ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในจังหวัดตราดหลังฝนตกต่อเนื่อง ✦
การเมือง พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว. ✦
เศรษฐกิจ การเพิ่มความคุ้มค่าจากบัตรเดบิต: ข้อมูลเชิงลึกจาก ttb fintip ✦
สุขภาพ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคกว่า 7.5 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยตั้ง 'วอร์รูม' 24 ชม. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลาง ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล บุญสอน ลงแข่งขันวิ่ง 100 เมตร รอบรองชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ ✦
การเมือง ถกเถียงทางการเมืองเรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอยุธยา ✦
ความปลอดภัย อ่างทองเผชิญน้ำท่วมหนักหลังฝนตกต่อเนื่อง ✦
เทคโนโลยี การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติ ✦
การเมือง ผู้นำแรงงานมั่นใจในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง ✦
ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในจังหวัดตราดหลังฝนตกต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในจังหวัดตราดหลังฝนตกต่อเนื่อง

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและถนนถูกตัดขาดในหลายพื้นที่ของจังหวัดตราด ส่งผลให้ต้องเร่งอพยพประชาชนโดยด่วน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 จังหวัดตราดกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง สืบเนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน โดยมีปริมาณน้ำสะสมตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลกระทบต่อพื้นที่

ฝนที่ตกหนักได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายอำเภอ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่าระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ถนนหลายสายถูกตัดขาด ทำให้การสัญจรในพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งดำเนินการอพยพประชาชนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมเพื่อความปลอดภัย

คำแนะนำสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดตราดหรือมีแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ขอให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากระดับความลึกและกระแสน้ำอาจมีความอันตรายเกินกว่าที่คาดการณ์ได้

สถานการณ์ปัจจุบัน

แม้ว่าฝนจะหยุดตกเป็นช่วงๆ แต่ปริมาณน้ำสะสมยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล ขณะนี้หน่วยงานจัดการภัยพิบัติในพื้นที่กำลังเร่งประเมินความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:20 UTC

การเมือง

พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาชนยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว.

พรรคประชาชนได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากพรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า ทางพรรคเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อตรวจสอบกรณีการฮั้วและการกระทำที่อาจไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป

สมาชิกพรรค รวมถึงนายพริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ได้แสดงความมั่นใจในหลักฐานที่รวบรวมมา โดยชี้ว่ากระบวนการคัดเลือกอาจมีความไม่ชอบมาพากล นอกจากเรื่องการร้องเรียนการทุจริตแล้ว ทางพรรคยังคงผลักดันให้มีการบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่พรรคได้เสนอไว้ เพื่อแก้ไขบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันในประเทศไทย แม้ว่า ป.ป.ช. จะได้รับคำร้องแล้ว แต่ทางคณะกรรมการยังไม่ได้ประกาศว่าจะเริ่มการไต่สวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลานานเท่าใด สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดเพื่อดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือไม่ ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นการเมืองภายในประเทศ จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางท่องเที่ยวในชีวิตประจำวัน แต่สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศการถกเถียงทางกฎหมายในปัจจุบันของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:15 UTC

เศรษฐกิจ

การเพิ่มความคุ้มค่าจากบัตรเดบิต: ข้อมูลเชิงลึกจาก ttb fintip

แหล่งข่าวเดียว
การเพิ่มความคุ้มค่าจากบัตรเดบิต: ข้อมูลเชิงลึกจาก ttb fintip

ttb fintip ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้บัตรเดบิตนอกเหนือจากการถอนเงินสดเพียงอย่างเดียว เพื่อปรับปรุงสุขภาพทางการเงินส่วนบุคคล

ตามรายงานจาก Matichon Online แพลตฟอร์มทางการเงิน ttb fintip ได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกด้านการศึกษาเกี่ยวกับการใช้บัตรเดบิตอย่างมีกลยุทธ์ แม้ว่าหลายคนจะพกบัตรเดบิตไว้เพื่อถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มเป็นหลัก แต่ทางแพลตฟอร์มเน้นย้ำว่าเครื่องมือเหล่านี้มีประโยชน์ในวงกว้างสำหรับการจัดการการเงินส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาวในประเทศไทย การเข้าใจฟังก์ชันการทำงานที่ครบถ้วนของบัตรเดบิตในท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ นอกเหนือจากการทำธุรกรรมพื้นฐานแล้ว บัตรหลายใบยังรวมเข้ากับระบบนิเวศธนาคารดิจิทัลที่มีฟีเจอร์การติดตามการใช้จ่าย การกำหนดวงเงิน และโปรแกรมรางวัลหรือเงินคืน การเปลี่ยนจากความคิดที่เน้นการใช้เงินสดมาเป็นการใช้ฟีเจอร์การชำระเงินดิจิทัลจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบค่าใช้จ่ายรายเดือนและควบคุมงบประมาณของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้งานระบบธนาคารในประเทศไทย เนื่องจากอัตราการยอมรับการชำระเงินดิจิทัลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย โครงสร้างค่าธรรมเนียม หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ธนาคารแต่ละรายการ ผู้ใช้ควรตรวจสอบเอกสารของธนาคารของตนเพื่อยืนยันว่าฟีเจอร์ใดบ้างที่สามารถใช้งานได้กับบัตรปัจจุบัน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละสถาบัน บุคคลทั่วไปควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของบัญชีโดยตรงกับผู้ให้บริการเพื่อให้แน่ใจว่าตนกำลังใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างคุ้มค่าที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

สุขภาพ

โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคกว่า 7.5 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่

แหล่งข่าวเดียว
โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคกว่า 7.5 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงอาคารสถานที่

โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 7.5 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาการบำรุงรักษาอาคาร รวมถึงการกำจัดเชื้อรา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์สามารถระดมเงินบริจาคจากประชาชนได้มากกว่า 7.5 ล้านบาท โดยฝ่ายบริหารโรงพยาบาลวางแผนที่จะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการปรับปรุงอาคารสถานที่ที่จำเป็น โดยเริ่มจากการรื้อถอนและเปลี่ยนฝ้าเพดานที่มีปัญหาเชื้อราซึ่งมีกำหนดการในเดือนตุลาคมนี้

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาใช้บริการในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ความคืบหน้านี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่มีมานานซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพของสถานพยาบาล โดยมีเป้าหมายระยะยาวในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินและปลดหนี้สินของโรงพยาบาลให้ได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า

แม้ว่าแผนการแก้ไขปัญหาเชื้อราในเดือนตุลาคมจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แผนการฟื้นฟูทางการเงินในระยะยาวยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ผู้ป่วยและผู้มาติดต่อควรทราบว่าอาจมีการดำเนินงานซ่อมบำรุงในบางพื้นที่ของโรงพยาบาลในระหว่างที่มีการปรับปรุงดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับปรุงและสถานะทางการเงินของโรงพยาบาลเพิ่มเติมเมื่อโครงการดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยตั้ง 'วอร์รูม' 24 ชม. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยตั้ง 'วอร์รูม' 24 ชม. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลาง

รัฐบาลไทยเปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมในภาคกลาง โดยมีการเฝ้าระวังปริมาณฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยได้จัดตั้ง 'วอร์รูม' หรือศูนย์ปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงอย่างเป็นทางการ เพื่อติดตามและป้องกันสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลางของประเทศ โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแล

เจ้าหน้าที่รัฐเปิดเผยว่ากำลังเฝ้าระวังรูปแบบของฝนและระดับน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบรรเทาผลกระทบจากการสะสมของน้ำตามฤดูกาล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภาคกลาง การดำเนินการนี้ถือเป็นการเพิ่มความระมัดระวังในการจัดการน้ำ แม้ว่ารัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างแข็งขัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ายังไม่มีการระบุพื้นที่เสี่ยงภัยเฉพาะเจาะจงในการประกาศนี้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางหรือวางแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศและผลกระทบต่อการเดินทาง ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศูนย์เฝ้าระวังนี้จะมีผลต่อการดำเนินงานของโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นอย่างไร หรือจะมีมาตรการอพยพเฉพาะเจาะจงหรือไม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:21 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล บุญสอน ลงแข่งขันวิ่ง 100 เมตร รอบรองชนะเลิศ เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล บุญสอน ลงแข่งขันวิ่ง 100 เมตร รอบรองชนะเลิศ เอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย เตรียมลงแข่งขันวิ่ง 100 เมตร รอบรองชนะเลิศ ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกยา วันนี้

ในวันที่ 25 กันยายน 2026 “บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดวัย 20 ปี จะลงแข่งขันในรอบรองชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรชาย ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ ปาร์ค แอธเลติก สเตเดียม

รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า ภูริพลผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมในรอบแรก โดยทำเวลาได้ 9.95 วินาที ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดของปีนี้ (SB) และเป็นอันดับ 1 ในรอบดังกล่าว โดยภูริพลมีกำหนดลงแข่งขันในฮีทที่ 1 ลู่ที่ 4 เริ่มเวลา 17.33 น. ตามเวลาท้องถิ่น

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกรีฑาระดับภูมิภาค หากภูริพลสามารถผ่านรอบรองชนะเลิศไปได้ เขาจะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในช่วงค่ำของวันนี้ แม้ว่าผลงานในรอบแรกจะสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนกีฬาเป็นอย่างมาก แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายยังคงต้องรอติดตามจากการแข่งขันในวันนี้ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบตารางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์เพื่อรับชมการแข่งขันได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:17 UTC

การเมือง

ถกเถียงทางการเมืองเรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
ถกเถียงทางการเมืองเรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอยุธยา

นักการเมืองจากพรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กลยุทธ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมของรัฐบาลในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการแจกแผ่นโฟมให้กับประชาชน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดข้อพิพาททางการเมืองเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นหลังจากนายทรงพล สุขสมบูรณ์ สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้เผยแพร่ภาพขณะแจกแผ่นโฟมให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อช่วยรับมือน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในเวลาต่อมา นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีต สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อตั้งคำถามถึงแนวทางการช่วยเหลือดังกล่าว โดยนายทวิวงศ์ตั้งข้อสังเกตว่าการแจกโฟมซึ่งใช้เงินภาษีของประชาชนนั้นเป็นทางออกที่เพียงพอหรือไม่ หรือเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในขณะที่ประชาชนยังคงต้องเผชิญกับปัญหาการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว เขาเน้นย้ำว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก ทั้ง สส. 6 คน รัฐมนตรี 1 คน และ สว. อีก 6 คน จึงควรมีความสามารถในการดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การถกเถียงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในจังหวัดประวัติศาสตร์แห่งนี้ แม้การแจกจ่ายวัสดุจะมุ่งเน้นการช่วยเหลือเบื้องต้น แต่การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองชี้ให้เห็นว่ายังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหรือไม่ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรระมัดระวังและติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:17 UTC

ความปลอดภัย

อ่างทองเผชิญน้ำท่วมหนักหลังฝนตกต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
อ่างทองเผชิญน้ำท่วมหนักหลังฝนตกต่อเนื่อง

พายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างในจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่เร่งอพยพและระบายน้ำอย่างเร่งด่วน ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 จังหวัดอ่างทองกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างเนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและอาสาสมัครกู้ภัย รวมถึงมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำลังเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินได้ในชุมชนวัดอ่างทองขึ้นไปยังชั้น 2 ของบ้านเพื่อความปลอดภัย

หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นกำลังเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะในตำบลบ้านอิฐ ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุฝนตลอดทั้งคืน สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤตเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำในอัตรา 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ล่าสุดระดับน้ำที่สถานีโทรมาตร C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง วัดได้ 7.23 เมตร ซึ่งใกล้ถึงจุดวิกฤตที่ 8 เมตร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้มีการปิดเส้นทางจราจรในบางจุดและกระทบต่อการให้บริการในชีวิตประจำวัน แม้ว่าจะมีการดำเนินมาตรการฉุกเฉินแล้ว แต่ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของน้ำท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉินจากสภาพอากาศในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:17 UTC

เทคโนโลยี

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติ

แหล่งข่าวเดียว
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับชาติ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้รับรางวัล Prime Minister’s Thailand Cybersecurity Excellence Award 2026 จากความก้าวหน้าด้านความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัล

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้รับรางวัล Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2026 โดยมีนายวิโรจน์ บัวคลี่ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้แทนรับโล่รางวัลเกียรติยศและใบประกาศนียบัตรระดับ Tier 1 ในพิธีที่จัดขึ้น ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี ดร.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อเชิดชูเกียรติหน่วยงานที่มีผลงานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ดีเด่นระดับชาติ ตามรายงานของ Khaosod Online การได้รับรางวัลนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ PEA ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้ากำลังให้ความสำคัญกับการปกป้องระบบดิจิทัลอย่างจริงจัง เนื่องจาก PEA ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญซึ่งจ่ายไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนและธุรกิจทั่วประเทศ มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของบริการและปกป้องข้อมูลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แม้ว่ารางวัลนี้จะเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จและการปฏิบัติตามมาตรฐานในปัจจุบัน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพของบริการและการอัปเกรดทางเทคนิคเฉพาะเจาะจงยังคงเป็นกระบวนการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนด้านความปลอดภัยในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับผู้ใช้บริการในระหว่างงานดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:17 UTC

การเมือง

ผู้นำแรงงานมั่นใจในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
ผู้นำแรงงานมั่นใจในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง

พนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย แสดงความมั่นใจอย่างยิ่งต่อการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม โดยอ้างถึงการสนับสนุนที่มีการจัดตั้งจากสหภาพแรงงาน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงความคาดหวังต่อการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง โดยให้สัมภาษณ์ในรายการ 'กรรมกรข่าว คุยนอกจอ' ว่าการหาเสียงของเขาเน้นการจัดตั้งผ่านโครงสร้างสหภาพแรงงานมากกว่าวิธีการหาเสียงแบบทั่วไป เขาระบุว่าทีมงานได้รับคำมั่นจากสมาชิกสหภาพแรงงานส่วนใหญ่จากจำนวน 500,000 คน ที่อยู่ภายใต้สภาแรงงาน 13 แห่งที่เขามีอิทธิพล

พนัสเน้นย้ำว่าผู้นำสหภาพแรงงานในโรงงานต่างๆ กำลังประสานงานกับสมาชิกอย่างแข็งขันเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมากในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยมีการส่งเสริมให้คนงานท่องจำหมายเลขผู้สมัครเพื่ออำนวยความสะดวกในขั้นตอนการลงคะแนน

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เนื่องจากคณะกรรมการประกันสังคมมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการกองทุนและสวัสดิการที่ส่งผลกระทบต่อลูกจ้างหลายล้านคนในประเทศ แม้ว่าพนัสจะแสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ในชัยชนะ แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงยังคงต้องรอการตัดสินจากการลงคะแนนเสียงในวันที่ 27 กันยายนนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการระดมพลที่มีการจัดตั้งนี้จะส่งผลต่อผลการเลือกตั้งอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อนโยบายประกันสังคมในอนาคตอย่างไรบ้าง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:18 UTC

True Corporation เล็งใช้เทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เพื่อขยายสัญญาณ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

True Corporation เล็งใช้เทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เพื่อขยายสัญญาณ

True Corporation กำลังศึกษาแนวทางร่วมมือกับโครงการดาวเทียม LEO ของ Amazon เพื่อแก้ปัญหาจุดอับสัญญาณในพื้นที่ห่างไกลของประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

True Corporation เล็งใช้เทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เพื่อขยายสัญญาณ

แหล่งข่าวเดียว
True Corporation เล็งใช้เทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เพื่อขยายสัญญาณ

True Corporation กำลังศึกษาแนวทางร่วมมือกับโครงการดาวเทียม LEO ของ Amazon เพื่อแก้ปัญหาจุดอับสัญญาณในพื้นที่ห่างไกลของประเทศไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 True Corporation กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาแนวทางการนำเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) มาใช้ในโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่าทางกลุ่มกำลังหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับโครงการดาวเทียม LEO ของ Amazon

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการกำจัดจุดอับสัญญาณทั่วประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าการเชื่อมต่อมีความเสถียรมากขึ้น ในส่วนหนึ่งของกลยุทธ์นี้ True Corporation กำลังพิจารณาขอใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียม ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถให้บริการสัญญาณผ่านดาวเทียมแก่ผู้ใช้งานได้โดยตรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่ความครอบคลุมของสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้มากขึ้นในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ภูเขา ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายมือถือแบบเดิมมักประสบปัญหา การเชื่อมต่อที่ดีขึ้นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการนำทาง การสื่อสารในกรณีฉุกเฉิน และการเข้าถึงบริการดิจิทัลทั่วไปขณะเดินทางในพื้นที่ห่างไกล

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้บริษัทยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและยังไม่ได้ยื่นขอใบอนุญาตดาวเทียมอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อราคาค่าบริการสำหรับผู้ใช้งานปลายทางยังคงขึ้นอยู่กับการเจรจาในอนาคตและการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดย True Corporation ยังไม่ได้ข้อสรุปในข้อตกลงความร่วมมือกับ Amazon

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 10:20 UTC

เครือซีพี, อไรซ์, ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Amazon ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เครือซีพี, อไรซ์, ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Amazon ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI

ความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของไทยและ Amazon มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ในระดับภูมิภาค

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เครือซีพี, อไรซ์, ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Amazon ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI

แหล่งข่าวเดียว
เครือซีพี, อไรซ์, ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Amazon ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI

ความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของไทยและ Amazon มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ในระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี), อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป, ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Amazon ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Thai Post ความร่วมมือนี้ออกแบบมาเพื่อเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเฉพาะในการผลักดันให้เครือซีพีและอไรซ์ก้าวขึ้นเป็น 'ผู้นำด้าน AI' (AI Lighthouses) ในระดับภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้ถือเป็นสัญญาณของการผลักดันครั้งสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของประเทศให้ทันสมัย ในขณะที่ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ในระดับภูมิภาค ผู้ใช้อาจได้เห็นการปรับปรุงบริการดิจิทัล การเชื่อมต่อ และระบบอัตโนมัติที่รวมเข้ากับชีวิตประจำวันในอนาคต การมีส่วนร่วมของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Amazon ชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้จะใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญระดับสากลเพื่อยกระดับขีดความสามารถในท้องถิ่น

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ด้าน AI ของประเทศไทย แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน ทั้งกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดตัวบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI เหล่านี้ ลักษณะที่แน่นอนของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และผลกระทบโดยตรงต่อแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภคยังไม่มีการเปิดเผยในขณะนี้ คาดว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมในขณะที่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้ดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 09:12 UTC

เครือซีพีและ AWS จับมือผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เครือซีพีและ AWS จับมือผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI

เครือซีพี ทรู คอร์ปอเรชั่น และอไรซ์ เวนเจอร์ส ลงนามความร่วมมือ 5 ปีกับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อเร่งการใช้งาน AI ในประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เครือซีพีและ AWS จับมือผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI

แหล่งข่าวเดียว
เครือซีพีและ AWS จับมือผลักดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI

เครือซีพี ทรู คอร์ปอเรชั่น และอไรซ์ เวนเจอร์ส ลงนามความร่วมมือ 5 ปีกับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อเร่งการใช้งาน AI ในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 Prachachat Business รายงานว่าเครือซีพี ทรู คอร์ปอเรชั่น และอไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะเวลา 5 ปีกับ Amazon Web Services (AWS) โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของภูมิภาคผ่านโครงการ 'AI in All'

ตามรายงานระบุว่า ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่การนำเทคโนโลยี AI เข้าไปบูรณาการในภาคธุรกิจต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อขับเคลื่อนการใช้งานจริง โดยการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์และความเชี่ยวชาญระดับโลกของ AWS ซึ่งกลุ่มพันธมิตรตั้งเป้าที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของเศรษฐกิจไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความคิดริเริ่มนี้บ่งชี้ถึงความพยายามครั้งสำคัญในการยกระดับบริการและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในท้องถิ่น ซึ่งอาจนำไปสู่การมีเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ส่วนสำหรับนักท่องเที่ยว สิ่งนี้อาจหมายถึงการเชื่อมต่อทางดิจิทัลที่ดีขึ้นและบริการอัจฉริยะที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในภาคการท่องเที่ยวและการบริการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แม้ว่าความร่วมมือนี้จะมีระยะเวลา 5 ปี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปิดตัวเครื่องมือ AI เหล่านี้สู่สาธารณะหรือมูลค่าการลงทุนทางการเงินที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเปลี่ยนจากการใช้งานในระดับองค์กรไปสู่การใช้งานสำหรับผู้บริโภคได้รวดเร็วเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 09:20 UTC

ส.อ.ท. เสนอใช้เทคโนโลยี SMR ทดแทนโรงไฟฟ้าก๊าซในนิคมอุตสาหกรรม
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ส.อ.ท. เสนอใช้เทคโนโลยี SMR ทดแทนโรงไฟฟ้าก๊าซในนิคมอุตสาหกรรม

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สนับสนุนการนำเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มาใช้ทดแทนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบดั้งเดิมในนิคมอุตสาหกรรม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ส.อ.ท. เสนอใช้เทคโนโลยี SMR ทดแทนโรงไฟฟ้าก๊าซในนิคมอุตสาหกรรม

แหล่งข่าวเดียว
ส.อ.ท. เสนอใช้เทคโนโลยี SMR ทดแทนโรงไฟฟ้าก๊าซในนิคมอุตสาหกรรม

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สนับสนุนการนำเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มาใช้ทดแทนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบดั้งเดิมในนิคมอุตสาหกรรม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เสนอให้มีการนำเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มาใช้เป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์แทนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ใกล้เขตอุตสาหกรรม ข้อเสนอนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์พลังงานในท้องถิ่น แม้ว่า ส.อ.ท. จะเสนอว่า SMR อาจให้แหล่งพลังงานที่มั่นคงและคาดการณ์ได้มากขึ้น แต่การเปลี่ยนผ่านนี้เกี่ยวข้องกับข้อพิจารณาทางเทคโนโลยีและกฎระเบียบที่ซับซ้อน ขณะนี้ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการหารือ และยังคงต้องยืนยันว่ารัฐบาลจะรับนโยบายนี้ไปปฏิบัติหรือไม่ รวมถึงโปรโตคอลความปลอดภัยเฉพาะที่จะนำมาใช้ และการจัดการการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานและการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมจะเป็นอย่างไร

ในปัจจุบัน ข้อเสนอนี้ทำหน้าที่เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจาก ส.อ.ท. เพื่อจัดการกับข้อกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน ยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการ และยังไม่มีการประกาศสถานที่เฉพาะสำหรับโครงการนำร่อง SMR แต่อย่างใด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายพลังงานและการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:50 UTC

แสนสิริเปิดจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริเปิดจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แสนสิริ ประกาศเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลชุดใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3.70% โดยเปิดให้จองซื้อตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

แสนสิริเปิดจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริเปิดจองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปฯ เป๋าตัง

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แสนสิริ ประกาศเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลชุดใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3.70% โดยเปิดให้จองซื้อตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมนี้

ตามรายงานจาก Matichon Online บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย แสนสิริ เตรียมเปิดให้จองซื้อหุ้นกู้ดิจิทัลชุดล่าสุดในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.70% และทำการตลาดโดยตรงกับนักลงทุนผ่านแอปพลิเคชันมือถือ 'เป๋าตัง'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการเครื่องมือทางการเงินดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุนในท้องถิ่น การใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับบริการทางการเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงตราสารหนี้ของบริษัทได้ง่ายขึ้น ความสะดวกนี้อาจเป็นที่สนใจสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายการถือครองทางการเงินในท้องถิ่นโดยใช้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความมั่นคง

แม้ว่าจะมีการระบุอัตราดอกเบี้ยและวันที่เปิดจองซื้อไว้อย่างชัดเจนแล้ว แต่นักลงทุนที่สนใจควรทราบว่าเงื่อนไขเฉพาะเกี่ยวกับระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำ และปริมาณการออกหุ้นกู้รวมนั้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดไว้ในการประกาศเบื้องต้น ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบหนังสือชี้ชวนอย่างเป็นทางการที่มีให้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือผ่านช่องทางนักลงทุนสัมพันธ์ของแสนสิริ เพื่อยืนยันรายละเอียดที่สำคัญเหล่านี้ก่อนตัดสินใจลงทุน เช่นเดียวกับการลงทุนทางการเงินทุกประเภท บุคคลทั่วไปควรดำเนินการตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองหรือปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหุ้นกู้ของบริษัท

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:10 UTC

แสนสิริเปิดจองซื้อ “หุ้นกู้ดิจิทัล” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

แสนสิริเปิดจองซื้อ “หุ้นกู้ดิจิทัล” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

แสนสิริและธนาคารกรุงไทยเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.70% เปิดให้จองซื้อตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

แสนสิริเปิดจองซื้อ “หุ้นกู้ดิจิทัล” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

แหล่งข่าวเดียว
แสนสิริเปิดจองซื้อ “หุ้นกู้ดิจิทัล” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

แสนสิริและธนาคารกรุงไทยเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.70% เปิดให้จองซื้อตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ประกาศเสนอขาย “หุ้นกู้ดิจิทัลแสนสิริ” รุ่นใหม่ โดยมีอายุหุ้นกู้ 5 ปี และอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.70% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน

นักลงทุนสามารถเข้าร่วมจองซื้อได้ผ่านวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น โดยจะเปิดให้จองซื้อพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อรายการ โดยการเสนอขายจะเปิดจนกว่าจะมีผู้จองซื้อเต็มจำนวนหรือสิ้นสุดภายในเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย หุ้นกู้ดิจิทัลนี้ถือเป็นช่องทางการลงทุนที่เข้าถึงได้ง่ายผ่านแพลตฟอร์มการเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ แม้ว่ารูปแบบดิจิทัลจะช่วยให้การจองซื้อสะดวกขึ้น แต่นักลงทุนควรทราบว่าความพร้อมในการลงทุนขึ้นอยู่กับยอดจองซื้อรวม ณ ขณะนี้ยังต้องติดตามว่าหุ้นกู้จะถูกจองซื้อเต็มจำนวนเร็วเพียงใด เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านวงเงินการออกหุ้นกู้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลความพร้อมในการจองซื้อได้ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังแบบเรียลไทม์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:12 UTC

LEPAS เปิดตัว 'Elegant Technology' ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

LEPAS เปิดตัว 'Elegant Technology' ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในประเทศไทย

LEPAS แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่จาก Chery Auto เข้าสู่ตลาดไทยโดยมุ่งเน้นที่เทคโนโลยีอัจฉริยะและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

LEPAS เปิดตัว 'Elegant Technology' ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
LEPAS เปิดตัว 'Elegant Technology' ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในประเทศไทย

LEPAS แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่จาก Chery Auto เข้าสู่ตลาดไทยโดยมุ่งเน้นที่เทคโนโลยีอัจฉริยะและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 LEPAS แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ภายใต้เครือ Chery Auto ได้ประกาศกลยุทธ์หลักในการมุ่งเน้น 'Elegant Technology' โดยแบรนด์มีเป้าหมายที่จะผสานรวมฟีเจอร์อัจฉริยะขั้นสูงเข้ากับยานยนต์เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่โดยรวมสำหรับผู้บริโภคในตลาดประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการเพิ่มทางเลือกในภาคยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานใหม่ของประเทศ ในขณะที่ภูมิทัศน์ยานยนต์กำลังเปลี่ยนไปสู่การขนส่งที่ชาญฉลาดและเชื่อมต่อกันมากขึ้น การเข้ามาของแบรนด์อย่าง LEPAS อาจส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดท้องถิ่นและความพร้อมของฟีเจอร์ยานยนต์ไฮเทคสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือเช่าโซลูชันการเดินทางที่ทันสมัย

แม้ว่าทางแบรนด์จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นใน 'Elegant Technology' แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับรุ่นรถยนต์ที่จะวางจำหน่าย ราคา และกำหนดการวางจำหน่ายที่ตัวแทนจำหน่ายในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ขอบเขตที่ฟีเจอร์อัจฉริยะเหล่านี้จะได้รับการปรับให้เข้ากับตลาดไทย เช่น การรองรับภาษาหรือการรวมเข้ากับบริการนำทางในท้องถิ่น ยังไม่มีการระบุรายละเอียด ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Chery Auto หรือตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมว่ารถยนต์เหล่านี้จะพร้อมให้สาธารณชนเข้าถึงได้เมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:14 UTC

ซีอีโอ Bangchak ชี้ความท้าทายด้านพลังงานและ AI ระดับโลกที่มีต่อประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ซีอีโอ Bangchak ชี้ความท้าทายด้านพลังงานและ AI ระดับโลกที่มีต่อประเทศไทย

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช เตือนถึงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และพลังงานโลก พร้อมเสนอภาคเกษตรและเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นแนวทางยุทธศาสตร์ของไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ซีอีโอ Bangchak ชี้ความท้าทายด้านพลังงานและ AI ระดับโลกที่มีต่อประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ซีอีโอ Bangchak ชี้ความท้าทายด้านพลังงานและ AI ระดับโลกที่มีต่อประเทศไทย

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช เตือนถึงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และพลังงานโลก พร้อมเสนอภาคเกษตรและเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นแนวทางยุทธศาสตร์ของไทย

ในระหว่างงานสัมมนา 'NEW ENERGY FOR THAILAND' ที่จัดโดยมติชน นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก ได้กล่าวถึงจุดตัดระหว่างวิกฤตการณ์โลกกับอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลจากการประชุม World Economic Forum ที่กรุงเจนีวา นายชัยวัฒน์ระบุถึงความกังวลหลักระดับโลก 2 ประการ ได้แก่ การยกระดับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันด้านเงินทุนที่รุนแรงจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

นายชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ทั่วโลกกำลังสร้างความต้องการพลังงานมหาศาล ซึ่งเมื่อรวมกับความขัดแย้งทางอาวุธที่กำลังดำเนินอยู่ ถือเป็นความท้าทายที่ซับซ้อนสำหรับทุกประเทศ เขาเน้นย้ำว่าประเทศไทยต้องปรับตัวเชิงรุกต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ โดยเสนอให้ใช้จุดแข็งด้านการเกษตรของไทยและการขยายภาคเชื้อเพลิงชีวภาพเป็นทางออกเชิงยุทธศาสตร์ในการรับมือกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมของไทยไปสู่การสร้างนวัตกรรมสีเขียวและพลังงานชีวภาพ แม้ว่าภาคส่วนเหล่านี้จะถูกวางให้เป็นกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่การดำเนินนโยบายที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นว่าทั้งภาครัฐและเอกชนตระหนักถึงผลกระทบของแนวโน้มเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีต่อภูมิทัศน์พลังงานในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:13 UTC

Gulf Energy มองการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในไทยเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Gulf Energy มองการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในไทยเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์

Gulf Energy Development ชี้ว่าการที่ไทยเข้าสู่ตลาดศูนย์ข้อมูลช้ากว่าประเทศอื่นกลับเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับยุค AI

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Gulf Energy มองการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในไทยเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์

แหล่งข่าวเดียว
Gulf Energy มองการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในไทยเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์

Gulf Energy Development ชี้ว่าการที่ไทยเข้าสู่ตลาดศูนย์ข้อมูลช้ากว่าประเทศอื่นกลับเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับยุค AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 บริษัท Gulf Energy Development ได้กล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย โดยบริษัทให้เหตุผลว่าแม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ตลาดศูนย์ข้อมูลช้ากว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค แต่ความล่าช้านี้กลับมอบข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ด้วยการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ประเทศไทยจึงอยู่ในตำแหน่งที่สามารถสร้างมูลค่าทางดิจิทัลได้อย่างมีนัยสำคัญและดึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เคยไหลออกไปยังต่างประเทศให้กลับคืนสู่ประเทศได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสถียรของอินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้น บริการคลาวด์ที่รวดเร็วขึ้น และระบบนิเวศที่กว้างขวางขึ้นสำหรับธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ในขณะที่ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจ AI ระดับโลกมากขึ้น คาดว่าภูมิทัศน์ทางดิจิทัลในท้องถิ่นจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งอาจดึงดูดการลงทุนและบุคลากรที่มีความสามารถจากต่างประเทศได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่าจะมีการเน้นย้ำถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อการใช้พลังงานในท้องถิ่นและมาตรการความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้จะนำมาใช้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป นอกจากนี้ ขอบเขตที่ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อบริการดิจิทัลสำหรับผู้บริโภคในอนาคตอันใกล้นั้นยังไม่ชัดเจนนัก ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่ารัฐบาลและภาคเอกชนจะสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วนี้กับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 08:12 UTC

True Corporation ศึกษาการรวมดาวเทียม Amazon Leo เพื่อขยายเครือข่าย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

True Corporation ศึกษาการรวมดาวเทียม Amazon Leo เพื่อขยายเครือข่าย

True Corporation และ Arize Venture Group ร่วมมือกับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อยกระดับความสามารถด้าน AI และกำลังศึกษาการใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำ Amazon Leo เพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

True Corporation ศึกษาการรวมดาวเทียม Amazon Leo เพื่อขยายเครือข่าย

แหล่งข่าวเดียว
True Corporation ศึกษาการรวมดาวเทียม Amazon Leo เพื่อขยายเครือข่าย

True Corporation และ Arize Venture Group ร่วมมือกับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อยกระดับความสามารถด้าน AI และกำลังศึกษาการใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำ Amazon Leo เพื่อปรับปรุงการเชื่อมต่อในพื้นที่ห่างไกล

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand บริษัท True Corporation และ Arize Venture Group ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Amazon Web Services (AWS) โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการของ True Corporation ระบุว่าความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ระดับที่ 5 เพื่อนำเทคโนโลยีคลาวด์-AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ

นอกเหนือจากการพัฒนา AI แล้ว ความร่วมมือดังกล่าวยังมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของ True ให้ทันสมัย โดยบริษัทกำลังทำงานเพื่อปรับปรุงระบบการจัดการคลาวด์เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของแอปพลิเคชัน ความปลอดภัย และการกำกับดูแลด้านไอที ซึ่งรวมถึงการนำระบบบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) และเครื่องมือแก้ไขปัญหาเครือข่ายแบบเรียลไทม์มาใช้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของบริการ

นอกจากนี้ True Corporation กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการรวมบริการดาวเทียมวงโคจรต่ำ Amazon Leo เข้ากับเครือข่ายของบริษัท ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังภูมิภาคที่ห่างไกลและเข้าถึงได้ยากในประเทศไทย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงโอกาสในการปรับปรุงความครอบคลุมของเครือข่ายและความเสถียรของบริการในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ภูเขาที่โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมมีจำกัด แม้ว่าการรวมระบบ AI และการจัดการคลาวด์จะกำลังดำเนินการอยู่ แต่การใช้งาน Amazon Leo ยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษา โดยยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการนำมาใช้งานจริงหรือความพร้อมในการให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:31 UTC

ไทยชู 'ทางหลวงดิจิทัล' ดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับโลก
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยชู 'ทางหลวงดิจิทัล' ดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับโลก

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กำลังผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก (Hyperscalers) โดยเน้นย้ำถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยชู 'ทางหลวงดิจิทัล' ดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับโลก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยชู 'ทางหลวงดิจิทัล' ดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับโลก

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กำลังผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก (Hyperscalers) โดยเน้นย้ำถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กำลังส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐาน 'ทางหลวงดิจิทัล' ของประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อดึงดูดการลงทุนจากผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก (Hyperscalers) โดยหน่วยงานระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานนี้เป็นจุดแข็งในการแข่งขันที่สำคัญของประเทศ

แม้จะมีความคืบหน้าดังกล่าว แต่ depa เน้นย้ำว่าการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มผลิตภาพของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ หน่วยงานจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะด้าน Deep Tech และ AI โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน 5 อุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ การเงิน การผลิต โลจิสติกส์ ค้าปลีก และคอนเทนต์ นอกจากนี้ depa ยังกำลังพัฒนา 'Thai LLM' (โมเดลภาษาขนาดใหญ่) เพื่อลดการรั่วไหลทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการพึ่งพาระบบ AI ที่พัฒนาจากต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนาเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวไปสู่เศรษฐกิจที่มีการบูรณาการทางเทคโนโลยีมากขึ้น แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอาจช่วยปรับปรุงการเชื่อมต่อและประสิทธิภาพของบริการในอนาคต แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อบริการดิจิทัลในชีวิตประจำวันและความสำเร็จของโครงการ Thai LLM ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป การที่หน่วยงานมุ่งเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบนิเวศดิจิทัลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น แม้ว่ากรอบเวลาสำหรับการปรับปรุงทางอุตสาหกรรมเหล่านี้ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 07:15 UTC

สจล. เปิดตัวโครงการ 'From Lab to Life' มุ่งสร้างนักศึกษาให้เป็นนวัตกรตั้งแต่ปี 1
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สจล. เปิดตัวโครงการ 'From Lab to Life' มุ่งสร้างนักศึกษาให้เป็นนวัตกรตั้งแต่ปี 1

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดตัวโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนนักศึกษาให้เป็นนวัตกรตั้งแต่ปีแรกของการศึกษา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สจล. เปิดตัวโครงการ 'From Lab to Life' มุ่งสร้างนักศึกษาให้เป็นนวัตกรตั้งแต่ปี 1

แหล่งข่าวเดียว
สจล. เปิดตัวโครงการ 'From Lab to Life' มุ่งสร้างนักศึกษาให้เป็นนวัตกรตั้งแต่ปี 1

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดตัวโครงการใหม่ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนนักศึกษาให้เป็นนวัตกรตั้งแต่ปีแรกของการศึกษา

กลยุทธ์นวัตกรรมใหม่ของ สจล.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดตัวโครงการ 'From Lab to Life' อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมให้กับนักศึกษาตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางการศึกษา โดยมุ่งเน้นไปที่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 เป็นหลัก

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์การศึกษาของไทยที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติที่พร้อมสำหรับอุตสาหกรรม การที่ สจล. สนับสนุนให้นักศึกษานำโครงการวิจัยและงานในห้องปฏิบัติการไปประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างระหว่างทฤษฎีทางวิชาการและความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ สิ่งนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของสตาร์ทอัพในท้องถิ่นและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจากระบบนิเวศของมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจส่งผลต่อวงการเทคโนโลยีและตลาดแรงงานในท้องถิ่นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

สิ่งที่ยังต้องติดตาม

แม้ว่าทางสถาบันจะประกาศเป้าหมายในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของนักศึกษา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนหลักสูตร ประเภทของระบบสนับสนุนที่มีให้สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และตัวชี้วัดความสำเร็จในระยะยาวนั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาอย่างครบถ้วน ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าโครงการทางวิชาการเหล่านี้จะสามารถเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จับต้องได้ในตลาดไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:31 UTC

ไทยและญี่ปุ่นกระชับความร่วมมือด้านเกษตรอัจฉริยะ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยและญี่ปุ่นกระชับความร่วมมือด้านเกษตรอัจฉริยะ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีญี่ปุ่นมาใช้ในภาคเกษตรกรรมของไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยและญี่ปุ่นกระชับความร่วมมือด้านเกษตรอัจฉริยะ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและญี่ปุ่นกระชับความร่วมมือด้านเกษตรอัจฉริยะ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีญี่ปุ่นมาใช้ในภาคเกษตรกรรมของไทย

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้หารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเพื่อผลักดันความร่วมมือทวิภาคีในด้านเกษตรอัจฉริยะ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของญี่ปุ่นในการลดภาระการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรไทย โดยเน้นเป็นพิเศษที่การสนับสนุนแรงงานภาคเกษตรที่มีอายุมากขึ้น

ความร่วมมือนี้ตั้งใจที่จะต่อยอดจากกรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ที่มีอยู่ โดยประเด็นสำคัญที่มุ่งเน้น ได้แก่ การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การพัฒนาร่วมกัน มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และการค้าสินค้าเกษตร รัฐบาลหวังว่าการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงจะช่วยปรับปรุงแนวทางการทำฟาร์มและเพิ่มประสิทธิภาพในภาคส่วนนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวในการปรับปรุงเศรษฐกิจชนบทให้ทันสมัย ซึ่งยังคงเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ แม้ว่าการประชุมจะสร้างกรอบความร่วมมือไว้แล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีเหล่านี้และลักษณะที่แท้จริงของโครงการร่วมในอนาคตยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ากรอบการทำงานทางวิชาการและการค้านี้จะนำไปสู่การปรับปรุงผลผลิตทางการเกษตรในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 06:16 UTC

True Corporation เล็งใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำ Amazon LEO เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

True Corporation เล็งใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำ Amazon LEO เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

True Corporation กำลังศึกษาแนวทางการนำเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ของ Amazon มาใช้เพื่อขยายความครอบคลุมของอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

True Corporation เล็งใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำ Amazon LEO เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

แหล่งข่าวเดียว
True Corporation เล็งใช้ดาวเทียมวงโคจรต่ำ Amazon LEO เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

True Corporation กำลังศึกษาแนวทางการนำเทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ของ Amazon มาใช้เพื่อขยายความครอบคลุมของอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ในประเทศไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 True Corporation กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำบริการดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ของ Amazon มาบูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของบริษัท นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการของ True ระบุว่าบริษัทกำลังสำรวจอย่างจริงจังว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ทั่วประเทศไทยได้อย่างไร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสในการปรับปรุงความเสถียรและความครอบคลุมของอินเทอร์เน็ตในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินแบบเดิมอาจมีจำกัด การเชื่อมต่อที่ดีขึ้นอาจนำไปสู่การเข้าถึงบริการดิจิทัล เครื่องมือนำทาง และแพลตฟอร์มการสื่อสารที่สม่ำเสมอมากขึ้นทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน True Corporation ยังไม่ได้สรุปกลยุทธ์การใช้งานหรือยืนยันกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินการ นอกจากนี้ บริษัทยังระบุถึงความพร้อมที่จะร่วมมือกับพันธมิตรหรือคู่แข่งที่มีใบอนุญาตดาวเทียมอยู่แล้วเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการนี้ เนื่องจากโครงการยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ขอบเขตของการบูรณาการและผลกระทบต่อข้อเสนอการบริการสำหรับผู้บริโภคจึงยังคงต้องรอการประกาศเพิ่มเติมจากบริษัทต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:15 UTC

บริษัทเทคโนโลยีไทย iApp เปิดตัวโมเดลกฎหมาย OpenThai 2.0
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

บริษัทเทคโนโลยีไทย iApp เปิดตัวโมเดลกฎหมาย OpenThai 2.0

บริษัท iApp Technology ของไทยได้เปิดตัว OpenThai 2.0 Legal ซึ่งเป็นโมเดล AI แบบ Open-Weight ที่พัฒนาต่อยอดจาก NVIDIA Nemotron โดยออกแบบมาเพื่อช่วยงานด้านเอกสารกฎหมายไทยโดยเฉพาะ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

บริษัทเทคโนโลยีไทย iApp เปิดตัวโมเดลกฎหมาย OpenThai 2.0

แหล่งข่าวเดียว
บริษัทเทคโนโลยีไทย iApp เปิดตัวโมเดลกฎหมาย OpenThai 2.0

บริษัท iApp Technology ของไทยได้เปิดตัว OpenThai 2.0 Legal ซึ่งเป็นโมเดล AI แบบ Open-Weight ที่พัฒนาต่อยอดจาก NVIDIA Nemotron โดยออกแบบมาเพื่อช่วยงานด้านเอกสารกฎหมายไทยโดยเฉพาะ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท AI สัญชาติไทย iApp Technology ได้เปิดตัว 'OpenThai 2.0 Legal' อย่างเป็นทางการ โมเดล AI ใหม่นี้พัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรม NVIDIA Nemotron และได้รับการปรับแต่งมาเพื่อจัดการกับความซับซ้อนของคำศัพท์และเอกสารทางกฎหมายของไทยโดยเฉพาะ ทางบริษัทได้เปิดให้ดาวน์โหลดโมเดลนี้ได้ฟรี โดยวางตำแหน่งให้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่ต้องทำงานในแวดวงกฎหมายท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองในแง่ของการประมวลผลและการเข้าถึงข้อมูลทางกฎหมาย แม้ว่าโมเดลนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการอ้างอิงกฎหมายและการสนับสนุนด้านเอกสาร แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี ไม่ใช่นักกฎหมายที่มีคุณสมบัติวิชาชีพ การนำ AI ดังกล่าวมาใช้ในภาคกฎหมายอาจช่วยเพิ่มความคล่องตัวในงานธุรการได้ แต่ความแม่นยำในสถานการณ์ทางกฎหมายที่ซับซ้อนในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นยังคงต้องรอการทดสอบจากสาธารณชนอย่างเต็มรูปแบบ

ในขณะนี้ ข้อจำกัดเฉพาะด้านความแม่นยำของโมเดลและการปฏิบัติตามมาตรฐานกฎระเบียบอย่างเป็นทางการสำหรับการให้คำปรึกษาทางกฎหมายยังไม่มีการระบุรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วน ผู้ใช้งานควรตระหนักว่าแม้โมเดลนี้จะเป็นแบบ Open-Weight และเข้าถึงได้ง่าย แต่ก็ไม่สามารถทดแทนความจำเป็นในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีใบอนุญาตสำหรับคำแนะนำที่มีผลผูกพันหรือเอกสารทางราชการได้ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของโมเดลในสภาพแวดล้อมการทำงานจริงเมื่อมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 05:16 UTC

เผยเลขเด็ดจาก AI สำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กันยายนนี้
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เผยเลขเด็ดจาก AI สำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กันยายนนี้

มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้คำนวณสถิติย้อนหลังเพื่อประเมินตัวเลขสำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลไทยงวดวันที่ 1 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เผยเลขเด็ดจาก AI สำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
เผยเลขเด็ดจาก AI สำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กันยายนนี้

มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้คำนวณสถิติย้อนหลังเพื่อประเมินตัวเลขสำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลไทยงวดวันที่ 1 กันยายน 2569

ในขณะที่การออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลไทยงวดวันที่ 1 กันยายน 2569 ใกล้เข้ามา เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในวิธีการเสี่ยงโชคของผู้คน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้คำนวณหาตัวเลขที่มีโอกาสออกรางวัลโดยวิเคราะห์จากสถิติย้อนหลัง 10 ปี

แทนที่จะพึ่งพาวิธีการแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว เช่น การส่องเลขจากธูปมงคล เลขหางประทัด หรือเลขจากอ่างน้ำมนต์ ผู้เสี่ยงโชคบางส่วนได้หันมาใช้การคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยโมเดล AI จะประมวลผลข้อมูลสถิติควบคู่ไปกับแนวโน้มในช่วงปัจจุบันเพื่อประเมินความน่าจะเป็นของตัวเลขที่จะปรากฏในการออกรางวัลครั้งนี้ รายงานระบุถึงตัวเลขท้าย 2 ตัวที่ได้จากการวิเคราะห์ทางสถิติ เช่น 87, 92, 53, 14 และ 68

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวันของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้น แม้แต่ในกิจกรรมยามว่างแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงผลลัพธ์จากการประเมินทางสถิติเท่านั้น ผู้พัฒนาโมเดล AI ย้ำว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่การันตีได้ และควรพิจารณาว่าเป็นเพียงการประเมินเชิงคาดการณ์เท่านั้น เช่นเดียวกับการเสี่ยงโชคทั่วไป ผลการออกรางวัลยังคงขึ้นอยู่กับโอกาสและความน่าจะเป็น และไม่มีวิธีการทางวิทยาศาสตร์ใดที่สามารถทำนายผลการออกรางวัลอย่างเป็นทางการได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 03:52 UTC

WHA Corporation เผยแนวโน้ม 2 ปีข้างหน้าสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ AI
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

WHA Corporation เผยแนวโน้ม 2 ปีข้างหน้าสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ AI

WHA Corporation ระบุว่าช่วง 2 ปีข้างหน้าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการพัฒนากฎระเบียบด้านพลังงานและศูนย์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

WHA Corporation เผยแนวโน้ม 2 ปีข้างหน้าสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ AI

แหล่งข่าวเดียว
WHA Corporation เผยแนวโน้ม 2 ปีข้างหน้าสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ AI

WHA Corporation ระบุว่าช่วง 2 ปีข้างหน้าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการพัฒนากฎระเบียบด้านพลังงานและศูนย์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในประเทศไทย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาด้านโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ ได้ระบุว่าช่วง 2 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับอนาคตของภาคพลังงานและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในประเทศไทย บริษัทเน้นย้ำว่ากรอบเวลานี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสร้างกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทางเพื่อธุรกิจ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเตรียมพร้อมรองรับอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น คาดว่าจะมีความต้องการพลังงานที่มั่นคงและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อความพร้อมใช้งานของบริการดิจิทัลและการปรับปรุงเขตอุตสาหกรรมให้ทันสมัยทั่วประเทศ

แม้ว่า WHA Corporation จะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของการปรับปรุงกฎระเบียบเหล่านี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะที่แน่ชัดของกฎระเบียบภาครัฐฉบับใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล และนโยบายด้านพลังงานเฉพาะที่จะสนับสนุนการเติบโตนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อทำความเข้าใจว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไรและอาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในวงกว้างอย่างไรในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 03:15 UTC

รัฐบาลไทยโชว์ศักยภาพเทคโนโลยี AI ตรวจสอบข่าวปลอมบนเวทีสื่อระดับภูมิภาค
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยโชว์ศักยภาพเทคโนโลยี AI ตรวจสอบข่าวปลอมบนเวทีสื่อระดับภูมิภาค

กรมประชาสัมพันธ์นำเสนอเทคโนโลยีตรวจสอบข่าวปลอมด้วย AI ในงานประชุมสื่อระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ประเทศเนปาล

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

รัฐบาลไทยโชว์ศักยภาพเทคโนโลยี AI ตรวจสอบข่าวปลอมบนเวทีสื่อระดับภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยโชว์ศักยภาพเทคโนโลยี AI ตรวจสอบข่าวปลอมบนเวทีสื่อระดับภูมิภาค

กรมประชาสัมพันธ์นำเสนอเทคโนโลยีตรวจสอบข่าวปลอมด้วย AI ในงานประชุมสื่อระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่ประเทศเนปาล

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2026 กรมประชาสัมพันธ์ (PRD) ของรัฐบาลไทยได้นำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อใช้ในการต่อต้านข้อมูลบิดเบือน โดยการนำเสนอเกิดขึ้นระหว่างงานประชุมสื่อระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่จัดขึ้นในประเทศเนปาล ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการรักษาความถูกต้องของข้อมูลในยุคดิจิทัล

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบข้อมูลด้วย AI ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกระแสข้อมูลในพื้นที่ดิจิทัล เนื่องจากข้อมูลบิดเบือนมักนำไปสู่ความสับสนเกี่ยวกับบริการสาธารณะ คำแนะนำการเดินทาง หรือกฎระเบียบในท้องถิ่น การนำระบบตรวจจับอัตโนมัติมาใช้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ช่องทางการสื่อสารของทางการมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น การติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวของรัฐบาลที่ผ่านการตรวจสอบแล้วยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลที่ถูกต้องในพื้นที่

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยัน

แม้ว่ากรมประชาสัมพันธ์จะแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถทางเทคนิคของเครื่องมือ AI บนเวทีระดับนานาชาติแล้ว แต่ยังไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินงานสำหรับการบูรณาการระบบเหล่านี้เข้ากับบริการข้อมูลสาธารณะในชีวิตประจำวันอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ทางการยังต้องชี้แจงเพิ่มเติมว่าเครื่องมือเหล่านี้จะมีปฏิสัมพันธ์กับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของบุคคลที่สามหรือกลไกการรายงานข้อมูลของประชาชนอย่างไร สำหรับการอัปเดตเพิ่มเติม ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมประชาสัมพันธ์

ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 สิงหาคม 2026, 02:50 UTC