ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
กีฬา โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว. ✦
กีฬา “บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์ ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง ✦
กฎหมาย ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม ✦
กฎหมาย คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน ✦
การขนส่ง ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง ✦
เศรษฐกิจ ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน ✦
ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

กีฬา

โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
โอฮาชิประกาศเป้าหมายคว้าแชมป์โลกหลังคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

หลังจากคว้าเหรียญทองว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตรในเอเชียนเกมส์ โอฮาชิได้ประกาศความตั้งใจที่จะคว้าแชมป์โลกและทำลายสถิติโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online นักว่ายน้ำโอฮาชิประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันว่ายน้ำท่ากบ 200 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ หลังจากชัยชนะครั้งสำคัญนี้ นักกีฬาได้ประกาศต่อสาธารณะว่าเป้าหมายใหญ่ต่อไปของเธอคือการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ เธอยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำลายสถิติโลกในประเภทนี้อีกด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้เน้นย้ำถึงระดับการแข่งขันว่ายน้ำที่สูงในระดับภูมิภาค ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาอาจสนใจติดตามความคืบหน้าของโอฮาชิในขณะที่เธอก้าวจากความสำเร็จระดับภูมิภาคไปสู่เป้าหมายระดับโลก

แม้ว่าผลงานของเธอในเอเชียนเกมส์จะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งต่อไปและการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมของเธอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้แฟนกีฬาและผู้ติดตามคอยติดตามข่าวสารกีฬาอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเดินทางของเธอสู่การทำลายสถิติโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กฎหมาย

กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มผู้ชุมนุมยื่นหนังสือจี้ กกต. ทบทวนการดำเนินคดี 229 คน ในคดีเลือก สว.

กลุ่มนักเคลื่อนไหวยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ทบทวนการดำเนินคดีกับบุคคล 229 คน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กลุ่มนักเคลื่อนไหว นำโดยพิชิตและบุคคลที่รู้จักกันในนาม 'ทนายนกเขา' ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนการตัดสินใจดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลจำนวน 229 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงจุดยืนคัดค้านกลยุทธ์ทางกฎหมายของ กกต. ในปัจจุบันอย่างรุนแรง ในระหว่างการยื่นข้อเรียกร้อง กลุ่มผู้ชุมนุมได้เตือนให้ กกต. พิจารณาทบทวนท่าที โดยอ้างถึงกรณีในอดีตที่เคยมีกรรมการการเลือกตั้งต้องโทษจำคุกจากการปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มนักเคลื่อนไหวโต้แย้งว่าการดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 229 คนในขณะนี้ไม่เป็นธรรมและจำเป็นต้องได้รับการประเมินใหม่โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นประเด็นถกเถียงทางกฎหมายและการเมืองภายในประเทศ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการชุมนุมในพื้นที่ใกล้หน่วยงานราชการ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่า กกต. จะตอบสนองต่อคำร้องดังกล่าวอย่างไร และคดีความของบุคคลทั้ง 229 คนจะดำเนินต่อไปตามแผนหรือจะมีการทบทวนใหม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรมการประท้วงหรือการเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:35 UTC

กีฬา

“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
“บาส” เดชาพล โพสต์ขอโทษแฟนกีฬาหลังพ่ายตกรอบแรกเอเชียนเกมส์

เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันคู่ผสมชาวไทย โพสต์ข้อความขอโทษแฟนกีฬาชาวไทยหลังพ่ายแพ้ในการแข่งขันรอบแรกของเอเชียนเกมส์

รายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ นักแบดมินตันมือวางอันดับ 5 ของโลกในประเภทคู่ผสม ได้ยุติเส้นทางการแข่งขันในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ลงตั้งแต่รอบแรก โดยเดชาพลซึ่งจับคู่กับ “เฟม” ศุภิสรา เพียวสามพราน ได้ลงสนามพบกับคู่ผสมจากเจ้าภาพ ยูตะ วาตานาเบะ และมายะ ทากูจิ ก่อนจะพ่ายแพ้ไป 2 เกมรวด ทำให้ต้องตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจบการแข่งขัน นักแบดมินตันวัย 29 ปี ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสื่อสารกับแฟนกีฬา โดยระบุว่าตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว และขอโทษที่ทำได้เพียงเท่านี้

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารกีฬาในภูมิภาค ผลการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสายการแข่งขัน เนื่องจากคู่ของไทยถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งของรายการ แม้ผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่เพียงแค่ผลการแข่งขัน แต่แฟนกีฬาอาจสนใจติดตามว่าผลงานดังกล่าวจะส่งผลต่ออันดับโลกของนักกีฬาทั้งสองคนและการเข้าร่วมรายการแข่งขันในอนาคตอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตารางการฝึกซ้อมหรือกำหนดการแข่งขันรายการต่อไปของทั้งคู่ในระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่กวาดล้างการจ้างงานผิดกฎหมายในดินแดง

กระทรวงพาณิชย์เข้าตรวจสอบในเขตดินแดง ส่งผลให้มีการจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่ลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ดำเนินการตรวจสอบการประกอบธุรกิจโดยใช้ 'นอมินี' ในเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ในระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้ระบุตัวและจับกุมชาวต่างชาติ 4 รายที่พบว่ากำลังทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

บุคคลเหล่านี้ถูกควบคุมตัวและกำลังเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายในข้อหาละเมิดกฎระเบียบด้านแรงงานและคนเข้าเมือง การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายธุรกิจและเพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานต่างชาติปฏิบัติตามกฎหมายการจ้างงานที่เข้มงวดของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการมีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องและตรวจสอบให้แน่ใจว่าการจ้างงานทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายท้องถิ่น การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจนำไปสู่การถูกจับกุมทันที การปรับ และการถูกเนรเทศ แม้ว่าการปฏิบัติการครั้งนี้จะเน้นไปที่เขตเฉพาะ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตรวจสอบในภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อยับยั้งการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามีการวางแผนตรวจสอบเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ หรือการปฏิบัติการนี้จะนำไปสู่การสอบสวนที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับบริษัทที่จ้างบุคคลเหล่านี้หรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของตนถูกต้องอยู่เสมอและติดตามกฎระเบียบด้านแรงงานในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกรุงเทพฯ ทลายแก๊งค้ายา ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 519 กิโลกรัม

ตำรวจนครบาลทลายเครือข่ายค้ายาเสพติด ยึดไอซ์ได้ 519 กิโลกรัม เตรียมส่งลงภาคใต้

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายจิโรตน์ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ได้ที่ปั๊มน้ำมันย่านบางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา

ในระหว่างการปฏิบัติการ ตำรวจยึดของกลางเป็นยาไอซ์ได้ 300 กิโลกรัมจากตัวผู้ต้องหา พร้อมรถบรรทุกและโทรศัพท์มือถือ ต่อมาเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายอดรวมของการยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้มีจำนวนสูงถึง 519 กิโลกรัม โดยผลการสอบสวนพบว่ายาเสพติดดังกล่าวถูกขนส่งมาจากกรุงเทพฯ เพื่อนำไปส่งยังภาคใต้ของประเทศไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการกระจายยาเสพติดขนาดใหญ่ภายในประเทศ แม้ภัยคุกคามจากการขนส่งล็อตนี้จะถูกระงับไปแล้ว แต่การสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายอาชญากรรมยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้สมรู้ร่วมคิดหรือแหล่งที่มาของยาเสพติดดังกล่าว ในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารในพื้นที่เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

กฎหมาย

คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการตำรวจสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรการควบคุมอาวุธปืน

คณะกรรมาธิการตำรวจลงพื้นที่เพชรบุรีเพื่อตรวจสอบมาตรการจัดเก็บอาวุธปืน โดยอ้างถึงความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมการแพร่กระจายของอาวุธผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรการควบคุมและจัดเก็บอาวุธปืน ณ กองร้อยปฏิบัติการฝึกที่ 2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อประเมินมาตรการป้องกันการสูญหาย การลักลอบจำหน่าย และภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชน

ในระหว่างการลงพื้นที่ นายวัชรพงศ์ได้ตอบโต้ข้อวิจารณ์จากฝ่ายค้านเกี่ยวกับความคืบหน้าทางกฎหมายของรัฐบาล โดยยืนยันว่ารัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืนมาตั้งแต่ปี 2566 พร้อมทั้งชี้แจงว่าฝ่ายค้านควรทำการบ้านให้มากขึ้นก่อนที่จะยื่นคำถามอย่างเป็นทางการ

ในส่วนของความปลอดภัยสาธารณะ คณะกรรมาธิการได้เปิดเผยข้อมูลว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนถึง 83% เป็นอาวุธผิดกฎหมาย ไม่มีการลงทะเบียน หรือมีการโอนย้ายที่ไม่ถูกต้อง ในขณะที่มีเพียง 17% เท่านั้นที่เป็นอาวุธปืนที่ถูกกฎหมาย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเข้มงวดกับกฎระเบียบด้านอาวุธปืนเพื่อยกระดับความปลอดภัย แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะอยู่ระหว่างการทบทวนมาตรการเหล่านี้ แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้การแก้ไขกฎหมายที่เสนอยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยรัฐบาลยืนยันว่าความพยายามเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:36 UTC

การขนส่ง

ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

แหล่งข่าวเดียว
ระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราวเนื่องจากระดับน้ำสูง

บริษัทครอบครัวขนส่งประกาศระงับการให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบชั่วคราว เนื่องจากระดับน้ำในคลองสูงขึ้นจนไม่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า บริษัท ครอบครัวขนส่ง ผู้ให้บริการเรือด่วนคลองแสนแสบ ได้ประกาศระงับการให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยสาเหตุเกิดจากระดับน้ำในคลองแสนแสบที่เพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ไม่สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย

สำหรับประชาชนและผู้ที่ใช้บริการเรือด่วนเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางผ่านกรุงเทพมหานคร การระงับบริการในครั้งนี้ทำให้ผู้โดยสารจำเป็นต้องหันไปใช้ระบบขนส่งทางเลือกอื่น เช่น รถโดยสารประจำทาง หรือระบบรถไฟฟ้า BTS/MRT ซึ่งอาจส่งผลให้การจราจรบนถนนโดยรอบมีความหนาแน่นมากขึ้น นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะใช้บริการเรือเพื่อการเดินทางหรือท่องเที่ยวควรทราบว่าบริการนี้ไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้

ในขณะนี้ ผู้ให้บริการยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนในการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง การกลับมาเดินเรือจะขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ลดลงจนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการเดินเรือ ผู้โดยสารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ครอบครัวขนส่ง หรือข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกลับมาเปิดให้บริการ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง คลองแสนแสบจะยังคงปิดให้บริการเรือด่วนเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:15 UTC

เศรษฐกิจ

ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ส่งออกไทยเดือน ส.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 56 เดือน

ภาคการส่งออกของไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 24.3% ในเดือนสิงหาคม 2569 คิดเป็นมูลค่า 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.3% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 56 เดือน ส่งผลให้ยอดการส่งออกรวมในช่วง 8 เดือนแรกของปีเติบโตขึ้น 18.9%

การพุ่งขึ้นดังกล่าวมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของการลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในไทย นอกจากนี้ การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของภาคผลไม้ไทยยังมีส่วนช่วยให้ตัวเลขดังกล่าวเป็นบวก ขณะนี้ทางการมีความคาดหวังว่ายอดการส่งออกรวมตลอดทั้งปีอาจเติบโตได้ถึง 15% หรือแตะระดับ 3.91 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนี้บ่งชี้ถึงดุลการค้าของประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของค่าเงินและกิจกรรมทางธุรกิจในท้องถิ่น แม้ข้อมูลปัจจุบันจะสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง แต่ความยั่งยืนในระยะยาวของการเติบโตนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากขึ้นอยู่กับความผันผวนของความต้องการชิ้นส่วนเทคโนโลยีในตลาดโลกและสภาวะตลาดระหว่างประเทศ โดยนักวิเคราะห์จะคอยจับตาดูว่าแนวโน้มเหล่านี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงไตรมาสสุดท้ายของปีหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:45 UTC

มจพ. ชี้แจงกรณีเหตุเพลิงไหม้ ยืนยันไม่ได้เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

มจพ. ชี้แจงกรณีเหตุเพลิงไหม้ ยืนยันไม่ได้เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าเหตุเพลิงไหม้ห้องเก็บเอกสารที่รายงานไปนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

มจพ. ชี้แจงกรณีเหตุเพลิงไหม้ ยืนยันไม่ได้เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย

แหล่งข่าวเดียว
มจพ. ชี้แจงกรณีเหตุเพลิงไหม้ ยืนยันไม่ได้เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าเหตุเพลิงไหม้ห้องเก็บเอกสารที่รายงานไปนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายงานข่าวเหตุเพลิงไหม้ห้องเก็บเอกสาร โดยมหาวิทยาลัยชี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเบื้องต้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ มหาวิทยาลัยยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถาบัน ไม่ใช่ภายในอาคารของมหาวิทยาลัยเอง คำชี้แจงนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและนักศึกษาในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารสถานที่ของมหาวิทยาลัย รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียเอกสารทางวิชาการหรือเอกสารธุรการ

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางที่เป็นทางการของหน่วยงานเมื่อพบรายงานเหตุฉุกเฉินในพื้นที่เฉพาะ แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยจะยืนยันว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นภายนอก แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของพื้นที่ข้างเคียงหรือสาเหตุของเพลิงไหม้ดังกล่าว จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหรือผลกระทบต่อการจราจรและคุณภาพอากาศในพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานเทศบาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:56 UTC

Noventiq แต่งตั้ง ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ เป็นกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

Noventiq แต่งตั้ง ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ เป็นกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย

บริษัทด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลระดับโลก Noventiq ได้แต่งตั้ง ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ เพื่อนำการดำเนินงานในประเทศไทยและขับเคลื่อนการเติบโตในระดับภูมิภาค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

Noventiq แต่งตั้ง ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ เป็นกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Noventiq แต่งตั้ง ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ เป็นกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย

บริษัทด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลระดับโลก Noventiq ได้แต่งตั้ง ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ เพื่อนำการดำเนินงานในประเทศไทยและขับเคลื่อนการเติบโตในระดับภูมิภาค

ตามรายงานจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 บริษัท Noventiq ผู้ให้บริการโซลูชันด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และคลาวด์ระดับโลก ได้ประกาศแต่งตั้ง ดร.มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและดูแลการเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC Growth) อย่างเป็นทางการ

การเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งการขยายธุรกิจของบริษัทในตลาดไทยและสนับสนุนการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ในวงกว้างในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย ดร.มนธ์สินี จะรับผิดชอบในการกำกับดูแลการดำเนินงานในท้องถิ่นและขับเคลื่อนโครงการริเริ่มเพื่อการเติบโตของบริษัท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจในประเทศไทย การแต่งตั้งนี้เป็นสัญญาณถึงการเพิ่มขึ้นของบทบาทของ Noventiq ในท้องถิ่นและการนำเสนอโซลูชันในภาคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ในขณะที่บริษัทปรับเปลี่ยนผู้นำใหม่ สิ่งนี้อาจนำไปสู่การขยายความร่วมมือหรือการนำเสนอโซลูชันทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับตลาดในประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงการบริการที่มีอยู่ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและลูกค้าควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Noventiq เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้จะมีอิทธิพลต่อแผนการดำเนินงานของบริษัทในประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 07:37 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการ 5 ปี มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการ 5 ปี มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ผนึกกำลัง 7 องค์กรเพื่อบูรณาการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและการอนุรักษ์พลังงานเข้าสู่ภาคการเกษตร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเปิดตัวโครงการ 5 ปี มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 5 ปี มุ่งสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ผนึกกำลัง 7 องค์กรเพื่อบูรณาการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและการอนุรักษ์พลังงานเข้าสู่ภาคการเกษตร

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ได้สร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับ 7 องค์กรด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม โดยมีกรอบการดำเนินงานระยะ 5 ปี เพื่อยกระดับภาคการเกษตรของไทย ซึ่งครอบคลุมทั้งพืช ข้าว ปศุสัตว์ และประมง ผ่านการนำเทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนมาประยุกต์ใช้

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม โดยมุ่งสู่เป้าหมายการเป็น "เกษตรคาร์บอนต่ำ" (Low Carbon Agriculture) องค์ประกอบสำคัญของโครงการนี้คือการพัฒนาฐานข้อมูลและระบบการวัด การรายงาน และการทวนสอบ (MRV) เพื่อติดตามการลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในภาคการเกษตรของไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนแปลงไปสู่การผลิตอาหารที่ยั่งยืนและการปรับปรุงภาคเกษตรกรรมให้ทันสมัย การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการทำฟาร์มอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมในอนาคตของประเทศ แม้ว่ากรอบการทำงานจะกำหนดทิศทางที่ชัดเจนในช่วง 5 ปีข้างหน้า แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในทันทีและแรงจูงใจทางการเงินสำหรับเกษตรกรยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:56 UTC

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งคำถามถึงโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งคำถามถึงโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคำถามต่อข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในช่วงสมัยของอดีตผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งคำถามถึงโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งคำถามถึงโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งคำถามต่อข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในช่วงสมัยของอดีตผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากร

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมากล่าวถึงประวัติความเป็นมาของโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ โดยยืนยันว่าไม่มีการจัดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวในช่วงการบริหารงานของอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อัศวิน ขวัญเมือง

คำแถลงนี้ถือเป็นการท้าทายโดยตรงต่อกระแสข่าวปัจจุบันเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของเมือง นอกเหนือจากการชี้แจงทางประวัติศาสตร์แล้ว โฆษกยังได้ตั้งคำถามสำคัญต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า ในกรณีที่เกิดวิกฤตการขาดแคลนน้ำหรือไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้จะได้รับสิทธิพิเศษก่อนหรือไม่ หรือทรัพยากรที่จำเป็นจะถูกจัดสรรให้กับประชาชนทั่วไปก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามการพัฒนาเมืองของกรุงเทพฯ การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงข้อถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภคของเมืองและความโปร่งใสของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่กรุงเทพฯ ยังคงขยายขีดความสามารถทางดิจิทัล การแข่งขันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรสาธารณะที่มีจำกัด เช่น น้ำและไฟฟ้า ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่

สิ่งที่ยังคงต้องรอการยืนยันคือคำตอบอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อข้อซักถามเหล่านี้ และว่ามีแผนฉุกเฉินเฉพาะสำหรับการกระจายสาธารณูปโภคในช่วงที่อาจเกิดการขาดแคลนหรือไม่ ขณะนี้สาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่าเมืองจะสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีขั้นสูงกับความต้องการในชีวิตประจำวันของประชาชนได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:35 UTC

ไทยขีดเส้น 1 เดือน กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยขีดเส้น 1 เดือน กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

คณะกรรมการศูนย์ข้อมูลได้กำหนดกรอบเวลา 1 เดือนในการจัดทำมาตรฐานขั้นต่ำที่เข้มงวดสำหรับการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล โดยเน้นที่การจัดการทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยขีดเส้น 1 เดือน กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

แหล่งข่าวเดียว
ไทยขีดเส้น 1 เดือน กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

คณะกรรมการศูนย์ข้อมูลได้กำหนดกรอบเวลา 1 เดือนในการจัดทำมาตรฐานขั้นต่ำที่เข้มงวดสำหรับการดำเนินงานของศูนย์ข้อมูล โดยเน้นที่การจัดการทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 คณะกรรมการศูนย์ข้อมูลของไทย นำโดยเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กำหนดเส้นตาย 1 เดือนในการจัดระเบียบมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อบังคับใช้ข้อกำหนดขั้นต่ำที่เข้มงวดในด้านการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ การวางผังเมือง และการปกป้องสิ่งแวดล้อม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการสร้างสมดุลระหว่างการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกับสวัสดิภาพของประชาชน การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าการเติบโตของศูนย์ข้อมูลจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสาธารณูปโภคในท้องถิ่นหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบ เจ้าหน้าที่ได้แสดงความมั่นใจว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยคลายความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว

แม้ว่าคณะกรรมการจะกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับกฎระเบียบเหล่านี้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคที่แน่นอนสำหรับ 'มาตรฐานขั้นต่ำ' ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ นอกจากนี้ ยังต้องรอดูว่าสถานประกอบการที่มีอยู่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎใหม่เหล่านี้อย่างไรเมื่อมีการสรุปผลอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ คณะกรรมการยืนยันว่าความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนสำหรับการลงทุนในอนาคตในภาคดิจิทัลของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:18 UTC

บอร์ด Data Center ประชุมนัดแรก วางกรอบมาตรฐานใหม่และตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

บอร์ด Data Center ประชุมนัดแรก วางกรอบมาตรฐานใหม่และตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด

คณะกรรมการ Data Center จัดการประชุมครั้งแรกเพื่อกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานขั้นต่ำและจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุดเพื่อกำกับดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

บอร์ด Data Center ประชุมนัดแรก วางกรอบมาตรฐานใหม่และตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด

แหล่งข่าวเดียว
บอร์ด Data Center ประชุมนัดแรก วางกรอบมาตรฐานใหม่และตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด

คณะกรรมการ Data Center จัดการประชุมครั้งแรกเพื่อกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานขั้นต่ำและจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุดเพื่อกำกับดูแลด้านโครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 คณะกรรมการ Data Center ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ได้จัดการประชุมนัดแรกเพื่อเริ่มวางกรอบการกำกับดูแลอุตสาหกรรมในประเทศไทย ตามรายงานของมติชนออนไลน์ วัตถุประสงค์หลักของคณะกรรมการคือการกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานขั้นต่ำเพื่อให้มั่นใจว่าภาคส่วนนี้จะมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการได้อนุมัติให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด โดยกลุ่มเหล่านี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นไปที่การวางผังเมือง การจัดการน้ำ การจัดหาไฟฟ้า และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การจัดการใน 4 ด้านนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างนโยบายที่สอดคล้องกันซึ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกับความต้องการของชุมชนและทรัพยากรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านไปสู่การกำกับดูแลโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่ที่เข้มงวดขึ้น แม้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้จะมีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ แต่ผลกระทบต่อโครงข่ายสาธารณูปโภคในท้องถิ่นและทรัพยากรสิ่งแวดล้อมถือเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ

ในขณะนี้ ข้อกำหนดทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการนำมาตรฐานใหม่เหล่านี้ไปใช้ยังคงต้องรอการยืนยัน โดยสาธารณชนกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าคณะอนุกรรมการเหล่านี้จะมีปฏิสัมพันธ์กับกฎระเบียบท้องถิ่นที่มีอยู่เดิมอย่างไร และจะใช้เกณฑ์ใดในการพิจารณาการพัฒนาศูนย์ข้อมูลในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:17 UTC

ไทยตั้งคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยตั้งคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบและมาตรฐานพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยตั้งคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตั้งคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ

รัฐบาลไทยจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบและมาตรฐานพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงถึงการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยคณะกรรมการชุดนี้มีเป้าหมายเพื่อกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ที่เป็นเอกภาพสำหรับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังขาดแนวทางการกำกับดูแลที่เป็นศูนย์กลาง

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการได้รับมอบหมายให้รวบรวมข้อกำหนดที่ปัจจุบันกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้ามาอยู่ในกรอบเดียวกัน นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานกำลังพัฒนาเกณฑ์ 4 ประการเพื่อควบคุมการใช้ไฟฟ้า รวมถึงความเป็นไปได้ในการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ โดยคณะกรรมการได้สั่งการให้มีการรวบรวมข้อมูลให้เสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อจัดทำระเบียบภายในให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย แม้ว่าเป้าหมายหลักคือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่และข้อกำหนดขั้นสุดท้ายสำหรับผู้ประกอบการนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ความพยายามของรัฐบาลในการรวมศูนย์กระบวนการขออนุญาตอาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับอัตราค่าไฟฟ้าและมาตรฐานการดำเนินงานใหม่จะยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 05:57 UTC

SJWD จับมือธนาคารกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

SJWD จับมือธนาคารกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล

SCG JWD Logistics ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยมีอัตราดอกเบี้ยระหว่าง 2.95% ถึง 3.20%

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

SJWD จับมือธนาคารกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
SJWD จับมือธนาคารกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล

SCG JWD Logistics ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยมีอัตราดอกเบี้ยระหว่าง 2.95% ถึง 3.20%

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ (SJWD) ได้ประกาศความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยเพื่อออกหุ้นกู้ดิจิทัลชุดใหม่ โดยตราสารทางการเงินนี้มีอายุ 3 ปี 6 เดือน และเสนออัตราดอกเบี้ยต่อปีอยู่ที่ 2.95% ถึง 3.20% โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย หุ้นกู้ดังกล่าวจะเปิดให้จองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' เท่านั้น โดยช่วงเวลาการจองซื้อมีกำหนดตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 22 กันยายน 2569 ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ SJWD ได้ยืนยันรายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าว

แม้ว่าการพัฒนานี้จะแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างต่อเนื่องของบริการทางการเงินในประเทศไทย แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้เกี่ยวข้องกับรายละเอียดข้อเสนอการลงทุนที่บริษัทจัดเตรียมไว้เท่านั้น นักลงทุนที่สนใจควรตรวจสอบหนังสือชี้ชวนอย่างเป็นทางการและข้อกำหนดการใช้งานภายในแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงและเงื่อนไขเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับหุ้นกู้เหล่านี้ ณ ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยสุดท้ายภายในช่วงที่ระบุยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากบริษัทในช่วงเวลาการจองซื้อ ผู้อยู่อาศัยที่สนใจเข้าร่วมควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแอปพลิเคชันเป๋าตังของตนได้รับการอัปเดตและดำเนินการยืนยันตัวตนเสร็จสิ้นก่อนถึงวันจองซื้อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 06:38 UTC

กระทรวงมหาดไทยผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิด พร้อมนำ AI ช่วยงานที่ปรึกษากฎหมายท้องถิ่น
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิด พร้อมนำ AI ช่วยงานที่ปรึกษากฎหมายท้องถิ่น

กระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิดเพื่อเพิ่มงบประมาณท้องถิ่น พร้อมบูรณาการเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานที่ปรึกษากฎหมายสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กระทรวงมหาดไทยผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิด พร้อมนำ AI ช่วยงานที่ปรึกษากฎหมายท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิด พร้อมนำ AI ช่วยงานที่ปรึกษากฎหมายท้องถิ่น

กระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.ภาษีบ้านเกิดเพื่อเพิ่มงบประมาณท้องถิ่น พร้อมบูรณาการเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานที่ปรึกษากฎหมายสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 กระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติภาษีบ้านเกิด โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทรัพยากรทางการเงินให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ.) ซึ่งเปรียบเสมือนรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ

นอกเหนือจากข้อเสนอด้านภาษีแล้ว กระทรวงฯ ยังกำลังพัฒนาระบบที่ปรึกษากฎหมายใหม่เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่น โดยจุดเด่นสำคัญของความพยายามในการปรับปรุงครั้งนี้คือการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางกฎหมายและกระบวนการบริหารจัดการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ถือเป็นสัญญาณของการยกระดับการบริหารจัดการท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งขึ้น และอาจนำไปสู่การปรับปรุงบริการสาธารณะที่ได้รับงบประมาณจากการจัดเก็บภาษีแบบกระจายอำนาจ การนำ AI มาใช้ในงานที่ปรึกษากฎหมายสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน เช่น อัตราภาษีที่ชัดเจน กำหนดการในการเสนอเข้าสู่สภา และขอบเขตอำนาจหน้าที่ของระบบ AI ในประเด็นทางกฎหมายที่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตทางกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในแต่ละจังหวัดอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 04:55 UTC

ไทยตั้งคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยตั้งคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก โดยเน้นการปรับปรุงกฎระเบียบและการใช้พลังงานสะอาด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยตั้งคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

แหล่งข่าวเดียว
ไทยตั้งคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก โดยเน้นการปรับปรุงกฎระเบียบและการใช้พลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมเพื่อกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์สำหรับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทย

นายอนุทินเน้นย้ำว่าดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ พร้อมสั่งการให้เร่งออกกฎระเบียบและมาตรฐานทางกฎหมายที่ชัดเจนและรัดกุมเพื่อกำกับดูแลภาคส่วนนี้ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด (Green Energy) ซึ่งสะท้อนถึงการมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวในการยกระดับภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและบริการด้านเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาที่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่และเกณฑ์การปฏิบัติตามมาตรฐานพลังงานสะอาดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังจับตาดูประกาศเพิ่มเติมว่านโยบายเหล่านี้จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการเชื่อมต่อทางดิจิทัลทั่วประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 04:17 UTC

ไทยเริ่มคุมเข้มการออกใบอนุญาตศูนย์ข้อมูล (Data Center)
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยเริ่มคุมเข้มการออกใบอนุญาตศูนย์ข้อมูล (Data Center)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ประชุมคณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก สั่งวางระเบียบให้ชัดเจนเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายในการออกใบอนุญาต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยเริ่มคุมเข้มการออกใบอนุญาตศูนย์ข้อมูล (Data Center)

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเริ่มคุมเข้มการออกใบอนุญาตศูนย์ข้อมูล (Data Center)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ประชุมคณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก สั่งวางระเบียบให้ชัดเจนเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายในการออกใบอนุญาต

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center Board) เป็นครั้งแรก ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดทำกรอบระเบียบข้อบังคับที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยให้มีความชัดเจน

นายอนุทินเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดแนวทางที่แม่นยำสำหรับการออกใบอนุญาต โดยคำสั่งดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการอาจใช้ประโยชน์ได้ การเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมทางปกครองนี้ รัฐบาลมุ่งหวังที่จะสร้างความมั่นใจว่ากิจกรรมทั้งหมดของศูนย์ข้อมูลจะเป็นไปตามมาตรฐานของประเทศอย่างเคร่งครัด

สำหรับชาวต่างชาติ ดิจิทัลโนแมด และธุรกิจระหว่างประเทศที่ดำเนินงานในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนไปสู่สภาพแวดล้อมของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีการกำกับดูแลมากขึ้น แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อผู้ถือวีซ่าหรือผู้อยู่อาศัยจะยังไม่ชัดเจนในขณะนี้ แต่การดำเนินการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยกำลังให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลในภาคเทคโนโลยี

สิ่งที่ยังคงต้องรอการยืนยันคือข้อกำหนดทางเทคนิคเฉพาะที่จะบังคับใช้กับผู้ประกอบการทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงกรอบเวลาในการบังคับใช้ระเบียบใหม่เหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการเปลี่ยนแปลงด้านใบอนุญาตนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการดิจิทัลและระบบนิเวศทางเทคโนโลยีในประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 03:16 UTC

สกมช. จับมือไมโครซอฟท์ ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ด้วยแนวทาง 'Zero Trust'
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

สกมช. จับมือไมโครซอฟท์ ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ด้วยแนวทาง 'Zero Trust'

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมมือกับไมโครซอฟท์เพื่อนำแนวทางความปลอดภัย 'Zero Trust' มาใช้รับมือกับภัยคุกคามดิจิทัลในยุค AI

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

สกมช. จับมือไมโครซอฟท์ ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ด้วยแนวทาง 'Zero Trust'

แหล่งข่าวเดียว
สกมช. จับมือไมโครซอฟท์ ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ด้วยแนวทาง 'Zero Trust'

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมมือกับไมโครซอฟท์เพื่อนำแนวทางความปลอดภัย 'Zero Trust' มาใช้รับมือกับภัยคุกคามดิจิทัลในยุค AI

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้เข้าเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับไมโครซอฟท์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและนำรูปแบบความปลอดภัยแบบ 'Zero Trust' มาใช้ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ

ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สกมช. มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ของประเทศไทยโดยการนำแนวทางนี้มาใช้ ซึ่งดำเนินงานภายใต้หลักการ 'ไม่ไว้วางใจใคร และตรวจสอบเสมอ' การเปลี่ยนจากการรักษาความปลอดภัยแบบเดิมที่เน้นขอบเขตเครือข่าย จะช่วยให้หน่วยงานสามารถปกป้องข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและระบบที่สำคัญจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของความพยายามในวงกว้างเพื่อรักษาความปลอดภัยของบริการและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวมเข้ากับชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การธนาคาร พอร์ทัลของรัฐบาล และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ มาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นมักนำไปสู่สภาพแวดล้อมดิจิทัลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงของการหยุดชะงักของบริการหรือการรั่วไหลของข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคล

แม้ว่าจะมีการประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการเปิดตัวโปรโตคอลความปลอดภัยเหล่านี้ทั่วประเทศยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ ขอบเขตที่หน่วยงานภาคเอกชนจะต้องหรือได้รับการสนับสนุนให้ใช้มาตรฐานเฉพาะที่ไมโครซอฟท์สนับสนุนนั้นยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน สกมช. ยังคงดำเนินการบูรณาการมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงเหล่านี้เข้ากับกรอบการทำงานระดับชาติอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 03:16 UTC

เครือซีพีและทรูร่วมมือกับ AWS จัดงานแฮกกาธอน “AI FOR ALL”
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

เครือซีพีและทรูร่วมมือกับ AWS จัดงานแฮกกาธอน “AI FOR ALL”

เครือซีพีและทรูได้ร่วมมือกับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อเปิดตัวงานแฮกกาธอน “AI FOR ALL” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงการพัฒนา AI

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

เครือซีพีและทรูร่วมมือกับ AWS จัดงานแฮกกาธอน “AI FOR ALL”

แหล่งข่าวเดียว
เครือซีพีและทรูร่วมมือกับ AWS จัดงานแฮกกาธอน “AI FOR ALL”

เครือซีพีและทรูได้ร่วมมือกับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อเปิดตัวงานแฮกกาธอน “AI FOR ALL” โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงการพัฒนา AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 เครือซีพีและทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Amazon Web Services (AWS) เพื่อจัดงานแฮกกาธอน “AI FOR ALL” โดยโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้บุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพสามารถเปลี่ยนแนวคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริงโดยใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความร่วมมือนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของประเทศในด้านความรู้ทางดิจิทัลและการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับระบบนิเวศในท้องถิ่น ในขณะที่บริษัทโทรคมนาคมและกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ลงทุนในการเข้าถึง AI ผู้ใช้อาจได้เห็นบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งปรับให้เข้ากับท้องถิ่นมากขึ้นและรวมอยู่ในแพลตฟอร์มดิจิทัลในชีวิตประจำวัน โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของความพยายามที่นำโดยองค์กรต่างๆ เพื่อลดช่องว่างด้านทักษะทางเทคนิคภายในแรงงานไทย

แม้ว่างานนี้จะมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภคนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้เข้าร่วมและผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าจะมีโครงการใดเกิดขึ้นจากงานแฮกกาธอนนี้ และการพัฒนาเหล่านี้อาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ของบริการดิจิทัลในประเทศไทยในอนาคตอย่างไร งานนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่สำคัญขององค์กรใหญ่ในไทยในการวางตำแหน่งประเทศให้เป็นศูนย์กลางสำหรับการพัฒนา AI ที่เข้าถึงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 02:55 UTC

ไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาคผ่านกลยุทธ์ดาต้าเซ็นเตอร์
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาคผ่านกลยุทธ์ดาต้าเซ็นเตอร์

รัฐบาลไทยกำลังปรับปรุงนโยบายด้านดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่จัดเก็บข้อมูลทางกายภาพ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาคผ่านกลยุทธ์ดาต้าเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาคผ่านกลยุทธ์ดาต้าเซ็นเตอร์

รัฐบาลไทยกำลังปรับปรุงนโยบายด้านดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ มากกว่าการเป็นเพียงสถานที่จัดเก็บข้อมูลทางกายภาพ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ใหม่สำหรับภาคส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เน้นย้ำว่าประเทศไทยต้องก้าวข้ามการเป็นเพียงสถานที่ตั้งสำหรับจัดเก็บข้อมูล โดยรัฐบาลตั้งเป้าที่จะสร้างระบบนิเวศที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญให้กับเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลชั้นนำของภูมิภาค

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลกำลังเร่งรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเร่งออกประกาศกฎระเบียบใหม่ กฎเกณฑ์เหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว และเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานจะสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ซึ่งอาจนำไปสู่การเชื่อมต่อที่ดีขึ้น บริการดิจิทัลที่แข็งแกร่งขึ้น และสภาพแวดล้อมที่บูรณาการทางเทคโนโลยีมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการปรับปรุงกรอบกฎระเบียบให้ทันสมัย แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาของกฎระเบียบใหม่เหล่านี้และแรงจูงใจที่แน่ชัดสำหรับผู้ประกอบการยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการเผยแพร่อย่างเป็นทางการของแนวทางปฏิบัติที่อัปเดต เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 02:55 UTC

นายกเทศมนตรีนิวยอร์กสั่งห้ามใช้ AI ในโรงเรียนเป็นเวลา 1 ปี
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

นายกเทศมนตรีนิวยอร์กสั่งห้ามใช้ AI ในโรงเรียนเป็นเวลา 1 ปี

นายกเทศมนตรีนิวยอร์กประกาศห้ามใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ในระบบโรงเรียนชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้วยตนเองของนักเรียน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

นายกเทศมนตรีนิวยอร์กสั่งห้ามใช้ AI ในโรงเรียนเป็นเวลา 1 ปี

แหล่งข่าวเดียว
นายกเทศมนตรีนิวยอร์กสั่งห้ามใช้ AI ในโรงเรียนเป็นเวลา 1 ปี

นายกเทศมนตรีนิวยอร์กประกาศห้ามใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ในระบบโรงเรียนชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้วยตนเองของนักเรียน

ตามรายงานจาก Matichon Online นายกเทศมนตรีนิวยอร์กได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ห้ามใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับนักเรียนในระบบโรงเรียนของเมืองเป็นเวลา 1 ปี นโยบายนี้มีพื้นฐานมาจากความเชื่อที่ว่านักเรียนควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะทางวิชาการและทักษะทางปัญญาขั้นพื้นฐานด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากระบบอัตโนมัติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงระดับโลกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการบูรณาการเทคโนโลยีสร้างสรรค์ในสภาพแวดล้อมทางการศึกษา แม้ว่าการห้ามนี้จะจำกัดอยู่ในระบบโรงเรียนของนิวยอร์กในปัจจุบัน แต่ก็ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญว่าศูนย์กลางเมืองใหญ่กำลังเลือกที่จะควบคุมเทคโนโลยีเกิดใหม่ในสถาบันสาธารณะอย่างไร

สำหรับผู้ที่เดินทางหรือพำนักอยู่ในเมือง สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าคำสั่งนี้มุ่งเป้าไปที่สภาพแวดล้อมในห้องเรียนโดยเฉพาะ ยังคงต้องยืนยันว่าโรงเรียนแต่ละแห่งจะบังคับใช้ข้อจำกัดเหล่านี้อย่างไร และนโยบายจะถูกขยายหรือแก้ไขหลังจากครบกำหนดระยะเวลา 1 ปีหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าเมืองใหญ่อื่นๆ ในระดับนานาชาติจะใช้มาตรการที่คล้ายคลึงกันเพื่อจัดลำดับความสำคัญของวิธีการเรียนรู้แบบดั้งเดิมมากกว่าเครื่องมือที่ใช้ AI หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 04 กันยายน 2026, 02:56 UTC

ไทยชูภาคดิจิทัล เอไอ และพลังงาน เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

ไทยชูภาคดิจิทัล เอไอ และพลังงาน เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เผยแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการมุ่งเน้นเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

ไทยชูภาคดิจิทัล เอไอ และพลังงาน เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยชูภาคดิจิทัล เอไอ และพลังงาน เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เผยแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการมุ่งเน้นเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต

ในการสัมมนาที่จัดโดยประชาชาติเมื่อเร็วๆ นี้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจเชิงกลยุทธ์ของประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาคพลังงาน ตามรายงานของมติชนออนไลน์ เสาหลักทั้งสามประการนี้กำลังถูกวางให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของไทยให้ทันสมัย เมื่อประเทศมีการบูรณาการ AI และโซลูชันดิจิทัลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ผู้มาเยือนอาจได้เห็นการปรับปรุงบริการดิจิทัล การเชื่อมต่อ และแนวทางปฏิบัติด้านพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้นในเขตเมือง ความก้าวหน้าเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของชาติให้มีความสามารถในการแข่งขันและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้ว่ารัฐบาลจะระบุว่าภาคส่วนเหล่านี้เป็นลำดับความสำคัญ แต่กรอบเวลาในการดำเนินการที่ชัดเจนและผลกระทบที่จับต้องได้ต่อชีวิตประจำวันยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป การประกาศนี้ถือเป็นแนวทางนโยบายระดับสูงมากกว่าการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือบริการในปัจจุบันในทันที ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจัดหาเงินทุนและการบูรณาการโครงการเหล่านี้เข้ากับกรอบการทำงานที่มีอยู่ทั้งในภาครัฐและเอกชน สำหรับตอนนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่นำเสนอในการสัมมนา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 23:15 UTC

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลย่านพระราม 9 หลังพบน้ำมันรั่วไหล
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลย่านพระราม 9 หลังพบน้ำมันรั่วไหล

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบศูนย์ข้อมูลในพื้นที่พระราม 9 หลังมีรายงานเรื่องกลิ่นเหม็นและการปนเปื้อนในน้ำ โดยยืนยันว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่ระบบระบายน้ำ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลย่านพระราม 9 หลังพบน้ำมันรั่วไหล

แหล่งข่าวเดียว
กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลย่านพระราม 9 หลังพบน้ำมันรั่วไหล

เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบศูนย์ข้อมูลในพื้นที่พระราม 9 หลังมีรายงานเรื่องกลิ่นเหม็นและการปนเปื้อนในน้ำ โดยยืนยันว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่ระบบระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้เข้าตรวจสอบศูนย์ข้อมูลแห่งหนึ่งในเขตพระราม 9 กรุงเทพมหานคร การตรวจสอบนี้เกิดขึ้นหลังจากมีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับกลิ่นเหม็นรุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่พบน้ำขุ่นและคราบน้ำมันระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบ

ผู้ประกอบการของศูนย์ข้อมูลยอมรับว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันเกิดขึ้น ซึ่งน้ำมันดังกล่าวได้ไหลลงสู่ระบบระบายน้ำในพื้นที่ เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ กรมควบคุมมลพิษได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ผู้ประกอบการเร่งแก้ไขปัญหาและดำเนินมาตรการป้องกันทางสิ่งแวดล้อมที่จำเป็นภายในระยะเวลา 7 วัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในย่านพระราม 9 เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมในเขตเมือง แม้ว่าจะระบุแหล่งที่มาของกลิ่นได้แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพน้ำในพื้นที่และประสิทธิภาพของการทำความสะอาดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของน้ำมันที่รั่วไหลหรือผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารในพื้นที่อย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาการแก้ไขปัญหา 7 วันนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 13:55 UTC

โรงเรียนในนิวยอร์กประกาศห้ามใช้ AI เชิงสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนระดับประถมและมัธยมต้นเป็นเวลาหนึ่งปี
เทคโนโลยี แหล่งข่าวเดียว

โรงเรียนในนิวยอร์กประกาศห้ามใช้ AI เชิงสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนระดับประถมและมัธยมต้นเป็นเวลาหนึ่งปี

นายกเทศมนตรี Zohran Mamdani ประกาศระงับการใช้เครื่องมือ AI เชิงสร้างสรรค์ชั่วคราวสำหรับนักเรียนในระบบโรงเรียนรัฐบาลของนิวยอร์ก

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
เทคโนโลยี

โรงเรียนในนิวยอร์กประกาศห้ามใช้ AI เชิงสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนระดับประถมและมัธยมต้นเป็นเวลาหนึ่งปี

แหล่งข่าวเดียว
โรงเรียนในนิวยอร์กประกาศห้ามใช้ AI เชิงสร้างสรรค์สำหรับนักเรียนระดับประถมและมัธยมต้นเป็นเวลาหนึ่งปี

นายกเทศมนตรี Zohran Mamdani ประกาศระงับการใช้เครื่องมือ AI เชิงสร้างสรรค์ชั่วคราวสำหรับนักเรียนในระบบโรงเรียนรัฐบาลของนิวยอร์ก

ตามรายงานจาก Khaosod English ระบบโรงเรียนรัฐบาลของนิวยอร์กซึ่งเป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา กำลังเริ่มใช้มาตรการห้ามใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) สำหรับนักเรียนจนถึงเกรด 8 เป็นเวลาหนึ่งปี นายกเทศมนตรี Zohran Mamdani ได้ประกาศนโยบายนี้เมื่อวันพุธ โดยระบุว่าการระงับการใช้งานจะมีผลตลอดปีการศึกษาที่จะถึงนี้

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการหยุดพักเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้เขตการศึกษาได้ดำเนินการประเมินอย่างครอบคลุมว่าเด็กๆ มีปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยี AI ที่เกิดขึ้นใหม่อย่างไร การจำกัดการเข้าถึงในช่วงเวลานี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของเครื่องมือเหล่านี้ต่อสภาพแวดล้อมทางการศึกษาก่อนที่จะกำหนดนโยบายระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยหรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กและมีบุตรหลานในระบบโรงเรียนรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนมาตรฐานเทคโนโลยีในห้องเรียนที่สำคัญ ผู้ปกครองควรเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าถึงเครื่องมือการเรียนรู้ที่ใช้ AI ช่วยเหลือที่จำกัดสำหรับบุตรหลานตลอดปีการศึกษานี้

แม้ว่าการระงับการใช้งานจะกำหนดไว้ที่หนึ่งปีในขณะนี้ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อหลักสูตรยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขตการศึกษาจะใช้เกณฑ์ใดในการประเมินเทคโนโลยี หรือการห้ามนี้จะถูกขยายเวลา ปรับเปลี่ยน หรือยกเลิกหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาการประเมิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 11:50 UTC