ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา XSpring จับมือสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เสริมทักษะการวางแผนการเงินให้แก่นักกีฬา ✦
การเมือง การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสร้างกระแสตอบรับสูงบนโลกออนไลน์ ✦
การขนส่ง รถไฟฟ้า BTS ประสบปัญหาการเดินรถในช่วงฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย ระดมกำลังพลทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในสมุทรปราการ ✦
การเมือง ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟม ยันบริสุทธิ์ใจ ✦
เศรษฐกิจ กระทรวงการคลังชง ครม. ขออนุมัติงบ 1.2 พันล้านบาท ช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ✦
กีฬา สองนักวิ่งสาวไทยผ่านเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
การขนส่ง ขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ออกไปอีก 4 เดือน ✦
การเมือง ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟมช่วยน้ำท่วม ✦
กีฬา

XSpring จับมือสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เสริมทักษะการวางแผนการเงินให้แก่นักกีฬา

แหล่งข่าวเดียว
XSpring จับมือสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เสริมทักษะการวางแผนการเงินให้แก่นักกีฬา

XSpring เปิดตัวโครงการร่วมมือกับสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินและทักษะการใช้ชีวิตแก่เหล่านักกีฬาพาราลิมปิก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 บริษัท XSpring ได้เข้าเป็นพันธมิตรกับสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือนี้คือการจัดฝึกอบรมเฉพาะทางด้านการวางแผนการเงินและทักษะการจัดการชีวิตให้แก่นักกีฬาพาราลิมปิกภายใต้สังกัดของสมาคม

โครงการนี้มุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับนักกีฬา เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขามีความพร้อมในการจัดการการเงินควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพนักกีฬา การมุ่งเน้นไปที่ความรู้ทางการเงินนี้ถือเป็นความพยายามในการสร้างรากฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้นให้กับชุมชนกีฬาคนพิการในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการที่ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนสวัสดิภาพของนักกีฬานอกเหนือจากสนามแข่งขัน ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบสนับสนุนแบบองค์รวมสำหรับผู้พิการในประเทศไทย

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะระบุถึงความตั้งใจในการจัดหาทรัพยากรทางการศึกษาเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักสูตรระยะยาว จำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วม และระยะเวลาของโครงการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการผนึกกำลังระหว่างภาคธุรกิจและวงการกีฬานี้จะส่งผลต่อการพัฒนาและความมั่นคงทางการเงินของนักกีฬาที่เกี่ยวข้องอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

การเมือง

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสร้างกระแสตอบรับสูงบนโลกออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสร้างกระแสตอบรับสูงบนโลกออนไลน์

ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นความสนใจอย่างมากของสาธารณชนต่อการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง โดยมีประเด็น 'เงินของเรา' เป็นหัวข้อสำคัญ

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึงได้รับความสนใจอย่างมากบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย การวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่าการสนทนาเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้มียอดการมีส่วนร่วมสูงถึงประมาณ 6.5 ล้านครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนในระดับสูงต่อการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม

วลี 'เงินของเรา' ได้กลายเป็นประเด็นหลักในการสนทนาออนไลน์ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของผู้ประกันตนเกี่ยวกับความโปร่งใสและการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางดิจิทัลนี้บ่งชี้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญมากขึ้นว่าเงินสมทบของพวกเขาถูกนำไปบริหารจัดการอย่างไร และการตัดสินใจของคณะกรรมการจะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ในอนาคตของพวกเขาอย่างไร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ส่งเงินสมทบเข้าสู่ระบบประกันสังคมของไทย การมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่จะมาถึงในการกำหนดการกำกับดูแลทรัพยากรทางการเงินเหล่านี้ แม้ว่าข้อมูลจะยืนยันถึงกระแสความรู้สึกของสาธารณชนและการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลที่สูง แต่แพลตฟอร์มนโยบายเฉพาะของผู้สมัครและผลกระทบสุดท้ายของการมีส่วนร่วมนี้ต่อผลการเลือกตั้งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าแรงขับเคลื่อนออนไลน์นี้จะเปลี่ยนไปสู่การใช้สิทธิเลือกตั้งจริงหรือไม่ และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการบริหารงานของคณะกรรมการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

การขนส่ง

รถไฟฟ้า BTS ประสบปัญหาการเดินรถในช่วงฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้า BTS ประสบปัญหาการเดินรถในช่วงฝนตกหนัก

ฝนตกหนักและปัญหาทางเทคนิคส่งผลให้มีการปรับรูปแบบการเดินรถไฟฟ้า BTS ในช่วงเวลาเร่งด่วนเย็นวันที่ 25 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ระบบรถไฟฟ้า BTS ในกรุงเทพมหานครประสบปัญหาในการให้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั่วเมือง ส่งผลให้ผู้ให้บริการต้องปรับรูปแบบการเดินรถเพื่อรองรับสถานการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการมักส่งผลให้ระยะเวลารอคอยนานขึ้น ความหนาแน่นบนสถานีเพิ่มขึ้น และอาจเกิดความล่าช้าในการเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ให้บริการ BTS มักแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อรองรับความเร็วในการเดินรถที่ลดลง

แม้ว่าจะมีการรายงานสาเหตุเบื้องต้นของความขัดข้องทางเทคนิคควบคู่ไปกับสภาพอากาศ แต่ลักษณะเฉพาะของความเสียหายของอุปกรณ์ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ให้บริการ ผู้โดยสารควรตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ BTS หรือป้ายข้อมูลภายในสถานีเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ตามรายงานล่าสุด ผู้ให้บริการกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้การบริการกลับสู่สภาวะปกติ แต่ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางจนกว่าระบบจะกลับมาให้บริการได้เต็มประสิทธิภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

ความปลอดภัย

ระดมกำลังพลทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
ระดมกำลังพลทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 19 ได้รับการระดมกำลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสระแก้วในการอพยพฉุกเฉินและสนับสนุนด้านโลจิสติกส์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มณฑลทหารบกที่ 19 ได้ระดมกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยปฏิบัติการทางทหารมุ่งเน้นไปที่การอพยพประชาชนอย่างรวดเร็วและการขนย้ายสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การระดมกำลังครั้งนี้บ่งชี้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมได้ถึงระดับที่ต้องอาศัยการเข้าช่วยเหลือจากภาครัฐ ผู้ที่อยู่ในจังหวัดสระแก้วหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนอาจได้รับความเสียหาย และการเข้าถึงบางพื้นที่อาจถูกจำกัดโดยเจ้าหน้าที่ทหารหรือหน่วยกู้ภัย ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง

แม้ว่ากองทัพจะกำลังดำเนินการช่วยเหลืออย่างแข็งขัน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดจากอุทกภัยและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของเส้นทางคมนาคมในจังหวัด เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในสมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในสมุทรปราการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสายในจังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลกระทบต่อการจราจรและต้องเร่งระบายน้ำเป็นการด่วน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 จังหวัดสมุทรปราการเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังรุนแรงหลังจากมีฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าและทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงบ่าย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ปริมาณน้ำที่สะสมส่งผลกระทบอย่างมากต่อถนนสายหลัก ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรผ่านด้วยความยากลำบาก

พื้นที่สำคัญที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ถนนเทพารักษ์ ซึ่งมีน้ำท่วมขังหลายช่องทางตั้งแต่แยกศรีเทพา นอกจากนี้ยังพบสถานการณ์เดียวกันบนถนนศรีนครินทร์ โดยเฉพาะช่องทางซ้ายและช่องทางกลาง รวมถึงถนนสุขุมวิทบริเวณใกล้โรงเรียนนายเรือที่มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ถนนแพรกษายังมีน้ำท่วมขังในหลายช่วง ทำให้ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

สถานการณ์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นจากน้ำทะเลหนุนในช่วงเย็น ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้นและอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำหลายแห่ง รวมถึงสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถนนและพื้นที่ชุมชน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าและเสี่ยงต่อความเสียหายของยานพาหนะ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและระดับน้ำทะเล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:57 UTC

การเมือง

ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟม ยันบริสุทธิ์ใจ

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟม ยันบริสุทธิ์ใจ

ส.ส.พรรคภูมิใจไทยจากอยุธยาออกมาปกป้องการกระทำของตนหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแจกโฟม โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่บริสุทธิ์ใจและมองว่าเป็นเกมการเมือง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอยุธยาจากพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการแจกโฟม โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ส.ส. ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ 'เบียร์' ยืนยันว่าเจตนาของเขานั้นบริสุทธิ์และต้องการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ประเด็นดราม่าดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีภาพหรือรายงานเกี่ยวกับการแจกสิ่งของดังกล่าวเผยแพร่ออกไป จนนำไปสู่การถกเถียงในที่สาธารณะ ส.ส. รายนี้ได้ขอให้ผู้ที่วิจารณ์หยุดการเสียดสี โดยมองว่าความสนใจในเชิงลบนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกคำนวณมาแล้วในบริบทของเกมการเมือง เขายืนยันว่าการกระทำของเขาเป็นไปอย่างโปร่งใสและไม่ได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดความเสียหายหรือความขัดแย้งใดๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของการเมืองท้องถิ่นที่มักมีความเข้มข้นและการตรวจสอบบุคคลสาธารณะในกิจกรรมต่างๆ แม้ว่า ส.ส. จะได้ชี้แจงจุดยืนของตนแล้ว แต่บริบทเฉพาะของการแจกโฟมและรายละเอียดของข้อร้องเรียนจากประชาชนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว และสถานการณ์ดูเหมือนจะยังคงอยู่ในขอบเขตของวาทกรรมทางการเมือง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าข้อพิพาทลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในการเมืองท้องถิ่นของไทย และแทบไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัยของผู้มาเยือนหรือผู้อยู่อาศัยระยะยาว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:56 UTC

เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังชง ครม. ขออนุมัติงบ 1.2 พันล้านบาท ช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังชง ครม. ขออนุมัติงบ 1.2 พันล้านบาท ช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ.

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอของบกลางฉุกเฉิน 1.2 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืม กยศ. จำนวน 14,000 ราย โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กระทรวงการคลังกำลังเตรียมเสนอของบประมาณกลางฉุกเฉินจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้กู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประมาณ 14,000 ราย ที่กำลังประสบปัญหาค้างชำระหนี้ โดยข้อเสนอดังกล่าวมีกำหนดจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในวันที่ 29 กันยายน 2569

ส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยเหลือที่นำเสนอ รัฐบาลกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล 'เป๋าตัง' เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดสรรเงินค่าครองชีพให้แก่กลุ่มนักศึกษาดังกล่าว โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของผู้กู้ยืมที่ประสบปัญหาในการปฏิบัติตามตารางการชำระหนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการหนี้ครัวเรือนและสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษา แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่บัญชีเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ แต่ก็สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจในวงกว้างเกี่ยวกับการจัดการหนี้สาธารณะ

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติงบประมาณตามจำนวนที่ร้องขอทั้งหมดหรือไม่ และจะมีเกณฑ์การคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ์อย่างไร นอกจากนี้ การเชื่อมต่อทางเทคนิคของแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' สำหรับกระบวนการจ่ายเงินนี้ยังคงต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากรัฐบาลและรายละเอียดการดำเนินงาน ผู้ที่สนใจควรติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายน เพื่อยืนยันขอบเขตและกรอบเวลาของโครงการอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:56 UTC

กีฬา

สองนักวิ่งสาวไทยผ่านเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
สองนักวิ่งสาวไทยผ่านเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาสาวไทย สุกานดา และ จิราพัชร ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิง ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ซึ่งจะจัดขึ้นในค่ำวันนี้

ตามรายงานจาก Matichon Online นักกรีฑาสาวไทยสองคนคือ สุกานดา และ จิราพัชร สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยนักกีฬาทั้งสองทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศมีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ วันที่ 25 กันยายน 2026 เวลา 20.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเมืองเจ้าภาพ เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในปฏิทินกีฬาของภูมิภาค ซึ่งดึงดูดความสนใจอย่างมากต่อพื้นที่บริเวณสนามแข่งขันและช่องทางการถ่ายทอดสดในท้องถิ่น

แม้ว่าการผ่านเข้ารอบของนักกีฬาทั้งสองจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและตารางเหรียญรางวัลยังคงต้องรอสรุปหลังจากการแข่งขันในค่ำคืนนี้ ผู้ชมที่วางแผนจะเข้าร่วมหรือติดตามการแข่งขันควรเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นใกล้สถานที่จัดงาน รวมถึงความต้องการในการรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่อาจมีจำนวนมาก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีการอัปเดตให้ทราบหลังจากจบการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:56 UTC

การขนส่ง

ขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ออกไปอีก 4 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ออกไปอีก 4 เดือน

การรถไฟแห่งประเทศไทยบรรลุข้อตกลงกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน ให้เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปอีก 4 เดือน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ประกาศขยายเวลาการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์เป็นการชั่วคราว หลังจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดย ร.ฟ.ท. และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ในเครือบริษัท ซี.พี.) ได้ตกลงขยายเวลาการเดินรถออกไปอีก 4 เดือน

ภายใต้ข้อตกลงใหม่ซึ่งมีกำหนดลงนามในวันที่ 28 กันยายน 2569 บริษัท เอเชีย เอรา วัน จะยังคงบริหารจัดการการเดินรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 โดยผู้ประกอบการจะต้องวางหลักประกันมูลค่า 533 ล้านบาท เงื่อนไขการขยายเวลาดังกล่าวยังคงยึดตามรูปแบบการดำเนินงานเดิม ซึ่งรายได้จากค่าโดยสารจะถูกนำไปหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยไม่มีการจ่ายค่าจ้างเพิ่มเติมจาก ร.ฟ.ท.

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป การขยายเวลาครั้งนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการหยุดชะงักของบริการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ แม้ว่าความต่อเนื่องของบริการในระยะสั้นจะได้รับการรับรองแล้ว แต่แผนการบริหารจัดการระยะยาวหลังจากสิ้นสุดระยะเวลา 4 เดือนนี้ยังคงต้องรอการสรุปผลต่อไป ทั้งนี้ ร.ฟ.ท. ระบุว่าหลังจากวันที่ 31 มกราคม 2570 ความรับผิดชอบในการเดินรถจะถูกโอนไปยังบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:57 UTC

การเมือง

ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟมช่วยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟมช่วยน้ำท่วม

นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงกรณีดราม่าบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการแจกแผ่นโฟมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยยืนยันว่าเป็นของ อบจ. ไม่ใช่ของตนเอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ได้ชี้แจงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการแจกแผ่นโฟมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดย Khaosod Online รายงานว่า ส.ส.ทรงพลยืนยันว่าแผ่นโฟมดังกล่าวเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ไม่ใช่ของตนเอง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ตนลงพื้นที่ตรวจสอบคลองกระด้วงตามคำร้องเรียนของชาวบ้านและบังเอิญพบทีมงาน อบจ. กำลังแจกจ่ายสิ่งของ จึงได้แวะเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมย้ำว่าทีมงานได้ระบุที่มาของสิ่งของไว้อย่างชัดเจนในโพสต์โซเชียลมีเดีย

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางบาล นายทรงพลระบุว่าแม้ระดับน้ำจะยังน้อยกว่าปี 2568 แต่ประชาชนมีความกังวลเรื่องการปล่อยน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการแจ้งเตือนที่กระชั้นชิด ทำให้เตรียมตัวไม่ทัน ทั้งนี้ ตนกำลังประสานงานกับรัฐบาลเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวควบคู่ไปกับการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อยุธยา เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในการจัดการน้ำและประเด็นทางการเมืองในช่วงฤดูมรสุม แม้ ส.ส. จะปฏิเสธความผิด แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบแหล่งที่มาของความช่วยเหลือและติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะปรับปรุงระเบียบการแจ้งเตือนการปล่อยน้ำเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของตัวแทนในพื้นที่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:57 UTC

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้เกิดฝนตกหนัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้เกิดฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ เนื่องจากร่องมรสุมส่งผลกระทบต่อภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกหนัก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้เกิดฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้เกิดฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ เนื่องจากร่องมรสุมส่งผลกระทบต่อภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกหนัก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่ามีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย สภาพอากาศดังกล่าวคาดว่าจะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ รวมถึงบางส่วนของภาคกลาง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ ทัศนวิสัยบนท้องถนนลดลง และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้งหรือแผนการเดินทางในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงฤดูมรสุมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าพยากรณ์อากาศปัจจุบันจะเน้นย้ำถึงผลกระทบโดยตรงจากร่องมรสุม แต่ระยะเวลาและความรุนแรงของฝนในแต่ละพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ทางการยังไม่มีคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจง แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่มควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแปรปรวน โปรดติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับตำแหน่งที่คุณอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 สิงหาคม 2026, 00:51 UTC

เหตุบุกร้านสะดวกซื้อในปัตตานีพร้อมวางระเบิดและวางเพลิง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุบุกร้านสะดวกซื้อในปัตตานีพร้อมวางระเบิดและวางเพลิง

กลุ่มคนร้ายติดอาวุธอย่างน้อย 5 คน บุกร้านสะดวกซื้อในอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ก่อนจะวางระเบิดและทำให้เกิดเพลิงไหม้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุบุกร้านสะดวกซื้อในปัตตานีพร้อมวางระเบิดและวางเพลิง

แหล่งข่าวเดียว
เหตุบุกร้านสะดวกซื้อในปัตตานีพร้อมวางระเบิดและวางเพลิง

กลุ่มคนร้ายติดอาวุธอย่างน้อย 5 คน บุกร้านสะดวกซื้อในอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ก่อนจะวางระเบิดและทำให้เกิดเพลิงไหม้

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 20.45 น. ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในบ้านบางปู ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนร้ายติดอาวุธไม่ต่ำกว่า 5 คน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าคนร้ายได้บุกเข้ามาในร้าน ยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ และสั่งให้พนักงานรวมถึงลูกค้าออกจากร้านโดยเร็ว

หลังจากร้านว่างเปล่า กลุ่มคนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องและแกลลอนน้ำมันเข้าไปวางไว้ภายในก่อนจะถอยออกมา ประมาณ 30 นาทีต่อมา ระเบิดได้ทำงานส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างร้านอย่างหนักและเกิดเพลิงไหม้รุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบางปูและพื้นที่ใกล้เคียงได้เร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ ในระหว่างการดับเพลิงได้เกิดระเบิดซ้ำขึ้นอีกหลายครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องถอยร่นเพื่อความปลอดภัย ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต้องรีบอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อหนีไฟ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลด้านความปลอดภัยที่สำคัญ แม้เพลิงจะถูกดับลงแล้วแต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบความเสียหายทั้งหมดและแรงจูงใจในการก่อเหตุ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์นี้มีความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางเพลิงและเหตุรุนแรงอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ โดยการสืบสวนเพื่อระบุตัวตนและกลุ่มของผู้ก่อเหตุยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 18:10 UTC

ภาคเหนือของไทยเผชิญฝนตกหนักท่ามกลางความกังวลเรื่องสภาพอากาศ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ภาคเหนือของไทยเผชิญฝนตกหนักท่ามกลางความกังวลเรื่องสภาพอากาศ

ฝนที่ตกหนักในภาคเหนือของไทยเมื่อเร็วๆ นี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับน้ำท่วมฉับพลัน โดยประชาชนและเจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังสภาพอากาศที่คล้ายคลึงกับปีที่ผ่านมา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ภาคเหนือของไทยเผชิญฝนตกหนักท่ามกลางความกังวลเรื่องสภาพอากาศ

แหล่งข่าวเดียว
ภาคเหนือของไทยเผชิญฝนตกหนักท่ามกลางความกังวลเรื่องสภาพอากาศ

ฝนที่ตกหนักในภาคเหนือของไทยเมื่อเร็วๆ นี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับน้ำท่วมฉับพลัน โดยประชาชนและเจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังสภาพอากาศที่คล้ายคลึงกับปีที่ผ่านมา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2026 หลายจังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทยมีฝนตกหนัก โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วงวันที่ 18-21 สิงหาคม ซึ่งได้รับอิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านพื้นที่ดังกล่าว

แม้ว่าภูมิภาคนี้จะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากพายุหมุนเขตร้อน แต่ความรุนแรงของฝนที่ตกหนักเมื่อเร็วๆ นี้ทำให้ผู้สังเกตการณ์ในพื้นที่เปรียบเทียบกับสภาพอากาศในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือ สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมฉับพลันหรือดินโคลนถล่มในพื้นที่เปราะบาง

ในขณะนี้ ผลกระทบระยะยาวของสภาพอากาศเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าร่องความกดอากาศต่ำจะผ่านไปแล้ว แต่สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามคำเตือนทางอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดทางภาคเหนือควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและรายงานสภาพอากาศอย่างเป็นทางการ เนื่องจากโอกาสที่จะเกิดฝนตกหนักซ้ำยังคงเป็นประเด็นที่หน่วยงานท้องถิ่นให้ความสำคัญ ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันเกี่ยวกับความรุนแรงของฤดูมรสุมที่จะถึงนี้ หรือสภาพอากาศปัจจุบันจะส่งผลให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เหมือนปีที่ผ่านมาหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 17:11 UTC

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: พายุโซนร้อน NARRA และมรสุมส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: พายุโซนร้อน NARRA และมรสุมส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน NARRA และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้เกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในพื้นที่ชายฝั่ง

Thai Meteorological Department Alerts ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: พายุโซนร้อน NARRA และมรสุมส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: พายุโซนร้อน NARRA และมรสุมส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน NARRA และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้เกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในพื้นที่ชายฝั่ง

อัปเดตสภาพอากาศ

ตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมกำลังพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาว เชื่อมต่อกับพายุโซนร้อน "NARRA" ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในขณะเดียวกันมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ผลกระทบและการพยากรณ์

คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักเป็นแห่งๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางไปยังพื้นที่ชายฝั่ง สภาพอากาศดังกล่าวมีความเสี่ยงทางทะเลอย่างมีนัยสำคัญ กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าคลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนในอ่าวไทยตอนบน คาดว่าจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สิ่งที่ควรทราบ

ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและสภาพอากาศทางทะเลที่แปรปรวน แม้ว่าการพยากรณ์ปัจจุบันจะระบุพื้นที่เฉพาะสำหรับฝนตกหนักและคำเตือนทางทะเล แต่เส้นทางและความรุนแรงของระบบสภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยายังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่สภาพอากาศจะคลี่คลาย โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการเดินทางทางทะเลหรือกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Meteorological Department Alerts
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 10:30 UTC

รัฐบาลลดขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลลดขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

ทางการไทยได้ลดขั้นตอนการยื่นเอกสารสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน และอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาทเพื่อเร่งเยียวยา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รัฐบาลลดขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลลดขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

ทางการไทยได้ลดขั้นตอนการยื่นเอกสารสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน และอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาทเพื่อเร่งเยียวยา

ภายหลังจากเกิดสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในจังหวัดน่าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้หน่วยงานราชการเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชน โดยนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เป้าหมายสำคัญคือการให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ผ่านการสำรวจความเสียหายเชิงรุกและการจ่ายเงินเยียวยาที่รวดเร็ว

เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างคล่องตัว กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านนำไปใช้ในการจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดขั้นตอนทางธุรการ โดยผู้ประสบภัยไม่จำเป็นต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือแนบภาพถ่ายความเสียหายอีกต่อไป แต่ให้แจ้งข้อมูลโดยตรงต่อผู้นำชุมชนหรือกำนันเพื่อเข้าสู่กระบวนการรับความช่วยเหลือ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ พัฒนาการนี้สะท้อนถึงความพยายามในการบริหารจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้สถานการณ์จะยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง แม้มาตรการเหล่านี้จะมุ่งเน้นการเร่งจ่ายเงินเยียวยา แต่กรอบเวลาการฟื้นฟูที่ชัดเจนและเกณฑ์การพิจารณาเงินชดเชยรายบุคคลยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและผลกระทบต่อการเดินทางที่อาจเกิดขึ้นจากความพยายามในการฟื้นฟู

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 14:11 UTC

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สุดสลด คร่าชีวิตเด็กหญิง 2 รายในนครราชสีมา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สุดสลด คร่าชีวิตเด็กหญิง 2 รายในนครราชสีมา

แม่และลูกสาวสองคนประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุกบนถนนมิตรภาพ ส่งผลให้เด็กหญิงทั้งสองเสียชีวิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สุดสลด คร่าชีวิตเด็กหญิง 2 รายในนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สุดสลด คร่าชีวิตเด็กหญิง 2 รายในนครราชสีมา

แม่และลูกสาวสองคนประสบอุบัติเหตุชนท้ายรถบรรทุกบนถนนมิตรภาพ ส่งผลให้เด็กหญิงทั้งสองเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนสุดสลดบนทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ในจังหวัดนครราชสีมา ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ว่ามีรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกหกล้อ บริเวณหน้าสำนักงานไปรษณีย์เขต 3 ต.บ้านโพธิ์

เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบหญิงวัยกลางคนและเด็กหญิง 2 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยพบผู้ประสบเหตุอยู่ใกล้กับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ชนเข้ากับท้ายด้านขวาของรถบรรทุกหกล้อที่จอดอยู่ แม้จะได้รับการปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและโรงพยาบาลเซนต์เมรี่ แต่เด็กหญิงทั้งสองรายได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้เป็นแม่ยังคงอยู่ในอาการสาหัส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการสัญจรบนถนนสายหลักอย่างถนนมิตรภาพ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็น การที่จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านของผู้ประสบเหตุเพียง 3 กิโลเมตร เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง แม้ว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่สาเหตุที่แท้จริงของการชนยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับขี่ใกล้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่บนเส้นทางที่มีความเร็วสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 13:51 UTC

กรมบัญชีกลางเพิ่มวงเงินงบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมบัญชีกลางเพิ่มวงเงินงบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

กรมบัญชีกลางอนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท เพื่อเร่งการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมบัญชีกลางเพิ่มวงเงินงบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
กรมบัญชีกลางเพิ่มวงเงินงบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

กรมบัญชีกลางอนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพิ่มขึ้น 100 ล้านบาท เพื่อเร่งการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเพิ่มขึ้นอีก 100 ล้านบาท มาตรการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและการปฏิบัติงานบรรเทาทุกข์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรุนแรงในจังหวัดน่าน

นอกเหนือจากการเพิ่มงบประมาณแล้ว กรมบัญชีกลางยังได้อนุมัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือจะเข้าถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยืนยันว่าสภาพคล่องเพิ่มเติมนี้มีไว้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการจัดซื้อจัดจ้างสิ่งของจำเป็นและการกระจายความช่วยเหลือฉุกเฉิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการระดมทรัพยากรเพื่อจัดการกับวิกฤตอุทกภัยที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่าการเพิ่มงบประมาณนี้จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างเสถียรภาพและให้ความช่วยเหลือในทันที แต่กรอบเวลาการฟื้นฟูที่ชัดเจนและพื้นที่เฉพาะที่จะได้รับความสำคัญในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปจังหวัดน่านควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการคมนาคมและบริการในพื้นที่ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ระบุรายละเอียดกำหนดการที่ชัดเจนว่าเงินงบประมาณดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในแต่ละอำเภอเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 13:10 UTC

อนุมัติงบฉุกเฉิน 100 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อนุมัติงบฉุกเฉิน 100 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

กรมบัญชีกลางอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อนุมัติงบฉุกเฉิน 100 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
อนุมัติงบฉุกเฉิน 100 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

กรมบัญชีกลางอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพิ่มเติมจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินสำหรับจังหวัดน่าน มาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายอำเภอ ได้แก่ ภูเพียง ปัว สันติสุข และท่าวังผา

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่าวงเงินงบประมาณฉุกเฉินเดิมที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อการรับมือกับความเสียหายที่เกิดขึ้น การอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน โดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงการตอบสนองอย่างเร่งด่วนของภาครัฐต่อวิกฤตที่กำลังดำเนินอยู่ แม้ว่าการอนุมัติงบประมาณจะช่วยเร่งการฟื้นฟู แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปในอำเภอที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและคำเตือนด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าการกระจายงบประมาณถึงครัวเรือนจะรวดเร็วเพียงใด และจะมีการขยายงบประมาณเพิ่มเติมหรือไม่หากสถานการณ์สภาพอากาศเลวร้ายลง ประชาชนในเขตพื้นที่ประสบภัยควรประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสอบถามขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือโดยเฉพาะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 12:30 UTC

ความคืบหน้าการฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ความคืบหน้าการฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูจากอุทกภัยในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งฟื้นฟูเส้นทางเพื่อเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ความคืบหน้าการฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
ความคืบหน้าการฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดน่าน

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูจากอุทกภัยในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งฟื้นฟูเส้นทางเพื่อเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาด

ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงพื้นที่จังหวัดน่านเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ปัจจุบันท่านกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ในอำเภอปัวเพื่อติดตามการดำเนินงานฟื้นฟูพื้นที่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ภารกิจหลักคือการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ถูกตัดขาดจากบริการพื้นฐานเป็นเวลา 4 วันเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง ส่วนสำคัญของการฟื้นฟูคือการติดตามความคืบหน้าในการติดตั้งสะพานแบริ่ง เพื่อคืนความสามารถในการสัญจรให้กับพื้นที่ที่ถูกตัดขาด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดจากสภาพอากาศในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าการฟื้นฟูจะกำลังดำเนินอยู่ แต่การเข้าถึงบางส่วนของอำเภอปัวยังคงมีข้อจำกัด นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในพื้นที่เกี่ยวกับสภาพถนนและความพร้อมของสะพานก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าการติดตั้งสะพานชั่วคราวจะใช้เวลานานเท่าใด และเส้นทางคมนาคมหลักในอำเภอจะเปิดให้ประชาชนใช้งานได้ตามปกติเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 13:15 UTC

การก่อสร้างสะพานฉุกเฉินช่วยฟื้นฟูการเข้าถึงในจังหวัดน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การก่อสร้างสะพานฉุกเฉินช่วยฟื้นฟูการเข้าถึงในจังหวัดน่าน

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูจากอุทกภัยในอำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมีการติดตั้งสะพานแบริ่งแห่งใหม่เพื่อเชื่อมต่อชุมชนที่ถูกตัดขาดนาน 4 วัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การก่อสร้างสะพานฉุกเฉินช่วยฟื้นฟูการเข้าถึงในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
การก่อสร้างสะพานฉุกเฉินช่วยฟื้นฟูการเข้าถึงในจังหวัดน่าน

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่ติดตามการฟื้นฟูจากอุทกภัยในอำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมีการติดตั้งสะพานแบริ่งแห่งใหม่เพื่อเชื่อมต่อชุมชนที่ถูกตัดขาดนาน 4 วัน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ดร.ยศชนัน ได้ตรวจสอบความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานแบริ่ง (สะพานเหล็กชั่วคราว) บริเวณบ้านมอญ ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จและช่วยฟื้นฟูการเข้าถึงให้กับประชาชนที่ถูกตัดขาดจากเส้นทางสัญจรหลักมานานถึง 4 วัน

ในระหว่างการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังได้ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานชั่วคราวอีกแห่งในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการสัญจร โดยมีรายงานว่าต้องใช้วิธีเดินไต่ท่อนซุงและเกาะเชือกสลิงเพื่อรับสิ่งของบรรเทาทุกข์ ทั้งนี้ คาดว่าสะพานแห่งที่สองนี้จะพร้อมเปิดใช้งานในช่วงเย็นของวันที่ 23 สิงหาคม 2569

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ พัฒนาการเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูการสัญจรในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่านควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานยังคงมีความเปราะบางและงานฟื้นฟูยังคงดำเนินอยู่ แม้ปัญหาการถูกตัดขาดของชุมชนบ้านมอญจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพเส้นทางกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทางผ่านเส้นทางชนบท เนื่องจากขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและกำหนดการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานอย่างสมบูรณ์ยังคงต้องรอการอัปเดตเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 10:30 UTC

คณะครูฝ่าวิกฤตน้ำป่าในแม่ฮ่องสอน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คณะครูฝ่าวิกฤตน้ำป่าในแม่ฮ่องสอน

คณะครู 8 ชีวิตจากโรงเรียนบ้านห้วยหมูต้องเผชิญกับการเดินทางนาน 8 ชั่วโมงท่ามกลางน้ำป่าและเส้นทางที่ยากลำบากเพื่อกลับบ้าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คณะครูฝ่าวิกฤตน้ำป่าในแม่ฮ่องสอน

แหล่งข่าวเดียว
คณะครูฝ่าวิกฤตน้ำป่าในแม่ฮ่องสอน

คณะครู 8 ชีวิตจากโรงเรียนบ้านห้วยหมูต้องเผชิญกับการเดินทางนาน 8 ชั่วโมงท่ามกลางน้ำป่าและเส้นทางที่ยากลำบากเพื่อกลับบ้าน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 คณะครูโรงเรียนบ้านห้วยหมู ในอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 8 ชีวิต ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางธรรมชาติอย่างหนักขณะเดินทางกลับบ้าน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะครูซึ่งประกอบด้วยชาย 2 คน และหญิง 6 คน ได้ออกเดินทางจากโรงเรียนตั้งแต่เวลา 10.00 น. เพื่อมุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สะเรียง รวมระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร

ในระหว่างการเดินทาง คณะครูต้องเผชิญกับกระแสน้ำป่าที่เชี่ยวกรากและต้องข้ามลำห้วยถึง 29 แห่ง สภาพเส้นทางมีความยากลำบากจนต้องทิ้งรถจักรยานยนต์ที่เสียหายไว้ในป่าจำนวน 2 คัน การเดินทางอันทรหดนี้ใช้เวลานานถึง 8 ชั่วโมงก่อนที่ทุกคนจะถึงที่หมายอย่างปลอดภัย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊กโดยครูณัฐมณน์ คุณคำ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลบนภูเขาของประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของสภาพอากาศในช่วงฤดูฝน น้ำป่าสามารถทำให้เส้นทางในป่าไม่สามารถสัญจรได้และเปลี่ยนลำห้วยเล็กๆ ให้กลายเป็นอุปสรรคที่อันตรายได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที แม้ว่าคณะครูจะปลอดภัย แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงในการเดินทางในพื้นที่ห่างไกลในช่วงที่มีฝนตกหนัก ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะมีมาตรการความปลอดภัยใหม่สำหรับบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่นี้หรือไม่ หรือสภาพถนนได้รับความเสียหายอย่างถาวรจากเหตุการณ์น้ำป่าครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 11:30 UTC

ครอบครัวจัดเลี้ยงโต๊ะจีนชุดใหญ่ หลังตามหาลูกชายออทิสติกที่หายตัวไปจนพบ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ครอบครัวจัดเลี้ยงโต๊ะจีนชุดใหญ่ หลังตามหาลูกชายออทิสติกที่หายตัวไปจนพบ

ครอบครัวหนึ่งในมณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน จัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้ที่ช่วยตามหาลูกชายวัย 4 ขวบที่มีภาวะออทิสติก ซึ่งหายตัวไปนานถึง 4 วัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ครอบครัวจัดเลี้ยงโต๊ะจีนชุดใหญ่ หลังตามหาลูกชายออทิสติกที่หายตัวไปจนพบ

แหล่งข่าวเดียว
ครอบครัวจัดเลี้ยงโต๊ะจีนชุดใหญ่ หลังตามหาลูกชายออทิสติกที่หายตัวไปจนพบ

ครอบครัวหนึ่งในมณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน จัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้ที่ช่วยตามหาลูกชายวัย 4 ขวบที่มีภาวะออทิสติก ซึ่งหายตัวไปนานถึง 4 วัน

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ครอบครัวหนึ่งในมณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน ได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณขนาดใหญ่จำนวน 350 โต๊ะ เพื่อแสดงความขอบคุณต่อชุมชนและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันตามหาเด็กชายเหวินหาว วัย 4 ขวบ เด็กชายซึ่งมีภาวะออทิสติกและมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารได้หายตัวไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม หลังจากเดินออกจากประตูหลังบ้านในขณะที่ครอบครัวกำลังยุ่งกับงานบ้าน

หลังจากการหายตัวไป ตำรวจท้องที่ ทีมกู้ภัย และอาสาสมัครรวมกว่า 200-300 คน ได้ระดมกำลังค้นหาอย่างเต็มที่ โดยมีการใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น โดรนตรวจจับความร้อนและสุนัขตำรวจ หลังจากค้นหานานเกือบ 80 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พบเด็กชายในไร่ข้าวโพดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 สิงหาคม และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระดมกำลังจากชุมชนอย่างรวดเร็วและการใช้เทคโนโลยีการค้นหาที่ทันสมัยในกรณีคนหาย แม้ว่าเด็กจะได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย แต่รายงานระบุว่าเขาจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ทันทีที่พบตัว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเด็กจะได้รับผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาวอย่างไรจากเหตุการณ์ดังกล่าว เรื่องราวนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงสำหรับผู้ที่มีความท้าทายด้านการสื่อสาร และบทบาทสำคัญของเครือข่ายตอบโต้เหตุฉุกเฉินในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 11:10 UTC

ทางการระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
ทางการระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ตามรายงานของ Khaosod Online รัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเข้าช่วยเหลืออย่างรวดเร็วเพื่อสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

เพื่อตอบสนองต่อคำสั่งดังกล่าว นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ได้ระดมทรัพยากรลงพื้นที่ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 9 ทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการส่วนหน้าและประสานงานกับสำนักงานส่วนภูมิภาคที่ 1, 2 และ 3 มีการระดมเจ้าหน้าที่เกือบ 50 นาย พร้อมรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตรและเครื่องจักรอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำกำลังทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อให้การตอบสนองเป็นไปอย่างบูรณาการ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดถนน หรือการเข้าถึงบริการที่จำกัด ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด แม้ว่าความพยายามในการช่วยเหลือจะดำเนินอยู่ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของผลกระทบจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 10:50 UTC

กรมทรัพยากรน้ำส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่พื้นที่อำเภอปัว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่พื้นที่อำเภอปัว

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดส่งรถบรรทุกน้ำและน้ำดื่มบรรจุขวดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอปัว จังหวัดน่าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมทรัพยากรน้ำส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่พื้นที่อำเภอปัว

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่พื้นที่อำเภอปัว

กรมทรัพยากรน้ำได้จัดส่งรถบรรทุกน้ำและน้ำดื่มบรรจุขวดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอปัว จังหวัดน่าน

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กรมทรัพยากรน้ำได้ระดมความช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อสนับสนุนอำเภอปัว จังหวัดน่าน หลังจากเกิดเหตุอุทกภัยเมื่อเร็วๆ นี้ ทางกรมฯ ได้จัดส่งรถบรรทุกน้ำจำนวน 7 คัน ซึ่งแต่ละคันมีความจุ 6,000 ลิตร เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่จะสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ นอกจากนี้ยังได้จัดส่งน้ำดื่มบรรจุขวดจำนวน 6,000 ขวดไปยังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการฟื้นฟูเพื่อคืนสภาพบริการที่จำเป็น แม้ว่าการจัดหาน้ำในทันทีจะช่วยตอบสนองความต้องการที่สำคัญได้ แต่ผู้ที่อยู่ในอำเภอปัวหรือวางแผนจะเดินทางไปที่นั่นควรตระหนักว่าการปฏิบัติงานฟื้นฟูยังคงดำเนินอยู่ โครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นอาจยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมที่ผ่านมา และขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนและความพร้อมในการให้บริการ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปฏิบัติงานบรรเทาทุกข์เหล่านี้จะดำเนินต่อไปนานเท่าใด และจะมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่ในขณะที่ทางอำเภอกำลังเร่งฟื้นฟูจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ผู้มาเยือนควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในระหว่างที่สถานการณ์กำลังเข้าสู่ภาวะปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 10:10 UTC

น้ำท่วมในจังหวัดน่านเริ่มคลี่คลาย พร้อมเริ่มประเมินความเสียหายทางการเกษตร
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำท่วมในจังหวัดน่านเริ่มคลี่คลาย พร้อมเริ่มประเมินความเสียหายทางการเกษตร

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านเริ่มลดระดับลง โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่ามีพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบเกือบ 15,000 ไร่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำท่วมในจังหวัดน่านเริ่มคลี่คลาย พร้อมเริ่มประเมินความเสียหายทางการเกษตร

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมในจังหวัดน่านเริ่มคลี่คลาย พร้อมเริ่มประเมินความเสียหายทางการเกษตร

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านเริ่มลดระดับลง โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่ามีพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบเกือบ 15,000 ไร่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านเริ่มคลี่คลายลง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังดำเนินการสำรวจความเสียหายใน 9 อำเภอ โดยพบว่ามีพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบประมาณ 14,963.18 ไร่ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร 6,538 ราย ซึ่งการทำนาข้าวได้รับความเสียหายมากที่สุด คิดเป็นพื้นที่กว่า 9,121 ไร่ของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

ในการตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ทางการกำลังเตรียมแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืชและเชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการฟื้นฟูหลังจากน้ำลดลงอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมในระยะสั้นจะลดลง แต่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ พัฒนาการนี้บ่งชี้ว่าแม้ช่วงวิกฤตที่สุดของน้ำท่วมอาจผ่านพ้นไปแล้ว แต่โครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นอาจยังอยู่ในระหว่างการฟื้นฟู ขอแนะนำให้ระมัดระวังผลกระทบต่อเนื่องที่อาจเกิดขึ้น เช่น ดินโคลนถล่มหรือถนนที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและกรอบเวลาสำหรับการฟื้นฟูอย่างเต็มรูปแบบยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมในขณะที่การประเมินยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 10:15 UTC

กรมส่งเสริมการเกษตรแจงขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมส่งเสริมการเกษตรแจงขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ

กรมส่งเสริมการเกษตรของไทยชี้แจงขั้นตอน 3 ขั้นตอนสำคัญสำหรับเกษตรกรในการยื่นขอรับความช่วยเหลือหลังจากพืชผลได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมส่งเสริมการเกษตรแจงขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ

แหล่งข่าวเดียว
กรมส่งเสริมการเกษตรแจงขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ

กรมส่งเสริมการเกษตรของไทยชี้แจงขั้นตอน 3 ขั้นตอนสำคัญสำหรับเกษตรกรในการยื่นขอรับความช่วยเหลือหลังจากพืชผลได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 กรมส่งเสริมการเกษตร (DOAE) ได้ออกแนวทางปฏิบัติสำหรับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เน้นย้ำว่าเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เกษตรกรจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจสอบ 3 ขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจว่าคำร้องจะได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้อง

ประการแรก เกษตรกรต้องตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเกษตรกร จำเป็นอย่างยิ่งที่พื้นที่เพาะปลูกจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัยพิบัติ เนื่องจากข้อมูลนี้เป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาสิทธิ์ หากไม่มีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอาจส่งผลให้ไม่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือ

ประการที่สอง ผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องยื่นแบบคำร้องขอรับความช่วยเหลือ (กษ 01) เอกสารนี้จะต้องผ่านการรับรองความเสียหายจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือนายกเทศมนตรี ก่อนนำส่งสำนักงานเกษตรอำเภอ โดยสามารถรับแบบฟอร์มได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ disaster.doae.go.th

ประการที่สาม คำร้องจะเข้าสู่กระบวนการประชาคมเพื่อตรวจสอบและยืนยันความเสียหาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจท้องถิ่น ประกาศนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับชุมชน แม้ว่าขั้นตอนเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือหลังจากกระบวนการตรวจสอบยังคงขึ้นอยู่กับการพิจารณาเป็นรายกรณีโดยกรมฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 09:53 UTC

ทางการไทยเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมขณะฝนเริ่มลดลง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมขณะฝนเริ่มลดลง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่าปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงเฝ้าระวังมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมา

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการไทยเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมขณะฝนเริ่มลดลง

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมขณะฝนเริ่มลดลง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่าปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงเฝ้าระวังมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมา

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประกาศว่าปริมาณฝนทั่วประเทศเริ่มลดลง แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ทางการยังคงใช้ความระมัดระวัง โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่จากฝนตกหนักและการเคลื่อนตัวของมวลน้ำจากพื้นที่ทางภาคเหนือ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีความตื่นตัวอย่างต่อเนื่อง ปภ. ได้สั่งการให้จังหวัดที่อยู่ท้ายน้ำเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น เพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ รัฐบาลกำลังใช้ระบบแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือ (Cell Broadcast) เพื่อส่งการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ไปยังอุปกรณ์มือถือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ในพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายแล้ว ได้มีการเปลี่ยนไปเน้นการฟื้นฟูและบูรณะพื้นที่

แม้ความรุนแรงของสภาพอากาศในทันทีจะลดลง แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาล ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดต ยังคงต้องยืนยันว่าจังหวัดท้ายน้ำจะต้องอยู่ในสถานะเฝ้าระวังสูงสุดนานเพียงใด เนื่องจากผลกระทบจากมวลน้ำเหนือขึ้นอยู่กับรูปแบบสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและกลยุทธ์การจัดการน้ำ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ ปภ.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 09:50 UTC

หน่วยงานรัฐเร่งให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุหลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

หน่วยงานรัฐเร่งให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุหลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก

หน่วยงานรัฐกำลังให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ชายวัย 78 ปี หลังจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

หน่วยงานรัฐเร่งให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุหลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก

แหล่งข่าวเดียว
หน่วยงานรัฐเร่งให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุหลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก

หน่วยงานรัฐกำลังให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ชายวัย 78 ปี หลังจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย หน่วยงานรัฐหลายแห่งได้ระดมกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือชายวัย 78 ปี ซึ่งระบุชื่อว่า 'คุณตาจาย' หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก กระแสน้ำที่พัดมาอย่างรวดเร็วสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับที่พักอาศัยของเขา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเร่งเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ในทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูฝน น้ำป่าไหลหลากสามารถเกิดขึ้นได้โดยมีการแจ้งเตือนเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและทรัพย์สินส่วนบุคคล ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดเกี่ยวกับความเสี่ยงจากอุทกภัย

ในขณะที่ความพยายามบรรเทาทุกข์เบื้องต้นกำลังดำเนินอยู่ ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดต่อทรัพย์สินและความต้องการในการฟื้นฟูระยะยาวสำหรับผู้ประสบภัยยังคงต้องรอการยืนยัน รายงานอย่างเป็นทางการยังไม่ได้ระบุรายละเอียดสถานที่เกิดเหตุที่แน่ชัดหรือผลกระทบในวงกว้างต่อชุมชนโดยรอบ นักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยในภูมิภาคและการหยุดชะงักของการเดินทางที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 สิงหาคม 2026, 09:30 UTC