ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
กีฬา โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว. ✦
กีฬา “บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง ✦
กฎหมาย ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม ✦
กฎหมาย คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน ✦
การขนส่ง ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง ✦
เศรษฐกิจ ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน ✦
ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

กีฬา

โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

หลังจากคว้าเหรียญทองว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตรในเอเชียนเกมส์ โอฮาชิได้ประกาศความตั้งใจที่จะคว้าแชมป์โลกและทำลายสถิติโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online นักว่ายน้ำโอฮาชิประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ หลังจากชัยชนะครั้งสำคัญนี้ นักกีฬาได้ประกาศต่อสาธารณะว่าเป้าหมายใหญ่ต่อไปของเธอคือการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ เธอยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำลายสถิติโลกในประเภทนี้อีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้เน้นย้ำถึงระดับการแข่งขันว่ายน้ำที่สูงในระดับภูมิภาค ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาอาจสนใจติดตามความคืบหน้าของโอฮาชิในขณะที่เธอก้าวจากความสำเร็จระดับภูมิภาคไปสู่เป้าหมายระดับโลก

แม้ว่าผลงานของเธอในเอเชียนเกมส์จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งต่อไปและการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมของเธอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้แฟนกีฬาและผู้ติดตามคอยติดตามข่าวสารกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเดินทางของเธอสู่การทำลายสถิติโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กฎหมาย

กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

กลุ่มนักเคลื่อนไหวยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ทบทวนการดำเนินคดีกับบุคคล 229 คน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กลุ่มนักเคลื่อนไหว นำโดยพิชิตและบุคคลที่รู้จักกันในนาม 'ทนายนกเขา' ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนการตัดสินใจดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลจำนวน 229 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงจุดยืนคัดค้านกลยุทธ์ทางกฎหมายของ กกต. ในปัจจุบันอย่างรุนแรง ในระหว่างการยื่นข้อเรียกร้อง กลุ่มผู้ชุมนุมได้เตือนให้ กกต. พิจารณาทบทวนท่าที โดยอ้างถึงกรณีในอดีตที่เคยมีกรรมการการเลือกตั้งต้องโทษจำคุกจากการปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มนักเคลื่อนไหวโต้แย้งว่าการดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 229 คนในขณะนี้ไม่เป็นธรรมและจำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมายและการเมืองภายในประเทศ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการชุมนุมในพื้นที่ใกล้หน่วยงานราชการ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่า กกต. จะตอบสนองต่อคำร้องดังกล่าวอย่างไร และคดีความของบุคคลทั้ง 229 คนจะดำเนินต่อไปตามแผนหรือจะมีการทบทวนใหม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรมการประท้วงหรือการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กีฬา

“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันคู่ผสมชาวไทย โพสต์ข้อความขอโทษแฟนกีฬาชาวไทยหลังพ่ายแพ้ในการแข่งขันรอบแรกของเอเชียนเกมส์

รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันมือวางอันดับ 5 ของโลกในประเภทคู่ผสม ได้ยุติเส้นทางการแข่งขันในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ลงตั้งแต่รอบแรก โดยเดชาพลซึ่งจับคู่กับ “เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน ได้ลงสนามพบกับคู่ผสมจากเจ้าภาพ ยูตะ วาตานาเบะ และมายะ ทากูจิ ก่อนจะพ่ายแพ้ไป 2 เกมรวด ทำให้ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจบการแข่งขัน นักแบดมินตันวัย 29 ปี ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสื่อสารกับแฟนกีฬา โดยระบุว่าตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว และขอโทษที่ทำได้เพียงเท่านี้

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารกีฬาในภูมิภาค ผลการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสายการแข่งขัน เนื่องจากคู่ของไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งของรายการ แม้ผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงแค่ผลการแข่งขัน แต่แฟนกีฬาอาจสนใจติดตามว่าผลงานดังกล่าวจะส่งผลต่ออันดับโลกของนักกีฬาทั้งสองคนและการเข้าร่วมรายการแข่งขันในอนาคตอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตารางการฝึกซ้อมหรือกำหนดการแข่งขันรายการต่อไปของทั้งคู่ในระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

กระทรวงพาณิชย์เข้าตรวจสอบในเขตดินแดง ส่งผลให้มีการจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่ลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ดำเนินการตรวจสอบการประกอบธุรกิจโดยใช้ 'นอมินี' ในเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ระบุตัวและจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่พบว่ากำลังทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

บุคคลเหล่านี้ถูกควบคุมตัวและกำลังเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในข้อหาละเมิดกฎระเบียบด้านแรงงานและคนเข้าเมือง การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายธุรกิจและเพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานที่เข้มงวดของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการมีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องและตรวจสอบให้แน่ใจว่าการจ้างงานทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่การถูกจับกุมทันที การปรับ และการถูกเนรเทศ แม้ว่าการปฏิบัติการครั้งนี้จะเน้นไปที่เขตเฉพาะ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบในภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อยับยั้งการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามีการวางแผนตรวจสอบเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ หรือการปฏิบัติการนี้จะนำไปสู่การสอบสวนที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับบริษัทที่จ้างบุคคลเหล่านี้หรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของตนถูกต้องอยู่เสมอและติดตามกฎระเบียบด้านแรงงานในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

ตำรวจนครบาลทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด ยึดไอซ์ได้ 519 กิโลกรัม เตรียมส่งลงภาคใต้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายจิโรตน์ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ได้ที่ปั๊มน้ำมันย่านบางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

ในระหว่างการปฏิบัติการ ตำรวจยึดของกลางเป็นยาไอซ์ได้ 300 กิโลกรัมจากตัวผู้ต้องหา พร้อมรถบรรทุกและโทรศัพท์มือถือ ต่อมาเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายอดรวมของการยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้มีจำนวนสูงถึง 519 กิโลกรัม โดยผลการสอบสวนพบว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกขนส่งมาจากกรุงเทพฯ เพื่อนำไปส่งยังภาคใต้ของประเทศไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการกระจายยาเสพติดขนาดใหญ่ภายในประเทศ แม้ภัยคุกคามจากการขนส่งล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายอาชญากรรมยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดหรือแหล่งที่มาของยาเสพติดดังกล่าว ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารในพื้นที่เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

คณะกรรมาธิการตำรวจลงพื้นที่เพชรบุรีเพื่อตรวจสอบมาตรการจัดเก็บอาวุธปืน โดยอ้างถึงความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมการแพร่กระจายของอาวุธผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการควบคุมและจัดเก็บอาวุธปืน ณ กองร้อยปฏิบัติการฝึกที่ 2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อประเมินมาตรการป้องกันการสูญหาย การลักลอบจำหน่าย และภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชน

ในระหว่างการลงพื้นที่ นายวัชรพงศ์ได้ตอบโต้ข้อวิจารณ์จากฝ่ายค้านเกี่ยวกับความคืบหน้าทางกฎหมายของรัฐบาล โดยยืนยันว่ารัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนมาตั้งแต่ปี 2566 พร้อมทั้งชี้แจงว่าฝ่ายค้านควรทำการบ้านให้มากขึ้นก่อนที่จะยื่นคำถามอย่างเป็นทางการ

ในส่วนของความปลอดภัยสาธารณะ คณะกรรมาธิการได้เปิดเผยข้อมูลว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนถึง 83% เป็นอาวุธผิดกฎหมาย ไม่มีการลงทะเบียน หรือมีการโอนย้ายที่ไม่ถูกต้อง ในขณะที่มีเพียง 17% เท่านั้นที่เป็นอาวุธปืนที่ถูกกฎหมาย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเข้มงวดกับกฎระเบียบด้านอาวุธปืนเพื่อยกระดับความปลอดภัย แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะอยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้การแก้ไขกฎหมายที่เสนอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยรัฐบาลยืนยันว่าความพยายามเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

การขนส่ง

ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

แหล่งข่าวเดียว
ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

บริษัทครอบครัวขนส่งประกาศระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำในคลองสูงขึ้นจนไม่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า บริษัท ครอบครัวขนส่ง ผู้ให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบ ได้ประกาศระงับการให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยสาเหตุเกิดจากระดับน้ำในคลองแสนแสบที่เพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ไม่สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย

สำหรับประชาชนและผู้ที่ใช้บริการเรือด่วนเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางผ่านกรุงเทพมหานคร การระงับบริการในครั้งนี้ทำให้ผู้โดยสารจำเป็นต้องหันไปใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถโดยสารประจำทาง หรือระบบรถไฟฟ้า BTS/MRT ซึ่งอาจส่งผลให้การจราจรบนถนนโดยรอบมีความหนาแน่นมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะใช้บริการเรือเพื่อการเดินทางหรือท่องเที่ยวควรทราบว่าบริการนี้ไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้

ในขณะนี้ ผู้ให้บริการยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนในการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง การกลับมาเดินเรือจะขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ลดลงจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ครอบครัวขนส่ง หรือข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง คลองแสนแสบจะยังคงปิดให้บริการเรือด่วนเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:15 UTC

เศรษฐกิจ

ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

ภาคการส่งออกของไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 24.3% ในเดือนสิงหาคม 2569 คิดเป็นมูลค่า 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.3% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 56 เดือน ส่งผลให้ยอดการส่งออกรวมในช่วง 8 เดือนแรกของปีเติบโตขึ้น 18.9%

การพุ่งขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของการลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในไทย นอกจากนี้ การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของภาคผลไม้ไทยยังมีส่วนช่วยให้ตัวเลขดังกล่าวเป็นบวก ขณะนี้ทางการมีความคาดหวังว่ายอดการส่งออกรวมตลอดทั้งปีอาจเติบโตได้ถึง 15% หรือแตะระดับ 3.91 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนี้บ่งชี้ถึงดุลการค้าของประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินและกิจกรรมทางธุรกิจในท้องถิ่น แม้ข้อมูลปัจจุบันจะสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากขึ้นอยู่กับความผันผวนของความต้องการชิ้นส่วนเทคโนโลยีในตลาดโลกและสภาวะตลาดระหว่างประเทศ โดยนักวิเคราะห์จะคอยจับตาดูว่าแนวโน้มเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:45 UTC

ชัยชนกยืนยันความปลอดภัยของระบบ TH-AI Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ชัยชนกยืนยันความปลอดภัยของระบบ TH-AI Passport

ชัยชนกได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับระบบ TH-AI Passport โดยเน้นย้ำว่ามีข้อผูกพันตามสัญญาที่เข้มงวดห้ามไม่ให้มีการนำข้อมูลผู้ใช้ไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ชัยชนกยืนยันความปลอดภัยของระบบ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
ชัยชนกยืนยันความปลอดภัยของระบบ TH-AI Passport

ชัยชนกได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับระบบ TH-AI Passport โดยเน้นย้ำว่ามีข้อผูกพันตามสัญญาที่เข้มงวดห้ามไม่ให้มีการนำข้อมูลผู้ใช้ไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI

การรับรองความปลอดภัยสำหรับ TH-AI Passport

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ชัยชนกได้ชี้แจงข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบ TH-AI Passport แม้ว่าการประมวลผลข้อมูลของระบบจะเกิดขึ้นในต่างประเทศ แต่ชัยชนกยืนยันว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวรักษามาตรฐานความปลอดภัยที่สูงกว่าแอปพลิเคชัน AI ทั่วไป

มาตรการคุ้มครองข้อมูล

หัวใจสำคัญของการรับรองความปลอดภัยอยู่ที่ข้อสัญญาเฉพาะที่ควบคุมเทคโนโลยีนี้ ตามรายงานระบุว่าข้อตกลงเหล่านี้ห้ามผู้ให้บริการนำข้อมูลที่ประมวลผลไปใช้ในการฝึกฝนหรือปรับปรุงโมเดล AI ของตนอย่างชัดเจน มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนจะได้รับการปกป้องและไม่ถูกนำไปใช้เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้ของเครื่องภายนอก

ผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่ใช้ระบบ TH-AI Passport การชี้แจงนี้เน้นย้ำถึงความพยายามของรัฐบาลในการสร้างสมดุลระหว่างการประมวลผลทางดิจิทัลขั้นสูงและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล แม้ว่าระบบจะพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศ แต่ข้อจำกัดตามสัญญาได้รับการออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูล

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าจะมีการเน้นย้ำถึงมาตรการป้องกันตามสัญญาเหล่านี้ แต่กลไกการบังคับใช้ในทางปฏิบัติและโปรโตคอลทางเทคนิคเฉพาะที่ใช้ในการตรวจสอบกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลในต่างประเทศยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้ใช้อาจต้องการติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำกับดูแลในระยะยาวของแนวทางปฏิบัติในการจัดการข้อมูลระหว่างประเทศเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 06:56 UTC

เพจสายเทคโนโลยีปฏิเสธรีวิว 'TH-AI Passport' หลังมีเอเจนซีติดต่อจ้างงาน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เพจสายเทคโนโลยีปฏิเสธรีวิว 'TH-AI Passport' หลังมีเอเจนซีติดต่อจ้างงาน

เพจเทคโนโลยีชื่อดังของไทยประกาศปฏิเสธการรีวิวหรือโปรโมต 'TH-AI Passport' อย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับการติดต่อจากเอเจนซี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เพจสายเทคโนโลยีปฏิเสธรีวิว 'TH-AI Passport' หลังมีเอเจนซีติดต่อจ้างงาน

แหล่งข่าวเดียว
เพจสายเทคโนโลยีปฏิเสธรีวิว 'TH-AI Passport' หลังมีเอเจนซีติดต่อจ้างงาน

เพจเทคโนโลยีชื่อดังของไทยประกาศปฏิเสธการรีวิวหรือโปรโมต 'TH-AI Passport' อย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับการติดต่อจากเอเจนซี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 เพจโซเชียลมีเดียด้านเทคโนโลยีชื่อดังของไทยได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะไม่รับรีวิวหรือโปรโมตผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า 'TH-AI Passport' โดยทางเพจระบุว่าได้รับการติดต่อจากเอเจนซีแห่งหนึ่งที่ต้องการว่าจ้างให้ทำงานโปรโมตสินค้าดังกล่าว

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจเนื่องจากเป็นการบ่งชี้ถึงการปรากฏตัวของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อว่า 'TH-AI Passport' ในพื้นที่ดิจิทัล การที่อินฟลูเอนเซอร์สายเทคโนโลยีปฏิเสธที่จะร่วมงานกับผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังหรือความกังขาเกี่ยวกับลักษณะของผลิตภัณฑ์หรือความน่าเชื่อถือของแคมเปญโฆษณาดังกล่าว

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่า 'TH-AI Passport' คืออะไรกันแน่ ไม่ว่าจะเป็นบริการดิจิทัล เอกสารที่เป็นรูปธรรม หรือแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนของเอเจนซีที่เกี่ยวข้องหรือข้อกล่าวอ้างเฉพาะเจาะจงที่พวกเขาตั้งใจจะนำเสนอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นี้ ผู้อ่านควรทราบว่ารายงานนี้อ้างอิงจากประกาศสาธารณะของเพจเทคโนโลยีดังกล่าวเท่านั้น และยังไม่มีหน่วยงานรัฐบาลหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองใดออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับการมีอยู่หรือความถูกต้องของเอกสารดังกล่าว ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังเมื่อพบเห็นบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้คำศัพท์ที่ฟังดูเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 06:37 UTC

STeP มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวมาตรการเชิงนโยบายเพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรในภาคเหนือ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

STeP มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวมาตรการเชิงนโยบายเพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรในภาคเหนือ

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) กำลังพัฒนามาตรการเชิงนโยบายใหม่เพื่อเชื่อมโยงภาคเกษตรและอาหารของภาคเหนือของไทยเข้าสู่ตลาดโลก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

STeP มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวมาตรการเชิงนโยบายเพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรในภาคเหนือ

แหล่งข่าวเดียว
STeP มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดตัวมาตรการเชิงนโยบายเพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรในภาคเหนือ

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) กำลังพัฒนามาตรการเชิงนโยบายใหม่เพื่อเชื่อมโยงภาคเกษตรและอาหารของภาคเหนือของไทยเข้าสู่ตลาดโลก

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา โดยมีเป้าหมายเพื่อออกแบบมาตรการเชิงนโยบายที่เชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรและอาหารในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) เข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain)

ตามรายงานของ Khaosod Online ความพยายามนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนานวัตกรรมเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบในระยะที่ 3 โดยคุณหนึ่ง พิชาติ อินทราวุธ ผู้จัดการทั่วไปของอุทยานฯ ได้กล่าวเปิดการประชุมโดยเน้นย้ำถึงเป้าหมายในการสร้างนโยบายที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นให้ได้มาตรฐานสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในเศรษฐกิจของภาคเหนือของไทย การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่ขีดความสามารถในการแปรรูปสินค้าเกษตรและการส่งออกที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในภูมิภาค หากประสบความสำเร็จ นโยบายเหล่านี้อาจนำไปสู่การเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีอาหารท้องถิ่นและการเข้าถึงตลาดที่ดีขึ้นสำหรับผู้ผลิตในภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม มาตรการเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีมาตรการจูงใจหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใดบ้างที่จะถูกนำมาใช้จริงหลังจากการปรึกษาหารือเหล่านี้ เนื่องจากโครงการยังคงอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมความคิดเห็นเพื่อกำหนดกรอบการทำงานขั้นสุดท้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 06:39 UTC

อีลอน มัสก์ หารือถึงศักยภาพของจีนในการเป็นผู้นำด้าน AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

อีลอน มัสก์ หารือถึงศักยภาพของจีนในการเป็นผู้นำด้าน AI

อีลอน มัสก์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภูมิทัศน์การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยชี้ว่าจีนอาจท้าทายสหรัฐอเมริกาเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

อีลอน มัสก์ หารือถึงศักยภาพของจีนในการเป็นผู้นำด้าน AI

แหล่งข่าวเดียว
อีลอน มัสก์ หารือถึงศักยภาพของจีนในการเป็นผู้นำด้าน AI

อีลอน มัสก์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับภูมิทัศน์การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยชี้ว่าจีนอาจท้าทายสหรัฐอเมริกาเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลก

ในการสนทนาเมื่อเร็วๆ นี้ที่รายงานโดย Prachachat Business โดยอ้างอิงจาก The Economist อีลอน มัสก์ ได้กล่าวถึงการแข่งขันที่เข้มข้นเพื่อความเป็นผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน มัสก์เน้นย้ำว่าจีนมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่สำคัญ โดยเฉพาะในภาคส่วนการผลิตไฟฟ้าและหุ่นยนต์ ซึ่งอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของจีนในด้าน AI

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การแข่งขันทางเทคโนโลยีระดับโลกนี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบนิเวศซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนชีวิตประจำวัน ในขณะที่มหาอำนาจต่างๆ แข่งขันกัน ความก้าวหน้าหรือข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี AI ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อความพร้อมใช้งานของบริการดิจิทัล แอปพลิเคชันเมืองอัจฉริยะ และระบบอัตโนมัติที่กำลังถูกรวมเข้ากับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน

แม้ว่าข้อสังเกตของมัสก์จะให้มุมมองเกี่ยวกับจุดแข็งเชิงกลยุทธ์ของทั้งสองประเทศ แต่ทิศทางสุดท้ายของการพัฒนา AI ยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังดำเนินอยู่และการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาล ยังไม่มีการยืนยันว่าความตึงเครียดระหว่างประเทศเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร หรือสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการกำกับดูแลใหม่เพื่อจัดการกับความท้าทายในการแข่งขันเหล่านี้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามดูว่าการพัฒนาเหล่านี้จะกำหนดอนาคตของนวัตกรรมระดับโลกอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 06:05 UTC

กสทช. เผชิญปัญหาการประชุมล่มต่อเนื่อง
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กสทช. เผชิญปัญหาการประชุมล่มต่อเนื่อง

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถจัดการประชุมได้เลยตลอดเดือนสิงหาคม 2569 เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กสทช. เผชิญปัญหาการประชุมล่มต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
กสทช. เผชิญปัญหาการประชุมล่มต่อเนื่อง

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถจัดการประชุมได้เลยตลอดเดือนสิงหาคม 2569 เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถดำเนินการประชุมอย่างเป็นทางการได้เลยตลอดเดือนสิงหาคม 2569 โดยการประชุมต้องล่มลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเนื่องจากกรรมการเข้าประชุมไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมได้

มีรายงานว่ากรรมการ 3 ท่านได้แสดงเจตจำนงว่าจะเข้าร่วมเฉพาะการประชุมที่เห็นว่าดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันในปัจจุบัน เนื่องจาก กสทช. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลหลักด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียงในประเทศไทย ภาวะอัมพาตทางการบริหารนี้อาจส่งผลกระทบต่อการกำกับดูแลบริการดิจิทัล การบริหารจัดการคลื่นความถี่ และนโยบายคุ้มครองผู้บริโภค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องภายในทางธุรการเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากความไม่เคลื่อนไหวภายในคณะกรรมการยืดเยื้อออกไป อาจนำไปสู่ความล่าช้าในการปรับปรุงกฎระเบียบหรือการอนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมใหม่ๆ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าภาวะชะงักงันนี้จะดำเนินต่อไปนานเพียงใด และรัฐบาลหรือคณะกรรมการจะมีมาตรการเฉพาะเจาะจงอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าประชุมและกลับมาดำเนินงานตามปกติ ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อบริการเฉพาะด้านที่ประชาชนใช้งานอย่างไรบ้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 04:36 UTC

ออมสินเตรียมใช้ AI 'นกกระซิบ' ปล่อยกู้ พร้อมอัดฉีดสินเชื่อ EV เพิ่ม 5 พันล้าน
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ออมสินเตรียมใช้ AI 'นกกระซิบ' ปล่อยกู้ พร้อมอัดฉีดสินเชื่อ EV เพิ่ม 5 พันล้าน

ธนาคารออมสินกำลังพัฒนาระบบสินเชื่อด้วย AI พร้อมขยายพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 5 พันล้านบาท

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ออมสินเตรียมใช้ AI 'นกกระซิบ' ปล่อยกู้ พร้อมอัดฉีดสินเชื่อ EV เพิ่ม 5 พันล้าน

แหล่งข่าวเดียว
ออมสินเตรียมใช้ AI 'นกกระซิบ' ปล่อยกู้ พร้อมอัดฉีดสินเชื่อ EV เพิ่ม 5 พันล้าน

ธนาคารออมสินกำลังพัฒนาระบบสินเชื่อด้วย AI พร้อมขยายพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 5 พันล้านบาท

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้สั่งการให้ธนาคารออมสินเตรียมความพร้อมสำหรับการนำระบบสินเชื่อที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ ซึ่งเรียกกันว่า AI 'นกกระซิบ' โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับกระบวนการประเมินสินเชื่อของธนาคารให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน ธนาคารออมสินได้รายงานถึงความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญของโครงการสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากมีความต้องการสูง ธนาคารจึงตัดสินใจเพิ่มวงเงินสำหรับการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าอีก 5 พันล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนาเหล่านี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านสู่บริการธนาคารดิจิทัลที่มากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การประมวลผลสินเชื่อที่รวดเร็วขึ้นสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติได้รับผลิตภัณฑ์สินเชื่อในประเทศ การขยายโครงการสินเชื่อ EV ยังสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับการขนส่งที่ยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศ ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า

แม้ว่าธนาคารกำลังเดินหน้าตามแผนงานเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปิดตัวทางเทคนิคของ AI 'นกกระซิบ' และเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับการจัดสรรสินเชื่อใหม่ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากธนาคารออมสินเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและการเงินเหล่านี้อาจส่งผลต่อประสบการณ์การใช้บริการธนาคารของท่านอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 03:57 UTC

บ๊อชจัดงาน 'PRO EXPERIENCE DAY' ประจำปี ครั้งที่ 4 ในประเทศไทย
เทคโนโลยี ได้รับการยืนยัน

บ๊อชจัดงาน 'PRO EXPERIENCE DAY' ประจำปี ครั้งที่ 4 ในประเทศไทย

บ๊อชประสบความสำเร็จในการจัดงาน 'Bosch PRO EXPERIENCE DAY' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือไฟฟ้าล่าสุดให้กับกลุ่มมืออาชีพและบุคคลทั่วไป

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

บ๊อชจัดงาน 'PRO EXPERIENCE DAY' ประจำปี ครั้งที่ 4 ในประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
บ๊อชจัดงาน 'PRO EXPERIENCE DAY' ประจำปี ครั้งที่ 4 ในประเทศไทย

บ๊อชประสบความสำเร็จในการจัดงาน 'Bosch PRO EXPERIENCE DAY' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือไฟฟ้าล่าสุดให้กับกลุ่มมืออาชีพและบุคคลทั่วไป

ตามรายงานจาก Thai Post บ๊อชได้จัดงาน 'Bosch PRO EXPERIENCE DAY' ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยงานนี้เป็นเวทีสำหรับช่างมืออาชีพ ผู้ประกอบการ และผู้ใช้งานทั่วไป เพื่อให้ได้สัมผัสกับนวัตกรรมเครื่องมือไฟฟ้าล่าสุดและเทคโนโลยีแห่งอนาคตของบริษัทอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคธุรกิจก่อสร้างหรือการปรับปรุงซ่อมแซมในประเทศไทย งานนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความพร้อมของอุปกรณ์อุตสาหกรรมที่ทันสมัยและความมุ่งมั่นของบริษัทที่มีต่อตลาดในท้องถิ่น การเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้ทดลองใช้เครื่องมือใหม่ๆ ช่วยให้เห็นว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงานระดับมืออาชีพได้อย่างไร

แม้ว่างานดังกล่าวจะประสบความสำเร็จในการจัดแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเครื่องมือใหม่ๆ เหล่านี้จะถูกนำเข้าสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายในท้องถิ่นอย่างไร หรือจะมีโปรแกรมการฝึกอบรมเพิ่มเติมสำหรับผู้รับเหมาในพื้นที่หรือไม่ งานนี้แสดงให้เห็นถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของบ๊อชในตลาดไทย แม้ว่าในรายงานเบื้องต้นจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ของต้นแบบหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำมาจัดแสดงก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 07:00 UTC

รัฐบาลไทยเล็งใช้ AI 'นกกระซิบ' ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเล็งใช้ AI 'นกกระซิบ' ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

กระทรวงการคลังร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการขอสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

รัฐบาลไทยเล็งใช้ AI 'นกกระซิบ' ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเล็งใช้ AI 'นกกระซิบ' ช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

กระทรวงการคลังร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการขอสินเชื่อ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับธนาคารออมสินเพื่อดำเนินโครงการใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในชื่อ 'นกกระซิบ' (Ai Nok Krasib)

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงกระบวนการขอสินเชื่อสำหรับบุคคลทั่วไป โดยใช้ AI วิเคราะห์สรุปบัญชีร้านค้าเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันรายได้ การแปลงข้อมูลให้เป็นดิจิทัลและลดความซับซ้อนในการตรวจสอบประวัติทางการเงินจะช่วยให้รัฐบาลสามารถเสนอทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่พึ่งพาตลาดหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงในปัจจุบัน โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการดึงประชาชนเข้าสู่ระบบธนาคารในรูปแบบที่เป็นทางการมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคการเงิน แม้ว่าการรวม AI เข้ามาอาจทำให้บริการธนาคารเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ข้อกำหนดทางเทคนิคเฉพาะ เกณฑ์การมีสิทธิ์สำหรับผู้ที่ไม่ใช่พลเมือง และกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากโครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการหารือ คาดว่ากระทรวงการคลังและธนาคารออมสินจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของเครื่องมือ AI นี้ร่วมกับกฎระเบียบธนาคารที่มีอยู่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 01:57 UTC

เกิดข้อพิพาททางการเมืองจากการวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อพิพาททางการเมืองจากการวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ หลังจากตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เกิดข้อพิพาททางการเมืองจากการวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อพิพาททางการเมืองจากการวิพากษ์วิจารณ์โครงการ TH-AI Passport

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ หลังจากตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 Thai Post รายงานว่า นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโซเชียลมีเดีย ข้อพิพาทดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เธอได้โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการ 'TH-AI Passport'

หลังจากที่เธอแสดงความคิดเห็น ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียบางกลุ่ม ซึ่งเธอระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของ 'ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร' (IO) ได้ตอบโต้ด้วยการเชื่อมโยงเธอเข้ากับพรรคก้าวไกล แม้ว่าเธอจะดำรงตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม นางการดีได้ตอบโต้กระแสวิจารณ์ดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่ถูกระบุตัวตนผิดโดยกลุ่มผู้ใช้ออนไลน์เหล่านี้ พร้อมทั้งสังเกตเห็นถึงลักษณะการตอบโต้ที่มีการประสานงานกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างรุนแรงในวาทกรรมสาธารณะเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลของรัฐบาลและเอกสารยืนยันตัวตนในประเทศไทย แม้ว่า 'TH-AI Passport' จะกลายเป็นประเด็นสำคัญในการถกเถียงทางการเมือง แต่รายละเอียดทางเทคนิคหรือการบริหารจัดการที่ทำให้ สส. ท่านนี้เกิดความสงสัยยังคงไม่มีความชัดเจน

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานนี้อ้างอิงจากความคิดเห็นทางการเมืองและปฏิกิริยาบนโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับระบบหนังสือเดินทางดังกล่าว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือข้อบกพร่องทางเทคนิคใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ TH-AI Passport ผู้สังเกตการณ์ควรแยกแยะระหว่างวาทกรรมทางการเมืองกับการอัปเดตข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงการต่างประเทศหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 00:56 UTC

ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า AiPASS พุ่งทะลุ 5 แสนรายในวันแรก
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า AiPASS พุ่งทะลุ 5 แสนรายในวันแรก

แพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ AiPASS ของไทยได้รับความสนใจอย่างมากในวันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า โดยมียอดผู้ลงทะเบียนกว่า 500,000 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า AiPASS พุ่งทะลุ 5 แสนรายในวันแรก

แหล่งข่าวเดียว
ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า AiPASS พุ่งทะลุ 5 แสนรายในวันแรก

แพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ AiPASS ของไทยได้รับความสนใจอย่างมากในวันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า โดยมียอดผู้ลงทะเบียนกว่า 500,000 ราย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 แพลตฟอร์มดิจิทัล AiPASS ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยไชยชนกรายงานว่ามียอดการลงทะเบียนล่วงหน้ามากกว่า 500,000 รายในวันแรกที่เปิดระบบให้ประชาชนทั่วไปเข้าใช้งาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การยอมรับแพลตฟอร์มนี้อย่างรวดเร็วบ่งชี้ถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อบริการดิจิทัลใหม่นี้ แม้ตัวเลขเบื้องต้นจะแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในช่วงเริ่มต้น แต่ฟังก์ชันการทำงานเฉพาะ ข้อกำหนดที่จำเป็น และประโยชน์ในระยะยาวของ AiPASS สำหรับชาวต่างชาติหรือผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นนั้น ยังคงต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เนื่องจากระบบยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ผู้ที่สนใจใช้งานแพลตฟอร์มควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อทำความเข้าใจว่า AiPASS จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันหรือขั้นตอนการเดินทางอย่างไร ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าแพลตฟอร์มจะมอบสิทธิประโยชน์หรือบริการใดบ้างเมื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ผู้ใช้งานควรติดตามความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของระบบ และตรวจสอบว่าการลงทะเบียนจะกลายเป็นข้อกำหนดสำหรับกิจกรรมหรือบริการเฉพาะภายในประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 23:16 UTC

ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 5 แสนคนในวันแรก
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 5 แสนคนในวันแรก

โครงการ TH-AI Passport ใหม่ของไทยได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้ลงทะเบียนกว่าครึ่งล้านคนในวันแรกที่เปิดตัว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 5 แสนคนในวันแรก

แหล่งข่าวเดียว
ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 5 แสนคนในวันแรก

โครงการ TH-AI Passport ใหม่ของไทยได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้ลงทะเบียนกว่าครึ่งล้านคนในวันแรกที่เปิดตัว

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 ระบบ TH-AI Passport ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่มียอดลงทะเบียนมากกว่า 500,000 รายการภายในวันแรกของการเปิดใช้งาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงโครงการนี้โดยเน้นย้ำว่าโปรแกรมดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกได้ และได้ปฏิเสธคำวิจารณ์ที่ว่าโครงการนี้ไม่มีสาระหรือไร้ค่าอย่างชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ปริมาณความสนใจที่สูงในช่วงเริ่มต้นนี้บ่งชี้ถึงการยอมรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่ที่รวดเร็ว แม้ว่ารัฐบาลจะส่งเสริมระบบนี้ในฐานะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญ แต่ผลกระทบในทางปฏิบัติสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศหรือขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองที่เฉพาะเจาะจงนั้นยังคงต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากระบบยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ผู้ใช้งานควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการรวมระบบหนังสือเดินทางดิจิทัลนี้จะทำงานร่วมกับเอกสารการเดินทางที่มีอยู่เดิมอย่างไร ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าแพลตฟอร์มนี้จะเชื่อมต่อกับระบบควบคุมชายแดนระหว่างประเทศอย่างไร หรือจะเข้ามาแทนที่เอกสารที่เป็นกระดาษแบบดั้งเดิมในอนาคตหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศต่อไปเพื่อทำความเข้าใจถึงประโยชน์และข้อกำหนดในระยะยาวของ TH-AI Passport

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 17:16 UTC

LG และ NVIDIA ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านวิทยาการหุ่นยนต์
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

LG และ NVIDIA ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านวิทยาการหุ่นยนต์

LG Electronics ได้ร่วมมือกับ NVIDIA เพื่อยกระดับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ซึ่งอาจส่งผลต่อบริการอัจฉริยะในอนาคตในประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

LG และ NVIDIA ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านวิทยาการหุ่นยนต์

แหล่งข่าวเดียว
LG และ NVIDIA ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านวิทยาการหุ่นยนต์

LG Electronics ได้ร่วมมือกับ NVIDIA เพื่อยกระดับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ซึ่งอาจส่งผลต่อบริการอัจฉริยะในอนาคตในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 LG Electronics ได้เข้าทำข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ NVIDIA อย่างเป็นทางการเพื่อเร่งการพัฒนาวิทยาการหุ่นยนต์ขั้นสูง ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและปัญญาประดิษฐ์ของ NVIDIA เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการทำงานและความฉลาดให้กับระบบหุ่นยนต์ของ LG

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในวิธีการให้บริการอัตโนมัติในพื้นที่สาธารณะและส่วนบุคคล ในขณะที่ LG ขยายฐานในตลาดไทย การบูรณาการหุ่นยนต์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอาจนำไปสู่ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในด้านการบริการ การค้าปลีก และสภาพแวดล้อมบ้านอัจฉริยะ ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีที่ผู้มาเยือนโต้ตอบกับเทคโนโลยีระหว่างการเข้าพัก

แม้ว่าความร่วมมือนี้จะเป็นการแสดงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำหนดการสำหรับการเปิดตัวโซลูชันหุ่นยนต์ใหม่เหล่านี้ในตลาดไทยยังไม่มีการเปิดเผย นอกจากนี้ สาธารณชนยังคงรอข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของหุ่นยนต์ที่จะได้รับความสำคัญภายใต้ความร่วมมือใหม่นี้ ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามดูว่าการปรับปรุงทางเทคโนโลยีเหล่านี้จะเปลี่ยนไปสู่บริการที่จับต้องได้สำหรับประชากรท้องถิ่นและผู้มาเยือนจากต่างประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 16:35 UTC

เทคโนโลยี OXEI ใหม่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัดในประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เทคโนโลยี OXEI ใหม่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัดในประเทศไทย

มีการเปิดตัวเครื่องมือติดตามทางการแพทย์ใหม่ชื่อ OXEI เพื่อให้ค่าระดับออกซิเจนในเนื้อเยื่อแบบเรียลไทม์ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยในการผ่าตัดและการตัดสินใจทางการแพทย์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เทคโนโลยี OXEI ใหม่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัดในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
เทคโนโลยี OXEI ใหม่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัดในประเทศไทย

มีการเปิดตัวเครื่องมือติดตามทางการแพทย์ใหม่ชื่อ OXEI เพื่อให้ค่าระดับออกซิเจนในเนื้อเยื่อแบบเรียลไทม์ โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยในการผ่าตัดและการตัดสินใจทางการแพทย์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 มีการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ที่เรียกว่า OXEI เข้ามาใช้ในภาคสาธารณสุขของไทย อุปกรณ์นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อติดตามและแสดงระดับออกซิเจนในเนื้อเยื่อของมนุษย์แบบเรียลไทม์ในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นความก้าวหน้าที่มีศักยภาพในโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ในท้องถิ่น การให้ข้อมูลที่แม่นยำและทันท่วงทีเกี่ยวกับระดับออกซิเจนในเนื้อเยื่อแก่ศัลยแพทย์มีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกที่แม่นยำยิ่งขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยโดยรวมของผู้ป่วยในระหว่างการผ่าตัด การนำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้มีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลในโรงพยาบาลที่นำระบบนี้ไปใช้

แม้ว่าการเปิดตัว OXEI จะเป็นก้าวที่สำคัญสำหรับเทคโนโลยีการผ่าตัด แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ยังไม่ชัดเจนว่าโรงพยาบาลหรือศูนย์การแพทย์แห่งใดบ้างที่ได้รวมเทคโนโลยีนี้เข้ากับขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐานของตน และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการติดตามนี้จะครอบคลุมเครือข่ายสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ แม้ว่าเครื่องมือนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยศัลยแพทย์ แต่ก็ไม่สามารถทดแทนความเชี่ยวชาญของผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ ผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการรับบริการทางการแพทย์ควรปรึกษาผู้ให้บริการด้านสุขภาพของตนเกี่ยวกับเทคโนโลยีและเครื่องมือติดตามที่ใช้ในระหว่างขั้นตอนการรักษา ปัจจุบันผลกระทบระยะยาวของ OXEI ต่อผลลัพธ์การผ่าตัดในประเทศไทยยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

อนุทินปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางยอดลงทะเบียนที่พุ่งสูง
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

อนุทินปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางยอดลงทะเบียนที่พุ่งสูง

อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบโต้เสียงวิจารณ์เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport โดยชี้ว่าความสนใจของประชาชนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณค่าของโครงการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

อนุทินปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางยอดลงทะเบียนที่พุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินปกป้องโครงการ TH-AI Passport ท่ามกลางยอดลงทะเบียนที่พุ่งสูง

อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบโต้เสียงวิจารณ์เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport โดยชี้ว่าความสนใจของประชาชนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณค่าของโครงการ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาปกป้องโครงการ TH-AI Passport ต่อสาธารณะ โครงการดังกล่าวซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ระดับโลกเข้ากับระบบหนังสือเดินทางของไทย ได้เผชิญกับเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินงาน

รัฐมนตรีอนุทินได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าโครงการนี้ไม่มีประโยชน์ โดยชี้ให้เห็นว่าจำนวนประชาชนไทยที่เข้ามาลงทะเบียนใช้บริการเป็นจำนวนมากนั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เขาย้ำว่าโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูงระดับโลกได้

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าเปลี่ยนผ่านเอกสารการเดินทางสู่ระบบดิจิทัลแม้จะมีความล่าช้าทางธุรการ ยอดการลงทะเบียนที่สูงสะท้อนให้เห็นถึงระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อระบบใหม่นี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ลักษณะที่แน่นอนของฟีเจอร์ AI ที่จะนำมาใช้ และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต่อระยะเวลาการทำหนังสือเดินทางในปัจจุบันสำหรับทั้งประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบตรวจคนเข้าเมืองของไทย ในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการยกระดับทางเทคโนโลยีเหล่านี้อาจส่งผลต่อข้อกำหนดในการเดินทางหรือขั้นตอนการทำเอกสารในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 10:58 UTC

ไทยนำเทคโนโลยีอวกาศและ AI มาใช้บริหารจัดการป่าไม้และสัตว์ป่า
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยนำเทคโนโลยีอวกาศและ AI มาใช้บริหารจัดการป่าไม้และสัตว์ป่า

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมมือกับไทยคมเพื่อนำเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI มาใช้ในการติดตามสัตว์ป่าและปกป้องพื้นที่ป่าไม้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยนำเทคโนโลยีอวกาศและ AI มาใช้บริหารจัดการป่าไม้และสัตว์ป่า

แหล่งข่าวเดียว
ไทยนำเทคโนโลยีอวกาศและ AI มาใช้บริหารจัดการป่าไม้และสัตว์ป่า

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมมือกับไทยคมเพื่อนำเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI มาใช้ในการติดตามสัตว์ป่าและปกป้องพื้นที่ป่าไม้

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้ทันสมัย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศ การสื่อสารผ่านดาวเทียม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับงานด้านการอนุรักษ์

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการปกป้องพื้นที่ป่าอนุรักษ์และการเฝ้าระวังสัตว์ป่า โดยเฉพาะการติดตามช้างป่าและพะยูน การนำเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้มาใช้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ภาคสนามและปรับปรุงขีดความสามารถในการเฝ้าระวังภัยพิบัติทั่วประเทศ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ซึ่งจะช่วยให้การจัดการความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมมีความแม่นยำยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในการอนุรักษ์ภายในอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง แม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสร้างกรอบการทำงานด้านนวัตกรรมแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการติดตั้งระบบติดตามเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงพื้นที่ที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้เป็นลำดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการอนุรักษ์ของไทยให้สอดคล้องกับระดับสากล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:58 UTC

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเน้นย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์งานฝีมือมนุษย์
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเน้นย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์งานฝีมือมนุษย์

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้เกียรติภูมิปัญญาดั้งเดิมและทักษะของมนุษย์ ท่ามกลางความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเน้นย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์งานฝีมือมนุษย์

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงเน้นย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์งานฝีมือมนุษย์

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้เกียรติภูมิปัญญาดั้งเดิมและทักษะของมนุษย์ ท่ามกลางความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงกล่าวถึงความสำคัญของการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมและงานฝีมือดั้งเดิมในยุคสมัยใหม่ โดยพระองค์ทรงเน้นย้ำว่าแม้ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่การเคารพภูมิปัญญาจากอดีตและคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อความนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระดับชาติในการอนุรักษ์มรดกและอุตสาหกรรมงานฝีมือของไทย ในขณะที่ประเทศยังคงบูรณาการเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับภาคส่วนต่างๆ การเน้นย้ำถึง 'ความเป็นมนุษย์' บ่งชี้ว่างานฝีมือดั้งเดิม สิ่งทอ และภูมิปัญญาท้องถิ่นจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและข้อเสนอทางการท่องเที่ยวของไทย การสนับสนุนช่างฝีมือท้องถิ่นและการเข้าร่วมเวิร์กชอปงานฝีมือแบบดั้งเดิมมักได้รับการส่งเสริมเพื่อเป็นช่องทางในการสัมผัสกับงานฝีมืออันทรงคุณค่าที่พระองค์ทรงสนับสนุน

แม้ว่าพระดำรัสของพระองค์จะเป็นหลักการชี้นำสำหรับการอนุรักษ์วัฒนธรรม แต่การนำไปปฏิบัติในเชิงนโยบายหรือโครงการริเริ่มใหม่ๆ ของรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้นจากแถลงการณ์นี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่ามุมมองนี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นในประเทศไทยในการสร้างสมดุลระหว่างความทันสมัยกับการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ นักท่องเที่ยวที่สนใจในศิลปะไทยอาจพบว่าการให้ความสำคัญในเรื่องนี้จะนำไปสู่การเพิ่มการมองเห็นและการสนับสนุนศูนย์หัตถกรรมดั้งเดิมทั่วราชอาณาจักร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

NVIDIA จับมือ SPAN เปิดตัว 'Zephyr nodes' มินิดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับที่พักอาศัย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

NVIDIA จับมือ SPAN เปิดตัว 'Zephyr nodes' มินิดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับที่พักอาศัย

NVIDIA และ SPAN ประกาศความร่วมมือในการเปิดตัว 'Zephyr nodes' ซึ่งเป็นโซลูชันมินิดาต้าเซ็นเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งในที่พักอาศัย เพื่อกระจายการประมวลผล AI

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

NVIDIA จับมือ SPAN เปิดตัว 'Zephyr nodes' มินิดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับที่พักอาศัย

แหล่งข่าวเดียว
NVIDIA จับมือ SPAN เปิดตัว 'Zephyr nodes' มินิดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับที่พักอาศัย

NVIDIA และ SPAN ประกาศความร่วมมือในการเปิดตัว 'Zephyr nodes' ซึ่งเป็นโซลูชันมินิดาต้าเซ็นเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งในที่พักอาศัย เพื่อกระจายการประมวลผล AI

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ NVIDIA ได้ร่วมมือกับ SPAN เพื่อเปิดตัว 'Zephyr nodes' ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นการติดตั้งมินิดาต้าเซ็นเตอร์ภายในบ้านโดยตรง โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะปฏิวัติวิธีการกระจายพลังการประมวลผล AI โดยการย้ายโครงสร้างพื้นฐานออกจากศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น

การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเฉพาะปัญหาความจุของระบบโครงข่ายไฟฟ้าและการต่อต้านจากชุมชนต่อการติดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การกระจายเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ สร้างระบบนิเวศ AI ที่มีการกระจายตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้อาจเปลี่ยนวิธีการโฮสต์และเข้าถึงบริการดิจิทัลในท้องถิ่นรวมถึงแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าโหนดเหล่านี้จะถูกจัดการอย่างไร ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการใช้พลังงานในครัวเรือนจะเป็นอย่างไร และบริษัทต่างๆ มีแผนที่จะจัดการกับข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวหรือความปลอดภัยสำหรับเจ้าของบ้านที่ติดตั้งอุปกรณ์นี้อย่างไร เนื่องจากโครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการประกาศ จึงคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการเปิดตัวและความพร้อมสำหรับสาธารณชนตามมาในภายหลัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 11:01 UTC

อนุกรรมาธิการดิจิทัลเผยความกังวลด้านความปลอดภัยของโดเมน TH-AI Pass
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

อนุกรรมาธิการดิจิทัลเผยความกังวลด้านความปลอดภัยของโดเมน TH-AI Pass

ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการดิจิทัลของไทยเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนโดเมนของระบบลงทะเบียน TH-AI Pass โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยของข้อมูล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

อนุกรรมาธิการดิจิทัลเผยความกังวลด้านความปลอดภัยของโดเมน TH-AI Pass

แหล่งข่าวเดียว
อนุกรรมาธิการดิจิทัลเผยความกังวลด้านความปลอดภัยของโดเมน TH-AI Pass

ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการดิจิทัลของไทยเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนโดเมนของระบบลงทะเบียน TH-AI Pass โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยของข้อมูล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 นายนิธิกร บุญยกุลเจริญ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านและสมาชิกอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางดิจิทัลของไทย ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับพอร์ทัลการลงทะเบียน TH-AI Pass ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เพิ่งเปิดตัวระบบเพื่อให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับโครงการดังกล่าว

นายนิธิกรชี้ให้เห็นว่าเว็บไซต์ลงทะเบียนปัจจุบันใช้โดเมน 'de.aipass.net' โดยเตือนว่าการใช้นามสกุล '.net' อาจทำให้ระบบเสี่ยงต่อช่องโหว่ด้านความปลอดภัย เนื่องจากโดเมนประเภทนี้บุคคลภายนอกสามารถจดทะเบียนได้ค่อนข้างง่าย เขาเสนอว่ารัฐบาลควรเปลี่ยนไปใช้โครงสร้างโดเมนที่ปลอดภัยกว่าเพื่อลดความเสี่ยงของการโจรกรรมข้อมูลหรือการเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะใช้ TH-AI Pass พัฒนาการนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ติดตามการสื่อสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับสถานะความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม แม้ว่าอนุกรรมาธิการจะหยิบยกข้อกังวลเหล่านี้ขึ้นมาเป็นมาตรการป้องกัน แต่ยังคงต้องยืนยันว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะดำเนินการเปลี่ยนโดเมนหรือให้การรับรองความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับพอร์ทัลปัจจุบันหรือไม่ ผู้ใช้ควรตรวจสอบความถูกต้องของเว็บไซต์ลงทะเบียนผ่านช่องทางที่เป็นทางการของรัฐบาลก่อนที่จะส่งข้อมูลส่วนบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 สิงหาคม 2026, 09:40 UTC