ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

พยากรณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พยากรณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่ 80% ของกรุงเทพฯ โดยขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมขัง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พยากรณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แหล่งข่าวเดียว
พยากรณ์ฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่ 80% ของกรุงเทพฯ โดยขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมขัง

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 80% ของภูมิภาค โดยพยากรณ์อากาศระบุถึงโอกาสสูงที่จะเกิดฝนตกหนัก ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยเฉพาะฝั่งธนบุรี รวมถึงเขตทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน, หนองแขม, บางแค, ภาษีเจริญ, จอมทอง, บางบอน, บางขุนเทียน และทุ่งครุ

สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนตัวจากชายฝั่งเวียดนามเข้าสู่กัมพูชา ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกของไทย นอกจากนี้ยังมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศนี้มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมขังในระยะสั้น อุณหภูมิในกรุงเทพฯ คาดว่าจะอยู่ที่ 25-35 องศาเซลเซียส แม้ว่าพยากรณ์อากาศจะให้ภาพรวมในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า แต่ประชาชนควรติดตามการแจ้งเตือนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความรุนแรงของฝนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละเขตของกรุงเทพมหานคร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 06:46 UTC

มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติออกประกาศเตือนฝนตกหนักในไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติออกประกาศเตือนฝนตกหนักในไทย

มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติและมหาวิทยาลัยรังสิตได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2569 โดยระบุว่าไม่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัยเหมือนปี 2554

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติออกประกาศเตือนฝนตกหนักในไทย

แหล่งข่าวเดียว
มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติออกประกาศเตือนฝนตกหนักในไทย

มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติและมหาวิทยาลัยรังสิตได้ออกประกาศเตือนฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2569 โดยระบุว่าไม่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัยเหมือนปี 2554

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ร่วมกับศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เผยแพร่การประเมินความเสี่ยงสถานการณ์สภาพอากาศรุนแรงในประเทศไทย โดยทางการได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับฝนตกหนัก น้ำไหลหลาก และน้ำท่วมขังในชุมชน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ถึง 26 กันยายน 2569

ตามรายงานระบุว่า พื้นที่เฉพาะที่ระบุว่าเป็นโซนความเสี่ยงสูง (ทำเครื่องหมายด้วยเฉดสีส้มในกรอบสีน้ำเงิน) คาดว่าจะมีปริมาณฝนสะสมเกิน 300 มิลลิเมตรในช่วงเวลา 3 วันนี้ ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่าระดับปริมาณน้ำฝนนี้ถือว่าหายากในทางสถิติ โดยมีโอกาสเกิดขึ้นประมาณ 5% หรือเทียบเท่ากับระดับที่พบได้ทุกๆ 20 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคกลาง โดยเฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและท่าจีน มูลนิธิฯ ได้ให้ความมั่นใจว่าไม่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติรุนแรงเหมือนมหาอุทกภัยปี 2554 โดยการประเมินนี้อ้างอิงจากข้อมูลปัจจุบันที่ระบุว่าปริมาณน้ำที่ไหลมาจากทางเหนือมีน้อยกว่าระดับที่บันทึกไว้ในช่วงวิกฤตปี 2554 ประมาณ 40%

แม้ว่าความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ในลุ่มน้ำจะถือว่าต่ำ แต่มูลนิธิฯ เน้นย้ำว่าฝนตกหนักในพื้นที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบได้ นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงของฝนตกหนักในพื้นที่เหล่านี้ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาแบบเรียลไทม์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 06:27 UTC

พบโครงกระดูกอดีตครูวัย 70 ปี ในบ้านร้างใกล้สถานีขนส่งฉะเชิงเทรา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พบโครงกระดูกอดีตครูวัย 70 ปี ในบ้านร้างใกล้สถานีขนส่งฉะเชิงเทรา

อดีตครูสอนวิทยาศาสตร์ที่หายตัวไปนานกว่า 10 ปี ถูกพบเสียชีวิตภายในบ้านร้างใกล้สถานีขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พบโครงกระดูกอดีตครูวัย 70 ปี ในบ้านร้างใกล้สถานีขนส่งฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
พบโครงกระดูกอดีตครูวัย 70 ปี ในบ้านร้างใกล้สถานีขนส่งฉะเชิงเทรา

อดีตครูสอนวิทยาศาสตร์ที่หายตัวไปนานกว่า 10 ปี ถูกพบเสียชีวิตภายในบ้านร้างใกล้สถานีขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ภายในบ้านร้างใกล้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดฉะเชิงเทรา ถนนฉะเชิงเทรา-บางปะกง จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้เสียชีวิตคืออดีตข้าราชการครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์วัย 70 ปี จากโรงเรียนเบญจมราชารังสฤษฏิ์ ซึ่งหายตัวไปนานกว่า 10 ปี

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบโครงกระดูกพร้อมข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจาย นอกจากนี้ยังพบรถยนต์เก๋งจอดอยู่ข้างบ้านในสภาพถูกถอดชิ้นส่วนอะไหล่และล้อออก โดยมีอุปกรณ์เครื่องมือช่างตกอยู่ใกล้เคียง เพื่อนบ้านในละแวกดังกล่าวซึ่งไม่ทราบเรื่องการเสียชีวิตของครูตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต่างรู้สึกสงสารและเตรียมจัดพิธีทำบุญใส่บาตรเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต เนื่องจากเชื่อว่าไม่มีใครทำบุญให้มานานหลายปีแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการมีอยู่ของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกทิ้งร้างในพื้นที่ แม้การค้นพบนี้จะช่วยไขปริศนาการหายตัวไปของครู แต่รายละเอียดหลายประการยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดหรือลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การทิ้งรถยนต์และบ้านหลังดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:27 UTC

รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขอให้ประชาชนมั่นใจในการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการสื่อสารที่ประสานงานกัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขอให้ประชาชนมั่นใจในการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและการสื่อสารที่ประสานงานกัน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ โดยนายยศชนันในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการวางแผนฟื้นฟู

เพื่อแก้ไขความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับกระแสข่าวการเกิดมหาอุทกภัย รัฐบาลได้ใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบ 'ซิงเกิลคอมมานด์' (Single Command) เพื่อป้องกันความสับสนของข้อมูลและให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที นายยศชนันยืนยันว่ารัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานระดับจังหวัดเพื่อปรับปรุงแนวทางการทำงาน นอกจากนี้ รัฐบาลยังร่วมมือกับกรมอุตุนิยมวิทยาในการจัดทำแผนที่สภาพอากาศแบบเรียลไทม์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ รัฐบาลแนะนำให้ติดตามข้อมูลจากประกาศทางการเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน แม้นายยศชนันจะแสดงความมั่นใจในระบบการเตรียมความพร้อมและการแจ้งเตือนในปัจจุบัน แต่ความรุนแรงของสถานการณ์สภาพอากาศในอนาคตยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีการแจ้งเตือนที่ทันท่วงทีหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:08 UTC

‘ดร.เชน’ ขอประชาชนมั่นใจการรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

‘ดร.เชน’ ขอประชาชนมั่นใจการรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ

ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาลเพื่อรับมือน้ำท่วมในภาคเหนือของไทย พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

‘ดร.เชน’ ขอประชาชนมั่นใจการรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ

แหล่งข่าวเดียว
‘ดร.เชน’ ขอประชาชนมั่นใจการรับมือน้ำท่วมภาคเหนือ

ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาลเพื่อรับมือน้ำท่วมในภาคเหนือของไทย พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้น

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ 'ดร.เชน' ได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือของประเทศไทย โดยรายงานจาก Thai Post ระบุว่าเขาได้ขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในความสามารถของรัฐบาลในการจัดการกับวิกฤตอุทกภัยในขณะนี้

ดร.เชน เน้นย้ำว่าประชาชนและนักท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบโดยตรง โดยระบุว่าการพึ่งพาแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากการเผยแพร่รายงานที่ไม่ได้รับการตรวจสอบหรือข้อมูลที่ขัดแย้งกันในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับสภาพอากาศและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แม้ว่าทางการจะแสดงความมั่นใจในกลยุทธ์การจัดการ แต่สถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามาตรการบรรเทาอุทกภัยจะดำเนินต่อไปนานเท่าใด หรือจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยของตนเอง ทั้งนี้ SawaLife จะคอยติดตามการอัปเดตจากทางการเพื่อนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:16 UTC

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยเนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ 4 จังหวัด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที

แหล่งข่าวเดียว
เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,000 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยเนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ 4 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กรมชลประทานได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา เนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลเข้าจากภาคเหนือและฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา เขื่อนจึงจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการระบายน้ำเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

การปรับเปลี่ยนการดำเนินงานนี้มีจุดประสงค์เพื่อบริหารจัดการความจุของอ่างเก็บน้ำ แต่ได้ทำให้ทางการต้องแจ้งเตือนประชาชนใน 4 จังหวัดท้ายเขื่อนให้เตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่สูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการหยุดชะงักในชุมชนริมน้ำที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ สิ่งสำคัญคือผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดเกี่ยวกับการอพยพหรือมาตรการป้องกันน้ำท่วม

ในขณะนี้ ได้มีการระบุจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงไว้ในประกาศเตือนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบที่แน่ชัดต่อโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ริมน้ำตลอดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสถานะของถนนและสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ก่อนเดินทางต่อ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมชลประทานในขณะที่ยังคงติดตามการไหลของน้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:16 UTC

ประกาศเตือนสาธารณะ: การประเมินความเสี่ยงจากอุทกภัยในประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนสาธารณะ: การประเมินความเสี่ยงจากอุทกภัยในประเทศไทย

สื่อไทยเรียกร้องให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวแยกแยะระหว่างความตื่นตระหนกกับการเตรียมพร้อมที่จำเป็นเกี่ยวกับความกังวลเรื่องน้ำท่วมในปัจจุบัน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนสาธารณะ: การประเมินความเสี่ยงจากอุทกภัยในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนสาธารณะ: การประเมินความเสี่ยงจากอุทกภัยในประเทศไทย

สื่อไทยเรียกร้องให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวแยกแยะระหว่างความตื่นตระหนกกับการเตรียมพร้อมที่จำเป็นเกี่ยวกับความกังวลเรื่องน้ำท่วมในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สำนักข่าว Thai Post ได้นำเสนอประเด็นการถกเถียงเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทย รายงานเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสมดุลในการมองสถานการณ์ โดยตั้งคำถามว่าปฏิกิริยาของสาธารณชนในขณะนี้เป็นความตื่นตระหนกที่ไม่จำเป็น หรือเป็นการเรียกร้องให้ตื่นตัวอย่างมีเหตุผล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ แม้ว่าสื่อจะมีการถกเถียงกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับความรุนแรงของสถานการณ์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือความล้มเหลวของโครงสร้างพื้นฐานในวงกว้าง นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด เนื่องจากความเสี่ยงจากน้ำท่วมอาจแตกต่างกันอย่างมากตามภูมิภาคและสภาพภูมิประเทศ

สิ่งที่ยังคงต้องรอการยืนยันคือระดับความรุนแรงที่แท้จริงของภัยคุกคามจากน้ำท่วมและพื้นที่เฉพาะที่อาจได้รับผลกระทบ สิ่งสำคัญคือต้องเชื่อถือข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐบาลมากกว่าการคาดเดาบนโซเชียลมีเดีย นักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศไทยควรเก็บเอกสารการเดินทางไว้ในที่ปลอดภัยและติดต่อกับที่พักหรือผู้ให้บริการทัวร์อย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการหยุดชะงักของบริการขนส่งในท้องถิ่น ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้เตรียมพร้อมและตื่นตัวอยู่เสมอ แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีเหตุผลให้ต้องตื่นตระหนกแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:17 UTC

เหตุสลดในนครปฐม: พบชายวัย 43 ปีเสียชีวิตในห้องนอน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลดในนครปฐม: พบชายวัย 43 ปีเสียชีวิตในห้องนอน

ชายวัย 43 ปีถูกพบเสียชีวิตในห้องนอนที่จังหวัดนครปฐมหลังเพิ่งเข้ารับการผ่าตัด เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้ว่าเป็นความเครียดจากปัญหาสุขภาพหรือไม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุสลดในนครปฐม: พบชายวัย 43 ปีเสียชีวิตในห้องนอน

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในนครปฐม: พบชายวัย 43 ปีเสียชีวิตในห้องนอน

ชายวัย 43 ปีถูกพบเสียชีวิตในห้องนอนที่จังหวัดนครปฐมหลังเพิ่งเข้ารับการผ่าตัด เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุการณ์นี้ว่าเป็นความเครียดจากปัญหาสุขภาพหรือไม่

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดนครปฐมได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนภายในบ้านพักส่วนตัว ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมแพทย์ที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบร่างของนายธนิตย์ อายุ 43 ปี เสียชีวิตในห้องนอนโดยมีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ พบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ใกล้ขาของผู้เสียชีวิต และพบซองปืนวางอยู่บนตู้เซฟข้างเตียง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้น ซึ่งบ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้อาจไม่ได้เกิดจากการถูกทำร้ายโดยผู้อื่น ญาติของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า นายธนิตย์เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดหัวใจเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา และมีความเครียดสะสมจากอาการเจ็บป่วย แผลผ่าตัด รวมถึงการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติในช่วงพักฟื้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตในช่วงเวลาที่ยากลำบากของการพักฟื้นร่างกาย แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อสาธารณะ ผู้ที่ประสบปัญหาความเครียดจากปัญหาสุขภาพในประเทศไทยสามารถขอรับคำปรึกษาจากบริการสนับสนุนในท้องถิ่นหรือบุคลากรทางการแพทย์ได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:10 UTC

เกิดเหตุยิงกันภายในโรงพยาบาลยะลา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุยิงกันภายในโรงพยาบาลยะลา

ชายวัย 23 ปีได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดกระสุนปืน หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นบริเวณหลังอาคารละหมาดภายในโรงพยาบาลยะลา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดเหตุยิงกันภายในโรงพยาบาลยะลา

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุยิงกันภายในโรงพยาบาลยะลา

ชายวัย 23 ปีได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดกระสุนปืน หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นบริเวณหลังอาคารละหมาดภายในโรงพยาบาลยะลา

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดยะลากำลังดำเนินการสอบสวนเหตุยิงกันที่เกิดขึ้นภายในบริเวณโรงพยาบาลยะลา เมื่อช่วงดึกของวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุบริเวณหลังอาคารละหมาดของโรงพยาบาลเมื่อเวลาประมาณ 22.45 น.

การสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า มีกลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาใกล้กลุ่มวัยรุ่นแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ ส่งผลให้ชายวัย 23 ปี (นามสมมติ) ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดกระสุนปืน เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลาได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบปลอกกระสุนปืนรวมถึงร่องรอยกระสุนบนตัวอาคาร ซึ่งได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานสำหรับการสอบสวนต่อไป

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาใช้บริการในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลด้านความปลอดภัยภายในสถานพยาบาลของรัฐ แม้ว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุหรือสาเหตุที่แน่ชัดของการเผชิญหน้า ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:10 UTC

ทหารวัย 28 ปีถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุเข้าใจผิดในบุรีรัมย์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทหารวัย 28 ปีถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุเข้าใจผิดในบุรีรัมย์

ทหารวัย 28 ปีถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากออกมาดูเหตุการณ์หน้าบ้านซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายตั้งใจจะมาทำร้ายหลานชายวัยรุ่นของเขา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทหารวัย 28 ปีถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุเข้าใจผิดในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ทหารวัย 28 ปีถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุเข้าใจผิดในบุรีรัมย์

ทหารวัย 28 ปีถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังจากออกมาดูเหตุการณ์หน้าบ้านซึ่งคาดว่ากลุ่มคนร้ายตั้งใจจะมาทำร้ายหลานชายวัยรุ่นของเขา

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เกิดเหตุยิงกันในอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้ทหารวัย 28 ปีเสียชีวิต ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทหารนายดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างลาพักรักษาตัวจากอาการป่วยวัณโรค ถูกยิงเข้าที่ศีรษะหลังจากเปิดประตูบ้านออกมาดูเหตุการณ์ผิดปกติบริเวณหน้าบ้านเมื่อเวลาประมาณ 02.30 น.

เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุตั้งใจจะมาทำร้ายหลานชายวัย 17 ปีของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยและได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่แขนซ้าย โดยวัยรุ่นรายนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลละหานทรายเพื่อรับการรักษา แม่ของผู้เสียชีวิตระบุว่าเหตุการณ์นี้อาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับหลานชายของเธอ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่ แม้ว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้มักจะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุและติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ก่อเหตุและสาเหตุที่แน่ชัดของความขัดแย้งยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:11 UTC

ระดมค้นหา 5 ลูกเรือที่สูญหายหลังเหตุเรืออับปาง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ระดมค้นหา 5 ลูกเรือที่สูญหายหลังเหตุเรืออับปาง

ทางการไทยได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยลูกเรือชาวเมียนมา 5 รายที่ยังคงสูญหาย หลังจากเรือประมง 'ส.กาญจนาวารี 888' อับปางกลางทะเล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ระดมค้นหา 5 ลูกเรือที่สูญหายหลังเหตุเรืออับปาง

แหล่งข่าวเดียว
ระดมค้นหา 5 ลูกเรือที่สูญหายหลังเหตุเรืออับปาง

ทางการไทยได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยลูกเรือชาวเมียนมา 5 รายที่ยังคงสูญหาย หลังจากเรือประมง 'ส.กาญจนาวารี 888' อับปางกลางทะเล

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศร.ชล.ภาค 1) ได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาลูกเรือชาวเมียนมา 5 รายที่ยังคงสูญหายจากเหตุเรือประมง 'ส.กาญจนาวารี 888' อับปางกลางทะเล ตามรายงานของ Khaosod Online เรือลำดังกล่าวได้จมลงในทะเล และมีความกังวลว่าผู้สูญหายบางส่วนอาจติดอยู่ภายในซากเรือ

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษ รวมถึงนักประดาน้ำหน่วยซีลไปยังจุดเกิดเหตุ โดยทำงานร่วมกับนักประดาน้ำกู้ภัยจากมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน สัตหีบ และมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา วัตถุประสงค์หลักของภารกิจคือการค้นหาลูกเรือที่สูญหาย กู้ร่างผู้เสียชีวิตที่อาจติดอยู่ภายในเรือ และเตรียมการเพื่อลากซากเรือกลับเข้าฝั่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยทางทะเลของทางการไทย แม้ว่าการค้นหาจะยังคงดำเนินอยู่ แต่สถานะที่แน่ชัดของลูกเรือที่สูญหายยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการกู้เรือหรือการสิ้นสุดภารกิจค้นหา โดยการอัปเดตข้อมูลจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของนักประดาน้ำที่ปฏิบัติงานในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:13 UTC

กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา หลังน้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา หลังน้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น

กรมชลประทานประกาศเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา หลังจากปริมาณน้ำจากทางภาคเหนือเพิ่มสูงขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา หลังน้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา หลังน้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น

กรมชลประทานประกาศเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา หลังจากปริมาณน้ำจากทางภาคเหนือเพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กรมชลประทานได้ประกาศเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณน้ำที่ไหลจากภาคเหนือเข้าสู่ระบบแม่น้ำ

หน่วยงานคาดการณ์ว่าอัตราการไหลของน้ำที่สถานี C.2 ในจังหวัดนครสวรรค์จะแตะระดับประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การปรับเปลี่ยนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำของกรมฯ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ท้ายน้ำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้ระดับน้ำตามริมฝั่งแม่น้ำสูงขึ้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้แม่น้ำควรเฝ้าระวังและติดตามประกาศในท้องถิ่นเกี่ยวกับระดับน้ำและคำเตือนเรื่องน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

ในขณะนี้ ผลกระทบทั้งหมดจากการเพิ่มการระบายน้ำต่อจังหวัดท้ายน้ำยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจมีการปรับเปลี่ยนอัตราการระบายน้ำเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามา ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานหรือหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:06 UTC

รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมรับมือน้ำท่วมก่อนเริ่มใช้ประกันภัยพิบัติ 1 ต.ค. นี้
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมรับมือน้ำท่วมก่อนเริ่มใช้ประกันภัยพิบัติ 1 ต.ค. นี้

รองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ปฏิเสธความกังวลเรื่องน้ำท่วมใหญ่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมรับมือ และประกันภัยพิบัติฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมรับมือน้ำท่วมก่อนเริ่มใช้ประกันภัยพิบัติ 1 ต.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยืนยันความพร้อมรับมือน้ำท่วมก่อนเริ่มใช้ประกันภัยพิบัติ 1 ต.ค. นี้

รองนายกรัฐมนตรี ทรงศักดิ์ ทองศรี ปฏิเสธความกังวลเรื่องน้ำท่วมใหญ่ โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมรับมือ และประกันภัยพิบัติฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับคำเตือนบนโซเชียลมีเดียเรื่องโอกาสที่จะเกิดมหาอุทกภัยในประเทศไทย โดยอ้างอิงจากประชาชาติธุรกิจ รองนายกรัฐมนตรีระบุว่ารัฐบาลมีความพร้อมเต็มที่ในการบริหารจัดการน้ำ และมองว่าคำเตือนบนโลกออนไลน์เป็นเพียงการคาดการณ์ พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการอัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเป็นทางการ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าสถานการณ์อยู่ในการควบคุม แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและช่องทางข่าวสารของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเน้นย้ำว่ากรมธรรม์ประกันภัยพิบัติฉบับใหม่มีกำหนดเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ความคุ้มครองทางการเงินจากภัยธรรมชาติ แม้รัฐบาลจะแสดงความมั่นใจในความพร้อมปัจจุบัน แต่ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ในช่วงที่เหลือของฤดูมรสุมยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบกรมธรรม์ประกันการเดินทางของตนเพื่อทำความเข้าใจความคุ้มครองเกี่ยวกับภัยธรรมชาติก่อนออกเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:18 UTC

กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ทางการแจ้งเตือน 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้เตรียมรับมือกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำและพยากรณ์อากาศที่มีฝนตกหนัก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 11 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ทางการแจ้งเตือน 11 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้เตรียมรับมือกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำและพยากรณ์อากาศที่มีฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กรมชลประทานได้ออกประกาศด่วนที่สุดเกี่ยวกับสถานการณ์ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยนายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ประกาศว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำให้อยู่ระหว่าง 1,500 ถึง 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

การปรับเปลี่ยนนี้คาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นใน 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

ตามรายงานของ Khaosod Online มาตรการนี้เป็นไปตามประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน 2569 โดยสภาพอากาศดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและใกล้ทางน้ำไหล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นข้อควรระวังในการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และอัปเดตรายงานสภาพอากาศอย่างเป็นทางการ แม้ว่ากรมชลประทานจะมีการคาดการณ์สำหรับ 9 วันข้างหน้า แต่ผลกระทบที่แน่ชัดในแต่ละพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยันตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทางการแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 05:14 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงข่าวลือเรื่อง 'เมกะฟลัด' ในประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงข่าวลือเรื่อง 'เมกะฟลัด' ในประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ชี้แจงรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมรุนแรงในกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก โดยยืนยันว่าจะมีฝนตกหนักแต่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างเรื่อง 'เมกะฟลัด'

Thai Enquirer ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงข่าวลือเรื่อง 'เมกะฟลัด' ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงข่าวลือเรื่อง 'เมกะฟลัด' ในประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ชี้แจงรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมรุนแรงในกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก โดยยืนยันว่าจะมีฝนตกหนักแต่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างเรื่อง 'เมกะฟลัด'

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับคำเตือนออนไลน์ที่แพร่กระจายจากเพจโซเชียลมีเดีย 'ต.ลมฟ้าอากาศ' ซึ่งมีข่าวลือว่าจะมี 'เมกะฟลัด' หรือน้ำท่วมใหญ่ระดับหายนะพัดถล่มกรุงเทพฯ จังหวัดใกล้เคียง และภาคตะวันออกของไทย ระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2026

ตามรายงานของ Thai Enquirer กรมอุตุนิยมวิทยาได้ตอบโต้ข้อกล่าวอ้างเหล่านี้อย่างเป็นทางการ แม้ว่ากรมฯ จะยืนยันว่าคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่เนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม แต่ทางกรมฯ ไม่ได้ยืนยันการใช้คำว่า 'เมกะฟลัด' ตามที่ปรากฏในโพสต์ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ แม้ว่าพยากรณ์อากาศจะระบุว่าจะมีช่วงที่มีฝนตกหนักซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในบางพื้นที่หรือการหยุดชะงักของการเดินทาง แต่ท่าทีอย่างเป็นทางการชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์นี้กำลังถูกติดตามในฐานะเหตุการณ์ทางสภาพอากาศตามฤดูกาลปกติ ไม่ใช่ภัยพิบัติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพื้นที่เฉพาะเจาะจงใดจะได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่คาดการณ์ไว้ ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาโดยตรง แทนที่จะพึ่งพาการพยากรณ์ที่ไม่เป็นทางการจากโซเชียลมีเดีย นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มต่ำและตรวจสอบสภาพการจราจรในท้องถิ่นก่อนวางแผนการเดินทางในช่วงวันที่ระบุ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Enquirer
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 02:10 UTC

สั่งปรับคนขับรถเก๋งไฟฟ้าขวางรถฉุกเฉินบนทางด่วนกรุงเทพฯ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สั่งปรับคนขับรถเก๋งไฟฟ้าขวางรถฉุกเฉินบนทางด่วนกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่สั่งปรับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ยอมหลบทางให้ขบวนรถฉุกเฉินที่นำส่งพระภิกษุอาพาธวิกฤตบนทางด่วนขั้นที่ 2

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สั่งปรับคนขับรถเก๋งไฟฟ้าขวางรถฉุกเฉินบนทางด่วนกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
สั่งปรับคนขับรถเก๋งไฟฟ้าขวางรถฉุกเฉินบนทางด่วนกรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่สั่งปรับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ยอมหลบทางให้ขบวนรถฉุกเฉินที่นำส่งพระภิกษุอาพาธวิกฤตบนทางด่วนขั้นที่ 2

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้ดำเนินการกับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า BYD สีขาว กรณีขวางขบวนรถฉุกเฉิน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนทางด่วนขั้นที่ 2 ช่วงเหนือสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวขับแช่ขวาและไม่ยอมหลบทางให้ขบวนรถตำรวจโครงการพระราชดำริ ซึ่งกำลังนำรถพยาบาลส่งพระภิกษุอาพาธวิกฤต หลังจากตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้ขับขี่มาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินการเปรียบเทียบปรับในข้อหาไม่หลบทางให้รถฉุกเฉิน

เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยเกี่ยวกับระเบียบความปลอดภัยบนท้องถนน เมื่อพบรถฉุกเฉินที่เปิดสัญญาณไฟหรือเสียงไซเรน ผู้ขับขี่ควรตั้งสติ ลดความเร็ว และเปิดทางให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน ตำรวจเน้นย้ำว่าการหลบทางมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากทุกวินาทีอาจหมายถึงโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ป่วย แม้รายงานจะไม่ได้ระบุจำนวนค่าปรับที่แน่ชัด แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับช่องทางฉุกเฉิน ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการทางปกครองเพิ่มเติมเกี่ยวกับใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่รายนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 01:50 UTC

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางของไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางของไทย

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดภาคกลางให้เตรียมรับมือน้ำเหนือหลากในช่วงวันที่ 23-26 กันยายนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางของไทย

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดภาคกลางให้เตรียมรับมือน้ำเหนือหลากในช่วงวันที่ 23-26 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายภราดร ปริศนานันทกุล ได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย โดยขอให้ประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นเตรียมพร้อมรับมือน้ำเหนือหลากที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ดังกล่าวในช่วงวันที่ 23-26 กันยายน 2569

เพื่อเป็นการบริหารจัดการน้ำ ทางการมีแผนที่จะใช้พื้นที่ทุ่งรับน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่รองรับน้ำ โดยกลยุทธ์นี้จะดำเนินการหลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวในพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว เพื่อให้ทุ่งนาสามารถช่วยดูดซับน้ำส่วนเกินและลดความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมในเขตที่อยู่อาศัยและเขตเมือง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภาคกลางเหล่านี้ สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดหรือการเข้าถึงพื้นที่ชนบทอาจมีความยากลำบากขึ้นเมื่อมาตรการบริหารจัดการน้ำเริ่มมีผลบังคับใช้ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับระดับน้ำและการปิดเส้นทางจราจร แม้ว่าแผนการนี้จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่ แต่ผลกระทบที่แน่ชัดในแต่ละพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามปริมาณน้ำเหนืออย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังจังหวัดเหล่านี้ในช่วงเวลาดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 01:31 UTC

เหตุไฟไหม้โรงแรมซอยศรีนครินทร์ 40 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุไฟไหม้โรงแรมซอยศรีนครินทร์ 40 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรมแห่งหนึ่งในซอยศรีนครินทร์ 40 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้โรงแรมซอยศรีนครินทร์ 40 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้โรงแรมซอยศรีนครินทร์ 40 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรมแห่งหนึ่งในซอยศรีนครินทร์ 40 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในซอยศรีนครินทร์ 40 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย

จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น คาดว่าสาเหตุของเพลิงไหม้อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้น และต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับต้นตอและสาเหตุที่แน่ชัดจากการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงมาตรการความปลอดภัยจากอัคคีภัยเมื่อเข้าพักในโรงแรม ขอแนะนำให้ทำความคุ้นเคยกับทางออกฉุกเฉินและขั้นตอนการอพยพทันทีที่เข้าเช็คอินในโรงแรมทุกแห่ง ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ คาดว่าเจ้าหน้าที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของผู้บาดเจ็บและความเสียหายของอาคาร ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชื่อของโรงแรมหรือสถานะการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 01:10 UTC