ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

เร่งค้นหา ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยที่หายตัวไปในจอร์เจีย
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

เร่งค้นหา ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยที่หายตัวไปในจอร์เจีย

ทางการไทยและอาสาสมัครกำลังเร่งค้นหายูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังที่หายตัวไปในประเทศจอร์เจียมานานกว่า 10 วัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

เร่งค้นหา ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยที่หายตัวไปในจอร์เจีย

แหล่งข่าวเดียว
เร่งค้นหา ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยที่หายตัวไปในจอร์เจีย

ทางการไทยและอาสาสมัครกำลังเร่งค้นหายูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังที่หายตัวไปในประเทศจอร์เจียมานานกว่า 10 วัน

ตามรายงานจาก Khaosod Online ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยชื่อดังที่รู้จักกันในชื่อ 'ฮลุน โซโล่' (Hlun Solo) ได้รับรายงานว่าหายตัวไปในประเทศจอร์เจีย โดยยูทูบเบอร์รายนี้ไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงมาตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2026 ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 10 วันแล้วที่ขาดการติดต่อ

เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว สถานเอกอัครราชทูตไทยในอังการากำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามหาตัวบุคคลดังกล่าว ความพยายามในการค้นหาได้รับความสนใจมากขึ้นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีเพจเฟซบุ๊ก 'Drama-addict' และอาสาสมัครชาวไทยที่อาศัยอยู่ในจอร์เจียเข้ามาช่วยเหลือในกระบวนการนี้ อาสาสมัครเหล่านี้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสถานทูต กำลังอำนวยความสะดวกในการสื่อสารโดยตรงระหว่างครอบครัวของยูทูบเบอร์กับเจ้าหน้าที่กงสุล เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็น เช่น ข้อมูลเที่ยวบินและเอกสารยืนยันตัวตน เพื่อช่วยในการสืบสวน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดต่อกับครอบครัวอย่างสม่ำเสมอเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ และการเก็บข้อมูลติดต่อฉุกเฉินไว้ให้พร้อมใช้งาน แม้ว่าการค้นหาจะยังคงดำเนินอยู่ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสถานการณ์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปและสถานะปัจจุบันของการสืบสวน ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ล่าสุดที่พบยูทูบเบอร์รายนี้หรือเบาะแสที่เป็นไปได้ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนหากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โปรดแจ้งผ่านช่องทางกงสุลที่เหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 16:55 UTC

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แจ้งความเอาผิดเพจเฟซบุ๊กฐานหมิ่นประมาท
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แจ้งความเอาผิดเพจเฟซบุ๊กฐานหมิ่นประมาท

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับเพจเฟซบุ๊กแห่งหนึ่ง โดยกล่าวหาว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและหมิ่นประมาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แจ้งความเอาผิดเพจเฟซบุ๊กฐานหมิ่นประมาท

แหล่งข่าวเดียว
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่แจ้งความเอาผิดเพจเฟซบุ๊กฐานหมิ่นประมาท

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ดำเนินการทางกฎหมายกับเพจเฟซบุ๊กแห่งหนึ่ง โดยกล่าวหาว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและหมิ่นประมาท

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กที่ไม่ระบุชื่อ โดยเจ้าหน้าที่อุทยานอ้างว่าเพจดังกล่าวได้เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จซึ่งส่งผลให้เกิดการหมิ่นประมาทต่อการบริหารงานของอุทยาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการจัดการและการรับรู้ของสาธารณชนต่อพื้นที่ธรรมชาติที่ได้รับการคุ้มครองของประเทศไทย แม้ว่าอุทยานจะยังคงเปิดให้ท่องเที่ยวตามปกติ แต่ข้อพิพาททางกฎหมายนี้เน้นย้ำถึงความละเอียดอ่อนในการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของอุทยานแห่งชาติ นักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลจากช่องทางที่เป็นทางการของอุทยานเพื่อรับทราบกฎระเบียบ การปิดพื้นที่ หรือสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง

ในขณะนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ 'ข้อมูลเท็จ' ที่ระบุในคำร้องอย่างเป็นทางการ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าโพสต์ใดที่เป็นต้นเหตุของการดำเนินการทางกฎหมายและกระบวนการสอบสวนจะเป็นอย่างไรต่อไป เนื่องจากเป็นคดีความที่กำลังดำเนินอยู่ ผลการสอบสวนของตำรวจและกระบวนการทางศาลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตยังไม่สามารถสรุปได้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวอุทยานได้ตามปกติ โดยข้อพิพาททางปกครองนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อการเข้าถึงของนักท่องเที่ยวหรือมาตรการความปลอดภัยในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:15 UTC

ตม. เตือนนักท่องเที่ยวระวังแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

ตม. เตือนนักท่องเที่ยวระวังแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ

ทางการไทยจับกุมผู้ต้องหา 5 รายที่เกี่ยวข้องกับการลักพาตัวและเรียกค่าไถ่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 3 ราย ซึ่งหลงเชื่อแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาถูกที่เป็นการหลอกลวง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

ตม. เตือนนักท่องเที่ยวระวังแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ

แหล่งข่าวเดียว
ตม. เตือนนักท่องเที่ยวระวังแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ

ทางการไทยจับกุมผู้ต้องหา 5 รายที่เกี่ยวข้องกับการลักพาตัวและเรียกค่าไถ่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 3 ราย ซึ่งหลงเชื่อแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาถูกที่เป็นการหลอกลวง

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3) ได้ออกคำเตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติเกี่ยวกับความเสี่ยงในการจองแพ็กเกจท่องเที่ยวที่มีราคาถูกผิดปกติ คำเตือนนี้สืบเนื่องมาจากคดีอาชญากรรมในพัทยา ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 3 รายตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหยื่อถูกล่อลวงด้วยข้อเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวในราคาที่ต่ำกว่าปกติ เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย พวกเขาถูกแยกออกจากกลุ่ม ถูกกักขัง และถูกทำร้ายร่างกาย โดยคนร้ายได้ถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อข่มขู่เรียกค่าไถ่จากครอบครัวในต่างประเทศ

พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร โฆษก บก.ตม.3 ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 รายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ได้แล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ขอฝากเตือนให้นักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อบริการท่องเที่ยว โดยเฉพาะข้อเสนอที่ดูดีเกินจริงหรือไม่สามารถตรวจสอบตัวตนของผู้ให้บริการได้

แม้ว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีความปลอดภัยและยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติ แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญเกี่ยวกับอันตรายจากผู้ให้บริการทัวร์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ ทั้งนี้ สำนักงานฯ ยืนยันว่ากระบวนการคัดกรองการเข้าและออกประเทศเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลความมั่นคงในการตรวจสอบ ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:06 UTC

นักท่องเที่ยวได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้าน หลังพบที่พักในสะปันไม่ตรงปก
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

นักท่องเที่ยวได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้าน หลังพบที่พักในสะปันไม่ตรงปก

นักท่องเที่ยวในสะปันได้รับความช่วยเหลือจากคนในพื้นที่ หลังจากพบว่าที่พักที่จองไว้ไม่ตรงกับคำโฆษณา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้าน หลังพบที่พักในสะปันไม่ตรงปก

แหล่งข่าวเดียว
นักท่องเที่ยวได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้าน หลังพบที่พักในสะปันไม่ตรงปก

นักท่องเที่ยวในสะปันได้รับความช่วยเหลือจากคนในพื้นที่ หลังจากพบว่าที่พักที่จองไว้ไม่ตรงกับคำโฆษณา

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่เดินทางมายังสะปันพบความแตกต่างอย่างมากระหว่างที่พักที่จองไว้กับสถานที่จริงเมื่อเดินทางไปถึง นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์มาเป็นระยะทางไกลพบว่าที่พักดังกล่าวแตกต่างจากโฆษณาออนไลน์อย่างสิ้นเชิง

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่อาจทำให้ทริปพังทลาย นักท่องเที่ยวรายนี้ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้านในสะปัน โดยคนในพื้นที่ได้เข้ามาช่วยหาที่พักแห่งใหม่ให้ ซึ่งช่วยให้แผนการเดินทางของเขายังคงดำเนินต่อไปได้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบรายละเอียดที่พัก เนื่องจากข้อมูลในรายการออนไลน์อาจไม่ได้สะท้อนถึงสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันเสมอไป แม้ว่าประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวรายนี้จะจบลงด้วยดีจากน้ำใจของคนในพื้นที่ แต่ก็ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการจองที่พักที่ไม่คุ้นเคย

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าแพลตฟอร์มการจองต้นทางได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความไม่ตรงปกนี้หรือไม่ หรือที่พักดังกล่าวได้ถูกตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิดหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบรีวิวล่าสุดและวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:56 UTC

ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยหายตัวไปในประเทศจอร์เจีย
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยหายตัวไปในประเทศจอร์เจีย

ครอบครัวประกาศตามหา 'ฮลุน โซโล่' ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังที่หายตัวไปในประเทศจอร์เจีย โดยไม่สามารถติดต่อได้นานกว่าสองสัปดาห์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยหายตัวไปในประเทศจอร์เจีย

แหล่งข่าวเดียว
ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทยหายตัวไปในประเทศจอร์เจีย

ครอบครัวประกาศตามหา 'ฮลุน โซโล่' ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังที่หายตัวไปในประเทศจอร์เจีย โดยไม่สามารถติดต่อได้นานกว่าสองสัปดาห์

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ครอบครัวของ 'ฮลุน โซโล่' ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง ได้ประกาศขอความช่วยเหลือจากสาธารณะเพื่อตามหาเบาะแสของเขา โดยยูทูบเบอร์รายนี้มีผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กกว่า 2.5 ล้านคน และบนยูทูบเกือบ 1 ล้านคน ซึ่งได้เดินทางไปถ่ายทำคอนเทนต์ที่ประเทศจอร์เจียเพียงลำพัง

พี่ชายของเขาซึ่งใช้ชื่อเฟซบุ๊ก Klose Mos ระบุว่าครอบครัวติดต่อกับเขาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นับตั้งแต่นั้นมา ความพยายามในการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์และช่องทางออนไลน์ทั้งหมดไม่ประสบผลสำเร็จ ครอบครัวแสดงความกังวลอย่างยิ่งและขอความกรุณาผู้ที่อยู่ในประเทศจอร์เจียหรือผู้ที่อาจเคยพบเห็นเขา โปรดแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยในการติดตาม

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักอยู่ในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวอย่างสม่ำเสมอเมื่อเดินทางคนเดียว ในขณะนี้ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเขายังคงไม่มีการยืนยันแน่ชัด ครอบครัวกำลังเร่งขอความช่วยเหลือจากชุมชนชาวไทยในจอร์เจียและสาธารณชนเพื่อช่วยค้นหาตัวเขา ทั้งนี้ ยังไม่มีการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะของเขาหรือการเข้ามามีส่วนร่วมของหน่วยงานท้องถิ่นในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:07 UTC

พบศพผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตในพิษณุโลก
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

พบศพผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตในพิษณุโลก

พบศพผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตในพื้นที่โรงแรมร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก หลังจากส่งพิกัดตำแหน่งให้ลูกน้อง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

พบศพผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตในพิษณุโลก

แหล่งข่าวเดียว
พบศพผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตในพิษณุโลก

พบศพผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิตในพื้นที่โรงแรมร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก หลังจากส่งพิกัดตำแหน่งให้ลูกน้อง

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในพื้นที่โรงแรมร้างแห่งหนึ่งบนถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลก ตำบลบึงพระ ตามรายงานของ Thai Post ร้อยตำรวจเอกวุฒิชัย ขำกรม รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการผูกคอกับต้นยาง

รายงานระบุว่าผู้เสียชีวิตได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชัน LINE ไปยังลูกน้อง โดยระบุพิกัดตำแหน่งที่ตั้งของตนและขอให้มานำศพไปจัดการ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิประสาทบุญสถานและทีมแพทย์จากโรงพยาบาลพุทธชินราชได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการตรวจสอบ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์น่าสลดใจที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ แม้ว่าสถานที่เกิดเหตุจะเป็นทรัพย์สินร้าง แต่ไม่มีข้อบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้างหรือกิจกรรมทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน คาดว่ารายงานอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชจะให้ความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจของผู้อำนวยการและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนที่เกี่ยวข้องหรือแรงจูงใจในการก่อเหตุ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 14:45 UTC

เกาะสมุยประกาศสลับโซนจ่ายน้ำ เริ่ม 3 สิงหาคมนี้
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

เกาะสมุยประกาศสลับโซนจ่ายน้ำ เริ่ม 3 สิงหาคมนี้

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาเกาะสมุย ประกาศแผนการจ่ายน้ำแบบสลับโซนเนื่องจากปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตน้ำประปา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

เกาะสมุยประกาศสลับโซนจ่ายน้ำ เริ่ม 3 สิงหาคมนี้

แหล่งข่าวเดียว
เกาะสมุยประกาศสลับโซนจ่ายน้ำ เริ่ม 3 สิงหาคมนี้

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาเกาะสมุย ประกาศแผนการจ่ายน้ำแบบสลับโซนเนื่องจากปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตน้ำประปา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาเกาะสมุย ได้ประกาศแผนการบริหารจัดการน้ำด้วยการสลับโซนจ่ายน้ำอย่างเป็นทางการ เพื่อรับมือกับวิกฤตภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคมนี้ กปภ. จะเริ่มดำเนินการจ่ายน้ำแบบสลับโซนในพื้นที่ต่างๆ บนเกาะ โดยแผนการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาเบื้องต้น 7 วัน มาตรการนี้มีจุดประสงค์เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด ในขณะที่เกาะสมุยกำลังเผชิญกับความท้าทายในการผลิตน้ำประปาให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานในแต่ละวัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเกาะสมุยในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้แรงดันน้ำไม่สม่ำเสมอหรือมีการหยุดจ่ายน้ำชั่วคราวในบางพื้นที่ ขึ้นอยู่กับโซนที่พักอาศัย ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่บนเกาะติดตามประกาศจาก กปภ. อย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตารางการสลับโซน และขอความร่วมมือให้ช่วยกันประหยัดน้ำในช่วงเวลาดังกล่าว

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าระยะเวลาการสลับโซนจ่ายน้ำจะขยายออกไปเกินกว่า 7 วันหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภัยแล้งและกำลังการผลิตน้ำของเกาะในอนาคต นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากโรงแรมหรือที่พักของท่านเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:01 UTC

เกาะสมุยประกาศมาตรการสลับโซนจ่ายน้ำ หลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำประปาอย่างหนัก
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

เกาะสมุยประกาศมาตรการสลับโซนจ่ายน้ำ หลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำประปาอย่างหนัก

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เตรียมเริ่มมาตรการสลับโซนจ่ายน้ำบนเกาะสมุยตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

เกาะสมุยประกาศมาตรการสลับโซนจ่ายน้ำ หลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำประปาอย่างหนัก

แหล่งข่าวเดียว
เกาะสมุยประกาศมาตรการสลับโซนจ่ายน้ำ หลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำประปาอย่างหนัก

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เตรียมเริ่มมาตรการสลับโซนจ่ายน้ำบนเกาะสมุยตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ

รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาเกาะสมุย ได้ประกาศใช้มาตรการสลับโซนจ่ายน้ำเป็นเวลา 7 วัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป มาตรการดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสถานการณ์ภัยแล้งส่งผลให้ปริมาณน้ำดิบลดลงอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถผลิตน้ำประปาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจบนเกาะได้

ปัจจุบัน กปภ. สามารถผลิตน้ำประปาผ่านระบบท่อส่งน้ำจากแผ่นดินใหญ่ได้เพียงวันละ 16,000 ลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำบนเกาะสูงถึง 34,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำถึง 18,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อจัดการกับปัญหานี้ กปภ. ได้แบ่งพื้นที่การจ่ายน้ำออกเป็นโซนสีเหลือง และโซนสีแดง-เขียว โดยกำหนดวันจ่ายน้ำหมุนเวียนเพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำไหลอ่อนหรือน้ำไม่ไหลเป็นช่วงๆ ซึ่งกระทบต่อการอุปโภคบริโภคและการประกอบอาหาร กปภ. ขอความร่วมมือให้ประชาชนสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีการจ่ายน้ำและใช้น้ำอย่างประหยัด แม้ว่ามาตรการสลับโซนจ่ายน้ำจะกำหนดไว้เบื้องต้น 7 วัน แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าข้อจำกัดนี้จะดำเนินต่อไปนานเพียงใดหากภัยแล้งยังคงอยู่ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลการใช้น้ำจากที่พักและใช้น้ำอย่างประหยัดตลอดช่วงเวลาที่เข้าพัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:20 UTC

เชียงรายฟื้นตลาดสด 100 ปี สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยโครงการ “ป๊ะกาด Vol. 2”
การท่องเที่ยว แหล่งข่าวเดียว

เชียงรายฟื้นตลาดสด 100 ปี สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยโครงการ “ป๊ะกาด Vol. 2”

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ “ป๊ะกาด Vol. 2” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการยกระดับตลาดสดเก่าแก่อายุ 100 ปี ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์แห่งใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การท่องเที่ยว

เชียงรายฟื้นตลาดสด 100 ปี สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยโครงการ “ป๊ะกาด Vol. 2”

แหล่งข่าวเดียว
เชียงรายฟื้นตลาดสด 100 ปี สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ด้วยโครงการ “ป๊ะกาด Vol. 2”

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ “ป๊ะกาด Vol. 2” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการยกระดับตลาดสดเก่าแก่อายุ 100 ปี ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์แห่งใหม่

ตามรายงานจาก Prachachat Business นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ “ป๊ะกาด Vol. 2” ซึ่งเป็นโครงการที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูตลาดสดที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสร้างให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์แห่งใหม่ของจังหวัด

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการผสมผสานการค้าขายแบบดั้งเดิมเข้ากับความน่าสนใจด้านการท่องเที่ยวสมัยใหม่ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและบรรยากาศของตลาดประวัติศาสตร์แห่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้มาเยือน พร้อมทั้งอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของสถานที่เอาไว้ โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ที่มีอยู่

แม้ว่าการลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นการแสดงถึงการสนับสนุนอย่างเป็นทางการต่อโครงการ แต่ยังมีรายละเอียดบางประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตารางเวลาในระยะยาวสำหรับกิจกรรมที่จะจัดขึ้นภายใต้ชื่อ “ป๊ะกาด” และการเปลี่ยนแปลงด้านการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจงที่จะนำมาใช้เพื่อรักษาสถานะใหม่ของตลาดในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์นั้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมสถานที่นี้ควรติดตามประกาศจากทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นและเวลาทำการของตลาด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 กรกฎาคม 2026, 15:27 UTC