ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

ไทยออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 10 จังหวัด
ความปลอดภัย ได้รับการยืนยัน

ไทยออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 10 จังหวัด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงใน 10 จังหวัดเสี่ยงภัย เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 28-31 สิงหาคม 2569

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 10 จังหวัด

ได้รับการยืนยัน
ไทยออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 10 จังหวัด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงใน 10 จังหวัดเสี่ยงภัย เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 28-31 สิงหาคม 2569

ตามรายงานจาก Thai Post นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังเหตุการณ์ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยคำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามการคาดการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าจะเกิดฝนตกหนักทั่วประเทศ

การแจ้งเตือนนี้มุ่งเน้นไปที่ 10 จังหวัดที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูง โดยกำหนดช่วงเวลาเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 28 ถึง 31 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภัยพิบัติทางธรณีวิทยาและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและความปลอดภัย จึงควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่ากระทรวงฯ จะได้เริ่มมาตรการป้องกันเหล่านี้แล้ว แต่รายชื่อเฉพาะของ 10 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดต่อสาธารณะในรายงานฉบับแรก นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ และตรวจสอบสถานะความปลอดภัยของจุดหมายปลายทางกับสำนักงานการท่องเที่ยวในพื้นที่หรือช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 03:30 UTC

ไฟไหม้และตึกถล่มสร้างความเสียหายหนักที่ตลาดคลองถมพลาซ่า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไฟไหม้และตึกถล่มสร้างความเสียหายหนักที่ตลาดคลองถมพลาซ่า

เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ตลาดคลองถมพลาซ่าส่งผลให้อาคารพังถล่มลงมา สร้างความเสียหายทางการเงินอย่างหนักแก่ผู้ค้าและก่อให้เกิดความกังวลเรื่องมาตรการความปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไฟไหม้และตึกถล่มสร้างความเสียหายหนักที่ตลาดคลองถมพลาซ่า

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้และตึกถล่มสร้างความเสียหายหนักที่ตลาดคลองถมพลาซ่า

เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ตลาดคลองถมพลาซ่าส่งผลให้อาคารพังถล่มลงมา สร้างความเสียหายทางการเงินอย่างหนักแก่ผู้ค้าและก่อให้เกิดความกังวลเรื่องมาตรการความปลอดภัย

ในคืนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ตลาดคลองถมพลาซ่า ส่งผลให้อาคารภายในตลาดพังถล่มลงมา ข้อมูลจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยพยานในที่เกิดเหตุรายงานว่าอาคารพังถล่มลงมาภายในเวลาไม่ถึง 30 นาทีหลังจากที่ไฟลามมาถึงพื้นที่ของพวกเขา

นางสาวบัวพัน สีสะอาด ผู้ประกอบการร้านขายกางเกงมือสอง ซึ่งร้านตั้งอยู่ใกล้จุดต้นเพลิง เปิดเผยว่าร้านของตนได้รับความเสียหายประเมินเป็นมูลค่าหลายแสนบาท เธอระบุว่าความรุนแรงของไฟประกอบกับลมแรงและวัสดุไวไฟในพื้นที่ ทำให้รถดับเพลิงเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ยาก แม้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ค้าจำนวนมากกังวลเกี่ยวกับความเป็นอยู่และขาดความชัดเจนเรื่องการเยียวยา โดยเฉพาะผู้ค้าที่เป็นเจ้าของแผงลอย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านอัคคีภัยของโครงสร้างตลาดเก่าแก่ และก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอัคคีภัยและระเบียบการบำรุงรักษาอาคารในย่านการค้าที่มีความหนาแน่นสูง ขณะนี้ความเสียหายทั้งหมดทั่วทั้งตลาดยังอยู่ระหว่างการประเมิน และทางการยังไม่ได้ยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้หรือแผนการระยะยาวสำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 05:10 UTC

รายงานเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานคร
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รายงานเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และความปลอดภัยของประชาชน

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รายงานเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานคร

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นย่านการค้าที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามสถานการณ์และประสานงานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานเพื่อควบคุมเพลิง ทางการได้ออกประกาศขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพหรือความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุเพลิงไหม้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดและส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่โดยรอบ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรหรือการปรับเปลี่ยนเส้นทางขนส่งสาธารณะ ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้และความเสียหายทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ณ เวลาที่มีการรายงานล่าสุด ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผลกระทบเฉพาะต่อร้านค้าภายในศูนย์จากทางหน่วยงานราชการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 05:10 UTC

ประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเรื่องฝนตกหนักและคลื่นสูงในหลายพื้นที่เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง

Thai Meteorological Department Alerts ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเรื่องฝนตกหนักและคลื่นสูงในหลายพื้นที่เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง

ภาพรวมของประกาศเตือนภัย

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย โดยสภาพอากาศนี้ได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและความเสี่ยง

นักพยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ของภาคตะวันออก และอาจมีฝนตกหนักในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลางตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณใกล้เชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้ทางน้ำ

สภาพทางทะเล

สภาพทางทะเลได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีลมแรง คาดการณ์ว่าคลื่นจะมีความสูง 2-3 เมตร และอาจสูงเกิน 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สิ่งที่ยังต้องติดตาม

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้การพยากรณ์ระดับภูมิภาคไว้แล้ว แต่ระยะเวลาของระบบสภาพอากาศนี้และความรุนแรงที่แน่ชัดของปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับข้อมูลปรับปรุงแบบเรียลไทม์ตามการเคลื่อนตัวของร่องมรสุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Meteorological Department Alerts
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 10:30 UTC

คำพยากรณ์ดวงชะตาประจำเดือนกันยายน 2569: มุมมองจากหมอช้าง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คำพยากรณ์ดวงชะตาประจำเดือนกันยายน 2569: มุมมองจากหมอช้าง

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ชื่อดังของไทย ได้เผยคำพยากรณ์ดวงชะตาประจำเดือนกันยายน 2569 โดยเน้นย้ำถึงโอกาสทางการเงินและคำเตือนเฉพาะสำหรับราศีต่างๆ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คำพยากรณ์ดวงชะตาประจำเดือนกันยายน 2569: มุมมองจากหมอช้าง

แหล่งข่าวเดียว
คำพยากรณ์ดวงชะตาประจำเดือนกันยายน 2569: มุมมองจากหมอช้าง

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ชื่อดังของไทย ได้เผยคำพยากรณ์ดวงชะตาประจำเดือนกันยายน 2569 โดยเน้นย้ำถึงโอกาสทางการเงินและคำเตือนเฉพาะสำหรับราศีต่างๆ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หมอช้าง (ทศพร ศรีตุลา) นักโหราศาสตร์ชื่อดังของไทย ได้เผยคำพยากรณ์ดวงชะตาประจำเดือนกันยายน 2569 ซึ่งให้แนวทางสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือผู้ที่สนใจในกระแสวัฒนธรรมท้องถิ่นเกี่ยวกับโชคลาภและแนวโน้มทางการเงิน

สำหรับชาวราศีเมษ หมอช้างแนะนำให้ใช้ความระมัดระวัง โดยระบุว่าการโคจรของดาวอังคารไปอยู่ในตำแหน่งที่อ่อนกำลังอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในที่ทำงาน เช่น การถูกกลั่นแกล้งจากคู่แข่งหรือการเผชิญกับความเข้าใจผิด เขาแนะนำว่าชาวราศีเมษควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยไม่จำเป็นในช่วงเวลานี้ ในทางกลับกัน แนวโน้มทางการเงินของราศีเมษถูกอธิบายว่ามีความแข็งแกร่ง โดยคาดหวังว่าจะมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นจากรายได้ประจำและกิจกรรมทางธุรกิจ มากกว่าการเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข้อมูลเชิงวัฒนธรรมเหล่านี้สะท้อนถึงความสนใจทั่วไปในโหราศาสตร์ไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งมักมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้คนในท้องถิ่นและการวางแผนทางสังคม แม้ว่าคำพยากรณ์จะชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการเชิงบวกในด้านอาชีพและความรักสำหรับบางคน แต่ก็ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวตลอดทั้งเดือน

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอดูว่าแนวโน้มทางโหราศาสตร์เหล่านี้จะปรากฏชัดในชีวิตของแต่ละบุคคลอย่างไร เนื่องจากคำพยากรณ์เหล่านี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของระบบความเชื่อดั้งเดิม ไม่ใช่ข้อมูลเชิงประจักษ์ ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลเหล่านี้เป็นแนวทางทางวัฒนธรรมมากกว่าคำแนะนำในการดำเนินชีวิตที่แน่นอน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 02:10 UTC

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักช่วง 29 ส.ค. – 2 ก.ย.
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักช่วง 29 ส.ค. – 2 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยระบุถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักช่วง 29 ส.ค. – 2 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักช่วง 29 ส.ค. – 2 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยระบุถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 6 เกี่ยวกับสภาพอากาศในประเทศไทย โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือมีแผนการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว สภาพอากาศนี้อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางหรือทำให้การสัญจรบนท้องถนนในพื้นที่ราบลุ่มหรือพื้นที่ภูเขามีความยากลำบาก จึงขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะนี้ ประกาศดังกล่าวยังไม่ได้ระบุรายละเอียดของจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงสุดอย่างชัดเจน และความรุนแรงของผลกระทบในแต่ละพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลสภาพอากาศในพื้นที่จากหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักก่อนวางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงเวลาดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 23:30 UTC

เกิดเหตุเพลิงไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” ในกรุงเทพฯ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุเพลิงไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” ในกรุงเทพฯ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งมีความกังวลเรื่องความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดเหตุเพลิงไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” ในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุเพลิงไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์” ในกรุงเทพฯ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งมีความกังวลเรื่องความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร

เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ โดยยืนยันว่าไม่มีรายงานผู้ติดค้างอยู่ภายในอาคาร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สันนิษฐานว่าต้นเพลิงเริ่มจากบริเวณชั้น 1 ซึ่งมีสินค้าเก็บอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว โครงสร้างเหล็กของอาคารมีความเสี่ยงต่อการยุบตัวเนื่องจากความร้อนสูง โดยหลังคาบางส่วนเริ่มทรุดตัวลงแล้ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเน้นการฉีดน้ำจากภายนอกเพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังตึกแถวข้างเคียง เนื่องจากผนังอาคารทำให้การเข้าถึงพื้นที่ด้านในทำได้ยาก แม้ว่าอาคารจะมีระบบสปริงเกอร์ติดตั้งอยู่ แต่คาดว่าไม่เพียงพอที่จะควบคุมเพลิงได้ทั้งหมด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีความเสี่ยง เจ้าหน้าที่ได้จำกัดการเข้าถึงเพื่อความปลอดภัยในขณะที่กำลังประเมินความเสี่ยงด้านโครงสร้าง ผู้ว่าฯ ระบุว่ามีการใช้หัวแดงดับเพลิงในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการทำงาน ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้และความเสียหายของโครงสร้างทั้งหมด จะต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่อีกครั้งเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 17:50 UTC

หนุ่มโรงงานจมน้ำเสียชีวิตในบ่อที่ระยอง หลังถูกอวนดักปลาพันข้อเท้า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

หนุ่มโรงงานจมน้ำเสียชีวิตในบ่อที่ระยอง หลังถูกอวนดักปลาพันข้อเท้า

พนักงานโรงงานวัย 49 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำในจังหวัดระยอง หลังจากข้อเท้าติดอวนดักปลา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

หนุ่มโรงงานจมน้ำเสียชีวิตในบ่อที่ระยอง หลังถูกอวนดักปลาพันข้อเท้า

แหล่งข่าวเดียว
หนุ่มโรงงานจมน้ำเสียชีวิตในบ่อที่ระยอง หลังถูกอวนดักปลาพันข้อเท้า

พนักงานโรงงานวัย 49 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำในจังหวัดระยอง หลังจากข้อเท้าติดอวนดักปลา

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดระยองได้รับแจ้งเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตในบ่อน้ำแห่งหนึ่งในตำบลตะพง ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัยจากมูลนิธิสว่างพระกุศลระยองได้นำร่างของพนักงานโรงงานวัย 49 ปี ทราบชื่อคือนายจำลอง ขึ้นมาจากบ่อน้ำที่มีความลึกประมาณ 10 เมตร

การตรวจสอบทางการแพทย์เบื้องต้นในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือบาดแผลภายนอก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบว่ามีอวนดักปลาพันติดอยู่ที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของผู้เสียชีวิต ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้จมน้ำ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงก่อนที่จะมีการพบศพ

เพื่อนร่วมงานให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่บ่อน้ำดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. เพื่อหาปลามาทำอาหาร เมื่อไม่เห็นกลับที่พักในช่วงเย็นจึงได้ออกตามหา จนกระทั่งชาวบ้านในพื้นที่มาพบศพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่จากการว่ายน้ำหรือหาปลาในแหล่งน้ำลึกที่ไม่มีการดูแล โดยเฉพาะในจุดที่มีอุปกรณ์ประมงเก่าหรือถูกทิ้งไว้ แม้ว่าเหตุการณ์จะบ่งชี้ว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ที่แน่ชัดยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 16:30 UTC

ดาวเทียม THEOS-2 จับภาพร่องรอยภัยพิบัติในเทือกเขาหิมาลัย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ดาวเทียม THEOS-2 จับภาพร่องรอยภัยพิบัติในเทือกเขาหิมาลัย

ดาวเทียม THEOS-2 ของไทยได้บันทึกภาพความเสียหายเป็นวงกว้างจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในเทือกเขาหิมาลัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ดาวเทียม THEOS-2 จับภาพร่องรอยภัยพิบัติในเทือกเขาหิมาลัย

แหล่งข่าวเดียว
ดาวเทียม THEOS-2 จับภาพร่องรอยภัยพิบัติในเทือกเขาหิมาลัย

ดาวเทียม THEOS-2 ของไทยได้บันทึกภาพความเสียหายเป็นวงกว้างจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในเทือกเขาหิมาลัย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติของไทยดวงที่ 2 (THEOS-2) ได้บันทึกภาพความละเอียดสูงที่แสดงให้เห็นถึงร่องรอยความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ในภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัย ข้อมูลจากดาวเทียมเผยให้เห็นหลักฐานชัดเจนของเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มเป็นวงกว้างซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภูเขา

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ ภาพถ่ายเหล่านี้เน้นย้ำถึงความไม่มั่นคงของสภาพภูมิประเทศหลังจากเหตุการณ์สภาพอากาศดังกล่าว การรบกวนทางธรณีวิทยาเช่นนี้มักนำไปสู่การทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงถนนและสะพาน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการเดินทางเป็นเวลานานและการถูกตัดขาดของชุมชนห่างไกล ภาพถ่ายเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินขนาดของความเสียหายและระบุพื้นที่ที่อาจยังคงเป็นอันตรายเนื่องจากความไม่มั่นคงของดินที่ยังคงดำเนินอยู่

แม้ว่าภาพถ่ายดาวเทียมจะให้บันทึกภาพที่ชัดเจนของร่องรอยภัยพิบัติ แต่ขอบเขตผลกระทบทั้งหมดต่อประชากรในท้องถิ่นและกรอบเวลาที่แน่ชัดสำหรับการฟื้นฟูนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานในพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปหรือผ่านภูมิภาคหิมาลัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล เนื่องจากสภาพในพื้นที่ภูเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ข้อมูลจาก THEOS-2 ตอกย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีการรับรู้จากระยะไกลในการติดตามภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 15:50 UTC

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ทำการ อบต.สาคอบน จ.ปัตตานี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ทำการ อบต.สาคอบน จ.ปัตตานี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลสาคอบน อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ทำการ อบต.สาคอบน จ.ปัตตานี

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ทำการ อบต.สาคอบน จ.ปัตตานี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลสาคอบน อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สาคอบน ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งเข้าพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลาม

จากการอัปเดตล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเพลิงไหม้ ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายของอาคารหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวในทันที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้การบริการของ อบต.สาคอบน หยุดชะงักชั่วคราว ผู้ที่วางแผนจะติดต่อราชการควรตรวจสอบสถานะการให้บริการอีกครั้ง แม้สถานการณ์จะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่ยังต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือปัจจัยอื่น เนื่องจากกระบวนการสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ คาดว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากเสร็จสิ้นการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 13:50 UTC

ไทยออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (29 ส.ค. – 2 ก.ย.)
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (29 ส.ค. – 2 ก.ย.)

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งเตือน 51 จังหวัดและกรุงเทพฯ ให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (29 ส.ค. – 2 ก.ย.)

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (29 ส.ค. – 2 ก.ย.)

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งเตือน 51 จังหวัดและกรุงเทพฯ ให้เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศครอบคลุม 51 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง โดยประกาศนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางกำลังติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดตามการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยคาดว่าร่องมรสุมจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจะส่งผลกระทบร่วมกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งเวียดนาม ในขณะเดียวกันมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยก็มีกำลังแรงขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ สภาพอากาศดังกล่าวจะนำมาซึ่งความเสี่ยงของฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก นอกจากนี้ คาดว่าบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีลมแรงและคลื่นสูง 2 – 3 เมตร

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะครอบคลุมพื้นที่กว้าง แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการพัฒนาของสภาพอากาศ ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและการประกาศอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิด และควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษหากมีแผนทำกิจกรรมทางทะเลหรือเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาที่มีความเสี่ยงต่อดินโคลนถล่มในช่วงเวลาดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 12:50 UTC

การดำเนินงานทำความสะอาดในจังหวัดน่านหลังน้ำลด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การดำเนินงานทำความสะอาดในจังหวัดน่านหลังน้ำลด

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มดำเนินการฟื้นฟูและทำความสะอาดหลังน้ำท่วมในอำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยใช้น้ำหลายหมื่นลิตรเพื่อล้างดินโคลนและจัดหาน้ำสะอาดไว้ใช้ชั่วคราว

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การดำเนินงานทำความสะอาดในจังหวัดน่านหลังน้ำลด

แหล่งข่าวเดียว
การดำเนินงานทำความสะอาดในจังหวัดน่านหลังน้ำลด

กรมทรัพยากรน้ำได้เริ่มดำเนินการฟื้นฟูและทำความสะอาดหลังน้ำท่วมในอำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยใช้น้ำหลายหมื่นลิตรเพื่อล้างดินโคลนและจัดหาน้ำสะอาดไว้ใช้ชั่วคราว

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำรายงานว่า ขณะนี้กำลังมีการดำเนินงานทำความสะอาดในพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน หลังจากระดับน้ำที่ท่วมขังได้ลดลงแล้ว ตามรายงานอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำจำนวน 48,000 ลิตรในการฉีดล้างดินโคลนและเศษซากที่ตกค้างจากเหตุการณ์น้ำท่วม นอกจากนี้ยังได้จัดหาน้ำสะอาดจำนวน 12,000 ลิตร เพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองชั่วคราวสำหรับประชาชนในพื้นที่

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ การดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการฟื้นฟู แม้ว่าภัยคุกคามจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอาจจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่การที่ยังมีดินโคลนตกค้างและความจำเป็นในการใช้น้ำชั่วคราวบ่งชี้ว่าโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่สาธารณะยังคงอยู่ในระหว่างการกลับสู่สภาพการใช้งานปกติ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังอำเภอปัวควรทราบว่ากิจกรรมการทำความสะอาดในพื้นที่อาจส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกเล็กน้อยในการสัญจรบนท้องถนนหรือการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ามาตรการน้ำชั่วคราวเหล่านี้จะมีความจำเป็นนานเท่าใด และบริการสาธารณูปโภคจะกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเมื่อใด ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค และใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินงานด้านสุขาภิบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 12:00 UTC

มรภ.สวนดุสิต จับมือ 5 สถาบันวิจัย ยกระดับการรับมือน้ำท่วมในจังหวัดน่าน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

มรภ.สวนดุสิต จับมือ 5 สถาบันวิจัย ยกระดับการรับมือน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

ความร่วมมือด้านการวิจัยครั้งใหม่มุ่งเน้นการปรับปรุงระบบติดตามสถานการณ์น้ำและกลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติสำหรับเทศบาลเมืองน่าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

มรภ.สวนดุสิต จับมือ 5 สถาบันวิจัย ยกระดับการรับมือน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

แหล่งข่าวเดียว
มรภ.สวนดุสิต จับมือ 5 สถาบันวิจัย ยกระดับการรับมือน้ำท่วมในจังหวัดน่าน

ความร่วมมือด้านการวิจัยครั้งใหม่มุ่งเน้นการปรับปรุงระบบติดตามสถานการณ์น้ำและกลยุทธ์การรับมือภัยพิบัติสำหรับเทศบาลเมืองน่าน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอีก 5 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบขั้นสูงสำหรับการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมและการจัดการภัยพิบัติที่ออกแบบมาเพื่อเทศบาลเมืองน่านโดยเฉพาะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างเครื่องมือติดตามสถานการณ์น้ำที่แม่นยำและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โครงการตั้งเป้าที่จะให้ข้อมูลที่ทันท่วงทีซึ่งจะช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถคาดการณ์ระดับน้ำใกล้บ้านหรือเส้นทางการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น การบูรณาการงานวิจัยทางวิชาการเข้ากับการดำเนินงานของเทศบาลจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในการเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำท่วมตามฤดูกาล

แม้ว่าโครงการนี้จะเป็นก้าวสำคัญสู่การบูรณาการเทคโนโลยีในการจัดการภัยพิบัติ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะกรอบเวลาในการนำเครื่องมือติดตามสถานการณ์น้ำใหม่เหล่านี้มาใช้งานจริง และรูปแบบที่ชัดเจนของการแจ้งเตือนสาธารณะที่ยังไม่ได้ข้อสรุป สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดน่านหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือน ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่นและรายงานสภาพอากาศตามปกติเพื่อรับข้อมูลอัปเดตด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ เนื่องจากโครงการวิจัยนี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 11:30 UTC

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มใน 10 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มใน 10 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มใน 10 จังหวัดของไทย ระหว่างวันที่ 28-31 สิงหาคม 2569 โดยขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มใน 10 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มใน 10 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยดินโคลนถล่มใน 10 จังหวัดของไทย ระหว่างวันที่ 28-31 สิงหาคม 2569 โดยขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กรมทรัพยากรธรณีได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดดินโคลนถล่มใน 10 จังหวัด โดยประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ถึง 31 สิงหาคม 2569

เกิดอะไรขึ้น

กรมทรัพยากรธรณีได้ระบุพื้นที่เฉพาะที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดดินโคลนถล่มเนื่องจากสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน แม้ว่ารายงานจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตื่นตัว แต่ประกาศนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันสำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางผ่านภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบในช่วงเวลา 4 วันนี้

ทำไมถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำเตือนนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่สำคัญในการติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ดินโคลนถล่มสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลาดชัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการสัญจรบนท้องถนนและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยส่วนบุคคลในช่วงเวลานี้

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่าคำเตือนจะครอบคลุมกรอบเวลาที่กำหนด แต่รายงานฉบับแรกไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรายชื่อจังหวัดที่แน่ชัดที่รวมอยู่ในคำเตือนและระดับความรุนแรงเฉพาะสำหรับแต่ละพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานการท่องเที่ยวในท้องถิ่นหรือศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดและเฉพาะเจาะจงก่อนวางแผนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 11:30 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันช่วงปลายเดือนสิงหาคม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันช่วงปลายเดือนสิงหาคม

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันช่วงปลายเดือนสิงหาคม

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันช่วงปลายเดือนสิงหาคม

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 5 เกี่ยวกับสภาพอากาศแปรปรวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมช่วงวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569 ซึ่งระบุว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นและบางพื้นที่จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก

สภาพอากาศดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดที่มีความเปราะบาง สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทยหรือมีแผนจะเดินทางไปในช่วงเวลาดังกล่าว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความเสี่ยงต่อการสะสมของน้ำอย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในแต่ละจังหวัดยังคงอยู่ระหว่างการประเมินอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในขณะนี้ความรุนแรงของฝนในแต่ละพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยัน และขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลด้านความปลอดภัยที่เป็นปัจจุบันที่สุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 11:12 UTC

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน หารือการกู้ภัยหลังเหตุโคลนถล่มในอำเภอจี๋หลง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน หารือการกู้ภัยหลังเหตุโคลนถล่มในอำเภอจี๋หลง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้เรียกประชุมผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนเพื่อประสานงานปฏิบัติการกู้ภัยหลังจากเกิดเหตุโคลนถล่มครั้งใหญ่ในอำเภอจี๋หลง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน หารือการกู้ภัยหลังเหตุโคลนถล่มในอำเภอจี๋หลง

แหล่งข่าวเดียว
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีน หารือการกู้ภัยหลังเหตุโคลนถล่มในอำเภอจี๋หลง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้เรียกประชุมผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนเพื่อประสานงานปฏิบัติการกู้ภัยหลังจากเกิดเหตุโคลนถล่มครั้งใหญ่ในอำเภอจี๋หลง

ตามรายงานจาก Matichon Online ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้เป็นประธานในการประชุมระดับสูงร่วมกับผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) เพื่อหารือเกี่ยวกับปฏิบัติการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัยที่กำลังดำเนินอยู่ หลังจากเกิดเหตุโคลนถล่มครั้งสำคัญในอำเภอจี๋หลง การประชุมมุ่งเน้นไปที่การระดมทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพของทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงโอกาสที่จะเกิดอันตรายจากสิ่งแวดล้อมอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อดินถล่มในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือความไม่มั่นคงทางธรณีวิทยา แม้ว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับความพยายามในการกู้ภัยเป็นอันดับแรก แต่ผู้ที่อยู่ในอำเภอจี๋หลงหรือวางแผนที่จะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนน ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และคำเตือนด้านความปลอดภัย

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ขอบเขตความเสียหายต่อทรัพย์สิน และกรอบเวลาสำหรับการปฏิบัติการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยัน คาดว่าทางการจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อสถานการณ์มีความคืบหน้าและทีมค้นหาและกู้ภัยดำเนินการประเมินพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเสร็จสิ้น นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยบริการฉุกเฉินในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 11:10 UTC

รายงานจาก UN ชี้วิกฤตสิทธิมนุษยชนในเมียนมาทวีความรุนแรงขึ้น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รายงานจาก UN ชี้วิกฤตสิทธิมนุษยชนในเมียนมาทวีความรุนแรงขึ้น

รายงานล่าสุดจาก UN ระบุว่าสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมาตกต่ำถึงขีดสุด โดยมีการใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นต่อกลุ่มชนกลุ่มน้อย

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รายงานจาก UN ชี้วิกฤตสิทธิมนุษยชนในเมียนมาทวีความรุนแรงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
รายงานจาก UN ชี้วิกฤตสิทธิมนุษยชนในเมียนมาทวีความรุนแรงขึ้น

รายงานล่าสุดจาก UN ระบุว่าสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมาตกต่ำถึงขีดสุด โดยมีการใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นต่อกลุ่มชนกลุ่มน้อย

ตามรายงานที่เผยแพร่โดยข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมาได้ตกต่ำลงสู่ 'จุดต่ำสุดใหม่' รายงานดังกล่าวครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2025 จนถึงปัจจุบัน โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของความรุนแรง การใช้แรงงานบังคับ และการเกณฑ์คนเข้าทำงานโดยไม่สมัครใจ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ชาวโรฮีนจาและกลุ่มชนกลุ่มน้อยอื่นๆ นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมายมีส่วนสำคัญต่อความไม่มั่นคงที่ดำเนินอยู่ในประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาค รายงานนี้เน้นย้ำถึงความผันผวนที่เพิ่มขึ้นภายในเมียนมา แม้ว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่จะยังคงจำกัดอยู่ภายในพรมแดนของเมียนมา แต่วิกฤตด้านมนุษยธรรมและความไม่มั่นคงในภูมิภาคถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามความปลอดภัยและการพัฒนาทางภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อค้นพบของ UN เน้นย้ำว่าการรวมกันของการละเมิดอย่างเป็นระบบและการแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกำลังซ้ำเติมสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายลง

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานระหว่างประเทศจะมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อข้อค้นพบเหล่านี้ หรือจะมีผลกระทบโดยตรงอย่างไรต่อความมั่นคงบริเวณชายแดนในภูมิภาค เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 09:50 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วงปลายเดือนสิงหาคม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วงปลายเดือนสิงหาคม

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉบับใหม่แจ้งเตือนฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันทั่วประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วงปลายเดือนสิงหาคม

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วงปลายเดือนสิงหาคม

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉบับใหม่แจ้งเตือนฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันทั่วประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 5 เกี่ยวกับสภาพอากาศแปรปรวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ร่องมรสุมกำลังเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณใกล้ประเทศเวียดนามเข้ามาเกี่ยวข้อง กิจกรรมทางบรรยากาศนี้ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศนี้มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก นอกจากนี้ สภาพทางทะเลคาดว่าจะแย่ลง โดยทะเลอันดามันตอนบนอาจมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนคาดว่าจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงขึ้นในสภาวะที่มีพายุ ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุภูมิภาคที่มีความเสี่ยงโดยรวมแล้ว แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเฉพาะในแต่ละจังหวัดยังคงต้องมีการติดตามอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ประชาชนควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าล่าสุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 28 สิงหาคม 2026, 10:32 UTC