ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’ ✦
ความปลอดภัย อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
การท่องเที่ยว ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026 ✦
การท่องเที่ยว ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา ✦
เศรษฐกิจ กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ✦
ความปลอดภัย พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group ✦
เศรษฐกิจ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ✦
เศรษฐกิจ

‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

แหล่งข่าวเดียว
‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

ทิพยประกันภัยได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์'

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์' รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโซลูชันด้านประกันภัยที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปและความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคยุคใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การได้รับรางวัลนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่ตลาดประกันภัยยังคงปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการขับขี่ใหม่ๆ และความต้องการในยุคดิจิทัล รางวัลดังกล่าวถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่มุ่งไปสู่รูปแบบประกันภัยที่ยืดหยุ่นและอิงตามการใช้งานจริงมากขึ้น

แม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นการยืนยันถึงการตอบรับของตลาดและปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้ถือเป็นการรับรองเงื่อนไขกรมธรรม์เฉพาะเจาะจงหรือความเหมาะสมของความคุ้มครองสำหรับผู้ขับขี่แต่ละราย ผู้ที่สนใจควรทราบว่ารางวัลนี้สะท้อนถึงแนวทางทั่วไปของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การรับประกันประสิทธิภาพการบริการในกรณีการเคลมเฉพาะเจาะจง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนด เงื่อนไข และความเหมาะสมสำหรับกรมธรรม์ 'TIP อัพทูไมล์' ควรตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของทิพยประกันภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

รถกระบะที่บรรทุกตายายและหลานชนเข้ากับรถสไลด์ใกล้จุดกลับรถนวนคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงในช่วงที่มีฝนตกหนักใกล้จุดกลับรถนวนคร รถกระบะซึ่งมีผู้โดยสารเป็นตายายและหลานได้เสียหลักชนเข้ากับรถสไลด์ แรงปะทะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญของการขับขี่ในช่วงฝนตกหนัก ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนลงอย่างมาก นวนครเป็นเส้นทางอุตสาหกรรมและการจราจรที่หนาแน่น และจุดกลับรถมักถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลดความเร็ว และเว้นระยะห่างให้มากขึ้นเมื่อขับขี่ผ่านเส้นทางเหล่านี้ในช่วงที่มีพายุ

แม้ว่าจะมีการรายงานรายละเอียดเบื้องต้นของการชนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตัวผู้เสียชีวิตหรือสาเหตุอย่างเป็นทางการที่ทำให้รถเสียหลัก ขณะนี้การสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามรายงานสภาพการจราจรและพยากรณ์อากาศในพื้นที่ก่อนออกเดินทางผ่านภูมิภาคนี้เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

การท่องเที่ยว

ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

แหล่งข่าวเดียว
ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมแก่ผู้เข้าชมชาวญี่ปุ่นในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังเข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2026 โดยส่งเสริมประเทศไทยภายใต้แนวคิด 'Healing is the New Luxury' (การเยียวยาคือความหรูหราใหม่) ตามรายงานจากข่าว ททท. ระบุว่าโครงการนี้มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ โดยเน้นย้ำถึงข้อเสนอเชิงสุขภาพ ความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดื่มด่ำในประเทศไทย

แคมเปญนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการกลับมาท่องเที่ยวซ้ำและเพิ่มระยะเวลาการพำนักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เป้าหมายสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้กว้างขวางขึ้นโดยส่งเสริมการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางรองทั่วประเทศไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ ททท. กำลังสร้างความร่วมมือกับสายการบินและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในตลาดญี่ปุ่นอย่างแข็งขัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงและเน้นด้านสุขภาพ แม้ว่าแคมเปญนี้จะมุ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับจังหวัดที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเส้นทางบินใหม่หรือแพ็คเกจสุขภาพสุดพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือทางการค้านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ททท. ยังคงวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์การพักผ่อนที่ฟื้นฟูร่างกายและเต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Tourism Authority of Thailand Newsroom
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:55 UTC

การท่องเที่ยว

ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ได้รับการยืนยัน
ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ภูเก็ตครองอันดับ 1 ในฐานะจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาชื่นชอบมากที่สุด ตามข้อมูลล่าสุดที่รัฐบาลไทยเปิดเผย

ภูเก็ตได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา ตามรายงานจาก Thai Post โดยอ้างคำกล่าวของนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 'Air Canada Vacations Toronto' ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การยอมรับนี้เน้นย้ำถึงเสน่ห์ที่ยั่งยืนของภูเก็ตในตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านการท่องเที่ยวบนเกาะ รัฐบาลแสดงความพึงพอใจต่อการจัดอันดับดังกล่าว โดยมองว่าเป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกถึงสถานะการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทย

แม้ว่าการจัดอันดับนี้จะสะท้อนถึงความชอบของผู้ที่ได้รับการสำรวจในงานที่โตรอนโต แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความรู้สึกนี้จะส่งผลต่อแนวโน้มการจองหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายสำหรับช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้อย่างไร นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้ภูเก็ตจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูง แต่รางวัลนี้อ้างอิงจากความรู้สึกของผู้บริโภคในงานส่งเสริมการขายเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่สถิติการเดินทางเข้าประเทศประจำปีที่ครอบคลุม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะที่ใช้ในกระบวนการลงคะแนนเสียงในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

เศรษฐกิจ

กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

แหล่งข่าวเดียว
กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประกาศยอดขายที่ดิน 6,000 ไร่ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พร้อมเน้นย้ำความคืบหน้าของโครงการ Smart Park และมาบตาพุด เฟส 3

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 โดยมียอดขายที่ดินรวม 6,000 ไร่ ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่า กนอ. กำลังใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค

ความคืบหน้าสำคัญรวมถึงโครงการมาบตาพุด เฟส 3 ที่ยังคงดำเนินไปตามแผนงาน นอกจากนี้ กนอ. ยังเดินหน้าส่งเสริมโครงการ 'Smart Park' ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบสีเขียวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการดำเนินงานแบบคาร์บอนต่ำและรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนาเหล่านี้บ่งชี้ถึงการขยายตัวทางอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องและการมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในพื้นที่ภาคตะวันออก การเติบโตของยอดขายที่ดินชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการจ้างงานในท้องถิ่นและการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาค แม้ว่า กนอ. จะยืนยันตัวเลขและสถานะของโครงการเหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของ Smart Park ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่โครงการมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

กฎระเบียบใหม่ระบุว่าผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการชดเชยการผลิตได้ แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตจะต้องเผชิญกับบทลงโทษก็ตาม

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติใหม่เกี่ยวกับเงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยภายใต้กฎเกณฑ์นี้ ผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้โครงการส่งเสริมของรัฐบาลจะไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากบริษัทผู้ผลิตไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันในการชดเชยการผลิตได้

นโยบายนี้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะไม่ต้องรับผิดชอบทางการเงินต่อความบกพร่องของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดสำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้อง หากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตที่กำหนดไว้ จะต้องถูกเรียกคืนเงินอุดหนุนพร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ให้แก่รัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การชี้แจงนี้ช่วยสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเสถียรภาพของสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างรัฐและบริษัทรถยนต์ แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดพารามิเตอร์ที่ชัดเจนสำหรับการเรียกคืนเงินและบทลงโทษแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูว่ากฎเหล่านี้จะถูกบังคับใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อราคาหรือความพร้อมจำหน่ายของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทยหรือไม่ ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักและลมแรงตลอดทั้งคืนส่งผลให้เรือหลายลำในพัทยาได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงประกาศชักธงแดงห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เมืองพัทยาเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงตลอดทั้งคืน ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องและลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล ทำให้เรือหลายลำที่จอดอยู่ในพื้นที่ได้รับความเสียหาย

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เป็นอันตราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ประกาศชักธงแดงตลอดแนวชายฝั่ง สัญญาณนี้ถือเป็นการห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสภาพทะเลในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยทางทะเล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางทางทะเลหรือล่องเรือควรเตรียมพร้อมรับมือกับการยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นและมีการยกเลิกประกาศธงแดงอย่างเป็นทางการ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางทะเลอย่างเคร่งครัด

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรือในพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการประเมิน แม้ว่าความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในน้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะอนุญาตให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางทะเลได้เมื่อใด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาพทะเลกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อนวางแผนกิจกรรมชายฝั่งทุกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

นายกรัฐมนตรีไทยได้พบปะกับกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐฯ ในเวทีที่จัดโดย Jefferies Group LLC เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนโอกาสทางเศรษฐกิจให้เป็นการเติบโตทางธุรกิจที่จับต้องได้

ตามรายงานจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าร่วมเวทีเสวนาที่จัดโดยบริษัทบริการทางการเงินระดับโลก Jefferies Group LLC เมื่อเร็วๆ นี้ โดยงานดังกล่าวเป็นเวทีให้นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยโดยตรงกับตัวแทนจากกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายหลักของการหารือคือการสำรวจกลยุทธ์ในการเปลี่ยนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันให้กลายเป็นการดำเนินธุรกิจที่จับต้องได้ รัฐบาลเน้นย้ำว่าความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยและปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชน การดึงความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งถือเป็นความหวังของรัฐบาลในการดึงดูดเงินทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงความพยายามเชิงรุกของรัฐบาลในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศผ่านการลงทุนจากต่างชาติ เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าภาคส่วนใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับการลงทุนเหล่านี้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับความร่วมมือทางธุรกิจเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะส่งผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้จริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ การเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

นายชาญชัยนำประสบการณ์กว่า 30 ปีในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาสู่บทบาทนี้ โดยบริษัทระบุว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงของตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย โดยเป็นผู้ดำเนินงานสถานที่สำคัญ เช่น เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และโรงแรมต่างๆ การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารระดับสูงมักเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนทิศทางองค์กร ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาหรือทิศทางการดำเนินงานของศูนย์การค้าที่เป็นที่นิยมเหล่านี้ในอนาคต

ในขณะนี้ บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโครงการใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานค้าปลีกที่มีอยู่ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนจะต้องรอประกาศเพิ่มเติมจากบริษัทเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้จะส่งผลต่อกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอนาคตของกลุ่มบริษัทอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:42 UTC

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดง ส่งผลให้การจราจรติดขัด
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดง ส่งผลให้การจราจรติดขัด

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดงขาเข้า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรในเส้นทางมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดง ส่งผลให้การจราจรติดขัด

แหล่งข่าวเดียว
รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดง ส่งผลให้การจราจรติดขัด

รถบรรทุก 18 ล้อพลิกคว่ำบนถนนดินแดงขาเข้า ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรในเส้นทางมุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถบรรทุก 18 ล้อพลิกตะแคงขณะสัญจรบนถนนดินแดงขาเข้า มุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างหนักในบริเวณใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและดำเนินการปิดการจราจรชั่วคราวเพื่อเร่งเคลื่อนย้ายรถบรรทุกคันดังกล่าว สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรในพื้นที่ คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการจราจรที่ล่าช้า โดยเฉพาะผู้ที่มุ่งหน้าไปยังบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวจนกว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถและเปิดการจราจรให้เป็นปกติ

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายรถเพื่อคืนพื้นผิวการจราจรให้เร็วที่สุด ผู้สัญจรควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 00:50 UTC

LEPAS Thailand จัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road' พร้อมเปิดตัวบริการใหม่
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

LEPAS Thailand จัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road' พร้อมเปิดตัวบริการใหม่

LEPAS Thailand เปิดตัวบริการสนับสนุนลูกค้าใหม่ในชื่อ LEPAS Care ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

LEPAS Thailand จัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road' พร้อมเปิดตัวบริการใหม่

แหล่งข่าวเดียว
LEPAS Thailand จัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road' พร้อมเปิดตัวบริการใหม่

LEPAS Thailand เปิดตัวบริการสนับสนุนลูกค้าใหม่ในชื่อ LEPAS Care ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมแรลลี่ 'Elegance on the Road'

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัท LEPAS Thailand ได้จัดกิจกรรมด้านยานยนต์ในชื่อ 'Elegance on the Road Rally' โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นเวทีให้บริษัทได้สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนและนำเสนอโครงการล่าสุดในตลาดประเทศไทย

ในระหว่างการจัดกิจกรรมแรลลี่ บริษัทได้เปิดตัว 'LEPAS Care' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นบริการใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนลูกค้า แม้ว่ารายละเอียดการดำเนินงานเฉพาะของบริการนี้ เช่น ขอบเขตของการช่วยเหลือ ความพร้อมในการให้บริการ และข้อกำหนดในการสมัครสมาชิก จะยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก แต่การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอการบริการของบริษัทในประเทศไทยอย่างมีกลยุทธ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการของ LEPAS การพัฒนานี้อาจบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับการสนับสนุนลูกค้าและความช่วยเหลือด้านการบำรุงรักษายานพาหนะมากขึ้น ผู้ที่สนใจว่าบริการนี้จะส่งผลต่อแผนการเดินทางในปัจจุบันหรืออนาคต หรือประสบการณ์การเป็นเจ้าของยานพาหนะอย่างไร ควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของบริษัทเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม ณ ขณะนี้ ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับเต็มของโปรแกรม LEPAS Care ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางบริษัท ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบว่าฟีเจอร์บริการใหม่เหล่านี้จะเชื่อมโยงกับเครือข่ายการสนับสนุนยานยนต์ที่มีอยู่ในภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 14:50 UTC

สส.ภูเก็ต จี้รัฐบาลเร่งรัดโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สส.ภูเก็ต จี้รัฐบาลเร่งรัดโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง

นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ที่ล่าช้ามานาน เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่เรื้อรัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สส.ภูเก็ต จี้รัฐบาลเร่งรัดโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง

แหล่งข่าวเดียว
สส.ภูเก็ต จี้รัฐบาลเร่งรัดโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง

นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ที่ล่าช้ามานาน เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่เรื้อรัง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งรัดการดำเนินโครงการทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง ซึ่งเป็นโครงการที่ชาวภูเก็ตเฝ้ารอคอยมานานกว่า 30 ปี เพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างสองพื้นที่

นายเฉลิมพงศ์เน้นย้ำว่าเส้นทางข้ามเขาในปัจจุบันประสบปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อประชาชนในพื้นที่ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดภูเก็ต เขาระบุว่าได้ติดตามและตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่องเพื่อสอบถามความคืบหน้าและผลักดันให้โครงการเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีความล่าช้าอย่างมากเนื่องจากการทบทวนรายละเอียดโครงการ แบบก่อสร้าง โครงสร้างอุโมงค์ และขั้นตอนการประมูลผู้รับจ้างหลายครั้ง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากจะช่วยบรรเทาสภาพการเดินทางที่ยากลำบากในการสัญจรระหว่างกะทู้และป่าตอง แม้ว่าความจำเป็นของโครงสร้างพื้นฐานนี้จะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่กำหนดการก่อสร้างยังคงมีความไม่แน่นอน โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบบสุดท้าย การคัดเลือกผู้รับจ้าง และวันเริ่มต้นก่อสร้างอย่างเป็นทางการนั้น รัฐบาลยังไม่ได้มีการยืนยันอย่างชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 15:30 UTC

สรรเพชญเสนอแนวทางบูรณาการเรือแท็กซี่เพื่อยกระดับการสัญจรในกรุงเทพฯ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สรรเพชญเสนอแนวทางบูรณาการเรือแท็กซี่เพื่อยกระดับการสัญจรในกรุงเทพฯ

สรรเพชญ บุญญามณี ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการยกระดับการขนส่งทางน้ำ โดยมุ่งหวังที่จะบูรณาการ 'เรือแท็กซี่' ให้เป็นระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายรางและถนน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สรรเพชญเสนอแนวทางบูรณาการเรือแท็กซี่เพื่อยกระดับการสัญจรในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
สรรเพชญเสนอแนวทางบูรณาการเรือแท็กซี่เพื่อยกระดับการสัญจรในกรุงเทพฯ

สรรเพชญ บุญญามณี ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการยกระดับการขนส่งทางน้ำ โดยมุ่งหวังที่จะบูรณาการ 'เรือแท็กซี่' ให้เป็นระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อกับเครือข่ายรางและถนน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 สรรเพชญ บุญญามณี ได้จัดการหารือเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะทางน้ำในประเทศไทย ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การยกระดับบทบาทของ 'เรือแท็กซี่' ให้ทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งรองที่สำคัญ เพื่อเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างการจราจรทางถนน เส้นทางรถไฟที่มีอยู่ และเส้นทางทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างรูปแบบการเชื่อมต่อ 'ล้อ-เรือ-ราง' ที่ไร้รอยต่อมากขึ้น หากดำเนินการได้สำเร็จ ระบบดังกล่าวอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางและบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด โดยช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางระหว่างระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การบูรณาการเรือแท็กซี่เข้ากับเครือข่ายการขนส่งในเมืองที่กว้างขึ้นนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นทางเลือกที่เชื่อถือได้มากกว่าการเดินทางทางถนนเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการหารือ และยังไม่มีการสรุปกรอบการดำเนินงาน โครงสร้างราคา หรือกำหนดการสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องยังไม่ได้ประกาศว่าเรือแท็กซี่เหล่านี้จะถูกรวมเข้ากับระบบตั๋วโดยสารที่มีอยู่ได้อย่างไร หรือเส้นทางใดที่จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับบริการขนส่งรองนี้ ทั้งนี้คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่โครงการดำเนินไปตามขั้นตอนการวางแผน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 15:30 UTC

อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนพระราม 2 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนพระราม 2 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

เกิดอุบัติเหตุจราจรครั้งใหญ่บนถนนพระราม 2 ในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยมีรถพ่วง 18 ล้อ รถบรรทุก 10 ล้อ และรถกระบะเกี่ยวข้อง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนพระราม 2 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนถนนพระราม 2 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

เกิดอุบัติเหตุจราจรครั้งใหญ่บนถนนพระราม 2 ในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยมีรถพ่วง 18 ล้อ รถบรรทุก 10 ล้อ และรถกระบะเกี่ยวข้อง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุจราจรครั้งสำคัญบนถนนพระราม 2 ขาออกกรุงเทพฯ ช่วงกิโลเมตรที่ 42+600 ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่ารถพ่วง 18 ล้อบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อ ส่งผลให้เกิดการชนต่อเนื่องกับรถกระบะอีกคัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ต.ศุภกร พานิชย์เจริญ สว.(สอบสวน) สภ.บางโทรัด พร้อมด้วยทีมกู้ชีพจากโรงพยาบาลมหาชัย 1 โรงพยาบาลวิภาราม สมุทรสาคร และอาสากู้ภัยมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร ได้รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 10 ล้อซึ่งบรรทุกกระป๋องและกล่องกระดาษตกลงไปในร่องน้ำข้างทางหลังจากชนกับเสาไฟส่องสว่าง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยในทันที

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงบนท้องถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดภาคใต้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและแขวงทางหลวงจะเข้าจัดการพื้นที่แล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของการที่รถพ่วง 18 ล้อเสียหลักยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ใช้รถใช้ถนนควรใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางผ่านช่วงดังกล่าวของจังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของผู้บาดเจ็บและรายงานสรุปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 13:31 UTC

AirAsia เปิดตัวฟีเจอร์ 'Points Booking' พร้อมโปรโมชั่นคืนคะแนน 50%
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

AirAsia เปิดตัวฟีเจอร์ 'Points Booking' พร้อมโปรโมชั่นคืนคะแนน 50%

AirAsia rewards เปิดตัวระบบการจองด้วยคะแนนรูปแบบใหม่ที่ให้สมาชิกแลกเที่ยวบินด้วยจำนวนคะแนนคงที่ พร้อมโปรโมชั่นคืนคะแนน 50% ในระยะเวลาจำกัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

AirAsia เปิดตัวฟีเจอร์ 'Points Booking' พร้อมโปรโมชั่นคืนคะแนน 50%

แหล่งข่าวเดียว
AirAsia เปิดตัวฟีเจอร์ 'Points Booking' พร้อมโปรโมชั่นคืนคะแนน 50%

AirAsia rewards เปิดตัวระบบการจองด้วยคะแนนรูปแบบใหม่ที่ให้สมาชิกแลกเที่ยวบินด้วยจำนวนคะแนนคงที่ พร้อมโปรโมชั่นคืนคะแนน 50% ในระยะเวลาจำกัด

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 Khaosod Online รายงานว่า AirAsia rewards ซึ่งเป็นโปรแกรมสะสมคะแนนภายใต้ Capital A ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า 'Points Booking' ระบบนี้ช่วยให้สมาชิกสามารถใช้คะแนน AirAsia แลกเที่ยวบินได้โดยกำหนดจำนวนคะแนนคงที่ตามเส้นทางบิน แทนที่จะใช้รูปแบบเดิมที่จำนวนคะแนนจะผันผวนตามราคาบัตรโดยสารในขณะนั้น

สำหรับนักเดินทางและผู้ที่อาศัยอยู่ในไทย การอัปเดตนี้ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้นเนื่องจากจำนวนคะแนนที่ใช้จะไม่ขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาตั๋วแบบเรียลไทม์ โดยสมาชิกจะต้องทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทาง ระบบนี้สามารถใช้ได้กับทุกเส้นทางและทุกเที่ยวบินที่ให้บริการโดยสายการบิน

เพื่อเป็นการฉลองการเปิดตัว AirAsia rewards ได้มอบโปรโมชั่นคืนคะแนน 50% สำหรับการแลกเที่ยวบินผ่าน Points Booking ที่จองระหว่างวันที่ 7 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

แม้ว่าฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้งานแล้ว แต่นักเดินทางควรทราบว่าโปรโมชั่นคืนคะแนน 50% มีระยะเวลาจำกัด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำนวนคะแนนคงที่สำหรับแต่ละเส้นทางจะมีการปรับเปลี่ยนในอนาคตอย่างไร หรือสายการบินจะมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอื่นๆ เพิ่มเติมหลังจากช่วงเปิดตัวนี้หรือไม่ สมาชิกสามารถตรวจสอบรายละเอียดจำนวนคะแนนที่ต้องใช้ในแต่ละเส้นทางได้ผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของ AirAsia rewards

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 12:31 UTC

รถบรรทุกยางมะตอยเสียหลักพุ่งตกเหวในลำพูน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถบรรทุกยางมะตอยเสียหลักพุ่งตกเหวในลำพูน

รถบรรทุก 6 ล้อพุ่งตกเหวลึก 10 เมตรบนถนนสายเชียงใหม่–ลำปาง หลังคาดว่าระบบเบรกขัดข้อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถบรรทุกยางมะตอยเสียหลักพุ่งตกเหวในลำพูน

แหล่งข่าวเดียว
รถบรรทุกยางมะตอยเสียหลักพุ่งตกเหวในลำพูน

รถบรรทุก 6 ล้อพุ่งตกเหวลึก 10 เมตรบนถนนสายเชียงใหม่–ลำปาง หลังคาดว่าระบบเบรกขัดข้อง

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนถนนสายเชียงใหม่–ลำปาง บริเวณใกล้กาดทาดอยแก้ว ในเขตอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถบรรทุก 6 ล้อที่บรรทุกยางมะตอยมาได้เสียหลักหลังจากที่คาดว่าระบบเบรกเกิดปัญหา

ก่อนที่จะพุ่งออกจากไหล่ทางและตกลงไปในเหวลึกประมาณ 10 เมตร รถบรรทุกคันดังกล่าวได้เฉี่ยวชนกับรถยนต์ BMW สีเทา ส่งผลให้รถบรรทุกได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยและพลเมืองดีที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบคนขับเป็นชายติดอยู่ภายในตัวรถ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือและนำตัวคนขับออกมาได้ในสภาพอาการสาหัส ก่อนจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวต่อไป

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการสัญจรผ่านพื้นที่ภูเขาระหว่างเชียงใหม่และลำปาง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจราจรของรถบรรทุกขนาดใหญ่ แม้เจ้าหน้าที่จะสันนิษฐานว่าเกิดจากปัญหาทางกลไก แต่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางบนเส้นทางนี้ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ถนนร่วมกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของผู้ที่อยู่ในรถ BMW หรือผลสรุปของการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:12 UTC

อุบัติเหตุสลด เด็กชายวัย 8 ขวบถูกรถกระบะชนเสียชีวิตในเพชรบูรณ์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุสลด เด็กชายวัย 8 ขวบถูกรถกระบะชนเสียชีวิตในเพชรบูรณ์

เด็กชายวัย 8 ขวบเสียชีวิตหลังจากถูกรถกระบะชนขณะวิ่งตามลูกบอลออกไปบนถนนในอำเภอศรีเทพ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

อุบัติเหตุสลด เด็กชายวัย 8 ขวบถูกรถกระบะชนเสียชีวิตในเพชรบูรณ์

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุสลด เด็กชายวัย 8 ขวบถูกรถกระบะชนเสียชีวิตในเพชรบูรณ์

เด็กชายวัย 8 ขวบเสียชีวิตหลังจากถูกรถกระบะชนขณะวิ่งตามลูกบอลออกไปบนถนนในอำเภอศรีเทพ

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand เกิดอุบัติเหตุทางถนนจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 บริเวณจุดกลับรถบ้านคลองกระจัง ตำบลคลองกระจัง อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ หน่วยกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ว่ามีรถกระบะชนเด็กชายวัย 8 ขวบ

พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า เด็กชายกำลังเล่นลูกบอลอยู่ที่บ้านเพื่อนก่อนจะวิ่งตามลูกบอลออกมาบนถนน คนขับรถกระบะสีดำทะเบียนเชียงใหม่ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน ทำให้เกิดการชนจนเด็กเสียชีวิต รายงานระบุว่ากล้องหน้ารถสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่เด็กถูกชนจนกระเด็นไปกระแทกกับป้ายบอกระยะทางข้างทางได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่แน่นอนของการจราจรบนถนนสายรอง โดยเฉพาะบริเวณใกล้จุดกลับรถในชุมชนที่อาจมีเด็กเล่นอยู่ ผู้ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับผ่านชุมชนชนบทและบ้านเรือนริมทาง แม้ว่าสื่อท้องถิ่นจะรายงานรายละเอียดเบื้องต้นของอุบัติเหตุแล้ว แต่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อหาหรือการกระทำผิดกฎจราจรของผู้ขับขี่ยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของผู้ขับขี่รายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:12 UTC

การจราจรติดขัดที่แยกพระราม 5 เนื่องจากคนขับรถหลับ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การจราจรติดขัดที่แยกพระราม 5 เนื่องจากคนขับรถหลับ

พบคนขับรถหมดสติที่สัญญาณไฟแดงในนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดนาน 20 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเคลื่อนย้ายรถออกไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การจราจรติดขัดที่แยกพระราม 5 เนื่องจากคนขับรถหลับ

แหล่งข่าวเดียว
การจราจรติดขัดที่แยกพระราม 5 เนื่องจากคนขับรถหลับ

พบคนขับรถหมดสติที่สัญญาณไฟแดงในนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดนาน 20 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเคลื่อนย้ายรถออกไป

เมื่อเช้าวันที่ 14 กันยายน 2569 ตำรวจจราจรในจังหวัดนนทบุรีได้รับแจ้งเหตุรถเก๋ง BMW จอดกีดขวางเลนกลางบริเวณแยกพระราม 5 ถนนพิบูลสงคราม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่พบชายอายุประมาณ 40 ปีนอนหลับอยู่หลังพวงมาลัย แม้จะพยายามปลุกนานกว่า 20 นาที แต่คนขับก็ยังไม่รู้สึกตัว ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์หรือปัญหาสุขภาพ

เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยกเคลื่อนย้ายรถคันดังกล่าวไปยังตู้จราจรแยกพระราม 5 เมื่อรถถูกเคลื่อนย้าย คนขับจึงตื่นขึ้นและลงจากรถ เขาอธิบายกับตำรวจว่ามีอาการอ่อนเพลียอย่างหนักจากการนอนดึกเพื่อชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้สัญจร เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบที่ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่อาจมีต่อความปลอดภัยบนท้องถนนและการไหลเวียนของการจราจรในเขตเมือง แม้ว่าคนขับจะระบุว่าสาเหตุมาจากอาการอดนอน แต่ยังคงต้องยืนยันว่ามีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือมีการดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับการกีดขวางการจราจรหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบสภาพร่างกายของตนเองก่อนขับขี่ยานพาหนะเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:12 UTC

ดินสไลด์ปิดถนนสายแม่สอด-ตาก การจราจรติดขัด
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ดินสไลด์ปิดถนนสายแม่สอด-ตาก การจราจรติดขัด

ดินสไลด์ทำให้ถนนสายแม่สอด-ตากเหลือเพียงช่องทางเดียว ส่งผลให้การจราจรติดขัดและมีความกังวลด้านความปลอดภัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ดินสไลด์ปิดถนนสายแม่สอด-ตาก การจราจรติดขัด

แหล่งข่าวเดียว
ดินสไลด์ปิดถนนสายแม่สอด-ตาก การจราจรติดขัด

ดินสไลด์ทำให้ถนนสายแม่สอด-ตากเหลือเพียงช่องทางเดียว ส่งผลให้การจราจรติดขัดและมีความกังวลด้านความปลอดภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ดินสไลด์ปิดทับถนนสายแม่สอด-ตาก ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญในพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องจำกัดการจราจรให้เหลือเพียงช่องทางเดียว โดยรถต้องสลับกันวิ่งผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ส่งผลให้เกิดการสะสมของรถยนต์เป็นจำนวนมากและทำให้ผู้สัญจรต้องเผชิญกับความล่าช้า

สำหรับผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านเส้นทางนี้ คาดว่าจะได้รับผลกระทบต่อกำหนดการเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ออกคำเตือนให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าว โดยเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดหินร่วงและเศษดินลงมาได้ตลอดเวลา

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าถนนจะถูกจำกัดช่องทางจราจรนานเท่าใด และการดำเนินการเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติจะเสร็จสิ้นเมื่อใด ผู้เดินทางควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นหากจำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้ ปัจจุบันยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับระยะเวลาการซ่อมแซมที่แน่ชัดหรือกำหนดการเปิดการจราจรให้วิ่งสวนทางกันได้ตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:15 UTC

กทพ. เดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ในภูเก็ต
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

กทพ. เดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ในภูเก็ต

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังเดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ระยะที่ 1 โดยคาดว่าจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในสิ้นปี 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

กทพ. เดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ในภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
กทพ. เดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ในภูเก็ต

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังเดินหน้าโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ระยะที่ 1 โดยคาดว่าจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในสิ้นปี 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำลังดำเนินการตามแผนสำหรับโครงการทางด่วนกะทู้-ป่าตอง ในจังหวัดภูเก็ต โดยหน่วยงานตั้งเป้าที่จะเสนอโครงการระยะที่ 1 ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติภายในสิ้นปี 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างอำเภอกะทู้และแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างป่าตอง ซึ่งอาจช่วยลดเวลาในการเดินทางและปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนสายภูเขาที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้ กทพ. ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มการก่อสร้างในไตรมาสที่ 3 ของปี 2570 โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดให้ใช้งานทางด่วนภายในเดือนตุลาคม 2574

แม้ว่าจะมีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและวันที่คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างไว้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โครงการนี้ยังคงต้องผ่านการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรี และกำหนดการสุดท้ายอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความคืบหน้าของขั้นตอนทางธุรการและการเตรียมการก่อสร้าง นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะพำนักระยะยาวในภูเก็ตควรติดตามข่าวสารอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการก่อสร้างถนนและแผนการจัดการจราจรอย่างใกล้ชิดเมื่อโครงการเข้าใกล้ระยะการก่อสร้างมากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 05:55 UTC

สำรวจ 'แลนด์บริดจ์' ยุคสุวรรณภูมิ
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

สำรวจ 'แลนด์บริดจ์' ยุคสุวรรณภูมิ

นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกันยายน 2569 ตรวจสอบความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของแลนด์บริดจ์โบราณของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

สำรวจ 'แลนด์บริดจ์' ยุคสุวรรณภูมิ

แหล่งข่าวเดียว
สำรวจ 'แลนด์บริดจ์' ยุคสุวรรณภูมิ

นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกันยายน 2569 ตรวจสอบความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของแลนด์บริดจ์โบราณของไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกันยายน 2569 ได้นำเสนอเนื้อหาเจาะลึกเกี่ยวกับ 'แลนด์บริดจ์ ยุคสุวรรณภูมิ' โดยสิ่งพิมพ์ฉบับนี้ได้สำรวจบทบาททางประวัติศาสตร์ของคาบสมุทรไทยในฐานะจุดผ่านแดนที่สำคัญสำหรับการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สมัยโบราณ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในประวัติศาสตร์ไทย บทความนี้ได้นำเสนอมุมมองทางวิชาการเกี่ยวกับวิธีที่ภูมิศาสตร์ได้หล่อหลอมการพัฒนาของภูมิภาคนี้มานานก่อนที่จะมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ การทำความเข้าใจเส้นทางโบราณเหล่านี้ช่วยให้เห็นบริบทของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการเชื่อมโยงทางการค้าในอดีตที่กำหนดความเป็นประเทศในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่าคาบสมุทรทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างอารยธรรม ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าและแนวคิดต่างๆ ทั่วทั้งภูมิภาค

แม้ว่านิตยสารจะให้การวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อค้นพบทางวิชาการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อความคิดริเริ่มด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหรือการตีความแหล่งโบราณคดีในอนาคตอย่างไร ผู้อ่านที่ต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์ของไทยอาจพบว่าฉบับนี้เป็นแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่าในการสร้างบริบทให้กับบทบาทอันยาวนานของประเทศในฐานะศูนย์กลางระดับภูมิภาค รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่นำเสนอในนิตยสารสามารถดูได้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกันยายน 2569

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 05:15 UTC

ชี้แจงการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ท่ามกลางการเจรจารถไฟความเร็วสูง
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ชี้แจงการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ท่ามกลางการเจรจารถไฟความเร็วสูง

รองนายกรัฐมนตรี พิพัฒน์ รัชกิจประการ ชี้แจงว่าการขยายสัญญาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์จะมีระยะเวลา 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี ในขณะที่การหารือเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงยังคงดำเนินต่อไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ชี้แจงการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ท่ามกลางการเจรจารถไฟความเร็วสูง

แหล่งข่าวเดียว
ชี้แจงการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ท่ามกลางการเจรจารถไฟความเร็วสูง

รองนายกรัฐมนตรี พิพัฒน์ รัชกิจประการ ชี้แจงว่าการขยายสัญญาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์จะมีระยะเวลา 4 เดือน ไม่ใช่ 1 ปี ในขณะที่การหารือเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงยังคงดำเนินต่อไป

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวถึงสถานะการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) โดยชี้แจงที่ทำเนียบรัฐบาลว่า การขยายเวลาการเดินรถ ARL นั้นกำหนดไว้เป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งเป็นการปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าเป็นระยะเวลา 1 ปี

การตัดสินใจดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการประชุมเมื่อวันที่ 11 กันยายน ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้าร่วมหารือ โดยประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีที่บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ได้ยื่นขอยุติสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ในส่วนของ ARL นายพิพัฒน์เน้นย้ำว่าผู้ประกอบการเอกชนจะต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับรายได้จากค่าโดยสารเอง หากรายได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบต่อส่วนต่างที่ขาดหายไป สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว หมายความว่า ARL จะยังคงให้บริการภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้จนกว่าข้อตกลงปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายนนี้

แม้ว่าจะมีการจัดการเรื่องการเดินรถ ARL ในระยะสั้นแล้ว แต่อนาคตของโครงการรถไฟความเร็วสูงยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยนายกรัฐมนตรีอนุทินได้รับมอบหมายให้ประสานงานกับบอร์ด EEC เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าว ซึ่งผู้เกี่ยวข้องกำลังรอความคืบหน้าว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อคำขอยุติสัญญาของภาคเอกชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 05:17 UTC

ชี้แจงสัญญาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ชี้แจงสัญญาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ชี้แจงกรอบเวลาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์โดยภาคเอกชน โดยยืนยันว่าสัญญาจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2570

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ชี้แจงสัญญาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

แหล่งข่าวเดียว
ชี้แจงสัญญาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ชี้แจงกรอบเวลาการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์โดยภาคเอกชน โดยยืนยันว่าสัญญาจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2570

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงประเด็นการหารือเกี่ยวกับการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ โดยรัฐมนตรีชี้แจงว่าสัญญาปัจจุบันของภาคเอกชนในการเดินรถไฟสายนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มกราคม 2570

นายพิพัฒน์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ามีการต่ออายุสัญญาออกไปอีก 1 ปีอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงถึงข้อกังวลด้านการเงิน โดยระบุว่ารัฐบาลไม่ได้มีการว่าจ้างเดินรถในราคาเดือนละ 60 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวถึง การชี้แจงนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของสาธารณชนเกี่ยวกับระยะเวลาและโครงสร้างทางการเงินของข้อตกลงการบริหารจัดการรถไฟในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการแอร์พอร์ตลิงก์ในการเดินทางระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและใจกลางกรุงเทพฯ ประกาศนี้ถือเป็นการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินงานในปัจจุบัน แม้ว่าวันสิ้นสุดสัญญาจะระบุไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าเป็นวันที่ 31 มกราคม 2570 แต่แผนการเฉพาะสำหรับการเปลี่ยนผ่านหรือโครงสร้างการบริหารจัดการที่จะเกิดขึ้นหลังจากสัญญาหมดอายุนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมหรือผู้ให้บริการเดินรถต่อไป เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการบริหารจัดการบริการหรือการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใกล้ถึงกำหนดการในปี 2570

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 05:16 UTC

ข้อพิพาทเรื่องถนนเก่าแก่หน้าสุสานยิว
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาทเรื่องถนนเก่าแก่หน้าสุสานยิว

อดีตผู้ใหญ่บ้านได้ออกมาโต้แย้งคำชี้แจงล่าสุดของนายอำเภอเกี่ยวกับประวัติของถนนที่ตั้งอยู่หน้าสุสานยิว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

ข้อพิพาทเรื่องถนนเก่าแก่หน้าสุสานยิว

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องถนนเก่าแก่หน้าสุสานยิว

อดีตผู้ใหญ่บ้านได้ออกมาโต้แย้งคำชี้แจงล่าสุดของนายอำเภอเกี่ยวกับประวัติของถนนที่ตั้งอยู่หน้าสุสานยิว

เกิดข้อพิพาทในท้องถิ่นเกี่ยวกับสถานะของถนนที่ตั้งอยู่หน้าสุสานยิว ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 อดีตผู้ใหญ่บ้านได้ออกมาโต้แย้งคำกล่าวอ้างที่นายอำเภอได้รายงานต่อกระทรวงมหาดไทย (มท.2) อย่างเปิดเผย

มีรายงานว่านายอำเภอได้ให้ข้อมูลต่อกระทรวงซึ่งอดีตผู้ใหญ่บ้านระบุว่าไม่ถูกต้อง โดยอดีตผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่าถนนสายดังกล่าวมีมานานกว่า 40 ปีแล้ว ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลอย่างเป็นทางการที่นำเสนอโดยที่ทำการอำเภอ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ข้อพิพาทนี้ชี้ให้เห็นถึงความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นในทะเบียนที่ดินท้องถิ่นหรือประวัติโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าถนนจะยังคงเปิดใช้งานอยู่ แต่รายงานที่ขัดแย้งกันระหว่างผู้นำท้องถิ่นและที่ทำการอำเภอชี้ให้เห็นว่าสถานะทางกฎหมายหรือการยอมรับทางประวัติศาสตร์ของถนนสายนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยจะจัดการกับรายงานที่ขัดแย้งกันเหล่านี้อย่างไร ยังไม่มีข้อมูลว่าความขัดแย้งทางปกครองนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการเข้าถึงถนนหรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากที่ทำการอำเภอหรือกระทรวง เพื่อพิจารณาว่าจะมีการรับรองการใช้งานถนนที่มีมาอย่างยาวนานนี้อย่างเป็นทางการ หรือจะมีการดำเนินการสอบสวนประวัติของถนนสายนี้เพิ่มเติมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 04:55 UTC

การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ขยายเวลาเพียง 4 เดือน
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ขยายเวลาเพียง 4 เดือน

กระทรวงคมนาคมไทยชี้แจงว่าผู้ประกอบการเอกชนจะเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์เป็นเวลาเพียง 4 เดือน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ขยายเวลาเพียง 4 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
การเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ขยายเวลาเพียง 4 เดือน

กระทรวงคมนาคมไทยชี้แจงว่าผู้ประกอบการเอกชนจะเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์เป็นเวลาเพียง 4 เดือน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าสัญญาการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ของภาคเอกชนจะได้รับการขยายเวลาออกไปเป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2569 ไม่ใช่ระยะเวลา 1 ปีตามที่มีการหารือกันก่อนหน้านี้

ข้อตกลงในการเดินรถนี้ใช้รูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนตามปริมาณการให้บริการจริง ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการจะได้รับค่าตอบแทนตามผลงานที่เกิดขึ้นจริง ภายใต้เงื่อนไขนี้ ผู้ประกอบการเอกชนจะต้องรับความเสี่ยงทางการเงินหากปริมาณการให้บริการไม่เป็นไปตามความคาดหวังด้านผลกำไร ข้อตกลงนี้ถือเป็นมาตรการชั่วคราวในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินการแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในภาพรวม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการรับประกันว่าการเดินรถไฟเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมิจะยังคงให้บริการได้อย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการในระยะยาวของเส้นทางนี้ยังคงต้องมีการหารือในระดับสูงต่อไป นายพิพัฒน์ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาเดินรถหรือการเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการในระยะยาวหลังจากกำหนดการในเดือนมกราคมนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 05:18 UTC

รายงานเหตุโดรนรัสเซียโจมตีเส้นทางรถไฟใกล้ชายแดนโปแลนด์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รายงานเหตุโดรนรัสเซียโจมตีเส้นทางรถไฟใกล้ชายแดนโปแลนด์

มีรายงานเหตุโดรนโจมตีเส้นทางรถไฟในยูเครนใกล้กับชายแดนโปแลนด์ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงวอร์ซอ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รายงานเหตุโดรนรัสเซียโจมตีเส้นทางรถไฟใกล้ชายแดนโปแลนด์

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุโดรนรัสเซียโจมตีเส้นทางรถไฟใกล้ชายแดนโปแลนด์

มีรายงานเหตุโดรนโจมตีเส้นทางรถไฟในยูเครนใกล้กับชายแดนโปแลนด์ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงวอร์ซอ

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าวจากยูเครน ระบุว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2026 ได้เกิดเหตุโดรนของรัสเซียโจมตีเส้นทางรถไฟในยูเครนซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนโปแลนด์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโดรนที่พุ่งชนขบวนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงวอร์ซอ

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ความขัดแย้ง ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างยูเครนและโปแลนด์ ควรตระหนักว่าตารางการเดินทางอาจเผชิญกับการหยุดชะงักหรือการยกเลิกอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัย ขอแนะนำให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานขนส่งอย่างเป็นทางการและคำแนะนำการเดินทางอย่างใกล้ชิดก่อนที่จะสรุปแผนการเดินทางข้ามพรมแดนใดๆ

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ทั้งขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ สถานะของผู้โดยสารบนขบวนรถไฟที่ถูกโจมตี และผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการรถไฟระหว่างประเทศระหว่างยูเครนและโปแลนด์ ซึ่งยังไม่ได้รับการชี้แจงอย่างครบถ้วนจากหน่วยงานอิสระ นักเดินทางควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากผู้ให้บริการขนส่งและกระทรวงการต่างประเทศของตนเกี่ยวกับความปลอดภัยและสถานะการดำเนินงานของเส้นทางขนส่งเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 02:36 UTC

รถกระบะพุ่งชนร้านทองในพิษณุโลกหลังลืมปลดเกียร์
การขนส่ง แหล่งข่าวเดียว

รถกระบะพุ่งชนร้านทองในพิษณุโลกหลังลืมปลดเกียร์

คนขับวัย 30 ปีขับรถกระบะพุ่งชนร้านทองในจังหวัดพิษณุโลกโดยอุบัติเหตุ หลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ในขณะที่รถยังเข้าเกียร์ค้างไว้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การขนส่ง

รถกระบะพุ่งชนร้านทองในพิษณุโลกหลังลืมปลดเกียร์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะพุ่งชนร้านทองในพิษณุโลกหลังลืมปลดเกียร์

คนขับวัย 30 ปีขับรถกระบะพุ่งชนร้านทองในจังหวัดพิษณุโลกโดยอุบัติเหตุ หลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ในขณะที่รถยังเข้าเกียร์ค้างไว้

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุบนถนนพระองค์ดำ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อรถกระบะโตโยต้าสีดำพุ่งชนหน้าร้านทองจงเฮง ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand คนขับวัย 30 ปีได้จอดรถไว้ใกล้เคียงเพื่อไปรับประทานอาหาร เมื่อกลับมาที่รถ เขาได้สตาร์ทเครื่องยนต์โดยลืมไปว่ารถยังเข้าเกียร์ 1 ค้างไว้ ทำให้รถพุ่งไปข้างหน้าและชนเข้ากับตัวร้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่นำโดย ร.ต.อ.วุฒิชัย ชำกลม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แม้ว่าร้านจะได้รับความเสียหายอย่างมาก คนขับรถยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อประสานงานกับบริษัทประกันภัยเพื่อรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถอยู่ในเกียร์ว่างหรือตำแหน่งจอดก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ โดยเฉพาะเมื่อจอดรถบนถนนที่มีร้านค้าหนาแน่น แม้ว่าสาเหตุเบื้องต้นจะทราบแน่ชัดจากคำให้การของคนขับแล้ว แต่การประเมินความเสียหายทางโครงสร้างของร้านทองและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ประเมินประกันภัยและเจ้าของร้านต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 15:35 UTC