ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กฎหมาย กรมการปกครองปฏิเสธข้อกล่าวหารับส่วยสถานบันเทิงในภูเก็ต ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุรุนแรง ✦
การเมือง GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้ ✦
กฎหมาย ผบ.ตร. จัดพิธีอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณอายุ ✦
การเมือง โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ยังมีความเห็นที่หลากหลาย ✦
กีฬา ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองที่ 6 ในการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมชุดหญิง ✦
เศรษฐกิจ ‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ ✦
การขนส่ง อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์เสียชีวิตในนครราชสีมา ✦
กฎหมาย

กรมการปกครองปฏิเสธข้อกล่าวหารับส่วยสถานบันเทิงในภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
กรมการปกครองปฏิเสธข้อกล่าวหารับส่วยสถานบันเทิงในภูเก็ต

กรมการปกครองยืนยันอำนาจทางกฎหมายในการตรวจสอบสถานบริการ พร้อมโต้แย้งข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงในจังหวัดภูเก็ต

กรมการปกครองได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาล่าสุดที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ของกรมฯ รับส่วยจากสถานบันเทิงในจังหวัดภูเก็ต ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมการปกครองยืนยันว่าตนมีอำนาจตามกฎหมายอย่างเต็มที่ในการเข้าตรวจสอบสถานบริการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศอย่างถูกต้อง

ในแถลงการณ์ กรมการปกครองได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตอย่างสิ้นเชิง โดยเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าหากมีหลักฐานที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำผิดหรือการรับส่วย กรมฯ พร้อมที่จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการสอบสวนและลงโทษทางวินัยตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการกำกับดูแลภาคธุรกิจสถานบันเทิง แม้ว่ากรมการปกครองจะยืนยันถึงความโปร่งใส แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตามองของสาธารณชน ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนการโต้แย้งโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันหลักฐานที่แน่ชัดต่อสาธารณะหรือยื่นต่อ ป.ป.ช. และทางกรมฯ ได้เชิญชวนให้ผู้ที่มีหลักฐานการกระทำผิดออกมาแสดงตัว ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับการสอบสวนหรือการเปลี่ยนแปลงระเบียบการตรวจสอบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:20 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

ความปลอดภัย

พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุรุนแรง

สภาพอากาศเลวร้ายในพัทยาทำให้มีการสั่งห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด หลังจากมีเรืออับปาง 6 ลำและเรือบางส่วนถูกซัดเกยหาด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ได้ประกาศธงแดงเตือนภัย โดยสั่งห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งอย่างเด็ดขาดเนื่องจากมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกิจกรรมทางทะเลในพื้นที่

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีเรือได้รับความเสียหายและอับปางรวม 6 ลำ แบ่งเป็นเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ 1 ลำ และเรือสปีดโบ๊ต 5 ลำ นอกจากนี้ยังมีเรือลากร่มขนาดใหญ่ 2 ลำถูกคลื่นซัดเกยชายหาด ผู้ประกอบการเตียงชายหาดหลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ และเรือท่องเที่ยวจำนวนมากต้องนำเรือเข้าจอดหลบคลื่นลมบริเวณแหลมบาลีฮายและแนวชายฝั่ง

สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยาได้แจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการเดินเรือเพิ่มความระมัดระวังและงดนำเรือออกจากฝั่งจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เจ้าหน้าที่เตือนว่าพื้นที่พัทยายังคงต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศและคลื่นลมแรงต่อไปอีก 3-4 วัน นักท่องเที่ยวและประชาชนควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดก่อนวางแผนทำกิจกรรมทางทะเล แม้ว่าจะมีการบันทึกความเสียหายของเรือในเบื้องต้นแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่งและระยะเวลาของข้อจำกัดในการเดินทางยังคงอยู่ภายใต้การติดตามของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

การเมือง

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมก่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้

หน่วยงานด้านอวกาศของไทยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายนนี้

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้ออกประกาศเตือนภัยเพื่อให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม โดยขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบสภาพพื้นที่และระดับน้ำในพื้นที่ของตนก่อนเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ GISTDA ได้แนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้แอปพลิเคชันของหน่วยงานเพื่อติดตามระดับน้ำแบบเรียลไทม์และตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย คำแนะนำนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งดำเนินไปได้อย่างราบรื่นท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศในปัจจุบัน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว นี่ถือเป็นการเตือนให้ติดตามข่าวสารสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจส่งผลให้เกิดการปิดเส้นทางจราจรอย่างกะทันหันหรือส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่าการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะเป็นเหตุการณ์สำคัญทางด้านการบริหารจัดการแรงงานและสวัสดิการของประเทศ แต่ความกังวลหลักของประชาชนในขณะนี้คือการรับมือกับความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเขตพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และขอแนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบสถานะของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ของตนผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการก่อนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:20 UTC

กฎหมาย

ผบ.ตร. จัดพิธีอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณอายุ

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร. จัดพิธีอำลาชีวิตราชการก่อนเกษียณอายุ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมพิธีสวนสนามอำลาชีวิตราชการอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เป็นประธานในพิธีสวนสนามอำลาชีวิตราชการ ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเป็นทางการ

ในระหว่างพิธี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งได้กล่าวกับกำลังพล โดยเน้นย้ำว่าแม้จะถอดเครื่องแบบราชการออกไปแล้ว แต่ความเป็นตำรวจและความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ยังคงอยู่ในใจเสมอมา พิธีสวนสนามนี้ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อแสดงถึงเกียรติยศและการส่งมอบหน้าที่ภายในลำดับชั้นของตำรวจไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้นำครั้งสำคัญภายในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับชาติ การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้บริหารระดับสูงอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญด้านการบริหารหรือรูปแบบการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปฏิบัติงานประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีผลกระทบ

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่จะมารับตำแหน่งต่ออย่างเป็นทางการและวันที่ส่งมอบงานอย่างชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ทั้งนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการบริหารงานภายใน จึงไม่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือสถานะการเดินทางของผู้ที่มาเยือนประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:20 UTC

การเมือง

โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ยังมีความเห็นที่หลากหลาย

แหล่งข่าวเดียว
โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยความคิดเห็นประชาชนต่อการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ยังมีความเห็นที่หลากหลาย

ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันพระปกเกล้าระบุว่าคนไทยเกือบครึ่งหนึ่งมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ แม้ว่าจะยังมีความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของ QR Code

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยสถาบันพระปกเกล้าได้ประเมินความพร้อมของประชาชนต่อการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในประเทศไทย ผลการสำรวจพบว่าร้อยละ 49.1 ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกพร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่ร้อยละ 43.4 ระบุว่ายังไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

นอกเหนือจากความพร้อมทั่วไปสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ผลสำรวจยังเน้นย้ำถึงความกังวลเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับความปลอดภัยทางดิจิทัล โดยผู้เข้าร่วมมากกว่าครึ่งหนึ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ QR Code ในกระบวนการลงคะแนนเสียง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ผลสำรวจนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวาทกรรมระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปรับปรุงระบบการเลือกตั้งให้ทันสมัย แม้ว่ารัฐบาลจะยังคงสำรวจการอัปเกรดทางเทคโนโลยีสำหรับกระบวนการทางประชาธิปไตย แต่ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าความเชื่อมั่นของสาธารณชนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผลสำรวจนี้สะท้อนถึงความคิดเห็นของสาธารณชน ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น และไม่ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการหรือกำหนดการที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการสำหรับการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ การพัฒนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำระบบการเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ยังคงต้องรอการยืนยันจากคณะกรรมการการเลือกตั้งของประเทศไทยและหน่วยงานนิติบัญญัติที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

กีฬา

ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองที่ 6 ในการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมชุดหญิง

แหล่งข่าวเดียว
ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองที่ 6 ในการแข่งขันเซปักตะกร้อทีมชุดหญิง

ทีมหญิงไทยคว้าแชมป์สมัยที่ 7 ติดต่อกันหลังจากเอาชนะเกาหลีใต้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมเซปักตะกร้อหญิงทีมชาติไทยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าเหรียญทองที่ 6 ให้กับประเทศ โดยทีมไทยสามารถเอาชนะเกาหลีใต้ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นการครองแชมป์สมัยที่ 7 ติดต่อกันในกีฬานี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นของประเทศในกีฬาเซปักตะกร้อ ซึ่งเป็นกีฬาที่มีรากฐานลึกซึ้งในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลงานที่สม่ำเสมอของทีมชาติมักนำไปสู่การเฉลิมฉลองในท้องถิ่นและตอกย้ำสถานะของประเทศในฐานะผู้นำระดับโลกในกีฬานี้ เหตุการณ์ดังกล่าวบ่อยครั้งมักมาพร้อมกับการรวมตัวของประชาชนและการรายงานข่าวที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการจราจรในท้องถิ่นหรือการเข้าถึงสถานที่สาธารณะในพื้นที่ที่มีการจัดงานเฉลิมฉลอง

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดการแข่งขันและคะแนนรวมสุดท้ายไม่ได้ระบุไว้ในรายงานเบื้องต้น แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากช่องทางกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเดินทางกลับของทีม รวมถึงกำหนดการแห่ฉลองชัยชนะหรือการปรากฏตัวต่อสาธารณะ ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติและแสดงให้เห็นถึงระดับการฝึกซ้อมและความทุ่มเทที่สูงภายในชุมชนกีฬาของไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

เศรษฐกิจ

‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

แหล่งข่าวเดียว
‘TIP อัพทูไมล์’ จากทิพยประกันภัย คว้ารางวัล ‘BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026’

ทิพยประกันภัยได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์'

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล 'BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2026' สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ 'TIP อัพทูไมล์' รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาโซลูชันด้านประกันภัยที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปและความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคยุคใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การได้รับรางวัลนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่ตลาดประกันภัยยังคงปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมการขับขี่ใหม่ๆ และความต้องการในยุคดิจิทัล รางวัลดังกล่าวถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่มุ่งไปสู่รูปแบบประกันภัยที่ยืดหยุ่นและอิงตามการใช้งานจริงมากขึ้น

แม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นการยืนยันถึงการตอบรับของตลาดและปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ได้ถือเป็นการรับรองเงื่อนไขกรมธรรม์เฉพาะเจาะจงหรือความเหมาะสมของความคุ้มครองสำหรับผู้ขับขี่แต่ละราย ผู้ที่สนใจควรทราบว่ารางวัลนี้สะท้อนถึงแนวทางทั่วไปของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การรับประกันประสิทธิภาพการบริการในกรณีการเคลมเฉพาะเจาะจง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนด เงื่อนไข และความเหมาะสมสำหรับกรมธรรม์ 'TIP อัพทูไมล์' ควรตรวจสอบโดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของทิพยประกันภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ส่งผลให้น้ำในคลองแสนแสบล้นตลิ่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดบนถนนลาดพร้าว

ในช่วงเช้าของวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายจุด ตามรายงานจากสถานีวิทยุ สวพ.91 สภาพอากาศดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจราจร โดยเฉพาะในเขตบางกะปิ

เมื่อเวลา 08.48 น. การจราจรบนถนนลาดพร้าว จากแยกบางกะปิมุ่งหน้าแยกลำสาลีและถนนศรีนครินทร์ เคลื่อนตัวได้ช้ามากเนื่องจากมีน้ำท่วมขัง ต่อมาเวลา 09.15 น. สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อน้ำจากคลองแสนแสบล้นทะลักเข้าท่วมช่องทางซ้ายของถนนลาดพร้าวบริเวณหน้าตลาดบางกะปิ นอกจากนี้ยังพบน้ำท่วมขังบนถนนลาดพร้าวฝั่งขาเข้าบริเวณปากซอยลาดพร้าว 144 อีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าอย่างมากในการเดินทางผ่านเขตบางกะปิ ผู้ขับขี่ควรเตรียมรับมือกับการจราจรที่ติดขัดและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมขังบนผิวจราจร ตามรายงานล่าสุดฝนยังคงตกต่อเนื่องในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และยังต้องรอการยืนยันถึงผลกระทบโดยรวมบนถนนสายรองอื่นๆ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดหรือการจราจรจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:21 UTC

การขนส่ง

อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์เสียชีวิตในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์เสียชีวิตในนครราชสีมา

เกิดเหตุรถกระบะชนท้ายรถสไลด์ในอำเภอสูงเนิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงใกล้เขตอุตสาหกรรมนวนคร ในอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถกระบะคันหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ได้พุ่งชนท้ายรถสไลด์ที่เปลี่ยนเลนกะทันหัน

แรงปะทะส่งผลให้คนขับรถกระบะซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 60 ปี เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ ส่วนผู้โดยสารอีก 2 ราย คือหญิงสูงวัยและเด็กวัย 4 ปี ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาเพื่อรับการรักษา เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิสว่างแสงธรรมสูงเนินและหน่วยกู้ชีพในพื้นที่ได้ใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากซากรถ

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงบริเวณจุดกลับรถและการขับขี่ของรถบรรทุกหนักบนถนนสายหลัก อุบัติเหตุดังกล่าวส่งผลให้การจราจรบนเส้นทางมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ติดขัดอย่างหนัก แม้คำให้การเบื้องต้นจากพยานจะระบุว่ารถสไลด์มีการเปลี่ยนเลนกะทันหัน แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังคงดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขอแนะนำให้ผู้เดินทางใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับขี่ผ่านเขตอุตสาหกรรมและพื้นที่ที่มีรถบรรทุกหนักสัญจรหนาแน่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

Spotify เริ่มติดป้ายกำกับ 'AI Persona' บนโปรไฟล์ศิลปิน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Spotify เริ่มติดป้ายกำกับ 'AI Persona' บนโปรไฟล์ศิลปิน

Spotify เริ่มใช้ป้ายกำกับ 'AI Persona' เพื่อระบุตัวตนศิลปินที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสให้กับผู้ฟัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Spotify เริ่มติดป้ายกำกับ 'AI Persona' บนโปรไฟล์ศิลปิน

แหล่งข่าวเดียว
Spotify เริ่มติดป้ายกำกับ 'AI Persona' บนโปรไฟล์ศิลปิน

Spotify เริ่มใช้ป้ายกำกับ 'AI Persona' เพื่อระบุตัวตนศิลปินที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสให้กับผู้ฟัง

ตามรายงานจาก Khaosod Online เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 แพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลง Spotify ได้เริ่มใช้มาตรการติดป้ายกำกับใหม่เพื่อระบุลักษณะของโปรไฟล์ศิลปินให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา แพลตฟอร์มได้เริ่มแสดงป้าย 'AI Persona' บนแบนเนอร์ของศิลปิน ในส่วนข้อมูลเบื้องต้น (About) ในผลการค้นหา และในรายการเพลงต่าง ๆ

ความคิดริเริ่มนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีความกังวลเพิ่มขึ้นจากผู้ฟังเกี่ยวกับโปรไฟล์ศิลปินที่ดูเหมือนเป็นบุคคลจริง แต่แท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ ตามรายงานระบุว่า ขณะนี้ศิลปินสามารถเลือกที่จะระบุตัวตนว่าเป็น 'AI Persona' ได้ด้วยตนเองผ่านทางพอร์ทัล 'Spotify for Artists' นอกจากนี้ แพลตฟอร์มจะตรวจสอบและติดป้ายกำกับโปรไฟล์ที่ใช้ภาพลักษณ์เสมือนจริงที่สร้างโดย AI อย่างจริงจัง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานทราบถึงที่มาของเนื้อหาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ใช้ Spotify ในการค้นหาเพลง อัปเดตนี้ช่วยให้มีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับความถูกต้องของศิลปินที่ติดตาม ทำให้ผู้ใช้สามารถแยกแยะระหว่างนักดนตรีที่เป็นมนุษย์และศิลปินที่สร้างโดย AI ได้ง่ายขึ้น แม้ว่าแพลตฟอร์มจะระบุขั้นตอนเบื้องต้นเหล่านี้แล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า Spotify จะจัดการกับข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับโปรไฟล์ที่ไม่ได้ระบุตัวตนด้วยตนเองอย่างไร หรือแพลตฟอร์มจะปรับปรุงอัลกอริทึมการตรวจจับสำหรับ AI Persona ที่ไม่ใช่ภาพเสมือนจริงในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

คำเตือนด้านความปลอดภัยไซเบอร์: กลยุทธ์การแฮกรูปแบบใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังองค์กรในไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

คำเตือนด้านความปลอดภัยไซเบอร์: กลยุทธ์การแฮกรูปแบบใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังองค์กรในไทย

SECUREiNFO ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิธีการโจมตีทางไซเบอร์ โดยแฮกเกอร์หันมาใช้วิธีแฝงตัวเข้าสู่ระบบโดยปลอมเป็นผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์เข้าถึง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

คำเตือนด้านความปลอดภัยไซเบอร์: กลยุทธ์การแฮกรูปแบบใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังองค์กรในไทย

แหล่งข่าวเดียว
คำเตือนด้านความปลอดภัยไซเบอร์: กลยุทธ์การแฮกรูปแบบใหม่ที่มุ่งเป้าไปยังองค์กรในไทย

SECUREiNFO ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิธีการโจมตีทางไซเบอร์ โดยแฮกเกอร์หันมาใช้วิธีแฝงตัวเข้าสู่ระบบโดยปลอมเป็นผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์เข้าถึง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ SECUREiNFO ได้ออกคำเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน และผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในประเทศไทย โดยบริษัทเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในกลยุทธ์การโจมตีทางไซเบอร์ จากเดิมที่พยายามเจาะระบบจากภายนอก ผู้ไม่หวังดีได้เปลี่ยนมาใช้วิธีแฝงตัวอยู่ในเครือข่ายโดยปลอมเป็นผู้ใช้งานที่ถูกต้องซึ่งมีสิทธิ์เข้าถึงระบบอยู่แล้ว

วิวัฒนาการของกลยุทธ์การแฮกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญจากภายในโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรโดยตรง เพื่อรับมือกับภัยคุกคามนี้ SECUREiNFO ได้แนะนำ 5 แนวทางเชิงกลยุทธ์เพื่อให้องค์กรต่างๆ เสริมสร้างการป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบภายในนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตื่นตัวด้านดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น แม้ว่าคำเตือนนี้จะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยขององค์กรเป็นหลัก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าระบบดิจิทัลกำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น หากคุณทำงานภายในหรือติดต่อกับหน่วยงานในไทย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทางดิจิทัลของคุณ เช่น การใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-factor Authentication) และการตรวจสอบกิจกรรมของบัญชีผู้ใช้นั้นเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามีภาคส่วนหรือองค์กรใดบ้างที่ตกเป็นเป้าหมายของวิธีการใหม่เหล่านี้แล้ว เนื่องจากรายงานฉบับนี้มุ่งเน้นไปที่การแจ้งเตือนเชิงรุกมากกว่าการระบุรายละเอียดของการละเมิดความปลอดภัยที่เกิดขึ้นในอดีต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 06:59 UTC

กระทรวง พม. จับมือ Apple ส่งเสริมเครื่องมือความปลอดภัยทางดิจิทัล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระทรวง พม. จับมือ Apple ส่งเสริมเครื่องมือความปลอดภัยทางดิจิทัล

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของไทยร่วมมือกับ Apple เพื่อส่งเสริมฟีเจอร์ความปลอดภัยทางดิจิทัลสำหรับเยาวชน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระทรวง พม. จับมือ Apple ส่งเสริมเครื่องมือความปลอดภัยทางดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวง พม. จับมือ Apple ส่งเสริมเครื่องมือความปลอดภัยทางดิจิทัล

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของไทยร่วมมือกับ Apple เพื่อส่งเสริมฟีเจอร์ความปลอดภัยทางดิจิทัลสำหรับเยาวชน

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ร่วมมือกับ Apple เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางดิจิทัลสำหรับเด็ก โดยมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมเครื่องมือที่มีอยู่แล้วของ Apple ซึ่งช่วยให้สามารถกรองเนื้อหาตามช่วงอายุและจัดการเวลาการใช้งานหน้าจอได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความร่วมมือนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของความรู้เท่าทันดิจิทัลและการคุ้มครองเด็กในภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีของประเทศ แม้ว่าเครื่องมือเหล่านี้จะถูกรวมอยู่ในระบบปฏิบัติการของ Apple อยู่แล้ว แต่การมีส่วนร่วมของภาครัฐมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนว่าผู้ปกครองสามารถใช้การตั้งค่าเหล่านี้เพื่อจัดการสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลของเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมีแผนที่จะเผยแพร่ข้อมูลนี้สู่สาธารณชนในวงกว้างอย่างไร หรือความร่วมมือนี้จะนำไปสู่การจัดเวิร์กชอปให้ความรู้หรือแคมเปญความปลอดภัยทางดิจิทัลในระดับท้องถิ่นหรือไม่ ในขณะนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นความพยายามในการให้ข้อมูลเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบควบคุมโดยผู้ปกครองที่มีอยู่แล้ว ผู้ใช้งานควรตรวจสอบการตั้งค่าในอุปกรณ์ของตนเพื่อทำความเข้าใจการทำงานของฟีเจอร์เหล่านี้ เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ได้ประกาศซอฟต์แวร์บังคับใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใดๆ ที่ส่งผลต่อการใช้งานอุปกรณ์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

ชายไทยเผชิญกระแสวิจารณ์ออนไลน์หลังโพสต์ภาพใบหน้าบวมผิดปกติ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ชายไทยเผชิญกระแสวิจารณ์ออนไลน์หลังโพสต์ภาพใบหน้าบวมผิดปกติ

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวไทยรายหนึ่งกำลังขอความช่วยเหลือจากอาการบวมที่ใบหน้าอย่างรุนแรง ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากชาวเน็ตว่าภาพดังกล่าวอาจสร้างขึ้นโดย AI

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ชายไทยเผชิญกระแสวิจารณ์ออนไลน์หลังโพสต์ภาพใบหน้าบวมผิดปกติ

แหล่งข่าวเดียว
ชายไทยเผชิญกระแสวิจารณ์ออนไลน์หลังโพสต์ภาพใบหน้าบวมผิดปกติ

ผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวไทยรายหนึ่งกำลังขอความช่วยเหลือจากอาการบวมที่ใบหน้าอย่างรุนแรง ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากชาวเน็ตว่าภาพดังกล่าวอาจสร้างขึ้นโดย AI

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2026 ผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ “Mes, Little Prince” ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับอาการใบหน้าบวมและมีอาการปวดอย่างต่อเนื่อง โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากและนำไปสู่การตอบโต้ที่แบ่งออกเป็นสองฝ่ายในโลกออนไลน์ ในขณะที่บางส่วนแสดงความกังวลต่อสุขภาพของเขา แต่บางส่วนกลับกล่าวหาว่าบุคคลดังกล่าวใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปรับแต่งภาพและสร้างสถานการณ์ขึ้นมา

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลือบแคลงใจที่เพิ่มขึ้นต่อเนื้อหาดิจิทัลในประเทศไทย ซึ่งภาพที่สร้างโดย AI ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงทั่วไป ท่ามกลางการถกเถียงออนไลน์ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับสาเหตุที่เป็นไปได้ โดยแพทย์ระบุว่าแม้ชายคนดังกล่าวจะกำลังทุกข์ทรมาน แต่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่แน่ชัดว่าพฤติกรรมอย่างการแคะฟันจะเชื่อมโยงกับมะเร็งช่องปาก ซึ่งเป็นทฤษฎีที่บางครั้งมีการพูดถึงในแวดวงสุขภาพท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนของการตรวจสอบข้อมูลดิจิทัลในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าสาเหตุทางการแพทย์ที่แท้จริงของอาการบวมดังกล่าวคืออะไร รวมถึงผลกระทบจากข้อมูลที่บิดเบือนในที่สาธารณะอาจส่งผลต่อความสามารถในการได้รับความช่วยเหลือที่ถูกต้องหรือไม่ ขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องราวที่กำลังดำเนินอยู่ โดยเน้นไปที่จุดตัดระหว่างวิกฤตสุขภาพและความเชื่อมั่นในโลกดิจิทัล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 03:55 UTC

ส่วนอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย เข้าร่วมสัมมนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ส่วนอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย เข้าร่วมสัมมนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร

สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ส่วนอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย ได้เข้าร่วมโครงการสัมมนาที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ส่วนอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย เข้าร่วมสัมมนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร

แหล่งข่าวเดียว
ส่วนอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย เข้าร่วมสัมมนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร

สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ส่วนอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย ได้เข้าร่วมโครงการสัมมนาที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำได้ประกาศว่าส่วนอุทกวิทยาที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย ได้เข้าร่วมโครงการสัมมนาเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสำรวจแนวทางการนำเครื่องมือทางเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตรกรรม เพื่อยกระดับศักยภาพและเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกรในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในการพัฒนาภูมิภาคทางภาคเหนือของประเทศไทย การเข้าร่วมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการปรับปรุงภาคการเกษตรให้ทันสมัยผ่านการจัดการน้ำและข้อมูลทางอุทกวิทยา เนื่องจากเชียงรายเป็นศูนย์กลางทางการเกษตรที่สำคัญ การบูรณาการเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจนำไปสู่การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและการเพิ่มความทนทานของพืชผลต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

แม้ว่าการสัมมนาจะมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้เชิงทฤษฎีและปฏิบัติของนวัตกรรมเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ กรมฯ ยังไม่ได้เผยแพร่รายงานโดยละเอียดว่าเครื่องมือทางเทคโนโลยีใดบ้างที่ได้รับความสำคัญในระหว่างการหารือ ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตจากกรมทรัพยากรน้ำต่อไป เพื่อดูว่าความร่วมมือเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมต่อภูมิทัศน์ทางการเกษตรของเชียงรายอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 02:59 UTC

เจ้าหน้าที่ชี้แจงที่มาของเนื้อหาในเหตุการณ์กราดยิงล่าสุด
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่ชี้แจงที่มาของเนื้อหาในเหตุการณ์กราดยิงล่าสุด

ชัยชนก ชิดชอบ ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับที่มาทางดิจิทัลของเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์กราดยิงล่าสุด โดยระบุว่าผู้ก่อเหตุเข้าถึงแพลตฟอร์มมาตรฐานทั่วไปไม่ใช่ดาร์กเว็บ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เจ้าหน้าที่ชี้แจงที่มาของเนื้อหาในเหตุการณ์กราดยิงล่าสุด

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ชี้แจงที่มาของเนื้อหาในเหตุการณ์กราดยิงล่าสุด

ชัยชนก ชิดชอบ ได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับที่มาทางดิจิทัลของเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์กราดยิงล่าสุด โดยระบุว่าผู้ก่อเหตุเข้าถึงแพลตฟอร์มมาตรฐานทั่วไปไม่ใช่ดาร์กเว็บ

ภายหลังจากเหตุการณ์กราดยิงที่มีเยาวชนเกี่ยวข้องในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง นายชัยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ให้ความชัดเจนเกี่ยวกับสื่อดิจิทัลที่ผู้ก่อเหตุเข้าถึง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ นายชัยชนกกล่าวว่าผลการตรวจสอบระบุว่าบุคคลดังกล่าวได้รับชมเนื้อหาบนแพลตฟอร์มแบ่งปันวิดีโอมาตรฐาน โดยเฉพาะ YouTube ไม่ใช่ดาร์กเว็บตามที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

ความแตกต่างนี้มีความสำคัญสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนจุดสนใจของการอภิปรายสาธารณะไปสู่การกำกับดูแลเนื้อหาดิจิทัลกระแสหลัก แทนที่จะเป็นมุมมืดของอินเทอร์เน็ต นายชัยชนกระบุว่าเขาได้มอบหมายให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประสานงานโดยตรงกับแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและกลยุทธ์การกลั่นกรองเนื้อหาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทย พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการสนทนาระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางดิจิทัลและอิทธิพลของสื่อออนไลน์ที่มีต่อพฤติกรรมของเยาวชน แม้ว่ารัฐบาลกำลังแสวงหาแนวทางความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีเพื่อลดการเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตราย แต่มาตรการทางเทคนิคเฉพาะที่แพลตฟอร์มเหล่านี้จะนำไปใช้นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในขณะที่ทำงานเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเข้าถึงข้อมูลดิจิทัลและความกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 01:35 UTC

ทางการไทยเตรียมหารือบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยกระดับการคุ้มครองเด็ก
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเตรียมหารือบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยกระดับการคุ้มครองเด็ก

หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในนนทบุรี เจ้าหน้าที่ไทยวางแผนหารือกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เพื่อปรับปรุงการตั้งค่าความปลอดภัยสำหรับเด็กบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ทางการไทยเตรียมหารือบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยกระดับการคุ้มครองเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเตรียมหารือบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ยกระดับการคุ้มครองเด็ก

หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในนนทบุรี เจ้าหน้าที่ไทยวางแผนหารือกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เพื่อปรับปรุงการตั้งค่าความปลอดภัยสำหรับเด็กบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 นายไชยชนก ชิดชอบ ได้ชี้แจงถึงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีนักเรียนเปิดดูคลิปวิดีโอบน YouTube โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นเพียงการรับชมวิดีโอ YouTube ตามปกติ ไม่ใช่เนื้อหาจาก 'Dark Web' แต่อย่างใด

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังเตรียมหารือกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับระบบ 'การคุ้มครองเด็ก' (Child Protection) ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งหวังที่จะผลักดันให้แพลตฟอร์มต่างๆ กำหนดค่าความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นเด็ก เพื่อลดการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นต่อมาตรฐานความปลอดภัยทางดิจิทัลภายในประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามร่วมมือกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อเสริมสร้างมาตรการป้องกันเหล่านี้ แต่รายละเอียดทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาในการบังคับใช้การตั้งค่าเริ่มต้นดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องอยู่ในขั้นตอนการวางแผนหารือ และคาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของมาตรการความปลอดภัยนี้จะปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อการเจรจาระหว่าง กสทช. และบริษัทเทคโนโลยีมีความคืบหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 00:57 UTC

หมอสรณตั้งคำถามต่อข้อกล่าวหาเรื่องความขัดแย้งในการปฏิบัติหน้าที่ที่ กสทช.
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

หมอสรณตั้งคำถามต่อข้อกล่าวหาเรื่องความขัดแย้งในการปฏิบัติหน้าที่ที่ กสทช.

หมอสรณได้ออกมาตั้งคำถามต่อข้อกล่าวหาที่ว่าการประกอบวิชาชีพแพทย์ของเขาส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

หมอสรณตั้งคำถามต่อข้อกล่าวหาเรื่องความขัดแย้งในการปฏิบัติหน้าที่ที่ กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
หมอสรณตั้งคำถามต่อข้อกล่าวหาเรื่องความขัดแย้งในการปฏิบัติหน้าที่ที่ กสทช.

หมอสรณได้ออกมาตั้งคำถามต่อข้อกล่าวหาที่ว่าการประกอบวิชาชีพแพทย์ของเขาส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 หมอสรณได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข้อกังวลเกี่ยวกับบทบาทคู่ขนานของเขาในฐานะแพทย์และกรรมการในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยในการตอบคำถามว่าการประกอบวิชาชีพแพทย์ของเขาส่งผลกระทบเชิงลบต่อความรับผิดชอบด้านการกำกับดูแลหรือไม่ หมอสรณได้ตั้งคำถามกลับว่าการรักษาคนไข้จะไปขัดกับหน้าที่ใน กสทช. ได้อย่างไร

หมอสรณเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อวิชาชีพแพทย์มาตลอดชีวิต โดยระบุว่าเขามีความตั้งใจที่จะทำงานด้านสาธารณสุขต่อไป นอกจากนี้เขายังกล่าวว่าได้พิจารณาทางเลือกในอนาคตเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพของเขาไว้แล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับจรรยาบรรณวิชาชีพและการบริหารเวลาของเจ้าหน้าที่รัฐที่ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานกำกับดูแล แม้ว่า กสทช. จะมีหน้าที่กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น โทรคมนาคมและการกระจายเสียง แต่จุดตัดระหว่างการประกอบวิชาชีพส่วนตัวและการบริการสาธารณะยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กสทช. หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่น ๆ จะมีการตรวจสอบทางปกครองอย่างเป็นทางการหรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับบทบาทคู่ขนานของเขาหรือไม่ โดยยังไม่มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการลาออกอย่างเป็นทางการในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 สิงหาคม 2026, 00:36 UTC

การเปลี่ยนแปลงเชิงรุ่นในพฤติกรรมการส่งข้อความ LINE ในประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

การเปลี่ยนแปลงเชิงรุ่นในพฤติกรรมการส่งข้อความ LINE ในประเทศไทย

รายงานล่าสุดเน้นย้ำถึงวิธีการที่คนรุ่นต่างๆ ในประเทศไทยใช้ในการจบการสนทนาบน LINE ซึ่งสะท้อนถึงรูปแบบการสื่อสารดิจิทัลที่กำลังพัฒนา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

การเปลี่ยนแปลงเชิงรุ่นในพฤติกรรมการส่งข้อความ LINE ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การเปลี่ยนแปลงเชิงรุ่นในพฤติกรรมการส่งข้อความ LINE ในประเทศไทย

รายงานล่าสุดเน้นย้ำถึงวิธีการที่คนรุ่นต่างๆ ในประเทศไทยใช้ในการจบการสนทนาบน LINE ซึ่งสะท้อนถึงรูปแบบการสื่อสารดิจิทัลที่กำลังพัฒนา

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ วิธีที่ผู้ใช้งานจบการสนทนาบนแพลตฟอร์ม LINE ในประเทศไทยนั้นถูกกำหนดโดยความแตกต่างระหว่างรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ LINE ยังคงเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นเพราะฟีเจอร์ยอดนิยมอย่าง 'LINE Stickers' ที่มีตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น หมีบราวน์และโคนี่

รายงานระบุว่าผู้ใช้งาน 'Gen Y' มักจะชอบใช้สติกเกอร์เหล่านี้เพื่อส่งสัญญาณว่าจบการสนทนา โดยมองว่าช่วยเพิ่มความสนุกสนานและสีสันให้กับการโต้ตอบทางดิจิทัล ในทางตรงกันข้าม ผู้ใช้งาน 'Gen Z' มีแนวโน้มที่จะใช้วิธีที่เรียบง่ายกว่า โดยมักจะเลือกตอบโต้ด้วยอีโมจิเพียงอย่างเดียวเพื่อรับทราบข้อความแบบเงียบๆ การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มไปสู่รูปแบบมารยาททางดิจิทัลที่รวดเร็วและไม่รบกวนผู้อื่นในกลุ่มคนรุ่นใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ในการนำทางไปสู่การโต้ตอบทางสังคมในท้องถิ่น เนื่องจาก LINE เป็นแอปพลิเคชันส่งข้อความหลักสำหรับการสื่อสารทั้งส่วนตัวและมืออาชีพในภูมิภาค การจดจำสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อาจช่วยในการตีความน้ำเสียงของการสนทนาทางดิจิทัล แม้ว่าแนวโน้มเหล่านี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการสื่อสารในปัจจุบัน แต่ยังคงต้องรอดูกันต่อไปว่าความชอบเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไรเมื่อมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ บนแพลตฟอร์ม ผู้ใช้งานควรทราบว่าข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มพฤติกรรมทั่วไป ไม่ใช่กฎสากลสำหรับผู้ใช้งานชาวไทยทุกคน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 12:36 UTC

ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยไตรมาส 2/2569 ปรับตัวสูงขึ้น
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยไตรมาส 2/2569 ปรับตัวสูงขึ้น

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการ AI แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยไตรมาส 2/2569 ปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยไตรมาส 2/2569 ปรับตัวสูงขึ้น

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการ AI แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยดัชนีอยู่ที่ระดับ 48.4 เพิ่มขึ้นจากระดับ 44.5 ในไตรมาสก่อนหน้า

การสำรวจครอบคลุม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมย่อย ได้แก่ ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ, ซอฟต์แวร์, บริการด้านดิจิทัล, ดิจิทัลคอนเทนต์ และโทรคมนาคม การเติบโตของความเชื่อมั่นนี้เป็นผลมาจากความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวในทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังคงเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากต้นทุนด้านพลังงานและราคาชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ทำงานในระบบนิเวศเทคโนโลยีของไทย ข้อมูลนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการขยายตัวที่ได้รับแรงหนุนจากเทรนด์ AI ระดับโลก แม้ว่าความยั่งยืนของการเติบโตนี้อาจขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการจะจัดการกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างไร ผู้ประกอบการได้แสดงความต้องการให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินเหล่านี้ แม้ว่าดัชนีจะแสดงแนวโน้มที่เป็นบวก แต่ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร และต้นทุนพลังงานและชิ้นส่วนที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อแรงขับเคลื่อนในภาคดิจิทัลในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 10:57 UTC

ไทยเตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศความพร้อมสำหรับการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยเน้นไปที่นวัตกรรม AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประกาศความพร้อมสำหรับการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยเน้นไปที่นวัตกรรม AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ยืนยันความพร้อมอย่างเป็นทางการในการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อจัดแสดงความก้าวหน้าล่าสุดด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่กำลังเกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย นิทรรศการนี้ถือเป็นหน้าต่างสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางทางเทคโนโลยีของประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สัมผัสกับนวัตกรรมในท้องถิ่นและทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลถูกบูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของชาติอย่างไร คาดว่างานนี้จะเน้นย้ำให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเหล่านี้อาจส่งผลต่อชีวิตประจำวัน การศึกษา และภูมิทัศน์ดิจิทัลในวงกว้างอย่างไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แม้ว่าทางกระทรวงจะยืนยันถึงจุดเน้นของงานที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคตแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน สถานที่ และกำหนดการเต็มรูปแบบของนิทรรศการเชิงโต้ตอบยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสาธิตทางเทคโนโลยีเฉพาะทาง ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก อว. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงวันจัดงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

ครม. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ครม. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

คณะรัฐมนตรีไทยได้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ 7 ท่านเข้าเป็นกรรมการในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อกำกับดูแลความมั่นคงทางดิจิทัลของประเทศ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ครม. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ครม. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

คณะรัฐมนตรีไทยได้แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ 7 ท่านเข้าเป็นกรรมการในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อกำกับดูแลความมั่นคงทางดิจิทัลของประเทศ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 Prachachat Business รายงานว่าคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ 7 ท่านเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ตามที่นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯ โดยกรรมการชุดใหม่ประกอบด้วยบุคคลสำคัญจากแวดวงตำรวจและผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและกรอบการคุ้มครองข้อมูล เนื่องจากภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น การดึงผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เข้ามามีส่วนร่วมบ่งชี้ถึงการปรับกลยุทธ์เพื่อยกระดับกลไกการป้องกันความเสี่ยงทางดิจิทัลของประเทศ แม้ว่าการแต่งตั้งครั้งนี้จะมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายและผลกระทบที่ชัดเจนของกรรมการชุดใหม่ต่อกฎระเบียบด้านดิจิทัลนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าคณะกรรมการชุดนี้จะสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติและความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลของผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 09:37 UTC

ครม. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ครม. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

คณะรัฐมนตรีไทยได้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่านเข้าดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติอย่างเป็นทางการ โดยมีทั้งอดีตนายตำรวจระดับสูงและนักวิชาการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ครม. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ครม. แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

คณะรัฐมนตรีไทยได้แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่านเข้าดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติอย่างเป็นทางการ โดยมีทั้งอดีตนายตำรวจระดับสูงและนักวิชาการ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่จำนวน 7 ท่านเข้าสู่คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยคณะกรรมการชุดใหม่นี้ประกอบด้วยบุคคลสำคัญ อาทิ อดีตนายตำรวจระดับสูง และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ นักวิชาการที่มีชื่อเสียง

คณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางความมั่นคงทางดิจิทัลของประเทศ โดยกำกับดูแลนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูล ความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐาน และการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย องค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลต่อสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบสำหรับบริการดิจิทัล มาตรฐานความเป็นส่วนตัวออนไลน์ และความปลอดภัยโดยรวมของโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตของประเทศ

แม้ว่าการแต่งตั้งจะได้รับการยืนยันจากคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์และวาระการดำเนินงานเร่งด่วนของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญชุดใหม่นี้ยังคงต้องรอความชัดเจนต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าคณะกรรมการชุดนี้จะรับมือกับความท้าทายทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นใหม่อย่างไร และการดำรงตำแหน่งของพวกเขาจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการบังคับใช้กฎระเบียบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งในภาครัฐและเอกชนหรือไม่ โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทและความรับผิดชอบเฉพาะของกรรมการทั้ง 7 ท่านในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

ยกระดับความปลอดภัยที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยหลังมีคำขู่กราดยิง
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ยกระดับความปลอดภัยที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยหลังมีคำขู่กราดยิง

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยในเชียงใหม่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังจากมีนักเรียนรายหนึ่งโพสต์คำขู่ว่าจะก่อเหตุกราดยิงผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ยกระดับความปลอดภัยที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยหลังมีคำขู่กราดยิง

แหล่งข่าวเดียว
ยกระดับความปลอดภัยที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยหลังมีคำขู่กราดยิง

โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยในเชียงใหม่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยหลังจากมีนักเรียนรายหนึ่งโพสต์คำขู่ว่าจะก่อเหตุกราดยิงผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับคำขู่ว่าจะก่อเหตุกราดยิง ตามรายงานของ Khaosod English คำขู่ดังกล่าวมาจากนักเรียนรายหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความลงในกลุ่มแชท Line โดยแสดงเจตนาที่จะก่อเหตุโจมตีภายในโรงเรียน

ภาพหน้าจอของการสนทนาดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังสื่อมวลชนในเวลาต่อมา ส่งผลให้ทางโรงเรียนต้องตอบสนองต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าตัวตนของนักเรียนที่เกี่ยวข้องจะถูกปกปิดในรายงานสาธารณะ แต่เหตุการณ์นี้ได้สร้างความกังวลอย่างมากในหมู่ชุมชนโรงเรียนและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะ แม้ว่าทางโรงเรียนจะดำเนินการทันทีเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ แต่สถานการณ์ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีมาตรการทางวินัยหรือทางกฎหมายใดๆ ต่อตัวนักเรียน และยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของคำขู่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตข่าวสารในพื้นที่ต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:55 UTC

กทม. จับมือ GISTDA ยกระดับการจัดการภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยีอวกาศ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กทม. จับมือ GISTDA ยกระดับการจัดการภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยีอวกาศ

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ GISTDA เพื่อนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือภัยพิบัติและการติดตามสภาพแวดล้อมในเขตเมือง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กทม. จับมือ GISTDA ยกระดับการจัดการภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยีอวกาศ

แหล่งข่าวเดียว
กทม. จับมือ GISTDA ยกระดับการจัดการภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยีอวกาศ

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ GISTDA เพื่อนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือภัยพิบัติและการติดตามสภาพแวดล้อมในเขตเมือง

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเข้ากับกรอบการจัดการภัยพิบัติของเมือง โดยมุ่งเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมรับมือแผ่นดินไหว การลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และการบริหารจัดการน้ำท่วม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มุ่งเน้นการนำงานวิจัยและบริการขั้นสูงมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขในเขตเมือง โดยการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียมและความสามารถในการวิเคราะห์ของ GISTDA กทม. ตั้งเป้าที่จะปรับปรุงขีดความสามารถในการติดตามและตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความร่วมมือนี้ถือเป็นความพยายามระยะยาวในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและระเบียบการด้านความปลอดภัยของเมือง แม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสร้างกรอบความร่วมมือไว้แล้ว แต่ยังไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการติดตั้งระบบติดตามใหม่หรือการเปิดตัวเครื่องมือแจ้งเตือนสำหรับสาธารณะ ประสิทธิภาพของการบูรณาการทางเทคโนโลยีเหล่านี้ในการบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก เช่น น้ำท่วมตามฤดูกาลหรือความผันผวนของคุณภาพอากาศ ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่โครงการเปลี่ยนผ่านจากขั้นตอนการวางแผนไปสู่การปฏิบัติจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 07:16 UTC

ไทยเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลประกันคุณภาพอาชีวศึกษา
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลประกันคุณภาพอาชีวศึกษา

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลประกันคุณภาพอาชีวศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลประกันคุณภาพอาชีวศึกษา

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพ

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เปิดตัว 'แพลตฟอร์มดิจิทัลประกันคุณภาพ' (Digital QA Platform) อย่างเป็นทางการ โดยนางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลอาชีวศึกษาเข้าสู่ระบบแบบเรียลไทม์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ความโปร่งใสและการกำกับดูแลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในภาคการอาชีวศึกษาของประเทศ การเปลี่ยนผ่านกระบวนการประกันคุณภาพสู่ระบบดิจิทัลมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามมาตรฐานการศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การรับรองทักษะที่เป็นมาตรฐานมากขึ้นและหลักสูตรอาชีวศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อตลาดแรงงานในท้องถิ่นและคุณภาพของบริการทางเทคนิคที่มีให้แก่สาธารณะ

แม้ว่าจะมีการประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอบเขตที่ข้อมูลแบบเรียลไทม์นี้จะเปิดให้สาธารณชนหรือนายจ้างเข้าถึงได้ รวมถึงกรอบเวลาสำหรับการรวมสถาบันอาชีวศึกษาทั้งหมดเข้าสู่ระบบยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลนี้จะมีอิทธิพลต่อการรับรองวิทยฐานะระยะยาวของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

กสทช. เร่งผู้ใช้บริการมือถือปรับปรุงข้อมูลลงทะเบียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 ส.ค. นี้
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กสทช. เร่งผู้ใช้บริการมือถือปรับปรุงข้อมูลลงทะเบียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 ส.ค. นี้

สำนักงาน กสทช. ขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลการลงทะเบียนเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กสทช. เร่งผู้ใช้บริการมือถือปรับปรุงข้อมูลลงทะเบียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 ส.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
กสทช. เร่งผู้ใช้บริการมือถือปรับปรุงข้อมูลลงทะเบียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 ส.ค. นี้

สำนักงาน กสทช. ขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลการลงทะเบียนเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกประกาศขอความร่วมมือให้ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายดำเนินการปรับปรุงข้อมูลการลงทะเบียนให้เป็นปัจจุบัน นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่องมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ

ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการปรับปรุงฐานข้อมูลผู้ใช้บริการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 สิงหาคม 2569 โดย กสทช. ขอให้ประชาชนดำเนินการตามขั้นตอนที่ได้รับแจ้งผ่านทาง SMS หรือช่องทางทางการอื่นๆ ของผู้ให้บริการเครือข่ายของตน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย การปรับปรุงข้อมูลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในการใช้บริการสื่อสาร หากท่านได้รับข้อความแจ้งเตือนจากผู้ให้บริการ ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อยืนยันตัวตน หากท่านมีความกังวลเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อความ กสทช. แนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าของผู้ให้บริการเครือข่ายโดยตรง

แม้ว่าจะมีการกำหนดเส้นตายไว้ในวันที่ 30 สิงหาคม 2569 แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการหรือผลกระทบอย่างไรหากข้อมูลไม่ได้รับการปรับปรุงภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้ใช้บริการควรติดตามข่าวสารจากช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของผู้ให้บริการของท่านอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 06:17 UTC

การประชุม กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 4 ท่ามกลางความขัดแย้งภายใน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

การประชุม กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 4 ท่ามกลางความขัดแย้งภายใน

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถเปิดประชุมได้เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของกฎระเบียบด้านโทรทัศน์ดิจิทัล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

การประชุม กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 4 ท่ามกลางความขัดแย้งภายใน

แหล่งข่าวเดียว
การประชุม กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 4 ท่ามกลางความขัดแย้งภายใน

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถเปิดประชุมได้เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของกฎระเบียบด้านโทรทัศน์ดิจิทัล

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถเปิดประชุมได้เป็นครั้งที่ 4 เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ การไม่สามารถดำเนินงานตามภารกิจอย่างเป็นทางการได้ซ้ำๆ นี้ ทำให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของโทรทัศน์ดิจิทัลและการกำกับดูแลในประเทศไทย

นางสาวพิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าตนไม่ต้องการเล่นเกมการเมือง และได้เปรียบเทียบการกระทำของกรรมการอีก 3 ท่านว่าเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกภายในอย่างลึกซึ้งที่กำลังทำให้กระบวนการตัดสินใจของคณะกรรมการเป็นอัมพาตในขณะนี้

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคสื่อมวลชน ภาวะชะงักงันนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อความต่อเนื่องของการตัดสินใจเชิงนโยบายที่กำกับดูแลบริการกระจายเสียงดิจิทัล แม้ว่าผลกระทบต่อการรับชมโทรทัศน์ในชีวิตประจำวันจะยังจำกัด แต่ความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการดำเนินนโยบายหรือการปรับปรุงใบอนุญาตต่างๆ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กสทช. มีแผนที่จะแก้ไขความขัดแย้งภายในเหล่านี้อย่างไร และการประชุมในอนาคตจะสามารถจัดขึ้นได้สำเร็จเพื่อจัดการกับประเด็นด้านกฎระเบียบที่ค้างคาอยู่หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 สิงหาคม 2026, 05:35 UTC