ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

ทางการชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนที่บุรีรัมย์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนที่บุรีรัมย์

กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่าไม่มีเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่าแรงสั่นสะเทือนที่อาคารเทศบาลน่าจะเกิดจากกิจกรรมการก่อสร้างหรือการดำเนินงานในพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนที่บุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนที่บุรีรัมย์

กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่าไม่มีเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่าแรงสั่นสะเทือนที่อาคารเทศบาลน่าจะเกิดจากกิจกรรมการก่อสร้างหรือการดำเนินงานในพื้นที่

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 มีรายงานเกี่ยวกับแรงสั่นสะเทือนที่รู้สึกได้ภายในอาคารสำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อตอบสนองต่อรายงานดังกล่าว กรมอุตุนิยมวิทยาได้ดำเนินการตรวจสอบและยืนยันอย่างเป็นทางการว่าไม่มีการบันทึกกิจกรรมแผ่นดินไหวในจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงเวลาดังกล่าว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่าแรงสั่นสะเทือนที่ผู้คนในอาคารเทศบาลรู้สึกได้นั้น น่าจะเกิดจากกิจกรรมในพื้นที่ เช่น การก่อสร้างใกล้เคียงหรือการใช้งานเครื่องจักรหนัก มากกว่าที่จะเกิดจากการเคลื่อนตัวทางธรณีวิทยา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ คำชี้แจงนี้ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางแผ่นดินไหว แม้ว่าสถานการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงการรบกวนในพื้นที่มากกว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่หากบุคคลใดยังคงสังเกตเห็นแรงสั่นสะเทือนที่ผิดปกติ ขอแนะนำให้แจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อช่วยระบุแหล่งที่มาของกิจกรรมดังกล่าวให้ชัดเจน จนถึงขณะนี้ ธรรมชาติที่แท้จริงของกิจกรรมที่เป็นสาเหตุของแรงสั่นสะเทือนยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่เทศบาลต่อไป ทั้งนี้ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อสาธารณะหรือความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางโครงสร้างของเมืองแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:35 UTC

อพยพอาคารเทศบาลในบุรีรัมย์หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนไม่ทราบสาเหตุ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อพยพอาคารเทศบาลในบุรีรัมย์หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนไม่ทราบสาเหตุ

ผู้คนกว่า 100 ชีวิตต้องอพยพออกจากอาคารเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังเจ้าหน้าที่รายงานว่ารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อพยพอาคารเทศบาลในบุรีรัมย์หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนไม่ทราบสาเหตุ

แหล่งข่าวเดียว
อพยพอาคารเทศบาลในบุรีรัมย์หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนไม่ทราบสาเหตุ

ผู้คนกว่า 100 ชีวิตต้องอพยพออกจากอาคารเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังเจ้าหน้าที่รายงานว่ารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 อาคารเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการอพยพผู้คนหลังจากที่มีรายงานว่าผู้ที่อยู่ภายในอาคารรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ซึ่งพยานระบุว่ามีลักษณะคล้ายกับแผ่นดินไหว ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ มีผู้คนกว่า 100 ชีวิตวิ่งหนีออกจากอาคารด้วยความตื่นตระหนกในขณะที่โครงสร้างอาคารเกิดการสั่นไหว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นข้อกังวลด้านโครงสร้างที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แม้ว่าจะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่การอพยพถือเป็นมาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ภายในอาคาร ในขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของแรงสั่นสะเทือนดังกล่าว ทางการยังไม่ได้ยืนยันว่าการสั่นไหวนั้นเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางแผ่นดินไหว ความไม่มั่นคงของโครงสร้าง หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ

สิ่งสำคัญคือผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบ จนกว่าจะมีการประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคารอย่างเป็นทางการ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าว คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่วิศวกรและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบอาคารเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมอาคารจึงเกิดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงเช่นนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบริการของเทศบาลหรือพื้นที่ที่ถูกจำกัดการเข้าถึงในบริเวณดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:55 UTC

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “โซเดล”
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “โซเดล”

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนให้จังหวัดต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโซเดล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “โซเดล”

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “โซเดล”

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนให้จังหวัดต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโซเดล

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อน “โซเดล” ในระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมความพร้อมรับมือกับฝนตกหนักและภาวะน้ำท่วมฉับพลัน โดยประเด็นสำคัญที่ทางกรมฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ซึ่งได้รับคำสั่งให้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ขณะนี้ ปภ. กำลังประสานงานกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เพื่อให้มั่นใจว่ามีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการเข้าช่วยเหลือหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

แม้ว่ารัฐบาลจะมีการระดมทีมตอบโต้ภัยพิบัติแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายที่แน่ชัดจากพายุยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวที่มีแผนเดินทางไปยังพื้นที่ใกล้แม่น้ำโขงหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ควรตรวจสอบสถานะของโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การติดตามของ ปภ. โดยการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสั่งอพยพหรือผลกระทบต่อการเดินทางจะขึ้นอยู่กับทิศทางและความรุนแรงของพายุเป็นสำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:42 UTC

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงวันที่ 7 กันยายน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงวันที่ 7 กันยายน

ทางการไทยประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงวันที่ 7 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงวันที่ 7 กันยายน

ทางการไทยประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำลังติดตามสภาพอากาศทั่วประเทศไทยอย่างใกล้ชิด โดยทางการได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับฝนตกหนักที่คาดว่าจะยังคงมีต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 7 กันยายน 2569

ข้อกังวลหลักของทางการคือระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น โดย ปภ. ได้สั่งการให้จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งแจ้งเตือนประชาชน และเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมหรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากฝนที่ตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การเดินทางที่หยุดชะงัก และสภาวะที่ไม่ปลอดภัยในชุมชนริมฝั่งแม่น้ำ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปเยือนหรือกำลังพำนักอยู่ในพื้นที่ใกล้แม่น้ำโขงหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงต่ออุทกภัยตามฤดูกาล ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

แม้ว่า ปภ. จะสั่งการให้เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดเพื่อความปลอดภัยในช่วงที่มีการเฝ้าระวังระดับสูงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ชาวปทุมธานีร้องเรียนความปลอดภัย หลังพบตู้เติมน้ำมันตั้งใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูงและท่อก๊าซ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ชาวปทุมธานีร้องเรียนความปลอดภัย หลังพบตู้เติมน้ำมันตั้งใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูงและท่อก๊าซ

ชาวบ้านในหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ จังหวัดปทุมธานี เรียกร้องให้ย้ายตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับเสาไฟฟ้าแรงสูงและแนวท่อส่งก๊าซใต้ดินโดยด่วน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ชาวปทุมธานีร้องเรียนความปลอดภัย หลังพบตู้เติมน้ำมันตั้งใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูงและท่อก๊าซ

แหล่งข่าวเดียว
ชาวปทุมธานีร้องเรียนความปลอดภัย หลังพบตู้เติมน้ำมันตั้งใกล้เสาไฟฟ้าแรงสูงและท่อก๊าซ

ชาวบ้านในหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ จังหวัดปทุมธานี เรียกร้องให้ย้ายตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับเสาไฟฟ้าแรงสูงและแนวท่อส่งก๊าซใต้ดินโดยด่วน

ชาวบ้านในหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ จังหวัดปทุมธานี ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการติดตั้งตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญภายในชุมชนที่พักอาศัย ตามรายงานของมติชนออนไลน์ สมาชิกในชุมชนกำลังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการย้ายตู้ดังกล่าวออกไปโดยด่วน เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับเสาไฟฟ้าแรงสูงและมีแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติอยู่ใต้ดินในบริเวณนั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลและการติดตั้งบริการเติมน้ำมันอัตโนมัติในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ความกังวลหลักของชาวบ้านคือความเสี่ยงที่อาจเกิดอัคคีภัยหรือการระเบิด เนื่องจากเป็นการรวมกันของเชื้อเพลิงที่ติดไฟได้ง่าย โครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้า และแนวท่อก๊าซใต้ดิน

แม้ว่าทางชุมชนจะได้แสดงความกังวลออกมาแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าตู้เติมน้ำมันดังกล่าวได้รับการติดตั้งโดยมีใบอนุญาตจากเทศบาลอย่างถูกต้องหรือไม่ หรือมีการตรวจสอบความปลอดภัยในพื้นที่ก่อนเริ่มใช้งานหรือไม่ นอกจากนี้ ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการเกี่ยวกับแผนการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนด้านความปลอดภัยดังกล่าว ชาวบ้านยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับได้ต่อความปลอดภัยของชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:36 UTC

อพยพอาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุตึกสั่นสะเทือนปริศนา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อพยพอาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุตึกสั่นสะเทือนปริศนา

เจ้าหน้าที่กว่า 100 ชีวิตต้องวิ่งหนีออกจากอาคารสำนักงานเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุตึกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงถึง 2 ครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อพยพอาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุตึกสั่นสะเทือนปริศนา

แหล่งข่าวเดียว
อพยพอาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุตึกสั่นสะเทือนปริศนา

เจ้าหน้าที่กว่า 100 ชีวิตต้องวิ่งหนีออกจากอาคารสำนักงานเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังเกิดเหตุตึกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงถึง 2 ครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่และพนักงานกว่า 100 คนต้องอพยพออกจากอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์สูง 5 ชั้น หลังจากตัวอาคารเกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. โดยการสั่นสะเทือนแต่ละครั้งกินเวลาประมาณ 10 วินาที มีรายงานเหตุการณ์เกิดขึ้น 2 ครั้ง ส่งผลให้โต๊ะทำงานเคลื่อนที่และพัดลมตั้งพื้นโยกไปมาอย่างเห็นได้ชัด

เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ระหว่างชั้น 2 ถึงชั้น 5 บรรยายถึงเหตุการณ์นี้ว่าน่ากลัวและรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวได้อย่างชัดเจน พนักงานที่ทำงานบนชั้น 5 รายหนึ่งระบุว่าแรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนทำให้โต๊ะทำงานขยับและพัดลมเกือบจะล้มลง ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวดูเหมือนจะเกิดขึ้นเฉพาะจุด เนื่องจากอาคารใกล้เคียงไม่ได้รับรายงานถึงความผิดปกติในลักษณะเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คอยสังเกตสภาพแวดล้อมของอาคารที่พักอาศัยหรืออาคารสูง แม้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่สาเหตุของการสั่นสะเทือนยังคงไม่ทราบแน่ชัด ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ให้คำอธิบาย และคาดว่ากำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง กิจกรรมทางแผ่นดินไหว หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ ผู้ที่มาติดต่อราชการควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคาร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:43 UTC

ชาวบ้านปทุมธานีร้องเรียนขอให้ย้ายตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ชาวบ้านปทุมธานีร้องเรียนขอให้ย้ายตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ

ชาวบ้านในจังหวัดปทุมธานีได้ยื่นคำร้องต่อทางการให้ย้ายตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและท่อส่งก๊าซใต้ดิน เนื่องจากมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ชาวบ้านปทุมธานีร้องเรียนขอให้ย้ายตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ

แหล่งข่าวเดียว
ชาวบ้านปทุมธานีร้องเรียนขอให้ย้ายตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ

ชาวบ้านในจังหวัดปทุมธานีได้ยื่นคำร้องต่อทางการให้ย้ายตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและท่อส่งก๊าซใต้ดิน เนื่องจากมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองคลองหลวง นำโดยนายธีราทัต ฉ่ำแฉล้ม ผู้อำนวยการกองช่าง ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในชุมชนไวท์เฮ้าส์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อร้องเรียนเร่งด่วนของชาวบ้านเรื่องการติดตั้งตู้เติมน้ำมันเบนซินหยอดเหรียญริมถนนสายหลักในพื้นที่

ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ชาวบ้านได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของตู้ดังกล่าว เนื่องจากตู้เหล่านี้ติดตั้งอยู่เหนือแนวท่อส่งก๊าซใต้ดินและติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูง สมาชิกในชุมชนระบุว่าจุดดังกล่าวเคยเกิดเหตุไฟไหม้และหม้อแปลงระเบิดซ้ำซากมาแล้วถึง 5 ครั้ง ชาวบ้านเกรงว่าหากเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นอีก อาจทำให้เชื้อเพลิงในตู้เกิดการลุกไหม้และนำไปสู่โศกนาฏกรรมร้ายแรงในพื้นที่ที่มีบ้านเรือนหนาแน่นแห่งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงที่ไม่เป็นทางการในเขตที่อยู่อาศัย แม้ว่าทางเทศบาลจะเริ่มกระบวนการหารือเพื่อหาข้อยุติแล้ว แต่สถานะปัจจุบันของตู้เติมน้ำมันยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเทศบาลจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายหรือกำหนดกรอบเวลาในการย้ายตู้ดังกล่าวอย่างไรหลังจากเสร็จสิ้นการรับฟังความคิดเห็น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดขั้นตอนต่อไปในการรักษาความปลอดภัยของชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:15 UTC

เอเอฟซีออกหนังสือเตือนผู้ตัดสินหลังสมาคมฟุตบอลไทยยื่นเรื่องร้องเรียน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เอเอฟซีออกหนังสือเตือนผู้ตัดสินหลังสมาคมฟุตบอลไทยยื่นเรื่องร้องเรียน

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียได้ออกหนังสือเตือนผู้ตัดสินหลังจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รอบคัดเลือก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เอเอฟซีออกหนังสือเตือนผู้ตัดสินหลังสมาคมฟุตบอลไทยยื่นเรื่องร้องเรียน

แหล่งข่าวเดียว
เอเอฟซีออกหนังสือเตือนผู้ตัดสินหลังสมาคมฟุตบอลไทยยื่นเรื่องร้องเรียน

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียได้ออกหนังสือเตือนผู้ตัดสินหลังจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รอบคัดเลือก

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ได้ออกหนังสือเตือนอย่างเป็นทางการไปยังทีมผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ หลังจากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากการแข่งขันเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 ซึ่งทีมชาติไทยเฉือนชนะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ไป 1-0 โดยสมาคมฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการตัดสินของผู้ในสนามที่ปล่อยให้ผู้เล่นยูเออีเล่นรุนแรงนอกเกมโดยไม่มีการลงโทษตลอดการแข่งขัน

เพื่อเป็นการตอบสนอง AFC ได้ส่งหนังสือเวียนไปยังทีมผู้ตัดสินในกลุ่มดังกล่าว โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เล่นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพของการแข่งขันภายใต้การกำกับดูแลของ AFC ทั้งนี้ ทางองค์กรได้กำชับให้ผู้ตัดสินทบทวนการทำหน้าที่และปรับปรุงการตัดสินให้ดียิ่งขึ้นในนัดต่อๆ ไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่ติดตามข่าวสารกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการกำกับดูแลด้านการบริหารจัดการในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนระดับนานาชาติที่จัดขึ้นในภูมิภาค แม้ว่า AFC จะได้ดำเนินการเกี่ยวกับมาตรฐานการตัดสินแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันว่า เฟรัส ตาวีล ผู้ตัดสินในแมตช์ดังกล่าวจะถูกลงโทษทางวินัยรายบุคคลหรือไม่ โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ชี้แจงว่าวัตถุประสงค์หลักในการยื่นเรื่องร้องเรียนคือเพื่อชี้ให้เห็นถึงมาตรฐานการตัดสิน ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องมาตรการลงโทษเฉพาะเจาะจงต่อตัวผู้ตัดสิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:55 UTC

กรมทรัพยากรน้ำประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่

เจ้าหน้าที่บริหารจัดการน้ำของไทยได้ประชุมหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์การบรรเทาอุทกภัยและความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินสำหรับพื้นที่หาดใหญ่

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมทรัพยากรน้ำประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่

เจ้าหน้าที่บริหารจัดการน้ำของไทยได้ประชุมหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์การบรรเทาอุทกภัยและความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉินสำหรับพื้นที่หาดใหญ่

การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในหาดใหญ่

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เข้าร่วมการประชุมกับคณะกรรมาธิการการจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประเมินความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับน้ำและตรวจสอบความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในเขตอำเภอหาดใหญ่

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญในภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งในอดีตมักเผชิญกับความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงฤดูมรสุม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังติดตามระดับน้ำและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานอย่างใกล้ชิด การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังภูมิภาคนี้ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันอาจส่งผลกระทบต่อการคมนาคมและบริการในท้องถิ่นได้

สถานะปัจจุบัน

กรมทรัพยากรน้ำได้มุ่งเน้นไปที่การประสานงานกลยุทธ์การจัดการเพื่อลดผลกระทบจากฝนตกหนัก แม้ว่าคณะกรรมาธิการจะอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่หรือระเบียบการอพยพฉุกเฉินยังไม่มีการสรุปผล นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำและหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ ขณะนี้สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนการวางแผนและติดตามผล และรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานตามกลยุทธ์เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:36 UTC

การเคหะแห่งชาติเร่งฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วมในอำเภอปัว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การเคหะแห่งชาติเร่งฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วมในอำเภอปัว

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่อำเภอปัวเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมและคืนความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การเคหะแห่งชาติเร่งฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วมในอำเภอปัว

แหล่งข่าวเดียว
การเคหะแห่งชาติเร่งฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วมในอำเภอปัว

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่อำเภอปัวเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมและคืนความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ได้ระดมทีมฟื้นฟูลงพื้นที่อำเภอปัวเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมา โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมีเป้าหมายเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ได้มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นผู้นำภารกิจดังกล่าว ทีมงานมีหน้าที่ประเมินสภาพที่อยู่อาศัยและประสานงานการซ่อมแซมที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยทางโครงสร้างและความมั่นคงสำหรับผู้ที่ต้องย้ายถิ่นฐานหรือได้รับผลกระทบจากความเสียหายจากน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ปฏิบัติการฟื้นฟูนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างเสถียรภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานในอำเภอปัว แม้ว่าการเคหะแห่งชาติจะกำลังปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างแข็งขัน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดของที่อยู่อาศัยและกรอบเวลาสำหรับการฟื้นฟูที่สมบูรณ์นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่เดินทางมายังภูมิภาคนี้ควรตระหนักว่าอาจมีการดำเนินกิจกรรมฟื้นฟูในบางพื้นที่ และขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของท้องถิ่นเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติยังคงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนชุมชนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 07:56 UTC

หาดใหญ่ยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบเตือนภัยล่วงหน้า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

หาดใหญ่ยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบเตือนภัยล่วงหน้า

ทางการไทยกำลังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วมในหาดใหญ่ รวมถึงการเพิ่มความจุของแก้มลิงและการระบายน้ำ พร้อมระบบเตือนภัยด้วยเรดาร์ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

หาดใหญ่ยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบเตือนภัยล่วงหน้า

แหล่งข่าวเดียว
หาดใหญ่ยกระดับระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบเตือนภัยล่วงหน้า

ทางการไทยกำลังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วมในหาดใหญ่ รวมถึงการเพิ่มความจุของแก้มลิงและการระบายน้ำ พร้อมระบบเตือนภัยด้วยเรดาร์ล่วงหน้า 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่เพื่อตรวจสอบระบบป้องกันน้ำท่วมแบบบูรณาการ รัฐบาลกำลังเดินหน้าตามแผนเพื่อเพิ่มความจุของแก้มลิงคลองเรียนอีก 250,000 ลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีความพยายามในการเพิ่มอัตราการระบายน้ำของคลองเตยจาก 160 เป็น 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ในขณะเดียวกัน สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กำลังผลักดันโครงการวิจัย 'Radar4Flood' ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้าได้สูงสุด 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจช่วยปรับปรุงความพร้อมรับมือสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมตามฤดูกาลที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความปลอดภัย แต่ประสิทธิภาพของความสามารถในการระบายน้ำใหม่และกำหนดเวลาในการใช้งานระบบ Radar4Flood อย่างเต็มรูปแบบนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลในช่วงฤดูฝน เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วแม้จะมีความพยายามในการป้องกันก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 08:18 UTC

พายุโซนร้อน 'โซเดล' เตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 8 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พายุโซนร้อน 'โซเดล' เตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 8 จังหวัด

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนใน 8 จังหวัดของไทย เนื่องจากฝนตกหนักจากพายุโซนร้อนโซเดล โดยระบุถึงความเสี่ยงของดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พายุโซนร้อน 'โซเดล' เตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 8 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
พายุโซนร้อน 'โซเดล' เตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 8 จังหวัด

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนใน 8 จังหวัดของไทย เนื่องจากฝนตกหนักจากพายุโซนร้อนโซเดล โดยระบุถึงความเสี่ยงของดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับพายุโซนร้อน 'โซเดล' โดยคาดการณ์ว่าพายุจะทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เสี่ยงภัย

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ กรมทรัพยากรธรณีได้ระบุ 8 จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ตาก เชียงใหม่ เชียงราย ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด พื้นที่เหล่านี้กำลังเผชิญกับฝนตกหนัก และกรมทรัพยากรธรณีแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังอันตรายจากภัยพิบัติทางธรณีวิทยา

ในขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่าร่องมรสุมกำลังเคลื่อนผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาว ซึ่งส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกของประเทศไทย

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยว จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในจังหวัด แม้ว่าภัยคุกคามจากฝนตกหนักจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่พายุจะส่งผลกระทบยังคงต้องมีการติดตามจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบแหล่งข่าวในท้องถิ่นบ่อยครั้งเพื่อรับข้อมูลอัปเดตด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 07:15 UTC

รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนนในกรุงเทพฯ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนนในกรุงเทพฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งหยุดขบวนรถเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เพื่อให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุใกล้บ้านพิษณุโลก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนนในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนนในกรุงเทพฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งหยุดขบวนรถเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เพื่อให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุใกล้บ้านพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนขณะเดินทางในกรุงเทพมหานคร ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ รัฐมนตรีได้สั่งให้ขบวนรถหยุดทันทีเมื่อพบอุบัติเหตุบนถนนหลานหลวง ตรงข้ามบ้านพิษณุโลก

หลังจากลงจากรถ รัฐมนตรีได้ตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตนเองและสั่งการให้ทีมงานประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ชีพในพื้นที่ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำตัวผู้ประสบเหตุส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน หลังจากที่ทีมกู้ชีพมาถึงและนำตัวผู้ประสบเหตุส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว รัฐมนตรีจึงเดินทางไปปฏิบัติภารกิจตามกำหนดการต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงสภาพการจราจรที่ไม่สามารถคาดเดาได้ในเมืองหลวง แม้ว่าการเข้าช่วยเหลือของรัฐมนตรีจะช่วยให้การตอบสนองเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในการสัญจรบนถนนในเมืองที่มีความพลุกพล่าน ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุและอาการล่าสุดของผู้ประสบเหตุต่อสาธารณะ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทางในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 06:55 UTC

สรุปเนื้อหาละครโทรทัศน์: ไฮไลท์ตอนล่าสุดของ 'อุบัติรักเกาะสวรรค์'
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สรุปเนื้อหาละครโทรทัศน์: ไฮไลท์ตอนล่าสุดของ 'อุบัติรักเกาะสวรรค์'

Khaosod Online รายงานความคืบหน้าล่าสุดของละครโทรทัศน์ไทยเรื่อง 'อุบัติรักเกาะสวรรค์' ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนักสะสมของเก่าและตำนานท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สรุปเนื้อหาละครโทรทัศน์: ไฮไลท์ตอนล่าสุดของ 'อุบัติรักเกาะสวรรค์'

แหล่งข่าวเดียว
สรุปเนื้อหาละครโทรทัศน์: ไฮไลท์ตอนล่าสุดของ 'อุบัติรักเกาะสวรรค์'

Khaosod Online รายงานความคืบหน้าล่าสุดของละครโทรทัศน์ไทยเรื่อง 'อุบัติรักเกาะสวรรค์' ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนักสะสมของเก่าและตำนานท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Khaosod Online เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ละครโทรทัศน์เรื่อง 'อุบัติรักเกาะสวรรค์' (ออกอากาศทางช่อง 3) ยังคงดำเนินเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนักสะสมของเก่าและวัตถุโบราณลึกลับ ในตอนล่าสุด ตัวละครพายุ ซึ่งเป็นนักสะสมของเก่า ได้นำสมบัติเก่าแก่มาเสนอขายให้กับเสี่ยพิชัย ในระหว่างการสนทนา พายุได้เอ่ยถึง 'หน้ากากทับทิมดำ' ซึ่งเป็นของสะสมหายากของเสี่ยพิชัย ทำให้เสี่ยพิชัยรู้สึกประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

ในขณะเดียวกัน แพรวาได้ออกตามหาลุงโป๊ะ นักล่าสมบัติในตำนาน ที่ศาลเจ้าเทพพระสมุทร จากการพบกันครั้งนี้ แพรวาได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตำนานของชนเผ่าทะเลดาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้เกี่ยวข้องกับรายการโทรทัศน์ที่เป็นเรื่องแต่งและการดำเนินเนื้อเรื่องเท่านั้น แม้ว่าละครจะมีการนำองค์ประกอบของตำนานท้องถิ่นและการล่าสมบัติมาใช้ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงกลวิธีในการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หรือสถานการณ์ความปลอดภัยในปัจจุบันของประเทศไทย ผู้ชมควรแยกแยะระหว่างการเล่าเรื่องเชิงละครที่นำเสนอในซีรีส์กับสถานการณ์ในโลกความเป็นจริง เนื่องจากนี่เป็นรายการบันเทิงที่มีบทเขียนไว้ จึงไม่จำเป็นต้องมีการยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมีอยู่จริงของ 'หน้ากากทับทิมดำ' หรือ 'ชนเผ่าทะเลดาว' ที่กล่าวถึงในบทละคร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 06:35 UTC

การเปลี่ยนมุมมองต่อการจัดการน้ำท่วมในประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การเปลี่ยนมุมมองต่อการจัดการน้ำท่วมในประเทศไทย

บทความแสดงความคิดเห็นล่าสุดในประชาชาติธุรกิจสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในแนวทางการจัดการน้ำท่วมของประเทศไทย จากการต่อต้านเป็นการปรับตัว

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การเปลี่ยนมุมมองต่อการจัดการน้ำท่วมในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การเปลี่ยนมุมมองต่อการจัดการน้ำท่วมในประเทศไทย

บทความแสดงความคิดเห็นล่าสุดในประชาชาติธุรกิจสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในแนวทางการจัดการน้ำท่วมของประเทศไทย จากการต่อต้านเป็นการปรับตัว

ในคอลัมน์ที่เผยแพร่โดยประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องกลยุทธ์การจัดการน้ำท่วมของประเทศไทยขึ้นมาหารือ โดยบทความเสนอแนะว่าประเทศควรเปลี่ยนจากแนวคิด 'การต่อสู้กับน้ำ' ไปสู่ 'การอยู่กับน้ำ' มากขึ้น ผู้เขียนเน้นย้ำว่าน้ำควรถูกมองว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญและเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติ ไม่ใช่ศัตรูโดยธรรมชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว มุมมองนี้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการวางผังเมือง การตั้งนิคมอุตสาหกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม บทความโต้แย้งว่าการชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วมควรได้รับการปฏิบัติในฐานะสิทธิ ไม่ใช่การกุศล การเปลี่ยนแปลงปรัชญานโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขจุดอ่อนเชิงระบบที่เกิดขึ้นเมื่อมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจโดยไม่ได้คำนึงถึงการไหลของน้ำตามธรรมชาติอย่างเพียงพอ

แม้ว่าบทความนี้จะสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในวาทกรรมทางการเมือง แต่ยังคงต้องรอดูว่าแนวคิดเหล่านี้จะถูกนำไปบูรณาการเข้ากับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลหรือกรอบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอนาคตอย่างไร นักท่องเที่ยวในประเทศไทยควรตระหนักว่าการจัดการน้ำท่วมยังคงเป็นประเด็นที่ซับซ้อน และหน่วยงานท้องถิ่นยังคงปรับปรุงกลยุทธ์ในการรับมือกับเหตุการณ์น้ำตามฤดูกาลอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีการยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายการบรรเทาอุทกภัยระดับชาติอย่างเป็นรูปธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 05:17 UTC

กองทัพเรือไทยออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กองทัพเรือไทยออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย

กองทัพเรือไทยแนะนำให้เรือไทยใช้ความระมัดระวังสูงสุดและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเมื่อเร็วๆ นี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กองทัพเรือไทยออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือไทยออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย

กองทัพเรือไทยแนะนำให้เรือไทยใช้ความระมัดระวังสูงสุดและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กองทัพเรือไทยได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการ โดยขอให้เรือพาณิชย์ของไทยใช้ความระมัดระวังสูงสุดและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัยภายในช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวเปอร์เซีย คำสั่งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้นและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า คำเตือนดังกล่าวมีสาเหตุมาจากรายงานของหน่วยงานปฏิบัติการทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกอาวุธไม่ทราบชนิดจำนวน 3 ลูกโจมตีขณะกำลังออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากเมืองคาซับ ประเทศโอมาน ไปทางตะวันออกประมาณ 17 ไมล์ทะเล แม้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญซึ่งการเดินเรือระหว่างประเทศกำลังเผชิญอยู่ในภูมิภาคนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง สถานการณ์นี้ตอกย้ำถึงความผันผวนของระบบโลจิสติกส์ทางทะเลในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันหรือห่วงโซ่อุปทาน องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ระบุว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความขัดแย้งทางทะเลในภูมิภาคนับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จนถึงปัจจุบัน ทางการยังไม่ยืนยันที่มาของอาวุธที่ใช้ ตัวตนของผู้ก่อเหตุ หรือชนิดของอาวุธที่แน่ชัด การสอบสวนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมยังคงดำเนินอยู่ และหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 04:55 UTC

ผู้โดยสารพบสิ่งของน่าขนลุกภายในรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ผู้โดยสารพบสิ่งของน่าขนลุกภายในรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน

ผู้โดยสารรายหนึ่งในประเทศไทยแสดงความกังวลด้านความปลอดภัย หลังจากพบหน้ากากรูปใบหน้ามนุษย์ภายในรถที่เรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ผู้โดยสารพบสิ่งของน่าขนลุกภายในรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน

แหล่งข่าวเดียว
ผู้โดยสารพบสิ่งของน่าขนลุกภายในรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน

ผู้โดยสารรายหนึ่งในประเทศไทยแสดงความกังวลด้านความปลอดภัย หลังจากพบหน้ากากรูปใบหน้ามนุษย์ภายในรถที่เรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน

สรุปเหตุการณ์

ตามรายงานของ Khaosod English เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งได้แบ่งปันประสบการณ์ที่น่าตกใจหลังจากเรียกใช้บริการรถผ่านแอปพลิเคชันยอดนิยม เมื่อขึ้นไปบนรถ เธอพบหน้ากากรูปใบหน้ามนุษย์วางอยู่ภายในรถ ซึ่งเธออธิบายว่าดู "น่าขนลุก"

ข้อกังวลสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย

ผู้โดยสารรายนี้ได้โพสต์ประสบการณ์และภาพถ่ายของรถคันดังกล่าวลงบนโลกออนไลน์ โดยเน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร สำหรับผู้ที่ใช้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานความเรียบร้อยของรถและผลกระทบทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสาร การมีสิ่งของที่ไม่ปกติหรือน่ากังวลอยู่ในรถส่วนบุคคลอาจทำให้ผู้โดยสารรู้สึกไม่สบายใจและตั้งคำถามถึงความเป็นมืออาชีพของผู้ขับขี่

สถานะปัจจุบัน

แม้ว่าผู้โดยสารจะเล่าถึงประสบการณ์ของตนต่อสาธารณะแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มผู้ให้บริการได้เริ่มดำเนินการสอบสวนคนขับรถหรือตรวจสอบสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพบหน้ากากดังกล่าวหรือไม่ นอกจากนี้ เจตนาที่อยู่เบื้องหลังสิ่งของชิ้นนี้ยังคงไม่ทราบแน่ชัด ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวคอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเมื่อใช้บริการขนส่ง และรายงานข้อกังวลใดๆ โดยตรงผ่านช่องทางสนับสนุนอย่างเป็นทางการของแอปพลิเคชันที่ใช้งาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 02:30 UTC

หน่วยงานในนครราชสีมาประสานงานรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

หน่วยงานในนครราชสีมาประสานงานรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อจัดการปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

หน่วยงานในนครราชสีมาประสานงานรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง

แหล่งข่าวเดียว
หน่วยงานในนครราชสีมาประสานงานรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อจัดการปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 5 ได้เข้าร่วมการประชุมเชิงกลยุทธ์ที่จัดขึ้นโดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งจังหวัดนครราชสีมา โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อประสานความร่วมมือในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากทั้งสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานเชิงรุกของหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำ แม้ว่าการประชุมนี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและเหตุฉุกเฉิน แต่ก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงวิกฤตการณ์ในทันทีหรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการเดินทางในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาเยือนหรือพำนักในพื้นที่ควรทราบว่ามีการดำเนินงานด้านการจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่หรือการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนที่เกิดจากการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่ข้อจำกัดเฉพาะหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการใช้น้ำสำหรับสาธารณะหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากจังหวัดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำหรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในจังหวัดนครราชสีมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 03:57 UTC