ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’ ✦
ความปลอดภัย อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
การท่องเที่ยว ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026 ✦
การท่องเที่ยว ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา ✦
เศรษฐกิจ กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ✦
ความปลอดภัย พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group ✦
เศรษฐกิจ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ✦
เศรษฐกิจ

‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

แหล่งข่าวเดียว
‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

ทิพยประกันภัยได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์'

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์' รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโซลูชันด้านประกันภัยที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปและความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคยุคใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การได้รับรางวัลนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่ตลาดประกันภัยยังคงปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการขับขี่ใหม่ๆ และความต้องการในยุคดิจิทัล รางวัลดังกล่าวถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่มุ่งไปสู่รูปแบบประกันภัยที่ยืดหยุ่นและอิงตามการใช้งานจริงมากขึ้น

แม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นการยืนยันถึงการตอบรับของตลาดและปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้ถือเป็นการรับรองเงื่อนไขกรมธรรม์เฉพาะเจาะจงหรือความเหมาะสมของความคุ้มครองสำหรับผู้ขับขี่แต่ละราย ผู้ที่สนใจควรทราบว่ารางวัลนี้สะท้อนถึงแนวทางทั่วไปของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การรับประกันประสิทธิภาพการบริการในกรณีการเคลมเฉพาะเจาะจง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนด เงื่อนไข และความเหมาะสมสำหรับกรมธรรม์ 'TIP อัพทูไมล์' ควรตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของทิพยประกันภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

รถกระบะที่บรรทุกตายายและหลานชนเข้ากับรถสไลด์ใกล้จุดกลับรถนวนคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงในช่วงที่มีฝนตกหนักใกล้จุดกลับรถนวนคร รถกระบะซึ่งมีผู้โดยสารเป็นตายายและหลานได้เสียหลักชนเข้ากับรถสไลด์ แรงปะทะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญของการขับขี่ในช่วงฝนตกหนัก ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนลงอย่างมาก นวนครเป็นเส้นทางอุตสาหกรรมและการจราจรที่หนาแน่น และจุดกลับรถมักถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลดความเร็ว และเว้นระยะห่างให้มากขึ้นเมื่อขับขี่ผ่านเส้นทางเหล่านี้ในช่วงที่มีพายุ

แม้ว่าจะมีการรายงานรายละเอียดเบื้องต้นของการชนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตัวผู้เสียชีวิตหรือสาเหตุอย่างเป็นทางการที่ทำให้รถเสียหลัก ขณะนี้การสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามรายงานสภาพการจราจรและพยากรณ์อากาศในพื้นที่ก่อนออกเดินทางผ่านภูมิภาคนี้เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

การท่องเที่ยว

ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

แหล่งข่าวเดียว
ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมแก่ผู้เข้าชมชาวญี่ปุ่นในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังเข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2026 โดยส่งเสริมประเทศไทยภายใต้แนวคิด 'Healing is the New Luxury' (การเยียวยาคือความหรูหราใหม่) ตามรายงานจากข่าว ททท. ระบุว่าโครงการนี้มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ โดยเน้นย้ำถึงข้อเสนอเชิงสุขภาพ ความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดื่มด่ำในประเทศไทย

แคมเปญนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการกลับมาท่องเที่ยวซ้ำและเพิ่มระยะเวลาการพำนักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เป้าหมายสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้กว้างขวางขึ้นโดยส่งเสริมการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางรองทั่วประเทศไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ ททท. กำลังสร้างความร่วมมือกับสายการบินและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในตลาดญี่ปุ่นอย่างแข็งขัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงและเน้นด้านสุขภาพ แม้ว่าแคมเปญนี้จะมุ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับจังหวัดที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเส้นทางบินใหม่หรือแพ็คเกจสุขภาพสุดพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือทางการค้านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ททท. ยังคงวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์การพักผ่อนที่ฟื้นฟูร่างกายและเต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Tourism Authority of Thailand Newsroom
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:55 UTC

การท่องเที่ยว

ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ได้รับการยืนยัน
ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ภูเก็ตครองอันดับ 1 ในฐานะจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาชื่นชอบมากที่สุด ตามข้อมูลล่าสุดที่รัฐบาลไทยเปิดเผย

ภูเก็ตได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา ตามรายงานจาก Thai Post โดยอ้างคำกล่าวของนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 'Air Canada Vacations Toronto' ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การยอมรับนี้เน้นย้ำถึงเสน่ห์ที่ยั่งยืนของภูเก็ตในตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านการท่องเที่ยวบนเกาะ รัฐบาลแสดงความพึงพอใจต่อการจัดอันดับดังกล่าว โดยมองว่าเป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกถึงสถานะการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทย

แม้ว่าการจัดอันดับนี้จะสะท้อนถึงความชอบของผู้ที่ได้รับการสำรวจในงานที่โตรอนโต แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความรู้สึกนี้จะส่งผลต่อแนวโน้มการจองหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายสำหรับช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้อย่างไร นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้ภูเก็ตจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูง แต่รางวัลนี้อ้างอิงจากความรู้สึกของผู้บริโภคในงานส่งเสริมการขายเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่สถิติการเดินทางเข้าประเทศประจำปีที่ครอบคลุม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะที่ใช้ในกระบวนการลงคะแนนเสียงในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

เศรษฐกิจ

กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

แหล่งข่าวเดียว
กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประกาศยอดขายที่ดิน 6,000 ไร่ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พร้อมเน้นย้ำความคืบหน้าของโครงการ Smart Park และมาบตาพุด เฟส 3

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 โดยมียอดขายที่ดินรวม 6,000 ไร่ ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่า กนอ. กำลังใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค

ความคืบหน้าสำคัญรวมถึงโครงการมาบตาพุด เฟส 3 ที่ยังคงดำเนินไปตามแผนงาน นอกจากนี้ กนอ. ยังเดินหน้าส่งเสริมโครงการ 'Smart Park' ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบสีเขียวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการดำเนินงานแบบคาร์บอนต่ำและรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนาเหล่านี้บ่งชี้ถึงการขยายตัวทางอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องและการมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในพื้นที่ภาคตะวันออก การเติบโตของยอดขายที่ดินชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการจ้างงานในท้องถิ่นและการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาค แม้ว่า กนอ. จะยืนยันตัวเลขและสถานะของโครงการเหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของ Smart Park ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่โครงการมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

กฎระเบียบใหม่ระบุว่าผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการชดเชยการผลิตได้ แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตจะต้องเผชิญกับบทลงโทษก็ตาม

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติใหม่เกี่ยวกับเงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยภายใต้กฎเกณฑ์นี้ ผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้โครงการส่งเสริมของรัฐบาลจะไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากบริษัทผู้ผลิตไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันในการชดเชยการผลิตได้

นโยบายนี้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะไม่ต้องรับผิดชอบทางการเงินต่อความบกพร่องของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดสำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้อง หากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตที่กำหนดไว้ จะต้องถูกเรียกคืนเงินอุดหนุนพร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ให้แก่รัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การชี้แจงนี้ช่วยสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเสถียรภาพของสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างรัฐและบริษัทรถยนต์ แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดพารามิเตอร์ที่ชัดเจนสำหรับการเรียกคืนเงินและบทลงโทษแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูว่ากฎเหล่านี้จะถูกบังคับใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อราคาหรือความพร้อมจำหน่ายของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทยหรือไม่ ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักและลมแรงตลอดทั้งคืนส่งผลให้เรือหลายลำในพัทยาได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงประกาศชักธงแดงห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เมืองพัทยาเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงตลอดทั้งคืน ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องและลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล ทำให้เรือหลายลำที่จอดอยู่ในพื้นที่ได้รับความเสียหาย

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เป็นอันตราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ประกาศชักธงแดงตลอดแนวชายฝั่ง สัญญาณนี้ถือเป็นการห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสภาพทะเลในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยทางทะเล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางทางทะเลหรือล่องเรือควรเตรียมพร้อมรับมือกับการยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นและมีการยกเลิกประกาศธงแดงอย่างเป็นทางการ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางทะเลอย่างเคร่งครัด

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรือในพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการประเมิน แม้ว่าความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในน้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะอนุญาตให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางทะเลได้เมื่อใด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาพทะเลกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อนวางแผนกิจกรรมชายฝั่งทุกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

นายกรัฐมนตรีไทยได้พบปะกับกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐฯ ในเวทีที่จัดโดย Jefferies Group LLC เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนโอกาสทางเศรษฐกิจให้เป็นการเติบโตทางธุรกิจที่จับต้องได้

ตามรายงานจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าร่วมเวทีเสวนาที่จัดโดยบริษัทบริการทางการเงินระดับโลก Jefferies Group LLC เมื่อเร็วๆ นี้ โดยงานดังกล่าวเป็นเวทีให้นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยโดยตรงกับตัวแทนจากกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายหลักของการหารือคือการสำรวจกลยุทธ์ในการเปลี่ยนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันให้กลายเป็นการดำเนินธุรกิจที่จับต้องได้ รัฐบาลเน้นย้ำว่าความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยและปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชน การดึงความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งถือเป็นความหวังของรัฐบาลในการดึงดูดเงินทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงความพยายามเชิงรุกของรัฐบาลในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศผ่านการลงทุนจากต่างชาติ เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าภาคส่วนใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับการลงทุนเหล่านี้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับความร่วมมือทางธุรกิจเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะส่งผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้จริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ การเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

นายชาญชัยนำประสบการณ์กว่า 30 ปีในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาสู่บทบาทนี้ โดยบริษัทระบุว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงของตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย โดยเป็นผู้ดำเนินงานสถานที่สำคัญ เช่น เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และโรงแรมต่างๆ การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารระดับสูงมักเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนทิศทางองค์กร ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาหรือทิศทางการดำเนินงานของศูนย์การค้าที่เป็นที่นิยมเหล่านี้ในอนาคต

ในขณะนี้ บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโครงการใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานค้าปลีกที่มีอยู่ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนจะต้องรอประกาศเพิ่มเติมจากบริษัทเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้จะส่งผลต่อกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอนาคตของกลุ่มบริษัทอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:42 UTC

การรถไฟแห่งประเทศไทยหารือประเด็นการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การรถไฟแห่งประเทศไทยหารือประเด็นการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันว่าผู้ประกอบการเอกชนรายปัจจุบันจะยังคงบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาการจ้างงานต่ออีกหนึ่งปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทยหารือประเด็นการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟแห่งประเทศไทยหารือประเด็นการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันว่าผู้ประกอบการเอกชนรายปัจจุบันจะยังคงบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาการจ้างงานต่ออีกหนึ่งปี

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รวมถึงประธานบอร์ดและผู้ว่าการรถไฟฯ ได้เข้าหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ รฟท. ยืนยันว่าผู้ประกอบการเอกชนรายปัจจุบันได้ตกลงที่จะให้บริการแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 เพื่อให้มั่นใจว่าบริการจะดำเนินต่อไปได้หลังจากวันดังกล่าว รฟท. กำลังพิจารณาการต่อสัญญาจ้างผู้ประกอบการรายเดิมออกไปอีก 1 ปี ในราคาที่เสนอไว้เดือนละ 60 ล้านบาท ทั้งนี้ นายอนุทินได้กำชับให้ รฟท. ยึดถือตามกฎหมายและดูแลไม่ให้ภาครัฐเสียประโยชน์ในระหว่างการเจรจา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของบริการรถไฟสายสำคัญที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับสนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่าจะมีการยืนยันว่าผู้ประกอบการรายปัจจุบันจะยังคงให้บริการต่อไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม แต่รายละเอียดของสัญญาจ้าง 1 ปีที่เสนอและกลยุทธ์การบริหารจัดการระยะยาวสำหรับโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ขณะนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังรอการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการทำข้อตกลงการเดินรถชั่วคราวให้เป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:18 UTC

ไฟไหม้บ้านและร้านยางในระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไฟไหม้บ้านและร้านยางในระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

เหตุเพลิงไหม้ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 12 คัน รวมถึงรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไฟไหม้บ้านและร้านยางในระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านและร้านยางในระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

เหตุเพลิงไหม้ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 12 คัน รวมถึงรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน

เมื่อกลางดึกวันที่ 11 กันยายน 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านและร้านจำหน่ายยางรถยนต์ริมถนนสุขุมวิท ในตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าของบ้านซึ่งเป็นสามีภรรยาอายุประมาณ 70 และ 60 ปี เสียชีวิตภายในห้องน้ำ โดยลูกชายสามารถหนีออกมาได้ทัน

เพลิงได้ลุกลามจากตัวบ้านไปยังร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่อยู่ติดกัน ส่งผลให้รถยนต์ของลูกค้าและรถส่วนตัวได้รับความเสียหายรวม 12 คัน โดยในจำนวนนี้ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน 8 คัน และเสียหายบางส่วน 4 คัน นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายอีก 2 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดระยองได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยในอาคารที่ใช้ประโยชน์ทั้งเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นเพลิงและการละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยเมื่อการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 06:37 UTC

กทม. เร่งค้นหาจุดน้ำมันรั่วใกล้แนวรถไฟ ชัชชาติยันสถานการณ์ยังควบคุมได้
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทม. เร่งค้นหาจุดน้ำมันรั่วใกล้แนวรถไฟ ชัชชาติยันสถานการณ์ยังควบคุมได้

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งดำเนินการค้นหาจุดที่น้ำมันรั่วไหล โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าสถานการณ์ยังอยู่ในความดูแลและไม่มีอะไรน่าห่วง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทม. เร่งค้นหาจุดน้ำมันรั่วใกล้แนวรถไฟ ชัชชาติยันสถานการณ์ยังควบคุมได้

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เร่งค้นหาจุดน้ำมันรั่วใกล้แนวรถไฟ ชัชชาติยันสถานการณ์ยังควบคุมได้

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งดำเนินการค้นหาจุดที่น้ำมันรั่วไหล โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าสถานการณ์ยังอยู่ในความดูแลและไม่มีอะไรน่าห่วง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ดำเนินการขุดหน้าดินตลอดทั้งคืนเพื่อค้นหาจุดที่น้ำมันรั่วไหล แม้จะมีการระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน แต่ยังไม่พบจุดต้นตอของการรั่วไหลที่แน่ชัด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายพื้นที่การค้นหาไปยังแนวรถไฟเพื่อระบุตำแหน่งที่ชัดเจน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงความกังวลของประชาชนโดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่าห่วง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ปฏิบัติการนี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดหรือมีการจำกัดพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีการขุดเจาะในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการรักษาความปลอดภัย แม้ว่า กทม. จะกำลังจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่สาเหตุและตำแหน่งที่แน่ชัดของการรั่วไหลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมเมื่อการตรวจสอบขยายไปถึงแนวรถไฟ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 03:56 UTC

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเผชิญความล่าช้าและคำขอเพิ่มงบประมาณ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเผชิญความล่าช้าและคำขอเพิ่มงบประมาณ

การรถไฟแห่งประเทศไทยอนุมัติขยายเวลาสัญญา 239 วันสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเนื่องจากปัญหาน้ำท่วม พร้อมปฏิเสธคำขอเพิ่มงบประมาณสำหรับสัญญาอื่น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเผชิญความล่าช้าและคำขอเพิ่มงบประมาณ

แหล่งข่าวเดียว
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนเผชิญความล่าช้าและคำขอเพิ่มงบประมาณ

การรถไฟแห่งประเทศไทยอนุมัติขยายเวลาสัญญา 239 วันสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเนื่องจากปัญหาน้ำท่วม พร้อมปฏิเสธคำขอเพิ่มงบประมาณสำหรับสัญญาอื่น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้อนุมัติการขยายเวลาสัญญา 4-3 ของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ออกไปอีก 239 วัน โดยปรับกำหนดการเสร็จสิ้นของส่วนนี้ไปเป็นเดือนกรกฎาคม 2570 ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าความล่าช้าดังกล่าวเกิดจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในการก่อสร้างเครือข่ายรถไฟที่มุ่งเชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แม้ว่าการขยายเวลาจะช่วยให้ความชัดเจนในส่วนหนึ่ง แต่โครงการโดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอนในด้านความต้องการทางการเงิน คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ได้ปฏิเสธคำขอเพิ่มงบประมาณอีก 2 พันล้านบาทสำหรับสัญญา 3-4 และ 3-2 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการใช้จ่ายของโครงการ

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือผลกระทบจากการปฏิเสธงบประมาณดังกล่าวต่อกำหนดการก่อสร้างในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่โครงการยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านโลจิสติกส์และการเงิน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอติดตามว่าผู้รับเหมาจะเสนอทางเลือกอื่นหรือไม่ หรือจะต้องมีการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อจัดหาเงินทุนที่จำเป็น นักเดินทางควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของการเชื่อมต่อระดับภูมิภาคในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 04:18 UTC

แสนสิริประกาศเปิดตัวโครงการ 'คอมมิวนิตี้ดอนเมือง' บนพื้นที่ 175 ไร่
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริประกาศเปิดตัวโครงการ 'คอมมิวนิตี้ดอนเมือง' บนพื้นที่ 175 ไร่

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แสนสิริ กำลังเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ 175 ไร่ในดอนเมือง โดยมุ่งหวังที่จะสร้างแลนด์มาร์กที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ในโซนเหนือของกรุงเทพฯ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

แสนสิริประกาศเปิดตัวโครงการ 'คอมมิวนิตี้ดอนเมือง' บนพื้นที่ 175 ไร่

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริประกาศเปิดตัวโครงการ 'คอมมิวนิตี้ดอนเมือง' บนพื้นที่ 175 ไร่

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แสนสิริ กำลังเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ 175 ไร่ในดอนเมือง โดยมุ่งหวังที่จะสร้างแลนด์มาร์กที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ในโซนเหนือของกรุงเทพฯ

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทยอย่าง แสนสิริ ได้เปิดเผยแผนสำหรับโครงการ 'คอมมิวนิตี้ดอนเมือง' บนพื้นที่ 175 ไร่ ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของบริษัทในการก้าวข้ามการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิม โดยการสร้างชุมชนการอยู่อาศัยแบบบูรณาการ

แสนสิริระบุว่าได้สร้างชุมชนในลักษณะนี้มาแล้วถึง 18 แห่งทั่วประเทศไทย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านบาท โครงการดอนเมืองถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางแห่งใหม่สำหรับโซนเหนือของกรุงเทพฯ โดยมุ่งหวังที่จะเป็นแลนด์มาร์กสำหรับการอยู่อาศัยที่ทันสมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนที่มีศักยภาพ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภูมิทัศน์เมืองของย่านดอนเมือง ซึ่งอาจเพิ่มความพร้อมของพื้นที่อยู่อาศัยที่เน้นไลฟ์สไตล์ใกล้กับเขตสนามบิน สำหรับนักเดินทาง โครงการนี้เน้นย้ำถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงกับสนามบินนานาชาติแห่งที่สองของกรุงเทพฯ

แม้ว่าผู้พัฒนาโครงการจะได้ระบุถึงขนาดและวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์เบื้องหลังโมเดล 'คอมมิวนิตี้' นี้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาของโครงการ ส่วนผสมที่แน่นอนของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ รวมถึงวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับแต่ละเฟสนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศในอนาคตจากแสนสิริเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของการพัฒนา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 04:19 UTC

อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันที่ชุมพรหลังฝนตกหนัก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันที่ชุมพรหลังฝนตกหนัก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 3 คันบนถนนสายชุมพร-สะพลี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 1 ราย หลังจากรถกระบะเสียหลักบนทางโค้งที่ลื่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันที่ชุมพรหลังฝนตกหนัก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันที่ชุมพรหลังฝนตกหนัก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 3 คันบนถนนสายชุมพร-สะพลี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 1 ราย หลังจากรถกระบะเสียหลักบนทางโค้งที่ลื่น

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุจราจรครั้งรุนแรงบนถนนสายชุมพร-สะพลี บริเวณโค้งควนคีรี ต.นาชะอัง จ.ชุมพร ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ในขณะที่มีฝนตก

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบเศษชิ้นส่วนรถยนต์กระจายเกลื่อนถนน รถกระบะยี่ห้อโตโยต้าเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนกับรถคันอื่นจนเกิดการชนต่อเนื่อง มีผู้ติดอยู่ภายในรถกระบะที่พลิกตะแคง ทราบชื่อคือนายถนอมศิลป์ อายุ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาซ้ายก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายของโค้งควนคีรีในช่วงสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับผ่านเส้นทางนี้ในช่วงที่มีฝนตก เนื่องจากพื้นถนนอาจมีความลื่นสูง แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคู่กรณีรายอื่นหรือสถานะล่าสุดของผู้บาดเจ็บ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 03:58 UTC

ฝนตกหนักทำดินสไลด์ปิดทับทางหลวงหมายเลข 1148 ในจังหวัดพะเยา
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักทำดินสไลด์ปิดทับทางหลวงหมายเลข 1148 ในจังหวัดพะเยา

ดินสไลด์จากฝนตกหนักตลอดทั้งคืนส่งผลให้ทางหลวงหมายเลข 1148 ในจังหวัดพะเยาถูกปิดกั้น รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปยังผาช้างน้อยได้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ฝนตกหนักทำดินสไลด์ปิดทับทางหลวงหมายเลข 1148 ในจังหวัดพะเยา

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำดินสไลด์ปิดทับทางหลวงหมายเลข 1148 ในจังหวัดพะเยา

ดินสไลด์จากฝนตกหนักตลอดทั้งคืนส่งผลให้ทางหลวงหมายเลข 1148 ในจังหวัดพะเยาถูกปิดกั้น รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปยังผาช้างน้อยได้

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนส่งผลให้เกิดเหตุดินสไลด์ครั้งใหญ่บนทางหลวงหมายเลข 1148 เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอเมืองพะเยาและอำเภอปง ดินโคลนได้ไหลลงมาปิดทับผิวจราจรบนเส้นทางมุ่งหน้าสู่พื้นที่ผาช้างน้อย ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านจุดดังกล่าวได้

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและปรับปรุงถนน โดยมวลดินที่อุ้มน้ำจากฝนที่ตกหนักได้ทรุดตัวลงมาพร้อมกับโคลนและน้ำป่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่าแนวเสาไฟฟ้าบริเวณริมทางเริ่มเอนเอียงจากแรงดันของมวลดิน ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงาน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่เพื่อเร่งตักและเคลื่อนย้ายดินโคลนออกจากผิวจราจรเพื่อให้สามารถกลับมาเปิดเส้นทางได้โดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังมีฝนตกในพื้นที่และสภาพภูมิประเทศมีความลาดชัน สถานการณ์จึงยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางสาย 1148 มุ่งหน้าผาช้างน้อยควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษและติดตามสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดในระหว่างที่ยังอยู่ระหว่างการเคลียร์เส้นทาง ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าถนนจะสามารถเปิดให้สัญจรได้ตามปกติเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 03:16 UTC

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงด้านการขนส่งในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงด้านการขนส่งในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากความกังวลด้านการขนส่งทางทะเลในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงด้านการขนส่งในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ

แหล่งข่าวเดียว
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงด้านการขนส่งในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากความกังวลด้านการขนส่งทางทะเลในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 Prachachat Business รายงานว่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัส (WTI) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยความเคลื่อนไหวของตลาดนี้มีสาเหตุมาจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการขนส่งทางทะเลในทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าการหยุดชะงักของการขนส่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายงานระบุว่ากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮูตีมีส่วนทำให้เกิดความไม่มั่นคงในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญเหล่านี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อค่าขนส่งและค่าครองชีพโดยรวม แม้ว่าการปรับราคาในทันทีจะมีความชัดเจน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อโลจิสติกส์ในภูมิภาคและระยะเวลาของความเสี่ยงด้านการขนส่งเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เหล่านี้จะนำไปสู่การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานเพิ่มเติมหรือความผันผวนของราคาอย่างต่อเนื่องในภาคพลังงานหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 03:18 UTC

ดินสไลด์ปิดทับถนนสายสะเกิน-สบทุ ในจังหวัดน่าน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ดินสไลด์ปิดทับถนนสายสะเกิน-สบทุ ในจังหวัดน่าน

เกิดเหตุการณ์ดินสไลด์ปิดทับเส้นทางถนนสายสะเกิน-สบทุ ในจังหวัดน่าน ส่งผลให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ดินสไลด์ปิดทับถนนสายสะเกิน-สบทุ ในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
ดินสไลด์ปิดทับถนนสายสะเกิน-สบทุ ในจังหวัดน่าน

เกิดเหตุการณ์ดินสไลด์ปิดทับเส้นทางถนนสายสะเกิน-สบทุ ในจังหวัดน่าน ส่งผลให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ดินสไลด์บนถนนสายสะเกิน-สบทุ ส่งผลให้การจราจรในพื้นที่ถูกปิดกั้น เศษดินและหินได้เข้าปิดทับผิวจราจรทั้งหมด ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ในขณะนี้

แขวงทางหลวงน่านได้รับแจ้งเหตุและกำลังเร่งดำเนินการเคลียร์เส้นทางดังกล่าว สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทางเนื่องจากเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านพื้นที่ส่วนนี้ของจังหวัดน่านควรหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางอีกครั้ง

ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการปฏิบัติงานเคลียร์เส้นทางจะใช้เวลานานเท่าใด และมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากดินที่อาจไม่มั่นคงในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ระบุระยะเวลาที่ชัดเจนในการกลับมาเปิดการจราจรตามปกติ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 01:55 UTC

เกิดเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

เกิดเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ในอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้รถยนต์เสียหายแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เกิดเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

เกิดเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ในอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้รถยนต์เสียหายแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าเกิดเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์ในช่วงเย็นวันที่ 10 กันยายน 2569 บริเวณจุดกลับรถบนทางหลวงหมายเลข 42 ในตำบลควน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ใกล้กับสถานีบริการน้ำมัน ปตท.

ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยสวมเสื้อสีขาวแขนสั้นและนุ่งโสร่ง นำรถจักรยานยนต์ที่ประกอบระเบิดมาจอดไว้ริมถนน จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง ซึ่งเชื่อว่ามีผู้ร่วมขบวนการมารับตัวหลบหนีไป ไม่นานหลังจากนั้นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวก็เกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้รถยนต์ของชาวบ้านที่ขับผ่านมาได้รับความเสียหาย แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และเคลียร์พื้นที่ แม้ภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ากลุ่มใดเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรมายอและชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 16:55 UTC

ระเบิดรถจักรยานยนต์ใน อ.มายอ จ.ปัตตานี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ระเบิดรถจักรยานยนต์ใน อ.มายอ จ.ปัตตานี

รถจักรยานยนต์ที่ประกอบระเบิดแสวงเครื่องเกิดระเบิดขึ้นใน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ระเบิดรถจักรยานยนต์ใน อ.มายอ จ.ปัตตานี

แหล่งข่าวเดียว
ระเบิดรถจักรยานยนต์ใน อ.มายอ จ.ปัตตานี

รถจักรยานยนต์ที่ประกอบระเบิดแสวงเครื่องเกิดระเบิดขึ้นใน อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุระเบิดจากรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้จุดกลับรถฝั่งตรงข้ามปั๊มน้ำมันบนเส้นทางมุ่งหน้าสู่ อ.ปะนาเระ

กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ที่ประกอบระเบิดมาจอดไว้ริมถนน ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์อีกคันที่มีคนมารับออกไปจากจุดเกิดเหตุ ไม่นานหลังจากนั้นระเบิดก็ทำงาน แม้ว่าจะมีรถของชาวบ้านสัญจรผ่านในขณะนั้น แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและชาวบ้านรอดพ้นจากอันตรายไปได้อย่างหวุดหวิด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่สงบที่ยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมพื้นที่แล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับข้อจำกัดในการเดินทางหรือการเพิ่มจุดตรวจความปลอดภัยในพื้นที่ อ.มายอ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ยืนยันถึงแรงจูงใจที่แน่ชัดของการก่อเหตุหรือระบุตัวตนของผู้ที่เกี่ยวข้องในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 14:36 UTC

การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิเสธเงื่อนไขกลุ่มซีพีสำหรับโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิเสธเงื่อนไขกลุ่มซีพีสำหรับโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ปฏิเสธเงื่อนไขที่กลุ่มซีพีเสนอเกี่ยวกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยตั้งเป้าที่จะสรุปการเจรจาให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิเสธเงื่อนไขกลุ่มซีพีสำหรับโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิเสธเงื่อนไขกลุ่มซีพีสำหรับโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ปฏิเสธเงื่อนไขที่กลุ่มซีพีเสนอเกี่ยวกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ โดยตั้งเป้าที่จะสรุปการเจรจาให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ปฏิเสธเงื่อนไขที่ภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มซีพี เสนอเกี่ยวกับการบริหารจัดการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ อย่างเป็นทางการ โดยขณะนี้ รฟท. กำลังเร่งสรุปการเจรจาให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2026

ในส่วนของแผนสำรอง รฟท. กำลังเตรียมกลยุทธ์เพื่อให้บริษัทลูกอย่าง บริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด (รฟฟท.) เข้ามาบริหารจัดการบริการรถไฟฟ้าแทน หากการเจรจาในปัจจุบันไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพในการดำเนินงานของเส้นทางรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับสนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่า รฟท. จะกำลังหาทางออกอย่างจริงจัง แต่การเปลี่ยนผ่านการบริหารไปยัง รฟฟท. ยังคงเป็นเพียงแผนสำรองไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ยืนยันแล้ว ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศเพิ่มเติมตลอดช่วงเวลาที่เหลือของเดือนกันยายน เพื่อดูว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับผู้ประกอบการเอกชนหรือไม่ หรือ รฟท. จะดำเนินการตามแผนการบริหารจัดการภายในของตนเอง ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของเงื่อนไขที่ถูกปฏิเสธและผลลัพธ์สุดท้ายของกำหนดการในเดือนกันยายนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทางการเร่งค้นหาจุดรั่วไหลของน้ำมันใกล้สะพานพระราม 3
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ทางการเร่งค้นหาจุดรั่วไหลของน้ำมันใกล้สะพานพระราม 3

เจ้าหน้าที่พลังงานระดมกำลังทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อค้นหาต้นตอของการรั่วไหลของน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำใกล้สะพานพระราม 3 และถนนเชื้อเพลิง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ทางการเร่งค้นหาจุดรั่วไหลของน้ำมันใกล้สะพานพระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งค้นหาจุดรั่วไหลของน้ำมันใกล้สะพานพระราม 3

เจ้าหน้าที่พลังงานระดมกำลังทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อค้นหาต้นตอของการรั่วไหลของน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำใกล้สะพานพระราม 3 และถนนเชื้อเพลิง

ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 ทางการพลังงานของไทยได้เข้าสู่วันที่สองของการปฏิบัติการอย่างเข้มข้นเพื่อระบุต้นตอของการรั่วไหลของน้ำมันที่พบในระบบระบายน้ำใกล้ถนนเชื้อเพลิงและบริเวณสะพานพระราม 3 นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าทีมงานกำลังปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้เครื่องจักรหนักและเทคโนโลยีเฉพาะทางในการขุดเปิดหน้าดินเพื่อติดตามแหล่งที่มาของการปนเปื้อน

จากการขุดเปิดหน้าดินเมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่พบน้ำที่มีน้ำมันผสมไหลออกมาจากท่อระบายน้ำเก่า จึงได้สั่งการให้มีการเจาะเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อระบุจุดรั่วไหลที่แน่ชัด นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้ความสำคัญกับสถานการณ์นี้เป็นอันดับแรก โดยสั่งการให้มีการตรวจสอบจุดเสี่ยงทั้งหมดในบริเวณใกล้เคียงอย่างละเอียด

แม้ว่าสาเหตุที่แน่ชัดยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่กำลังประเมินปัจจัยหลายประการที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของท่อส่งน้ำมัน ซึ่งรวมถึงความใกล้เคียงของแนวท่อกับทางรถไฟ การปรับปรุงสวนสาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้ และโครงการก่อสร้างต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้สัญจรในย่านพระราม 3 การปฏิบัติการนี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่หรือมีกิจกรรมการก่อสร้างเกิดขึ้น ทางการเน้นย้ำว่ามีการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดในระหว่างการค้นหา ทั้งนี้ สาเหตุที่แท้จริงของการรั่วไหลและความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 11:57 UTC

การรถไฟฯ ปฏิเสธ 4 เงื่อนไขของกลุ่ม CP ในการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การรถไฟฯ ปฏิเสธ 4 เงื่อนไขของกลุ่ม CP ในการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิเสธ 4 เงื่อนไขที่เสนอโดยบริษัท เอเชีย เอรา วัน เกี่ยวกับการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การรถไฟฯ ปฏิเสธ 4 เงื่อนไขของกลุ่ม CP ในการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ ปฏิเสธ 4 เงื่อนไขของกลุ่ม CP ในการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิเสธ 4 เงื่อนไขที่เสนอโดยบริษัท เอเชีย เอรา วัน เกี่ยวกับการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ปฏิเสธ 4 เงื่อนไขที่เสนอโดยบริษัท เอเชีย เอรา วัน ในเครือซี.พี. อย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์อย่างต่อเนื่อง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้พิจารณาผลการเจรจาเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยข้อพิพาทมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านการดำเนินงานของแอร์พอร์ตลิงก์ ซึ่งปัจจุบันบริหารจัดการโดยผู้รับสัมปทาน ทั้งนี้มีรายงานว่ากลุ่มซี.พี. พยายามกำหนดเงื่อนไขเฉพาะ 4 ประการเพื่อดำเนินการเดินรถต่อไปหลังจากกำหนดเส้นตายในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการบริหารจัดการและความต่อเนื่องของบริการแอร์พอร์ตลิงก์ แม้ว่าการรถไฟฯ จะแสดงท่าทีปฏิเสธที่จะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว แต่ผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานในแต่ละวันยังคงต้องติดตามต่อไป ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าการรถไฟฯ จะดำเนินการอย่างไรหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงก่อนวันที่ 1 ตุลาคม หรือจะมีการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของบริการหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟฯ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับบริการขนส่งสนามบิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 12:16 UTC

การเจรจาแอร์พอร์ตลิงก์ยังคงหยุดชะงัก
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การเจรจาแอร์พอร์ตลิงก์ยังคงหยุดชะงัก

บอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ปฏิเสธ 3 เงื่อนไขที่กลุ่มซีพีเสนอเกี่ยวกับแอร์พอร์ตลิงก์ ทำให้สถานะในอนาคตของโครงการยังคงไม่มีความชัดเจน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การเจรจาแอร์พอร์ตลิงก์ยังคงหยุดชะงัก

แหล่งข่าวเดียว
การเจรจาแอร์พอร์ตลิงก์ยังคงหยุดชะงัก

บอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ปฏิเสธ 3 เงื่อนไขที่กลุ่มซีพีเสนอเกี่ยวกับแอร์พอร์ตลิงก์ ทำให้สถานะในอนาคตของโครงการยังคงไม่มีความชัดเจน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 การเจรจาเกี่ยวกับแอร์พอร์ตลิงก์ได้มาถึงทางตัน โดยคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ปฏิเสธที่จะยอมรับเงื่อนไข 3 ประการที่กลุ่มซีพีเสนออย่างเป็นทางการ

แม้ว่าบอร์ดจะอนุมัติให้มีการวางเงินประกันจำนวนหนึ่งพันล้านบาท แต่เงื่อนไขอื่นๆ ในข้อตกลงยังคงไม่มีข้อยุติ การขาดฉันทามตินี้หมายความว่าอนาคตด้านการดำเนินงานและการบริหารจัดการของเส้นทางรถไฟดังกล่าวยังคงอยู่ในสภาวะที่ไม่แน่นอน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางที่ต้องพึ่งพาเส้นทางเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างใจกลางกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมินี้ สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการบริหารจัดการในระยะยาวและการปรับเปลี่ยนบริการที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าการดำเนินงานประจำวันจะยังคงดำเนินต่อไป แต่การที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ครอบคลุมได้บ่งชี้ว่ายังมีอุปสรรคด้านการบริหารจัดการที่ค้างคาอยู่เบื้องหลัง

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลุ่มซีพีจะตอบสนองต่อการปฏิเสธเงื่อนไขอย่างไร และบอร์ด รฟท. จะดำเนินการขั้นตอนใดต่อไปเพื่อสรุปข้อตกลง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในด้านความน่าเชื่อถือของบริการหรือโครงสร้างการบริหารจัดการที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่การเจรจาดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 11:55 UTC

กรุงเทพฯ เร่งเดินหน้าโครงการ 'Smart Pier 29' ยกระดับการคมนาคมทางน้ำ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กรุงเทพฯ เร่งเดินหน้าโครงการ 'Smart Pier 29' ยกระดับการคมนาคมทางน้ำ

ทางการเร่งผลักดันโครงการ 'Smart Pier 29' เพื่อปรับปรุงท่าเรือ 29 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยติดตั้งระบบอัจฉริยะเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางทางบก ราง และน้ำเข้าด้วยกัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กรุงเทพฯ เร่งเดินหน้าโครงการ 'Smart Pier 29' ยกระดับการคมนาคมทางน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ เร่งเดินหน้าโครงการ 'Smart Pier 29' ยกระดับการคมนาคมทางน้ำ

ทางการเร่งผลักดันโครงการ 'Smart Pier 29' เพื่อปรับปรุงท่าเรือ 29 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยติดตั้งระบบอัจฉริยะเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางทางบก ราง และน้ำเข้าด้วยกัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายสรรเพชญ บุญญามณี ได้ประกาศเร่งรัดโครงการ 'Smart Pier 29' ซึ่งมุ่งเน้นการปรับปรุงท่าเรือจำนวน 29 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร โดยขณะนี้ได้ให้ความสำคัญกับท่าเรือ 13 แห่งแรกเพื่อดำเนินการปรับปรุงโดยเร่งด่วน วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการติดตั้งระบบอัจฉริยะที่เชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมทั้งทางบก ทางราง และทางน้ำเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อลดเวลาในการเดินทางและอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสาธารณะ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ท่าเรือสำคัญเหล่านี้จะช่วยให้การสัญจรผ่านแม่น้ำเจ้าพระยามีประสิทธิภาพและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

แม้ว่าโครงการจะมีความคืบหน้า แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะกำหนดการแล้วเสร็จของท่าเรือทั้ง 29 แห่งที่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่จะนำมาติดตั้งในแต่ละจุด ทั้งนี้ ขอให้ผู้ใช้บริการติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการให้บริการหรือการปิดปรับปรุงท่าเรือชั่วคราวในระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 10:16 UTC

เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลบนถนนพระราม 3
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลบนถนนพระราม 3

บริษัทขนส่งน้ำมันพร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลบนถนนพระราม 3 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งไปยังสนามบินดอนเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลบนถนนพระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลบนถนนพระราม 3

บริษัทขนส่งน้ำมันพร้อมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลบนถนนพระราม 3 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการขนส่งไปยังสนามบินดอนเมือง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลบนถนนพระราม 3 สร้างความกังวลให้กับผู้สัญจรและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรถขนส่งน้ำมันที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบินดอนเมืองในขณะที่เกิดการรั่วไหล

เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทขนส่งน้ำมันที่เกี่ยวข้องได้ประกาศต่อสาธารณะถึงความพร้อมในการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์รั่วไหลและผลกระทบที่ตามมา แม้ว่าบริษัทจะยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของการรั่วไหลและขอบเขตผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือการจราจรยังคงอยู่ระหว่างการประเมิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดชั่วคราวหรือความเสี่ยงบนพื้นผิวถนนในระหว่างที่ดำเนินการทำความสะอาด ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรบนถนนพระราม 3 จนกว่าเจ้าหน้าที่จะยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับการทำความสะอาดจนปลอดภัยสำหรับการสัญจรตามปกติ ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการทำความสะอาดให้แล้วเสร็จ และเจ้าหน้าที่สอบสวนยังไม่ได้เผยแพร่รายงานสรุปเกี่ยวกับความผิดพลาดทางกลไกหรือการปฏิบัติงานที่นำไปสู่การรั่วไหลดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อสถานการณ์มีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 08:57 UTC

BPT ชี้แจงกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

BPT ชี้แจงกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ

บริษัท บาฟส์ ขนส่งทางท่อ จำกัด (BPT) กำลังตรวจสอบรายงานการปนเปื้อนของน้ำมันในระบบท่อระบายน้ำใกล้ถนนพระราม 3 และถนนเชื้อเพลิง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

BPT ชี้แจงกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
BPT ชี้แจงกรณีน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ

บริษัท บาฟส์ ขนส่งทางท่อ จำกัด (BPT) กำลังตรวจสอบรายงานการปนเปื้อนของน้ำมันในระบบท่อระบายน้ำใกล้ถนนพระราม 3 และถนนเชื้อเพลิง

ภาพรวมสถานการณ์

บริษัท บาฟส์ ขนส่งทางท่อ จำกัด (BPT) ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับรายงานการพบน้ำมันปนเปื้อนในระบบท่อระบายน้ำบริเวณถนนเชื้อเพลิงและใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างเขตคลองเตยและเขตยานนาวา โดยบริษัทซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการระบบท่อขนส่งน้ำมันใต้ดินระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ผลกระทบและการตอบสนอง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การพบเชื้อเพลิงในระบบท่อระบายน้ำสาธารณะทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ทั้งนี้ BPT ยืนยันว่าบริษัทกำลังร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงและเร่งแก้ไขปัญหา โดยบริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชุมชนและการปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก

สถานะปัจจุบัน

BPT ชี้แจงว่าแม้บริษัทจะเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานท่อขนส่งน้ำมันที่เชื่อมต่อโรงกลั่นบางจากไปยังคลังน้ำมันต่างๆ แต่บริษัทได้ให้สิทธิ์ในการบริหารจัดการท่อส่วนนี้แก่บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นมา ทั้งนี้ BPT พร้อมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นหากผลการตรวจสอบพบว่าอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัทภายใต้กรมธรรม์ประกันภัย ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบแหล่งที่มาของรอยรั่วและขอบเขตของการปนเปื้อน ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 08:36 UTC