ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ทั่วไป กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ✦
ความปลอดภัย สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน ✦
กีฬา นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS ✦
เศรษฐกิจ กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย ✦
กฎหมาย ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม ✦
กีฬา กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์ ✦
เหตุการณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม” ✦
สุขภาพ สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน ✦
เทคโนโลยี ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ ✦
ทั่วไป

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

ทางการไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยมุ่งเน้นลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมชลประทานกำลังดำเนินการติดตามระดับน้ำฝนทั่วประเทศไทยอย่างเข้มงวด โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้กรมชลประทานติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

กลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนที่ตั้งอยู่ท้ายเขื่อน โดยการปรับอัตราการระบายน้ำตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ เจ้าหน้าที่มุ่งหวังที่จะสร้างสมดุลระหว่างความจุของอ่างเก็บน้ำและความปลอดภัยของประชาชนรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มน้ำตอนล่าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับว่ามีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการป้องกันผลกระทบจากน้ำในช่วงฤดูกาล แม้ว่าแผนการบริหารจัดการในปัจจุบันจะถูกออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางใกล้ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากทางการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินต่อไปนานเท่าใด เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอนาคตและความรุนแรงของฤดูมรสุมที่เหลืออยู่ ขณะนี้ทางการยังไม่ได้ออกคำเตือนเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ขอแนะนำให้ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:15 UTC

ความปลอดภัย

สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง

แหล่งข่าวเดียว
สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง

พี่น้องวัย 17 และ 20 ปี ประสบอุบัติเหตุเรือล่มเสียชีวิตขณะกำลังขนกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุสลดในคลองสำโรง ส่งผลให้พี่น้องสองคนอายุ 17 และ 20 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยทั้งคู่กำลังพายเรือเพื่อไปซื้อกระสอบทรายสำหรับนำมาใช้ป้องกันน้ำท่วมที่บ้านพัก

ในระหว่างการเดินทาง เรือเกิดล่มทำให้ทั้งสองคนจมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและทีมกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุและเข้าช่วยเหลือ แต่โชคร้ายที่พบว่าผู้ประสบเหตุทั้งสองเสียชีวิตแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการสัญจรทางน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วม ระดับน้ำในคลองอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกระแสน้ำอาจมีความรุนแรงจนคาดเดาไม่ได้ ทำให้การใช้เรือขนาดเล็กมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ

แม้ว่าจะมีการรายงานถึงเหตุการณ์เรือล่มในเบื้องต้นแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพของคลองในขณะเกิดเหตุและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่ออยู่ใกล้พื้นที่น้ำท่วม และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุดในการใช้บริการขนส่งทางน้ำในช่วงฤดูมรสุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:57 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน

ชาวบ้านในอำเภอบางบาลรายงานเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในช่วงกลางดึก ทำให้เก็บของไม่ทัน สร้างความกังวลต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ชาวบ้านในอำเภอบางบาลได้รับผลกระทบอย่างหนักจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ทำให้ชาวบ้านหลายคนตั้งตัวไม่ทันและไม่มีเวลาเพียงพอในการขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ชาวบ้านจำนวนมากรายงานว่าต้องจ้างคนมาช่วยขนย้ายทรัพย์สินไปไว้ในที่ปลอดภัยเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ของน้ำท่วมตามฤดูกาลในภูมิภาคนี้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้แม่น้ำหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรเฝ้าระวัง ติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่น และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพถนนหรือการเข้าถึงพื้นที่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อครัวเรือนในพื้นที่จะชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีกี่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหรือจะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกหรือไม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและเส้นทางอพยพที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:15 UTC

กีฬา

นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS

แหล่งข่าวเดียว
นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS

ตีโต้ จอห์นสัน นักชกชาวอเมริกันวัย 15 ปี ได้เซ็นสัญญานักมวยอาชีพเป็นเวลา 5 ปีกับรายการ Rajadamnern World Series (RWS) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพมวยไทยของเขา

ตามรายงานจาก Khaosod Online ตีโต้ จอห์นสัน นักชกชาวอเมริกันวัย 15 ปี ได้เซ็นสัญญานักมวยอาชีพอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 ปีกับรายการ Rajadamnern World Series (RWS) โดยพิธีเซ็นสัญญาจัดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนินอันเก่าแก่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจสำหรับนักกีฬาเยาวชนรายนี้ โดยมีภาพที่เขาหลั่งน้ำตาขณะกอดคอพ่อและโปรโมเตอร์ผู้จัดงาน

จอห์นสันฝึกฝนศิลปะมวยไทยมาตั้งแต่เด็ก และเคยผ่านการชกมวยไทย 5 ยกในสังกัดเพชรยินดีมาก่อน การก้าวเข้าสู่เวที RWS ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอาชีพของเขา จอห์นสันได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นแชมป์เวทีราชดำเนินและต้องการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมระดับสากลที่เพิ่มขึ้นของกีฬามวยไทย และความสำคัญของเวทีมวยราชดำเนินในฐานะศูนย์กลางระดับโลกของกีฬานี้ ทั้งนี้ จอห์นสันมีกำหนดการขึ้นชกเปิดตัวในรายการ RWS ในศึก 'RWS KNOCKTOBERFEST' วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ แม้เส้นทางอาชีพของเขาจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ผู้ชมยังคงต้องติดตามผลงานในการขึ้นชกรายการใหญ่ครั้งแรกของเขาต่อไป โดยรายละเอียดเกี่ยวกับคู่ชกและตารางการแข่งขันทั้งหมดสำหรับรายการในเดือนตุลาคมยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:18 UTC

เศรษฐกิจ

กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย

กรมการค้าต่างประเทศของไทยกำลังเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีน 2 แห่ง เพื่อเพิ่มการลงทุนในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 กรมการค้าต่างประเทศของไทยได้เริ่มหารือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากจีน 2 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตเหล่านี้ขยายฐานการลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นไปที่การเพิ่มกำลังการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการนำชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเข้ามาใช้ในห่วงโซ่อุปทานให้มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค การเพิ่มการผลิตในประเทศอาจนำไปสู่ระบบนิเวศยานยนต์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนสำหรับผู้บริโภคและสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคการผลิต สำหรับนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อความพร้อมและความหลากหลายของตัวเลือกการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศในอนาคต

แม้ว่าการเจรจาเหล่านี้จะเป็นก้าวเชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทรถยนต์รายใดบ้างที่เกี่ยวข้องในการหารือ และยังไม่มีการสรุปข้อตกลงอย่างเป็นทางการหรือกำหนดการลงทุนที่แน่ชัด ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่ข้อผูกพันที่เป็นรูปธรรมจากบริษัทจีนหรือไม่ ซึ่งจะช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งที่ยั่งยืนในระดับโลกต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

กฎหมาย

ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมยึดยาไอซ์ 519 กิโลกรัม ซึ่งเตรียมขนส่งไปยังภาคใต้ของประเทศไทย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้แถลงผลการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดในกรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวม 519 กิโลกรัม

นอกจากยาเสพติดแล้ว ตำรวจยังได้ยึดอาวุธปืนและรถบรรทุกที่คาดว่าเตรียมไว้สำหรับขนส่งยาเสพติดดังกล่าวลงสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดรายใหญ่ก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดในประเทศไทย การครอบครองและค้ายาเสพติดมีบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง รวมถึงการจำคุกระยะยาวและในกรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นประหารชีวิต แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในประเทศ

ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายอาชญากรรมทั้งหมดและติดตามผู้ต้องหาที่อาจยังหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของยาเสพติดหรือตัวการสำคัญเบื้องหลังปฏิบัติการนี้ นักท่องเที่ยวควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดทุกชนิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

กีฬา

กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์

แหล่งข่าวเดียว
กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์

แฟนกีฬาสามารถร่วมชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' นักกีฬาชาวไทยผ่านจอขนาดยักษ์ที่สามย่านมิตรทาวน์ได้ในวันนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในกรุงเทพฯ มีโอกาสมารวมตัวกันเพื่อร่วมเชียร์นักกีฬาไทยในวันนี้ โดยมีการติดตั้งจอขนาดยักษ์ที่สามย่านมิตรทาวน์เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงเหรียญทองของนักกีฬาชื่อดังที่รู้จักกันในชื่อ 'บิว'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองขณะนี้ กิจกรรมนี้มอบบรรยากาศที่คึกคักในการร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทีมชาติไปพร้อมกับแฟนกีฬาคนอื่นๆ สามย่านมิตรทาวน์ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่มีชื่อเสียง สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกผ่านสถานีรถไฟฟ้า MRT สามย่าน ทำให้เป็นสถานที่ที่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในความตื่นเต้นของกิจกรรมกีฬาในท้องถิ่น

แม้ว่ากิจกรรมนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับผู้สนับสนุน แต่ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมควรทราบว่ารายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันที่แน่นอนหรือมาตรการจัดการฝูงชนไม่ได้ระบุไว้ในการประกาศเบื้องต้น เช่นเดียวกับการรวมตัวในที่สาธารณะที่มีผู้คนหนาแน่น ผู้เข้าร่วมควรมาถึงก่อนเวลาเพื่อจับจองพื้นที่รับชมที่ดี ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีกิจกรรมเสริมหรือแขกรับเชิญพิเศษร่วมในงานหรือไม่ กิจกรรมนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อความสำเร็จด้านกีฬาของชาติ และบทบาทของพื้นที่ในเมืองในการส่งเสริมจิตวิญญาณของชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

เหตุการณ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม”

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม”

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดการประกวดเพื่อคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาเข้าสู่เวที “วิศวกรสังคม” ระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดการประกวด “วิศวกรสังคม” ขึ้น ตามรายงานจาก Matichon Online กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อค้นหาและคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาที่มีความสามารถโดดเด่นของมหาวิทยาลัย เพื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมความเป็นผู้นำและทักษะการแก้ปัญหาเพื่อชุมชนในหมู่นักศึกษา การเข้าร่วมในกรอบแนวคิด “วิศวกรสังคม” ช่วยกระตุ้นให้นักศึกษานำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมในท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นในภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในการพัฒนาภูมิภาคและการเสริมสร้างศักยภาพให้กับเยาวชน แม้ว่าการประกวดจะเป็นเวทีสำหรับการเติบโตของนักศึกษา แต่ก็ยังสะท้อนถึงแนวโน้มในแวดวงวิชาการไทยที่มุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและเน้นชุมชนเป็นฐาน ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเฉพาะที่นักศึกษานำเสนอหรือกำหนดการสำหรับเวทีระดับภูมิภาคที่กำลังจะมาถึงยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจผลกระทบต่อชุมชนของมหาวิทยาลัยสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกองพัฒนานักศึกษาของสถาบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

สุขภาพ

สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน

สถาบันวัคซีนแห่งชาติของไทยได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) ได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ นักวิชาการ และนักสื่อสาร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการเปลี่ยนความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้เป็นความเชื่อมั่นที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานด้านสาธารณสุขในการสร้างมาตรฐานการสื่อสารเรื่องวัคซีนและจัดการกับข้อมูลที่บิดเบือน การส่งเสริมการสนทนาระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และสาธารณชนเป็นสิ่งที่ สวช. มุ่งหวังเพื่อให้แน่ใจว่าความรอบรู้ด้านสุขภาพยังคงเป็นลำดับความสำคัญในระบบสาธารณสุขของประเทศ

แม้ว่าเวทีเสวนาจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหารือเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้เป็นนโยบายสาธารณสุขที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงในโครงการรณรงค์การฉีดวัคซีนอย่างไร กิจกรรมนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการด้านสุขภาพเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ส่วนตัวหรือช่องทางสาธารณสุขที่เป็นทางการของรัฐบาลต่อไป เพื่อรับคำแนะนำทางการแพทย์หรือข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับตารางการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ สวช. ยังไม่ได้เผยแพร่แผนงานโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการนำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้ในแคมเปญสาธารณสุขในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

เทคโนโลยี

ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ

ไทยคมประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการเป็น Gulf Space Technology เพื่อสะท้อนการปรับกลยุทธ์จากผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสารไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีอวกาศที่ครอบคลุมมากขึ้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศการรีแบรนด์องค์กรครั้งใหญ่ โดยตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นต้นไป บริษัทจะดำเนินงานภายใต้ชื่อใหม่ว่า 'บริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)' หรือ Gulf Space Technology Public Company Limited การเปลี่ยนแปลงนี้ซึ่งจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านรูปแบบธุรกิจของบริษัท จากบทบาทเดิมในฐานะผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสาร ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีอวกาศอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการคว้าโอกาสใหม่ๆ ในภาคอวกาศระดับโลก ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ชื่อย่อหลักทรัพย์ของบริษัทได้รับการปรับปรุงเป็น 'GST' เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์องค์กรใหม่

แม้ว่าการรีแบรนด์จะส่งสัญญาณถึงการปรับกลยุทธ์ที่ชัดเจน แต่รายละเอียดเฉพาะของบริการเทคโนโลยีอวกาศใหม่ที่จะนำเสนอนั้นยังคงต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติม ผู้อยู่อาศัยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศจากบริษัทในอนาคตเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการผ่านดาวเทียมในท้องถิ่นอย่างไร ในขณะนี้บริษัทยืนยันเพียงการเปลี่ยนชื่อและชื่อย่อหลักทรัพย์ใหม่เท่านั้น โดยคาดว่ารายละเอียดการดำเนินงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับพอร์ตโฟลิโอการบริการที่ขยายตัวจะมีการเปิดเผยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:18 UTC

Thaimart เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่สำหรับผู้ขายเพื่อส่งเสริมแบรนด์ท้องถิ่น
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Thaimart เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่สำหรับผู้ขายเพื่อส่งเสริมแบรนด์ท้องถิ่น

Thaimart เปิดตัว 'Seller App' อย่างเป็นทางการในงาน 'สร้างแบรนด์ สร้างชาติ' ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Thaimart เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่สำหรับผู้ขายเพื่อส่งเสริมแบรนด์ท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
Thaimart เปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่สำหรับผู้ขายเพื่อส่งเสริมแบรนด์ท้องถิ่น

Thaimart เปิดตัว 'Seller App' อย่างเป็นทางการในงาน 'สร้างแบรนด์ สร้างชาติ' ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา Thaimart ได้จัดงานเปิดตัวครั้งสำคัญในหัวข้อ 'สร้างแบรนด์ สร้างชาติ' เพื่อแนะนำเครื่องมือดิจิทัลใหม่ล่าสุดอย่าง 'Thaimart Seller App' ตามรายงานจาก Matichon Online แอปพลิเคชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ขายและธุรกิจในท้องถิ่นให้สามารถจัดการการดำเนินงานภายในระบบนิเวศของ Thaimart ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของการค้าในท้องถิ่น เมื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้มากขึ้น ผู้บริโภคอาจพบว่าการค้นหาและซื้อสินค้าจากแบรนด์ท้องถิ่นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการนั้นทำได้ง่ายขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้อาจนำไปสู่ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ราบรื่นยิ่งขึ้น และเพิ่มการมองเห็นให้กับสินค้าไทยเฉพาะกลุ่มที่เคยเข้าถึงได้ยากในอดีต

แม้ว่างานเปิดตัวจะเสร็จสิ้นไปแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอบเขตการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ สำหรับผู้ขายระหว่างประเทศหรือผู้ใช้งานที่ไม่ใช่ภาษาไทยยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามดูว่าแพลตฟอร์มนี้จะเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดส่งและการชำระเงินที่มีอยู่ในปัจจุบันทั่วประเทศอย่างไร ผู้ที่สนใจใช้บริการควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของ Thaimart เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการรองรับภาษาและความพร้อมให้บริการในแต่ละพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 08:51 UTC

มทร.ล้านนา ตาก เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาการจัดตั้งคณะใหม่
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

มทร.ล้านนา ตาก เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาการจัดตั้งคณะใหม่

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) ตาก ได้เริ่มจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

มทร.ล้านนา ตาก เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาการจัดตั้งคณะใหม่

แหล่งข่าวเดียว
มทร.ล้านนา ตาก เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาการจัดตั้งคณะใหม่

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) ตาก ได้เริ่มจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะใหม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) ตาก ได้เริ่มจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะใหม่เพื่อรองรับการดำเนินงานของวิทยาเขตตาก โดยมีรองศาสตราจารย์วิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัย เป็นประธานในการเปิดการหารือดังกล่าว

สำหรับประชาชนในพื้นที่และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบนิเวศทางการศึกษาในท้องถิ่น ความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านหลักสูตรการศึกษาและโครงสร้างการบริหารจัดการของวิทยาเขตตาก การเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้มักมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับขีดความสามารถของสถาบันให้สอดคล้องกับความต้องการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคหรือความต้องการของผู้เรียน สำหรับชาวต่างชาติหรือผู้ที่พำนักระยะยาวที่สนใจในการพัฒนาท้องถิ่น ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัยในการขยายบทบาทในจังหวัดตาก

ในขณะนี้ กระบวนการดังกล่าวยังคงอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็น สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการจัดตั้งคณะใหม่ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการพิจารณา รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสาขาวิชาที่จะเปิดสอน กรอบเวลาในการดำเนินการ หรือผลกระทบต่อสิ่งอำนวยความสะดวกภายในวิทยาเขตนั้นยังไม่มีการสรุปผล ทั้งนี้ จำเป็นต้องรอการประกาศเพิ่มเติมจากทางมหาวิทยาลัยเพื่อยืนยันว่าข้อเสนอดังกล่าวจะเข้าสู่ขั้นตอนการวางแผนและการอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 08:31 UTC

True Corporation เปิดตัว Flagship Store แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

True Corporation เปิดตัว Flagship Store แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ

True Corporation เปิด Flagship Store แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นการผสานเทคโนโลยีเข้ากับบริการด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

True Corporation เปิดตัว Flagship Store แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
True Corporation เปิดตัว Flagship Store แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ

True Corporation เปิด Flagship Store แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นการผสานเทคโนโลยีเข้ากับบริการด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 True Corporation ได้เปิดตัว Flagship Store แห่งใหม่อย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่าสถานที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบ 'ประสบการณ์ทางเทคโนโลยี' ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า โดยมุ่งเน้นไปที่การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ สุขภาพ และบริการด้านไลฟ์สไตล์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ สถานที่แห่งใหม่นี้ถือเป็นมากกว่าร้านค้าปลีกทั่วไป โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางที่การเชื่อมต่อทางดิจิทัลมาบรรจบกับบริการที่เน้นความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สำรวจว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมกำลังถูกปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการจัดการสุขภาพส่วนบุคคลและความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันอย่างไร ร้านค้าแห่งนี้มุ่งหวังที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ครอบคลุมซึ่งเหนือกว่าการสนับสนุนบริการมือถือแบบดั้งเดิม

แม้ว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การค้าปลีกของ True Corporation แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอบเขตของบริการด้านสุขภาพที่มีให้บริการในร้าน และการที่บริการเหล่านี้เปิดให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าถึงได้หรือไม่นั้นยังไม่มีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมสถานที่ใหม่นี้ควรตรวจสอบผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ True Corporation หรือไปที่ร้านโดยตรงเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตของบริการที่มีให้ ในขณะที่บริษัทเดินหน้าบูรณาการภาคส่วนเหล่านี้ต่อไป ผลกระทบต่อประสบการณ์ของผู้บริโภคในท้องถิ่นยังคงต้องติดตามกันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 08:31 UTC

ไทยเสนอตั้งบอร์ดนโยบาย Data Center ใหม่เพื่อบริหารจัดการความต้องการทรัพยากร
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเสนอตั้งบอร์ดนโยบาย Data Center ใหม่เพื่อบริหารจัดการความต้องการทรัพยากร

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบาย Data Center เพื่อกำกับดูแลการใช้ทรัพยากร

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเสนอตั้งบอร์ดนโยบาย Data Center ใหม่เพื่อบริหารจัดการความต้องการทรัพยากร

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเสนอตั้งบอร์ดนโยบาย Data Center ใหม่เพื่อบริหารจัดการความต้องการทรัพยากร

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบาย Data Center เพื่อกำกับดูแลการใช้ทรัพยากร

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบาย Data Center โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อวางกรอบการกำกับดูแลอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าการใช้ไฟฟ้าและน้ำเป็นประเด็นที่น่ากังวลที่สุด โดยปัญหาการขาดแคลนน้ำถือเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุด คณะกรรมการที่เสนอขึ้นนี้มีเป้าหมายเพื่อกำกับดูแลตลอดวงจรชีวิตของโครงการ ตั้งแต่การยื่นขออนุมัติโครงการ การก่อสร้าง ไปจนถึงการดำเนินงาน โดยการศึกษาจากกรณีศึกษาในต่างประเทศ สศช. ตั้งใจที่จะป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างศูนย์ข้อมูลและภาคส่วนอื่นๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการกับภาระด้านโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าศูนย์ข้อมูลจะมีความจำเป็นต่อการเติบโตทางดิจิทัล แต่ความต้องการสาธารณูปโภคที่สูงอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมใช้ของทรัพยากรในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าใครจะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการ และเกณฑ์การกำกับดูแลเฉพาะที่จะบังคับใช้กับสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งใหม่และที่มีอยู่เดิมจะเป็นอย่างไร ขณะนี้รัฐบาลกำลังรอการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับผู้นำที่เสนอและการเริ่มต้นการหารือนโยบายอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 08:13 UTC

ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport แตะ 1.24 ล้านราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 ส.ค. นี้
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport แตะ 1.24 ล้านราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 ส.ค. นี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเผยยอดลงทะเบียนระบบ TH-AI Passport ล่าสุดอยู่ที่ 1.24 ล้านราย โดยมีกำหนดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport แตะ 1.24 ล้านราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 ส.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ยอดลงทะเบียน TH-AI Passport แตะ 1.24 ล้านราย ก่อนเปิดใช้งานจริง 31 ส.ค. นี้

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเผยยอดลงทะเบียนระบบ TH-AI Passport ล่าสุดอยู่ที่ 1.24 ล้านราย โดยมีกำหนดเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) ได้ประกาศว่ายอดการลงทะเบียนสำหรับระบบ 'TH-AI Passport' ใหม่ มีจำนวนถึง 1.24 ล้านรายแล้ว โดยโครงการดิจิทัลนี้มีกำหนดจะเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสนใจของประชาชนที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลใหม่นี้ เมื่อใกล้ถึงวันเปิดใช้งาน คาดว่าระบบจะช่วยปรับปรุงกระบวนการทางธุรการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการระบุตัวตนและบริการดิจิทัลให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น

แม้ว่าตัวเลขการลงทะเบียนจะแสดงให้เห็นถึงความสนใจที่สูง แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับขอบเขตการทำงานทั้งหมดของระบบและผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงต่อชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยว ผู้ใช้งานควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีการที่ TH-AI Passport จะเชื่อมโยงกับข้อกำหนดด้านการตรวจคนเข้าเมืองหรือการระบุตัวตนที่มีอยู่เดิม ในขณะนี้ทางกระทรวงได้มุ่งเน้นไปที่ความคืบหน้าของการลงทะเบียน แต่คาดว่าจะมีการชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานเพิ่มเติมเมื่อใกล้ถึงวันเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคม ขอแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้นสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิ์และการใช้งานจริงของเครื่องมือดิจิทัลใหม่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 07:50 UTC

ความมั่นคงทางพลังงาน: กุญแจสำคัญสู่การลงทุนด้านเทคโนโลยีในอนาคตของไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ความมั่นคงทางพลังงาน: กุญแจสำคัญสู่การลงทุนด้านเทคโนโลยีในอนาคตของไทย

ABB ชี้ว่าศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูลและ AI ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นสำคัญ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ความมั่นคงทางพลังงาน: กุญแจสำคัญสู่การลงทุนด้านเทคโนโลยีในอนาคตของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ความมั่นคงทางพลังงาน: กุญแจสำคัญสู่การลงทุนด้านเทคโนโลยีในอนาคตของไทย

ABB ชี้ว่าศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูลและ AI ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นสำคัญ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท ABB ได้ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นปัจจัยชี้ขาดสำหรับความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นฐานการลงทุนระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้ว่าสิทธิประโยชน์ทางภาษีและทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์จะมีความสำคัญ แต่บริษัทเน้นย้ำว่าปริมาณ คุณภาพ และความมั่นคงในระยะยาวของการจ่ายไฟฟ้าเป็นข้อกังวลหลักของนักลงทุนทั่วโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในขณะที่ประเทศไทยพยายามดึงดูดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่ รัฐบาลและภาคเอกชนกำลังเผชิญกับแรงกดดันในการรับประกันว่าโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศจะสามารถรองรับความต้องการไฟฟ้าจำนวนมหาศาลและต่อเนื่องของศูนย์ AI และการประมวลผลข้อมูลได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของการจ่ายไฟฟ้าสำหรับประชาชนทั่วไป

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือ รัฐบาลไทยจะสร้างสมดุลระหว่างความต้องการพลังงานในภาคอุตสาหกรรมเหล่านี้กับนโยบายพลังงานแห่งชาติและเป้าหมายด้านความยั่งยืนอย่างไร แม้ว่าศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการลงทุนด้านเทคโนโลยีจะมีความชัดเจน แต่ความสำเร็จในระยะยาวของโครงการเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถของประเทศในการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะที่มีกำลังการผลิตสูงเหล่านี้ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานใดบ้างที่จะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 07:12 UTC

พรรคประชาชนร้อง กกต. กรณีคลิป AI ปลอมแปลงโลโก้หาเสียงในนนทบุรี
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนร้อง กกต. กรณีคลิป AI ปลอมแปลงโลโก้หาเสียงในนนทบุรี

พรรคประชาชนได้รายงานการนำแบรนด์เก่ามาใช้ในทางที่ผิดผ่านเนื้อหาที่สร้างโดย AI ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

พรรคประชาชนร้อง กกต. กรณีคลิป AI ปลอมแปลงโลโก้หาเสียงในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนร้อง กกต. กรณีคลิป AI ปลอมแปลงโลโก้หาเสียงในนนทบุรี

พรรคประชาชนได้รายงานการนำแบรนด์เก่ามาใช้ในทางที่ผิดผ่านเนื้อหาที่สร้างโดย AI ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 พรรคประชาชน (PChN) ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเป็นทางการ โดยพรรคกล่าวหาว่ามีบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างเนื้อหาวิดีโอที่ทำให้เข้าใจผิด ซึ่งมีการนำโลโก้และโทนสีส้มของอดีตพรรคก้าวไกลมาใช้

เนื้อหาดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่กำลังจะมาถึงในจังหวัดนนทบุรี พรรคระบุว่าสื่อเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อใส่ร้ายการรณรงค์หาเสียงและบิดเบือนจุดยืนทางการเมืองของพรรค การร้องเรียนครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความโปร่งใสของสภาพแวดล้อมในการหาเสียงทางดิจิทัล และเพื่อให้มั่นใจว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะไม่ถูกหลอกลวงโดยสื่อสังเคราะห์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในนนทบุรี เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการแพร่กระจายของข้อมูลบิดเบือนทางการเมืองที่สร้างโดย AI ในช่วงการเลือกตั้งท้องถิ่น แม้ว่าพรรคจะพยายามชี้แจงเรื่องแบรนด์และการหาเสียงอย่างเป็นทางการ แต่สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลทางการเมืองผ่านช่องทางที่เป็นทางการ แทนที่จะเชื่อถือคลิปในโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่า กกต. จะตอบสนองต่อคำร้องเรียนนี้อย่างไร และจะมีมาตรการเฉพาะเจาะจงใดบ้างเพื่อลดผลกระทบของวิดีโอที่สร้างโดย AI เหล่านี้ต่อกระบวนการเลือกตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 05:12 UTC

มหาวิทยาลัยรังสิตเปิดหลักสูตรปริญญาตรี “การเขียนบท” แห่งแรกในประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

มหาวิทยาลัยรังสิตเปิดหลักสูตรปริญญาตรี “การเขียนบท” แห่งแรกในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยรังสิตเปิดตัวหลักสูตรปริญญาตรีสาขาการเขียนบทโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ดิจิทัล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

มหาวิทยาลัยรังสิตเปิดหลักสูตรปริญญาตรี “การเขียนบท” แห่งแรกในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยรังสิตเปิดหลักสูตรปริญญาตรี “การเขียนบท” แห่งแรกในประเทศไทย

มหาวิทยาลัยรังสิตเปิดตัวหลักสูตรปริญญาตรีสาขาการเขียนบทโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ดิจิทัล

เส้นทางวิชาการใหม่สำหรับนักเล่าเรื่อง

มหาวิทยาลัยรังสิตได้เปิดตัวหลักสูตรปริญญาตรีที่มุ่งเน้นด้านการเขียนบทอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรีแห่งแรกในประเทศไทย ตามรายงานของ Thai Post โครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะทางวิชาชีพที่จำเป็นให้กับนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โทรทัศน์ และคอนเทนต์ดิจิทัล

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ไปสู่การสร้างความเป็นมืออาชีพให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงในท้องถิ่น ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเติบโตในฐานะศูนย์กลางการผลิตสื่อทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ การมีหลักสูตรการศึกษาเฉพาะทางอาจนำไปสู่การผลิตคอนเทนต์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพสูงขึ้นและสร้างโอกาสให้กับบุคลากรในสายงานสร้างสรรค์ สำหรับชาวต่างชาติหรือนักศึกษาที่ต้องการมีส่วนร่วมในวงการสื่อของไทย หลักสูตรนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการยกระดับการศึกษาด้านความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นระบบมากขึ้น

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะเน้นย้ำถึงความโดดเด่นของหลักสูตรในตลาดการศึกษาไทย แต่รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างหลักสูตรที่ชัดเจน คุณสมบัติสำหรับนักศึกษาต่างชาติ และผลกระทบระยะยาวต่อตลาดแรงงานในท้องถิ่นนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ที่สนใจและผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากมหาวิทยาลัยเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์การรับสมัครและผลลัพธ์ของหลักสูตร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 05:13 UTC

ก.ล.ต. ไทยเริ่มวางกรอบแนวทางสำหรับ Crypto ETF
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ก.ล.ต. ไทยเริ่มวางกรอบแนวทางสำหรับ Crypto ETF

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอที่จะอนุญาตให้บริษัทจัดการสินทรัพย์เปิดตัวกองทุน ETF ที่อ้างอิง Bitcoin และ Ethereum

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ก.ล.ต. ไทยเริ่มวางกรอบแนวทางสำหรับ Crypto ETF

แหล่งข่าวเดียว
ก.ล.ต. ไทยเริ่มวางกรอบแนวทางสำหรับ Crypto ETF

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอที่จะอนุญาตให้บริษัทจัดการสินทรัพย์เปิดตัวกองทุน ETF ที่อ้างอิง Bitcoin และ Ethereum

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มกระบวนการวางกรอบแนวทางกำกับดูแลสำหรับกองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ETF) ที่อ้างอิงสินทรัพย์ดิจิทัล โดยข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่ออนุญาตให้บริษัทจัดการสินทรัพย์สามารถเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงกับ Bitcoin และ Ethereum ซึ่งจะซื้อขายโดยตรงผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เพื่อรักษาความโปร่งใสของตลาด ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลผู้ดูแลทรัพย์สิน (Custodian) อย่างเข้มงวดและการยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุน โดยหน่วยงานกำกับดูแลได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแนวทางที่เสนอนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลภายในระบบการเงินท้องถิ่น หากมีการนำมาใช้จริง อาจเป็นช่องทางที่สะดวกและเป็นทางการมากขึ้นในการเข้าร่วมตลาดคริปโทเคอร์เรนซีผ่านสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยกฎระเบียบขั้นสุดท้าย คุณสมบัติของผู้ลงทุน และกำหนดการอย่างเป็นทางการในการเปิดให้ซื้อขาย ETF เหล่านี้ ยังคงต้องรอการยืนยันจาก ก.ล.ต. หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 05:14 UTC

พรรคประชาชนร้อง กกต. กรณีคลิป AI บิดเบือนข้อมูลในการเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาชนร้อง กกต. กรณีคลิป AI บิดเบือนข้อมูลในการเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับคลิปวิดีโอที่ถูกตัดต่อด้วย AI เพื่อโจมตีผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

พรรคประชาชนร้อง กกต. กรณีคลิป AI บิดเบือนข้อมูลในการเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนร้อง กกต. กรณีคลิป AI บิดเบือนข้อมูลในการเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี

พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับคลิปวิดีโอที่ถูกตัดต่อด้วย AI เพื่อโจมตีผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยทางพรรคกล่าวหาว่ามีการใช้คลิปวิดีโอที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อดิสเครดิตนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี

ตามคำร้องระบุว่า คลิปดังกล่าวมีการนำตราสัญลักษณ์ของพรรคก้าวไกลที่ถูกยุบไปแล้วและสีส้มมาใช้เพื่อสร้างความสับสนให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นอกจากนี้ในคลิปยังปรากฏหมายเลข 4 ซึ่งเป็นหมายเลขผู้สมัครของนายเดชรัต พรรคประชาชนอ้างว่ากลยุทธ์เหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อโจมตีแคมเปญหาเสียงของพรรค โดยพยายามหลีกเลี่ยงความรับผิดทางกฎหมายโดยตรงด้วยการใช้สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับพรรคที่ถูกยุบไปแล้ว นายณัฐชาระบุว่าทางพรรคทราบตัวผู้โพสต์เนื้อหาดังกล่าวแล้วและเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหานำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามการเมืองท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ AI ที่เพิ่มมากขึ้นในการหาเสียงเลือกตั้ง และผลกระทบของข้อมูลบิดเบือนทางดิจิทัลที่อาจส่งผลต่อการรับรู้ของสาธารณชน แม้ว่าพรรคประชาชนจะระบุตัวผู้โพสต์ได้แล้ว แต่ตัวตนของผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างเนื้อหา AI ดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ กกต. ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคำร้องนี้ และผลกระทบของคลิปวิดีโอเหล่านี้ต่อผลการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 04:52 UTC

PTV เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลในปี 2572
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

PTV เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลในปี 2572

เนื่องจากใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในประเทศไทยจะสิ้นสุดลงในปี 2572 PPTV จึงกำลังปรับตัวสู่โมเดลแบรนด์สื่อเต็มรูปแบบ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

PTV เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลในปี 2572

แหล่งข่าวเดียว
PTV เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลในปี 2572

เนื่องจากใบอนุญาตทีวีดิจิทัลในประเทศไทยจะสิ้นสุดลงในปี 2572 PPTV จึงกำลังปรับตัวสู่โมเดลแบรนด์สื่อเต็มรูปแบบ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลของไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยใบอนุญาตที่มีอยู่จะสิ้นสุดลงในอีกประมาณสองปีข้างหน้า ซึ่งผู้ประกอบการกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมากเกี่ยวกับอนาคตของภาคส่วนนี้

PTV ได้ประกาศความตั้งใจที่จะพัฒนาไปสู่การเป็น "แบรนด์สื่อ" (Media Brand) ที่ครอบคลุม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองเชิงกลยุทธ์ต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในวงกว้างที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมในขณะนี้ ในขณะที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอแผนแม่บทที่ชัดเจนจากคณะกรรมการกำกับดูแลเกี่ยวกับภูมิทัศน์หลังสิ้นสุดใบอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตและนำเสนอข่าวสารและเนื้อหาความบันเทิงในท้องถิ่น เมื่อรูปแบบการออกอากาศแบบดั้งเดิมพัฒนาไป ผู้ชมอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบรายการหรือการบูรณาการกลยุทธ์เนื้อหาที่เน้นดิจิทัลเป็นหลัก

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกรอบการกำกับดูแลเฉพาะที่จะควบคุมอุตสาหกรรมหลังจากปี 2572 การเปลี่ยนผ่านนี้ขึ้นอยู่กับแผนแม่บทที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้สรุปให้ชัดเจน จนกว่าคณะกรรมการจะเผยแพร่แผนแม่บทอย่างเป็นทางการ โครงสร้างการดำเนินงานระยะยาวสำหรับผู้ให้บริการทีวีดิจิทัลยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 04:12 UTC

AIS เดินหน้าบูรณาการ AI เข้าสู่ชีวิตประจำวันในประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

AIS เดินหน้าบูรณาการ AI เข้าสู่ชีวิตประจำวันในประเทศไทย

ผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS กำลังทำงานเพื่อทำให้ปัญญาประดิษฐ์เข้าถึงได้ง่ายและมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนในประเทศไทยมากขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

AIS เดินหน้าบูรณาการ AI เข้าสู่ชีวิตประจำวันในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
AIS เดินหน้าบูรณาการ AI เข้าสู่ชีวิตประจำวันในประเทศไทย

ผู้ให้บริการโทรคมนาคม AIS กำลังทำงานเพื่อทำให้ปัญญาประดิษฐ์เข้าถึงได้ง่ายและมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนในประเทศไทยมากขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 บริษัทโทรคมนาคม AIS กำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อลดช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ซับซ้อนกับสาธารณชนทั่วไป แม้ว่า AI มักจะถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวหรือเป็นนามธรรม แต่ AIS กำลังมุ่งเน้นไปที่ความคิดริเริ่มที่ออกแบบมาเพื่อบูรณาการเครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้เข้ากับประสบการณ์ในชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในประเทศ การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นไปสู่บริการดิจิทัลที่ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ในขณะที่ AIS นำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ ผู้ใช้อาจได้สัมผัสกับประสบการณ์บนมือถือที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น อินเทอร์เฟซการสนับสนุนลูกค้าที่ได้รับการปรับปรุง หรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้นซึ่งอาศัย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อและการให้บริการ

อย่างไรก็ตาม ลักษณะเฉพาะของบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI เหล่านี้และกรอบเวลาสำหรับการเปิดตัวเต็มรูปแบบยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าบริษัทกำลังวางตำแหน่งตัวเองเพื่อทำให้ AI เป็นส่วนประกอบที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่ขอบเขตที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ใช้แต่ละรายหรือการเข้าถึงบริการยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในเครือข่ายและแพลตฟอร์มบริการที่มีอยู่ของบริษัท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 03:30 UTC

Samsung Galaxy Z Fold 8: มุมมองใหม่ของเทคโนโลยีจอพับ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Samsung Galaxy Z Fold 8: มุมมองใหม่ของเทคโนโลยีจอพับ

Matichon Online รีวิว Samsung Galaxy Z Fold 8 รุ่นล่าสุด โดยเน้นที่รูปทรงใหม่และประสบการณ์การใช้งานที่ไม่เหมือนใคร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Samsung Galaxy Z Fold 8: มุมมองใหม่ของเทคโนโลยีจอพับ

แหล่งข่าวเดียว
Samsung Galaxy Z Fold 8: มุมมองใหม่ของเทคโนโลยีจอพับ

Matichon Online รีวิว Samsung Galaxy Z Fold 8 รุ่นล่าสุด โดยเน้นที่รูปทรงใหม่และประสบการณ์การใช้งานที่ไม่เหมือนใคร

ในคอลัมน์ 'Taste Test' เมื่อเร็วๆ นี้ Matichon Online ได้สำรวจสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นล่าสุดของ Samsung อย่าง Galaxy Z Fold 8 โดยรีวิวเน้นไปที่ขนาดทางกายภาพใหม่ของอุปกรณ์ ซึ่งมอบมุมมองที่แตกต่างออกไปเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นก่อนหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีมือถือที่มีจำหน่ายในตลาดท้องถิ่น การออกแบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่มีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบประสบการณ์ที่ถูกหลักสรีรศาสตร์และใช้งานได้จริงมากขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ทั้งในด้านการทำงานและการรับชมสื่อในขณะเดินทาง บทวิจารณ์ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงขนาดและรูปทรงของอุปกรณ์ส่งผลอย่างมากต่อวิธีที่ผู้ใช้โต้ตอบกับอินเทอร์เฟซ ซึ่งอาจทำให้อุปกรณ์นี้เป็นเครื่องมือที่อเนกประสงค์มากขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางในสภาพแวดล้อมเมืองที่วุ่นวายอย่างกรุงเทพมหานคร

แม้ว่าบทวิจารณ์จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจับถือทางกายภาพและการปรับเปลี่ยนด้านความสวยงามของ Z Fold 8 แต่ยังมีหลายประเด็นที่ผู้บริโภคทั่วไปยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความทนทานในระยะยาวของกลไกบานพับใหม่และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ในการใช้งานจริงภายใต้สภาวะการใช้งานหนัก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ที่สนใจอาจต้องการติดตามต่อไป เช่นเดียวกับอุปกรณ์มือถือระดับไฮเอนด์อื่นๆ ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่เกี่ยวกับความพร้อมจำหน่ายในภูมิภาค ราคา และรายละเอียดการรับประกันก่อนตัดสินใจซื้อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 02:50 UTC

ศธ. เดินหน้าส่งเสริม AI และเศรษฐกิจฮาลาลในโรงเรียนมุสลิมไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ศธ. เดินหน้าส่งเสริม AI และเศรษฐกิจฮาลาลในโรงเรียนมุสลิมไทย

กระทรวงศึกษาธิการเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อบูรณาการทักษะภาษา ปัญญาประดิษฐ์ และเศรษฐกิจฮาลาลเข้าสู่หลักสูตรของสถาบันการศึกษาอิสลาม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ศธ. เดินหน้าส่งเสริม AI และเศรษฐกิจฮาลาลในโรงเรียนมุสลิมไทย

แหล่งข่าวเดียว
ศธ. เดินหน้าส่งเสริม AI และเศรษฐกิจฮาลาลในโรงเรียนมุสลิมไทย

กระทรวงศึกษาธิการเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อบูรณาการทักษะภาษา ปัญญาประดิษฐ์ และเศรษฐกิจฮาลาลเข้าสู่หลักสูตรของสถาบันการศึกษาอิสลาม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศโครงการเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับหลักสูตรในสถาบันการศึกษาอิสลามทั่วประเทศ โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาทักษะทางภาษา การบูรณาการการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการส่งเสริมความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจฮาลาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณของการปรับตัวสู่ความฉลาดทางดิจิทัลและการฝึกอบรมด้านเศรษฐกิจเฉพาะทางภายในชุมชนเหล่านี้ การเน้นย้ำเรื่องเศรษฐกิจฮาลาลมีเป้าหมายเพื่อปรับผลลัพธ์ทางการศึกษาให้สอดคล้องกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในตลาดฮาลาลโลก ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างโอกาสทางธุรกิจและวิชาชีพใหม่ๆ ในภูมิภาคที่มีประชากรมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

แม้ว่ากระทรวงฯ จะได้กำหนดวัตถุประสงค์กว้างๆ เหล่านี้ไว้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินงาน ขอบเขตของการนำไปใช้ และโครงสร้างหลักสูตรยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าวิชาเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนทั้งทางศาสนาและทางโลกที่มีอยู่เดิมอย่างไร ในขณะที่โครงการนี้ดำเนินไป อาจส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและมาตรฐานการศึกษาในบางจังหวัด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณและการติดตามผลโครงการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 01:50 UTC

Google ตอบรับข้อกังวลเรื่องการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Google ตอบรับข้อกังวลเรื่องการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

Google ตอบสนองต่อข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงการสร้างงานและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Google ตอบรับข้อกังวลเรื่องการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ตอบรับข้อกังวลเรื่องการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

Google ตอบสนองต่อข้อกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงการสร้างงานและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีโครงการเกิดขึ้นกว่า 30 แห่ง ความกังวลของสาธารณชนได้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรในท้องถิ่น ทั้งในด้านไฟฟ้าและน้ำประปา รวมถึงผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ เพื่อตอบสนองต่อข้อถกเถียงเหล่านี้ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลไทยต้องทบทวนแผนการลงทุนและพิจารณากรอบกฎระเบียบใหม่ Google ได้ออกมาตอบโต้ต่อคำวิจารณ์ดังกล่าว

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ Google กำลังสนับสนุนการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เพื่อให้มั่นใจว่าศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะใช้พลังงานอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทยังได้เน้นย้ำถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจของโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว โดยอ้างถึงอัตราส่วนการสร้างงานที่ 1:9 ซึ่งหมายความว่าสำหรับทุกๆ 1 ตำแหน่งงานโดยตรง จะมีการสนับสนุนอีก 9 ตำแหน่งงานในเศรษฐกิจท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างเกี่ยวกับวิธีที่ประเทศไทยจัดการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการใช้สาธารณูปโภค แม้ว่ารัฐบาลกำลังประเมินวิธีการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเทคโนโลยีและความต้องการของชุมชน แต่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เฉพาะเจาะจงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่านโยบายใหม่เหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการลงทุนในอนาคตอย่างไร และจะสามารถบรรเทาข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่สาธารณชนหยิบยกขึ้นมาได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 สิงหาคม 2026, 01:11 UTC

แม็คกรุ๊ปเดินหน้าสร้างการเติบโตด้วยโมเดลคอลแลบและเทคโนโลยี AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

แม็คกรุ๊ปเดินหน้าสร้างการเติบโตด้วยโมเดลคอลแลบและเทคโนโลยี AI

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 แม็คกรุ๊ปเปิดตัวโปรเจกต์คอลแลบและแบรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงโลว์ซีซั่น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

แม็คกรุ๊ปเดินหน้าสร้างการเติบโตด้วยโมเดลคอลแลบและเทคโนโลยี AI

แหล่งข่าวเดียว
แม็คกรุ๊ปเดินหน้าสร้างการเติบโตด้วยโมเดลคอลแลบและเทคโนโลยี AI

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 แม็คกรุ๊ปเปิดตัวโปรเจกต์คอลแลบและแบรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงโลว์ซีซั่น

แม็คกรุ๊ป (Mc Group) บริษัทค้าปลีกชั้นนำของไทย ประกาศแผนกลยุทธ์เพื่อผลักดันเป้าหมายรายได้ 4.8 พันล้านบาท ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 ของการดำเนินงาน ข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า บริษัทกำลังมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z โดยตั้งเป้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้ 80% ภายใน 3 ปีข้างหน้า

เพื่อลดผลกระทบจากช่วงฤดูฝนที่มีระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งปกติจะเป็นช่วงที่กิจกรรมการค้าปลีกชะลอตัว บริษัทได้เปิดตัวโปรเจกต์คอลแลบ "Mc JEANS x ALANLERT" ซึ่งคาดว่าจะสร้างยอดขายได้ถึง 50 ล้านบาท นอกจากนี้ แม็คกรุ๊ปยังได้กระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอด้วยการเปิดตัวแบรนด์ไลฟ์สไตล์ใหม่ 2 แบรนด์ คือ WIN และ MCJ ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสินค้าและประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ในประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการลูกค้า แม้ว่าบริษัทจะตั้งเป้าหมายทางการเงินที่ท้าทายและวางกลยุทธ์การขยายแบรนด์ไว้แล้ว แต่ความสำเร็จในระยะยาวของแบรนด์ใหม่เหล่านี้และประสิทธิภาพของการใช้ AI ในการรักษาโมเมนตัมยอดขายในช่วงโลว์ซีซั่นยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 15:56 UTC

Best International เปิดตัว 'Ariel' ผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Best International เปิดตัว 'Ariel' ผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี AI

Best International ก้าวเข้าสู่ภาคธุรกิจ AI อย่างเป็นทางการด้วยการเปิดตัว 'Ariel' ผู้ช่วยดิจิทัลตัวใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการข้อมูลและการสนับสนุน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Best International เปิดตัว 'Ariel' ผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี AI

แหล่งข่าวเดียว
Best International เปิดตัว 'Ariel' ผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี AI

Best International ก้าวเข้าสู่ภาคธุรกิจ AI อย่างเป็นทางการด้วยการเปิดตัว 'Ariel' ผู้ช่วยดิจิทัลตัวใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการข้อมูลและการสนับสนุน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2026 บริษัท Best International ได้ประกาศการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ไปสู่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยบริษัทได้เปิดตัว 'Ariel' ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทางดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลเชิงโต้ตอบสำหรับผู้ใช้งาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปิดตัว Ariel ถือเป็นเครื่องมือใหม่ในการเข้าถึงบริการดิจิทัลและข้อมูลต่างๆ ที่บริษัทจัดเตรียมไว้ ในขณะที่ผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น แพลตฟอร์มดังกล่าวอาจช่วยให้การเรียกดูข้อมูลหรือการรับความช่วยเหลือในการใช้บริการต่างๆ ในท้องถิ่นมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ในขณะนี้ ขอบเขตความสามารถที่แท้จริงของ Ariel และการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นที่มีอยู่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม แม้ว่าบริษัทจะระบุว่าการเปิดตัวครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสู่ยุค AI แต่รายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณข้อมูลที่ Ariel สามารถให้ได้ การรองรับภาษา และการเข้าถึงสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นยังคงต้องรอความชัดเจนต่อไป ผู้ที่สนใจใช้งานผู้ช่วยดิจิทัลนี้ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก Best International เพื่อทำความเข้าใจว่าบริการนี้จะมีการพัฒนาอย่างไรและสามารถนำไปปรับใช้กับความต้องการเฉพาะตัวของท่านในระหว่างที่อยู่ในประเทศได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 06:50 UTC

NSM เปิดนิทรรศการ 'AI Revolution' ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

NSM เปิดนิทรรศการ 'AI Revolution' ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) จัดนิทรรศการเชิงโต้ตอบเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยให้เยาวชนเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

NSM เปิดนิทรรศการ 'AI Revolution' ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
NSM เปิดนิทรรศการ 'AI Revolution' ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) จัดนิทรรศการเชิงโต้ตอบเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยให้เยาวชนเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคต

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) ของไทยได้เปิดตัวนิทรรศการล่าสุด 'AI Revolution: The New Human Edge' ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ตามรายงานของ Khaosod Online ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงทักษะการคิดวิเคราะห์ที่จำเป็นในการปรับตัวเข้ากับโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM กล่าวว่านิทรรศการนี้สำรวจวิวัฒนาการของเครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้น ตั้งแต่เครื่องมือหินไปจนถึงคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ และสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถโดยธรรมชาติของมนุษย์ในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน นิทรรศการนี้ถอดรหัสกลไกเบื้องหลังการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึงวิธีการที่ AI ตีความภาพ เสียง และภาษา เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์และอุตสาหกรรม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมนี้เป็นโอกาสพิเศษในการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลทางการศึกษาสำหรับผู้ที่สนใจว่า AI กำลังถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและภาคส่วนวิชาชีพในประเทศไทยอย่างไร แม้ว่านิทรรศการจะให้ภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของ AI แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเวิร์กชอปเชิงโต้ตอบหรือระยะเวลาที่แน่นอนของงานนอกเหนือจากการประกาศเบื้องต้นนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางอย่างเป็นทางการของ NSM

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 สิงหาคม 2026, 12:33 UTC