ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส ✦
การเมือง ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่ ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
กีฬา เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน ✦
การเมือง ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง ✦
กีฬา บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กีฬา

ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แฟนบอลในประเทศไทยสามารถติดตามการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 คืนนี้ โดยมีคู่สำคัญระหว่างอิตาลีกับเบลเยียม และตุรกีกับฝรั่งเศส

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 จะดำเนินต่อในคืนนี้ วันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีแมตช์สำคัญสองคู่ในเวลา 01.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ในกลุ่ม 1 อิตาลีจะเปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของเบลเยียม ในเชิงสถิติอิตาลีมีผลงานที่แข็งแกร่งเมื่อพบกับเบลเยียม โดยไม่เคยแพ้เลยในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด (ชนะ 4 เสมอ 1) ทั้งสองทีมต่างเข้าสู่เกมนี้ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผลการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน ตุรกีจะพบกับฝรั่งเศสในอีกคู่ของกลุ่ม 1 แม้ว่าตุรกีจะถูกมองว่าเป็นรอง แต่ก็หวังที่จะสร้างความท้าทายให้กับทีมฝรั่งเศส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง MonoMax โดยคู่ระหว่างอิตาลีและเบลเยียมจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono 29 ด้วย การแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เนื่องจากทั้งสองคู่เป็นการประเดิมสนามของโค้ชใหม่ กลยุทธ์การเล่นจึงยังคงต้องรอติดตามเมื่อเกมเริ่มขึ้น ผู้ชมควรตรวจสอบตารางการออกอากาศในพื้นที่อีกครั้งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

ชาวบ้านในบางศรีเมืองยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดการปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเรื่องการดูแลเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านในชุมชนวัดป่าเรไร จ.นนทบุรี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังจากเกิดความขัดแย้งกับผู้นำเทศบาล ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดการเครื่องสูบน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก ชาวบ้านอ้างว่าเนื่องจากงบประมาณของเทศบาลไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมืองและเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและตำหนิผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่อนุญาตให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเฝ้าเครื่องสูบน้ำ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญ การเผชิญหน้าดังกล่าวมีรายงานว่ามีการปะทะคารมและใช้ถ้อยคำรุนแรง ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารท้องถิ่นและชุมชนหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยของภาคประชาชน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีจะมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และจะมีการจัดตั้งกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขความเห็นต่างในการปฏิบัติงานระหว่างเทศบาลและชุมชนวัดป่าเรไรหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกควบคุมตัวในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายคนงานสวนวัย 67 ปีจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีทำร้ายร่างกายชายวัย 67 ปี ซึ่งเป็นคนงานเฝ้าสวนลำไยจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Khaosod Online

ในระหว่างการทำแผน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ใช้ด้ามมีดอีโต้ตีเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 3 ครั้ง โดยอ้างว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายเข้ามาขโมยฟักทองในสวนจำนวน 3 ลูก ผู้ต้องหาระบุว่าได้ลากร่างผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ทุ่งนาใกล้เคียง โดยเข้าใจว่าผู้ตายเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้ถึงแก่ความตาย และยืนยันว่าใช้เพียงด้ามมีดในการก่อเหตุ ไม่ได้ใช้คมมีด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทในท้องถิ่น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดี ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้การของผู้ต้องหาในระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งการตัดสินทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

กีฬา

เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ผ่านการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการและพร้อมที่จะป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกกับผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ในวันพรุ่งนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ได้ผ่านขั้นตอนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความพร้อมในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเขาจะต้องพบกับผู้ท้าชิงจากประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการมวยอาชีพในประเทศไทย การแข่งขันในระดับนี้มักดึงดูดผู้ชมจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้กับสถานที่จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมชมหรือเดินทางใกล้สถานที่จัดงานควรเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรมที่หนาแน่นและการจราจรที่อาจติดขัด

แม้ว่าการชั่งน้ำหนักจะเสร็จสิ้นลงด้วยดี แต่ผลการแข่งขันยังคงต้องรอติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าเพชรโกศลจะสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดงานที่ชัดเจนหรือข้อมูลการถ่ายทอดสด ดังนั้นผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันควรติดตามข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ในขณะที่เหตุการณ์ดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:15 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

เกิดเหตุรถจักรดีเซลสับเปลี่ยนชนกับขบวนรถโดยสารที่จอดอยู่ภายในย่านพหลโยธิน ส่งผลให้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานเหตุการณ์รถจักรดีเซลสับเปลี่ยน หมายเลข 4025 เคลื่อนเข้าชนชุดรถพ่วงโดยสารของขบวนรถที่ 32 (เส้นทางชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพอภิวัฒน์) ซึ่งจอดอยู่ภายในย่านรถไฟทางไกล (ย่านพหลโยธิน) ส่งผลให้ตู้รถโดยสารได้รับความเสียหายและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยพนักงานรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและ รฟท. กำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า รฟท. ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้รถโดยสารที่เสียหายเพื่อให้การปฏิบัติงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน สภาพของรถจักร และระบบอาณัติสัญญาณ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติงานของย่านรถไฟทางไกลและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถหรือการเดินทางของผู้โดยสารแต่อย่างใด รฟท. ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดและได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ผลสรุปของการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

สส. พรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครองเกี่ยวกับการจัดการข้อกล่าวหาเรื่องส่วยที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในภูเก็ต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครอง (DOPA) อย่างเปิดเผย โดยความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยในภาคธุรกิจสถานบันเทิงของจังหวัดภูเก็ต

นายเฉลิมพงศ์แสดงความไม่พอใจต่อการตอบสนองของกรมฯ ต่อหลักฐานที่เขานำเสนอเกี่ยวกับเงินนอกระบบ โดยเขาระบุว่าท่าทีของหน่วยงานเป็นการปัดความรับผิดชอบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนที่จะจัดการกับข้อกังวลเรื่องการกำกับดูแลภายในโดยตรง สส. ผู้นี้โต้แย้งว่าแนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลีกเลี่ยงปัญหาของระบบราชการที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถานบันเทิงยามค่ำคืนในภูเก็ต แม้ว่าข้อกล่าวหาจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการทุจริต แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานรัฐ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกรมการปกครองจะให้คำตอบที่ละเอียดขึ้นต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือการดำเนินการทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาชาวไทย ภูริพล บุญสอน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลก หลังทำสถิติใหม่ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี สร้างผลงานครั้งสำคัญด้วยการขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลกในการจัดอันดับวิ่ง 100 เมตรชาย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาคว้าเหรียญทองในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมทำสถิติใหม่ของรายการด้วยเวลา 9.90 วินาที

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกรีฑาไทย เนื่องจากเป็นการคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1978 ด้วยเวลา 10.44 วินาที ผลงานของภูริพลมีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากการที่เขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึง 2 ครั้งในการแข่งขันรอบเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ช่วยสร้างกระแสความสนใจในวงการกีฬาไทย และอาจส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในกิจกรรมกรีฑาและสถานที่ฝึกซ้อมในท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าเวลา 9.90 วินาทีจะได้รับการยืนยันว่าเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์แล้ว แต่ผู้ติดตามวงการกีฬายังคงจับตามองว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับโลกของเขาในการแข่งขันระดับนานาชาติรายการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการลงแข่งขันในรายการระดับโลกในอนาคต ยังคงต้องรอการยืนยันจากทีมงานผู้ฝึกสอนของเขาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมทำลายสถิติเดิมของตนเองด้วยเวลา 9.90 วินาที

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ภูริพล 'บิว' บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทยวัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า ภูริพลทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองที่เคยทำไว้ 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันรายการเดียวกัน

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลยอมรับว่าตนรู้สึกตื่นเต้นในช่วงออกตัว ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเร่งสปีดแซงคู่แข่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้สำเร็จ โดยเขาได้มอบเหรียญรางวัลนี้ให้กับครอบครัว สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวชที่คอยดูแลร่างกายมาโดยตลอด

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกีฬาไทย ภูริพลได้กล่าวขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าขณะนี้กำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรต่อไป แม้ว่าเหรียญทองในรายการ 100 เมตรจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงรอติดตามผลงานของเขาในการแข่งขันรอบถัดไป ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดตารางการแข่งขันที่เหลือของเขาเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกย่า พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ภูริพล บุญสอน ยอดนักวิ่งลมกรดชาวไทย สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในกีฬาเอเชียนเกมส์ที่จัดขึ้น ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ตามรายงานของ Khaosod English ภูริพลทำเวลาได้น่าประทับใจที่ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้

ผลงานของภูริพลถือเป็นการทำลายสถิติ โดยเขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึงสองครั้งภายในวันเดียวกัน ก่อนหน้านี้ในรอบรองชนะเลิศ เขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยเวลา 9.91 วินาที ก่อนที่จะทำเวลาได้ดียิ่งขึ้นในรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติและตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาภายในประเทศ ในขณะที่การเฉลิมฉลองในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้สังเกตการณ์ต่างเฝ้ารอชมผลงานของภูริพลในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไป และรอดูว่าความสำเร็จนี้จะนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโครงการกรีฑาของไทยหรือไม่ ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่การสรุปตารางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ในปัจจุบันและการรับรองสถิติใหม่เหล่านี้อย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:45 UTC

โครงการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติระดับชุมชนในเชียงใหม่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

โครงการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติระดับชุมชนในเชียงใหม่

กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดตัวโครงการฝึกอบรมในเชียงใหม่ เพื่อเสริมสร้างทักษะการวัดปริมาณน้ำฝนให้กับชุมชนท้องถิ่นเพื่อการเตือนภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

โครงการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติระดับชุมชนในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
โครงการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติระดับชุมชนในเชียงใหม่

กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดตัวโครงการฝึกอบรมในเชียงใหม่ เพื่อเสริมสร้างทักษะการวัดปริมาณน้ำฝนให้กับชุมชนท้องถิ่นเพื่อการเตือนภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และสถานีทรัพยากรน้ำที่ 1 เชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับเทคนิคการวัดปริมาณน้ำฝนอย่างแม่นยำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เชียงใหม่ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของชุมชนต่อภัยพิบัติ การมอบอำนาจให้สมาชิกในชุมชนสามารถติดตามระดับน้ำฝนได้นั้น ทางการมุ่งหวังที่จะสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมหรือดินโคลนถล่มที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เดินทางมาเยือนหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขาหรือใกล้แม่น้ำ ซึ่งสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่าการฝึกอบรมนี้จะมอบเครื่องมือในการเก็บข้อมูลให้กับชุมชน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการนำข้อมูลที่ได้จากชุมชนไปบูรณาการเข้ากับเครือข่ายเตือนภัยพิบัติระดับชาตินั้นยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติม ยังไม่มีความชัดเจนว่าการวัดค่าในระดับท้องถิ่นเหล่านี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างไร หรือจะกระตุ้นให้เกิดการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลได้รวดเร็วเพียงใด นักท่องเที่ยวควรติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างเป็นทางการและประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตด้านความปลอดภัยในช่วงฤดูฝนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 31 สิงหาคม 2026, 11:57 UTC

เกิดเหตุแรงสั่นสะเทือนปริศนาในตัวเมืองบุรีรัมย์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุแรงสั่นสะเทือนปริศนาในตัวเมืองบุรีรัมย์

เจ้าหน้าที่และประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ทราบสาเหตุเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ส่งผลให้ต้องมีการอพยพออกจากอาคาร แม้ว่าหน่วยงานเฝ้าระวังแผ่นดินไหวจะยืนยันว่าไม่พบเหตุแผ่นดินไหวก็ตาม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดเหตุแรงสั่นสะเทือนปริศนาในตัวเมืองบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุแรงสั่นสะเทือนปริศนาในตัวเมืองบุรีรัมย์

เจ้าหน้าที่และประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ทราบสาเหตุเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ส่งผลให้ต้องมีการอพยพออกจากอาคาร แม้ว่าหน่วยงานเฝ้าระวังแผ่นดินไหวจะยืนยันว่าไม่พบเหตุแผ่นดินไหวก็ตาม

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในตัวเมืองบุรีรัมย์รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนปริศนาหลายครั้ง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวถูกรับรู้ในหลายพื้นที่สำคัญ รวมถึงอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ตลอดจนห้างสรรพสินค้าทวีกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์และห้างโรบินสัน ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลอิสาณ

ที่อาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์ซึ่งเป็นอาคารสูง 4 ชั้นครึ่ง เจ้าหน้าที่รายงานว่ารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน 3 รอบ โดยแต่ละรอบกินเวลาประมาณ 5-10 วินาที เพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่และผู้ที่มาติดต่อจึงได้อพยพออกจากอาคารทันที นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้ที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าดังกล่าวรับรู้ถึงความรู้สึกที่คล้ายคลึงกัน

แม้จะเกิดความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์นี้ แต่กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าไม่พบการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าว จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของแรงสั่นสะเทือน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ปฏิบัติตามระเบียบความปลอดภัยในท้องถิ่นหากเกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของอาคาร แม้จะยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงความไม่มั่นคงของโครงสร้างหรืออันตรายที่ต่อเนื่อง แต่การที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดทำให้เจ้าหน้าที่อาจต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป การอัปเดตข้อมูลในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่แผ่นดินไหว เช่น กิจกรรมทางอุตสาหกรรมหรือปัญหาโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:56 UTC

‘หมอวรงค์’ ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

‘หมอวรงค์’ ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณประจำปี 1.5 หมื่นล้านบาทของรัฐบาลสำหรับโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่เสนอขึ้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

‘หมอวรงค์’ ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
‘หมอวรงค์’ ตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณประจำปี 1.5 หมื่นล้านบาทของรัฐบาลสำหรับโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่เสนอขึ้น

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะเกี่ยวกับการบริหารจัดการทางการเงินของระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่รัฐบาลวางแผนไว้ โครงการที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและการสูญเสียชีวิตที่เกิดจากภัยพิบัติ 3 ประเภท

นพ.วรงค์แสดงความกังขาเกี่ยวกับความจำเป็นและความโปร่งใสของโครงการ โดยเน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับค่าคอมมิชชั่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ เขาตั้งคำถามว่าการจัดสรรงบประมาณปีละ 1.5 หมื่นล้านบาทนั้นเป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่าหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย การอภิปรายนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการนำกรอบการประกันภัยที่รัฐบาลสนับสนุนมาใช้เพื่อบรรเทาผลกระทบทางการเงินจากภัยธรรมชาติ หากมีการบังคับใช้ นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลต่อวิธีที่เจ้าของทรัพย์สินจัดการความเสี่ยงและเบี้ยประกันในอนาคต

ในขณะนี้ รายละเอียดของโครงการประกันภัย รวมถึงประเภทของภัยพิบัติที่คุ้มครองและกลไกที่แน่นอนในการจัดสรรเงินทุน ยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากรัฐบาล ยังไม่มีการยืนยันว่าฝ่ายบริหารจะจัดการกับข้อกังวลเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณนี้อย่างไร หรือค่าใช้จ่ายที่เสนอไว้ 1.5 หมื่นล้านบาทจะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่หลังจากผ่านการตรวจสอบจากสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:38 UTC

สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์กลับมาเปิดทำการตามปกติหลังเกิดเหตุอาคารสั่นสะเทือน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์กลับมาเปิดทำการตามปกติหลังเกิดเหตุอาคารสั่นสะเทือน

เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์กลับมาทำงานตามปกติแล้ว หลังจากเกิดเหตุอาคารสั่นสะเทือนปริศนาจนต้องอพยพฉุกเฉินเมื่อวันที่ 2 กันยายน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์กลับมาเปิดทำการตามปกติหลังเกิดเหตุอาคารสั่นสะเทือน

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์กลับมาเปิดทำการตามปกติหลังเกิดเหตุอาคารสั่นสะเทือน

เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์กลับมาทำงานตามปกติแล้ว หลังจากเกิดเหตุอาคารสั่นสะเทือนปริศนาจนต้องอพยพฉุกเฉินเมื่อวันที่ 2 กันยายน

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 พนักงานที่สำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ในตำบลในเมือง ต้องอพยพออกจากอาคารหลังจากรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงภายในตัวอาคาร ตามรายงานของ Thai Post เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่าย โดยแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ชัดเจนตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป

อาคารที่ได้รับผลกระทบเป็นอาคารคอนกรีตสูง 4 ชั้นครึ่ง ตั้งอยู่บนถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 ซึ่งก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2554 หลังจากเกิดความตื่นตระหนกจากแรงสั่นสะเทือนที่เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบว่าคล้ายกับแผ่นดินไหว อาคารดังกล่าวได้ถูกสั่งอพยพเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายนเป็นต้นมา เจ้าหน้าที่เทศบาลได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงข้อกังวลด้านโครงสร้างในระดับท้องถิ่น แม้ว่าการดำเนินงานจะกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของแรงสั่นสะเทือนยังคงไม่ได้รับการยืนยัน ทางการยังไม่ได้ให้คำอธิบายที่ชัดเจนว่าแรงสั่นสะเทือนดังกล่าวมีสาเหตุมาจากแผ่นดินไหว หรือเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านโครงสร้างหรือสภาพแวดล้อมใกล้คลอง ผู้ที่วางแผนจะไปติดต่อสำนักงานเทศบาลหรือพื้นที่ใกล้เคียงควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงของอาคารต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:16 UTC

เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำสำรองมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไปลอนดอน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำสำรองมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไปลอนดอน

ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มดำเนินการย้ายทองคำสำรองจำนวนมหาศาลจากอเมริกาเหนือไปยังลอนดอน โดยอ้างถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำสำรองมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไปลอนดอน

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำสำรองมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไปลอนดอน

ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มดำเนินการย้ายทองคำสำรองจำนวนมหาศาลจากอเมริกาเหนือไปยังลอนดอน โดยอ้างถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์

ตามรายงานจาก Matichon Online ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้เริ่มดำเนินการย้ายทองคำสำรองมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จากอเมริกาเหนือไปยังลอนดอน การย้ายที่ตั้งเชิงกลยุทธ์นี้ถูกระบุโดยทางการเนเธอร์แลนด์ว่าเป็นมาตรการเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเชื่อมโยงกันของระบบการเงินทั่วโลก แม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะเป็นเรื่องของนโยบายการเงินระดับชาติเป็นหลัก แต่การเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดเก็บทองคำสำรองมักสะท้อนถึงความกังวลในวงกว้างของธนาคารกลางต่างๆ เกี่ยวกับเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์และความปลอดภัยของสินทรัพย์ การเคลื่อนไหวเช่นนี้อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราหรือต้นทุนของสินค้านำเข้าในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในขณะนี้ กำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการเสร็จสิ้นการโอนย้ายและปริมาณทองคำที่ถูกเคลื่อนย้ายยังคงต้องรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่กว้างขึ้นในความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศหรือไม่ หรือจะมีประเทศอื่นปฏิบัติตามหรือไม่ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์เพื่อทำความเข้าใจขอบเขตทั้งหมดของปฏิบัติการด้านโลจิสติกส์นี้และผลกระทบที่คาดหวังต่อกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 03:16 UTC

กรมอุตุฯ เตือน 37 จังหวัดรับมือฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโซเดล
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ เตือน 37 จังหวัดรับมือฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโซเดล

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร จากอิทธิพลของพายุโซเดล โดยเน้นย้ำให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ เตือน 37 จังหวัดรับมือฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโซเดล

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ เตือน 37 จังหวัดรับมือฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุโซเดล

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักใน 37 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร จากอิทธิพลของพายุโซเดล โดยเน้นย้ำให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉุกเฉินเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซเดล โดยคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักใน 37 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงกรุงเทพมหานครที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบด้วย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ราบลุ่มหรือพื้นที่ภูเขา ทางการขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามสถานการณ์และประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุรายชื่อจังหวัดที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแล้ว แต่ความรุนแรงและเส้นทางที่แน่ชัดของพายุขณะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งหรือผ่านพื้นที่ดังกล่าวยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านี้ควรตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง เนื่องจากอาจเกิดปัญหาการจราจรติดขัดหรือน้ำท่วมขังซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางได้ ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าฝนจะตกหนักต่อเนื่องนานเพียงใดและพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ถูกต้องและทันท่วงที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 00:55 UTC

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักใน 37 จังหวัดทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักใน 37 จังหวัดทั่วไทย

ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักใน 37 จังหวัดจากร่องมรสุมและพายุโซนร้อน 'โซเดล' ส่งผลให้มีการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและคลื่นลมแรง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักใน 37 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ประกาศเตือนฝนตกหนักใน 37 จังหวัดทั่วไทย

ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักใน 37 จังหวัดจากร่องมรสุมและพายุโซนร้อน 'โซเดล' ส่งผลให้มีการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและคลื่นลมแรง

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับ 37 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าพื้นที่ร้อยละ 60 ของจังหวัดดังกล่าวจะมีฝนตกหนัก สภาพอากาศนี้เกิดจากร่องมรสุมที่พาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและประเทศลาว เชื่อมต่อกับพายุโซนร้อน 'โซเดล' ซึ่งปัจจุบันอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เจ้าหน้าที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก นอกจากนี้ สภาพคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง โดยคลื่นในทะเลอันดามันตอนบนจะสูงประมาณ 2 เมตร และสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีพายุ

แม้คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจีนภายในคืนวันที่ 3 กันยายน แต่ผลกระทบต่อประเทศไทยยังคงเป็นที่น่ากังวลเนื่องจากปริมาณฝนสะสม นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามระดับปริมาณน้ำฝนจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 23:55 UTC

พยากรณ์ฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (4-7 ก.ย.)
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พยากรณ์ฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (4-7 ก.ย.)

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พยากรณ์ฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (4-7 ก.ย.)

แหล่งข่าวเดียว
พยากรณ์ฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (4-7 ก.ย.)

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2569

ตามรายงานจาก Thai Post นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ย้ำเตือนถึงสภาพอากาศสำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ถึง 7 กันยายน 2569

ผลกระทบและข้อควรระวัง

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่หรือวางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านี้ ฝนที่ตกหนักตามการพยากรณ์อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ สภาพถนนที่สัญจรลำบาก และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเดินทางในภูมิภาค ขอแนะนำให้ติดตามการรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่มากอาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานและตารางการขนส่งในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ห่างไกล

สถานะของข้อมูล

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุช่วงเวลาที่ชัดเจนสำหรับเหตุการณ์สภาพอากาศนี้แล้ว แต่ความรุนแรงที่แน่ชัดและจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงสุดยังคงอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะนี้ประกาศดังกล่าวถือเป็นคำเตือนเพื่อความไม่ประมาทสำหรับช่วงเวลา 4 วันที่ระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 23:35 UTC

พายุโซนร้อน 'โซเดล' นำฝนตกทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พายุโซนร้อน 'โซเดล' นำฝนตกทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง 40-60% ของพื้นที่ในวันที่ 3 กันยายน 2569 เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโซเดล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พายุโซนร้อน 'โซเดล' นำฝนตกทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
พายุโซนร้อน 'โซเดล' นำฝนตกทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง 40-60% ของพื้นที่ในวันที่ 3 กันยายน 2569 เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโซเดล

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศสำหรับวันที่ 3 กันยายน 2569 โดยระบุว่าพายุโซนร้อน 'โซเดล' ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่บริเวณตอนบนของทะเลจีนใต้ กำลังส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วประเทศไทย

ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรเตรียมรับมือกับฝนที่ตกต่อเนื่องครอบคลุม 40% ถึง 60% ของพื้นที่ พยากรณ์อากาศระบุว่าคาดว่าจะมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกอยู่ที่ 60%

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือน สภาพอากาศดังกล่าวอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในบางจุดหรือการหยุดชะงักของการเดินทาง ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศพยากรณ์อากาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของความรุนแรงหรือเส้นทางของพายุแบบเรียลไทม์ แม้ว่าพยากรณ์อากาศปัจจุบันจะให้ภาพรวมของวัน แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อแต่ละจังหวัดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของพายุ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อฝนตกหนัก และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความปลอดภัยในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 23:35 UTC

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: พายุโซนร้อน 'ซาเดล' และฝนตกหนัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: พายุโซนร้อน 'ซาเดล' และฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนซาเดล

Thai Meteorological Department Alerts ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: พายุโซนร้อน 'ซาเดล' และฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: พายุโซนร้อน 'ซาเดล' และฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่เนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนซาเดล

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) รายงานว่าร่องมรสุมกำลังพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่พายุโซนร้อน 'ซาเดล' ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง แต่สภาพอากาศโดยรวมยังคงมีความไม่เสถียร

การพยากรณ์และผลกระทบ

คาดการณ์ว่าจะมีฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและน้ำท่วมสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณทางน้ำใกล้เชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ

สภาวะทางทะเล

สภาวะคลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีความสูงของคลื่นประมาณ 2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง กรมอุตุนิยมวิทยาได้แนะนำให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สถานะ

ณ ข้อมูลล่าสุด สถานการณ์ยังคงมีความเคลื่อนไหว แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้การพยากรณ์รายภูมิภาคแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามเส้นทางและความรุนแรงของพายุโซนร้อนซาเดลอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Meteorological Department Alerts
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กรมการปกครองสั่งสำรวจบ้านไร้เลขที่ทั่วประเทศ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมการปกครองสั่งสำรวจบ้านไร้เลขที่ทั่วประเทศ

ทางการไทยเริ่มดำเนินการสำรวจครัวเรือนที่ไม่มีเลขที่บ้านทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรับความช่วยเหลือจากภัยพิบัติในอนาคต

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมการปกครองสั่งสำรวจบ้านไร้เลขที่ทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กรมการปกครองสั่งสำรวจบ้านไร้เลขที่ทั่วประเทศ

ทางการไทยเริ่มดำเนินการสำรวจครัวเรือนที่ไม่มีเลขที่บ้านทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรับความช่วยเหลือจากภัยพิบัติในอนาคต

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมการปกครองได้ออกคำสั่งให้สำนักทะเบียนทั่วประเทศไทยดำเนินการสำรวจครัวเรือนที่ไม่มีเลขที่บ้านอย่างครอบคลุม ความคิดริเริ่มนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีในการจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ”

การสำรวจนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อระบุตัวตนของครัวเรือนที่ยังไม่มีเลขที่บ้าน รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่มีสภาพเป็นบ้านตามกฎหมายแต่มีผู้อยู่อาศัยจริง การรวบรวมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้รัฐบาลสามารถสร้างกรอบการทำงานที่ช่วยให้บุคคลเหล่านี้มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากภัยพิบัติและการสนับสนุนจากรัฐในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่พำนักระยะยาว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าประชากรที่อาศัยอยู่ในที่พักอาศัยที่ไม่เป็นทางการจะถูกรวมอยู่ในแผนการจัดการภาวะฉุกเฉินระดับชาติ แม้ว่าการสำรวจนี้จะเป็นขั้นตอนทางธุรการเพื่อการรวมเข้าสู่ระบบ แต่ยังคงต้องยืนยันว่ารัฐบาลจะตรวจสอบการเข้าอยู่อาศัยในสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้อย่างไร และจะใช้เกณฑ์ใดในการกำหนดสิทธิ์รับความช่วยเหลือจากกองทุนภัยพิบัติแห่งชาติเมื่อกองทุนเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐานควรติดตามประกาศจากที่ว่าการอำเภอในพื้นที่เกี่ยวกับข้อกำหนดในการลงทะเบียน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 14:16 UTC

อิหร่านเปิดฉากโจมตีตะวันออกกลางตอบโต้สหรัฐฯ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อิหร่านเปิดฉากโจมตีตะวันออกกลางตอบโต้สหรัฐฯ

Thai Post รายงานว่าอิหร่านได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยไม่สนใจคำเตือนจากโดนัลด์ ทรัมป์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อิหร่านเปิดฉากโจมตีตะวันออกกลางตอบโต้สหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
อิหร่านเปิดฉากโจมตีตะวันออกกลางตอบโต้สหรัฐฯ

Thai Post รายงานว่าอิหร่านได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยไม่สนใจคำเตือนจากโดนัลด์ ทรัมป์

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีหลายระลอกโดยมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคตะวันออกกลาง รายงานระบุว่าปฏิบัติการทางทหารเหล่านี้เป็นการตอบโต้สหรัฐฯ โดยตรง ซึ่งผู้นำอิหร่านได้เพิกเฉยต่อคำเตือนที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาก่อนหน้านี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางนี้ถือเป็นพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ แม้ว่าความขัดแย้งจะอยู่ห่างไกลในเชิงภูมิศาสตร์ แต่ความตึงเครียดดังกล่าวอาจนำไปสู่ความผันผวนของตลาดโลก ความผันผวนของราคาน้ำมัน และการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นในศูนย์กลางการขนส่งระหว่างประเทศ นักท่องเที่ยวที่วางแผนการเดินทางโดยมีการต่อเครื่องผ่านสนามบินในตะวันออกกลางควรติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินหรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่อาจเพิ่มขึ้น

ในขณะนี้ ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและสถานที่เฉพาะที่ถูกโจมตียังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะตอบโต้ต่อการยั่วยุเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างไร ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลและสำนักข่าวต่างประเทศเพื่อรับข้อมูลอัปเดตตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 12:36 UTC

อาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์สั่นสะเทือนจนต้องอพยพคน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์สั่นสะเทือนจนต้องอพยพคน

พนักงานกว่า 100 คนอพยพออกจากอาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์ หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ยังไม่ทราบสาเหตุ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์สั่นสะเทือนจนต้องอพยพคน

แหล่งข่าวเดียว
อาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์สั่นสะเทือนจนต้องอพยพคน

พนักงานกว่า 100 คนอพยพออกจากอาคารเทศบาลนครบุรีรัมย์ หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ยังไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 พนักงานกว่า 100 คนในสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ต้องอพยพออกจากอาคารสูง 5 ชั้น หลังจากเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างกะทันหันและชัดเจน ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวรุนแรงจนทำให้โต๊ะทำงานเคลื่อนที่และพัดลมตั้งพื้นเอนไปมา โดยเฉพาะบริเวณชั้น 2 ถึงชั้น 5 ของอาคาร

ภายหลังเกิดเหตุ นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและวิศวกรเทศบาล ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารดังกล่าว แม้ว่าสาเหตุของแรงสั่นสะเทือนยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่มีข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่บุรีรัมย์ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ แรงสั่นสะเทือนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่อาคารเทศบาลเท่านั้น แต่ยังมีรายงานว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อีก 2 แห่งในตัวเมืองก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนในลักษณะเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความกังวลด้านโครงสร้างอาคารในพื้นที่ซึ่งหน่วยงานระดับจังหวัดกำลังดำเนินการประเมิน แม้จะยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดเกี่ยวกับที่มาของแรงสั่นสะเทือนว่าเกี่ยวข้องกับกิจกรรมใต้ดิน การก่อสร้าง หรือปัจจัยทางกลอื่นๆ หรือไม่ แต่การตรวจสอบอาคารเทศบาลยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่เดินทางมาในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารจากทางจังหวัดบุรีรัมย์อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงแข็งแรงของอาคารเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 12:16 UTC

ไทยเตรียมจัดเวทีระดับชาติรับมือวิกฤตประชากร
ความปลอดภัย ได้รับการยืนยัน

ไทยเตรียมจัดเวทีระดับชาติรับมือวิกฤตประชากร

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เตรียมจัดเวทีเสวนาระดับชาติในวันที่ 15 กันยายนนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาอัตราการเกิดต่ำและวิกฤตโครงสร้างประชากรของไทย

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยเตรียมจัดเวทีระดับชาติรับมือวิกฤตประชากร

ได้รับการยืนยัน
ไทยเตรียมจัดเวทีระดับชาติรับมือวิกฤตประชากร

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เตรียมจัดเวทีเสวนาระดับชาติในวันที่ 15 กันยายนนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาอัตราการเกิดต่ำและวิกฤตโครงสร้างประชากรของไทย

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ประกาศจัดโครงการเสวนาระดับชาติในหัวข้อ “วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา โดยมีเป้าหมายเพื่อระดมสมองจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า 500 คน รวมถึงรัฐมนตรีและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงกฎหมายต่อโครงสร้างประชากรของไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ตามรายงานของ Khaosod Online โครงการนี้เป็นการตอบสนองต่ออัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) ที่ลดลงเหลือเพียง 1.0 ต่อสตรีหนึ่งคน ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากรอย่างมีนัยสำคัญ เวทีเสวนาจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบระยะยาวต่อกำลังแรงงานของประเทศ รวมถึงปัญหาเชิงระบบ เช่น ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข การศึกษา และสวัสดิการสำหรับเด็ก โดยคาดว่าจะมีรัฐมนตรีจากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วมหารือ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว เวทีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการกำหนดนโยบายด้านประชากร ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านสวัสดิการสังคมหรือกฎหมายแรงงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีข้อเสนอหรือการแก้ไขกฎหมายใดบ้างที่จะเกิดขึ้นจริงหลังจากการเสวนา ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจส่งผลต่อบริการสังคมหรือสภาพเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:36 UTC

สลด! รถกระบะพุ่งชนแบริเออร์บนมอเตอร์เวย์ใกล้ชลบุรี คนขับเสียชีวิต
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สลด! รถกระบะพุ่งชนแบริเออร์บนมอเตอร์เวย์ใกล้ชลบุรี คนขับเสียชีวิต

คนขับรถกระบะเสียชีวิตหลังรถเสียหลักเฉี่ยวชนรถพ่วงและพุ่งเข้าชนแท่นแบริเออร์บนถนนมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าพัทยา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สลด! รถกระบะพุ่งชนแบริเออร์บนมอเตอร์เวย์ใกล้ชลบุรี คนขับเสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
สลด! รถกระบะพุ่งชนแบริเออร์บนมอเตอร์เวย์ใกล้ชลบุรี คนขับเสียชีวิต

คนขับรถกระบะเสียชีวิตหลังรถเสียหลักเฉี่ยวชนรถพ่วงและพุ่งเข้าชนแท่นแบริเออร์บนถนนมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าพัทยา

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุรถยนต์บนถนนมอเตอร์เวย์ บริเวณกิโลเมตรที่ 82 ในพื้นที่ตำบลหนองข้างคอก จังหวัดชลบุรี โดยรายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น.

เจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ ดีแมกซ์ สีขาว สภาพพุ่งชนอัดติดอยู่กับแท่นแบริเออร์กลางถนน ภายในรถพบร่างชายอายุประมาณ 40 ปีเสียชีวิตอยู่บนที่นั่งคนขับ นอกจากนี้ยังพบรถบรรทุกพ่วงสีขาวจอดอยู่ใกล้เคียงในสภาพได้รับความเสียหายจากการเฉี่ยวชน โดยคนขับรถบรรทุกให้การว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้ขับมาเฉี่ยวชนรถของตนก่อนจะพุ่งเข้าชนแท่นแบริเออร์

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพกะทันหันขณะขับขี่บนเส้นทางความเร็วสูง เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนขับรถกระบะอาจมีโรคประจำตัวกำเริบจนทำให้สูญเสียการควบคุมรถ ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตได้เนื่องจากไม่พบเอกสารประจำตัวในที่เกิดเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรมกำลังดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังและหมั่นตรวจสอบสภาพร่างกายให้พร้อมก่อนออกเดินทางไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 11:56 UTC

ทางการชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนที่บุรีรัมย์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนที่บุรีรัมย์

กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่าไม่มีเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่าแรงสั่นสะเทือนที่อาคารเทศบาลน่าจะเกิดจากกิจกรรมการก่อสร้างหรือการดำเนินงานในพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนที่บุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการชี้แจงเหตุแรงสั่นสะเทือนที่บุรีรัมย์

กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่าไม่มีเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่าแรงสั่นสะเทือนที่อาคารเทศบาลน่าจะเกิดจากกิจกรรมการก่อสร้างหรือการดำเนินงานในพื้นที่

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 มีรายงานเกี่ยวกับแรงสั่นสะเทือนที่รู้สึกได้ภายในอาคารสำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนเกี่ยวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อตอบสนองต่อรายงานดังกล่าว กรมอุตุนิยมวิทยาได้ดำเนินการตรวจสอบและยืนยันอย่างเป็นทางการว่าไม่มีการบันทึกกิจกรรมแผ่นดินไหวในจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงเวลาดังกล่าว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่าแรงสั่นสะเทือนที่ผู้คนในอาคารเทศบาลรู้สึกได้นั้น น่าจะเกิดจากกิจกรรมในพื้นที่ เช่น การก่อสร้างใกล้เคียงหรือการใช้งานเครื่องจักรหนัก มากกว่าที่จะเกิดจากการเคลื่อนตัวทางธรณีวิทยา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ คำชี้แจงนี้ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางแผ่นดินไหว แม้ว่าสถานการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงการรบกวนในพื้นที่มากกว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่หากบุคคลใดยังคงสังเกตเห็นแรงสั่นสะเทือนที่ผิดปกติ ขอแนะนำให้แจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อช่วยระบุแหล่งที่มาของกิจกรรมดังกล่าวให้ชัดเจน จนถึงขณะนี้ ธรรมชาติที่แท้จริงของกิจกรรมที่เป็นสาเหตุของแรงสั่นสะเทือนยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่เทศบาลต่อไป ทั้งนี้ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อสาธารณะหรือความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทางโครงสร้างของเมืองแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:35 UTC

อพยพอาคารเทศบาลในบุรีรัมย์หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนไม่ทราบสาเหตุ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อพยพอาคารเทศบาลในบุรีรัมย์หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนไม่ทราบสาเหตุ

ผู้คนกว่า 100 ชีวิตต้องอพยพออกจากอาคารเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังเจ้าหน้าที่รายงานว่ารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อพยพอาคารเทศบาลในบุรีรัมย์หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนไม่ทราบสาเหตุ

แหล่งข่าวเดียว
อพยพอาคารเทศบาลในบุรีรัมย์หลังเกิดแรงสั่นสะเทือนไม่ทราบสาเหตุ

ผู้คนกว่า 100 ชีวิตต้องอพยพออกจากอาคารเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังเจ้าหน้าที่รายงานว่ารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 อาคารเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการอพยพผู้คนหลังจากที่มีรายงานว่าผู้ที่อยู่ภายในอาคารรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ซึ่งพยานระบุว่ามีลักษณะคล้ายกับแผ่นดินไหว ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ มีผู้คนกว่า 100 ชีวิตวิ่งหนีออกจากอาคารด้วยความตื่นตระหนกในขณะที่โครงสร้างอาคารเกิดการสั่นไหว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นข้อกังวลด้านโครงสร้างที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แม้ว่าจะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่การอพยพถือเป็นมาตรการป้องกันเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ภายในอาคาร ในขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของแรงสั่นสะเทือนดังกล่าว ทางการยังไม่ได้ยืนยันว่าการสั่นไหวนั้นเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางแผ่นดินไหว ความไม่มั่นคงของโครงสร้าง หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ

สิ่งสำคัญคือผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบ จนกว่าจะมีการประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคารอย่างเป็นทางการ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าว คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่วิศวกรและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบอาคารเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมอาคารจึงเกิดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงเช่นนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับบริการของเทศบาลหรือพื้นที่ที่ถูกจำกัดการเข้าถึงในบริเวณดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:55 UTC

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “โซเดล”
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “โซเดล”

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนให้จังหวัดต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโซเดล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “โซเดล”

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “โซเดล”

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนให้จังหวัดต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักและระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโซเดล

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อน “โซเดล” ในระหว่างการประชุมติดตามสถานการณ์ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ในจังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมความพร้อมรับมือกับฝนตกหนักและภาวะน้ำท่วมฉับพลัน โดยประเด็นสำคัญที่ทางกรมฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษคือระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ซึ่งได้รับคำสั่งให้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ขณะนี้ ปภ. กำลังประสานงานกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เพื่อให้มั่นใจว่ามีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการเข้าช่วยเหลือหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

แม้ว่ารัฐบาลจะมีการระดมทีมตอบโต้ภัยพิบัติแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายที่แน่ชัดจากพายุยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวที่มีแผนเดินทางไปยังพื้นที่ใกล้แม่น้ำโขงหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ควรตรวจสอบสถานะของโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางการคมนาคมในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การติดตามของ ปภ. โดยการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสั่งอพยพหรือผลกระทบต่อการเดินทางจะขึ้นอยู่กับทิศทางและความรุนแรงของพายุเป็นสำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 09:42 UTC