ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

รถบัสรับส่งพนักงานชนกันที่อ่างทอง บาดเจ็บ 25 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถบัสรับส่งพนักงานชนกันที่อ่างทอง บาดเจ็บ 25 ราย

เกิดเหตุรถบัสรับส่งพนักงานชนท้ายกันในจังหวัดอ่างทอง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 25 ราย เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถบัสรับส่งพนักงานชนกันที่อ่างทอง บาดเจ็บ 25 ราย

แหล่งข่าวเดียว
รถบัสรับส่งพนักงานชนกันที่อ่างทอง บาดเจ็บ 25 ราย

เกิดเหตุรถบัสรับส่งพนักงานชนท้ายกันในจังหวัดอ่างทอง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 25 ราย เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุรถบัสรับส่งพนักงานชนกันบริเวณสามแยกไฟแดงบ้านอิฐ จังหวัดอ่างทอง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.50 น. ขณะที่รถบัสคันหนึ่งซึ่งกำลังรับพนักงานโรงงานจากอำเภอไชโยเพื่อไปส่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ถูกรถบัสรับส่งพนักงานอีกคันชนท้ายในขณะที่จอดติดไฟแดง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองอ่างทองและทีมกู้ภัยได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้โดยสาร โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยรวม 25 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทองเวชการ 2 เพื่อทำการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนนและการบำรุงรักษายานพาหนะ โดยเฉพาะรถขนส่งที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก แม้ว่าคำให้การเบื้องต้นจากคนขับจะระบุว่าเกิดจากปัญหาทางเทคนิค คือยางล้อหลังแตกและระบบเบรกขัดข้องของรถคันที่ชน แต่สาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ที่เดินทางผ่านแยกไฟแดงบ้านอิฐควรใช้ความระมัดระวังเนื่องจากการจราจรอาจได้รับผลกระทบชั่วคราวระหว่างการตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพทางเทคนิคของรถที่เกี่ยวข้องเมื่อการสอบสวนอย่างเป็นทางการมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 02:12 UTC

สั่งปรับคนขับรถยนต์ไฟฟ้าหลังขวางรถพยาบาลฉุกเฉิน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สั่งปรับคนขับรถยนต์ไฟฟ้าหลังขวางรถพยาบาลฉุกเฉิน

ทางการไทยสั่งปรับคนขับรถยนต์ไฟฟ้าหลังมีพฤติกรรมขวางรถพยาบาลที่กำลังนำส่งพระสงฆ์อาพาธวิกฤต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สั่งปรับคนขับรถยนต์ไฟฟ้าหลังขวางรถพยาบาลฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
สั่งปรับคนขับรถยนต์ไฟฟ้าหลังขวางรถพยาบาลฉุกเฉิน

ทางการไทยสั่งปรับคนขับรถยนต์ไฟฟ้าหลังมีพฤติกรรมขวางรถพยาบาลที่กำลังนำส่งพระสงฆ์อาพาธวิกฤต

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ทางการไทยได้สั่งปรับคนขับรถยนต์ไฟฟ้าหลังจากเกิดเหตุการณ์บนท้องถนนที่เกี่ยวข้องกับรถพยาบาลฉุกเฉิน โดยรถพยาบาลคันดังกล่าวอยู่ระหว่างการนำส่งพระสงฆ์ที่อาพาธวิกฤตไปยังโรงพยาบาล เมื่อคนขับรถยนต์ไฟฟ้ามีพฤติกรรมการขับขี่ที่ก้าวร้าว รวมถึงการขับแช่ขวาและปาดหน้ารถฉุกเฉิน

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของวินัยจราจรและข้อกำหนดทางกฎหมายในการหลีกทางให้กับรถฉุกเฉินในประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่าการขัดขวางการปฏิบัติงานของหน่วยฉุกเฉินถือเป็นความผิดร้ายแรงที่อาจนำไปสู่บทลงโทษทางกฎหมาย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตระหนักถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวและปฏิบัติตามวินัยในการใช้ช่องทางจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินเสียงไซเรนฉุกเฉิน

แม้ว่าจะมีการสั่งปรับแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินค่าปรับและตัวตนของคนขับรถยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ นอกจากนี้ อาการปัจจุบันของพระสงฆ์ที่ถูกนำส่งยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอาการของท่านหลังจากถึงสถานพยาบาลแล้ว ทางการยังคงเน้นย้ำว่าความปลอดภัยบนท้องถนนและความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กู้ชีพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 01:30 UTC

โครงการถนนผังเมือง 4 เลนในสระแก้วคืบหน้าแล้ว 70%
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

โครงการถนนผังเมือง 4 เลนในสระแก้วคืบหน้าแล้ว 70%

รัฐบาลไทยรายงานว่าการก่อสร้างถนน 4 เลนสายใหม่ในจังหวัดสระแก้วมีความคืบหน้าไปแล้ว 70% โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบภายในปี 2570

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

โครงการถนนผังเมือง 4 เลนในสระแก้วคืบหน้าแล้ว 70%

แหล่งข่าวเดียว
โครงการถนนผังเมือง 4 เลนในสระแก้วคืบหน้าแล้ว 70%

รัฐบาลไทยรายงานว่าการก่อสร้างถนน 4 เลนสายใหม่ในจังหวัดสระแก้วมีความคืบหน้าไปแล้ว 70% โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบภายในปี 2570

ตามรายงานจาก Thai Post รัฐบาลไทยได้ประกาศว่าการก่อสร้างถนนผังเมืองขนาด 4 เลนสายใหม่ในจังหวัดสระแก้วมีความคืบหน้าไปแล้ว 70% โครงการโครงสร้างพื้นฐานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น 'ประตูสู่อินโดจีน' ที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์การค้าสำหรับภาคตะวันออกตอนบนของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากคาดว่าจะช่วยปรับปรุงการไหลเวียนของการจราจรและลดปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ รัฐบาลคาดการณ์ว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2570 ซึ่งคาดว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางทั้งสำหรับการขนส่งเชิงพาณิชย์และผู้สัญจรในท้องถิ่นที่เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน

แม้ว่ารายงานความคืบหน้าจะระบุว่าโครงการกำลังดำเนินไปตามแผน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อรูปแบบการจราจรในท้องถิ่นในช่วงระยะสุดท้ายของการก่อสร้างยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมาเยือนหรือผ่านจังหวัดสระแก้วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าควรติดตามประกาศเกี่ยวกับการจราจรในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนนหรือความล่าช้าที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างในขณะที่โครงการใกล้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 01:11 UTC

ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางอากาศท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางอากาศท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของไทยได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการบินทั่วโลก หลังจากมีรายงานความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางอากาศท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

แหล่งข่าวเดียว
ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางอากาศท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของไทยได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการบินทั่วโลก หลังจากมีรายงานความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน

ตามรายงานของ Thai Post นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของการขยายตัวของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน รายงานระบุถึงความกังวลว่าการดำเนินการที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐฯ เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการบังคับใช้คำสั่งแบนสายการบินอิหร่านทั่วโลก อาจกระตุ้นให้เกิดมาตรการตอบโต้จากอิหร่าน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความกังวลว่าอิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการปิดน่านฟ้าไม่ให้สายการบินจากประเทศที่ร่วมมือกับสหรัฐฯ บินผ่าน ซึ่งอาจขยายข้อจำกัดเหล่านี้ไปทั่วอ่าวอาหรับ สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย สถานการณ์นี้สมควรได้รับการติดตาม เนื่องจากหากมีการปิดน่านฟ้าในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ อาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนเส้นทางการบิน ความล่าช้า หรือการยกเลิกเที่ยวบินสำหรับสายการบินระหว่างประเทศที่ให้บริการระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง

ในขั้นตอนนี้ การพัฒนาเหล่านี้ยังคงเป็นการคาดการณ์ ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการห้ามบินหรือการปิดน่านฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินพาณิชย์เข้าหรือออกจากประเทศไทย นักเดินทางควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากสายการบินของตนและหน่วยงานการบินอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตารางบินหรือโปรโตคอลความปลอดภัยในภูมิภาคที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 23:36 UTC

กทพ. ประกาศปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวบนทางพิเศษบูรพาวิถี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทพ. ประกาศปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวบนทางพิเศษบูรพาวิถี

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะดำเนินการปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวบนทางพิเศษบูรพาวิถีในวันที่ 24-25 กันยายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกในการก่อสร้างทางหลวง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทพ. ประกาศปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวบนทางพิเศษบูรพาวิถี

แหล่งข่าวเดียว
กทพ. ประกาศปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวบนทางพิเศษบูรพาวิถี

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะดำเนินการปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวบนทางพิเศษบูรพาวิถีในวันที่ 24-25 กันยายน 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกในการก่อสร้างทางหลวง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวบนทางพิเศษบูรพาวิถี ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ มาตรการดังกล่าวมีกำหนดการในช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 และ 25 กันยายน 2569 โดยเฉพาะในช่วงเวลา 00.01 น. ถึง 03.00 น.

การปิดเบี่ยงจราจรนี้จะส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของรถบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางบางวัว ด่านบางปะกง 2 และด่านชลบุรี การปรับเปลี่ยนนี้มีความจำเป็นเพื่อรองรับการดำเนินงานก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 34 ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมทางหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้เดินทาง ตารางเวลานี้หมายความว่าผู้ที่วางแผนจะใช้เส้นทางดังกล่าวในช่วงเวลาดึกที่ระบุไว้ควรเตรียมพร้อมสำหรับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น หรือจำเป็นต้องปฏิบัติตามช่องทางจราจรที่ถูกเบี่ยงออกไป ขอแนะนำให้วางแผนการเดินทางล่วงหน้าหรือหาเส้นทางสำรองหากเป็นไปได้ในช่วงเวลาสามชั่วโมงดังกล่าว

แม้ว่าตารางการก่อสร้างจะถูกกำหนดไว้แล้ว แต่ผู้ขับขี่ควรคอยสังเกตป้ายจราจรอย่างเป็นทางการและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ในขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ากิจกรรมการก่อสร้างเหล่านี้จะขยายเวลาออกไปเกินกว่าวันที่ระบุไว้ แต่ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทพ. เพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้ายหรือข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:06 UTC

ทางหลวงพิเศษ M82 ได้รับความนิยมสูง ช่วยลดการจราจรบนถนนพระราม 2
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ทางหลวงพิเศษ M82 ได้รับความนิยมสูง ช่วยลดการจราจรบนถนนพระราม 2

กรมทางหลวงรายงานว่าทางหลวงพิเศษ M82 มีปริมาณรถใช้บริการเฉลี่ยเกือบ 30,000 คันต่อวัน ซึ่งช่วยลดความแออัดของการจราจรบนถนนพระราม 2 ได้มากกว่า 20%

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ทางหลวงพิเศษ M82 ได้รับความนิยมสูง ช่วยลดการจราจรบนถนนพระราม 2

แหล่งข่าวเดียว
ทางหลวงพิเศษ M82 ได้รับความนิยมสูง ช่วยลดการจราจรบนถนนพระราม 2

กรมทางหลวงรายงานว่าทางหลวงพิเศษ M82 มีปริมาณรถใช้บริการเฉลี่ยเกือบ 30,000 คันต่อวัน ซึ่งช่วยลดความแออัดของการจราจรบนถนนพระราม 2 ได้มากกว่า 20%

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมทางหลวงได้เปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) โดยเส้นทางยกระดับนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยปริมาณการจราจรเฉลี่ยประมาณ 30,000 คันต่อวัน

เจ้าหน้าที่จากสำนักอำนวยความปลอดภัยระบุว่า การใช้งานเส้นทางดังกล่าวช่วยแบ่งเบาปริมาณรถจากถนนพระราม 2 สายหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การจราจรติดขัดลดลงกว่า 20% สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้เดินทางที่สัญจรระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคใต้อยู่เป็นประจำ เส้นทางนี้ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเส้นทางพระราม 2 ที่มักประสบปัญหาการจราจรหนาแน่น

แม้ตัวเลขเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของทางหลวงพิเศษในการช่วยให้การจราจรคล่องตัวขึ้น แต่ผลกระทบในระยะยาวต่อเวลาการเดินทางโดยรวมในภูมิภาคยังคงต้องมีการประเมินอย่างต่อเนื่องตามรูปแบบการจราจรที่เปลี่ยนแปลงไป ผู้เดินทางควรติดตามสถานการณ์การจราจรแบบเรียลไทม์ เนื่องจากประสิทธิภาพของ M82 อาจมีความผันผวนตามช่วงเวลาเร่งด่วนและความต้องการในช่วงเทศกาล ทั้งนี้ กรมทางหลวงยังคงติดตามปริมาณการจราจรอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:07 UTC

น้ำป่าไหลหลากกระทบการจราจรในนครราชสีมาหลังฝนตกหนักที่เขาใหญ่
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

น้ำป่าไหลหลากกระทบการจราจรในนครราชสีมาหลังฝนตกหนักที่เขาใหญ่

ฝนที่ตกหนักในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้สะพานหมูสีและถนนโดยรอบถูกน้ำท่วมขัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

น้ำป่าไหลหลากกระทบการจราจรในนครราชสีมาหลังฝนตกหนักที่เขาใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากกระทบการจราจรในนครราชสีมาหลังฝนตกหนักที่เขาใหญ่

ฝนที่ตกหนักในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้สะพานหมูสีและถนนโดยรอบถูกน้ำท่วมขัง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 สภาพอากาศที่รุนแรงได้ส่งผลกระทบต่อจังหวัดนครราชสีมา โดยฝนที่ตกหนักจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำตะคอง ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมสะพานหมูสีและถนนในพื้นที่บางส่วน ทำให้การจราจรในภูมิภาคได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่โครงสร้างพื้นฐานอาจถูกน้ำท่วมฉับพลันในช่วงฤดูมรสุม ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านพื้นที่เขาใหญ่หรือหมูสีควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากสภาพถนนอาจเป็นอันตรายหรือสัญจรไม่ได้เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น ขอแนะนำให้ติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศและข้อมูลการจราจรจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนออกเดินทางในบริเวณดังกล่าว

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันถึงความเสียหายทั้งหมดของโครงสร้างสะพานและระยะเวลาในการปิดถนน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในลำตะคองเพื่อประเมินความปลอดภัยในการกลับมาเปิดการจราจรอีกครั้ง นักท่องเที่ยวควรพิจารณาใช้เส้นทางอื่นหากจำเป็น และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเมื่อเดินทางในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 09:20 UTC

ปริมาณรถใช้มอเตอร์เวย์ M82 ช่วง ‘เอกชัย–บ้านแพ้ว’ พุ่งแตะ 3 หมื่นคันต่อวัน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ปริมาณรถใช้มอเตอร์เวย์ M82 ช่วง ‘เอกชัย–บ้านแพ้ว’ พุ่งแตะ 3 หมื่นคันต่อวัน

กรมทางหลวงรายงานว่ามอเตอร์เวย์ M82 ช่วงเอกชัย–บ้านแพ้ว มีปริมาณรถใช้งานสูงถึง 30,000 คันต่อวัน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ปริมาณรถใช้มอเตอร์เวย์ M82 ช่วง ‘เอกชัย–บ้านแพ้ว’ พุ่งแตะ 3 หมื่นคันต่อวัน

แหล่งข่าวเดียว
ปริมาณรถใช้มอเตอร์เวย์ M82 ช่วง ‘เอกชัย–บ้านแพ้ว’ พุ่งแตะ 3 หมื่นคันต่อวัน

กรมทางหลวงรายงานว่ามอเตอร์เวย์ M82 ช่วงเอกชัย–บ้านแพ้ว มีปริมาณรถใช้งานสูงถึง 30,000 คันต่อวัน

ตามรายงานจาก Thai Post กรมทางหลวงได้เปิดเผยข้อมูลปริมาณการจราจรล่าสุดบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข M82 โดยเฉพาะช่วงที่เชื่อมต่อระหว่างเอกชัยและบ้านแพ้ว ตัวเลขระบุว่ามีปริมาณการใช้งานรายวันเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 30,000 คัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรในพื้นที่ การเพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่เพิ่มขึ้นต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานนี้ในการอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคตะวันตก มอเตอร์เวย์ M82 ถูกออกแบบมาเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนสายหลักที่มีอยู่เดิม และปริมาณการใช้งานในปัจจุบันบ่งชี้ว่าเส้นทางนี้กำลังกลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับการเดินทางในแต่ละวัน

สำหรับนักเดินทาง ปริมาณรถที่สูงนี้อาจบ่งชี้ว่าแม้ว่ามอเตอร์เวย์จะช่วยให้การเดินทางตรงไปตรงมามากขึ้น แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนอาจยังคงมีความหนาแน่นสูง ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์เมื่อวางแผนการเดินทางผ่านเส้นทางนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น

ในขณะนี้ กรมทางหลวงยังไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับแผนการขยายโครงการในอนาคตหรือมาตรการเพิ่มเติมในการจัดการปริมาณการจราจรนี้ นอกจากนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าตัวเลขเหล่านี้เปรียบเทียบอย่างไรกับประมาณการความจุเริ่มต้นที่ตั้งไว้ในช่วงวางแผนโครงการ ผู้ขับขี่ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับการบำรุงรักษาหรือการปรับเปลี่ยนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 08:22 UTC

กทม. เร่งโอนทรัพย์สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีทองให้ รฟม.
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทม. เร่งโอนทรัพย์สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีทองให้ รฟม.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมการโอนระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทม. เร่งโอนทรัพย์สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีทองให้ รฟม.

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เร่งโอนทรัพย์สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีทองให้ รฟม.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมการโอนระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังอยู่ในระหว่างการสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับการโอนย้ายระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การเปลี่ยนแปลงทางบริหารนี้ครอบคลุมถึงการตรวจสอบและส่งมอบทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เดินทางในกรุงเทพฯ เป็นประจำ การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารจัดการเส้นทางคมนาคมที่สำคัญที่สุดสองสายของเมือง โดยสายสีเขียวถือเป็นเส้นทางหลักสำหรับผู้เดินทาง ในขณะที่สายสีทองช่วยเชื่อมต่อที่สำคัญไปยังศูนย์กลางธุรกิจต่างๆ การรวมเส้นทางเหล่านี้ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการกำกับดูแล

ในขั้นตอนนี้ กทม. ได้รับมอบหมายให้เร่งกระบวนการจัดทำเอกสารเพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินทางการเงินและทรัพย์สินทางกายภาพทั้งหมดได้รับการบันทึกอย่างถูกต้องก่อนที่การโอนย้ายจะเสร็จสมบูรณ์ แม้ว่าการดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการในระยะยาว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างค่าโดยสาร ความต่อเนื่องของการให้บริการ หรือตารางเวลาการเดินรถนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. หรือ รฟม. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 07:21 UTC

ไรเดอร์ร้องเรียนเหตุการณ์หัวร้อนบนท้องถนน อ้างคู่กรณีเป็นตำรวจในพื้นที่ปากช่อง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไรเดอร์ร้องเรียนเหตุการณ์หัวร้อนบนท้องถนน อ้างคู่กรณีเป็นตำรวจในพื้นที่ปากช่อง

ไรเดอร์ส่งของร้องเรียนเหตุการณ์หัวร้อนบนท้องถนนในจังหวัดนครราชสีมา โดยระบุว่าคนขับรถกระบะเร่งเครื่องพ่นควันดำใส่และอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไรเดอร์ร้องเรียนเหตุการณ์หัวร้อนบนท้องถนน อ้างคู่กรณีเป็นตำรวจในพื้นที่ปากช่อง

แหล่งข่าวเดียว
ไรเดอร์ร้องเรียนเหตุการณ์หัวร้อนบนท้องถนน อ้างคู่กรณีเป็นตำรวจในพื้นที่ปากช่อง

ไรเดอร์ส่งของร้องเรียนเหตุการณ์หัวร้อนบนท้องถนนในจังหวัดนครราชสีมา โดยระบุว่าคนขับรถกระบะเร่งเครื่องพ่นควันดำใส่และอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ไรเดอร์ส่งของรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดียเพื่อร้องเรียนเหตุการณ์หัวร้อนบนท้องถนนในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยระบุว่ามีรถกระบะอีซูซุสีขาว 4 ประตู เร่งเครื่องอย่างกะทันหันบริเวณแยกหอสมุด ส่งผลให้เกิดควันดำพุ่งออกมาใส่ไรเดอร์ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมา

เมื่อไรเดอร์พยายามติดตามไปสอบถามถึงสาเหตุของการกระทำดังกล่าว คู่กรณีกลับแสดงท่าทีไม่พอใจและอ้างว่าตนเองมียศเป็นพันตำรวจโท พร้อมระบุว่าหากมีปัญหาให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ คลิปดังกล่าวได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ทั้งในประเด็นพฤติกรรมการเร่งเครื่องจนเกิดควันดำที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน และการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อข่มขู่ผู้อื่น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับมารยาทบนท้องถนนและพฤติกรรมก้าวร้าวที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าบุคคลดังกล่าวเป็นข้าราชการตำรวจจริงหรือไม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบสถานะของบุคคลที่ปรากฏในคลิป โดยยังไม่มีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะของบุคคลดังกล่าวหรือการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 07:05 UTC

การท่าเรือแห่งประเทศไทยคว้า 2 รางวัลด้านการติดตามตรวจสอบ EIA
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การท่าเรือแห่งประเทศไทยคว้า 2 รางวัลด้านการติดตามตรวจสอบ EIA

การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับรางวัลด้านการติดตามตรวจสอบ EIA อันทรงเกียรติ 2 รางวัล สำหรับการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนและท่าเรือระนอง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การท่าเรือแห่งประเทศไทยคว้า 2 รางวัลด้านการติดตามตรวจสอบ EIA

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือแห่งประเทศไทยคว้า 2 รางวัลด้านการติดตามตรวจสอบ EIA

การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับรางวัลด้านการติดตามตรวจสอบ EIA อันทรงเกียรติ 2 รางวัล สำหรับการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนและท่าเรือระนอง

ตามรายงานจาก Thai Post การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้รับรางวัล 'EIA Monitoring Awards 2026' เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน โดยรางวัลนี้เป็นการยกย่องมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน จ.เชียงราย และท่าเรือพาณิชย์ระนอง

รางวัลดังกล่าวจะมอบให้กับองค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศในการปฏิบัติตามระเบียบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การรักษามาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้ กทท. มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานของท่าเรือจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบน้อยที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การได้รับรางวัลนี้ถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงการกำกับดูแลการดำเนินงานในศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญเหล่านี้ แม้ว่ารางวัลจะเน้นไปที่การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความสำคัญต่อความยั่งยืนในระยะยาวของเส้นทางการค้าในภูมิภาคและสุขภาพของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ใกล้เคียงท่าเรือ

ในขณะนี้ กทท. ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวชี้วัดเฉพาะที่ใช้ในการประเมินสถานะ 'ดีเด่น' ของท่าเรือเหล่านี้ นอกเหนือไปจากการปฏิบัติตามแนวทางของ EIA ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคตหรือการขยายตัวที่อาจเกิดขึ้นในสถานที่เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 06:03 UTC

เกิดอุบัติเหตุรถรับส่งคนงานพลิกคว่ำในชลบุรี บาดเจ็บ 11 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เกิดอุบัติเหตุรถรับส่งคนงานพลิกคว่ำในชลบุรี บาดเจ็บ 11 ราย

รถบรรทุก 6 ล้อรับส่งคนงานพลิกคว่ำบนถนนสาย 36 ในจังหวัดชลบุรี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เกิดอุบัติเหตุรถรับส่งคนงานพลิกคว่ำในชลบุรี บาดเจ็บ 11 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดอุบัติเหตุรถรับส่งคนงานพลิกคว่ำในชลบุรี บาดเจ็บ 11 ราย

รถบรรทุก 6 ล้อรับส่งคนงานพลิกคว่ำบนถนนสาย 36 ในจังหวัดชลบุรี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งรุนแรงในเขตบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยเป็นรถบรรทุก 6 ล้อที่ใช้สำหรับรับส่งคนงานพลิกคว่ำ ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนสาย 36 ฝั่งขาเข้า ใกล้หลักกิโลเมตรที่ 3+600 ในตำบลหนองปลาไหล บนเส้นทางกระทิงลาย-ระยอง มุ่งหน้าสู่พัทยา

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในที่เกิดเหตุ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 11 ราย ซึ่งมีรายงานว่าบางรายมีอาการสาหัส อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้การจราจรในพื้นที่ติดขัดชั่วคราวในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดการพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและพัทยา เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่บนถนนสายหลัก แม้ว่าสถานการณ์ในที่เกิดเหตุจะได้รับการดูแลแล้ว แต่ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของการพลิกคว่ำหรือสถานะปัจจุบันของผู้ได้รับบาดเจ็บ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังในการสัญจรบนถนนสาย 36 เนื่องจากสภาพถนนและรูปแบบการจราจรอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนอุบัติเหตุในขณะที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดำเนินการประเมินสถานการณ์ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:55 UTC

การดำเนินงานสนามบินในสหรัฐฯ ปั่นป่วนจากเหตุสายเคเบิลขาด
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การดำเนินงานสนามบินในสหรัฐฯ ปั่นป่วนจากเหตุสายเคเบิลขาด

เที่ยวบินหลายพันเที่ยวทั่วสหรัฐอเมริกาประสบความล่าช้า หลังจากคนงานตัดสายเคเบิลควบคุมการบินที่สำคัญโดยไม่ตั้งใจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การดำเนินงานสนามบินในสหรัฐฯ ปั่นป่วนจากเหตุสายเคเบิลขาด

แหล่งข่าวเดียว
การดำเนินงานสนามบินในสหรัฐฯ ปั่นป่วนจากเหตุสายเคเบิลขาด

เที่ยวบินหลายพันเที่ยวทั่วสหรัฐอเมริกาประสบความล่าช้า หลังจากคนงานตัดสายเคเบิลควบคุมการบินที่สำคัญโดยไม่ตั้งใจ

ตามรายงานของ Matichon Online การเดินทางทางอากาศทั่วสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาหยุดชะงักครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 โดยมีเที่ยวบินหลายพันเที่ยวต้องล่าช้าหลังจากเกิดเหตุคนงานตัดสายเคเบิลที่จำเป็นต่อระบบควบคุมการบินโดยไม่ตั้งใจ

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญภายในเครือข่ายการบินระดับชาติ ความล้มเหลวทางเทคนิคเช่นนี้อาจนำไปสู่ความล่าช้าที่ต่อเนื่องเป็นวงกว้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ผู้โดยสารที่วางแผนจะเดินทางไปหรือภายในสหรัฐอเมริกาควรติดตามการอัปเดตสถานะจากสายการบินของตนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลกระทบจากระบบขัดข้องดังกล่าวอาจคงอยู่เป็นเวลานานหลังจากดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นเสร็จสิ้น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่าจะระบุสาเหตุได้ว่าเกิดจากการตัดสายเคเบิลโดยไม่ตั้งใจของคนงาน แต่ทางการยังไม่ได้ให้กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการกลับมาดำเนินงานตามปกติอย่างเต็มรูปแบบ หรือการประเมินผลกระทบระยะยาวต่อตารางการบินอย่างละเอียด นอกจากนี้ สถานที่เกิดเหตุที่แน่ชัดและลักษณะของระบบควบคุมที่ได้รับผลกระทบยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน นักเดินทางควรติดต่อกับสายการบินของตนเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับแผนการเดินทางของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:22 UTC

กทม. ไฟเขียวปรับโฉมสกายวอล์กชิดลม-ราชประสงค์ พร้อมเดินหน้าตั๋วร่วมปี 70
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทม. ไฟเขียวปรับโฉมสกายวอล์กชิดลม-ราชประสงค์ พร้อมเดินหน้าตั๋วร่วมปี 70

กรุงเทพมหานครอนุมัติโครงการปรับปรุงสกายวอล์กเชื่อม BTS ชิดลม-ราชประสงค์ และกำหนดเป้าหมายการใช้ระบบตั๋วร่วม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทม. ไฟเขียวปรับโฉมสกายวอล์กชิดลม-ราชประสงค์ พร้อมเดินหน้าตั๋วร่วมปี 70

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ไฟเขียวปรับโฉมสกายวอล์กชิดลม-ราชประสงค์ พร้อมเดินหน้าตั๋วร่วมปี 70

กรุงเทพมหานครอนุมัติโครงการปรับปรุงสกายวอล์กเชื่อม BTS ชิดลม-ราชประสงค์ และกำหนดเป้าหมายการใช้ระบบตั๋วร่วม

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้อนุมัติโครงการปรับปรุงสกายวอล์กที่เชื่อมต่อสถานี BTS ชิดลม เข้ากับย่านราชประสงค์อย่างเป็นทางการ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าการปรับปรุงจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้สัญจร โดยเฉพาะการติดตั้งพื้นกันลื่นและระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การปรับปรุงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการเดินที่ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้นในย่านธุรกิจที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ กทม. ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้ทันสมัย

นอกเหนือจากการปรับปรุงทางกายภาพแล้ว กทม. กำลังเร่งดำเนินการโอนย้ายทรัพย์สินและหนี้สินของรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเดินหน้าสู่ระบบตั๋วร่วม โดยมีกำหนดการเปิดใช้งานในวันที่ 1 มกราคม 2570

แม้ว่า กทม. จะอนุมัติการปรับปรุงสกายวอล์กแล้ว แต่ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มต้นและสิ้นสุดการก่อสร้าง นอกจากนี้ ความสำเร็จในการบูรณาการระบบตั๋วร่วมยังคงต้องรอให้กระบวนการโอนย้ายทรัพย์สินระหว่าง กทม. และ รฟม. ดำเนินการให้แล้วเสร็จเสียก่อน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 04:05 UTC

อุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำหลังฝนตกหนักในไทย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำหลังฝนตกหนักในไทย

รถบรรทุก 6 ล้อบรรทุกลองกองเสียหลักพลิกคว่ำบนถนนลื่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำหลังฝนตกหนักในไทย

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถบรรทุกพลิกคว่ำหลังฝนตกหนักในไทย

รถบรรทุก 6 ล้อบรรทุกลองกองเสียหลักพลิกคว่ำบนถนนลื่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 1 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้องกับรถบรรทุก 6 ล้อที่กำลังขนส่งผลลองกอง เหตุการณ์เกิดขึ้นบนถนนที่ลื่นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้คนขับสูญเสียการควบคุมรถและพลิกคว่ำในที่สุด

เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มาถึงที่เกิดเหตุพบว่าภรรยาของคนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการขับขี่ในช่วงฤดูฝน สภาพถนนที่เปียกชื้นจะลดการยึดเกาะของยางรถยนต์อย่างมาก ทำให้การเหินน้ำเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอุบัติเหตุ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลดความเร็ว และรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยเมื่อเดินทางในช่วงหรือหลังฝนตกหนัก

แม้ว่าสาเหตุเบื้องต้นของอุบัติเหตุจะถูกระบุว่าเกิดจากสภาพถนนที่ลื่น แต่หน่วยงานท้องถิ่นยังไม่ได้เผยแพร่รายงานทางนิติวิทยาศาสตร์ฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของความบกพร่องทางกลไกหรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นักท่องเที่ยวควรติดตามคำเตือนสภาพอากาศและสภาพถนนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพายุตามฤดูกาลอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการขับขี่ทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 02:40 UTC

กองทัพอากาศจัดเที่ยวบินเกียรติยศอำลาตำแหน่งนายทหารชั้นผู้ใหญ่
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กองทัพอากาศจัดเที่ยวบินเกียรติยศอำลาตำแหน่งนายทหารชั้นผู้ใหญ่

กองทัพอากาศไทยจัด 'เที่ยวบินเกียรติยศ' ให้แก่ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ซึ่งมีกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กองทัพอากาศจัดเที่ยวบินเกียรติยศอำลาตำแหน่งนายทหารชั้นผู้ใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพอากาศจัดเที่ยวบินเกียรติยศอำลาตำแหน่งนายทหารชั้นผู้ใหญ่

กองทัพอากาศไทยจัด 'เที่ยวบินเกียรติยศ' ให้แก่ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ซึ่งมีกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กองทัพอากาศไทยได้จัด 'เที่ยวบินเกียรติยศ' พิเศษขึ้นที่กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นเกียรติแก่ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี เนื่องในโอกาสที่จะเกษียณอายุราชการ โดย พล.อ.อ.ประภาส หรือนามเรียกขาน 'Borax' ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC)

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด 'Once Lightning, Always Lightning' โดยมีฝูงบิน 103 นำเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นบินร่วมในภารกิจ ทั้งนี้ พล.อ.อ.ระวิน ถนอมสิงห์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ ได้เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจเพื่อเป็นเกียรติแก่ พล.อ.อ.ประภาส ซึ่งมีเส้นทางการบินที่ยาวนานผ่านการขับเครื่องบิน T-33A, F-5 และ F-16 มาแล้ว โดย พล.อ.อ.ประภาส มีกำหนดอำลาชีวิตราชการอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน 2569

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เที่ยวบินในลักษณะนี้ถือเป็นกิจกรรมทางทหารตามวาระปกติ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศของพลเรือนหรือความปลอดภัยสาธารณะ กิจกรรมนี้เป็นเพียงการให้เกียรติภายในกองทัพเท่านั้น แม้ว่าจะมีการยืนยันวันเกษียณอายุแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่อหรือการเปลี่ยนแปลงในศูนย์ JIC กองทัพอากาศยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ และไม่คาดว่าจะเกิดผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานหรือบริการสาธารณะในพื้นที่จากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 01:46 UTC

กทม. ประกาศปิดซ่อมสะพานข้ามแยกประชานุกูลช่วงกลางคืน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทม. ประกาศปิดซ่อมสะพานข้ามแยกประชานุกูลช่วงกลางคืน

กรุงเทพมหานครจะปิดสะพานข้ามแยกประชานุกูลเพื่อซ่อมบำรุงในช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 ถึงเดือนเมษายน 2570

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทม. ประกาศปิดซ่อมสะพานข้ามแยกประชานุกูลช่วงกลางคืน

แหล่งข่าวเดียว
กทม. ประกาศปิดซ่อมสะพานข้ามแยกประชานุกูลช่วงกลางคืน

กรุงเทพมหานครจะปิดสะพานข้ามแยกประชานุกูลเพื่อซ่อมบำรุงในช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 ถึงเดือนเมษายน 2570

ตามรายงานจาก Matichon Online กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้กำหนดแผนงานซ่อมบำรุงสะพานข้ามแยกประชานุกูล โดยจะเริ่มปิดการจราจรบนสะพานในช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นต้นไป และคาดว่าจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงเดือนเมษายน 2570

สำหรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การปิดสะพานดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการสัญจรในช่วงกลางคืนและการขนส่ง ผู้ที่ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำในช่วงเวลาดังกล่าวควรวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า หรือพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ก่อสร้าง แม้ว่าทาง กทม. จะได้แจ้งกรอบเวลาทั่วไปสำหรับการปิดสะพานในเวลากลางคืนแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเส้นทางเบี่ยงหรือการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัยยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับทราบข้อมูลการปรับเปลี่ยนตารางเวลาโครงการหรือแผนการจัดการจราจรในระหว่างที่การดำเนินงานยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ถนนในบุรีรัมย์ชำรุดหนัก ทำรถยนต์ยางแตกแล้วกว่า 30 คัน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ถนนในบุรีรัมย์ชำรุดหนัก ทำรถยนต์ยางแตกแล้วกว่า 30 คัน

ถนนช่วงหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์เกิดหลุมลึกส่งผลให้รถยนต์กว่า 30 คันได้รับความเสียหายที่ยางและล้อ ทำให้มีการแจ้งเตือนภัยในพื้นที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ถนนในบุรีรัมย์ชำรุดหนัก ทำรถยนต์ยางแตกแล้วกว่า 30 คัน

แหล่งข่าวเดียว
ถนนในบุรีรัมย์ชำรุดหนัก ทำรถยนต์ยางแตกแล้วกว่า 30 คัน

ถนนช่วงหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์เกิดหลุมลึกส่งผลให้รถยนต์กว่า 30 คันได้รับความเสียหายที่ยางและล้อ ทำให้มีการแจ้งเตือนภัยในพื้นที่

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ถนนสายละหานทราย-เฉลิมพระเกียรติ หมู่ 20 ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้กลายเป็นจุดอันตรายสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอเตือนภัยหลังจากรถตู้ของเธอได้รับความเสียหายจากหลุมขนาดใหญ่ที่มีน้ำขังบนถนนระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร

รายงานระบุว่ามีรถยนต์กว่า 30 คันได้รับความเสียหายที่ยางและล้อแม็กขณะขับผ่านบริเวณดังกล่าว แม้ว่าคนในพื้นที่จะทราบสภาพถนนและสามารถหลบหลีกได้ แต่ผู้ขับขี่จากนอกพื้นที่จำนวนมากกลับไม่ทันระวังตัว ผู้ขับขี่บางรายต้องเปลี่ยนยางอะไหล่ด้วยตนเอง ในขณะที่บางรายต้องเรียกช่างมาช่วยเหลือ ส่งผลให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม

แม้ว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะเคยเข้ามาซ่อมแซมแล้ว แต่สภาพถนนก็กลับมาชำรุดอีกในเวลาไม่นาน สถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยมีความกังวลว่าการที่หลุมมีน้ำขังทำให้มองเห็นได้ยากอาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่รุนแรงกว่าเดิมได้ ผู้ที่สัญจรผ่านอำเภอละหานทรายควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องว่าจะมีการดำเนินการซ่อมแซมอย่างถาวรเมื่อใด เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงแข็งแรงของถนนช่วงดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 14:16 UTC