเทียนและบ้านแพ้ว ได้เริ่มเปิดให้ทดลองวิ่งฟรีแล้ว โครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นเส้นทางทางเลือกที่สำคัญสำหรับผู้ขับขี่ โดยมุ่งเน้นไปที่การลดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนักที่มักเกิดขึ้นบนถนนพระราม 2 เป็นประจำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยลดเวลาในการเดินทางสำหรับผู้ที่สัญจรระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคตะวันตก การมีทางยกระดับเพื่อเลี่ยงเมืองคาดว่าจะช่วยให้การจราจรคล่องตัวขึ้นและปรับปรุงการเชื่อมต่อโดยรวมในพื้นที่

แม้ว่าช่วงทดลองวิ่งจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระยะเวลาของช่วงทดลองวิ่งฟรีนี้ยังไม่มีการระบุต่อสาธารณะ รวมถึงยังไม่มีการประกาศอัตราค่าผ่านทางในระยะยาวหรือวันที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการและถาวร ผู้ขับขี่ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมทางหลวงเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเวลาทำการและโครงสร้างค่าผ่านทางในอนาคต ในขณะที่โครงการเปลี่ยนผ่านจากช่วงทดลองไปสู่การเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:30 UTC

เจรจาขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เจรจาขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของไทยขอให้กลุ่มซี.พี. ดำเนินการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อไปอีก 2-3 เดือน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เจรจาขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
เจรจาขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของไทยขอให้กลุ่มซี.พี. ดำเนินการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ต่อไปอีก 2-3 เดือน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มซี.พี. โดยรัฐบาลได้ขอให้บริษัทขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิงก์ออกไปอีก 2-3 เดือน

การขยายเวลาดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะส่งมอบความรับผิดชอบในการเดินรถไฟสายนี้ให้กับบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่ใช้บริการเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างใจกลางกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมิ ความคืบหน้านี้บ่งชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แม้ว่ากำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการส่งมอบงานยังคงต้องรอผลสรุปจากการหารือที่กำลังดำเนินอยู่

นอกจากนี้ บริบทที่กว้างขึ้นของการเปลี่ยนผ่านนี้ยังเกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยนายพิพัฒน์ระบุว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงขณะนี้กำลังรอผลสรุปจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

แม้ว่าคำขอขยายเวลาในระยะสั้นนี้จะมีเป้าหมายเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการให้บริการ แต่กำหนดการที่แน่นอนสำหรับการส่งมอบแอร์พอร์ตเรลลิงก์นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ใช้บริการควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมสำหรับการปรับเปลี่ยนการให้บริการที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 08:01 UTC

เหตุสลดคดีฆาตกรรมในครอบครัวที่สระบุรี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลดคดีฆาตกรรมในครอบครัวที่สระบุรี

พบหญิงวัย 30 ปีเสียชีวิตในบ้านเช่าที่สระบุรี โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสามีของผู้ตายเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในเวลาต่อมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เหตุสลดคดีฆาตกรรมในครอบครัวที่สระบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดคดีฆาตกรรมในครอบครัวที่สระบุรี

พบหญิงวัย 30 ปีเสียชีวิตในบ้านเช่าที่สระบุรี โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าสามีของผู้ตายเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในเวลาต่อมา

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ได้พบร่างของหญิงวัย 30 ปี ทราบชื่อคือคุณพร ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมแพทย์ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบผู้เสียชีวิตอยู่บนเตียงโดยมีเข็มขัดรัดอยู่ที่ลำคอ การประเมินทางการแพทย์เบื้องต้นระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการขาดอากาศหายใจ โดยคาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 6 ชั่วโมงก่อนการค้นพบ ทั้งนี้ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ภายในห้อง

พนักงานสอบสวนได้เชื่อมโยงเหตุการณ์นี้กับสามีของผู้ตายวัย 33 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนกับรถบรรทุกในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลังจากเกิดเหตุไม่นาน มารดาของผู้ต้องสงสัยระบุว่าทั้งคู่มีปัญหาความหึงหวงกันมานาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความขัดแย้งในครอบครัวที่เกิดขึ้นภายในที่พักส่วนบุคคล แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะสิ้นสุดลงจากการเสียชีวิตของผู้ต้องสงสัยแล้ว แต่คดียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการที่โรงพยาบาลหนองแคเพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด เนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของตำรวจ จึงคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์และสถานการณ์ที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้เมื่อการสอบสวนมีความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:31 UTC

รถกระบะพุ่งชนบ้านในพะเยา บาดเจ็บสาหัส 2 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถกระบะพุ่งชนบ้านในพะเยา บาดเจ็บสาหัส 2 ราย

เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งรุนแรงในจังหวัดพะเยา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย หลังจากรถกระบะพุ่งชนกำแพงบ้านเรือนประชาชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถกระบะพุ่งชนบ้านในพะเยา บาดเจ็บสาหัส 2 ราย

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะพุ่งชนบ้านในพะเยา บาดเจ็บสาหัส 2 ราย

เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งรุนแรงในจังหวัดพะเยา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย หลังจากรถกระบะพุ่งชนกำแพงบ้านเรือนประชาชน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ประเทศไทย เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งรุนแรงเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ในพื้นที่บ้านสันต้นผึ้ง ตำบลต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา รถกระบะโตโยต้าสีดำเสียหลักพุ่งชนกำแพงบ้านเรือนประชาชน ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อตัวบ้านและโครงสร้างโดยรอบ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากเทศบาลตำบลบ้านต๋อมและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุ และพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นชายผู้ขับขี่และหญิงผู้โดยสาร ติดอยู่ภายในรถที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยรายงานระบุว่าผู้บาดเจ็บทั้งสองรายอยู่ในอาการสาหัส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะการขับขี่ยามค่ำคืนบนถนนในท้องถิ่น แม้ว่ารายงานเบื้องต้นจะระบุว่ารถคันดังกล่าวเสียหลักขณะเดินทางจากตำบลบ้านต๋อมมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมือง แต่สาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบปัจจัยที่นำไปสู่การชนดังกล่าว และคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:12 UTC

เหตุการณ์สลดที่เกี่ยวข้องกันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในไทย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เหตุการณ์สลดที่เกี่ยวข้องกันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในไทย

เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวตามด้วยอุบัติเหตุทางถนนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ตามรายงานจาก Matichon Online

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เหตุการณ์สลดที่เกี่ยวข้องกันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในไทย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุการณ์สลดที่เกี่ยวข้องกันส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในไทย

เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวตามด้วยอุบัติเหตุทางถนนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ตามรายงานจาก Matichon Online

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 Matichon Online รายงานเหตุการณ์สลดที่เกี่ยวข้องกันซึ่งเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในครอบครัวและอุบัติเหตุทางถนนที่ตามมา ตามรายงานระบุว่าชายคนหนึ่งได้ทำร้ายร่างกายภรรยาจนเสียชีวิต หลังจากเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าวได้ขับรถกระบะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ ไม่นานหลังจากนั้น รถคันดังกล่าวได้ประสบอุบัติเหตุชนกับรถบรรทุกสิบล้อ ส่งผลให้ชายคนดังกล่าวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของความปลอดภัยบนท้องถนนและโอกาสที่จะเกิดเหตุฉุกเฉินต่อเนื่องหลังจากเหตุความไม่สงบในครอบครัว แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะระบุว่าเหตุการณ์ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกัน แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อยืนยันลำดับเวลาและสถานการณ์ที่แน่ชัดเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครอบครัวเบื้องต้นและการชนที่ตามมา

เนื่องจากเป็นคดีความที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของตำรวจ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุทางถนนเมื่อการสอบสวนคืบหน้า ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังบนท้องถนนในประเทศไทย เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ยังคงเป็นประเด็นด้านความปลอดภัยที่สำคัญ SawaLife จะยังคงติดตามรายงานในท้องถิ่นเพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 07:11 UTC

Thai Smile Bus จับมือ Miss Earth Thailand 2026 ขับเคลื่อนเวทีประกวดคาร์บอนต่ำ
การขนส่ง ได้รับการยืนยัน

Thai Smile Bus จับมือ Miss Earth Thailand 2026 ขับเคลื่อนเวทีประกวดคาร์บอนต่ำ

Thai Smile Bus (TSB) ประกาศความร่วมมือกับเวทีประกวด Miss & Mister Earth Thailand 2026 เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่ยั่งยืนด้วยการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าทั้งหมด

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

Thai Smile Bus จับมือ Miss Earth Thailand 2026 ขับเคลื่อนเวทีประกวดคาร์บอนต่ำ

ได้รับการยืนยัน
Thai Smile Bus จับมือ Miss Earth Thailand 2026 ขับเคลื่อนเวทีประกวดคาร์บอนต่ำ

Thai Smile Bus (TSB) ประกาศความร่วมมือกับเวทีประกวด Miss & Mister Earth Thailand 2026 เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่ยั่งยืนด้วยการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าทั้งหมด

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 Thai Smile Bus (TSB) ได้ร่วมมืออย่างเป็นทางการกับเวทีประกวด Miss & Mister Earth Thailand 2026 โดยความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างให้การประกวดเป็นกิจกรรมที่มีคาร์บอนต่ำ ด้วยการใช้รถบัสและเรือไฟฟ้า 100% ของ TSB สำหรับกิจกรรมทั้งหมดของผู้เข้าประกวดในช่วงระยะเวลาการเก็บตัวและการเตรียมการประกวด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงการบูรณาการระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้าเข้ากับกิจกรรมระดับชาติที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในบริบททางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ผู้จัดงานตั้งใจที่จะสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนเกี่ยวกับการใช้พลังงานสะอาดในชีวิตประจำวัน TSB ระบุว่าความร่วมมือนี้ทำหน้าที่เป็นต้นแบบในการส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโซลูชันการขนส่งที่ยั่งยืน

แม้ว่าความร่วมมือจะยืนยันการใช้ระบบขนส่งไฟฟ้าตลอดระยะเวลาการประกวด แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายโครงการคาร์บอนต่ำเหล่านี้ในระยะยาวนอกเหนือจากกิจกรรมดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์อาจมองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่กว้างขึ้นไปสู่โลจิสติกส์สีเขียวในภาคการขนส่งสาธารณะของไทย ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวชี้วัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการประกวด หรือความร่วมมือในอนาคตระหว่าง TSB กับกิจกรรมขนาดใหญ่อื่นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 05:52 UTC

หารือขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

หารือขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเจรจาขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในปัจจุบันกับกลุ่มซีพีออกไปชั่วคราว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

หารือขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
หารือขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเจรจาขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในปัจจุบันกับกลุ่มซีพีออกไปชั่วคราว

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้าหารือกับกลุ่มซีพีเกี่ยวกับการบริหารจัดการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายระยะเวลาการดำเนินงานตามข้อตกลงปัจจุบันออกไปอีก 1-3 เดือน ก่อนที่จะส่งมอบระบบให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เข้ามาบริหารจัดการอย่างเป็นทางการ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความต่อเนื่องในการให้บริการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับสนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะมุ่งเน้นให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อตารางเวลาการเดินรถหรือคุณภาพการให้บริการในช่วงเวลาที่อาจมีการขยายออกไปนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน

ในขณะนี้ กำหนดการที่แน่นอนสำหรับการส่งมอบและข้อตกลงสุดท้ายระหว่าง รฟท. และกลุ่มซีพียังไม่มีการสรุปผล ผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการเจรจาและดูว่าข้อเสนอการขยายเวลา 1-3 เดือนจะถูกนำมาปฏิบัติอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้โดยสารควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการให้บริการที่อาจเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC

การรถไฟแห่งประเทศไทยอาจขยายสัญญาสัมปทานแอร์พอร์ตลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การรถไฟแห่งประเทศไทยอาจขยายสัญญาสัมปทานแอร์พอร์ตลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังเจรจาขยายสัญญาระยะสั้นกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน เพื่อให้การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ดำเนินต่อไปได้หลังจากสัญญาปัจจุบันสิ้นสุดลง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทยอาจขยายสัญญาสัมปทานแอร์พอร์ตลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟแห่งประเทศไทยอาจขยายสัญญาสัมปทานแอร์พอร์ตลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังเจรจาขยายสัญญาระยะสั้นกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน เพื่อให้การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ดำเนินต่อไปได้หลังจากสัญญาปัจจุบันสิ้นสุดลง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเตรียมที่จะขอให้ผู้ประกอบการ 'เอเชีย เอรา วัน' ดำเนินการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 1 ถึง 3 เดือน ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเนื่องจากสัญญาปัจจุบันกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 ตุลาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการแอร์พอร์ตลิงก์ในการเดินทางระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและใจกลางกรุงเทพฯ ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่าบริการจะดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องในระหว่างที่กำลังสรุปข้อตกลงระยะยาว การขยายเวลาที่เสนอนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหยุดชะงักในการดำเนินงานประจำวันในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ในขณะนี้ เงื่อนไขเฉพาะของการขยายสัญญาระยะสั้นดังกล่าวยังคงอยู่ระหว่างการเจรจา แม้ว่ารัฐมนตรีจะส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่จะรักษาเสถียรภาพของบริการ แต่ข้อตกลงสุดท้ายระหว่าง รฟท. และเอเชีย เอรา วัน ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาหรือการบริหารจัดการการเดินรถเมื่อใกล้ถึงวันสิ้นสุดสัญญา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

การเจรจาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ยังไร้ข้อสรุป นัดถกอีกรอบ 7 ก.ย. นี้
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การเจรจาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ยังไร้ข้อสรุป นัดถกอีกรอบ 7 ก.ย. นี้

การเจรจาเกี่ยวกับอนาคตการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ยังคงไม่มีข้อสรุป โดยมีการนัดหมายหารืออีกครั้งในวันที่ 7 กันยายนนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การเจรจาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ยังไร้ข้อสรุป นัดถกอีกรอบ 7 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
การเจรจาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ยังไร้ข้อสรุป นัดถกอีกรอบ 7 ก.ย. นี้

การเจรจาเกี่ยวกับอนาคตการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ยังคงไม่มีข้อสรุป โดยมีการนัดหมายหารืออีกครั้งในวันที่ 7 กันยายนนี้

ตามรายงานจาก Thai Post การเจรจา 3 ฝ่ายเกี่ยวกับประเด็นการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ได้สิ้นสุดลงโดยยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ขอให้ผู้ประกอบการรายปัจจุบันเดินรถต่อไปอีก 1 ปี หลังจากสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 30 กันยายน 2569 อย่างไรก็ตาม กลุ่มซี.พี. ยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ซึ่งเป็นตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าการหารือยังคงดำเนินต่อไป และได้มีการนัดหมายเจรจาอีกครั้งในวันที่ 7 กันยายนนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในการเดินทางระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและใจกลางกรุงเทพฯ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการบริหารจัดการเส้นทางในระยะยาว แม้ว่าคาดว่าการให้บริการจะยังคงดำเนินต่อไปตามปกติในขณะนี้ แต่การที่ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนสำหรับช่วงหลังหมดสัญญา หมายความว่าโครงสร้างการดำเนินงานหลังจากเดือนกันยายน 2569 ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้ใช้บริการควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการหลังการประชุมในเดือนกันยายนนี้ เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของบริการรถไฟสายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:52 UTC

ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคองลดลงจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคองลดลงจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ

ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักของนครราชสีมาลดลงเหลือ 28% ของความจุที่ใช้งานได้ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสภาวะภัยแล้งในระยะยาว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคองลดลงจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ

แหล่งข่าวเดียว
ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคองลดลงจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ

ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักของนครราชสีมาลดลงเหลือ 28% ของความจุที่ใช้งานได้ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสภาวะภัยแล้งในระยะยาว

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 อ่างเก็บน้ำลำตะคองในอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำอย่างหนัก อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับ 5 อำเภอในจังหวัด ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 105.01 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 33.39% ของความจุทั้งหมด ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือปริมาณน้ำที่ใช้งานได้จริงซึ่งลดลงเหลือเพียง 82.29 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 28.21% ของความจุเท่านั้น

ทางการระบุว่าสาเหตุของการลดลงนี้มาจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่ยังคงดำเนินอยู่ ส่งผลให้มีปริมาณฝนตกน้อยและน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำจำกัด จากระดับน้ำที่ลดลงทำให้เห็นแนวถนนมิตรภาพสายเก่าโผล่ขึ้นมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสภาวะภัยแล้งรุนแรงซึ่งอาจยืดเยื้อไปจนถึงปีหน้า แม้อ่างเก็บน้ำจะยังคงเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับประชาชนในพื้นที่ แต่ระดับน้ำที่ต่ำในปัจจุบันบ่งชี้ว่าการบริหารจัดการและการประหยัดน้ำอาจมีความสำคัญมากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าทางการท้องถิ่นจะปรับนโยบายการจัดสรรน้ำอย่างไร หรือจะมีการบังคับใช้ข้อจำกัดเพิ่มเติมเพื่อจัดการกับปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดในช่วงฤดูแล้งนี้ต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:51 UTC

ข้อเสนอปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณแยกหัวโป่ง จ.ราชบุรี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ข้อเสนอปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณแยกหัวโป่ง จ.ราชบุรี

รัฐบาลไทยวางแผนเปลี่ยนอุโมงค์เดิมที่แยกหัวโป่ง จ.ราชบุรี เป็นสะพานข้ามทางแยกเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจราจร

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ข้อเสนอปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณแยกหัวโป่ง จ.ราชบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเสนอปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณแยกหัวโป่ง จ.ราชบุรี

รัฐบาลไทยวางแผนเปลี่ยนอุโมงค์เดิมที่แยกหัวโป่ง จ.ราชบุรี เป็นสะพานข้ามทางแยกเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจราจร

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้ประกาศข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณแยกหัวโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยโครงการนี้มีแผนที่จะเปลี่ยนอุโมงค์เดิมให้เป็นสะพานข้ามทางแยกเลียบคลองชลประทาน

โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจราจรและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่และผู้สัญจรไปมา สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในบริเวณนี้ การพัฒนาดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากมุ่งหวังที่จะบรรเทาคอขวดของการจราจรที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อการเดินทางผ่านพื้นที่ส่วนนี้ของจังหวัดราชบุรี

แม้ว่าจะมีการนำเสนอข้อเสนอดังกล่าวแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการวางแผน และรัฐบาลได้คาดการณ์ว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2574 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่ควรทราบว่ากรอบเวลานี้เป็นการคาดการณ์เบื้องต้น โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการก่อสร้าง การเบี่ยงเส้นทางจราจรในช่วงระหว่างการก่อสร้าง และการอนุมัติงบประมาณขั้นสุดท้ายเมื่อโครงการมีความคืบหน้า ทั้งนี้ ในปัจจุบันอุโมงค์เดิมยังคงเปิดใช้งานตามปกติ และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจราจรในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:10 UTC

เปิดเส้นทางบินตรงใหม่เชื่อม 'คุนหมิง-อุดรธานี'
การขนส่ง ได้รับการยืนยัน

เปิดเส้นทางบินตรงใหม่เชื่อม 'คุนหมิง-อุดรธานี'

บริการเที่ยวบินตรงใหม่ระหว่างเมืองคุนหมิง ประเทศจีน และจังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย มีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 8 กันยายน 2569

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เปิดเส้นทางบินตรงใหม่เชื่อม 'คุนหมิง-อุดรธานี'

ได้รับการยืนยัน
เปิดเส้นทางบินตรงใหม่เชื่อม 'คุนหมิง-อุดรธานี'

บริการเที่ยวบินตรงใหม่ระหว่างเมืองคุนหมิง ประเทศจีน และจังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย มีกำหนดเปิดให้บริการในวันที่ 8 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Thai Post กระทรวงคมนาคมได้ประกาศเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองคุนหมิง ประเทศจีน และจังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย โดยมีกำหนดการเริ่มให้บริการในวันที่ 8 กันยายน 2569 ด้วยความถี่ 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

การเชื่อมต่อใหม่นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างประเทศจีนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ทางการคาดการณ์ว่าเส้นทางนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักเดินทางเพื่อธุรกิจ

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นการขยายการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคที่สำคัญ ซึ่งอาจช่วยลดความซับซ้อนในการเดินทางระหว่างสองเมือง แม้ว่าวันเปิดให้บริการและความถี่ของเที่ยวบินจะได้รับการยืนยันจากกระทรวงคมนาคมแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสายการบินที่ให้บริการ ราคาตั๋ว และความยั่งยืนของเส้นทางในระยะยาวนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสายการบินเพื่อตรวจสอบความพร้อมในการจองและข้อมูลอัปเดตการดำเนินงานอื่นๆ เมื่อใกล้ถึงวันที่ 8 กันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 01:11 UTC

ไทยและบาห์เรนหารือความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหาร
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไทยและบาห์เรนหารือความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหาร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้หารือกับเจ้าหน้าที่จากบาห์เรนเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไทยและบาห์เรนหารือความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและบาห์เรนหารือความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหาร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้หารือกับเจ้าหน้าที่จากบาห์เรนเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้หารือกับผู้แทนจากประเทศบาห์เรนเพื่อยกระดับความร่วมมือในภาคการเกษตรและอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารคุณภาพสูงในระดับโลก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านความมั่นคงทางอาหารในวงกว้าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวทางการทูตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตร แม้ว่าการประชุมดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความทะเยอทะยานของไทยในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการส่งออกและมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ แต่ก็ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการจัดการด้านการท่องเที่ยวในขณะนี้

ในปัจจุบัน กลไกเฉพาะสำหรับความร่วมมือนี้ เช่น ข้อตกลงทางการค้าใหม่หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงต้องรอการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้สังเกตการณ์กำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมว่าความร่วมมือนี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในด้านความพร้อมจำหน่ายหรือราคาอาหารในตลาดภายในประเทศหรือไม่ ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังคงให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศเหล่านี้เพื่อสร้างเสถียรภาพและขยายเศรษฐกิจด้านอาหารของประเทศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 02:10 UTC

CORSIA: โอกาสใหม่สำหรับตลาดคาร์บอนเครดิตของไทย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

CORSIA: โอกาสใหม่สำหรับตลาดคาร์บอนเครดิตของไทย

นักพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตของไทยกำลังจับตามองกรอบการดำเนินงาน CORSIA ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ในฐานะพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

CORSIA: โอกาสใหม่สำหรับตลาดคาร์บอนเครดิตของไทย

แหล่งข่าวเดียว
CORSIA: โอกาสใหม่สำหรับตลาดคาร์บอนเครดิตของไทย

นักพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตของไทยกำลังจับตามองกรอบการดำเนินงาน CORSIA ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ในฐานะพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโต

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กลไกการชดเชยและการลดการปล่อยคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ (CORSIA) กำลังกลายเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย โดย CORSIA เป็นกลไกคาร์บอนสำหรับอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศภายใต้การกำกับดูแลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)

ภายใต้กรอบการทำงานนี้ สายการบินระหว่างประเทศมีหน้าที่ต้องชดเชยการปล่อยก๊าซ CO2 ที่เกินระดับพื้นฐานที่กำหนดไว้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้ สายการบินจะต้องใช้คาร์บอนเครดิตที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ ICAO อนุมัติอย่างเคร่งครัด สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงการบูรณาการของประเทศเข้ากับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับโลกในภาคการบินที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ประเทศไทยวางตำแหน่งตนเองเพื่อจัดหาคาร์บอนเครดิตที่มีมาตรฐานสูงเหล่านี้ สิ่งนี้อาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ของโครงการด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและอุตสาหกรรมการบินในวงกว้าง

แม้ว่ากรอบการทำงานนี้จะให้แนวทางที่ชัดเจนสำหรับการใช้คาร์บอนเครดิต แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอบเขตที่นักพัฒนาไทยจะสามารถขยายโครงการเพื่อตอบสนองความต้องการระหว่างประเทศ และกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการตามข้อกำหนดการชดเชยเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบโดยสายการบินต่างๆ ที่ดำเนินงานในภูมิภาคยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังติดตามว่ามาตรฐานสากลเหล่านี้จะกำหนดอนาคตของโครงการคาร์บอนเครดิตภายในประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 03:16 UTC

ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังรอคำตอบจากกลุ่มซีพีเกี่ยวกับการขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ออกไปอีก 1 ปี พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชำระค่าสิทธิสัมปทานจำนวน 1.06 หมื่นล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังรอคำตอบจากกลุ่มซีพีเกี่ยวกับการขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ออกไปอีก 1 ปี พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชำระค่าสิทธิสัมปทานจำนวน 1.06 หมื่นล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากกลุ่มซีพีเกี่ยวกับอนาคตของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยประเด็นสำคัญคือการที่ผู้ประกอบการเอกชนจะตกลงขยายเวลาการบริหารจัดการระบบรางออกไปอีก 1 ปีหรือไม่

ในขณะเดียวกัน รฟท. ได้เรียกร้องให้มีการชำระค่าสิทธิสัมปทานที่ค้างชำระจำนวน 1.06 หมื่นล้านบาท โดยการรถไฟฯ ได้กำหนดเส้นตายในวันที่ 4 กันยายน 2569 สำหรับการยื่นแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่ใช้บริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในการเดินทางระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและใจกลางกรุงเทพฯ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนทางบริหาร แม้ว่าการให้บริการรายวันจะยังคงดำเนินต่อไปตามตารางเวลาในขณะนี้ แต่การแก้ไขข้อพิพาททางการเงินและสัญญาเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพในระยะยาวของบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอคอยกำหนดการในวันที่ 4 กันยายน เพื่อดูว่าจะมีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนหรือไม่ จนกว่าจะถึงเวลานั้น เงื่อนไขเฉพาะของการขยายเวลา 1 ปีและสถานะการชำระค่าสิทธิสัมปทานยังคงไม่มีการยืนยัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 01:50 UTC

การเจรจาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ยังไม่ได้ข้อสรุป
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การเจรจาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ยังไม่ได้ข้อสรุป

การรถไฟแห่งประเทศไทยและกลุ่มซี.พี. ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์เป็นเวลา 1 ปี โดยจะมีการเจรจากันอีกครั้งในเดือนกันยายน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การเจรจาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ยังไม่ได้ข้อสรุป

แหล่งข่าวเดียว
การเจรจาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ยังไม่ได้ข้อสรุป

การรถไฟแห่งประเทศไทยและกลุ่มซี.พี. ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์เป็นเวลา 1 ปี โดยจะมีการเจรจากันอีกครั้งในเดือนกันยายน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (บริษัทในเครือกลุ่มซี.พี.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ประชุมหารือกันเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิงก์ในอนาคต

ในระหว่างการหารือดังกล่าว กลุ่มซี.พี. ยังไม่ได้รับข้อเสนอสำหรับการขยายเวลาการดำเนินงานเดินรถออกไปอีก 1 ปี การประชุมมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการดำเนินงานที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนระหว่างคู่สัญญา

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยที่ใช้บริการแอร์พอร์ตลิงก์ในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมิ ความคืบหน้านี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการบริหารจัดการเส้นทางในระยะยาว แม้ว่าบริการจะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่การที่ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการเอกชนบ่งชี้ว่าอาจมีการพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านการบริหารหรือการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือผลลัพธ์ของการเจรจารอบถัดไป ซึ่งมีกำหนดการในวันที่ 7 กันยายน 2569 โดยคาดว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะกลับมาหารือกันอีกครั้งในวันดังกล่าวเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาที่ยังค้างคา SawaLife จะติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการบริหารจัดการเส้นทางคมนาคมที่สำคัญนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 02:15 UTC

รฟม. เผยแผนงานรถไฟฟ้าสายใหม่ในกรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รฟม. เผยแผนงานรถไฟฟ้าสายใหม่ในกรุงเทพฯ

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดเผยกำหนดการอัปเดตสำหรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีม่วง (ใต้)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รฟม. เผยแผนงานรถไฟฟ้าสายใหม่ในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
รฟม. เผยแผนงานรถไฟฟ้าสายใหม่ในกรุงเทพฯ

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดเผยกำหนดการอัปเดตสำหรับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีม่วง (ใต้)

ในโอกาสครบรอบ 35 ปี การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เผยแพร่แผนการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานล่าสุด โดยรายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า รฟม. กำลังเร่งดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีม่วง (ใต้) ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปี 2570 ถึง 2573

ตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา รฟม. ได้กำกับดูแลการพัฒนารถไฟฟ้าสายสำคัญหลายสาย อาทิ สายสีน้ำเงิน (เฉลิมรัชมงคล), สายสีม่วง (ฉลองรัชธรรม) และสายสีเหลือง (นัคราพิพัฒน์) ซึ่งการขยายตัวเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางในกรุงเทพฯ ไปอย่างมาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการรถไฟฟ้าสายใหม่เหล่านี้ถือเป็นการขยายเครือข่ายระบบรางของเมืองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่านเส้นทางหลักของเมือง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการคาดการณ์เหล่านี้จะให้กรอบเวลาโดยรวมสำหรับการเสร็จสิ้นโครงการ แต่วันเปิดให้บริการที่ชัดเจนสำหรับสถานีแต่ละแห่งและการให้บริการเต็มรูปแบบยังคงขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการก่อสร้างและการทดสอบความปลอดภัยขั้นสุดท้าย ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก รฟม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อโครงการใกล้ถึงกำหนดการแล้วเสร็จ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 01:15 UTC