ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
ทั่วไป จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ ✦
กฎหมาย ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก ✦
กีฬา “อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา 6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ✦
ความปลอดภัย GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ✦
ความปลอดภัย โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน ✦
ความปลอดภัย

หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสมุนไพรถูกยิงเสียชีวิตในพัทลุง

หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งสังสรรค์ในจังหวัดพัทลุง โดยตำรวจกำลังมุ่งประเด็นไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 หมอสมุนไพรชื่อดังในท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ 'หมอบอย' ถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง โดยมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตกำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนอยู่หลังบ้านพัก ก่อนที่มือปืนไม่ทราบชื่อจะยิงใส่จำนวน 2 นัด ส่งผลให้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบและสอบปากคำพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ในขั้นตอนนี้ของการสอบสวน ตำรวจกำลังมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวว่าเป็นแรงจูงใจที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการก่อเหตุครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสาธารณชนทั่วไปกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังสิ่งรอบข้างอยู่เสมอ เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งที่ถูกกล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:02 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

ทั่วไป

จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดอุดรธานีเริ่มวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลน้ำ

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์สำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งใหม่ในจังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 (สทน.3) ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับศูนย์ข้อมูลน้ำในจังหวัดอุดรธานี

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลน้ำส่วนกลางถือเป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดีขึ้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการติดตามระดับน้ำ การจัดการระบบชลประทาน และการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยหรือภัยแล้งตามฤดูกาล ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในภาคอีสาน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่การจัดการน้ำที่เชื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่แม่นยำและทันท่วงทีในช่วงสภาพอากาศสุดขั้ว

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นตอนการวางแผน แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการก่อสร้างศูนย์ ขอบเขตการให้บริการข้อมูลแก่สาธารณะ และวิธีการบูรณาการข้อมูลเหล่านี้เข้ากับระบบจัดการภัยพิบัติของจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมทรัพยากรน้ำในขณะที่แผนยุทธศาสตร์ดำเนินไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:03 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเริ่มโครงการติดตามการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เริ่มการตรวจสอบพื้นที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับการวัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำ

กรมทรัพยากรน้ำของไทย (DWR) ได้ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำภาคที่ 3 (สทน.3) ได้เริ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งอุปกรณ์วัดและประเมินปริมาณการใช้น้ำแบบเฉพาะทาง ตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เพื่อกำหนดจุดติดตั้งที่แม่นยำสำหรับเครื่องมือติดตามเหล่านี้

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อปรับปรุงความแม่นยำในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการวางแผนทรัพยากรในอนาคต แต่โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่และการตรวจสอบ

ในขั้นตอนนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อใด หรือข้อมูลที่รวบรวมได้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายการจัดสรรน้ำในท้องถิ่นอย่างไร ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจพบเห็นเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจหรือติดตั้งอุปกรณ์ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการติดตามและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการน้ำในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่กรมฯ ดำเนินการตามกำหนดการติดตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:04 UTC

กฎหมาย

ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

แหล่งข่าวเดียว
ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ: ยึดยาบ้า 23 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ในเขตทุ่งครุ ยึดยาบ้าได้ 23 ล้านเม็ด และไอซ์อีก 2 ตัน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงผลการปฏิบัติการ 'Safe BKK' โดยการบุกเข้าตรวจค้นในชุมชนวัดทุ่งครุ หลังจากได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาเสพติดจำนวนมหาศาล ได้แก่ ยาบ้า 23 ล้านเม็ด และไอซ์ 2 ตัน โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงานเพื่อกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ ในระหว่างการจับกุม ผู้ต้องหาบางรายพยายามหลบหนีโดยการกระโดดลงน้ำและปีนขึ้นไปบนหลังคา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้โดรนบินกดดันเพื่อติดตามและควบคุมตัวผู้ต้องหาให้ยอมจำนน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน แม้ว่าภัยคุกคามในชุมชนวัดทุ่งครุจะได้รับการจัดการผ่านการกวาดล้างครั้งนี้แล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายการจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับจำนวนผู้ถูกจับกุมหรือกลุ่มอาชญากรที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเบาะแสกิจกรรมที่น่าสงสัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามสถานการณ์ฝนตกหนัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดสำหรับฝนที่จะตกหนักในเย็นนี้ โดยมีการดำเนินการระบายน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเย็นวันนี้ โดยผู้ว่าฯ ได้สั่งให้สำนักการระบายน้ำเร่งผันน้ำไปทางพื้นที่แปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้จะมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก แต่ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความมั่นใจในมาตรการป้องกันน้ำท่วมของเมืองในปัจจุบัน โดยระบุว่าไม่ได้มีความกังวลมากนักเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมขังในวงกว้างภายในเมืองหลวง ทางกรุงเทพมหานครกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าระบบระบายน้ำยังคงทำงานได้ตามปกติและมีการจัดการการไหลของน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หมายความว่าแม้ทางเมืองจะดำเนินมาตรการเชิงรุก แต่ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการจราจรติดขัดได้หากปริมาณฝนเกินขีดความสามารถในการระบายน้ำ จึงขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และวางแผนการเดินทางเผื่อเวลาในช่วงเย็นนี้ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม และการอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมาจริงตลอดช่วงเย็น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุถึงการอพยพฉุกเฉินหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“อิคคิว” พณิชพล นักแบดมินตันไทย ถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์

พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล มือวางอันดับ 17 ของโลก ถอนตัวจากการแข่งขันแบดมินตันประเภทบุคคลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หลังจากการแข่งขันประเภททีม

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า พณิชพล 'อิคคิว' ธีระรัตน์สกุล นักแบดมินตันชาวไทย ได้ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 อย่างเป็นทางการ โดยนักกีฬาวัย 22 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งอันดับ 17 ของโลก ได้รับบาดเจ็บที่หลังระหว่างการแข่งขันประเภททีมชายในนัดที่พบกับอินโดนีเซีย จนต้องขอถอนตัวจากการแข่งขันในแมตช์ดังกล่าว

ในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พณิชพลอธิบายว่าเขาและทีมผู้ฝึกสอนได้พยายามอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลา 2-3 วันระหว่างการแข่งขันประเภททีมและประเภทบุคคล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ แต่เขาสรุปว่าสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% จึงตัดสินใจถอนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นและเพื่อรักษาคุณภาพในการแข่งขันในอนาคต พร้อมทั้งกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการรักษาตัวเพื่อกลับมารับใช้ชาติในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน การถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในตารางการแข่งขัน แม้ว่านักกีฬาจะยืนยันการถอนตัวจากการแข่งขันประเภทบุคคลแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาในการพักฟื้นหรือรายละเอียดทางการแพทย์ที่ชัดเจน แฟนกีฬาสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับตารางการแข่งขันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

กีฬา

6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

แหล่งข่าวเดียว
6 แข้งเยาวชนไทยลัดฟ้าฝึกฟุตบอล 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ

นักฟุตบอลเยาวชน 6 คนจากโครงการ GLO STAR 2026 เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นเวลา 6 เดือนกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในศึกเจลีก

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นักฟุตบอลเยาวชนไทย 6 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ GLO STAR 2026 ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมส่งและให้โอวาทแก่เยาวชนก่อนออกเดินทาง

นักกีฬาทั้ง 6 คนได้รับคัดเลือกผ่านกระบวนการที่เข้มข้น เริ่มตั้งแต่การแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกใน 7 ภูมิภาค ตามด้วยรอบชิงแชมป์ประเทศไทย และการเก็บตัวใน GLO STAR Camp โดยเยาวชนกลุ่มนี้จะใช้เวลา 6 เดือนในการฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในศึกเจลีกของประเทศญี่ปุ่น

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจด้านกีฬาในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในการพัฒนากีฬาเยาวชนและความร่วมมือระหว่างองค์กรไทยกับลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสมาตรฐานการฝึกซ้อมระดับสากล

แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะในระดับอาชีพ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านักเตะเหล่านี้จะสามารถปรับตัวเข้ากับระบบเยาวชนของสโมสรได้ดีเพียงใด และความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพในระยะยาวหรือไม่ โดยแฟนบอลชาวไทยจะคอยติดตามความก้าวหน้าของเยาวชนทั้ง 6 คนนี้อย่างใกล้ชิดในฐานะตัวแทนของประเทศในการแลกเปลี่ยนทางกีฬานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อเตือนภัยความเสี่ยงน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยใช้แอปพลิเคชัน “เช็คน้ำ” ในการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูง (สีแดง) ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง การวิเคราะห์ดาวเทียมพบพื้นที่เสี่ยงภัยระดับสูงที่ขยายวงกว้าง ครอบคลุมจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และบางส่วนของกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ยังมีการรายงานจุดน้ำท่วมขังที่เป็นอันตรายบนเส้นทางคมนาคมสายหลักหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการขนส่ง ในส่วนของภาคอีสานตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และร้อยเอ็ด กำลังเผชิญกับน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำเตือนเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของการเดินทางทางถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ระบุว่าเป็นเขตเสี่ยงภัย แม้ว่า GISTDA จะมีการติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อเส้นทางคมนาคมเฉพาะจุดและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:01 UTC

ความปลอดภัย

โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
โชว์ควงกระบองไฟยามค่ำคืนในภูเก็ตสร้างความกังวลให้ชาวบ้าน

ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต แสดงความกังวลหลังจากมีรายงานการรวมตัวกันยามค่ำคืนที่มีการแสดงควงกระบองไฟและกีดขวางการจราจร

ตามรายงานของ Khaosod English ชาวบ้านในพื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความกังวลหลังจากมีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันยามค่ำคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตบนถนนสาธารณะ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2026 โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมควงวัตถุที่มีไฟลุกโชน ซึ่งสร้างความสนใจให้กับชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่บนเพจเฟซบุ๊กท้องถิ่นชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการจราจร ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เช่นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นเกี่ยวกับการรวมตัวในที่สาธารณะและการแสดงที่เกี่ยวข้องกับไฟในเขตที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หรือไม่ หรือมีการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้าร่วม หรือเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวและรายงานกิจกรรมใดๆ ที่ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 02:25 UTC

พิจิตรเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานรายการไทยแลนด์ โอเพ่น สนามสุดท้าย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

พิจิตรเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานรายการไทยแลนด์ โอเพ่น สนามสุดท้าย

จังหวัดพิจิตรต้อนรับนักปั่นจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานไทยแลนด์ โอเพ่น สนามที่ 4 ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย ณ สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

พิจิตรเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานรายการไทยแลนด์ โอเพ่น สนามสุดท้าย

แหล่งข่าวเดียว
พิจิตรเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานรายการไทยแลนด์ โอเพ่น สนามสุดท้าย

จังหวัดพิจิตรต้อนรับนักปั่นจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานไทยแลนด์ โอเพ่น สนามที่ 4 ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย ณ สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 จังหวัดพิจิตรได้จัดพิธีเปิดการแข่งขันจักรยานรายการไทยแลนด์ โอเพ่น สนามสุดท้ายอย่างเป็นทางการ โดยจัดขึ้นที่สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข ภายในบึงสีไฟ ซึ่งมีการแข่งขันทั้งประเภทเสือภูเขาทางเรียบและจักรยานถนน

นายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธีร่วมกับตัวแทนจากสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแสดงความยินดีต่อการจัดงานครั้งนี้ โดยระบุว่าการที่มีนักกีฬาจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมแข่งขันทำให้จังหวัดพิจิตรมีความคึกคักและมีพลังงานมากขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของสนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สนามแห่งนี้ถูกนำมาใช้จัดกิจกรรมกีฬาในระดับประเทศมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการแข่งขัน

แม้ว่าการแข่งขันจะยังคงดำเนินอยู่ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับผลการแข่งขันรอบสุดท้ายและผลกระทบโดยรวมต่อการจราจรในพื้นที่หรือการจัดกิจกรรมในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่บึงสีไฟควรทราบว่าการจัดกิจกรรมกีฬาเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจสาธารณะภายในสวนชั่วคราว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตตารางคะแนนการแข่งขันเพิ่มเติมหลังจากจบกิจกรรมสองวันนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:55 UTC

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขและถูกรถกระบะทับเสียชีวิตในปทุมธานี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขและถูกรถกระบะทับเสียชีวิตในปทุมธานี

ชายวัย 36 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขก่อนจะถูกรถกระบะชนซ้ำบนถนนพหลโยธิน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขและถูกรถกระบะทับเสียชีวิตในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขและถูกรถกระบะทับเสียชีวิตในปทุมธานี

ชายวัย 36 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขก่อนจะถูกรถกระบะชนซ้ำบนถนนพหลโยธิน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตบนถนนพหลโยธินขาออก ในเขตคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าชายวัย 36 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักหลังจากชนสุนัขบนถนน แรงกระแทกทำให้ผู้ขับขี่ตกลงบนพื้นถนนและถูกรถกระบะที่ขับผ่านมาชนซ้ำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรคลองหลวงได้รับแจ้งเหตุและเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการสอบสวน เหตุการณ์ที่น่าสลดใจนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงสภาพถนนที่คาดเดาไม่ได้บนเส้นทางหลักของไทย ซึ่งมักจะมีสัตว์จรจัดและรถที่ใช้ความเร็วสูงสัญจรไปมา สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่เดินทางในเขตชานเมืองกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับขี่ในเวลากลางคืนหรือในพื้นที่ที่มีสัตว์จรจัดอยู่บ่อยครั้ง

ในขณะนี้ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนขับรถกระบะหรือการดำเนินคดีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตครั้งนี้ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังในการขับขี่บนถนนพหลโยธินและคอยสังเกตอันตรายที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนอยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:35 UTC

บางจากยืนยันไม่พบรอยรั่วท่อส่งน้ำมันถนนเชื้อเพลิง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

บางจากยืนยันไม่พบรอยรั่วท่อส่งน้ำมันถนนเชื้อเพลิง

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานอย่างเป็นทางการว่าจากการตรวจสอบท่อส่งน้ำมันบริเวณถนนเชื้อเพลิง ไม่พบร่องรอยของการรั่วไหลแต่อย่างใด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

บางจากยืนยันไม่พบรอยรั่วท่อส่งน้ำมันถนนเชื้อเพลิง

แหล่งข่าวเดียว
บางจากยืนยันไม่พบรอยรั่วท่อส่งน้ำมันถนนเชื้อเพลิง

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานอย่างเป็นทางการว่าจากการตรวจสอบท่อส่งน้ำมันบริเวณถนนเชื้อเพลิง ไม่พบร่องรอยของการรั่วไหลแต่อย่างใด

สืบเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ดังกล่าว บริษัท บางจากฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบท่อส่งน้ำมันที่ตั้งอยู่บริเวณถนนเชื้อเพลิงอย่างละเอียด ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 บริษัทได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าไม่พบรอยรั่วจากการตรวจสอบในครั้งนี้

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรในบริเวณดังกล่าว ประกาศนี้ช่วยสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ การตรวจสอบนี้มีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลด้านความปลอดภัยและเพื่อให้มั่นใจถึงความสมบูรณ์ในการดำเนินงานของเครือข่ายท่อส่งน้ำมันอย่างต่อเนื่อง การยืนยันว่าไม่พบรอยรั่วมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมโดยรอบ

แม้ว่ารายงานนี้จะให้ความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของท่อส่งน้ำมัน แต่ยังคงเป็นการประเมินเฉพาะจุดที่จัดทำโดยผู้ดำเนินการ ผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณถนนเชื้อเพลิงสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือบริษัทต่อไป หากมีการประกาศงานซ่อมบำรุงหรือการตรวจสอบเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานเหตุการณ์หรือความผิดปกติอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับท่อส่งน้ำมันส่วนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:36 UTC

Thai Smile Bus เปิดตัวโครงการอาสาสมัคร 'TSB Travel Assist'
การขนส่ง ได้รับการยืนยัน

Thai Smile Bus เปิดตัวโครงการอาสาสมัคร 'TSB Travel Assist'

Thai Smile Bus ร่วมมือกับ Sriwisa Transit ส่งเยาวชนจิตอาสาช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

Thai Smile Bus เปิดตัวโครงการอาสาสมัคร 'TSB Travel Assist'

ได้รับการยืนยัน
Thai Smile Bus เปิดตัวโครงการอาสาสมัคร 'TSB Travel Assist'

Thai Smile Bus ร่วมมือกับ Sriwisa Transit ส่งเยาวชนจิตอาสาช่วยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 Thai Smile Bus ได้เปิดตัวโครงการ 'TSB Travel Assist' อย่างเป็นทางการ โดยเป็นความร่วมมือกับทีม 'Sriwisa Transit' ในการส่งเยาวชนจิตอาสาและผู้จัดการสาขามืออาชีพลงพื้นที่ในจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการให้ข้อมูลการเดินทางแก่ผู้โดยสารและอำนวยความสะดวกในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทโดยไม่จำกัดค่าย เพื่อช่วยให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางในเครือข่ายขนส่งของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้จัดทำโครงการมุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดมลพิษในเมืองหลวง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้อาจช่วยให้การเดินทางในระบบขนส่งที่ซับซ้อนของกรุงเทพฯ สะดวกสบายยิ่งขึ้น เนื่องจากมีอาสาสมัครคอยให้คำแนะนำในพื้นที่ แม้ว่าโครงการจะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงการเชื่อมต่อและประสบการณ์ของผู้ใช้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าอาสาสมัครเหล่านี้จะประจำการอยู่ที่จุดขนส่งนานเท่าใด และโครงการจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากจุดเริ่มต้นหรือไม่ ผู้โดยสารสามารถขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครเหล่านี้ได้หากต้องการคำแนะนำในการวางแผนเส้นทางหรือการเชื่อมต่อการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 04:56 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเตือนรัฐบาลเกี่ยวกับข้อเสนอขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ออกไปอีก 4 เดือน โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานของแอร์พอร์ต เรล ลิงก์

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ จากพรรคประชาชน ได้ออกมาเตือนรัฐบาลเกี่ยวกับข้อเสนอขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ออกไปอีก 4 เดือน โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านการคมนาคม ได้กล่าวถึงปัญหาการบริหารจัดการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) โดยบันทึกข้อตกลง (MOU) ฉบับปัจจุบันระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด กำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าการ รฟท. เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 เพื่อเสนอเงื่อนไขการเดินรถชั่วคราวเป็นเวลา 4 เดือน นายสุรเชษฐ์ได้วิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอดังกล่าวโดยระบุถึง 3 เงื่อนไขที่อาจทำให้รัฐและประชาชนเสียเปรียบ พร้อมทั้งเรียกร้องไม่ให้นำการเดินทางของประชาชนมาเป็นตัวประกันในการเจรจา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับการให้บริการและการบริหารจัดการเส้นทางรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับสนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่าข้อเสนอขยายเวลา 4 เดือนจะอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า รฟท. จะยอมรับเงื่อนไขเหล่านี้หรือไม่ หรือจะมีข้อตกลงอื่นก่อนถึงกำหนดเส้นตายในวันที่ 30 กันยายน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก รฟท. เกี่ยวกับความเสถียรของการให้บริการอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 04:56 UTC

สุรเชษฐ์วิจารณ์รัฐบาลกรณีสัญญาแอร์พอร์ตลิงก์ใกล้หมดอายุ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สุรเชษฐ์วิจารณ์รัฐบาลกรณีสัญญาแอร์พอร์ตลิงก์ใกล้หมดอายุ

สุรเชษฐ์ ประกันพงษ์ ได้ออกมาเตือนรัฐบาลเกี่ยวกับความล่าช้าในการจัดทำแผนรองรับการหมดสัญญาของแอร์พอร์ตลิงก์ โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งปกป้องสิทธิของผู้โดยสาร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สุรเชษฐ์วิจารณ์รัฐบาลกรณีสัญญาแอร์พอร์ตลิงก์ใกล้หมดอายุ

แหล่งข่าวเดียว
สุรเชษฐ์วิจารณ์รัฐบาลกรณีสัญญาแอร์พอร์ตลิงก์ใกล้หมดอายุ

สุรเชษฐ์ ประกันพงษ์ ได้ออกมาเตือนรัฐบาลเกี่ยวกับความล่าช้าในการจัดทำแผนรองรับการหมดสัญญาของแอร์พอร์ตลิงก์ โดยเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งปกป้องสิทธิของผู้โดยสาร

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า สุรเชษฐ์ ประกันพงษ์ ได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับสัญญาแอร์พอร์ตลิงก์ที่กำลังจะหมดอายุลง สุรเชษฐ์แสดงความกังวลว่าแม้รัฐบาลจะทราบกำหนดการดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจนเพื่อรับประกันความต่อเนื่องในการให้บริการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ต้องพึ่งพาแอร์พอร์ตลิงก์ในการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมิ สถานการณ์นี้สร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของบริการในอนาคต สุรเชษฐ์เน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการเอกชนใช้ผู้โดยสารเป็นตัวประกันในระหว่างการเจรจาสัญญาหรือช่วงเปลี่ยนผ่าน เขาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนเป็นอันดับแรก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้เดินทางประจำและผู้โดยสารระหว่างประเทศ

ในขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการหรือแผนงานโดยละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านการให้บริการรถไฟฟ้าดังกล่าว ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายบริหารจะจัดการกับการหมดอายุของสัญญาอย่างไร และจะมีมาตรการเฉพาะเจาะจงใดบ้างเพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือกระทรวงคมนาคม เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการให้บริการที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใกล้ถึงวันสิ้นสุดสัญญา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 04:35 UTC

อุบัติเหตุสลด รถจักรยานยนต์ชนสุนัขก่อนถูกกระบะทับเสียชีวิตที่ปทุมธานี
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุสลด รถจักรยานยนต์ชนสุนัขก่อนถูกกระบะทับเสียชีวิตที่ปทุมธานี

ชายวัย 36 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขแล้วเสียหลักล้ม ก่อนถูกรถกระบะที่ตามมาชนซ้ำในอำเภอคลองหลวง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุสลด รถจักรยานยนต์ชนสุนัขก่อนถูกกระบะทับเสียชีวิตที่ปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุสลด รถจักรยานยนต์ชนสุนัขก่อนถูกกระบะทับเสียชีวิตที่ปทุมธานี

ชายวัย 36 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนสุนัขแล้วเสียหลักล้ม ก่อนถูกรถกระบะที่ตามมาชนซ้ำในอำเภอคลองหลวง

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุบนถนนพหลโยธินขาออก ในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มคว่ำหลังจากชนสุนัขบนถนน ส่งผลให้ผู้ขับขี่คือ นายพฤทธินันท์ อายุ 36 ปี ถูกรถกระบะยี่ห้ออีซูซุที่ขับตามมาชนซ้ำ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์จากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบว่าผู้เสียชีวิตมีบาดแผลฉกรรจ์รวมถึงขาซ้ายขาด ส่วนนายวัฒทนา อายุ 47 ปี คนขับรถกระบะได้ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากสัตว์จรจัดบนท้องถนน โดยเฉพาะในพื้นที่ชานเมือง แม้ว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินอยู่ แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังอย่างสูงเมื่อขับขี่บนถนนสายรองหรือทางคู่ขนานซึ่งอาจมีสัตว์ตัดหน้าได้โดยไม่คาดคิด ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและคำให้การจากผู้ขับขี่เพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาทางกฎหมายหรือสภาพถนนในขณะเกิดเหตุ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 04:15 UTC

เกิดอุบัติเหตุรถตุ๊กตุ๊กชนกับรถจักรยานในสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

เกิดอุบัติเหตุรถตุ๊กตุ๊กชนกับรถจักรยานในสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส

เหตุรถตุ๊กตุ๊กชนกับรถจักรยานในจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้ผู้ปั่นจักรยานได้รับบาดเจ็บสาหัสและคนขับรถตุ๊กตุ๊กได้รับบาดเจ็บ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

เกิดอุบัติเหตุรถตุ๊กตุ๊กชนกับรถจักรยานในสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส

แหล่งข่าวเดียว
เกิดอุบัติเหตุรถตุ๊กตุ๊กชนกับรถจักรยานในสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส

เหตุรถตุ๊กตุ๊กชนกับรถจักรยานในจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้ผู้ปั่นจักรยานได้รับบาดเจ็บสาหัสและคนขับรถตุ๊กตุ๊กได้รับบาดเจ็บ

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนบนถนนแบริ่ง ซอย 22 ต.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ โดยเป็นเหตุรถสามล้อเครื่อง (ตุ๊กตุ๊ก) เฉี่ยวชนกับรถจักรยาน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศูนย์กู้ชีพได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.20 น.

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คนขับรถตุ๊กตุ๊กคือนายสุทธิพล อายุ 61 ปี มีบาดแผลฉีกขาดที่แขนซ้ายและบาดแผลที่ศีรษะ แต่ยังมีสติและสามารถพูดคุยได้ จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายเป็นชายไม่ทราบชื่อซึ่งเป็นผู้ปั่นจักรยาน อยู่ในอาการสาหัสและหมดสติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ทำการปั๊มหัวใจ (CPR) ต่อเนื่องนานกว่า 20 นาที แต่ยังไม่พบชีพจร ก่อนจะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสำโรงการแพทย์เพื่อรับการรักษาฉุกเฉินต่อไป

คนขับรถตุ๊กตุ๊กอ้างว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นเนื่องจากไม่สามารถหลบรถจักรยานได้ทัน โดยระบุว่ารถจักรยานได้เลี้ยวตัดหน้ากะทันหัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังอย่างสูงเมื่อสัญจรในซอยต่างๆ ซึ่งทัศนวิสัยและการจราจรอาจมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้ปั่นจักรยาน และเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับอาการของผู้บาดเจ็บหรือผลการสอบสวนสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 18:15 UTC

อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถพ่วงที่จันทบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถพ่วงที่จันทบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

เกิดเหตุรถกระบะชนท้ายรถพ่วง 22 ล้อขณะจอดติดไฟแดงในจังหวัดจันทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถพ่วงที่จันทบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถพ่วงที่จันทบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

เกิดเหตุรถกระบะชนท้ายรถพ่วง 22 ล้อขณะจอดติดไฟแดงในจังหวัดจันทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุจราจรครั้งรุนแรงบริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านขลุง อ.ขลุง จ.จันทบุรี รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า รถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีขาว ได้พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อที่กำลังจอดติดไฟแดงอยู่

ทีมฉุกเฉินจากโรงพยาบาลขลุงและอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ได้รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะอยู่ในสภาพพังยับเยินและหลังคายุบตัวลงมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ นายฐิติพล อายุ 21 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บขาซ้ายผิดรูปและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลขลุงเพื่อทำการรักษา ส่วนคนขับรถกระบะคือนายสุเมธ พบว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยการประเมินเบื้องต้นของตำรวจสันนิษฐานว่าคนขับอาจหลับใน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยและควรมีสติในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืด การจราจรบริเวณสี่แยกบ้านขลุงอาจได้รับผลกระทบชั่วคราวระหว่างการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ คาดว่าสถานีตำรวจภูธรขลุงจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 14:16 UTC

รฟท. เร่งหาทางออกกรณีสัญญาเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ใกล้หมดอายุ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รฟท. เร่งหาทางออกกรณีสัญญาเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ใกล้หมดอายุ

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าบริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสัญญาของผู้ให้บริการเอกชนรายปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายนนี้

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รฟท. เร่งหาทางออกกรณีสัญญาเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ใกล้หมดอายุ

แหล่งข่าวเดียว
รฟท. เร่งหาทางออกกรณีสัญญาเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ใกล้หมดอายุ

การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าบริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสัญญาของผู้ให้บริการเอกชนรายปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายนนี้

ความกังวลเรื่องความต่อเนื่องของบริการ

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเร่งจัดทำแผนสำรองเพื่อให้มั่นใจว่าบริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะยังคงเปิดให้บริการได้ตามปกติ เนื่องจากสัญญาของผู้ให้บริการเอกชนรายปัจจุบันกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569

ผลกระทบต่อผู้เดินทาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถไฟฟ้าเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมิ ความกังวลหลักคือความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ นายปิยพงษ์ จิวองคุลไพศาล ประธานคณะกรรมการ รฟท. ระบุว่าหน่วยงานกำลังให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการหยุดชะงักในการดำเนินงานประจำวัน

บริบทด้านโครงสร้างพื้นฐานในภาพรวม

นอกเหนือจากประเด็นเรื่องสัญญาในระยะสั้นแล้ว รัฐบาลยังคงเร่งแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน แม้ว่า รฟท. จะมุ่งเน้นไปที่การรักษาการให้บริการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ในปัจจุบัน แต่โครงการรถไฟความเร็วสูงในภาพรวมยังคงเป็นโครงการที่มีความซับซ้อนและอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

ในขณะนี้ มาตรการปฏิบัติการเฉพาะที่ รฟท. จะนำมาใช้หลังจากวันที่ 30 กันยายน ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้เดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก รฟท. เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาหรือผู้ให้บริการที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใกล้ถึงวันสิ้นสุดสัญญา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:10 UTC

สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ระงับการดำเนินงานหลังถูกโจมตีด้วยโดรน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ระงับการดำเนินงานหลังถูกโจมตีด้วยโดรน

ทางการเมียนมาสั่งปิดสนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนพลีชีพ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ระงับการดำเนินงานหลังถูกโจมตีด้วยโดรน

แหล่งข่าวเดียว
สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ระงับการดำเนินงานหลังถูกโจมตีด้วยโดรน

ทางการเมียนมาสั่งปิดสนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนพลีชีพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 สนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ในเมียนมาได้ระงับการดำเนินงานด้านการบินทั้งหมด การปิดสนามบินเกิดขึ้นหลังจากทางการอ้างว่าสถานที่ดังกล่าวตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยโดรนพลีชีพ ซึ่งกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฏ

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนอย่างมากต่อการเดินทางทางอากาศในภูมิภาค โดยกระทบต่อทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความท้าทายด้านโลจิสติกส์ในทันที รวมถึงการยกเลิกเที่ยวบิน ความเสี่ยงที่ผู้โดยสารจะตกค้าง และความจำเป็นในการหาทางเลือกการเดินทางอื่น ผู้ที่มีแผนการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับมัณฑะเลย์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสายการบินและข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยอิสระ และยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนว่าสนามบินจะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติเมื่อใด นอกจากนี้ ตัวตนที่แน่ชัดของกลุ่มที่เกี่ยวข้องและผลกระทบระยะยาวต่อความปลอดภัยของการบินในภูมิภาคยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน นักเดินทางควรปรึกษาสถานทูตหรือผู้ให้บริการด้านการเดินทางของตนเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยและทางเลือกในการเดินทางในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:36 UTC

อุบัติเหตุสลด รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนจยย. เสียชีวิต 2 ราย ท่ามกลางฝนตกหนักที่นครราชสีมา
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุสลด รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนจยย. เสียชีวิต 2 ราย ท่ามกลางฝนตกหนักที่นครราชสีมา

ชายวัย 26 ปี ขับรถเสียหลักท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์จนมีผู้เสียชีวิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุสลด รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนจยย. เสียชีวิต 2 ราย ท่ามกลางฝนตกหนักที่นครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุสลด รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนจยย. เสียชีวิต 2 ราย ท่ามกลางฝนตกหนักที่นครราชสีมา

ชายวัย 26 ปี ขับรถเสียหลักท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์จนมีผู้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนบนทางหลวงหมายเลข 205 (ถนนสุรนารายณ์) ในจังหวัดนครราชสีมา ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าชายวัย 26 ปี ขับรถเก๋งเสียหลักขณะขับขี่ท่ามกลางฝนตกหนักและมีน้ำขังบนผิวจราจร

ภาพจากกล้องหน้ารถที่บันทึกไว้เมื่อเวลาประมาณ 02.26 น. บริเวณหน้าแขวงการทางนครราชสีมาที่ 2 เผยให้เห็นรถคันดังกล่าวเสียหลักหลังจากขับผ่านจุดที่มีน้ำขัง ต่อมาในเวลา 03.33 น. รถคันเดียวกันนี้ได้ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่มีคู่สามีภรรยาขับขี่มา ซึ่งรายงานระบุว่ากำลังเดินทางไปขายข้าวมันไก่ แรงปะทะส่งผลให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งสองรายเสียชีวิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงสำคัญในการขับขี่บนทางหลวงของไทยในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในจุดที่มีปัญหาการระบายน้ำจนเกิดน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจทำให้รถเกิดอาการเหินน้ำ (Aquaplaning) ได้แม้จะเป็นผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์

แม้รายงานเบื้องต้นจะยืนยันลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การชน แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ขับขี่รถเก๋งต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวน และควรตระหนักถึงอันตรายบนท้องถนน เช่น การมีน้ำขังบนเส้นทางหลัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:38 UTC

อุบัติเหตุสลดในชลบุรี หญิงวัย 26 ปีเสียชีวิตหลังรถเสียหลักตกคลอง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุสลดในชลบุรี หญิงวัย 26 ปีเสียชีวิตหลังรถเสียหลักตกคลอง

หญิงสาววัย 26 ปีเสียชีวิตหลังจากรถยนต์อเนกประสงค์ของเธอเสียหลักตกลงไปในคลองในจังหวัดชลบุรี ขณะพยายามหักหลบไรเดอร์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุสลดในชลบุรี หญิงวัย 26 ปีเสียชีวิตหลังรถเสียหลักตกคลอง

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุสลดในชลบุรี หญิงวัย 26 ปีเสียชีวิตหลังรถเสียหลักตกคลอง

หญิงสาววัย 26 ปีเสียชีวิตหลังจากรถยนต์อเนกประสงค์ของเธอเสียหลักตกลงไปในคลองในจังหวัดชลบุรี ขณะพยายามหักหลบไรเดอร์

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่น่าสลดใจในตำบลมาบโป่ง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หญิงสาววัย 26 ปีได้เสียหลักควบคุมรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีขาว ทะเบียนปราจีนบุรี ไม่ได้ ก่อนจะพุ่งตกลงไปในคลองข้างทาง

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย ร.ต.ท.วิสุทธิ์ พรมประชา จากสถานีตำรวจภูธรพานทอง ได้รับแจ้งเหตุและเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยทีมกู้ภัยจากมูลนิธิสว่างอุทยานพานทอง จากการตรวจสอบพบรถยนต์จมอยู่ในคลองและยืนยันการเสียชีวิตของผู้ขับขี่ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าผู้ขับขี่ได้หักหลบไรเดอร์ส่งของ ทำให้รถเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่บนถนนในท้องถิ่น โดยเฉพาะในจุดที่มีการใช้ถนนร่วมกันระหว่างรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์รับส่งสินค้าบ่อยครั้ง แม้ว่ารายงานเบื้องต้นจะระบุว่าการหักหลบเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและคำให้การของพยานเพื่อสรุปผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของไรเดอร์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:37 UTC

กองกำลังต่อต้านรัฐบาลเมียนมาใช้โดรนโจมตีฐานทัพอากาศ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กองกำลังต่อต้านรัฐบาลเมียนมาใช้โดรนโจมตีฐานทัพอากาศ

กองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ของเมียนมาใช้โดรน FPV โจมตีสนามบินตองอู ทำให้เครื่องบินทหารเสียหาย 4 ลำ และส่งผลกระทบต่อการให้บริการเที่ยวบิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กองกำลังต่อต้านรัฐบาลเมียนมาใช้โดรนโจมตีฐานทัพอากาศ

แหล่งข่าวเดียว
กองกำลังต่อต้านรัฐบาลเมียนมาใช้โดรนโจมตีฐานทัพอากาศ

กองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ของเมียนมาใช้โดรน FPV โจมตีสนามบินตองอู ทำให้เครื่องบินทหารเสียหาย 4 ลำ และส่งผลกระทบต่อการให้บริการเที่ยวบิน

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กองกำลังต่อต้านรัฐบาลเมียนมาหรือกลุ่มกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ได้ปฏิบัติการใช้โดรนโจมตีสนามบินตองอู ในเขตมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยการใช้โดรนแบบ FPV ส่งผลให้เครื่องบินทหารได้รับความเสียหาย 4 ลำ แบ่งเป็นเสียหายหนัก 2 ลำ และเสียหายเล็กน้อย 2 ลำ

ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สายการบินเมียนมาร์อินเตอร์เนชั่นแนลแอร์ไลน์ (MAI) ได้ประกาศงดให้บริการชั่วคราวที่สนามบินดังกล่าวในช่วงเช้าวันที่ 11 กันยายน และย้ายไปใช้บริการที่เมืองปยินอูลวินแทน แหล่งข่าวจากผู้นำกองทัพคาเรนนีระบุว่า สนามบินตองอูเป็นฐานทัพหลักในการส่งเครื่องบินขับไล่ไปโจมตีรัฐคาเรนนีมาตั้งแต่ต้นปี 2568 ซึ่งส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมากที่ต้องมารับการรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ของไทย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความไม่มั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ใกล้ชายแดน แม้กลุ่ม PDF จะอ้างว่าการโจมตีนี้เป็นความร่วมมือเพื่อลดขีดความสามารถทางทหาร แต่ผลกระทบระยะยาวต่อการบินในภูมิภาคและความปลอดภัยบริเวณชายแดนยังคงต้องติดตามต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามประกาศจากสายการบินท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตารางบินในพื้นที่ใกล้เคียงมัณฑะเลย์อาจมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหันจากความกังวลด้านความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 08:37 UTC

ขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ถึงมกราคม 2570
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ถึงมกราคม 2570

กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าเอกชนจะยังคงให้บริการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 ในขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านที่อาจเกิดขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ถึงมกราคม 2570

แหล่งข่าวเดียว
ขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ถึงมกราคม 2570

กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าเอกชนจะยังคงให้บริการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 ในขณะที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เข้าพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ตามรายงานของ Khaosod Online นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ รฟท. ยืนยันว่าบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเอกชนในปัจจุบัน ได้ตกลงที่จะให้บริการต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570

การขยายเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการและสถานะของสัญญาระหว่าง รฟท. กับเอกชนรายนี้ ปัจจุบัน รฟท. กำลังพิจารณาเงื่อนไข 4 ข้อที่เอกชนเสนอมา โดยการเจรจายังคงดำเนินต่อไปเนื่องจากบางประเด็นยังไม่ได้ข้อสรุป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าบริการรถไฟไป-กลับสนามบินจะยังคงเปิดให้บริการภายใต้การบริหารจัดการปัจจุบันในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม อนาคตระยะยาวของบริการยังคงขึ้นอยู่กับการเจรจาเพิ่มเติมระหว่าง รฟท. และเอกชน ทั้งนี้ รฟท. ระบุว่าได้เตรียมความพร้อมในการรับช่วงต่อหากจำเป็น นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการบริการหรือการเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการเมื่อใกล้ถึงกำหนดการในเดือนมกราคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:38 UTC

ขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์โดยเอกชนถึงมกราคม 2570
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์โดยเอกชนถึงมกราคม 2570

กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันว่าการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์โดยภาคเอกชนจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนมกราคม 2570

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์โดยเอกชนถึงมกราคม 2570

แหล่งข่าวเดียว
ขยายเวลาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์โดยเอกชนถึงมกราคม 2570

กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยยืนยันว่าการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์โดยภาคเอกชนจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนมกราคม 2570

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่จากกระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิงก์ โดยหน่วยงานยืนยันว่าข้อตกลงปัจจุบันที่ให้ภาคเอกชนเป็นผู้เดินรถจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนถึงเดือนมกราคม 2570

การขยายเวลาดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้กับผู้โดยสารและประชาชนที่ใช้บริการรถไฟเชื่อมต่อระหว่างใจกลางกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมิ การคงสถานะการดำเนินงานในปัจจุบันไว้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่าบริการจะมีความต่อเนื่อง ในขณะที่รัฐบาลกำลังจัดการกับการเปลี่ยนผ่านด้านโครงสร้างพื้นฐานในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับอนาคตระยะยาวของเครือข่ายรถไฟยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา กระทรวงระบุว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญนั้นยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยประเด็นเหล่านี้ได้ถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาและอนุมัติขั้นสุดท้าย สำหรับนักเดินทางและประชาชนทั่วไป หมายความว่าแม้การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ในระยะสั้นจะมีความมั่นคงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แต่การรวมเส้นทางนี้เข้ากับเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามการพัฒนาเชิงนโยบายต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับทราบความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:15 UTC

การรถไฟแห่งประเทศไทยหารือประเด็นการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การรถไฟแห่งประเทศไทยหารือประเด็นการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันว่าผู้ประกอบการเอกชนรายปัจจุบันจะยังคงบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาการจ้างงานต่ออีกหนึ่งปี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทยหารือประเด็นการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟแห่งประเทศไทยหารือประเด็นการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยืนยันว่าผู้ประกอบการเอกชนรายปัจจุบันจะยังคงบริหารจัดการแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาการจ้างงานต่ออีกหนึ่งปี

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รวมถึงประธานบอร์ดและผู้ว่าการรถไฟฯ ได้เข้าหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ รฟท. ยืนยันว่าผู้ประกอบการเอกชนรายปัจจุบันได้ตกลงที่จะให้บริการแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 เพื่อให้มั่นใจว่าบริการจะดำเนินต่อไปได้หลังจากวันดังกล่าว รฟท. กำลังพิจารณาการต่อสัญญาจ้างผู้ประกอบการรายเดิมออกไปอีก 1 ปี ในราคาที่เสนอไว้เดือนละ 60 ล้านบาท ทั้งนี้ นายอนุทินได้กำชับให้ รฟท. ยึดถือตามกฎหมายและดูแลไม่ให้ภาครัฐเสียประโยชน์ในระหว่างการเจรจา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของบริการรถไฟสายสำคัญที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับสนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่าจะมีการยืนยันว่าผู้ประกอบการรายปัจจุบันจะยังคงให้บริการต่อไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม แต่รายละเอียดของสัญญาจ้าง 1 ปีที่เสนอและกลยุทธ์การบริหารจัดการระยะยาวสำหรับโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ขณะนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังรอการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการทำข้อตกลงการเดินรถชั่วคราวให้เป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 07:18 UTC

ไฟไหม้บ้านและร้านยางในระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ไฟไหม้บ้านและร้านยางในระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

เหตุเพลิงไหม้ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 12 คัน รวมถึงรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ไฟไหม้บ้านและร้านยางในระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้บ้านและร้านยางในระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

เหตุเพลิงไหม้ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 12 คัน รวมถึงรถจักรยานยนต์อีก 2 คัน

เมื่อกลางดึกวันที่ 11 กันยายน 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านและร้านจำหน่ายยางรถยนต์ริมถนนสุขุมวิท ในตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าของบ้านซึ่งเป็นสามีภรรยาอายุประมาณ 70 และ 60 ปี เสียชีวิตภายในห้องน้ำ โดยลูกชายสามารถหนีออกมาได้ทัน

เพลิงได้ลุกลามจากตัวบ้านไปยังร้านจำหน่ายยางรถยนต์ที่อยู่ติดกัน ส่งผลให้รถยนต์ของลูกค้าและรถส่วนตัวได้รับความเสียหายรวม 12 คัน โดยในจำนวนนี้ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน 8 คัน และเสียหายบางส่วน 4 คัน นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายอีก 2 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดระยองได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยในอาคารที่ใช้ประโยชน์ทั้งเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นเพลิงและการละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยเมื่อการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 06:37 UTC