ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

เร่งค้นหาลูกเรือ 5 รายที่ยังสูญหาย หลังเรือประมงอับปางกลางทะเลชลบุรี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เร่งค้นหาลูกเรือ 5 รายที่ยังสูญหาย หลังเรือประมงอับปางกลางทะเลชลบุรี

ทีมกู้ภัยได้ดำเนินการค้นหาใต้น้ำอย่างละเอียดรอบซากเรือ 'ส.กาญจนาวารี 888' แล้ว แต่ยังไม่พบลูกเรือทั้ง 5 รายที่สูญหาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เร่งค้นหาลูกเรือ 5 รายที่ยังสูญหาย หลังเรือประมงอับปางกลางทะเลชลบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เร่งค้นหาลูกเรือ 5 รายที่ยังสูญหาย หลังเรือประมงอับปางกลางทะเลชลบุรี

ทีมกู้ภัยได้ดำเนินการค้นหาใต้น้ำอย่างละเอียดรอบซากเรือ 'ส.กาญจนาวารี 888' แล้ว แต่ยังไม่พบลูกเรือทั้ง 5 รายที่สูญหาย

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ปฏิบัติการค้นหาในน่านน้ำนอกชายฝั่งชลบุรีดำเนินต่อไปหลังจากเหตุเรือประมง 'ส.กาญจนาวารี 888' อับปาง ตามรายงานจาก Khaosod Online กองกำลังร่วมซึ่งประกอบด้วยเรือตรวจการณ์ ต.112 ของทัพเรือภาคที่ 1 ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จังหวัดชลบุรี และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ ได้ระดมกำลังค้นหาซากเรืออย่างเข้มข้น

แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งฝนตกหนักและคลื่นลมแรงซึ่งเป็นอุปสรรคต่อภารกิจ แต่นักประดาน้ำได้เข้าตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกตัวเรือ รวมถึงบริเวณอวนโดยรอบอย่างละเอียด เนื่องจากมีความกังวลว่าลูกเรือชาวเมียนมาทั้ง 5 รายอาจติดอยู่ภายในตัวเรือ อย่างไรก็ตาม จนถึงการอัปเดตล่าสุด ยังไม่พบร่องรอยของลูกเรือแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของสภาพทางทะเลในอ่าวไทยในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย แม้การค้นหาบริเวณซากเรือในเบื้องต้นจะสิ้นสุดลงโดยไม่พบผู้สูญหาย แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังวางแผนกู้ซากเรือเพื่อนำกลับเข้าฝั่ง สถานะของลูกเรือทั้ง 5 รายยังคงไม่มีการยืนยัน และการสอบสวนหาสาเหตุของการอับปางยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่ยังคงแนะนำให้ผู้ที่ปฏิบัติงานในหรือใกล้พื้นที่ทางทะเลที่ได้รับผลกระทบใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 17:18 UTC

นักศึกษาถูกทำร้ายร่างกายในอุดรธานี หลังปฏิเสธไม่ให้แก้วน้ำส่วนตัว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

นักศึกษาถูกทำร้ายร่างกายในอุดรธานี หลังปฏิเสธไม่ให้แก้วน้ำส่วนตัว

นักศึกษามหาวิทยาลัยถูกทำร้ายร่างกายในจังหวัดอุดรธานี หลังจากปฏิเสธที่จะมอบแก้วเก็บความเย็นให้กับชายแปลกหน้าที่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวในที่สาธารณะ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

นักศึกษาถูกทำร้ายร่างกายในอุดรธานี หลังปฏิเสธไม่ให้แก้วน้ำส่วนตัว

แหล่งข่าวเดียว
นักศึกษาถูกทำร้ายร่างกายในอุดรธานี หลังปฏิเสธไม่ให้แก้วน้ำส่วนตัว

นักศึกษามหาวิทยาลัยถูกทำร้ายร่างกายในจังหวัดอุดรธานี หลังจากปฏิเสธที่จะมอบแก้วเก็บความเย็นให้กับชายแปลกหน้าที่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวในที่สาธารณะ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ตำรวจท้องที่ในจังหวัดอุดรธานีได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายนักศึกษาบนถนนโพธิ์จินดา 5 ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ผู้เสียหายคือนายกฤษณะ อายุ 24 ปี กำลังนั่งรอเข้าเรียนเมื่อถูกชายแปลกหน้าเข้ามาหา โดยผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมตะโกนด่าทอผู้สัญจรไปมาและแสดงท่าทีคุกคามก่อนจะเอ่ยปากขอแก้วเก็บความเย็นจากนักศึกษา เมื่อนักศึกษาปฏิเสธ ชายคนดังกล่าวได้เดินย้อนกลับมาและชกเข้าที่ใบหน้าของผู้เสียหาย

รายงานในพื้นที่ระบุว่าผู้ต้องสงสัยมีประวัติพฤติกรรมไม่ปกติในละแวกดังกล่าว รวมถึงเคยมีเหตุการณ์ทำลายทรัพย์สินและก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะมาก่อน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังตัวในพื้นที่สาธารณะ หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือผิดปกติ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและย้ายไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยและมีผู้คนพลุกพล่าน แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าตรวจสอบแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของผู้ต้องสงสัยและการควบคุมตัวยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ ทางการยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณใกล้เคียงกับสถาบันการศึกษาดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 14:35 UTC

กองทัพเรือยังคงค้นหา 5 ลูกเรือประมงที่สูญหายกลางอ่าวแสมสาร
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กองทัพเรือยังคงค้นหา 5 ลูกเรือประมงที่สูญหายกลางอ่าวแสมสาร

กองทัพเรือไทยได้ส่งทีมประดาน้ำลงพื้นที่ค้นหาลูกเรือ 5 คนที่สูญหายหลังจากเรือประมงอับปางในอ่าวแสมสาร แต่ยังไม่พบร่างผู้สูญหาย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กองทัพเรือยังคงค้นหา 5 ลูกเรือประมงที่สูญหายกลางอ่าวแสมสาร

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือยังคงค้นหา 5 ลูกเรือประมงที่สูญหายกลางอ่าวแสมสาร

กองทัพเรือไทยได้ส่งทีมประดาน้ำลงพื้นที่ค้นหาลูกเรือ 5 คนที่สูญหายหลังจากเรือประมงอับปางในอ่าวแสมสาร แต่ยังไม่พบร่างผู้สูญหาย

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 กองทัพเรือไทยได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำหลังจากเรือประมงลำหนึ่งอับปางกลางอ่าวแสมสาร โดยได้ส่งทีมประดาน้ำของกองทัพเรือหรือ 'มนุษย์กบ' ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อค้นหาลูกเรือ 5 คนที่สูญหายไปหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

แม้ว่าจะมีการส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงไปค้นหาในระดับความลึกรอบเรือที่จม แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจนถึงการอัปเดตล่าสุดยังไม่พบร่างของผู้สูญหายแต่อย่างใด ปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินต่อไปในขณะที่ทีมงานต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของสภาพทางทะเลในอ่าวไทย แม้ว่าการค้นหาจะจำกัดอยู่ในบริเวณจุดที่เรือจม แต่ผู้ที่วางแผนทำกิจกรรมทางทะเลในบริเวณใกล้เคียงแสมสารควรตระหนักถึงปฏิบัติการฉุกเฉินที่กำลังดำเนินอยู่ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางทะเลในพื้นที่อย่างเคร่งครัด ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของการอับปางและสถานะของผู้สูญหายยังคงไม่ได้รับการยืนยัน โดยความพยายามในการค้นหายังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 13:18 UTC

เหตุปืนลั่นที่ศรีราชา หญิงวัย 36 ปีบาดเจ็บสาหัส
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุปืนลั่นที่ศรีราชา หญิงวัย 36 ปีบาดเจ็บสาหัส

หญิงวัย 36 ปีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในอาการสาหัส หลังถูกกระสุนปืนจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับบิดาของเธอ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุปืนลั่นที่ศรีราชา หญิงวัย 36 ปีบาดเจ็บสาหัส

แหล่งข่าวเดียว
เหตุปืนลั่นที่ศรีราชา หญิงวัย 36 ปีบาดเจ็บสาหัส

หญิงวัย 36 ปีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในอาการสาหัส หลังถูกกระสุนปืนจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับบิดาของเธอ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 หน่วยกู้ภัยในพื้นที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันในย่านที่พักอาศัย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หญิงวัย 36 ปี ชื่อ น.ส.แสงคำ ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังจากถูกกระสุนปืนลูกซองไทยประดิษฐ์เบอร์ 12 หลายนัด

รายงานเบื้องต้นระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่นายคำตัน บิดาวัย 52 ปีของผู้บาดเจ็บกำลังทำความสะอาดอาวุธปืน ปืนเกิดลั่นโดยไม่คาดคิดในขณะที่ผู้บาดเจ็บกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ใกล้ๆ ผู้บาดเจ็บมีบาดแผลบริเวณหัวเข่าขวากว่า 10 แผล และที่ข้อเท้าขวาอีก 2 แผล ทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก เธอได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในที่เกิดเหตุก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแหลมฉบังเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา ได้ควบคุมตัวนายคำตันไว้เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการมีอาวุธปืนประดิษฐ์หรือการจัดการอาวุธปืนอย่างไม่เหมาะสมในพื้นที่พักอาศัย แม้ว่าจะมีการรายงานสถานการณ์เบื้องต้นของการลั่นของปืนแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการและการสรุปข้อหาต่อบิดายังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 13:17 UTC

อุบัติเหตุรถยนต์ชนร้านค้าหน้าสนามบินภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถยนต์ชนร้านค้าหน้าสนามบินภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนร้านค้าใกล้สนามบินภูเก็ต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถยนต์ชนร้านค้าหน้าสนามบินภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถยนต์ชนร้านค้าหน้าสนามบินภูเก็ต มีผู้เสียชีวิต

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนร้านค้าใกล้สนามบินภูเก็ต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนครั้งรุนแรงบริเวณหน้าสนามบินภูเก็ต ตามรายงานจาก Matichon Online ระบุว่ารถยนต์เก๋งยี่ห้อ MG ได้เสียหลักพุ่งชนร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมถนน

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้แม่ค้าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังมีคนเดินเท้าได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่และให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บทันที

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะในเขตที่มีการจราจรหนาแน่นรอบศูนย์กลางการขนส่งหลักอย่างสนามบินภูเก็ต แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมพื้นที่แล้ว แต่การจราจรอาจได้รับผลกระทบชั่วคราวระหว่างการตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่

ในขณะนี้ สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เช่น ความผิดปกติของตัวรถหรือความผิดพลาดของผู้ขับขี่ ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนร้านค้า นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการสัญจรบริเวณใกล้สนามบิน และติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าของการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 12:56 UTC

น้ำท่วมฉับพลันกระทบชุมชนในอยุธยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำท่วมฉับพลันกระทบชุมชนในอยุธยา

ชาวอยุธยากำลังเร่งขนย้ายสิ่งของและผลผลิตทางการเกษตร หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้จากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำท่วมฉับพลันกระทบชุมชนในอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมฉับพลันกระทบชุมชนในอยุธยา

ชาวอยุธยากำลังเร่งขนย้ายสิ่งของและผลผลิตทางการเกษตร หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้จากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ชุมชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน สืบเนื่องจากการประกาศของกรมชลประทานเรื่องการปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน้อยและคลองสาขาต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แม้ชาวบ้านในพื้นที่เหล่านี้จะคุ้นเคยกับน้ำท่วมตามฤดูกาลและมักเตรียมตัวด้วยการยกของขึ้นที่สูง แต่หลายคนระบุว่าปีนี้น้ำมาเร็วกว่าและเพิ่มระดับเร็วเกินคาด ในอำเภอบางบาล เกษตรกรท้องถิ่นประสบความยากลำบากในการขนย้ายผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงต้นไม้ประดับที่เตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ ชาวบ้านบางส่วนรายงานว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เมตรในเวลาอันสั้น ส่งผลให้ระดับน้ำใต้ถุนบ้านสูงถึง 70 เซนติเมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความผันผวนของระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ในขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับน้ำที่สูงขึ้นนี้จะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องมีการปรับการระบายน้ำเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปเยือนหรือพำนักในพื้นที่ริมน้ำของอยุธยาควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานและคำเตือนเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 12:57 UTC

ทลายบ่อนพนันเถื่อนในแฟลตดินแดง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทลายบ่อนพนันเถื่อนในแฟลตดินแดง

สส. พรรคประชาธิปัตย์ 2 ท่าน นำเจ้าหน้าที่เข้าทลายบ่อนพนันผิดกฎหมายในย่านดินแดง โดยพบว่ามีชาวกัมพูชาเป็นผู้ดูแล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทลายบ่อนพนันเถื่อนในแฟลตดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
ทลายบ่อนพนันเถื่อนในแฟลตดินแดง

สส. พรรคประชาธิปัตย์ 2 ท่าน นำเจ้าหน้าที่เข้าทลายบ่อนพนันผิดกฎหมายในย่านดินแดง โดยพบว่ามีชาวกัมพูชาเป็นผู้ดูแล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 2 ท่าน ได้ชี้เป้าและนำเจ้าหน้าที่เข้าทลายบ่อนการพนันผิดกฎหมายที่ตั้งอยู่ภายในแฟลตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยปฏิบัติการดังกล่าวซึ่งถูกเรียกว่า 'โกแพ' ได้ถูกเข้าจับกุมหลังจากได้รับเบาะแสจาก สส. ทั้งสองท่าน

ในระหว่างการบุกเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายพบว่าบุคคลที่ดูแลกิจกรรมการพนันดังกล่าวเป็นชาวกัมพูชา เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายในพื้นที่อยู่อาศัยของเมืองหลวง สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คอยระแวดระวังสิ่งรอบตัว เนื่องจากกิจกรรมผิดกฎหมายอาจพบได้ในสถานที่ที่ไม่คาดคิดภายในเมือง

แม้ว่าการบุกเข้าจับกุมจะสามารถยุติกิจกรรมการพนันได้สำเร็จ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันจากการสอบสวนอย่างเป็นทางการของตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เผยแพร่รายงานฉบับเต็มเกี่ยวกับขอบเขตของการดำเนินงาน ระยะเวลาที่เปิดให้บริการ และขั้นตอนทางกฎหมายที่จะตามมาสำหรับผู้ที่ถูกควบคุมตัว นอกจากนี้ คาดว่าจะมีการหารือถึงผลกระทบในวงกว้างเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของชาวต่างชาติในธุรกิจผิดกฎหมายดังกล่าวในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลทางกฎหมายของคดีนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 13:16 UTC

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันรายใหญ่ย่านดินแดง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันรายใหญ่ย่านดินแดง

วรศิษฎ์ รมช.มหาดไทย นำทีมตำรวจบุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่ในเขตดินแดง กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีการจับกุมนักพนันกว่า 50 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันรายใหญ่ย่านดินแดง

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันรายใหญ่ย่านดินแดง

วรศิษฎ์ รมช.มหาดไทย นำทีมตำรวจบุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่ในเขตดินแดง กรุงเทพฯ ส่งผลให้มีการจับกุมนักพนันกว่า 50 ราย

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 วรศิษฎ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการบุกทลายบ่อนพนันผิดกฎหมายขนาดใหญ่ในย่านดินแดง กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การบุกค้นครั้งนี้ส่งผลให้สามารถจับกุมผู้ที่กำลังลักลอบเล่นการพนันได้มากกว่า 50 ราย พร้อมทั้งยึดอุปกรณ์การพนันจำนวนมากไว้เป็นของกลาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการพนันอย่างเข้มงวดในเขตเมืองหลวง แม้ว่าปฏิบัติการดังกล่าวจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าการพนันผิดกฎหมายยังคงเป็นความผิดทางอาญาที่มีโทษร้ายแรงในประเทศไทย ซึ่งผู้เข้าร่วมอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมายอย่างหนัก การมีอยู่ของบ่อนพนันขนาดใหญ่ในพื้นที่เมืองอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดชั่วคราวหรือมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับข้อหาเฉพาะที่แจ้งต่อผู้ถูกจับกุมและระยะเวลาในการสอบสวนยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ ทางการยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของสถานที่หรือความเชื่อมโยงที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่กว่านี้ ประชาชนในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมหากพบเห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในละแวกใกล้เคียง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 12:36 UTC

ครม. อนุมัติงบ 1.55 หมื่นล้านบาท จัดทำประกันภัยพิบัติคุ้มครองบ้าน 30 ล้านหลัง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติงบ 1.55 หมื่นล้านบาท จัดทำประกันภัยพิบัติคุ้มครองบ้าน 30 ล้านหลัง

รัฐบาลไทยจัดสรรงบประมาณ 1.55 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดทำประกันภัยพิบัติคุ้มครองที่อยู่อาศัยจำนวน 30 ล้านหลัง เป็นระยะเวลา 1 ปี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ครม. อนุมัติงบ 1.55 หมื่นล้านบาท จัดทำประกันภัยพิบัติคุ้มครองบ้าน 30 ล้านหลัง

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติงบ 1.55 หมื่นล้านบาท จัดทำประกันภัยพิบัติคุ้มครองบ้าน 30 ล้านหลัง

รัฐบาลไทยจัดสรรงบประมาณ 1.55 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดทำประกันภัยพิบัติคุ้มครองที่อยู่อาศัยจำนวน 30 ล้านหลัง เป็นระยะเวลา 1 ปี

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 1.55 หมื่นล้านบาทอย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบความคุ้มครองให้กับที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังทั่วประเทศ โดยมีระยะเวลาคุ้มครองนาน 1 ปี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของบ้านในประเทศไทย มาตรการนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญของภาครัฐในการบรรเทาผลกระทบทางการเงินจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการจัดสรรงบประมาณและขอบเขตความคุ้มครองแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียน ประเภทของภัยพิบัติที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้นโยบายนี้ และวิธีการที่เจ้าของบ้านแต่ละรายจะตรวจสอบสิทธิ์ของตนนั้น ยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักระยะยาวควรทราบว่านี่เป็นกรอบการประกันภัยที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งไม่สามารถทดแทนประกันการเดินทางส่วนบุคคลหรือประกันทรัพย์สินส่วนบุคคลที่อาจให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่าสำหรับทรัพย์สินส่วนตัวหรือความรับผิดชอบทางกฎหมาย ในขณะที่โครงการกำลังดำเนินการไปสู่การปฏิบัติ คาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อระบุขั้นตอนการดำเนินงาน ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากช่องทางของรัฐบาลเพื่อทำความเข้าใจว่านโยบายนี้จะมีผลต่อสถานการณ์ที่อยู่อาศัยของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 07:40 UTC

สพม.ปราจีนบุรี–นครนายก ลงนาม MOU ร่วมกับ 12 ภาคี เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สพม.ปราจีนบุรี–นครนายก ลงนาม MOU ร่วมกับ 12 ภาคี เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ปราจีนบุรี–นครนายก) จับมือกับ 12 องค์กรภาคีเพื่อเสริมสร้างมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สพม.ปราจีนบุรี–นครนายก ลงนาม MOU ร่วมกับ 12 ภาคี เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา

แหล่งข่าวเดียว
สพม.ปราจีนบุรี–นครนายก ลงนาม MOU ร่วมกับ 12 ภาคี เพื่อยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ปราจีนบุรี–นครนายก) จับมือกับ 12 องค์กรภาคีเพื่อเสริมสร้างมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาที่ดูแลพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับองค์กรภาคี 12 แห่งอย่างเป็นทางการ ความร่วมมือนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างมาตรการความปลอดภัยและกรอบการคุ้มครองภายในสถานศึกษาทั่วทั้งสองจังหวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่นี้ ความคิดริเริ่มดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญทางด้านการบริหารเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับนักเรียน แม้ว่ารายละเอียดการปฏิบัติงานเฉพาะของโปรโตคอลความปลอดภัย เช่น ข้อกำหนดใหม่สำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย การซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน หรือการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน จะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน แต่ข้อตกลงนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการในการจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระบบการศึกษา

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างไร และจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในการเข้าถึงโรงเรียนหรือนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษาหรือไม่ เนื่องจากเป็นข้อตกลงทางปกครองระหว่างภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่น ผลกระทบระยะยาวต่อมาตรฐานความปลอดภัยในโรงเรียนจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของการประสานงานระหว่างองค์กรภาคีทั้ง 12 แห่ง ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากโรงเรียนในพื้นที่เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 11:55 UTC

กรมอุตุฯ ยืนยันข่าวลือ 'มหาอุทกภัย' ในภาคตะวันออกไม่เป็นความจริง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ ยืนยันข่าวลือ 'มหาอุทกภัย' ในภาคตะวันออกไม่เป็นความจริง

หน่วยงานภาครัฐออกมาปฏิเสธข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดียที่เตือนเรื่อง 'มหาอุทกภัย' ในภาคตะวันออก พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการเท่านั้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ยืนยันข่าวลือ 'มหาอุทกภัย' ในภาคตะวันออกไม่เป็นความจริง

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ยืนยันข่าวลือ 'มหาอุทกภัย' ในภาคตะวันออกไม่เป็นความจริง

หน่วยงานภาครัฐออกมาปฏิเสธข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดียที่เตือนเรื่อง 'มหาอุทกภัย' ในภาคตะวันออก พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการเท่านั้น

กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโพสต์บนโซเชียลมีเดียที่สร้างความตื่นตระหนกโดยอ้างว่าจะเกิด 'มหาอุทกภัย' ในภาคตะวันออกภายใน 120 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากหน่วยงานทางการแต่อย่างใด

หน่วยงานภาครัฐแสดงความกังวลต่อการเผยแพร่เนื้อหาที่สร้างความตื่นตระหนกเกินจริง และตั้งคำถามถึงเจตนาของผู้ที่สร้างข่าวลือเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออก เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในการรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสภาพอากาศผ่านโซเชียลมีเดีย เนื่องจากรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอาจสร้างความวิตกกังวลโดยไม่จำเป็นและส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทาง

ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางหลักของหน่วยงานรัฐ เช่น เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา หรือการแจ้งเตือนจาก ปภ. เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรง และคำเตือนดังกล่าวถือเป็นข้อมูลบิดเบือน โปรดตรวจสอบการแจ้งเตือนสภาพอากาศผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลก่อนตัดสินใจใดๆ ตามข่าวลือบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 11:41 UTC

ฝูงสุนัขจรจัดสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยในปทุมธานี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฝูงสุนัขจรจัดสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยในปทุมธานี

ชาวบ้านในปทุมธานีรายงานถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากฝูงสุนัขจรจัดกว่า 20 ตัวที่หนีน้ำท่วมออกมา ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนและเหตุสุนัขกัดคน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฝูงสุนัขจรจัดสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยในปทุมธานี

แหล่งข่าวเดียว
ฝูงสุนัขจรจัดสร้างความกังวลด้านความปลอดภัยในปทุมธานี

ชาวบ้านในปทุมธานีรายงานถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากฝูงสุนัขจรจัดกว่า 20 ตัวที่หนีน้ำท่วมออกมา ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนและเหตุสุนัขกัดคน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ชาวบ้านในตำบลบางพูน จังหวัดปทุมธานี ได้ร้องเรียนเกี่ยวกับฝูงสุนัขจรจัดกว่า 20 ตัว สุนัขเหล่านี้ซึ่งปกติอาศัยอยู่ในที่ดินเอกชนรกร้างใกล้ถนนซ่อมสร้างมุ่งหน้าเข้ารังสิต ได้ถูกบีบให้ต้องออกมาอาศัยอยู่บริเวณริมถนนและทางเท้าเนื่องจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่อยู่อาศัยเดิม

ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าสุนัขมักจะมารวมตัวกันใกล้ร้านสะดวกซื้อและทางเข้าหมู่บ้านโดยเฉพาะในช่วงกลางคืน การปรากฏตัวของฝูงสุนัขส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนหลายครั้ง เนื่องจากผู้ขับขี่ต้องเบรกหรือหักหลบกะทันหันเพื่อหลีกเลี่ยงสุนัขที่วิ่งตัดหน้า นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีชาวบ้านถูกสุนัขกัดอีกด้วย จากการตรวจสอบพบว่าสุนัขมารวมตัวกันในบริเวณดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีกลุ่มคนนำอาหารและน้ำมาให้เป็นประจำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าว สถานการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับคนเดินเท้าและผู้ขับขี่บนถนนซ่อมสร้าง แม้ว่าชุมชนจะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการปัญหาประชากรสุนัขจรจัดอย่างเร่งด่วน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานภาครัฐจะมีมาตรการเฉพาะเจาะจงอย่างไรในการย้ายสุนัขหรือจัดการพื้นที่ส่วนบุคคลที่สุนัขใช้เป็นที่รวมตัว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 11:00 UTC

คดีการเสียชีวิตปริศนาในอำนาจเจริญอยู่ระหว่างการสอบสวน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คดีการเสียชีวิตปริศนาในอำนาจเจริญอยู่ระหว่างการสอบสวน

แม่ของผู้เสียชีวิตเชื่อว่าลูกชายถูกฆาตกรรมจากที่อื่นก่อนนำศพมาทิ้งไว้ที่บ้านในจังหวัดอำนาจเจริญ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คดีการเสียชีวิตปริศนาในอำนาจเจริญอยู่ระหว่างการสอบสวน

แหล่งข่าวเดียว
คดีการเสียชีวิตปริศนาในอำนาจเจริญอยู่ระหว่างการสอบสวน

แม่ของผู้เสียชีวิตเชื่อว่าลูกชายถูกฆาตกรรมจากที่อื่นก่อนนำศพมาทิ้งไว้ที่บ้านในจังหวัดอำนาจเจริญ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของนายประยงค์ชัย อายุ 46 ปี ซึ่งถูกพบเป็นศพอยู่ใต้ถุนบ้านในพื้นที่อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ผู้เสียชีวิตพบบาดแผลบริเวณศีรษะซึ่งมีลักษณะคล้ายถูกทำร้ายด้วยของแข็ง ทำให้นางรจนา อายุ 70 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เชื่อว่าลูกชายอาจถูกทำร้ายจากที่อื่นก่อนจะถูกนำศพกลับมาทิ้งไว้ที่บ้าน

นางรจนาเล่าว่า เมื่อคืนวันที่ 21 กันยายน ได้สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์และรถกระบะมาจอดบริเวณหน้าบ้านเป็นเวลานาน ก่อนจะพบลูกชายนอนอยู่บนแคร่ใต้ถุนบ้าน โดยในตอนแรกเธอพยายามเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่ทราบว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว จนกระทั่งมาพบว่าเสียชีวิตในเช้าวันถัดมา ครอบครัวได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับปมหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่เคยยืมเงินผู้เสียชีวิตไป ทั้งนี้ มีรายงานว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องได้เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นคดีอาชญากรรมที่อยู่ระหว่างการสืบสวนของตำรวจ แม้ว่าเหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นความขัดแย้งส่วนตัวมากกว่าการก่อเหตุสุ่ม แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่ห่างไกล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันลำดับเหตุการณ์ที่แน่ชัดหรือตัวผู้กระทำผิด และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปในระหว่างการรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 10:40 UTC

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 23-27 ก.ย.
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 23-27 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวน โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศจนถึงวันที่ 27 กันยายน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 23-27 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 23-27 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวน โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศจนถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 5 เกี่ยวกับสภาพอากาศแปรปรวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ตามรายงานจาก Thai Post ประเทศไทยกำลังเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 23 ถึง 27 กันยายน 2569

ระบบสภาพอากาศนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อหลายภูมิภาค โดยผลกระทบเบื้องต้นจะเริ่มรู้สึกได้ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกของประเทศ คำเตือนดังกล่าวระบุถึงกรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ว่าเมืองหลวงมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับปริมาณน้ำฝนจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าคำเตือนจะครอบคลุมช่วงเวลาหลายวัน แต่ความรุนแรงที่เฉพาะเจาะจงและผลกระทบทางภูมิศาสตร์ที่แน่ชัดในแต่ละวันยังคงต้องรอการอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยาต่อไป ผู้ที่วางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางในช่วงวันดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวังและเตรียมพร้อมสำหรับความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทาง โปรดปรึกษาหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อขอคำแนะนำด้านความปลอดภัยเฉพาะในพื้นที่ของคุณ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 10:22 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันทั่วไทย

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน 2569 โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันทั่วไทย

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายน 2569 โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 5 เรื่องสภาพอากาศแปรปรวนและฝนตกหนักถึงหนักมากในประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 ถึง 27 กันยายน 2569 ตามรายงานระบุว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงจากชายฝั่งเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระบบนี้เมื่อรวมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น จะทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด เนื่องจากฝนที่ตกต่อเนื่องอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก นอกจากนี้ สภาพทางทะเลคาดว่าจะรุนแรงขึ้น โดยคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ความรุนแรงและทิศทางการเคลื่อนตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและการประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าสภาพอากาศรุนแรงจะคงอยู่ยาวนานเพียงใดหลังจากช่วงเวลาที่พยากรณ์ไว้ในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 10:21 UTC

ชลประทานตราดเร่งระบายน้ำอ่างเก็บน้ำสระสีเสียดรับมือฝนตกหนัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ชลประทานตราดเร่งระบายน้ำอ่างเก็บน้ำสระสีเสียดรับมือฝนตกหนัก

ทางการจังหวัดตราดเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำสระสีเสียดให้เหลือต่ำกว่า 10% ของความจุ เพื่อเตรียมรับมือกับฝนตกหนักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 กันยายนนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ชลประทานตราดเร่งระบายน้ำอ่างเก็บน้ำสระสีเสียดรับมือฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ชลประทานตราดเร่งระบายน้ำอ่างเก็บน้ำสระสีเสียดรับมือฝนตกหนัก

ทางการจังหวัดตราดเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำสระสีเสียดให้เหลือต่ำกว่า 10% ของความจุ เพื่อเตรียมรับมือกับฝนตกหนักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 กันยายนนี้

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 สำนักงานชลประทานจังหวัดตราดได้เริ่มปฏิบัติการเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด โดยมีเป้าหมายเพื่อลดระดับน้ำให้เหลือต่ำกว่า 10% ของความจุอ่าง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในช่วงวันที่ 24-27 กันยายนนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดตราด สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากทางจังหวัดได้ออกประกาศเตือนให้ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง สภาพถนน และความปลอดภัยในการทำกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ

แม้ว่าทางชลประทานจะเร่งบริหารจัดการระดับน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบจากระบบสภาพอากาศที่กำลังจะเข้ามา แต่ความรุนแรงของปริมาณฝนและพื้นที่เฉพาะที่อาจเกิดน้ำท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันอีกครั้ง ผู้ที่อยู่ในจังหวัดตราดหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางใกล้แหล่งน้ำหรือพื้นที่ลาดชัน ทั้งนี้ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับทราบประกาศเตือนภัยล่าสุดอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 10:03 UTC

ชาวอยุธยาประท้วงปัญหาน้ำท่วมและคำสัญญาที่ไม่เป็นจริง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ชาวอยุธยาประท้วงปัญหาน้ำท่วมและคำสัญญาที่ไม่เป็นจริง

ชาวอยุธยาได้รวมตัวประท้วงที่รัฐสภาไทย เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ตัวแทนในพื้นที่เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แม้จะเคยได้รับคำยืนยันก่อนหน้านี้ว่าปีนี้พื้นที่ดังกล่าวจะไม่ประสบภัยแล้งหรือน้ำท่วมก็ตาม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ชาวอยุธยาประท้วงปัญหาน้ำท่วมและคำสัญญาที่ไม่เป็นจริง

แหล่งข่าวเดียว
ชาวอยุธยาประท้วงปัญหาน้ำท่วมและคำสัญญาที่ไม่เป็นจริง

ชาวอยุธยาได้รวมตัวประท้วงที่รัฐสภาไทย เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ตัวแทนในพื้นที่เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แม้จะเคยได้รับคำยืนยันก่อนหน้านี้ว่าปีนี้พื้นที่ดังกล่าวจะไม่ประสบภัยแล้งหรือน้ำท่วมก็ตาม

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ชาวบ้านและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รวมตัวประท้วงที่รัฐสภาไทย ตามรายงานของ Thai Post โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำปี๊บโลหะมามอบให้กับตัวแทนพรรคภูมิใจไทย เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อคำกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ของนักการเมืองที่ระบุว่าปีนี้จังหวัดจะไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม

ผู้ประท้วงแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการรับมือของรัฐบาลต่อวิกฤตน้ำท่วมซ้ำซาก โดยระบุว่าแม้จะเลือกตัวแทนที่สนับสนุนรัฐบาลเข้ามา แต่พวกเขากลับรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง กลุ่มผู้ชุมนุมได้เน้นย้ำถึงภาระทางการเงินที่เกิดจากน้ำท่วม ซึ่งขัดแย้งกับคำสัญญาของรัฐบาลเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การประท้วงครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่คณะกรรมาธิการการจัดการทรัพยากรน้ำของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องให้มีการแสดงความรับผิดชอบและให้การสนับสนุนชุมชนที่ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ของน้ำท่วมตามฤดูกาลในพื้นที่อยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เผชิญกับความท้าทายด้านการจัดการน้ำมาโดยตลอด แม้การประท้วงจะสะท้อนถึงแรงกดดันทางสังคมและเศรษฐกิจต่อครอบครัวในพื้นที่ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเรื่องการเยียวยาอย่างไร และจะมีการดำเนินมาตรการจัดการน้ำเพิ่มเติมเพื่อลดความเสียหายในอนาคตหรือไม่ ผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่นี้ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ได้อย่างไม่คาดคิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 09:44 UTC

ไทยเผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมสูงขึ้นจาก 5 ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาหลัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมสูงขึ้นจาก 5 ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาหลัก

ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาระบุปัจจัยหลัก 5 ประการที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักผิดปกติทั่วประเทศไทย นำไปสู่การแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยเผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมสูงขึ้นจาก 5 ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาหลัก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมสูงขึ้นจาก 5 ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาหลัก

ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาระบุปัจจัยหลัก 5 ประการที่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักผิดปกติทั่วประเทศไทย นำไปสู่การแจ้งเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปริมาณน้ำฝนที่หนักกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญได้ระบุปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาหลัก 5 ประการที่เป็นตัวขับเคลื่อนรูปแบบสภาพอากาศที่รุนแรงนี้ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวัง ฝนที่ตกหนักอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน การหยุดชะงักของเครือข่ายการขนส่งในท้องถิ่น และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เปราะบาง ผู้ที่วางแผนเดินทางภายในประเทศไทยควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในช่วงฤดูมรสุม

แม้ว่าปัจจัยทั้ง 5 ประการจะถูกระบุว่าเป็นสาเหตุหลักของปริมาณน้ำฝนที่รุนแรงในปีนี้ แต่พื้นที่เฉพาะที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเกิดน้ำท่วมรุนแรงยังคงอยู่ระหว่างการประเมินอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยา ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจังหวัดใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าความรุนแรงของฝนจะลดลงเมื่อใด ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยและการวางแผนการเดินทางที่เหมาะสม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 23 กันยายน 2026, 10:01 UTC