ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม เปิดตัววัตถุมงคลชุด 'ชินบัญชร' เพื่อสมทบทุนสร้างพระธาตุพนมจำลองที่วัดคอนสาย ✦
วัฒนธรรม รำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาล หลวงปู่แดง สีลวันโต ✦
การเมือง ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ✦
กฎหมาย นายกเทศมนตรีหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่เตรียมรื้อถอน ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลเตรียมพิจารณางบกลางฉุกเฉินเติมสภาพคล่องกองทุน กยศ. ✦
กีฬา สิงห์เจ้าท่าแยกทาง 'โค้ชอู๊ด' กุนซือใหญ่ของทีม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม ✦
เทคโนโลยี Cybersec Asia Meet-up #1 เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ พร้อมประกาศจัดงาน Asia Technology Week 2027 ✦
กีฬา นักปั่นสาวไทยลงแข่งขันจักรยานเสือภูเขาในเอเชียนเกมส์ ✦
การเมือง กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลระงับโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ✦
วัฒนธรรม

เปิดตัววัตถุมงคลชุด 'ชินบัญชร' เพื่อสมทบทุนสร้างพระธาตุพนมจำลองที่วัดคอนสาย

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัววัตถุมงคลชุด 'ชินบัญชร' เพื่อสมทบทุนสร้างพระธาตุพนมจำลองที่วัดคอนสาย

มีการจัดสร้างวัตถุมงคลชุดใหม่เพื่อระดมทุนในการประดิษฐานพระธาตุพนมจำลอง ณ วัดคอนสาย จังหวัดยโสธร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทีมงาน 'มังกรทรัพย์มงคล' ได้รับอนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคลชุด 'พระสมเด็จชินบัญชร รุ่นเจ้าสัวพันล้าน' เพื่อเป็นที่ระลึกในการเททองหล่อองค์พระธาตุพนมจำลอง ซึ่งเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธในจังหวัดนครพนม

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการนำเงินรายได้ไปใช้ในการประดิษฐานพระธาตุพนมจำลองที่วัดคอนสาย อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่ถิน จันทรธัมโม พระเกจิอาจารย์วัย 109 ปี จำพรรษาอยู่

วัตถุมงคลชุดนี้จัดสร้างขึ้นในพิมพ์ 3 ชั้น และพิมพ์ 9 ชั้น โดยมีทั้งหมด 4 แบบในจำนวนจำกัด การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากพระธาตุพนมจำลอง 11 องค์ที่เคยถวายให้แก่วัดคอนสาย สำหรับนักสะสมและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมพุทธศาสนาไทย ทางโครงการได้จัดรายการลุ้นเนื้อและลุ้นพิมพ์ โดยมีจำนวนการผลิตตั้งแต่ 250 ถึง 1,000 องค์ต่อรายการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในประเพณีทางจิตวิญญาณของไทย การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการสืบสานการสร้างวัตถุมงคลเพื่อสนับสนุนการทำนุบำรุงวัดวาอาราม แม้ว่าจะมีการประกาศรายละเอียดการผลิตออกมาแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบความถูกต้องและช่องทางการจัดจำหน่ายโดยตรงผ่านทางวัดหรือคณะกรรมการจัดสร้าง เนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวกับความพร้อมในการจำหน่ายยังคงขึ้นอยู่กับแผนการดำเนินงานของผู้จัดทำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:17 UTC

วัฒนธรรม

รำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาล หลวงปู่แดง สีลวันโต

แหล่งข่าวเดียว
รำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาล หลวงปู่แดง สีลวันโต

ประเทศไทยน้อมรำลึกถึงเกียรติคุณของหลวงปู่แดง สีลวันโต พระเถระผู้เป็นที่เคารพจากจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีอายุยืนยาวถึง 102 ปี

ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ประเทศไทยน้อมรำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาลของพระสุมังคลาจารย์ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนาม หลวงปู่แดง สีลวันโต ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดศิริวราวาส ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

หลวงปู่แดง ซึ่งมีนามเดิมว่า แดง กอบไกร เกิดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2446 เป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในชุมชนชาวพุทธไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งทางสงฆ์ที่สำคัญหลายตำแหน่ง รวมถึงที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าคณะอำเภอกันทรลักษ์ ท่านได้รับสมญานามว่า 'เจ้าคุณปู่' จากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) แห่งวัดสระเกศ

ด้วยอายุขัยที่ยืนยาวถึง 102 ปี หลวงปู่แดงยังคงเป็นบุคคลสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์ทางศาสนาและประเพณีท้องถิ่นของไทย เรื่องราวชีวิตของท่านซึ่งเริ่มต้นจากการบรรพชาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2463 ยังคงได้รับการยกย่องจากลูกศิษย์จำนวนมากทั่วประเทศ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การรำลึกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งที่มีต่อพระเถระผู้มีอายุยืนในพื้นที่ชนบทของไทย แม้ว่าวันครบรอบจะเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกสำหรับผู้ศรัทธา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับพิธีรำลึกสาธารณะที่วัดศิริวราวาสนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางวัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:17 UTC

การเมือง

ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

พรรคฝ่ายค้านกำลังสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยคาดว่าจะยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้าน ประกาศว่าพรรคกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการร่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านอ้างว่าได้รวบรวมหลักฐานสำคัญและตั้งใจที่จะมุ่งเน้นการตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมถึงอิทธิพลภายนอกที่ถูกกล่าวหา ซึ่งพวกเขาเรียกว่า "ระบอบสีน้ำเงิน"

คาดว่าญัตติดังกล่าวจะถูกยื่นต่อรัฐสภาไทยอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม ฝ่ายค้านยืนยันว่าข้อมูลที่รวบรวมได้นั้นมีความครอบคลุมและจะท้าทายความซื่อสัตย์และความโปร่งใสในการดำเนินงานของรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าขั้นตอนทางรัฐสภาเหล่านี้จะเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติ แต่อาจนำไปสู่การอภิปรายในที่สาธารณะที่เข้มข้นขึ้นหรือการชุมนุมทางการเมืองได้ ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของหลักฐานและวันที่ที่แน่นอนในการยื่นต่อสภาฯ ยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการของรัฐสภาและการชุมนุมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่การอภิปรายดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:15 UTC

กฎหมาย

นายกเทศมนตรีหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่เตรียมรื้อถอน ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์

แหล่งข่าวเดียว
นายกเทศมนตรีหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่เตรียมรื้อถอน ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์

นายกเทศมนตรีหัวหินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่มีกำหนดการรื้อถอน หลังจากเจ้าของอาคารได้คัดค้านโดยอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายกเทศมนตรีเมืองหัวหินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารจำนวน 15 แห่งที่อยู่ในแผนการรื้อถอน เพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนดำเนินการตามกำหนดการ อย่างไรก็ตาม กระบวนการรื้อถอนต้องเผชิญกับการคัดค้านอย่างหนักจากเจ้าของอาคารที่ได้ยื่นคัดค้านการดำเนินการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าของอาคารกำลังโต้แย้งคำสั่งรื้อถอนโดยอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินของตน โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิ์ทางกฎหมายเหนือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้แผนการของเทศบาลต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและการบังคับใช้กฎหมายของเทศบาล แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงสามารถเข้าถึงได้ แต่การมีอยู่ของอาคารที่มีข้อพิพาทเหล่านี้อาจนำไปสู่การจำกัดพื้นที่ชั่วคราวหรือกิจกรรมการก่อสร้างในอนาคต ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของกระบวนการตรวจสอบกรรมสิทธิ์

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะดำเนินการตามกำหนดการรื้อถอนอย่างไรในระหว่างที่ข้อเรียกร้องของเจ้าของอาคารอยู่ระหว่างการพิจารณา ทางเทศบาลยังไม่ได้ประกาศกำหนดการใหม่สำหรับการรื้อถอนอาคาร และสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามข่าวสารในพื้นที่เพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่หรือข้อบังคับของเทศบาลในบริเวณใกล้เคียง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:15 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลเตรียมพิจารณางบกลางฉุกเฉินเติมสภาพคล่องกองทุน กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเตรียมพิจารณางบกลางฉุกเฉินเติมสภาพคล่องกองทุน กยศ.

เจ้าหน้าที่รัฐเตรียมเสนอของบกลางฉุกเฉิน 1.2 พันล้านบาท เพื่อเติมสภาพคล่องให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายภราดรและนายเอกนิติ เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย ได้หารือเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อขออนุมัติงบกลางฉุกเฉินจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องภายในกองทุน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาของไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการรักษาการดำเนินงานของโครงการเงินกู้ ซึ่งให้การสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากทั่วประเทศ การจัดสรรงบประมาณที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับกระแสเงินสดของกองทุน เพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือทางการเงินจะยังคงมีให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับทุน

ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการรอการพิจารณาอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรี โดยยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการอนุมัติงบประมาณ 1.2 พันล้านบาทตามที่ร้องขอหรือไม่ หรือจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมในการเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการประชุมในวันที่ 29 กันยายน เพื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของกองทุน ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการเงินระยะยาวของ กยศ. ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

กีฬา

สิงห์เจ้าท่าแยกทาง 'โค้ชอู๊ด' กุนซือใหญ่ของทีม

แหล่งข่าวเดียว
สิงห์เจ้าท่าแยกทาง 'โค้ชอู๊ด' กุนซือใหญ่ของทีม

สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี ในไทยลีก 1 ประกาศแยกทางกับ 'โค้ชอู๊ด' หัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่างเป็นทางการ พร้อมยกย่องผลงานในฐานะกุนซือประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสิงห์เจ้าท่า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี (สิงห์เจ้าท่า) ในไทยลีก 1 ได้ประกาศแยกทางกับหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่รู้จักกันในชื่อ 'โค้ชอู๊ด' อย่างเป็นทางการ โดยทางสโมสรได้ออกแถลงการณ์แสดงความขอบคุณสำหรับการทำหน้าที่ของเขา พร้อมทั้งยกย่องบทบาทของเขาในฐานะบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสโมสร

ผลกระทบต่อแฟนบอลและผู้อยู่อาศัย

สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย โดยการท่าเรือ เอฟซี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร มีฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่น การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำมักส่งผลต่อแนวทางการเล่นและผลงานของทีมในการแข่งขันนัดต่อๆ ไป ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศในสนามแพทสเตเดียมระหว่างการแข่งขันในบ้าน แฟนบอลและผู้ที่ติดตามไทยลีกควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ที่จะมารับหน้าที่แทนต่อไป

สถานะของการเปลี่ยนแปลง

แม้ว่าสโมสรจะยืนยันการแยกทางแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลที่แน่ชัดของการลาออกหรือรายชื่อทีมงานผู้ฝึกสอนชั่วคราวยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แฟนบอลสามารถติดตามความคืบหน้าเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางสื่อสารหลักของสโมสรในระหว่างที่ฤดูกาลยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายังรับมือได้ แต่พื้นที่ฝั่งตะวันออกยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ โดยทางกรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำในคลองต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่ง

แม้ว่าริมฝั่งแม่น้ำจะยังคงมีความมั่นคง แต่ผู้ว่าฯ เน้นย้ำว่าสถานการณ์ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองยังคงเป็นจุดที่น่ากังวล ทางการระบุว่าพื้นที่เหล่านี้ยังไม่ถือว่าปลอดภัยอย่างเต็มที่ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยทางเมืองกำลังให้ความสำคัญกับการติดตามพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าแม้พื้นที่ริมน้ำใจกลางเมืองจะยังคงมั่นคงในขณะนี้ แต่อาจยังคงมีน้ำท่วมขังเฉพาะจุดหรือปัญหาการระบายน้ำเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในเขตฝั่งตะวันออก ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หากคุณกำลังวางแผนเดินทางหรือพำนักอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวจากปริมาณน้ำในปัจจุบันยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินสภาพอากาศและการระบายน้ำจากทางตอนบนอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นกับการคมนาคมหรือโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

เทคโนโลยี

Cybersec Asia Meet-up #1 เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ พร้อมประกาศจัดงาน Asia Technology Week 2027

แหล่งข่าวเดียว
Cybersec Asia Meet-up #1 เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ พร้อมประกาศจัดงาน Asia Technology Week 2027

VNU Asia Pacific จัดงาน Cybersec Asia Meet-up ครั้งแรกในกรุงเทพฯ โดยเน้นไปที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภาครัฐ และประกาศเตรียมจัดงาน Asia Technology Week 2027

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 VNU Asia Pacific ได้จัดงาน 'Cybersec Asia Meet-up #1' ขึ้นเป็นครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร งานนี้เป็นเวทีสำหรับการหารือเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญซึ่งภาคส่วนรัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมารวมตัวกันเพื่ออภิปรายถึงภูมิทัศน์ของภัยคุกคามทางดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป และความสำคัญของการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ในระหว่างการประชุม ผู้จัดงานได้ประกาศเปิดตัวงาน 'Asia Technology Week 2027' อย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่างานที่จะจัดขึ้นในอนาคตนี้จะช่วยสำรวจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโซลูชันด้านความปลอดภัยในภูมิภาคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของความปลอดภัยทางดิจิทัลในภาครัฐ ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรฐานการปกป้องข้อมูลที่ดียิ่งขึ้นสำหรับบริการที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ในขณะที่ประเทศยังคงดำเนินการเปลี่ยนผ่านกระบวนการบริหารจัดการสู่ระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ความคิดริเริ่มดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของระบบ

แม้ว่าการประกาศนี้จะยืนยันถึงความตั้งใจที่จะจัดงาน Asia Technology Week 2027 แต่รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่ สถานที่ และกำหนดการทั้งหมดสำหรับงานในปี 2570 ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป ผู้ที่สนใจในจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีและนโยบายสาธารณะควรติดตามการอัปเดตจาก VNU Asia Pacific เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมและตารางกิจกรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

กีฬา

นักปั่นสาวไทยลงแข่งขันจักรยานเสือภูเขาในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักปั่นสาวไทยลงแข่งขันจักรยานเสือภูเขาในเอเชียนเกมส์

ปิ่นภัค เชียงสวน และ พรพักตร์ ประโพธิ์ทัง สองนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรีหญิง ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรีหญิงในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จัดขึ้นที่โอเอตะ ริวกูชิ พาร์ค เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นการแข่งขันระยะทาง 28 กิโลเมตร จำนวน 6 รอบ ซึ่งมีนักกีฬาไทยคือ “เฟส” ปิ่นภัค เชียงสวน และ “เค้ก” พรพักตร์ ประโพธิ์ทัง ลงชิงชัย

มร.โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์ ผู้ฝึกสอนระบุว่า การแข่งขันรายการนี้มีนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 16 คน จาก 9 ชาติ สนามแข่งขันมีความยากและต้องใช้ทักษะทางเทคนิค รวมถึงกำลังกายอย่างมาก ส่งผลให้มีนักกีฬาเพียง 6 คนเท่านั้นที่สามารถแข่งขันจนครบทั้ง 6 รอบ ส่วนอีก 10 คนไม่สามารถแข่งขันจนจบการแข่งขันได้ โดยปิ่นภัค เชียงสวน ทำผลงานจบในอันดับที่ 13

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจด้านกีฬา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความยากของสนามแข่งขันจักรยานเสือภูเขาระดับอาชีพในญี่ปุ่น แม้ผลการแข่งขันจะสรุปออกมาแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับอุปสรรคทางเทคนิคที่ทำให้มีนักกีฬาจำนวนมากไม่สามารถแข่งจนจบได้นั้น ยังคงเป็นประเด็นที่กลุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาจักรยานให้ความสนใจ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงมาตรฐานอันเข้มงวดของกีฬาเอเชียนเกมส์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่นักกีฬาทุกคนต้องมีในการแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:03 UTC

การเมือง

กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลระงับโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลระงับโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท

นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อขอให้ระงับโครงการผันน้ำยวมที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียง โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการใช้พื้นที่ป่า

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้ยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้มีการหยุดโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาทโดยทันที นอกจากนี้ ผู้ร้องเรียนยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิกถอนหรือระงับใบอนุญาตใดๆ ที่เคยออกให้สำหรับการใช้พื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนระยะยาว โครงการนี้ยังคงเป็นประเด็นความขัดแย้งที่สำคัญเนื่องจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์และระบบนิเวศในท้องถิ่น แผนการผันน้ำดังกล่าวเป็นที่ถกเถียงกันมานานเนื่องจากขนาดของโครงการและความเสี่ยงทางนิเวศวิทยาที่อาจส่งผลกระทบต่อภูมิภาค

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการระงับโครงการหรือการทบทวนใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอคอยว่าฝ่ายบริหารจะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือหยุดกิจกรรมการก่อสร้างในระหว่างที่พิจารณาข้อกังวลของกลุ่มนักเคลื่อนไหวหรือไม่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้ที่สนใจสถานะของโครงการควรติดตามการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

เร่งฟื้นฟูระบบประปาในจังหวัดน่านหลังประสบอุทกภัย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เร่งฟื้นฟูระบบประปาในจังหวัดน่านหลังประสบอุทกภัย

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามการฟื้นฟูระบบประปาที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เร่งฟื้นฟูระบบประปาในจังหวัดน่านหลังประสบอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
เร่งฟื้นฟูระบบประปาในจังหวัดน่านหลังประสบอุทกภัย

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดน่านเพื่อติดตามการฟื้นฟูระบบประปาที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ในจังหวัดน่าน โดยเน้นไปที่สถานีสูบน้ำแรงต่ำบ้านน้ำขว้าง อำเภอปัว ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมา

ในระหว่างการลงพื้นที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลัง เครื่องจักร และทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อเร่งซ่อมแซมระบบประปาให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายหลักคือการคืนบริการสาธารณูปโภคที่จำเป็นให้กับประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามในการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคหลังจากได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนแล้ว แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการกลับมาให้บริการน้ำประปาอย่างเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวในจังหวัดน่านติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับสถานะการให้บริการ เนื่องจากงานซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการในพื้นที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ความสำคัญยังคงอยู่ที่การบูรณาการทรัพยากรทั้งหมดเพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 13:57 UTC

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันในอำเภอเนินมะปราง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันในอำเภอเนินมะปราง

ทางการจังหวัดพิษณุโลกกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองชมพูที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องในเทือกเขาเพชรบูรณ์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันในอำเภอเนินมะปราง

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันในอำเภอเนินมะปราง

ทางการจังหวัดพิษณุโลกกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองชมพูที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องในเทือกเขาเพชรบูรณ์

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ในอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับคลองชมพู โดยระดับน้ำในคลองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกังวลว่าน้ำอาจล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ราบลุ่มต่ำและพื้นที่ที่อยู่ติดกับลำน้ำ

สถานการณ์ปัจจุบันเกิดจากฝนที่ตกหนักบนเทือกเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำหลักของคลองชมพู รายงานระบุว่ามีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภูเขามานานกว่า 48 ชั่วโมง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำหลากลงมาเป็นจำนวนมาก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้ริมฝั่งคลองควรเฝ้าระวังและติดตามประกาศจากท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบคำสั่งอพยพหรือข้อมูลอัปเดตด้านความปลอดภัย แม้ว่าระดับน้ำจะกำลังเพิ่มสูงขึ้น แต่ขอบเขตของน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของฝนที่ยังคงตกต่อเนื่องบนภูเขา สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่อำเภอเนินมะปราง ขอแนะนำให้ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศและสภาพถนนในพื้นที่ก่อนเดินทาง เนื่องจากน้ำท่วมฉับพลันอาจส่งผลกระทบต่อการสัญจรในพื้นที่ชนบทได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 13:38 UTC

ทางการภาคเหนือของไทยจัดตั้งวอร์รูมรับมืออุทกภัย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการภาคเหนือของไทยจัดตั้งวอร์รูมรับมืออุทกภัย

เจ้าหน้าที่รัฐ ยศชนัน ได้เรียกประชุมด่วนผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือเพื่อดำเนินกลยุทธ์เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย 5 ข้อ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการภาคเหนือของไทยจัดตั้งวอร์รูมรับมืออุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
ทางการภาคเหนือของไทยจัดตั้งวอร์รูมรับมืออุทกภัย

เจ้าหน้าที่รัฐ ยศชนัน ได้เรียกประชุมด่วนผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือเพื่อดำเนินกลยุทธ์เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย 5 ข้อ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ยศชนัน เจ้าหน้าที่รัฐ ได้จัดการประชุมด่วนร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคเหนือของไทยเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากอุทกภัย ผลลัพธ์หลักของการหารือครั้งนี้คือการเปิด 'วอร์รูม' (War Room) ในทุกจังหวัดเพื่อประสานงานการตอบโต้เหตุฉุกเฉินและติดตามระดับน้ำ

ความคิดริเริ่มนี้มุ่งเน้นไปที่คำสั่งการ 5 ข้อที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความพร้อมในระดับภูมิภาคสำหรับภัยคุกคามจากน้ำท่วม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือ การพัฒนานี้หมายถึงการยกระดับสถานะการเฝ้าระวัง แม้ว่าการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงการสื่อสารและการจัดสรรทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ แต่ก็ยังเน้นย้ำถึงความจริงจังที่ทางการกำลังจัดการกับสภาพอากาศในปัจจุบัน

นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปภาคเหนือของไทยควรตระหนักว่าสถานการณ์น้ำท่วมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานระดับจังหวัด เนื่องจากวอร์รูมเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับการอัปเดตความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตทั้งหมดของคำสั่งการ 5 ข้อและสถานที่ที่แม่นยำซึ่งมีความเสี่ยงสูงสุดยังคงต้องรอการยืนยัน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบกรมธรรม์ประกันการเดินทางและรักษาความยืดหยุ่นในแผนการเดินทางของตน หากสภาพอากาศจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงการเดินทางหรือการเข้าถึงพื้นที่ในท้องถิ่นอย่างกะทันหัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 13:35 UTC

ประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 18 จังหวัดของไทย; น่านเผชิญวิกฤตน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 18 จังหวัดของไทย; น่านเผชิญวิกฤตน้ำท่วม

ทางการออกประกาศเตือนภัยใน 18 จังหวัดเนื่องจากฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง โดยจังหวัดน่านมีรายงานครัวเรือนได้รับผลกระทบกว่า 13,000 ครัวเรือน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 18 จังหวัดของไทย; น่านเผชิญวิกฤตน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 18 จังหวัดของไทย; น่านเผชิญวิกฤตน้ำท่วม

ทางการออกประกาศเตือนภัยใน 18 จังหวัดเนื่องจากฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง โดยจังหวัดน่านมีรายงานครัวเรือนได้รับผลกระทบกว่า 13,000 ครัวเรือน

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่าทางการได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนให้ 18 จังหวัดทั่วประเทศไทยเฝ้าระวังฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน สภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตเศรษฐกิจหลายแห่ง ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและการดำเนินชีวิตประจำวัน

จังหวัดน่านกำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต โดยมีรายงานว่ามีครัวเรือนประมาณ 13,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ปริมาณน้ำที่ไหลบ่าได้ส่งผลให้ระบบระบายน้ำในท้องถิ่นไม่สามารถรองรับได้ทัน นำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างทั้งในพื้นที่อยู่อาศัยและเขตการค้า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญคือต้องติดตามการพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจากภาวะน้ำท่วม นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังภาคเหนือหรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบสถานะเส้นทางและที่พักก่อนออกเดินทาง เนื่องจากเส้นทางการคมนาคมอาจได้รับผลกระทบ

แม้ผลกระทบที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่านจะมีความชัดเจน แต่ความเสียหายโดยรวมในอีก 17 จังหวัดที่เหลือยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่กำลังเร่งประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ทางการกำลังเร่งจัดการเพื่อบรรเทาความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

น้ำท่วมภาคเหนือ: โรงพยาบาลน่านระงับบริการที่ไม่ฉุกเฉิน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำท่วมภาคเหนือ: โรงพยาบาลน่านระงับบริการที่ไม่ฉุกเฉิน

น้ำเหนือที่ไหลหลากอย่างหนักทำให้กระทรวงสาธารณสุขสั่งการให้เตรียมพร้อมรับมือใน 3 จังหวัด โดยโรงพยาบาลน่านได้ย้ายแผนกฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลสนาม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำท่วมภาคเหนือ: โรงพยาบาลน่านระงับบริการที่ไม่ฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมภาคเหนือ: โรงพยาบาลน่านระงับบริการที่ไม่ฉุกเฉิน

น้ำเหนือที่ไหลหลากอย่างหนักทำให้กระทรวงสาธารณสุขสั่งการให้เตรียมพร้อมรับมือใน 3 จังหวัด โดยโรงพยาบาลน่านได้ย้ายแผนกฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลสนาม

ภาพรวมสถานการณ์

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 น้ำเหนือที่ไหลหลากอย่างหนักได้กระตุ้นให้เกิดมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วนใน 3 จังหวัดของประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานท้องถิ่นเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นและการหยุดชะงักของบริการต่างๆ

ผลกระทบต่อการบริการ

โรงพยาบาลน่านได้ประกาศระงับบริการทางการแพทย์ที่ไม่ฉุกเฉินทั้งหมดเพื่อจัดการกับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังได้ย้ายการดำเนินงานของแผนกฉุกเฉิน (ER) ไปยังโรงพยาบาลสนามที่กำหนดไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าการดูแลผู้ป่วยวิกฤตยังคงสามารถเข้าถึงได้แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางสภาพแวดล้อม

คำแนะนำสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อยู่ในหรือวางแผนจะเดินทางไปยังภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดน่าน จำเป็นต้องติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุข การระงับบริการที่ไม่ฉุกเฉินอาจส่งผลให้ระยะเวลารอคอยนานขึ้นหรือการเข้าถึงการรักษาพยาบาลทั่วไปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีจำกัด นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

สถานะของข้อมูล

แม้ว่ากระทรวงฯ จะได้เริ่มใช้มาตรการฉุกเฉินแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดจากน้ำท่วมและระยะเวลาในการระงับบริการที่โรงพยาบาลน่านยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 12:15 UTC

ดินโคลนถล่มที่แม่ฮ่องสอนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ดินโคลนถล่มที่แม่ฮ่องสอนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดเหตุโคลนถล่มรุนแรงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลังจากมีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ทางการท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำแม่สะเรียงที่เพิ่มสูงขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ดินโคลนถล่มที่แม่ฮ่องสอนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

แหล่งข่าวเดียว
ดินโคลนถล่มที่แม่ฮ่องสอนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดเหตุโคลนถล่มรุนแรงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลังจากมีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ทางการท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำแม่สะเรียงที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เหตุการณ์ดินโคลนถล่มที่เกิดจากอุทกภัยในจังหวัดแม่ฮ่องสอนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 1 ราย

เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว นายอำเภอได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำแม่สะเรียง โดยเจ้าหน้าที่สังเกตพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งนำไปสู่ความกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม ผู้นำชุมชนได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการสื่อสารและการตอบสนองที่ทันท่วงที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความไม่มั่นคงทางธรณีวิทยาและน้ำป่าไหลหลากในช่วงสภาพอากาศปัจจุบัน ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ เนื่องจากสภาพการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากอุทกภัยและดินโคลนถล่มยังคงอยู่ระหว่างการประเมิน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะและสถานะของโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานระดับจังหวัด ผู้ที่อยู่ในแม่ฮ่องสอนหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 12:35 UTC

สปสช. เร่งดูแลผู้ป่วยไตต่อเนื่องในพื้นที่น้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สปสช. เร่งดูแลผู้ป่วยไตต่อเนื่องในพื้นที่น้ำท่วม

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำลังประสานงานบริการฟอกไตฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สปสช. เร่งดูแลผู้ป่วยไตต่อเนื่องในพื้นที่น้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
สปสช. เร่งดูแลผู้ป่วยไตต่อเนื่องในพื้นที่น้ำท่วม

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำลังประสานงานบริการฟอกไตฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคไตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยหน่วยงานได้ย้ำเตือนผู้ป่วยว่า 'อย่าหยุดฟอกไตเอง' เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สปสช. ได้จัดหน่วยบริการทดแทนและอำนวยความสะดวกในการจัดส่งน้ำยาล้างไตไปยังศูนย์อพยพโดยตรง มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ต้องอพยพจากน้ำท่วมหรือผู้ที่ไม่สามารถเดินทางไปยังสถานพยาบาลปกติได้ ยังคงได้รับบริการที่จำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขในท้องถิ่น แม้ว่า สปสช. จะกำลังจัดการด้านโลจิสติกส์ของการดูแลรักษาอย่างแข็งขัน แต่ผู้ที่ต้องการบริการทางการแพทย์เฉพาะทางควรติดต่อกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่หรือผู้ให้บริการดูแลของตนเพื่อยืนยันความพร้อมของบริการในพื้นที่นั้นๆ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการฉุกเฉินเหล่านี้จะมีความจำเป็นนานเท่าใด และจังหวัดใดบ้างที่กำลังประสบปัญหาการหยุดชะงักของบริการมากที่สุด ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก สปสช. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่ให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 10:58 UTC

น้ำท่วมหนักในภาคใต้ของลาว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำท่วมหนักในภาคใต้ของลาว

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในแขวงสะหวันนะเขต ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 10,000 คนใน 11 หมู่บ้าน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในภาคใต้ของลาว

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในภาคใต้ของลาว

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในแขวงสะหวันนะเขต ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 10,000 คนใน 11 หมู่บ้าน

ตามรายงานจาก Khaosod English ภาคใต้ของลาวกำลังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง แขวงสะหวันนะเขตได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีอย่างน้อย 11 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ามีประชาชนมากกว่า 10,000 คนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้

เพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ในเมืองพินได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 3 แห่งเพื่อรองรับผู้ประสบภัย ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมกระจุกตัวอยู่ในเมืองพินและเมืองเซโปน เจ้าหน้าที่รัฐได้ออกคำเตือนเร่งด่วนสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำและทางน้ำ โดยแนะนำให้เฝ้าระวังและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิดในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์สภาพอากาศดังกล่าวอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปเยือนหรือผ่านภาคใต้ของลาวควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากสภาพถนนอาจกลายเป็นอันตรายและอาจมีการจำกัดการเข้าถึงบางพื้นที่ ในขณะนี้ ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับภูมิภาคเกี่ยวกับความปลอดภัยและขั้นตอนการอพยพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 10:15 UTC

ดินโคลนถล่มทับบ้านในแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีผู้ติดค้าง 5 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ดินโคลนถล่มทับบ้านในแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีผู้ติดค้าง 5 ราย

เกิดเหตุโคลนถล่มในอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้มีผู้ติดค้างอยู่ภายในบ้าน 5 ราย ขณะนี้หน่วยทหารและทีมกู้ภัยกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ดินโคลนถล่มทับบ้านในแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีผู้ติดค้าง 5 ราย

แหล่งข่าวเดียว
ดินโคลนถล่มทับบ้านในแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีผู้ติดค้าง 5 ราย

เกิดเหตุโคลนถล่มในอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้มีผู้ติดค้างอยู่ภายในบ้าน 5 ราย ขณะนี้หน่วยทหารและทีมกู้ภัยกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุดินโคลนถล่มเข้าใส่บ้านพักอาศัยในอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีผู้ติดค้างอยู่ภายในจำนวน 5 ราย ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินดังกล่าว ทหารจำนวน 6 นายจากหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 36 ภายใต้สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้ถูกส่งลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจ โดยกำลังทำงานร่วมกับทีมบรรเทาสาธารณภัยเพื่อดำเนินการช่วยเหลือและดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศในปัจจุบัน ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภูเขาอย่างจังหวัดแม่ฮ่องสอนมักนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ซึ่งอาจส่งผลให้เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดและเป็นอันตรายต่อที่พักอาศัย ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขา เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะนี้ สถานะของผู้ติดค้างทั้ง 5 รายและความเสียหายของโครงสร้างบ้านยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยภารกิจการช่วยเหลือยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 10:15 UTC

นครพนมเสนอโครงการงบ 1.9 พันล้านบาทเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

นครพนมเสนอโครงการงบ 1.9 พันล้านบาทเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม

นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม สนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในจังหวัด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

นครพนมเสนอโครงการงบ 1.9 พันล้านบาทเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
นครพนมเสนอโครงการงบ 1.9 พันล้านบาทเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม

นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม สนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในจังหวัด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม ได้กล่าวถึงปัญหาการต่อสู้กับน้ำท่วมตามฤดูกาลของจังหวัด โดยนางมนพรเน้นย้ำว่าภูมิภาคนี้ไม่สามารถพึ่งพากระบวนการระบายน้ำตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียวในการจัดการระดับน้ำในช่วงฤดูฝนได้อีกต่อไป

เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว เธอจึงสนับสนุนโครงการพัฒนาที่มุ่งเน้นพื้นที่ 'ห้วยฮ่องฮอ' ด้วยงบประมาณที่เสนอไว้ 1.9 พันล้านบาท โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำเพื่อปกป้องชุมชนท้องถิ่นและพื้นที่เกษตรกรรมจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนครพนม ข้อเสนอนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงรุกในนโยบายการจัดการน้ำระดับภูมิภาค แม้ว่าโครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดความถี่และความรุนแรงของน้ำท่วม แต่ปัจจุบันยังคงเป็นเพียงข้อเสนอริเริ่มเท่านั้น ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะจัดสรรเงินทุนตามที่ร้องขออย่างไร และกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างหรือการดำเนินการจะเป็นอย่างไร ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังภูมิภาคนี้ในช่วงฤดูมรสุมควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากระบบการจัดการน้ำท่วมในปัจจุบันยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศตามฤดูกาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 11:15 UTC

กรมชลประทานเร่งซ่อมคลองระบายน้ำ ร.1 ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมชลประทานเร่งซ่อมคลองระบายน้ำ ร.1 ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่

ทางการเร่งดำเนินการซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูมรสุมและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ซ้ำรอยปี 2568

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมชลประทานเร่งซ่อมคลองระบายน้ำ ร.1 ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานเร่งซ่อมคลองระบายน้ำ ร.1 ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่

ทางการเร่งดำเนินการซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูมรสุมและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ซ้ำรอยปี 2568

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลองระบายน้ำ ร.1 ในจังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าของการซ่อมแซม ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand คลองแห่งนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และบริเวณใกล้เคียง

นายสุริยพล นุชอนงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งซ่อมแซมให้เสร็จสิ้นตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฤดูมรสุมที่กำลังจะมาถึง โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่ได้รับอนุมัติงบกลางจากคณะรัฐมนตรี เพื่อให้กรมชลประทานดำเนินการฟื้นฟูระบบชลประทานใน 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในปี 2568

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การบำรุงรักษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมขัง แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะแสดงความเชื่อมั่นว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ซ้ำรอยปี 2568 แต่ประสิทธิภาพสูงสุดของระบบระบายน้ำในช่วงสภาพอากาศสุดโต่งนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังหาดใหญ่หรือภาคใต้ของไทยในช่วงฤดูมรสุม ติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานเพื่อรับทราบความคืบหน้าในการป้องกันอุทกภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 11:17 UTC

บสย. ประกาศพักชำระหนี้ 3 เดือน ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

บสย. ประกาศพักชำระหนี้ 3 เดือน ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับลูกหนี้ในจังหวัดน่านหลังจากเกิดอุทกภัยรุนแรง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

บสย. ประกาศพักชำระหนี้ 3 เดือน ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
บสย. ประกาศพักชำระหนี้ 3 เดือน ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับลูกหนี้ในจังหวัดน่านหลังจากเกิดอุทกภัยรุนแรง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนลูกค้าและลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมในจังหวัดน่าน ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไปของ บสย. กล่าวว่ามาตรการดังกล่าวรวมถึงการพักชำระค่าธรรมเนียมและค่างวดเป็นเวลา 3 เดือน

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินในทันทีให้กับบุคคลและธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากอุทกภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันและแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ตามมาต่อชุมชนท้องถิ่น แม้ว่ามาตรการนี้จะให้การสนับสนุนชั่วคราวแก่ลูกค้าของ บสย. แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผลกระทบในวงกว้างของน้ำท่วมต่อโครงสร้างพื้นฐานและบริการในท้องถิ่นยังคงดำเนินอยู่

ในขณะนี้ เกณฑ์เฉพาะสำหรับสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการและขอบเขตทั้งหมดของมาตรการช่วยเหลือจะถูกจัดการโดย บสย. โดยตรง ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซึ่งไม่ใช่ลูกค้าของ บสย. ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นสำหรับโครงการช่วยเหลืออื่นๆ ที่อาจมีเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ในจังหวัดน่านมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับสภาพถนนและความพร้อมของบริการสาธารณะอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขอบเขตทั้งหมดของกระบวนการฟื้นฟูยังไม่สามารถสรุปได้ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 12:01 UTC

ดินสไลด์ปิดถนนสายเหมืองแบ่ง–ทับเบิก ในจังหวัดเพชรบูรณ์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ดินสไลด์ปิดถนนสายเหมืองแบ่ง–ทับเบิก ในจังหวัดเพชรบูรณ์

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดดินสไลด์ ส่งผลให้ต้องปิดเส้นทางเหมืองแบ่ง–ทับเบิก ในจังหวัดเพชรบูรณ์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ดินสไลด์ปิดถนนสายเหมืองแบ่ง–ทับเบิก ในจังหวัดเพชรบูรณ์

แหล่งข่าวเดียว
ดินสไลด์ปิดถนนสายเหมืองแบ่ง–ทับเบิก ในจังหวัดเพชรบูรณ์

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดดินสไลด์ ส่งผลให้ต้องปิดเส้นทางเหมืองแบ่ง–ทับเบิก ในจังหวัดเพชรบูรณ์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในจังหวัดเพชรบูรณ์ส่งผลให้เกิดดินสไลด์ปิดทับเส้นทางเหมืองแบ่ง–ทับเบิก องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) วังบาล ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนงดใช้เส้นทางดังกล่าวจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเพื่อความปลอดภัย

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ การปิดเส้นทางนี้มีความสำคัญเนื่องจากพื้นที่ทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวบนภูเขาที่ได้รับความนิยม ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเส้นทางที่คดเคี้ยวและทิวทัศน์ที่สวยงาม ดินสไลด์ดังกล่าวได้ตัดขาดจุดเข้าถึงที่สำคัญ ซึ่งอาจทำให้เกิดความล่าช้าหรือจำเป็นต้องใช้เส้นทางอ้อมสำหรับผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวหรือสัญจรผ่านภูมิภาคนี้

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการปฏิบัติงานเคลียร์พื้นที่ต้องใช้เวลานานเท่าใดและเมื่อใดที่ถนนจะมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการเปิดใช้งานอีกครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจาก อบต.วังบาล หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ก่อนตัดสินใจเดินทางเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว ขอแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ในพื้นที่ภูเขาในช่วงฤดูฝน เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์เพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 11:17 UTC

น้ำป่าหลากและดินสไลด์ถล่มอำเภอสบเมย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำป่าหลากและดินสไลด์ถล่มอำเภอสบเมย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 5 รายและบ้านเรือนได้รับความเสียหาย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากและดินสไลด์ถล่มอำเภอสบเมย

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากและดินสไลด์ถล่มอำเภอสบเมย

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 5 รายและบ้านเรือนได้รับความเสียหาย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์หลังจากมีฝนตกหนัก ภัยธรรมชาติครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างมากต่อบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือในการตอบโต้เหตุฉุกเฉินและได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อรับการรักษาทางการแพทย์แล้ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความไม่มั่นคงทางธรณีวิทยาและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูมรสุม ผู้ที่อยู่ในหรือวางแผนจะไปเยือนพื้นที่ภูเขาในภาคเหนือของประเทศไทยควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์หรือน้ำป่าไหลหลาก

แม้ว่าการปฏิบัติการกู้ภัยเบื้องต้นจะดำเนินการไปแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและผลกระทบระยะยาวต่อเส้นทางการคมนาคมในพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยัน คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการประเมินสถานการณ์ต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานการท่องเที่ยวในพื้นที่หรือผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปิดถนนหรือปัญหาการเข้าถึงพื้นที่ในอำเภอสบเมยก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทางต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 10:56 UTC

กรมทางหลวงเร่งติดตั้งสะพานเบลีย์เพื่อฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมทางหลวงเร่งติดตั้งสะพานเบลีย์เพื่อฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

กรมทางหลวงของไทยกำลังเร่งดำเนินการฟื้นฟูเส้นทางการคมนาคมในพื้นที่ประสบอุทกภัยด้วยการติดตั้งสะพานเบลีย์ชั่วคราว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมทางหลวงเร่งติดตั้งสะพานเบลีย์เพื่อฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กรมทางหลวงเร่งติดตั้งสะพานเบลีย์เพื่อฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

กรมทางหลวงของไทยกำลังเร่งดำเนินการฟื้นฟูเส้นทางการคมนาคมในพื้นที่ประสบอุทกภัยด้วยการติดตั้งสะพานเบลีย์ชั่วคราว

ความพยายามในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 กรมทางหลวงได้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรหนัก และอุปกรณ์เฉพาะทางเพื่อแก้ไขความเสียหายของถนนที่เกิดจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการฟื้นฟูการเชื่อมต่อสำหรับประชาชนและผู้เดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบต่อการเดินทางและประชาชน

ในส่วนหนึ่งของความพยายามในการฟื้นฟู กรมทางหลวงกำลังติดตั้งสะพานเบลีย์ ซึ่งเป็นสะพานโครงเหล็กสำเร็จรูปที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพื่อใช้เป็นทางเบี่ยงในส่วนของเครือข่ายถนนที่ได้รับความเสียหาย สำหรับผู้เดินทางและประชาชนในพื้นที่ ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราวและฟื้นฟูการเข้าถึงพื้นที่ที่เคยถูกตัดขาดจากระดับน้ำที่สูงขึ้น แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจร แต่ผู้เดินทางควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากสภาพถนนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางผ่านภูมิภาคที่กำลังมีการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน

สถานะและแนวโน้ม

ในขณะที่การติดตั้งโครงสร้างชั่วคราวเหล่านี้กำลังดำเนินการอยู่ ความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานถนนถาวรยังคงอยู่ระหว่างการประเมิน ระยะเวลาที่จำเป็นต้องใช้สะพานชั่วคราวเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการลดลงของระดับน้ำและการตรวจสอบโครงสร้างในลำดับถัดไป ผู้เดินทางควรตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมทางหลวงเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการปิดถนนและสถานะของเส้นทางเฉพาะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 11:06 UTC

ธ.ก.ส. เปิดตัวสินเชื่อฉุกเฉินช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ธ.ก.ส. เปิดตัวสินเชื่อฉุกเฉินช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในน่าน

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อฉุกเฉินอัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยรุนแรงในจังหวัดน่าน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ธ.ก.ส. เปิดตัวสินเชื่อฉุกเฉินช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในน่าน

แหล่งข่าวเดียว
ธ.ก.ส. เปิดตัวสินเชื่อฉุกเฉินช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในน่าน

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อฉุกเฉินอัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยรุนแรงในจังหวัดน่าน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยในจังหวัดน่าน โดยธนาคารได้จัดโครงการสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อมอบความช่วยเหลือทางการเงินอย่างเร่งด่วนแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้

สาระสำคัญของโครงการนี้คือการให้สินเชื่อฉุกเฉินโดยปลอดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือน มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินให้กับประชาชนและลูกค้าภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากการที่ทรัพย์สินหรือแหล่งรายได้ถูกน้ำท่วมขัง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในจังหวัดน่านหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่ยังคงดำเนินอยู่จากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ แม้ว่าการดำเนินการของธนาคารจะมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูทางการเงินของลูกค้า แต่การมีอยู่ของโครงการช่วยเหลือเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความรุนแรงของสภาพแวดล้อมในพื้นที่

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อและขอบเขตการดำเนินงานของธนาคารในพื้นที่ประสบภัยยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความสามารถในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานและผลกระทบต่อการเดินทางที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่าโครงการฉุกเฉินนี้จะเปิดให้ยื่นคำขอได้นานเท่าใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 10:40 UTC

ทางการเร่งระดมความช่วยเหลือรับมือน้ำท่วมในจังหวัดน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการเร่งระดมความช่วยเหลือรับมือน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

รัฐบาลไทยสั่งการเร่งด่วนให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานเป็นสำคัญ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการเร่งระดมความช่วยเหลือรับมือน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระดมความช่วยเหลือรับมือน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

รัฐบาลไทยสั่งการเร่งด่วนให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานเป็นสำคัญ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่า ภัทรพงศ์ ได้สั่งการด่วนไปยังกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดน่านที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก

ตามประกาศอย่างเป็นทางการ เป้าหมายหลักของการปฏิบัติการนี้คือการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรกโดยไม่ล่าช้า เจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายให้จัดการกับผลกระทบของระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม เพื่อรักษาเส้นทางเข้าถึงและปกป้องประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการระบุว่าเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมการลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ประสบภัยในเร็วๆ นี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการเดินทางบนท้องถนนและอาจเกิดอันตรายในพื้นที่ลุ่มต่ำ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารท้องถิ่นเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและคำเตือนด้านความปลอดภัยที่ออกโดยหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ ขอบเขตความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดและกำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 10:35 UTC

ทางการนครพนมเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขงรับมือความเสี่ยงน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการนครพนมเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขงรับมือความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมสั่งการให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการนครพนมเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขงรับมือความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการนครพนมเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขงรับมือความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมสั่งการให้ทุกอำเภอเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมกำลังกำกับดูแลการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงเพื่อลดความเสี่ยงของการเอ่อล้น

ขณะนี้ทุกอำเภอในจังหวัดได้ถูกประกาศให้เฝ้าระวังในระดับสูง เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน ทางจังหวัดได้เปิดสายด่วนตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้มีการปิดเส้นทางจราจรในบางจุดหรือกระทบต่อแผนการเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้แม่น้ำ แม้ว่าในขณะนี้จะเน้นไปที่การระบายน้ำเชิงป้องกัน แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำในแม่น้ำโขง

ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามาตรการเฝ้าระวังระดับสูงนี้จะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด และจะมีพื้นที่ใดที่ต้องมีการอพยพหรือไม่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด โดยสายด่วน 24 ชั่วโมงเป็นช่องทางหลักสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนหรือข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 20 สิงหาคม 2026, 10:36 UTC