ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

ศูนย์การค้าคลองถมไฟปะทุอีกครั้ง สร้างความกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ศูนย์การค้าคลองถมไฟปะทุอีกครั้ง สร้างความกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ

เกิดเหตุไฟไหม้ที่ศูนย์การค้าคลองถมในกรุงเทพฯ ปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้มีควันพิษจำนวนมากกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ศูนย์การค้าคลองถมไฟปะทุอีกครั้ง สร้างความกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ

แหล่งข่าวเดียว
ศูนย์การค้าคลองถมไฟปะทุอีกครั้ง สร้างความกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ

เกิดเหตุไฟไหม้ที่ศูนย์การค้าคลองถมในกรุงเทพฯ ปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้มีควันพิษจำนวนมากกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2026 ศูนย์การค้าคลองถม ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่บนถนนวรจักร ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ได้เกิดเหตุไฟปะทุขึ้นอีกครั้งจากเหตุการณ์ก่อนหน้า ตามรายงานจาก Khaosod English เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14:30 น. ส่งผลให้มีกลุ่มควันหนาทึบสีดำ สีเทา และสีน้ำตาลแดงพวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากควันพิษ ขณะนี้พื้นที่ดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ที่กำลังจัดการกับสถานการณ์ แม้ว่าผลกระทบทางสายตาจากควันไฟจะเห็นได้ชัดเจน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพอากาศในละแวกใกล้เคียงนั้นยังไม่ได้รับการประเมินอย่างครบถ้วน

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าไฟปะทุขึ้นอีกครั้งได้อย่างไร และมีองค์ประกอบทางเคมีใดบ้างที่อยู่ในกลุ่มควันดังกล่าว ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยบริการฉุกเฉิน เนื่องจากสถานการณ์กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ผู้ที่วางแผนจะเดินทางใกล้เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายควรใช้ความระมัดระวังและพิจารณาเส้นทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นหรือการสัมผัสกับคุณภาพอากาศที่ไม่ดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 08:15 UTC

ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง

ทางการกรุงเทพฯ กำลังควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงถึง 630 มคก./ลบ.ม. พร้อมออกคำเตือนด้านสุขภาพ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง

ทางการกรุงเทพฯ กำลังควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงถึง 630 มคก./ลบ.ม. พร้อมออกคำเตือนด้านสุขภาพ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่คลองถมเซ็นเตอร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ แม้ขณะนี้จะสามารถควบคุมเพลิงได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงใช้รถแบ็กโฮเปิดทางเพื่อเข้าถึงจุดความร้อนภายในอาคารที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ข้อกังวลหลักคือคุณภาพอากาศ โดยมีการตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้สูงถึง 630 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยอย่างมาก ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ และหากจำเป็นต้องอยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มควัน ควรใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น N95 เพื่อความปลอดภัย

ในส่วนของสารเคมีอันตราย ผลการตรวจวัดเบื้องต้นยังอยู่ในระดับที่น่าเบาใจ โดยพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) อยู่ที่ประมาณ 0.4 ppm ซึ่งยังอยู่ในระดับปกติ และยังไม่พบก๊าซพิษอื่นในระดับที่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการทำความสะอาดและการประเมินโครงสร้างอาคารจะใช้เวลานานเท่าใด และคุณภาพอากาศในละแวกใกล้เคียงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อใดหลังจากที่จุดความร้อนทั้งหมดถูกดับลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 11:10 UTC

เกิดเหตุคลอดฉุกเฉินหลังรถประสบอุบัติเหตุในขอนแก่น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุคลอดฉุกเฉินหลังรถประสบอุบัติเหตุในขอนแก่น

หญิงตั้งครรภ์คลอดทารกเพศหญิงภายในรถกระบะหลังจากรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าขณะกำลังเดินทางไปโรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดเหตุคลอดฉุกเฉินหลังรถประสบอุบัติเหตุในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุคลอดฉุกเฉินหลังรถประสบอุบัติเหตุในขอนแก่น

หญิงตั้งครรภ์คลอดทารกเพศหญิงภายในรถกระบะหลังจากรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าขณะกำลังเดินทางไปโรงพยาบาลในจังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ในจังหวัดขอนแก่น เมื่อรถกระบะที่กำลังนำหญิงตั้งครรภ์ส่งโรงพยาบาลเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ครอบครัวกำลังรีบเดินทางไปรับการรักษาทางการแพทย์ หลังจากการชน หญิงคนดังกล่าวได้คลอดทารกเพศหญิงออกมาอย่างปลอดภัยภายในรถ

มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศยืนยันว่าได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 เกี่ยวกับอุบัติเหตุดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือแม่และทารกแรกเกิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งของความปลอดภัยบนท้องถนนและความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทาง แม้ว่าการคลอดจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่สถานะสุขภาพปัจจุบันของทั้งแม่และทารกยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานทางการแพทย์ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ สายด่วน 1669 เป็นจุดติดต่อหลักสำหรับบริการการแพทย์ฉุกเฉินทั่วประเทศ ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่รถเสียหลักยังไม่มีการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 09:35 UTC

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (30 ส.ค. – 2 ก.ย.)
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (30 ส.ค. – 2 ก.ย.)

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงจากฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่จนถึงต้นเดือนกันยายน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (30 ส.ค. – 2 ก.ย.)

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน (30 ส.ค. – 2 ก.ย.)

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงจากฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่จนถึงต้นเดือนกันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 7 แจ้งเตือนเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Thai Post ระบุว่าสภาพอากาศดังกล่าวคาดว่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

นักพยากรณ์อากาศได้ระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พื้นที่ชายแดนด้านตะวันออก และภาคตะวันออก ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ควรเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่

ผลกระทบและข้อควรระวัง

สำหรับผู้ที่กำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนี้อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้งและการเดินทาง ฝนที่ตกหนักอาจทำให้สภาพถนนมีความเสี่ยงและอาจเกิดความล่าช้าในการเดินทางระหว่างภูมิภาค ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่

สถานะของข้อมูล

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุพื้นที่เสี่ยงโดยรวมไว้แล้ว แต่ความรุนแรงและตำแหน่งที่แน่ชัดของพื้นที่ที่อาจเกิดน้ำท่วมรุนแรงที่สุดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพบรรยากาศแบบเรียลไทม์ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนแผนการเดินทาง โดยประกาศเตือนภัยนี้จะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 2 กันยายน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 10:30 UTC

โมเดลเชียงรายมุ่งลดฝุ่น PM2.5 ผ่านการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

โมเดลเชียงรายมุ่งลดฝุ่น PM2.5 ผ่านการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่เชียงรายเพื่อส่งเสริมโครงการ 'เลิกเผา เป๋าตุง' ซึ่งเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรให้เป็นรายได้เพื่อต่อสู้กับปัญหามลพิษทางอากาศตามฤดูกาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

โมเดลเชียงรายมุ่งลดฝุ่น PM2.5 ผ่านการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร

แหล่งข่าวเดียว
โมเดลเชียงรายมุ่งลดฝุ่น PM2.5 ผ่านการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลงพื้นที่เชียงรายเพื่อส่งเสริมโครงการ 'เลิกเผา เป๋าตุง' ซึ่งเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรให้เป็นรายได้เพื่อต่อสู้กับปัญหามลพิษทางอากาศตามฤดูกาล

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ 'เลิกเผา เป๋าตุง'

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาต้นเหตุของมลพิษทางอากาศ PM2.5 ในภาคเหนือของไทย โดยการจูงใจให้เกษตรกรเลิกเผาเศษวัสดุทางการเกษตร และเปลี่ยนมาเป็นการขายวัสดุเหล่านี้ให้กับภาคเอกชนเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน ข้อมูลจากโครงการระบุว่าสามารถลดปริมาณขยะทางการเกษตรได้ถึง 330,000 กิโลกรัมภายในระยะเวลา 4 เดือน โดยรัฐบาลมีแผนที่จะขยายผลโมเดล 'PMUC Zero Burn to Earn' ไปทั่วทั้งภาคเหนือ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงถึงความพยายามเชิงรุกของรัฐบาลในการบรรเทาปัญหาหมอกควันตามฤดูกาลที่มักส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในภาคเหนือ แม้ว่าคุณภาพอากาศในปัจจุบันจะยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่รัฐบาลเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเริ่มดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโมเดลนี้จะสามารถขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และความมุ่งมั่นของภาคเอกชนในการรับซื้อเศษวัสดุปีละ 30 ล้านบาทจะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 10:10 UTC

ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางเหตุอุทกภัยบริเวณชายแดนเนปาล-จีน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางเหตุอุทกภัยบริเวณชายแดนเนปาล-จีน

ความพยายามในการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปสำหรับผู้สูญหายหลายพันคนหลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ตามแนวชายแดนเนปาล-จีน โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 600 ราย

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางเหตุอุทกภัยบริเวณชายแดนเนปาล-จีน

แหล่งข่าวเดียว
ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางเหตุอุทกภัยบริเวณชายแดนเนปาล-จีน

ความพยายามในการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปสำหรับผู้สูญหายหลายพันคนหลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ตามแนวชายแดนเนปาล-จีน โดยมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 600 ราย

ตามรายงานจาก Khaosod English ปฏิบัติการกู้ภัยเข้าสู่วันที่สี่ในภูมิภาคนูวาคอต (Nuwakot) หลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงในพื้นที่ชายแดนเนปาล-จีนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สภาพอากาศที่เลวร้ายได้ขัดขวางความพยายามในการกู้ภัยทางอากาศเป็นระยะ ซึ่งทำให้การค้นหาผู้สูญหายหลายพันคนเป็นไปอย่างยากลำบาก

เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยกู้ภัยกำลังทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ณ วันเสาร์ ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันมีมากกว่า 600 ราย ขนาดของความเสียหายได้สร้างความท้าทายด้านโลจิสติกส์อย่างมากสำหรับผู้ที่พยายามเข้าถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ ภัยพิบัตินี้เน้นย้ำถึงความแปรปรวนอย่างรุนแรงของสภาพอากาศบนภูเขาและโอกาสที่จะเกิดอันตรายจากสิ่งแวดล้อมที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้โดยไม่คาดคิด ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทางเป็นเวลานาน การเข้าถึงบริการที่จำเป็นอย่างจำกัด และการจำกัดการเคลื่อนไหวในเขตชายแดน

ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีผู้สูญหายกี่คนที่ถูกค้นพบและขอบเขตความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคเป็นอย่างไร ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าปฏิบัติการค้นหาจะเปลี่ยนไปสู่การฟื้นฟูเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหรือวางแผนจะเดินทางไปที่นั่น ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนนและคำเตือนด้านความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 07:00 UTC

ปภ. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 51 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ปภ. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 51 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของไทยได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากใน 51 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ปภ. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 51 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ปภ. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 51 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของไทยได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากใน 51 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน

ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ของไทยได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนสำหรับ 51 จังหวัดทั่วประเทศ โดยหน่วยงานผ่านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและประชาชนเฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังทั่วไป

ผลกระทบและแนวโน้ม

ช่วงเวลาการเตือนภัยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569 ประกาศนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ช่วงเวลานี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือพื้นที่ใกล้ภูเขาซึ่งมีความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่วางแผนเดินทางในช่วงเวลานี้ควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากหน่วยงานระดับจังหวัดก่อนออกเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สถานะปัจจุบัน

แม้ว่า ปภ. จะระบุจังหวัดที่มีความเสี่ยงและกำหนดกรอบเวลาสำหรับการเตือนภัยแล้ว แต่ระดับความรุนแรงเฉพาะสำหรับแต่ละอำเภอยังคงขึ้นอยู่กับสภาพการณ์ในพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนจริงในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามช่องทางที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำในกรณีฉุกเฉิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 07:20 UTC

คลอดลูกฉุกเฉินในรถกระบะหลังประสบอุบัติเหตุที่ขอนแก่น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คลอดลูกฉุกเฉินในรถกระบะหลังประสบอุบัติเหตุที่ขอนแก่น

หญิงตั้งครรภ์คลอดทารกเพศหญิงภายในรถกระบะหลังจากที่รถพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คลอดลูกฉุกเฉินในรถกระบะหลังประสบอุบัติเหตุที่ขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
คลอดลูกฉุกเฉินในรถกระบะหลังประสบอุบัติเหตุที่ขอนแก่น

หญิงตั้งครรภ์คลอดทารกเพศหญิงภายในรถกระบะหลังจากที่รถพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อรถกระบะคันหนึ่งซึ่งกำลังรีบนำหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาล เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าบริเวณจุดกลับรถการเคหะเมืองเก่า ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 10:43 น. เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าหญิงตั้งครรภ์ได้คลอดทารกเพศหญิงออกมาภายในรถเมื่อเวลาประมาณ 10:20 น. โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 6 ราย ทั้งแม่และทารกแรกเกิดมีอาการปลอดภัย แม้ว่าผู้เป็นแม่จะมีรอยถลอกตามร่างกาย ส่วนผู้โดยสารอีก 4 ราย ซึ่งรวมถึงหญิงอายุ 40-50 ปี สองคน และชายอายุ 30-40 ปี หนึ่งคน ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เช่น แผลฉีกขาดและรอยถลอก แต่ทุกคนยังคงรู้สึกตัวดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่แน่นอนของการเดินทางบนท้องถนนและความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังเมื่อขับขี่ใกล้จุดกลับรถและเขตที่มีการจราจรหนาแน่น แม้ว่าผลลัพธ์ทางการแพทย์สำหรับแม่และเด็กจะเป็นไปในทางที่ดี แต่สาเหตุที่แน่ชัดของการที่รถเสียหลักยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่เนื่องจากเลขทะเบียนรถที่กลายเป็นที่สนใจของบรรดาคอหวย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 09:30 UTC

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในจังหวัดน่าน: ทางการเร่งเฝ้าระวังพื้นที่เกษตรกรรม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในจังหวัดน่าน: ทางการเร่งเฝ้าระวังพื้นที่เกษตรกรรม

ทางการไทยเริ่มมาตรการเฝ้าระวังเกษตรกร 3,500 รายในจังหวัดน่าน หลังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในจังหวัดน่าน: ทางการเร่งเฝ้าระวังพื้นที่เกษตรกรรม

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในจังหวัดน่าน: ทางการเร่งเฝ้าระวังพื้นที่เกษตรกรรม

ทางการไทยเริ่มมาตรการเฝ้าระวังเกษตรกร 3,500 รายในจังหวัดน่าน หลังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 Thai Post รายงานว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำในจังหวัดน่าน เพื่อตอบสนองต่อคำเตือนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่ครอบคลุม 17 จังหวัด การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จึงได้รับคำสั่งให้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นายวีริศ อัมระปาล รักษาการผู้ว่าการ กยท. ยืนยันว่าหน่วยงานกำลังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของเกษตรกรกลุ่มแรกจำนวน 3,500 รายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้นการเฝ้าระวังเชิงรุกเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อวิถีชีวิตทางการเกษตร เนื่องจากระดับน้ำยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การปกป้องภาคเกษตรกรรมในขณะนี้ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเฝ้าระวัง ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าสภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร และความเสี่ยงจากน้ำท่วมจะขยายไปยังภาคส่วนหรือจังหวัดอื่นนอกเหนือจาก 17 จังหวัดที่ สทนช. ระบุไว้หรือไม่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพการจราจรในพื้นที่ก่อนวางแผนเดินทางไปยังภาคเหนือของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 08:51 UTC

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 51 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 51 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันใน 51 จังหวัด ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 51 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 51 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันใน 51 จังหวัด ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉุกเฉินสำหรับ 51 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยคำเตือนดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 2 กันยายน 2569 ซึ่งเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง

ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้ระบุพื้นที่เฉพาะที่เป็นเขตความเสี่ยงสูง ในภาคเหนือ ประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และตาก ได้รับคำแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดต่างๆ รวมถึงบึงกาฬ นครพนม และสกลนคร ก็อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือน คำเตือนนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่การปิดถนนกะทันหัน การหยุดชะงักของการขนส่งในท้องถิ่น และสภาวะที่เป็นอันตรายในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ทั้งนี้ ปภ. ได้กำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นเตรียมพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่าคำเตือนจะครอบคลุมพื้นที่กว้าง แต่ความรุนแรงของปริมาณน้ำฝนในแต่ละอำเภอยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานระดับจังหวัด เนื่องจากขอบเขตผลกระทบที่แน่ชัดต่อโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านการท่องเที่ยวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 08:30 UTC

ไฟปะทุซ้ำที่ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไฟปะทุซ้ำที่ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งภายในศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องกลุ่มควันและสารพิษ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไฟปะทุซ้ำที่ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ไฟปะทุซ้ำที่ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งภายในศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องกลุ่มควันและสารพิษ

ในช่วงบ่ายของวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ปะทุซ้ำขึ้นอีกครั้งภายในศูนย์การค้า “คลองถมเซ็นเตอร์” ซึ่งเป็นย่านการค้าที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod Online พบกลุ่มควันสีดำเทาปนสีน้ำตาลแดงจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากตัวอาคารเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ทีมกู้ภัยพบแสงเพลิงปรากฏบริเวณชั้นบนของอาคาร โดยเฉพาะบริเวณกลางอาคารและด้านหลังของศูนย์การค้า

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังระดมกำลังฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากว่ากลุ่มควันดังกล่าวอาจมีสารเคมีหรือแก๊สพิษปะปนอยู่จากการเผาไหม้ของวัสดุภายในอาคาร ด้วยเหตุนี้จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคลและเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสะดวก

สำหรับผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยว พื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นจุดปฏิบัติการฉุกเฉิน ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ในขณะนี้ ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของการปะทุซ้ำและชนิดของสารที่ถูกเผาไหม้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 08:10 UTC

วัดราชบพิธฯ ออกประกาศเตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างชวนทำบุญ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

วัดราชบพิธฯ ออกประกาศเตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างชวนทำบุญ

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามออกประกาศเตือนประชาชนให้ระวังบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของวัดเพื่อเรี่ยไรเงินทำบุญในแคมเปญเพิ่มทรัพย์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

วัดราชบพิธฯ ออกประกาศเตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างชวนทำบุญ

แหล่งข่าวเดียว
วัดราชบพิธฯ ออกประกาศเตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างชวนทำบุญ

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามออกประกาศเตือนประชาชนให้ระวังบุคคลแอบอ้างใช้ชื่อและภาพของวัดเพื่อเรี่ยไรเงินทำบุญในแคมเปญเพิ่มทรัพย์

ประกาศเตือนจากวัดราชบพิธฯ

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกิจกรรมฉ้อโกงที่แอบอ้างชื่อเสียงของวัด โดยทางวัดรายงานว่ามีบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตนำภาพถ่ายภายในวัดและภาพพระเถระของวัดไปใช้ประกอบการประกาศเรี่ยไรเงินในแคมเปญที่ชื่อว่า 'ผ้าป่าเพิ่มทรัพย์มหาเศรษฐี 88'

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นี่เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ใช้ความระมัดระวังเมื่อพบเห็นการเชิญชวนทำบุญผ่านช่องทางออนไลน์ มิจฉาชีพมักใช้ชื่อเสียงของวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หากท่านได้รับการติดต่อหรือพบเห็นโฆษณาออนไลน์ที่อ้างว่ามาจากวัดราชบพิธฯ สำหรับแคมเปญดังกล่าว ทางวัดขอยืนยันว่ากิจกรรมเหล่านั้นไม่ใช่กิจกรรมของทางวัดอย่างเป็นทางการ

สถานะปัจจุบัน

ในขณะนี้ ทางวัดได้ชี้แจงชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรี่ยไรเงินดังกล่าว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าเจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการโพสต์ข้อความหลอกลวงเหล่านี้ได้หรือไม่ หรือจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่นำภาพลักษณ์ของวัดไปใช้ในทางที่ผิดอย่างไร ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบกิจกรรมการทำบุญต่างๆ ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของวัดโดยตรงก่อนตัดสินใจร่วมทำบุญ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินบริจาคของท่านจะเป็นไปอย่างถูกต้องและถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 07:52 UTC

อุบัติเหตุรถยนต์ไฟฟ้าชนรถจักรยานยนต์เสียชีวิตในบางพลี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถยนต์ไฟฟ้าชนรถจักรยานยนต์เสียชีวิตในบางพลี

เกิดอุบัติเหตุสลดรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งชนรถจักรยานยนต์ 9 คันในจังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 7 ราย

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถยนต์ไฟฟ้าชนรถจักรยานยนต์เสียชีวิตในบางพลี

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถยนต์ไฟฟ้าชนรถจักรยานยนต์เสียชีวิตในบางพลี

เกิดอุบัติเหตุสลดรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งชนรถจักรยานยนต์ 9 คันในจังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 7 ราย

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งรุนแรงในเขตอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รายงานจาก Khaosod English ระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้าคันหนึ่งได้พุ่งชนกลุ่มรถจักรยานยนต์จำนวน 9 คันที่จอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง โดยศูนย์สั่งการกู้ชีพปราการได้รับแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1669 เมื่อเวลาประมาณ 08:10 น.

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 7 ราย ทีมกู้ภัยได้เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือและนำตัวผู้บาดเจ็บส่งสถานพยาบาลใกล้เคียง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนนและการใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะในเขตที่มีการจราจรหนาแน่นใกล้กับแหล่งชุมชน แม้ว่าการปฏิบัติการช่วยเหลือฉุกเฉินจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่การสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของผู้ขับขี่ ความเป็นไปได้ของความบกพร่องทางกลไก หรือปัจจัยทางสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลให้เกิดการเสียหลักนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ผู้ที่สัญจรผ่านเขตบางพลีควรใช้ความระมัดระวังและคอยสังเกตสภาพการจราจรอยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 05:30 UTC

ซูริกทดสอบระบบถุงลมนิรภัยภายนอกสำหรับรถรางเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้คนเดินเท้า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ซูริกทดสอบระบบถุงลมนิรภัยภายนอกสำหรับรถรางเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้คนเดินเท้า

ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะในเมืองซูริกกำลังทดสอบเทคโนโลยีถุงลมนิรภัยภายนอกสำหรับรถราง เพื่อลดการบาดเจ็บของคนเดินเท้าหลังจากอุบัติเหตุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ซูริกทดสอบระบบถุงลมนิรภัยภายนอกสำหรับรถรางเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้คนเดินเท้า

แหล่งข่าวเดียว
ซูริกทดสอบระบบถุงลมนิรภัยภายนอกสำหรับรถรางเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้คนเดินเท้า

ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะในเมืองซูริกกำลังทดสอบเทคโนโลยีถุงลมนิรภัยภายนอกสำหรับรถราง เพื่อลดการบาดเจ็บของคนเดินเท้าหลังจากอุบัติเหตุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online องค์การขนส่งสาธารณะเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (Verkehrsbetriebe Zürich หรือ VBZ) กำลังทดสอบระบบถุงลมนิรภัยภายนอกสำหรับรถรางในกองรถของตน เทคโนโลยีนี้พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตรถไฟ Alstom โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดแรงกระแทกจากการชนและเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของคนเดินเท้าที่ประสบอุบัติเหตุ

ความคิดริเริ่มนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มที่น่ากังวลในเมืองซูริก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถรางมีจำนวนเพิ่มขึ้น ข้อมูลจาก VBZ ระบุว่าในปี 2023 เกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถรางถึง 675 ครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 6 ปี การวิเคราะห์พบว่าเหตุการณ์อันตรายส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงที่รถรางกำลังเร่งความเร็วหรือหยุดรถ หรือเกี่ยวข้องกับการทำงานของประตูรถ ความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับมาตรการความปลอดภัยดังกล่าวได้รับการเน้นย้ำจากเหตุการณ์อุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้งในเดือนมีนาคม 2024 ซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายรายภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในซูริก การพัฒนานี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในเมือง แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบและพิจารณา แต่การนำมาใช้จริงกับรถรางทั้งกองรถมีเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงในการสัญจรในเมืองที่พลุกพล่าน ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าระบบนี้จะถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในทุกเส้นทางเมื่อใด เนื่องจากโครงการยังอยู่ระหว่างการประเมินโดยหน่วยงานขนส่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 07:10 UTC

เหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ส่งผลให้ต้องปิดชั่วคราวและมีผู้บาดเจ็บ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ส่งผลให้ต้องปิดชั่วคราวและมีผู้บาดเจ็บ

เหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลองถมเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย และเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ นำไปสู่การปิดให้บริการชั่วคราว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ส่งผลให้ต้องปิดชั่วคราวและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ส่งผลให้ต้องปิดชั่วคราวและมีผู้บาดเจ็บ

เหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่คลองถมเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย และเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอย่างมีนัยสำคัญ นำไปสู่การปิดให้บริการชั่วคราว

เมื่อคืนวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่คลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 20.42 น. โดยมีหน่วยดับเพลิงจากหลายสถานี อาทิ สวนมะลิ พญาไท และบรรทัดทอง เข้าสนับสนุนการระงับเหตุ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมงจึงจะสามารถควบคุมเพลิงได้

การประเมินเบื้องต้นระบุว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้าต่างๆ เมื่อเวลา 21.12 น. เพลิงได้ลุกลามเต็มพื้นที่ ส่งผลให้ระบบภายในและโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้จำนวน 11 ราย จากความเสียหายที่เกิดขึ้น ฝ่ายบริหารของคลองถมเซ็นเตอร์จึงได้ประกาศปิดให้บริการชั่วคราว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักถึงทางออกฉุกเฉินและระเบียบปฏิบัติด้านความปลอดภัยเมื่อเข้าใช้บริการในพื้นที่การค้าที่มีความหนาแน่นในกรุงเทพฯ แม้ว่าเพลิงจะสงบลงแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายของโครงสร้างและกำหนดการเปิดให้บริการอีกครั้งยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้มาเยือนหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวในระหว่างที่มีการทำความสะอาดและตรวจสอบความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 07:10 UTC

เหตุธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลและทิเบตเป็นสัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศสำหรับไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลและทิเบตเป็นสัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศสำหรับไทย

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ระบุว่าเหตุการณ์ธารน้ำแข็งและหินถล่มในเทือกเขาหิมะเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้ประเทศไทยเร่งเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลและทิเบตเป็นสัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศสำหรับไทย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลและทิเบตเป็นสัญญาณเตือนภัยสภาพภูมิอากาศสำหรับไทย

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ระบุว่าเหตุการณ์ธารน้ำแข็งและหินถล่มในเทือกเขาหิมะเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้ประเทศไทยเร่งเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว

ตามรายงานจาก Thai Post สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้เน้นย้ำถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการพังทลายของธารน้ำแข็งและมวลหินในบริเวณเทือกเขาหิมะในเขตเนปาลและทิเบต โดยสถาบันมองว่าเหตุการณ์ทางสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความไม่มั่นคงทางสภาพภูมิอากาศที่กำลังเร่งตัวขึ้นในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดความผันผวนทางสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าเหตุการณ์ทางธรณีวิทยาเหล่านี้จะเกิดขึ้นห่างไกลจากพรมแดนไทย แต่ TEI ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่เป็นปัจจัยพื้นฐานอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาจนำไปสู่สภาวะอากาศสุดขั้วที่บ่อยครั้งหรือรุนแรงขึ้น

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทยอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า TEI เน้นย้ำว่าเหตุการณ์เหล่านี้ควรเป็นตัวเร่งให้ประเทศไทยเร่งยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมระดับชาติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการบรรเทาสาธารณภัย ในขณะนี้ยังไม่มีคำเตือนสำหรับนักท่องเที่ยว แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อวางแผนกิจกรรมในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการหยุดชะงักจากสภาพอากาศ ทั้งนี้ สถาบันยังคงวิเคราะห์ผลกระทบในวงกว้างของการพังทลายในเทือกเขาหิมะที่มีต่อภูมิทัศน์สภาพภูมิอากาศของภูมิภาคต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 06:50 UTC

น้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต

เหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 630 รายและสูญหายอีกหลายพันคน นานาชาติเร่งส่งความช่วยเหลือ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต

เหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 630 รายและสูญหายอีกหลายพันคน นานาชาติเร่งส่งความช่วยเหลือ

รายงานจาก Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก BBC ระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม บริเวณชายแดนระหว่างเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 633 ราย โดยเป็นเหยื่อในฝั่งเนปาล 626 ราย และในอำเภอจีหรงของทิเบต 7 ราย หน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติของเนปาลระบุว่าสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ประมาณ 4,000 ราย แต่ยังมีผู้สูญหายอย่างน้อย 2,426 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 517 ราย ส่วนในทิเบตมีรายงานผู้สูญหาย 554 ราย

สื่อทางการจีนได้แจ้งเตือนระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในทะเลสาบที่เกิดจากเศษซากดินถล่ม พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มซ้ำอีก ปฏิบัติการกู้ภัยบริเวณด่านจีหรงมีการใช้โดรนเพื่อตรวจสอบความลาดชันและประเมินสถานการณ์เพื่อเตือนภัยล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม พยากรณ์อากาศที่คาดว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นสร้างความกังวลว่าจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการค้นหาและกู้ภัย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ สถานการณ์ยังคงมีความผันผวนสูง ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและสภาพพื้นที่ที่ไม่มั่นคงก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรง ขณะนี้มีการระดมความช่วยเหลือจากนานาชาติ รวมถึงเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน 2 ล้านยูโรจากคณะกรรมาธิการยุโรป นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศเตือนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากขอบเขตความเสียหายและความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคมยังคงมีความไม่แน่นอนตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 06:30 UTC

ควบคุมเพลิงไหม้ศูนย์การค้าคลองถมได้แล้ว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ควบคุมเพลิงไหม้ศูนย์การค้าคลองถมได้แล้ว

เหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ศูนย์การค้าคลองถมในกรุงเทพฯ สามารถควบคุมได้แล้ว โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย รวมถึงอาสาสมัครดับเพลิง 9 ราย

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ควบคุมเพลิงไหม้ศูนย์การค้าคลองถมได้แล้ว

แหล่งข่าวเดียว
ควบคุมเพลิงไหม้ศูนย์การค้าคลองถมได้แล้ว

เหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ศูนย์การค้าคลองถมในกรุงเทพฯ สามารถควบคุมได้แล้ว โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย รวมถึงอาสาสมัครดับเพลิง 9 ราย

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ศูนย์การค้าคลองถมในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน โดยล่าสุดยังคงมีจุดที่คุกรุ่นอยู่ 2 จุดในพื้นที่เกิดเหตุ

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงอาสาสมัครดับเพลิง 9 รายที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและติดตามสถานการณ์เมื่อเวลาประมาณ 09:00 น.

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในละแวกใกล้เคียง และอาจมีข้อกังวลเรื่องคุณภาพอากาศเนื่องจากควันไฟจากจุดที่ยังคุกรุ่นอยู่ ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่โดยรอบศูนย์การค้าคลองถมในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงปฏิบัติงานอยู่

แม้ว่าขณะนี้จะสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ คาดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อการสอบสวนคืบหน้าและพื้นที่ได้รับการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่และประกาศเตือนภัยจากกรุงเทพมหานคร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 04:50 UTC