ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
กีฬา โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว. ✦
กีฬา “บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง ✦
กฎหมาย ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม ✦
กฎหมาย คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน ✦
การขนส่ง ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง ✦
เศรษฐกิจ ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน ✦
ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

กีฬา

โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

หลังจากคว้าเหรียญทองว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตรในเอเชียนเกมส์ โอฮาชิได้ประกาศความตั้งใจที่จะคว้าแชมป์โลกและทำลายสถิติโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online นักว่ายน้ำโอฮาชิประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ หลังจากชัยชนะครั้งสำคัญนี้ นักกีฬาได้ประกาศต่อสาธารณะว่าเป้าหมายใหญ่ต่อไปของเธอคือการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ เธอยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำลายสถิติโลกในประเภทนี้อีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้เน้นย้ำถึงระดับการแข่งขันว่ายน้ำที่สูงในระดับภูมิภาค ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาอาจสนใจติดตามความคืบหน้าของโอฮาชิในขณะที่เธอก้าวจากความสำเร็จระดับภูมิภาคไปสู่เป้าหมายระดับโลก

แม้ว่าผลงานของเธอในเอเชียนเกมส์จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งต่อไปและการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมของเธอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้แฟนกีฬาและผู้ติดตามคอยติดตามข่าวสารกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเดินทางของเธอสู่การทำลายสถิติโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กฎหมาย

กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

กลุ่มนักเคลื่อนไหวยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ทบทวนการดำเนินคดีกับบุคคล 229 คน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กลุ่มนักเคลื่อนไหว นำโดยพิชิตและบุคคลที่รู้จักกันในนาม 'ทนายนกเขา' ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนการตัดสินใจดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลจำนวน 229 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงจุดยืนคัดค้านกลยุทธ์ทางกฎหมายของ กกต. ในปัจจุบันอย่างรุนแรง ในระหว่างการยื่นข้อเรียกร้อง กลุ่มผู้ชุมนุมได้เตือนให้ กกต. พิจารณาทบทวนท่าที โดยอ้างถึงกรณีในอดีตที่เคยมีกรรมการการเลือกตั้งต้องโทษจำคุกจากการปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มนักเคลื่อนไหวโต้แย้งว่าการดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 229 คนในขณะนี้ไม่เป็นธรรมและจำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมายและการเมืองภายในประเทศ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการชุมนุมในพื้นที่ใกล้หน่วยงานราชการ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่า กกต. จะตอบสนองต่อคำร้องดังกล่าวอย่างไร และคดีความของบุคคลทั้ง 229 คนจะดำเนินต่อไปตามแผนหรือจะมีการทบทวนใหม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรมการประท้วงหรือการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กีฬา

“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันคู่ผสมชาวไทย โพสต์ข้อความขอโทษแฟนกีฬาชาวไทยหลังพ่ายแพ้ในการแข่งขันรอบแรกของเอเชียนเกมส์

รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันมือวางอันดับ 5 ของโลกในประเภทคู่ผสม ได้ยุติเส้นทางการแข่งขันในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ลงตั้งแต่รอบแรก โดยเดชาพลซึ่งจับคู่กับ “เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน ได้ลงสนามพบกับคู่ผสมจากเจ้าภาพ ยูตะ วาตานาเบะ และมายะ ทากูจิ ก่อนจะพ่ายแพ้ไป 2 เกมรวด ทำให้ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจบการแข่งขัน นักแบดมินตันวัย 29 ปี ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสื่อสารกับแฟนกีฬา โดยระบุว่าตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว และขอโทษที่ทำได้เพียงเท่านี้

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารกีฬาในภูมิภาค ผลการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสายการแข่งขัน เนื่องจากคู่ของไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งของรายการ แม้ผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงแค่ผลการแข่งขัน แต่แฟนกีฬาอาจสนใจติดตามว่าผลงานดังกล่าวจะส่งผลต่ออันดับโลกของนักกีฬาทั้งสองคนและการเข้าร่วมรายการแข่งขันในอนาคตอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตารางการฝึกซ้อมหรือกำหนดการแข่งขันรายการต่อไปของทั้งคู่ในระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

กระทรวงพาณิชย์เข้าตรวจสอบในเขตดินแดง ส่งผลให้มีการจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่ลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ดำเนินการตรวจสอบการประกอบธุรกิจโดยใช้ 'นอมินี' ในเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ระบุตัวและจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่พบว่ากำลังทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

บุคคลเหล่านี้ถูกควบคุมตัวและกำลังเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในข้อหาละเมิดกฎระเบียบด้านแรงงานและคนเข้าเมือง การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายธุรกิจและเพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานที่เข้มงวดของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการมีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องและตรวจสอบให้แน่ใจว่าการจ้างงานทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่การถูกจับกุมทันที การปรับ และการถูกเนรเทศ แม้ว่าการปฏิบัติการครั้งนี้จะเน้นไปที่เขตเฉพาะ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบในภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อยับยั้งการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามีการวางแผนตรวจสอบเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ หรือการปฏิบัติการนี้จะนำไปสู่การสอบสวนที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับบริษัทที่จ้างบุคคลเหล่านี้หรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของตนถูกต้องอยู่เสมอและติดตามกฎระเบียบด้านแรงงานในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

ตำรวจนครบาลทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด ยึดไอซ์ได้ 519 กิโลกรัม เตรียมส่งลงภาคใต้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายจิโรตน์ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ได้ที่ปั๊มน้ำมันย่านบางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

ในระหว่างการปฏิบัติการ ตำรวจยึดของกลางเป็นยาไอซ์ได้ 300 กิโลกรัมจากตัวผู้ต้องหา พร้อมรถบรรทุกและโทรศัพท์มือถือ ต่อมาเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายอดรวมของการยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้มีจำนวนสูงถึง 519 กิโลกรัม โดยผลการสอบสวนพบว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกขนส่งมาจากกรุงเทพฯ เพื่อนำไปส่งยังภาคใต้ของประเทศไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการกระจายยาเสพติดขนาดใหญ่ภายในประเทศ แม้ภัยคุกคามจากการขนส่งล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายอาชญากรรมยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดหรือแหล่งที่มาของยาเสพติดดังกล่าว ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารในพื้นที่เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

คณะกรรมาธิการตำรวจลงพื้นที่เพชรบุรีเพื่อตรวจสอบมาตรการจัดเก็บอาวุธปืน โดยอ้างถึงความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมการแพร่กระจายของอาวุธผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการควบคุมและจัดเก็บอาวุธปืน ณ กองร้อยปฏิบัติการฝึกที่ 2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อประเมินมาตรการป้องกันการสูญหาย การลักลอบจำหน่าย และภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชน

ในระหว่างการลงพื้นที่ นายวัชรพงศ์ได้ตอบโต้ข้อวิจารณ์จากฝ่ายค้านเกี่ยวกับความคืบหน้าทางกฎหมายของรัฐบาล โดยยืนยันว่ารัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนมาตั้งแต่ปี 2566 พร้อมทั้งชี้แจงว่าฝ่ายค้านควรทำการบ้านให้มากขึ้นก่อนที่จะยื่นคำถามอย่างเป็นทางการ

ในส่วนของความปลอดภัยสาธารณะ คณะกรรมาธิการได้เปิดเผยข้อมูลว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนถึง 83% เป็นอาวุธผิดกฎหมาย ไม่มีการลงทะเบียน หรือมีการโอนย้ายที่ไม่ถูกต้อง ในขณะที่มีเพียง 17% เท่านั้นที่เป็นอาวุธปืนที่ถูกกฎหมาย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเข้มงวดกับกฎระเบียบด้านอาวุธปืนเพื่อยกระดับความปลอดภัย แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะอยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้การแก้ไขกฎหมายที่เสนอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยรัฐบาลยืนยันว่าความพยายามเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

การขนส่ง

ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

แหล่งข่าวเดียว
ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

บริษัทครอบครัวขนส่งประกาศระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำในคลองสูงขึ้นจนไม่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า บริษัท ครอบครัวขนส่ง ผู้ให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบ ได้ประกาศระงับการให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยสาเหตุเกิดจากระดับน้ำในคลองแสนแสบที่เพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ไม่สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย

สำหรับประชาชนและผู้ที่ใช้บริการเรือด่วนเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางผ่านกรุงเทพมหานคร การระงับบริการในครั้งนี้ทำให้ผู้โดยสารจำเป็นต้องหันไปใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถโดยสารประจำทาง หรือระบบรถไฟฟ้า BTS/MRT ซึ่งอาจส่งผลให้การจราจรบนถนนโดยรอบมีความหนาแน่นมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะใช้บริการเรือเพื่อการเดินทางหรือท่องเที่ยวควรทราบว่าบริการนี้ไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้

ในขณะนี้ ผู้ให้บริการยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนในการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง การกลับมาเดินเรือจะขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ลดลงจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ครอบครัวขนส่ง หรือข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง คลองแสนแสบจะยังคงปิดให้บริการเรือด่วนเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:15 UTC

เศรษฐกิจ

ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

ภาคการส่งออกของไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 24.3% ในเดือนสิงหาคม 2569 คิดเป็นมูลค่า 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.3% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 56 เดือน ส่งผลให้ยอดการส่งออกรวมในช่วง 8 เดือนแรกของปีเติบโตขึ้น 18.9%

การพุ่งขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของการลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในไทย นอกจากนี้ การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของภาคผลไม้ไทยยังมีส่วนช่วยให้ตัวเลขดังกล่าวเป็นบวก ขณะนี้ทางการมีความคาดหวังว่ายอดการส่งออกรวมตลอดทั้งปีอาจเติบโตได้ถึง 15% หรือแตะระดับ 3.91 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนี้บ่งชี้ถึงดุลการค้าของประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินและกิจกรรมทางธุรกิจในท้องถิ่น แม้ข้อมูลปัจจุบันจะสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากขึ้นอยู่กับความผันผวนของความต้องการชิ้นส่วนเทคโนโลยีในตลาดโลกและสภาวะตลาดระหว่างประเทศ โดยนักวิเคราะห์จะคอยจับตาดูว่าแนวโน้มเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:45 UTC

รัฐบาลไทยเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อกฎระเบียบใหม่สำหรับแอปเรียกรถและส่งอาหาร
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อกฎระเบียบใหม่สำหรับแอปเรียกรถและส่งอาหาร

ทางการกำลังรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่เสนอเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม ความคลาดเคลื่อนของ GPS และหน้าจอแอปที่ทำให้เข้าใจผิด ก่อนที่จะมีการบังคับใช้ในเดือนกันยายน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

รัฐบาลไทยเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อกฎระเบียบใหม่สำหรับแอปเรียกรถและส่งอาหาร

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อกฎระเบียบใหม่สำหรับแอปเรียกรถและส่งอาหาร

ทางการกำลังรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่เสนอเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม ความคลาดเคลื่อนของ GPS และหน้าจอแอปที่ทำให้เข้าใจผิด ก่อนที่จะมีการบังคับใช้ในเดือนกันยายน

รัฐบาลไทยได้เริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ที่มุ่งเน้นไปที่แพลตฟอร์มเรียกรถและส่งอาหาร ตามรายงานของ Thai Post มาตรการที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขข้อกังวลที่เกิดขึ้นซ้ำๆ หลายประการ รวมถึงการพ่วงงาน การลดค่าตอบแทนต่อรอบ ความคลาดเคลื่อนของระบบ GPS และหน้าจอแอปพลิเคชันที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่พึ่งพาบริการดิจิทัลเหล่านี้ในการเดินทางหรือสั่งอาหารในชีวิตประจำวัน กฎระเบียบเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือของบริการ รัฐบาลเน้นย้ำว่าเป้าหมายคือการป้องกันการเอาเปรียบและสร้างความมั่นใจว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะดำเนินไปอย่างโปร่งใสสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แม้ว่ารัฐบาลคาดว่าจะสรุปและบังคับใช้กฎระเบียบใหม่เหล่านี้ภายในเดือนกันยายน 2569 แต่รายละเอียดเฉพาะของกลไกการบังคับใช้และผลกระทบที่แน่ชัดต่อราคาหรือความพร้อมในการให้บริการยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับเชิญให้แสดงความคิดเห็นเพื่อช่วยกำหนดกรอบการทำงานขั้นสุดท้าย ในขณะที่สถานการณ์พัฒนาไป ผู้ใช้ควรติดตามแอปพลิเคชันที่ตนใช้งานเพื่อดูการอัปเดตข้อกำหนดในการให้บริการหรือการเปลี่ยนแปลงหน้าจอแอปเมื่อกฎระเบียบมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 03:15 UTC

แสนสิริเปิดตัวหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริเปิดตัวหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง

แสนสิริและธนาคารกรุงไทยประกาศเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3.70% ต่อปี โดยเปิดให้จองซื้อตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

แสนสิริเปิดตัวหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริเปิดตัวหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง

แสนสิริและธนาคารกรุงไทยประกาศเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3.70% ต่อปี โดยเปิดให้จองซื้อตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมนี้

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ แสนสิริได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในการออกหุ้นกู้ดิจิทัลชุดใหม่ ผลิตภัณฑ์การลงทุนนี้มีอายุ 5 ปี พร้อมอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.70% ต่อปี โดยจะมีการจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน

การจองซื้อหุ้นกู้ดังกล่าวจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' เท่านั้น ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยสำหรับบริการทางการเงินดิจิทัล โดยกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ที่ 1,000 บาท ทำให้ผู้ลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ง่าย กระบวนการจัดสรรจะเป็นแบบจองซื้อก่อนมีสิทธิก่อน โดยจะเปิดให้จองซื้ออย่างเป็นทางการในวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 08.30 น.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นของเครื่องมือทางการเงินในท้องถิ่น แม้ว่าแอปฯ เป๋าตังจะเป็นเครื่องมือทั่วไปสำหรับโครงการของรัฐและการชำระเงินดิจิทัล แต่ผู้ที่สนใจเข้าร่วมควรตรวจสอบสิทธิ์และข้อกำหนดของบัญชีภายในแอปพลิเคชันก่อนวันเปิดตัว เนื่องจากนี่เป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนทางการเงิน ผู้ที่สนใจควรทราบว่ารายละเอียดที่ให้ไว้เป็นข้อมูลจากการประกาศเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปริมาณการออกหุ้นกู้ทั้งหมดหรือเงื่อนไขเฉพาะอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุในรายงานฉบับแรกนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานผู้ออกหุ้นกู้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 03:17 UTC

ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า TH-AI Passport ทะลุ 1.09 ล้านราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 ส.ค. นี้
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า TH-AI Passport ทะลุ 1.09 ล้านราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 ส.ค. นี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรายงานยอดลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับระบบ TH-AI Passport ใหม่ ทะลุ 1.09 ล้านรายแล้ว ขณะที่ใกล้ถึงกำหนดการเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า TH-AI Passport ทะลุ 1.09 ล้านราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 ส.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า TH-AI Passport ทะลุ 1.09 ล้านราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 ส.ค. นี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรายงานยอดลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับระบบ TH-AI Passport ใหม่ ทะลุ 1.09 ล้านรายแล้ว ขณะที่ใกล้ถึงกำหนดการเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยได้ประกาศว่ายอดการลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับระบบ TH-AI Passport ใหม่ได้แตะระดับ 1.09 ล้านรายแล้ว โดยความสำเร็จนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่ระบบจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้พำนักอาศัย ความคิดริเริ่มทางดิจิทัลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในกระบวนการจัดการด้านการตรวจคนเข้าเมืองและการระบุตัวตนภายในประเทศ ปริมาณการลงทะเบียนล่วงหน้าที่สูงสะท้อนให้เห็นถึงอัตราการยอมรับที่รวดเร็วของประชาชนเมื่อใกล้ถึงกำหนดการ

แม้ตัวเลขการลงทะเบียนจะบ่งชี้ถึงการมีส่วนร่วมในช่วงแรกที่แข็งแกร่ง แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงฯ ยังไม่ได้ให้คำแนะนำที่ครอบคลุมเกี่ยวกับวิธีการเชื่อมต่อระบบเข้ากับเอกสารการเดินทางที่มีอยู่ หรือข้อกำหนดทางเทคนิคเฉพาะที่ผู้ใช้อาจต้องเผชิญเมื่อแพลตฟอร์มเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ยังต้องรอดูว่าระบบจะรับมือกับปริมาณการใช้งานที่อาจพุ่งสูงขึ้นในวันเปิดตัวได้อย่างไร ผู้ที่วางแผนจะเดินทางหรือพำนักในประเทศไทยควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความจำเป็นในการลงทะเบียนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อขั้นตอนการเข้าเมืองหรือการพำนักอาศัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 02:31 UTC

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเปลี่ยนจุดสนใจจากกระแส AI สู่การพิสูจน์ผลกำไรที่แท้จริง
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเปลี่ยนจุดสนใจจากกระแส AI สู่การพิสูจน์ผลกำไรที่แท้จริง

นักลงทุนกำลังเปลี่ยนจุดสนใจจากศักยภาพของ AI ไปสู่ผลกำไรที่จับต้องได้ ในขณะที่ภาคเทคโนโลยีเข้าสู่ช่วงการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเปลี่ยนจุดสนใจจากกระแส AI สู่การพิสูจน์ผลกำไรที่แท้จริง

แหล่งข่าวเดียว
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเปลี่ยนจุดสนใจจากกระแส AI สู่การพิสูจน์ผลกำไรที่แท้จริง

นักลงทุนกำลังเปลี่ยนจุดสนใจจากศักยภาพของ AI ไปสู่ผลกำไรที่จับต้องได้ ในขณะที่ภาคเทคโนโลยีเข้าสู่ช่วงการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ภูมิทัศน์ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ความรู้สึกของนักลงทุนที่มีต่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงแรกคำถามหลักคือ AI จะสามารถเปลี่ยนโลกได้จริงหรือไม่ ตามมาด้วยช่วงการแข่งขันเพื่อระบุผู้นำตลาดระหว่างยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Alphabet, Amazon และ Meta รวมถึงบริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI ที่เกิดขึ้นใหม่

อย่างไรก็ตาม หลังจากรายงานผลประกอบการล่าสุด ตลาดได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ จุดสนใจได้เปลี่ยนจาก 'กระแส AI' ในช่วงแรก ไปสู่การทดสอบที่สำคัญว่าบริษัทใดสามารถสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนจากการลงทุนใน AI ได้จริง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากสะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ซึ่งส่งผลต่อบริการดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐาน และแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่บริษัทต่างๆ เผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการพิสูจน์ความสามารถทางการเงิน ผู้ใช้อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงในความเร็วของการพัฒนาหรือราคาของเครื่องมือที่รวม AI เข้าด้วยกัน สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เหล่านี้จะปรับกลยุทธ์ระยะยาวอย่างไรเพื่อตอบสนองความต้องการด้านผลกำไรของนักลงทุน ในขณะที่ยังคงรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันในภาคส่วน AI ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 02:15 UTC

ไทยเปิดลงทะเบียนดิจิทัล 'TH-AI Passport' แล้ว
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดลงทะเบียนดิจิทัล 'TH-AI Passport' แล้ว

รัฐบาลไทยเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับระบบ 'TH-AI Passport' ใหม่ โดยมีกำหนดการใช้งานเต็มรูปแบบในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเปิดลงทะเบียนดิจิทัล 'TH-AI Passport' แล้ว

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดลงทะเบียนดิจิทัล 'TH-AI Passport' แล้ว

รัฐบาลไทยเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับระบบ 'TH-AI Passport' ใหม่ โดยมีกำหนดการใช้งานเต็มรูปแบบในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เปิดพอร์ทัลลงทะเบียนสำหรับโครงการ 'TH-AI Passport' อย่างเป็นทางการ โดยเชิญชวนให้คนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปสร้างบัญชีล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดใช้งานระบบเต็มรูปแบบในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในโครงสร้างพื้นฐานด้านการระบุตัวตนแบบดิจิทัลภายในประเทศไทย แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะเน้นไปที่ขั้นตอนการสร้างบัญชีเบื้องต้นสำหรับคนไทย แต่การบูรณาการระบบดิจิทัลเช่นนี้มักนำไปสู่การปรับปรุงโปรโตคอลด้านการเข้าเมืองและการระบุตัวตนในวงกว้าง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องจัดการกับข้อกำหนดด้านการบริหารจัดการในท้องถิ่น

ในขั้นตอนนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รัฐบาลยังไม่ได้ระบุขอบเขตการให้บริการทั้งหมดที่จะสามารถเข้าถึงได้ผ่าน 'TH-AI Passport' เมื่อเปิดใช้งานจริง และยังไม่ได้ชี้แจงว่าระบบดิจิทัลนี้จะทำงานร่วมกับเอกสารการเดินทางหรือเอกสารการพำนักที่มีอยู่สำหรับชาวต่างชาติอย่างไร ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานของระบบและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้อยู่อาศัยที่ไม่ใช่คนไทย เมื่อใกล้ถึงวันเปิดตัวในวันที่ 31 สิงหาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 23:30 UTC

สภาองค์กรของผู้บริโภคแนะแนวทางความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสำหรับ TH-AI Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สภาองค์กรของผู้บริโภคแนะแนวทางความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสำหรับ TH-AI Passport

สภาองค์กรของผู้บริโภคได้เผยแพร่รายการตรวจสอบ 6 ข้อเพื่อให้ผู้ใช้พิจารณาก่อนกดยินยอมให้ใช้ข้อมูลในระบบ TH-AI Passport

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สภาองค์กรของผู้บริโภคแนะแนวทางความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสำหรับ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
สภาองค์กรของผู้บริโภคแนะแนวทางความเป็นส่วนตัวของข้อมูลสำหรับ TH-AI Passport

สภาองค์กรของผู้บริโภคได้เผยแพร่รายการตรวจสอบ 6 ข้อเพื่อให้ผู้ใช้พิจารณาก่อนกดยินยอมให้ใช้ข้อมูลในระบบ TH-AI Passport

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่าสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) ได้ออกคำแนะนำอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับระบบ TH-AI Passport ในขณะที่การบูรณาการทางดิจิทัลยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย สภาฯ ได้เรียกร้องให้ผู้ใช้ใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะคลิก 'ยินยอม' เมื่อใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าว

สภาฯ ได้จัดทำรายการตรวจสอบ 6 ข้อที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกนำไปใช้ ประมวลผล และจัดเก็บอย่างไร สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่กำลังใช้งานหรือพิจารณาใช้ TH-AI Passport คำแนะนำนี้ถือเป็นการเตือนถึงความสำคัญของความรู้เท่าทันทางดิจิทัลและการคุ้มครองข้อมูล การตรวจสอบประเด็นเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถประเมินผลกระทบของข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลที่ตนทำเมื่อใช้บริการได้ดียิ่งขึ้น

แม้ว่าสภาฯ จะได้จัดทำกรอบการทำงานนี้เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค แต่กลไกทางเทคนิคเฉพาะเกี่ยวกับวิธีการจัดการข้อมูลของ TH-AI Passport ยังคงขึ้นอยู่กับนโยบายภายในของแพลตฟอร์มเอง สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าคำแนะนำนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล ไม่ใช่เพื่อขัดขวางการใช้ระบบ ผู้ใช้ควรศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับเต็มที่ผู้ให้บริการจัดเตรียมไว้เพื่อให้แน่ใจว่าตนยอมรับขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลที่ร้องขอได้ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำกับดูแลข้อมูลระยะยาวของแพลตฟอร์มยังไม่ได้รับการชี้แจงอย่างครบถ้วนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 15:55 UTC

เปิดตัวตลาดทุเรียนดิจิทัล เชื่อมโยงสวนผลไม้สู่ผู้บริโภค
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เปิดตัวตลาดทุเรียนดิจิทัล เชื่อมโยงสวนผลไม้สู่ผู้บริโภค

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดตัว 'Digital Durian Market' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานทุเรียนคุณภาพสูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เปิดตัวตลาดทุเรียนดิจิทัล เชื่อมโยงสวนผลไม้สู่ผู้บริโภค

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัวตลาดทุเรียนดิจิทัล เชื่อมโยงสวนผลไม้สู่ผู้บริโภค

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมมือกับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เปิดตัว 'Digital Durian Market' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานทุเรียนคุณภาพสูง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้ขยายโครงการ 'ทุเรียนดิจิทัล' ผ่านความร่วมมือครั้งใหม่กับ ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดยโครงการนี้มีชื่อว่า 'Digital Durian Market' ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างช่องทางเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างสวนทุเรียนคุณภาพสูงกับผู้บริโภคปลายทาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการตรวจสอบย้อนกลับและการประกันคุณภาพของผลไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดชนิดหนึ่งของประเทศ ด้วยการบูรณาการระบบดิจิทัลเข้าสู่กระบวนการจัดจำหน่าย โครงการนี้มุ่งหวังที่จะสร้างความมั่นใจว่าผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงทุเรียนเกรดพรีเมียมได้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่นผ่านช่องทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้ว่าการเปิดตัว Digital Durian Market จะเป็นก้าวที่ชัดเจนสู่การปรับปรุงการค้าเกษตรให้ทันสมัย แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอบเขตการเข้าถึงแพลตฟอร์มสำหรับผู้บริโภครายย่อยเมื่อเทียบกับผู้ซื้อขายส่ง รวมถึงภูมิภาคทางภูมิศาสตร์เฉพาะที่จะได้รับความสำคัญในการเปิดตัวช่วงแรกนั้นยังไม่มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีแนวโน้มที่จะติดตามว่าการบูรณาการทางดิจิทัลนี้ส่งผลกระทบต่อราคาตลาดและความพร้อมจำหน่ายของทุเรียนในร้านค้าปลีกหลักทั่วประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

“หมออลงกต” เร่งคนไทยลงทะเบียนรับสิทธิ์ AI Pro ฟรี 1 ปี
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

“หมออลงกต” เร่งคนไทยลงทะเบียนรับสิทธิ์ AI Pro ฟรี 1 ปี

มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ AI Pro ฟรี 1 ปีแล้วกว่า 1 ล้านคน โดยเจ้าหน้าที่เรียกร้องให้มีการบูรณาการในระดับชุมชนเพิ่มเติม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

“หมออลงกต” เร่งคนไทยลงทะเบียนรับสิทธิ์ AI Pro ฟรี 1 ปี

แหล่งข่าวเดียว
“หมออลงกต” เร่งคนไทยลงทะเบียนรับสิทธิ์ AI Pro ฟรี 1 ปี

มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ AI Pro ฟรี 1 ปีแล้วกว่า 1 ล้านคน โดยเจ้าหน้าที่เรียกร้องให้มีการบูรณาการในระดับชุมชนเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นพ.อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม และประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกาศว่ายอดการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 'AI Pro' ได้ทะลุ 1 ล้านคนแล้ว โดยโครงการนี้มอบสิทธิ์การเข้าถึงบริการ AI ฟรีเป็นเวลา 1 ปีแก่ผู้เข้าร่วม

นพ.อลงกต เน้นย้ำว่าโครงการนี้ไม่ควรจบลงเพียงแค่การแจกสิทธิ์เท่านั้น เขาได้เสนอแนวทางตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) 5 มิติ เพื่อมุ่งเน้นการลดต้นทุนการดำเนินงานและยกระดับการบูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ากับชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศไทย โดยกำหนดการเปิดตัวมาตรการขยายผลเหล่านี้จะมีขึ้นในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ใช้ชีวิตในประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมทักษะด้านดิจิทัลและการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าโครงการจะให้สิทธิ์เข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ทันที แต่ผลกระทบในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการนำ KPI ระดับชุมชนที่เสนอไปปฏิบัติจริง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าตัวชี้วัดผลการดำเนินงานเหล่านี้จะถูกวัดผลอย่างไร และจะมอบประโยชน์เฉพาะเจาะจงอย่างไรให้กับผู้ใช้งานทั่วไปหรือธุรกิจในท้องถิ่น ผู้ที่สนใจควรเร่งลงทะเบียนเพื่อรักษาสิทธิ์ก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายที่กำลังจะมาถึง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 11:05 UTC

ไทยเปิดตัว 'Siam Silica Framework' มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัว 'Siam Silica Framework' มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

สอวช. เปิดตัว 'Siam Silica Framework' เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะและผลักดันสัดส่วนการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของไทยให้ถึง 8% ในอาเซียน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเปิดตัว 'Siam Silica Framework' มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัว 'Siam Silica Framework' มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

สอวช. เปิดตัว 'Siam Silica Framework' เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะและผลักดันสัดส่วนการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของไทยให้ถึง 8% ในอาเซียน

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้เปิดตัว 'Siam Silica Framework' อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นกรอบยุทธศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างบุคลากรเฉพาะทางเพื่อรองรับระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศไทย ศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่ากรอบดังกล่าวเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงซึ่งไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน ได้แก่ การออกแบบวงจรรวม (IC Design), อุปกรณ์เซนเซอร์/โฟโตนิกส์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลัง โดยใช้ประโยชน์จากจุดแข็งเดิมที่มีอยู่ในการบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Packaging)

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันสัดส่วนการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของไทยให้ถึง 8% ของยอดรวมในอาเซียน การจัดลำดับความสำคัญในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะพยายามพัฒนาห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดพร้อมกัน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านระยะยาวไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งอาจสร้างโอกาสในการจ้างงานทักษะสูงและส่งเสริมการเติบโตทางอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่เน้นเทคโนโลยี

แม้ว่ากรอบยุทธศาสตร์จะกำหนดทิศทางที่ชัดเจน แต่กรอบเวลาในการดำเนินงานและงบประมาณที่แน่ชัดสำหรับโครงการฝึกอบรมบุคลากรยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่ารัฐบาลจะสามารถบูรณาการโครงการด้านการศึกษาเหล่านี้เข้ากับความต้องการของภาคเอกชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้ได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 10:19 UTC

ไต้หวันประกาศแผนจ่าย 'เงินปันผลจาก AI' ให้ประชาชนในปี 2027
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไต้หวันประกาศแผนจ่าย 'เงินปันผลจาก AI' ให้ประชาชนในปี 2027

ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ได้เสนอแผนงบประมาณปี 2027 ซึ่งรวมถึงการแจกเงินสดโดยตรงให้กับประชาชน โดยอ้างถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยภาคส่วน AI

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไต้หวันประกาศแผนจ่าย 'เงินปันผลจาก AI' ให้ประชาชนในปี 2027

แหล่งข่าวเดียว
ไต้หวันประกาศแผนจ่าย 'เงินปันผลจาก AI' ให้ประชาชนในปี 2027

ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ได้เสนอแผนงบประมาณปี 2027 ซึ่งรวมถึงการแจกเงินสดโดยตรงให้กับประชาชน โดยอ้างถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยภาคส่วน AI

ตามรายงานจาก Prachachat Business ไต้หวันกำลังวางแผนที่จะแจก 'เงินปันผลจาก AI' ให้กับประชาชนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการคลังในปี 2027 ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ได้เปิดเผยร่างงบประมาณของรัฐบาลกลางรวม 235,700 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ภายใต้กรอบการทำงานนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจ่ายเงินจำนวน 10,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 10,400 บาท ให้กับประชาชนแต่ละคน ซึ่งสะท้อนถึงผลการดำเนินงานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของประเทศที่ได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน ข้อเสนอนี้ส่งสัญญาณถึงการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อในท้องถิ่นและเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลในการกระจายรายได้จากภาคเทคโนโลยีขั้นสูง สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ติดตามแนวโน้มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค การพัฒนานี้ตอกย้ำถึงสถานะปัจจุบันของไต้หวันในฐานะศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับการผลิต AI ระดับโลกและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือความคิดริเริ่มนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของร่างงบประมาณสำหรับปี 2027 เท่านั้น แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศความตั้งใจแล้ว แต่การดำเนินการขั้นสุดท้าย เกณฑ์คุณสมบัติที่เฉพาะเจาะจง และการอนุมัติงบประมาณอย่างเป็นทางการยังคงต้องรอการยืนยันผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อไปเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของแผนการจ่ายเงินนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 09:56 UTC

True Corporation มุ่งเน้นการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

True Corporation มุ่งเน้นการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ

ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้ในบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวันของไทยมากขึ้น True Corporation จึงให้ความสำคัญกับการนำกรอบแนวคิด 'AI อย่างมีความรับผิดชอบ' มาใช้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

True Corporation มุ่งเน้นการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ

แหล่งข่าวเดียว
True Corporation มุ่งเน้นการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ

ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้ในบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวันของไทยมากขึ้น True Corporation จึงให้ความสำคัญกับการนำกรอบแนวคิด 'AI อย่างมีความรับผิดชอบ' มาใช้

ตามรายงานจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 True Corporation กำลังมุ่งเน้นไปที่การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้อย่างมีจริยธรรม เนื่องจากเทคโนโลยี AI มีอิทธิพลมากขึ้นในภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่โทรคมนาคมและการเงิน ไปจนถึงการศึกษาและการประกันภัย บริษัทจึงกำลังจัดการกับความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับความปลอดภัยและความรับผิดชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจาก AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใช้ในงานประจำวัน เช่น บริการธนาคารและโทรคมนาคม การเปลี่ยนผ่านไปสู่ 'AI อย่างมีความรับผิดชอบ' สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทั่วทั้งอุตสาหกรรมเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมืออันทรงพลังเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้หรือมาตรฐานทางจริยธรรม

แม้ว่า True Corporation จะแสดงความมุ่งมั่นต่อหลักการเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับโปรโตคอลทางเทคนิคหรือกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการตามกรอบแนวคิดที่มีความรับผิดชอบเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่านโยบายภายในเหล่านี้จะแปลผลออกมาเป็นการปรับปรุงที่จับต้องได้ในการปกป้องข้อมูลผู้บริโภคและความน่าเชื่อถือของบริการอย่างไร ในขณะที่เทคโนโลยียังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จุดเน้นยังคงอยู่ที่ว่าองค์กรต่างๆ จะสามารถรักษาความไว้วางใจจากสาธารณชนไปพร้อมกับการใช้ประโยชน์จากระบบอัตโนมัติที่มีความซับซ้อนมากขึ้นได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 09:58 UTC

ETC ผนึกกำลัง BWG เปิดตัวโครงการ “ธนาคารอิ่มสุข” ในจังหวัดสระบุรี
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ETC ผนึกกำลัง BWG เปิดตัวโครงการ “ธนาคารอิ่มสุข” ในจังหวัดสระบุรี

บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ETC) และบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) (BWG) ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการเปลี่ยนขยะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่วัดพระธาตุบ้านเหนือ จังหวัดสระบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ETC ผนึกกำลัง BWG เปิดตัวโครงการ “ธนาคารอิ่มสุข” ในจังหวัดสระบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ETC ผนึกกำลัง BWG เปิดตัวโครงการ “ธนาคารอิ่มสุข” ในจังหวัดสระบุรี

บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) (ETC) และบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) (BWG) ร่วมมือกันเปิดตัวโครงการเปลี่ยนขยะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่วัดพระธาตุบ้านเหนือ จังหวัดสระบุรี

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ETC และบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ได้เปิดตัวโครงการ “ธนาคารอิ่มสุข BWG x ETC” อย่างเป็นทางการ ณ วัดพระธาตุบ้านเหนือ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยมีนายสิริชัย ศุภมณี ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ผู้แทนนายอำเภอแก่งคอย เป็นประธานในพิธี และนายศุภวัฒน์ คุณวรวินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ETC เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ

โครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืนโดยสนับสนุนให้ชุมชนคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยน “ขยะกำพร้า” หรือขยะที่รีไซเคิลได้ยาก ให้กลายเป็นมูลค่าเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับคนในชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชนและการดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน การสร้างแรงจูงใจในการคัดแยกขยะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมทั้งให้การสนับสนุนแก่ครัวเรือนในพื้นที่ แม้ว่างานนี้จะเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับความถี่ในการดำเนินงานของ “ธนาคารอิ่มสุข” ในระยะยาว และการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจด้านความยั่งยืนในท้องถิ่นอาจมองว่านี่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและชุมชนในจังหวัดสระบุรี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 08:38 UTC

ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport พุ่งแตะ 7 แสนราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 สิงหาคมนี้
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport พุ่งแตะ 7 แสนราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 สิงหาคมนี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเผยยอดลงทะเบียนระบบ TH-AI Passport ใหม่ แตะ 7 แสนราย ก่อนถึงกำหนดการเริ่มใช้งานจริงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport พุ่งแตะ 7 แสนราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 สิงหาคมนี้

แหล่งข่าวเดียว
ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport พุ่งแตะ 7 แสนราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 สิงหาคมนี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเผยยอดลงทะเบียนระบบ TH-AI Passport ใหม่ แตะ 7 แสนราย ก่อนถึงกำหนดการเริ่มใช้งานจริงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ประกาศว่ายอดการลงทะเบียนสำหรับระบบ 'TH-AI Passport' ที่กำลังจะมาถึงนั้นสูงถึง 700,000 ราย โดยโครงการดิจิทัลนี้มีกำหนดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลใหม่นี้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อใกล้ถึงวันเปิดตัว คาดว่าระบบนี้จะมีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างด้านการตรวจคนเข้าเมืองและการระบุตัวตนทางดิจิทัลของประเทศ

แม้ว่าจำนวนการลงทะเบียนที่สูงจะบ่งชี้ถึงความพร้อมสำหรับการเปิดตัวระบบ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงฯ ยังไม่ได้ให้เอกสารที่ครอบคลุมเกี่ยวกับขอบเขตการทำงานทั้งหมดของระบบ ประเภทของบุคคลที่จำเป็นต้องใช้งาน หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อขั้นตอนการทำเอกสารการเดินทางที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางหรือพำนักในประเทศไทยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเมื่อใกล้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อสถานะหรือข้อกำหนดในการเดินทางของตนอย่างไร ทั้งนี้ SawaLife จะยังคงติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 01:35 UTC

ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อกล่าวหาโครงการ TH-AI Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อกล่าวหาโครงการ TH-AI Passport

หน่วยงานป้องกันการทุจริตของไทยกำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการล็อกสเปกและการเอื้อประโยชน์ในโครงการ TH-AI Passport

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อกล่าวหาโครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อกล่าวหาโครงการ TH-AI Passport

หน่วยงานป้องกันการทุจริตของไทยกำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการล็อกสเปกและการเอื้อประโยชน์ในโครงการ TH-AI Passport

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยืนยันว่าทางหน่วยงานกำลังดำเนินการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport อย่างจริงจัง การตรวจสอบนี้สืบเนื่องมาจากคำร้องเรียนอย่างเป็นทางการของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ซึ่งได้ยื่นขอให้ตรวจสอบนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ

ข้อกล่าวหาดังกล่าวเน้นไปที่ประเด็นว่ามีการกำหนดคุณสมบัติของโครงการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนบางแห่งหรือไม่ แม้ว่ารัฐบาลจะยังคงมีแผนที่จะดำเนินโครงการต่อไปตามกำหนดการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 แต่ ป.ป.ช. ได้เน้นย้ำว่ายังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด นายสุรพงษ์กล่าวว่า ป.ป.ช. ได้ใช้มาตรการเชิงรุกและเชิงรับ รวมถึงการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การตรวจสอบนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจับตาดูโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง แม้ ป.ป.ช. จะระบุว่ารัฐบาลมีหน้าที่ดำเนินโครงการต่อไปได้ในระหว่างการตรวจสอบ แต่ผลสรุปสุดท้ายของการสอบสวนยังคงต้องรอติดตามต่อไป ป.ป.ช. ชี้แจงว่าบทบาทของหน่วยงานคือการตรวจสอบ ส่วนการดำเนินโครงการยังคงเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐบาล โดยความคืบหน้าในอนาคตจะขึ้นอยู่กับผลการสอบสวนของ ป.ป.ช.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 08:17 UTC

ธนาคารออมสินเตรียมเปิดตัว 'สินเชื่อนกกระซิบ' โดยใช้ระบบ AI Scoring
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ธนาคารออมสินเตรียมเปิดตัว 'สินเชื่อนกกระซิบ' โดยใช้ระบบ AI Scoring

ธนาคารออมสินของไทยกำลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ที่ใช้ข้อมูล 'AI-Ari Score' ในการพิจารณาสินเชื่อ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ธนาคารออมสินเตรียมเปิดตัว 'สินเชื่อนกกระซิบ' โดยใช้ระบบ AI Scoring

แหล่งข่าวเดียว
ธนาคารออมสินเตรียมเปิดตัว 'สินเชื่อนกกระซิบ' โดยใช้ระบบ AI Scoring

ธนาคารออมสินของไทยกำลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ที่ใช้ข้อมูล 'AI-Ari Score' ในการพิจารณาสินเชื่อ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 ธนาคารออมสินของประเทศไทยกำลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ที่เรียกว่า 'สินเชื่อนกกระซิบ' (Whisper Loan) โดยโครงการนี้มีเป้าหมายที่จะนำ 'AI-Ari Score' ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารเพื่อประเมินคุณสมบัติของผู้กู้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่แนวทางการธนาคารที่เป็นดิจิทัลและเน้นข้อมูลมากขึ้น หากมีการนำมาใช้จริง การใช้คะแนนจาก AI อาจช่วยให้กระบวนการสมัครสินเชื่อง่ายขึ้นสำหรับผู้ที่ไม่มีประวัติเครดิตแบบดั้งเดิมแต่มีร่องรอยทางดิจิทัลอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เกณฑ์เฉพาะสำหรับ 'AI-Ari Score' และข้อกำหนดที่แน่ชัดสำหรับผู้สมัครยังคงต้องรอการชี้แจงจากกระทรวงการคลังและธนาคารออมสิน

ในขณะนี้ โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการ ผู้ที่สนใจขอสินเชื่อควรติดตามแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคุณสมบัติ อัตราดอกเบี้ย และจุดข้อมูลเฉพาะที่จะถูกนำมาวิเคราะห์ภายใต้ระบบใหม่นี้ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานปัจจุบันของ Matichon Online และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการและขอบเขตการดำเนินงานยังคงรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 07:56 UTC

โครงการ STeP ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มุ่งยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรในภาคเหนือของไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

โครงการ STeP ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มุ่งยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรในภาคเหนือของไทย

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STeP) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังรวบรวมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อออกแบบมาตรการเชิงนโยบายในการเชื่อมโยงภาคเกษตรและอาหารของภาคเหนือเข้าสู่ตลาดโลก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

โครงการ STeP ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มุ่งยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรในภาคเหนือของไทย

แหล่งข่าวเดียว
โครงการ STeP ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มุ่งยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรในภาคเหนือของไทย

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STeP) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังรวบรวมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อออกแบบมาตรการเชิงนโยบายในการเชื่อมโยงภาคเกษตรและอาหารของภาคเหนือเข้าสู่ตลาดโลก

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STeP) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เปิดตัวโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นด้านนวัตกรรมเชิงนโยบาย โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่คุณค่าสินค้าเกษตรและอาหารภายในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC)

ด้วยการอำนวยความสะดวกในการอภิปรายและรวบรวมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ STeP ตั้งใจที่จะออกแบบมาตรการเชิงนโยบายที่จะช่วยให้ผู้ผลิตในท้องถิ่นสามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่มูลค่าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการนี้มุ่งเน้นการปรับปรุงแนวทางการเกษตรในระดับภูมิภาคให้ทันสมัย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์อาหารจากภาคเหนือของไทยในระดับสากล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในเศรษฐกิจระดับภูมิภาค การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่มาตรฐานการเกษตรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้นในภาคเหนือ หากประสบความสำเร็จ มาตรการเชิงนโยบายเหล่านี้อาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพสูงขึ้นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ NEC อย่างไรก็ตาม กลไกเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากโครงการอยู่ในขั้นตอนการปรึกษาหารือและการออกแบบ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ากรอบนโยบายที่นำเสนอนี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการแปรรูปอาหารในท้องถิ่นได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 07:20 UTC

ป.ป.ช. เดินหน้าสอบข้อเท็จจริงโครงการ TH-AI Passport
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ป.ป.ช. เดินหน้าสอบข้อเท็จจริงโครงการ TH-AI Passport

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการล็อกสเปกในโครงการ TH-AI Passport

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ป.ป.ช. เดินหน้าสอบข้อเท็จจริงโครงการ TH-AI Passport

แหล่งข่าวเดียว
ป.ป.ช. เดินหน้าสอบข้อเท็จจริงโครงการ TH-AI Passport

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการล็อกสเปกในโครงการ TH-AI Passport

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยืนยันว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport อย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะ (ล็อกสเปก) เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของระบบการออกหนังสือเดินทางของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า ป.ป.ช. จะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เลขาธิการคณะกรรมการฯ ระบุว่ารัฐบาลยังสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้แม้จะมีข้อร้องเรียนค้างอยู่ก็ตาม

ในขณะนี้ การตรวจสอบยังคงดำเนินอยู่และยังไม่มีการสรุปผลการกระทำผิดอย่างเป็นทางการ ประเด็นสำคัญที่ต้องรอการยืนยันคือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามมาตรฐานทางกฎหมายหรือไม่ หรือมีความผิดปกติเกิดขึ้นตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ในระหว่างที่โครงการดำเนินต่อไป ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสาธารณชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก ป.ป.ช. เกี่ยวกับผลการตรวจสอบ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการกำกับดูแลทางปกครองที่ใช้กับสัญญาโครงการโครงสร้างพื้นฐานและเอกสารสำคัญของรัฐบาลในประเทศไทยในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 07:37 UTC

ไทยโพสต์รายงานโครงการ AI ฟรีสำหรับประชาชนไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยโพสต์รายงานโครงการ AI ฟรีสำหรับประชาชนไทย

ไทยโพสต์ได้นำเสนอโครงการใหม่ที่มอบเครื่องมือ AI ฟรีให้กับสาธารณชน ซึ่งก่อให้เกิดการอภิปรายเกี่ยวกับการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยโพสต์รายงานโครงการ AI ฟรีสำหรับประชาชนไทย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยโพสต์รายงานโครงการ AI ฟรีสำหรับประชาชนไทย

ไทยโพสต์ได้นำเสนอโครงการใหม่ที่มอบเครื่องมือ AI ฟรีให้กับสาธารณชน ซึ่งก่อให้เกิดการอภิปรายเกี่ยวกับการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 สื่อไทยโพสต์ได้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการเปิดตัวเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ฟรีที่มุ่งเน้นสำหรับประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะ รายงานในหัวข้อ 'AI เพื่อคนไทย' ได้สำรวจถึงการเข้าถึงทรัพยากรดิจิทัลเหล่านี้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชากรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของความพยายามในวงกว้างที่จะบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับชีวิตประจำวัน หากเครื่องมือเหล่านี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย อาจช่วยอำนวยความสะดวกในการสื่อสาร การแปลภาษา และการรวบรวมข้อมูลสำหรับผู้ที่เดินทางในประเทศ อย่างไรก็ตาม รายงานยังได้กล่าวถึงประเด็นที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับภูมิทัศน์ดิจิทัลในประเทศไทย รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลและบทบาทของระบบอัตโนมัติในพื้นที่สาธารณะ

แม้ว่าโครงการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึง AI แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มหรือเทคโนโลยีใดบ้างที่ถูกนำมาให้บริการ ข้อมูลของผู้ใช้จะถูกจัดการอย่างไร และผลกระทบระยะยาวต่อความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลจะเป็นอย่างไร ในขณะที่สถานการณ์กำลังพัฒนา ผู้ใช้ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตและความปลอดภัยของบริการดิจิทัลใหม่เหล่านี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำบริการ AI เหล่านี้มาใช้งานเผยแพร่สู่สาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 07:21 UTC