ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

คลอดลูกฉุกเฉินบนรถกู้ชีพในจังหวัดพัทลุง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คลอดลูกฉุกเฉินบนรถกู้ชีพในจังหวัดพัทลุง

หญิงวัย 25 ปี คลอดบุตรสำเร็จภายในรถกู้ชีพในจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คลอดลูกฉุกเฉินบนรถกู้ชีพในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
คลอดลูกฉุกเฉินบนรถกู้ชีพในจังหวัดพัทลุง

หญิงวัย 25 ปี คลอดบุตรสำเร็จภายในรถกู้ชีพในจังหวัดพัทลุง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 หญิงวัย 25 ปีในจังหวัดพัทลุงได้ให้กำเนิดบุตรภายในรถกู้ชีพของเทศบาลตำบลนาโหนด ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่หญิงคนดังกล่าวกำลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทลุง หลังจากที่หน่วยกู้ชีพได้รับแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1669

การคลอดเกิดขึ้นบริเวณหน้าเทศบาลตำบลท่าแค บนถนนสายเอเชีย ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลประมาณ 10 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่กู้ชีพจากเทศบาลตำบลนาโหนดและเทศบาลตำบลท่าแคได้ร่วมมือกันช่วยเหลือในการทำคลอด หลังจากการคลอดสำเร็จ แม่และทารกถูกส่งต่อให้กับรถพยาบาลของโรงพยาบาลพัทลุงเพื่อรับการตรวจและดูแลทางการแพทย์ต่อไป ทั้งแม่และเด็กปลอดภัยดี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบตอบสนองเหตุฉุกเฉิน 1669 ในการจัดการสถานการณ์ทางการแพทย์เร่งด่วน แม้ว่าสุขภาพของแม่และเด็กจะได้รับการยืนยันในเบื้องต้นแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพของทารกหรือความคืบหน้าในการฟื้นตัวของแม่ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างให้ความสนใจกับหมายเลขทะเบียนรถกู้ชีพ ซึ่งเป็นความเชื่อทางวัฒนธรรมที่พบบ่อยในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการเสี่ยงโชคในวันหวยออก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 03:56 UTC

เหตุเพลิงไหม้รุนแรงในชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุเพลิงไหม้รุนแรงในชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนริมคลองย่านมักกะสันเมื่อเช้าวันจันทร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบ้านไม้ถูกทำลาย 15 หลัง

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุเพลิงไหม้รุนแรงในชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง

แหล่งข่าวเดียว
เหตุเพลิงไหม้รุนแรงในชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนริมคลองย่านมักกะสันเมื่อเช้าวันจันทร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบ้านไม้ถูกทำลาย 15 หลัง

เมื่อเช้าวันที่ 1 กันยายน 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนบ้านไม้ริมคลองในย่านมักกะสัน กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ใกล้ทางแยกมิตรสัมพันธ์บนถนนสุขุมวิท 3 ในเขตราชเทวี เมื่อเวลาประมาณ 02.35 น.

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายสถานีได้ระดมกำลังพร้อมรถน้ำกว่า 10 คันเข้าควบคุมเพลิง แม้จะพยายามอย่างเต็มที่ แต่เพลิงได้เผาผลาญบ้านเรือนเสียหายไป 15 หลัง และน่าเศร้าที่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าพบผู้เสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของชุมชนบ้านไม้เก่าริมคลองต่อการลุกลามของไฟอย่างรวดเร็ว แม้ว่าสถานการณ์อันตรายเบื้องต้นจะถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยแล้ว แต่พื้นที่ดังกล่าวอาจมีการจราจรติดขัดหรือจำกัดการเข้าถึงในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวน ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและคอยสังเกตการปฏิบัติงานของหน่วยงานฉุกเฉินที่อาจยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 02:25 UTC

ประกาศเตือนสภาพอากาศในไทย: คาดการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนสภาพอากาศในไทย: คาดการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนเรื่องฝนที่เพิ่มขึ้นและคลื่นลมแรงทั่วประเทศไทย เนื่องจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง

Thai Meteorological Department Alerts ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนสภาพอากาศในไทย: คาดการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนสภาพอากาศในไทย: คาดการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนเรื่องฝนที่เพิ่มขึ้นและคลื่นลมแรงทั่วประเทศไทย เนื่องจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนสภาพอากาศเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าร่องมรสุมกำลังพาดผ่านบริเวณตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระบบนี้เมื่อรวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงซึ่งพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย คาดว่าจะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักเป็นแห่งๆ โดยมีโอกาสเกิดฝนตกหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สภาพทางทะเลได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน คาดว่าคลื่นจะสูงประมาณ 2 เมตร และสูงขึ้นในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยากำลังติดตามพายุดีเปรสชันที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ว่าพายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนตัวไปทางไต้หวันในช่วงวันที่ 3-4 กันยายน 2569 แต่ทางการได้ยืนยันว่าพายุนี้ไม่มีทิศทางเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศอย่างเป็นทางการก่อนการเดินทาง เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ประชาชนควรติดตามประกาศในท้องถิ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมหรือการหยุดชะงักของการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Meteorological Department Alerts
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 09:55 UTC

ไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ บ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ บ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง

เหตุเพลิงไหม้ในชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ บ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ บ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง

เหตุเพลิงไหม้ในชุมชนมักกะสัน กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ในชุมชนมักกะสัน ริมคลองแสนแสบ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าเพลิงเริ่มลุกไหม้เมื่อเวลาประมาณ 02.35 น. และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในเวลา 03.17 น. เหตุการณ์นี้ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายประมาณ 15 หลังคาเรือน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่วัดดิสหงษารามเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความหนาแน่นของชุมชนริมคลองและความเสี่ยงต่อการลุกลามของไฟในพื้นที่ดังกล่าว แม้ว่าเพลิงจะสงบลงแล้ว แต่การสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของเพลิงไหม้ยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของเพลิงไหม้และการสนับสนุนระยะยาวสำหรับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 02:15 UTC

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและพายุโซนร้อน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและพายุโซนร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงจากฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่จนถึงวันที่ 2 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและพายุโซนร้อน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและพายุโซนร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงจากฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่จนถึงวันที่ 2 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 12 เตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย โดยคาดว่าสภาพอากาศดังกล่าวจะส่งผลกระทบจนถึงวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นเกิดจากร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย

พื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยง ได้แก่ บริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ ทางการได้แจ้งเตือนเป็นพิเศษให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

นอกจากนี้ คาดว่าคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอาจสูงกว่านี้ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุว่ามี 43 จังหวัดที่เสี่ยงต่อฝนตกหนัก แต่นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบผลกระทบในแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ของพายุโซนร้อน “โซเดล” ว่าจะมีอิทธิพลต่อสภาพอากาศในภูมิภาคนี้อย่างไรต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 01 กันยายน 2026, 00:35 UTC

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 42 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 42 จังหวัด

ประเทศไทยเผชิญกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ระวังฝนตกหนักใน 42 จังหวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 42 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 42 จังหวัด

ประเทศไทยเผชิญกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ระวังฝนตกหนักใน 42 จังหวัด

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับ 42 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยพยากรณ์ว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

สำหรับสภาพทางทะเล คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนคาดว่าจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงขึ้นในช่วงที่มีพายุ เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ระยะเวลาของสภาพอากาศที่รุนแรงนี้ยังคงต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 29 สิงหาคม 2026, 23:50 UTC

ไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน บ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง พบผู้เสียชีวิต 1 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน บ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง พบผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนมักกะสันใกล้คลองแสนแสบ ส่งผลให้บ้านเรือนถูกทำลาย 15 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน บ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง พบผู้เสียชีวิต 1 ราย

แหล่งข่าวเดียว
ไฟไหม้ชุมชนมักกะสัน บ้านเรือนเสียหาย 15 หลัง พบผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนมักกะสันใกล้คลองแสนแสบ ส่งผลให้บ้านเรือนถูกทำลาย 15 หลัง และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในชุมชนมักกะสัน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้คลองแสนแสบและถนนสุขุมวิท 3 ในกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน 2569 โดยสถานีตำรวจนครบาลพญาไทได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 02.35 น.

เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย รวมถึงรถดับเพลิงกว่า 10 คันจากหลายสถานี ศูนย์เอราวัณ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุและพบว่าบ้านไม้ที่ปลูกติดกันหนาแน่นกำลังถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ชาวบ้านต่างพากันอพยพด้วยความตื่นตระหนก โดยหลายคนได้ช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงให้ปลอดภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการควบคุมสถานการณ์

เป็นที่น่าเศร้าที่ทางการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบ้านเรือนถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด 15 หลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงของโครงสร้างบ้านไม้เก่าที่มีความหนาแน่นสูงในกรุงเทพฯ ต่อการลุกลามของไฟอย่างรวดเร็ว แม้สถานการณ์ในขณะนี้จะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพญาไท นักท่องเที่ยวควรทราบว่าการจราจรในพื้นที่ใกล้แยกมักกะสันและแยกมิตรสัมพันธ์อาจได้รับผลกระทบระหว่างกระบวนการตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 23:55 UTC

ยกระดับความมั่นคงทางพลังงานในภาคใต้ของไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ยกระดับความมั่นคงทางพลังงานในภาคใต้ของไทย

ปลัดกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย (TTM) เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและหารือเกี่ยวกับเสถียรภาพทางพลังงานในอนาคตของภาคใต้

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ยกระดับความมั่นคงทางพลังงานในภาคใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ยกระดับความมั่นคงทางพลังงานในภาคใต้ของไทย

ปลัดกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย (TTM) เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและหารือเกี่ยวกับเสถียรภาพทางพลังงานในอนาคตของภาคใต้

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า ปลัดกระทรวงพลังงานได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย (TTM) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและประเมินขั้นตอนการปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการสร้างความมั่นใจในอุปทานพลังงานที่มั่นคงและปลอดภัย แม้ว่าการตรวจเยี่ยมจะเน้นไปที่ความปลอดภัยทางเทคนิคและประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่การบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่อาจส่งผลกระทบต่อบริการในท้องถิ่น การขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้

ในขณะนี้ การอัปเกรดระยะยาวหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นผลมาจากการตรวจสอบครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน รัฐบาลได้เน้นย้ำว่าการดำเนินการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นเพื่อยกระดับความมั่นคงทางพลังงานสำหรับอนาคต แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายขีดความสามารถหรือการปรับปรุงทางเทคโนโลยีที่เฉพาะเจาะจง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าการปรับปรุงการดำเนินงานเหล่านี้อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือด้านพลังงานในภูมิภาคอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 14:30 UTC

เริ่มรื้อถอนซากอาคารคลองถมเซ็นเตอร์หลังเหตุเพลิงไหม้
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มรื้อถอนซากอาคารคลองถมเซ็นเตอร์หลังเหตุเพลิงไหม้

ทีมงานเฉพาะทางเริ่มดำเนินการเคลียร์ซากปรักหักพังที่คลองถมเซ็นเตอร์ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เริ่มรื้อถอนซากอาคารคลองถมเซ็นเตอร์หลังเหตุเพลิงไหม้

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มรื้อถอนซากอาคารคลองถมเซ็นเตอร์หลังเหตุเพลิงไหม้

ทีมงานเฉพาะทางเริ่มดำเนินการเคลียร์ซากปรักหักพังที่คลองถมเซ็นเตอร์ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ทีมงานรื้อถอนและรักษาความปลอดภัยจากกลุ่มบริษัทปิยะมิตรได้เริ่มปฏิบัติการที่ศูนย์การค้าคลองถมเซ็นเตอร์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้เมื่อเร็วๆ นี้ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทีมงานกำลังใช้รถแบ็คโฮในการรื้อถอนซากอาคารและสิ่งกีดขวาง โดยมุ่งเน้นไปที่ 'โซน C' ของอาคาร การรื้อถอนแบบควบคุมนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างเส้นทางที่ปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสามารถเข้าไปในพื้นที่เพื่อตรวจสอบต้นตอของเพลิงไหม้ได้

ในขณะที่ทีมรื้อถอนกำลังทำงานเพื่อเปิดทาง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่ โดยมีการฉีดน้ำเป็นระยะเพื่อควบคุมความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในโครงสร้าง เมื่อเวลาประมาณ 14.10 น. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เบื้องต้นเป็นเวลา 15 นาที ก่อนจะประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมโยธาธิการเพื่อดำเนินการเคลียร์พื้นที่ต่อไป เมื่อพื้นที่มีความพร้อมเพียงพอ ทีมพิสูจน์หลักฐานวางแผนที่จะกลับเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าว ปฏิบัติการนี้บ่งชี้ว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นเขตควบคุมและอาจมีความเสี่ยง แม้ว่าภัยคุกคามจากเพลิงไหม้โดยตรงจะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารยังคงได้รับผลกระทบและพื้นที่ยังคงถูกจำกัดการเข้าถึง ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แน่ชัด และคาดว่าทางการจะแจ้งความคืบหน้าเพิ่มเติมเมื่อการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 14:15 UTC

กอ.รมน. จัดฝึกอบรมการตอบโต้เหตุฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กอ.รมน. จัดฝึกอบรมการตอบโต้เหตุฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จัดการฝึกอบรมด้านการป้องกันอัคคีภัยและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับกำลังพล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กอ.รมน. จัดฝึกอบรมการตอบโต้เหตุฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

แหล่งข่าวเดียว
กอ.รมน. จัดฝึกอบรมการตอบโต้เหตุฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จัดการฝึกอบรมด้านการป้องกันอัคคีภัยและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับกำลังพล

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดโครงการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ณ อาคารรื่นฤดี กรุงเทพมหานคร ตามรายงานของ Khaosod Online กิจกรรมดังกล่าวมี พล.ท.ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. เป็นประธาน โดยได้รับการสนับสนุนจากวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบกและสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสามเสน

การฝึกอบรมเน้นทักษะภาคปฏิบัติ รวมถึงการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) อย่างถูกวิธี ผู้เข้ารับการอบรมได้รับการสอนวิธีประเมินสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนที่บุคลากรทางการแพทย์จะมาถึง นอกจากนี้ยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การป้องกันอัคคีภัยและการฝึกใช้ถังดับเพลิง เพื่อให้มั่นใจว่ากำลังพลสามารถจัดการกับเหตุเพลิงไหม้เบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานความมั่นคงไทยในการปรับปรุงความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินภายในสถานที่ของตน แม้ว่าการฝึกอบรมนี้จะเป็นการภายในสำหรับกำลังพลของ กอ.รมน. แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับโปรโตคอลการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและความปลอดภัยจากอัคคีภัย ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าจะมีเวิร์กช็อปที่คล้ายกันสำหรับบุคคลทั่วไปหรือไม่ และไม่มีรายละเอียดว่าโปรโตคอลภายในเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเข้าถึงสถานที่ดังกล่าวของสาธารณชนในกรณีฉุกเฉินอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 12:55 UTC

นักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากขอโทษหลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตในสนามแข่ง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

นักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากขอโทษหลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตในสนามแข่ง

นักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากรายหนึ่งได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ หลังจากไม่ได้หยุดรถช่วยเหลือหลังเกิดการชนที่ส่งผลให้นักแข่งหญิงเสียชีวิตในการแข่งขันเมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

นักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากขอโทษหลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตในสนามแข่ง

แหล่งข่าวเดียว
นักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากขอโทษหลังเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตในสนามแข่ง

นักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากรายหนึ่งได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ หลังจากไม่ได้หยุดรถช่วยเหลือหลังเกิดการชนที่ส่งผลให้นักแข่งหญิงเสียชีวิตในการแข่งขันเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากรายหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอุบัติเหตุเสียชีวิตในสนามแข่งได้ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก ส่งผลให้มีนักแข่งหญิงเสียชีวิตหลังจากเกิดการชนกันในสนาม

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโซเชียลมีเดียหลังจากมีรายงานว่านักแข่งชายรายนี้ ซึ่งระบุว่าเป็นหมายเลข 117 ได้ขับรถต่อไปจนถึงเส้นชัยแทนที่จะหยุดรถเพื่อลงมาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พฤติกรรมดังกล่าวทำให้เกิดการถกเถียงอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับเวลาในการแข่งขันมากกว่าความปลอดภัยและสวัสดิภาพของเพื่อนร่วมแข่งขัน ในคำแถลงของเขา นักแข่งรายนี้ยอมรับในการกระทำของตน โดยอ้างว่าเกิดจากความขาดประสบการณ์และการตัดสินใจที่ผิดพลาดในช่วงเวลาที่ตกใจ เขาแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้นและระบุว่าพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนอย่างเต็มที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่แฝงอยู่ในกีฬาแข่งรถความเร็วสูงและความสำคัญของระเบียบการด้านความปลอดภัยในงานที่จัดขึ้น แม้ว่านักแข่งจะยอมรับความรับผิดชอบแล้ว แต่ขอบเขตของผลกระทบทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของผู้จัดงานหรือสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การชนดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 12:15 UTC

ในหลวงทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุน้ำท่วมในเนปาลและทิเบต
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ในหลวงทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุน้ำท่วมในเนปาลและทิเบต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งเนปาล หลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งรุนแรงในภูมิภาค

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ในหลวงทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุน้ำท่วมในเนปาลและทิเบต

แหล่งข่าวเดียว
ในหลวงทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อเหตุน้ำท่วมในเนปาลและทิเบต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งเนปาล หลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งรุนแรงในภูมิภาค

ตามรายงานจาก Thai Post พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งเนปาล สืบเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือของเนปาลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาพอากาศที่รุนแรงซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของเทือกเขาหิมาลัย รวมถึงเนปาลและทิเบต แม้ว่าพระราชสาส์นดังกล่าวจะเป็นการแสดงความเสียพระราชหฤทัยในทางทูต แต่ก็เน้นย้ำถึงความรุนแรงของผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ภูเขาเหล่านี้

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและสถานะของเส้นทางการคมนาคมในพื้นที่ทางตอนเหนือที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางหรือพำนักอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของเนปาลหรือบริเวณชายแดนทิเบตควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ รายงานนี้อ้างอิงจากการสื่อสารอย่างเป็นทางการของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยตามที่ Thai Post ได้นำเสนอ SawaLife ไม่ได้ตรวจสอบตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือสถานะการดำเนินงานของศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาคด้วยตนเอง นักท่องเที่ยวควรปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตของตนเพื่อรับข้อมูลความปลอดภัยล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 11:36 UTC

อุบัติเหตุสลดในการแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากจุดประเด็นถกเถียงเรื่องความปลอดภัยในไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุสลดในการแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากจุดประเด็นถกเถียงเรื่องความปลอดภัยในไทย

นักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากหญิงเสียชีวิตหลังเกิดการชนด้วยความเร็วสูงระหว่างการแข่งขัน นำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับน้ำใจนักกีฬาและมาตรการความปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุสลดในการแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากจุดประเด็นถกเถียงเรื่องความปลอดภัยในไทย

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุสลดในการแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากจุดประเด็นถกเถียงเรื่องความปลอดภัยในไทย

นักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบากหญิงเสียชีวิตหลังเกิดการชนด้วยความเร็วสูงระหว่างการแข่งขัน นำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับน้ำใจนักกีฬาและมาตรการความปลอดภัย

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงระหว่างการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากเมื่อนักแข่งชายพุ่งชนนักแข่งหญิง เหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะที่นักแข่งหญิงกำลังเตรียมตัวเลี้ยวขวา โดยมีนักแข่งชายอีกคนขับมาด้วยความเร็วสูงและพุ่งชนเข้าอย่างจัง

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่านักแข่งชายหยุดดูเหตุการณ์เพียงครู่เดียวก่อนจะขับรถแข่งต่อเพื่อทำเวลา พฤติกรรมดังกล่าวทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากสาธารณชน โดยหลายคนตั้งคำถามถึงการให้ความสำคัญกับผลการแข่งขันมากกว่าสวัสดิภาพของเพื่อนร่วมสนาม เพื่อตอบโต้ต่อกระแสวิจารณ์ นักแข่งชายและทีมงานได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าไม่ได้หลบหนีจากที่เกิดเหตุ โดยยืนยันว่าได้เข้าไปสอบถามอาการของคู่กรณีทันทีหลังจบการแข่งขันและได้กล่าวขอโทษแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความกังวลที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยและวัฒนธรรมการแข่งขันในสนามมอเตอร์ไซค์วิบากระดับภูมิภาค แม้ว่านักแข่งชายจะออกมาตอบโต้ต่อกระแสสังคมแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของผู้จัดงานและการสอบสวนทางกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันจะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 11:35 UTC

ครม. เสนอแผนประกันภัยพิบัติวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ครม. เสนอแผนประกันภัยพิบัติวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลไทยเสนอจัดตั้งกองทุนประกันภัยพิบัติวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ครม. เสนอแผนประกันภัยพิบัติวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ครม. เสนอแผนประกันภัยพิบัติวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลไทยเสนอจัดตั้งกองทุนประกันภัยพิบัติวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว

ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดสงขลา กระทรวงการคลังและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้นำเสนอแผนประกันภัยพิบัติวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยรายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อมอบความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

ภายใต้กรอบที่นำเสนอนี้ ความคุ้มครองประกันภัยจะมอบเงินชดเชยกรณีเสียชีวิตสูงสุด 2 ล้านบาท และกรณีบ้านเรือนเสียหายสูงสุด 200,000 บาท ข้อเสนอนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในการรับมือกับเหตุการณ์ทางสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของความพยายามจากภาครัฐในการสร้างกลไกการฟื้นฟูทางการเงินสำหรับผู้ประสบภัย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่นำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเกณฑ์การได้รับสิทธิ์ กรอบเวลาการดำเนินงาน โครงสร้างเบี้ยประกัน และการครอบคลุมถึงชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป เมื่อนโยบายนี้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย จะต้องมีการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงรายละเอียดการบริหารจัดการความคุ้มครองดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 11:56 UTC

พบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียชีวิตในลำปาง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียชีวิตในลำปาง

ชายวัย 58 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียชีวิตในลำปาง

แหล่งข่าวเดียว
พบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียชีวิตในลำปาง

ชายวัย 58 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง

เมื่อเช้าวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิต ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่ทะได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 07.10 น. ว่าพบรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่บนถนนระหว่างบ้านทุ่งตอนและบ้านหลุก

เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสมาคมกู้ภัยแม่ทะและบุคลากรจากโรงพยาบาลท้องถิ่นเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ได้พบร่างของชายวัย 58 ปี ทราบชื่อคือนายบุญยืน ผู้เสียชีวิตมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ การสอบสวนเบื้องต้นคาดว่ารถจักรยานยนต์อาจเสียหลักล้มเองในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ห่างไกลในช่วงเวลากลางคืน จึงไม่มีใครพบเห็นจนกระทั่งมีผู้สัญจรผ่านมาพบในช่วงเช้ามืด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อขับขี่บนถนนในชนบทหลังพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งทัศนวิสัยมีจำกัดและความช่วยเหลือฉุกเฉินอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ทันที แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นและกำลังประสานงานกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตแล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดที่นำไปสู่การเสียหลักยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 10:55 UTC

ปฏิบัติการกู้ภัยในอุโมงค์ที่เนปาลยังคงดำเนินต่อไป ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 919 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ปฏิบัติการกู้ภัยในอุโมงค์ที่เนปาลยังคงดำเนินต่อไป ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 919 ราย

ทีมกู้ภัยในเนปาลกำลังเร่งค้นหาคนงานที่ติดอยู่ในอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ หลังจากเกิดภัยพิบัติที่มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 919 ราย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ปฏิบัติการกู้ภัยในอุโมงค์ที่เนปาลยังคงดำเนินต่อไป ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 919 ราย

แหล่งข่าวเดียว
ปฏิบัติการกู้ภัยในอุโมงค์ที่เนปาลยังคงดำเนินต่อไป ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 919 ราย

ทีมกู้ภัยในเนปาลกำลังเร่งค้นหาคนงานที่ติดอยู่ในอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ หลังจากเกิดภัยพิบัติที่มีผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 919 ราย

ตามรายงานจาก Thai Post ปฏิบัติการกู้ภัยกำลังดำเนินอยู่ในเนปาลเพื่อค้นหาคนงานที่ยังคงติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ สถานการณ์มีความวิกฤตมากขึ้นเรื่อยๆ โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 919 ราย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในเนปาลหรือกำลังวางแผนจะเดินทางไปเยือน เหตุฉุกเฉินที่กำลังดำเนินอยู่นี้เน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าเหตุการณ์จะจำกัดอยู่ในพื้นที่ของโรงไฟฟ้า แต่ขนาดของโศกนาฏกรรมอาจส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาค ทรัพยากรในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน และสภาพการเดินทางในพื้นที่ใกล้เคียง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานระดับภูมิภาคเกี่ยวกับข้อจำกัดในการเดินทางหรือคำเตือนด้านความปลอดภัยที่อาจมีการประกาศออกมาในระหว่างที่การค้นหายังคงดำเนินต่อไป

ในขั้นตอนนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงจำนวนที่แน่ชัดของคนงานที่ยังคงสูญหายและกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการเสร็จสิ้นภารกิจค้นหาและกู้ภัย ทางการยังไม่ได้ให้การประเมินที่ชัดเจนเกี่ยวกับความมั่นคงทางโครงสร้างของพื้นที่หรือผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเนปาลและสำนักข่าวต่างประเทศที่เชื่อถือได้เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดในขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 09:36 UTC

ทางการไทยเร่งดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วมในหาดใหญ่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเร่งดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วมในหาดใหญ่

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบบริหารจัดการน้ำในจังหวัดสงขลาเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการไทยเร่งดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วมในหาดใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเร่งดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วมในหาดใหญ่

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบบริหารจัดการน้ำในจังหวัดสงขลาเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัย

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ประตูระบายน้ำหน้าควน ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความพร้อมในการป้องกันอุทกภัย ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประเมินความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูฝนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

นายสุริยะได้กำชับให้กรมชลประทานปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อย่างเคร่งครัด โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วยการตรวจสอบและซ่อมแซมระบบระบายน้ำ โดยเฉพาะคลอง ร.1 และการขุดลอกคูคลองที่สำคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่หาดใหญ่ โดยการเตรียมความพร้อมทั้งด้านเครื่องจักร อุปกรณ์ และบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวและลดผลกระทบจากฝนตกหนักตามฤดูกาล แม้ว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแรงของประตูระบายน้ำและช่องทางระบายน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบเหล่านี้ในช่วงสภาพอากาศสุดขั้วยังคงต้องรอการพิสูจน์ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามรายงานสภาพอากาศและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิดในช่วงฤดูฝนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC

ทางการนครราชสีมาเฝ้าระวังระดับน้ำท่ามกลางความกังวลเรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการนครราชสีมาเฝ้าระวังระดับน้ำท่ามกลางความกังวลเรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญ

หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมากำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ เนื่องจากจังหวัดกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการนครราชสีมาเฝ้าระวังระดับน้ำท่ามกลางความกังวลเรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญ

แหล่งข่าวเดียว
ทางการนครราชสีมาเฝ้าระวังระดับน้ำท่ามกลางความกังวลเรื่องปรากฏการณ์เอลนีโญ

หน่วยงานท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมากำลังเฝ้าระวังระดับน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ เนื่องจากจังหวัดกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด เพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาค ในระหว่างการประชุม นายสุคนธ์ เต็มยศยิ่ง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา ได้รายงานสถานการณ์ปัจจุบันของเขื่อนขนาดใหญ่ 4 แห่งในจังหวัด

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เขื่อนลำตะคองในอำเภอสีคิ้วมีปริมาณน้ำใช้การได้ 105 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 33% ของความจุ 314 ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่เขื่อนลำพระเพลิงในอำเภอปักธงชัยมีปริมาณน้ำ 44 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 28% ของความจุ 155 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทางการได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยมีความกังวลว่าหากปริมาณฝนสะสมยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่คาดการณ์ไว้ ภูมิภาคอาจเผชิญกับสภาวะภัยแล้งอย่างรุนแรง สถานการณ์นี้มีความน่าสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทยกำลังประสบกับภาวะน้ำท่วม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพทางการเกษตรในท้องถิ่นและความมั่นคงทางน้ำในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แม้ว่าระดับน้ำในปัจจุบันจะยังอยู่ในการบริหารจัดการ แต่ผลกระทบในระยะยาวขึ้นอยู่กับรูปแบบของปริมาณน้ำฝนในอนาคต ทางการยังไม่ได้ประกาศมาตรการปันส่วนน้ำที่เฉพาะเจาะจง แต่ยังคงรักษาความเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง การอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาและการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยโครงการชลประทานจังหวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 08:55 UTC