ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส ✦
การเมือง ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง ✦
กฎหมาย รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่ ✦
กีฬา ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท ✦
กีฬา เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก ✦
การขนส่ง การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน ✦
การเมือง ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง ✦
กีฬา บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กีฬา

ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แหล่งข่าวเดียว
ไฮไลท์ฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก: อิตาลีพบเบลเยียม และตุรกีพบฝรั่งเศส

แฟนบอลในประเทศไทยสามารถติดตามการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 คืนนี้ โดยมีคู่สำคัญระหว่างอิตาลีกับเบลเยียม และตุรกีกับฝรั่งเศส

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 จะดำเนินต่อในคืนนี้ วันที่ 25 กันยายน 2569 โดยมีแมตช์สำคัญสองคู่ในเวลา 01.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ในกลุ่ม 1 อิตาลีจะเปิดสนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของเบลเยียม ในเชิงสถิติอิตาลีมีผลงานที่แข็งแกร่งเมื่อพบกับเบลเยียม โดยไม่เคยแพ้เลยในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด (ชนะ 4 เสมอ 1) ทั้งสองทีมต่างเข้าสู่เกมนี้ภายใต้การคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่ ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับผลการแข่งขัน

ในขณะเดียวกัน ตุรกีจะพบกับฝรั่งเศสในอีกคู่ของกลุ่ม 1 แม้ว่าตุรกีจะถูกมองว่าเป็นรอง แต่ก็หวังที่จะสร้างความท้าทายให้กับทีมฝรั่งเศส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง MonoMax โดยคู่ระหว่างอิตาลีและเบลเยียมจะมีการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono 29 ด้วย การแข่งขันเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ติดตามฟุตบอลระดับนานาชาติ เนื่องจากทั้งสองคู่เป็นการประเดิมสนามของโค้ชใหม่ กลยุทธ์การเล่นจึงยังคงต้องรอติดตามเมื่อเกมเริ่มขึ้น ผู้ชมควรตรวจสอบตารางการออกอากาศในพื้นที่อีกครั้งเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาทเรื่องการจัดการน้ำท่วมในนนทบุรีทวีความรุนแรง

ชาวบ้านในบางศรีเมืองยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดการปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลเรื่องการดูแลเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชาวบ้านในชุมชนวัดป่าเรไร จ.นนทบุรี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหลังจากเกิดความขัดแย้งกับผู้นำเทศบาล ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดการเครื่องสูบน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนัก ชาวบ้านอ้างว่าเนื่องจากงบประมาณของเทศบาลไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องร่วมกันออกค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินเครื่องสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายกเทศมนตรีเมืองบางศรีเมืองและเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและตำหนิผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่อนุญาตให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเฝ้าเครื่องสูบน้ำ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญ การเผชิญหน้าดังกล่าวมีรายงานว่ามีการปะทะคารมและใช้ถ้อยคำรุนแรง ส่งผลให้การสื่อสารระหว่างฝ่ายบริหารท้องถิ่นและชุมชนหยุดชะงัก

สำหรับผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยของภาคประชาชน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการสาธารณูปโภค ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามว่าสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีจะมีท่าทีอย่างไรต่อหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และจะมีการจัดตั้งกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ไขความเห็นต่างในการปฏิบัติงานระหว่างเทศบาลและชุมชนวัดป่าเรไรหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กฎหมาย

รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รวบหนุ่มวัย 27 ปี ก่อเหตุทำร้ายลุงวัย 67 ปีเสียชีวิต ปมขโมยฟักทองในเชียงใหม่

ชายวัย 27 ปีถูกควบคุมตัวในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังก่อเหตุทำร้ายคนงานสวนวัย 67 ปีจนเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำตัวนายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดีทำร้ายร่างกายชายวัย 67 ปี ซึ่งเป็นคนงานเฝ้าสวนลำไยจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Khaosod Online

ในระหว่างการทำแผน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ใช้ด้ามมีดอีโต้ตีเข้าที่ศีรษะผู้ตาย 3 ครั้ง โดยอ้างว่าโกรธแค้นที่ผู้ตายเข้ามาขโมยฟักทองในสวนจำนวน 3 ลูก ผู้ต้องหาระบุว่าได้ลากร่างผู้ตายไปทิ้งไว้ที่ทุ่งนาใกล้เคียง โดยเข้าใจว่าผู้ตายเพียงแค่สลบไปเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะให้ถึงแก่ความตาย และยืนยันว่าใช้เพียงด้ามมีดในการก่อเหตุ ไม่ได้ใช้คมมีด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากข้อพิพาทในท้องถิ่น ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนคดี ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้การของผู้ต้องหาในระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งการตัดสินทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจะต้องเป็นไปตามกระบวนการของศาลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

ได้รับการยืนยัน
ไทยเปิดรับสมัครมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท

การแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' เปิดรับสมัครแล้ว โดยมีเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท และเป็นเวทีคัดเลือกสู่การแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ประเทศกรีซ

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.พัชร รัตตกุล ได้ประกาศเปิดตัวการแข่งขัน 'ไทยแลนด์ ยูธ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

การแข่งขันนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักมวยไทยเยาวชน โดยผู้เข้าแข่งขันจะชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้ การแข่งขันยังทำหน้าที่เป็นรายการคัดตัวนักกีฬาทีมชาติ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 'อิฟม่า ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์ 2026' ที่เมืองโอลิมเปีย ประเทศกรีซ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬา กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐในการส่งเสริมมวยไทยให้เป็นเส้นทางอาชีพสำหรับเยาวชน และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาตั้งแต่ระดับรากหญ้าเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

แม้ว่ากระบวนการรับสมัครจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันแข่งขันที่แน่นอนและรายการรุ่นอายุของผู้เข้าแข่งขันยังไม่ได้ระบุไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศครั้งแรก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมหรือการเข้าชมการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:22 UTC

กีฬา

เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

แหล่งข่าวเดียว
เพชรโกศลผ่านการชั่งน้ำหนักพร้อมป้องกันแชมป์โลก

นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ผ่านการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการและพร้อมที่จะป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกกับผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ในวันพรุ่งนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นักมวยชาวไทย เพชรโกศล ได้ผ่านขั้นตอนการชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันความพร้อมในการป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเขาจะต้องพบกับผู้ท้าชิงจากประเทศฟิลิปปินส์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการมวยอาชีพในประเทศไทย การแข่งขันในระดับนี้มักดึงดูดผู้ชมจำนวนมากและได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรหรือการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะใกล้กับสถานที่จัดงาน ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมชมหรือเดินทางใกล้สถานที่จัดงานควรเตรียมพร้อมรับมือกับกิจกรรมที่หนาแน่นและการจราจรที่อาจติดขัด

แม้ว่าการชั่งน้ำหนักจะเสร็จสิ้นลงด้วยดี แต่ผลการแข่งขันยังคงต้องรอติดตามต่อไป แฟนกีฬาและผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพื่อดูว่าเพชรโกศลจะสามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้หรือไม่ ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่จัดงานที่ชัดเจนหรือข้อมูลการถ่ายทอดสด ดังนั้นผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันควรติดตามข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ในขณะที่เหตุการณ์ดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:15 UTC

การขนส่ง

การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟฯ เร่งสอบสวนเหตุรถจักรชนขบวนรถโดยสารย่านพหลโยธิน

เกิดเหตุรถจักรดีเซลสับเปลี่ยนชนกับขบวนรถโดยสารที่จอดอยู่ภายในย่านพหลโยธิน ส่งผลให้มีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานเหตุการณ์รถจักรดีเซลสับเปลี่ยน หมายเลข 4025 เคลื่อนเข้าชนชุดรถพ่วงโดยสารของขบวนรถที่ 32 (เส้นทางชุมทางหาดใหญ่-กรุงเทพอภิวัฒน์) ซึ่งจอดอยู่ภายในย่านรถไฟทางไกล (ย่านพหลโยธิน) ส่งผลให้ตู้รถโดยสารได้รับความเสียหายและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย โดยพนักงานรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาและ รฟท. กำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า รฟท. ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายตู้รถโดยสารที่เสียหายเพื่อให้การปฏิบัติงานกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงาน สภาพของรถจักร และระบบอาณัติสัญญาณ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติงานของย่านรถไฟทางไกลและไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถหรือการเดินทางของผู้โดยสารแต่อย่างใด รฟท. ยืนยันว่าความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดและได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ผลสรุปของการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

การเมือง

ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกล่าวหาเรื่องส่วยในสถานบันเทิงภูเก็ตจุดชนวนความขัดแย้งทางการเมือง

สส. พรรคประชาชนวิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครองเกี่ยวกับการจัดการข้อกล่าวหาเรื่องส่วยที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในภูเก็ต

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมการปกครอง (DOPA) อย่างเปิดเผย โดยความขัดแย้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการรับส่วยในภาคธุรกิจสถานบันเทิงของจังหวัดภูเก็ต

นายเฉลิมพงศ์แสดงความไม่พอใจต่อการตอบสนองของกรมฯ ต่อหลักฐานที่เขานำเสนอเกี่ยวกับเงินนอกระบบ โดยเขาระบุว่าท่าทีของหน่วยงานเป็นการปัดความรับผิดชอบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แนะนำให้เขาไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนที่จะจัดการกับข้อกังวลเรื่องการกำกับดูแลภายในโดยตรง สส. ผู้นี้โต้แย้งว่าแนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการหลีกเลี่ยงปัญหาของระบบราชการที่เกิดขึ้นซ้ำซาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถานบันเทิงยามค่ำคืนในภูเก็ต แม้ว่าข้อกล่าวหาจะบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการทุจริต แต่สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานรัฐ ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกรมการปกครองจะให้คำตอบที่ละเอียดขึ้นต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเจาะจงเหล่านี้หรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นหรือการดำเนินการทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:16 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ขยับขึ้นอันดับ 14 ของโลก หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาชาวไทย ภูริพล บุญสอน ขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลก หลังทำสถิติใหม่ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2026

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่า บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มวัย 20 ปี สร้างผลงานครั้งสำคัญด้วยการขยับขึ้นสู่อันดับที่ 14 ของโลกในการจัดอันดับวิ่ง 100 เมตรชาย ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาคว้าเหรียญทองในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมทำสถิติใหม่ของรายการด้วยเวลา 9.90 วินาที

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการกรีฑาไทย เนื่องจากเป็นการคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายในเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในรอบ 48 ปี ต่อจาก สุชาติ แจสุรภาพ ที่เคยคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 8 ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 1978 ด้วยเวลา 10.44 วินาที ผลงานของภูริพลมีความโดดเด่นเป็นพิเศษจากการที่เขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึง 2 ครั้งในการแข่งขันรอบเดียวกัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ช่วยสร้างกระแสความสนใจในวงการกีฬาไทย และอาจส่งผลให้เกิดความตื่นตัวในกิจกรรมกรีฑาและสถานที่ฝึกซ้อมในท้องถิ่นมากขึ้น แม้ว่าเวลา 9.90 วินาทีจะได้รับการยืนยันว่าเป็นสถิติใหม่ของเอเชียนเกมส์แล้ว แต่ผู้ติดตามวงการกีฬายังคงจับตามองว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับโลกของเขาในการแข่งขันระดับนานาชาติรายการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตารางการฝึกซ้อมหรือการลงแข่งขันในรายการระดับโลกในอนาคต ยังคงต้องรอการยืนยันจากทีมงานผู้ฝึกสอนของเขาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดหนุ่มไทยคว้าทอง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมทำลายสถิติเดิมของตนเองด้วยเวลา 9.90 วินาที

ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ภูริพล 'บิว' บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทยวัย 20 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า ภูริพลทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองที่เคยทำไว้ 9.91 วินาทีในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันรายการเดียวกัน

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลยอมรับว่าตนรู้สึกตื่นเต้นในช่วงออกตัว ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองช้ากว่าที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถเร่งสปีดแซงคู่แข่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกได้สำเร็จ โดยเขาได้มอบเหรียญรางวัลนี้ให้กับครอบครัว สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวชที่คอยดูแลร่างกายมาโดยตลอด

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของวงการกีฬาไทย ภูริพลได้กล่าวขอบคุณแฟนกีฬาชาวไทยที่ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง และระบุว่าขณะนี้กำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรต่อไป แม้ว่าเหรียญทองในรายการ 100 เมตรจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่แฟนกีฬายังคงรอติดตามผลงานของเขาในการแข่งขันรอบถัดไป ทั้งนี้ รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดตารางการแข่งขันที่เหลือของเขาเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

กีฬา

ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ภูริพล บุญสอน คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์วิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกย่า พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ภูริพล บุญสอน ยอดนักวิ่งลมกรดชาวไทย สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในกีฬาเอเชียนเกมส์ที่จัดขึ้น ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ตามรายงานของ Khaosod English ภูริพลทำเวลาได้น่าประทับใจที่ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้

ผลงานของภูริพลถือเป็นการทำลายสถิติ โดยเขาสามารถทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ได้ถึงสองครั้งภายในวันเดียวกัน ก่อนหน้านี้ในรอบรองชนะเลิศ เขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยเวลา 9.91 วินาที ก่อนที่จะทำเวลาได้ดียิ่งขึ้นในรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาติและตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาภายในประเทศ ในขณะที่การเฉลิมฉลองในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้สังเกตการณ์ต่างเฝ้ารอชมผลงานของภูริพลในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไป และรอดูว่าความสำเร็จนี้จะนำไปสู่การลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโครงการกรีฑาของไทยหรือไม่ ในขณะนี้ ความสนใจยังคงอยู่ที่การสรุปตารางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ในปัจจุบันและการรับรองสถิติใหม่เหล่านี้อย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:45 UTC

เกิดอุบัติเหตุสลด รถสองแถวไหลถอยหลังบนเส้นทางแม่สะเรียง-ฮอด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดอุบัติเหตุสลด รถสองแถวไหลถอยหลังบนเส้นทางแม่สะเรียง-ฮอด

ผู้โดยสารหญิงวัย 55 ปี เสียชีวิตหลังจากกระโดดลงจากรถสองแถวที่กำลังไหลถอยหลังบนเส้นทางภูเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดอุบัติเหตุสลด รถสองแถวไหลถอยหลังบนเส้นทางแม่สะเรียง-ฮอด

แหล่งข่าวเดียว
เกิดอุบัติเหตุสลด รถสองแถวไหลถอยหลังบนเส้นทางแม่สะเรียง-ฮอด

ผู้โดยสารหญิงวัย 55 ปี เสียชีวิตหลังจากกระโดดลงจากรถสองแถวที่กำลังไหลถอยหลังบนเส้นทางภูเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุการณ์สลดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 บนเส้นทางแม่สะเรียง-ฮอด (ทางหลวงหมายเลข 108) ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้โดยสารหญิงวัย 55 ปี เสียชีวิตหลังจากกระโดดลงจากรถสองแถว (รถเหลือง) ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่บนเส้นทางภูเขา

คนขับรถวัย 67 ปี ได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่สะเรียงว่า ตนกำลังรับผู้โดยสารจำนวน 7 คน จากอำเภอแม่สะเรียงมุ่งหน้าสู่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ขณะกำลังขึ้นเขาใกล้กับตู้ยามตำรวจบ้านแม่เหาะ รถได้พบกับกองดินสไลด์ซึ่งทำให้เหลือช่องทางเดินรถเพียงช่องทางเดียว คนขับระบุว่ารถเริ่มไหลถอยหลัง ทำให้ผู้โดยสารเกิดความตกใจและกระโดดลงจากรถ ก่อนจะถูกรถทับเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการเดินทางบนพื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือมีสิ่งกีดขวางบนถนน เช่น ดินสไลด์ แม้ว่าคนขับรถจะเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่การสอบสวนหาสาเหตุทางกลไกที่แน่ชัดที่ทำให้รถไหลถอยหลังและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปผลการสอบสวนในประเด็นความประมาทหรือความบกพร่องของตัวรถ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 11:55 UTC

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของไทยได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด ระหว่างวันที่ 4 - 7 กันยายน 2569

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของไทยได้ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด ระหว่างวันที่ 4 - 7 กันยายน 2569

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนสำหรับ 54 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร โดยขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง

ประกาศเตือนภัยนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 7 กันยายน 2569 ทางการได้ระบุว่าพื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากสภาพอากาศในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือน จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดอย่างเคร่งครัด

แม้ว่าประกาศเตือนภัยจะครอบคลุมพื้นที่ทางภูมิศาสตร์กว้างขวาง แต่ความรุนแรงและตำแหน่งที่แน่ชัดที่อาจได้รับผลกระทบอาจแตกต่างกันไป นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ราบลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการสะสมของน้ำ ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันถึงขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ และสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการพัฒนาของสภาพอากาศ โปรดติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับการอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ของคุณ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 11:35 UTC

คู่รักฟิลิปปินส์จัดงานแต่งงานท่ามกลางน้ำท่วมสูง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คู่รักฟิลิปปินส์จัดงานแต่งงานท่ามกลางน้ำท่วมสูง

คู่รักในฟิลิปปินส์ตัดสินใจจัดพิธีแต่งงานท่ามกลางน้ำท่วมสูงระดับเอวจากฝนมรสุมที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คู่รักฟิลิปปินส์จัดงานแต่งงานท่ามกลางน้ำท่วมสูง

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักฟิลิปปินส์จัดงานแต่งงานท่ามกลางน้ำท่วมสูง

คู่รักในฟิลิปปินส์ตัดสินใจจัดพิธีแต่งงานท่ามกลางน้ำท่วมสูงระดับเอวจากฝนมรสุมที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 คู่รักชาวฟิลิปปินส์ เลียน ลีซา กาลัง และ กิลเบิร์ต ชิโก ได้จัดพิธีแต่งงานที่โบสถ์เซนต์จอห์นเดอะแบปทิสต์ ในเมืองฮาโกนอย ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขัง ตามรายงานจาก Khaosod Online พื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำท่วมบางส่วนมานานเกือบหนึ่งเดือนเนื่องจากฝนมรสุมที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าบาทหลวงประจำโบสถ์จะแนะนำให้เลื่อนงานออกไป แต่ทั้งคู่ยืนยันที่จะจัดพิธีตามกำหนดการเดิม โดยมีผู้เข้าร่วมงานไม่ถึง 15 คน ซึ่งทุกคนต้องลุยน้ำระดับเอวเพื่อเข้าร่วมพิธี มิกโก เรย์ อัลฟอนโซ ช่างภาพงานแต่งงานระบุว่าพิธีถูกจัดขึ้นอย่างกระชับเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมจากมรสุม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญของฝนตามฤดูกาลที่ตกยาวนานต่อโครงสร้างพื้นฐานและชีวิตประจำวัน แม้ความมุ่งมั่นของคู่บ่าวสาวจะได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ของสภาพอากาศมรสุมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่าฝนที่ตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่ม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางและบริการในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับน้ำในเมืองฮาโกนอยจะลดลงเมื่อใด และฤดูมรสุมนี้จะส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงพื้นที่ในระยะยาวอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 11:17 UTC

การฟื้นฟูภัยพิบัติในเนปาล: ต้องการบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 1,252 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การฟื้นฟูภัยพิบัติในเนปาล: ต้องการบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 1,252 ราย

หลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเนปาล ทางการประเมินว่าจำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่ 20,000 หลัง ในขณะที่ภารกิจค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การฟื้นฟูภัยพิบัติในเนปาล: ต้องการบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 1,252 ราย

แหล่งข่าวเดียว
การฟื้นฟูภัยพิบัติในเนปาล: ต้องการบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งเกิน 1,252 ราย

หลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเนปาล ทางการประเมินว่าจำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่ 20,000 หลัง ในขณะที่ภารกิจค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online ขณะนี้เนปาลกำลังเผชิญกับผลกระทบจากภัยพิบัติรุนแรงที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 1,252 ราย ในขณะที่ประเทศกำลังเปลี่ยนจุดเน้นไปสู่การฟื้นฟูในระยะยาว เจ้าหน้าที่ประเมินว่าจำเป็นต้องมีการสร้างบ้านใหม่ประมาณ 20,000 หลัง เพื่อรองรับผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้

แม้จะมีการมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟู แต่ทางการได้เน้นย้ำว่าภารกิจค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินอยู่ สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง และยอดผู้เสียชีวิตขั้นสุดท้ายอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในขณะที่ทีมงานยังคงปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความไม่มั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นในเนปาล แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคหิมาลัยควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานและบริการฉุกเฉินอาจได้รับผลกระทบอย่างหนัก สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและกรอบเวลาสำหรับการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันจากทางการท้องถิ่น นักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลและสื่อต่างประเทศเกี่ยวกับความเสี่ยงในการเดินทางหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 10:56 UTC

ไทยประกาศโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน

กระทรวงการคลังกำลังพัฒนาโครงการประกันภัยพิบัติอัตโนมัติเพื่อคุ้มครองบ้านเรือน 30 ล้านหลัง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระความเสี่ยงทางการเงินจากงบประมาณของรัฐ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยประกาศโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน

กระทรวงการคลังกำลังพัฒนาโครงการประกันภัยพิบัติอัตโนมัติเพื่อคุ้มครองบ้านเรือน 30 ล้านหลัง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาระความเสี่ยงทางการเงินจากงบประมาณของรัฐ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งหารือรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติฉบับใหม่ หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการ โดยรัฐบาลวางแผนที่จะให้ความคุ้มครองประกันภัยโดยอัตโนมัติแก่ที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ

นายลวรณ แสนสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปลี่ยนรูปแบบจากการเยียวยาหลังเกิดภัยพิบัติแบบเดิมมาเป็นระบบประกันภัยที่มีโครงสร้างชัดเจน การย้ายความเสี่ยงจากภาครัฐไปสู่ระบบประกันภัยจะช่วยให้การบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะงบกลางที่ปัจจุบันต้องนำมาใช้จ่ายเพื่อบรรเทาสาธารณภัยในกรณีที่คาดการณ์ไม่ได้

สำหรับประชาชนและเจ้าของที่อยู่อาศัย โครงการนี้ถูกออกแบบมาให้มีความสะดวก โดยไม่ต้องลงทะเบียนหรือดำเนินการใดๆ เพื่อรับความคุ้มครอง เนื่องจากรัฐบาลจะเป็นผู้ดำเนินการทำประกันภัยให้แก่ทุกครัวเรือน

แม้ว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณ 15,000 ล้านบาทเพื่อเริ่มต้นโครงการ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน กระทรวงการคลังและ คปภ. กำลังอยู่ในระหว่างการหารือเพื่อสรุปกรอบการดำเนินงาน โดยตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มโครงการภายในปี 2569 ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวงเงินคุ้มครอง ขอบเขตของนิยามคำว่า "ภัยพิบัติ" และความยั่งยืนของกองทุนประกันภัยในระยะยาวต่อไปเมื่อโครงการเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 10:38 UTC

วัดป่าศรีคุณารามเตือนภัยมิจฉาชีพหลอกโอนเงินทำบุญออนไลน์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

วัดป่าศรีคุณารามเตือนภัยมิจฉาชีพหลอกโอนเงินทำบุญออนไลน์

วัดป่าศรีคุณารามในจังหวัดอุดรธานีออกประกาศเตือนภัยกรณีมีเพจเฟซบุ๊กปลอมแอบอ้างชื่อวัดเพื่อหลอกรับบริจาคเงินทำบุญกฐิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

วัดป่าศรีคุณารามเตือนภัยมิจฉาชีพหลอกโอนเงินทำบุญออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
วัดป่าศรีคุณารามเตือนภัยมิจฉาชีพหลอกโอนเงินทำบุญออนไลน์

วัดป่าศรีคุณารามในจังหวัดอุดรธานีออกประกาศเตือนภัยกรณีมีเพจเฟซบุ๊กปลอมแอบอ้างชื่อวัดเพื่อหลอกรับบริจาคเงินทำบุญกฐิน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 วัดป่าศรีคุณาราม ต.บ้านจีต อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมโดยแอบอ้างชื่อและข้อมูลของวัดเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินร่วมทำบุญในงานกฐินสามัคคีประจำปี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์

ทางวัดเน้นย้ำว่า การทำบุญอย่างเป็นทางการจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในชื่อของวัดเท่านั้น และขอเตือนประชาชนอย่าโอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเพจให้ละเอียดก่อนตัดสินใจทำบุญ สัญญาณเตือนของมิจฉาชีพ ได้แก่ เพจที่มีผู้ติดตามน้อย ข้อมูลไม่สอดคล้องกับช่องทางประชาสัมพันธ์หลักของวัด หรือโพสต์ที่มีลักษณะเร่งเร้าให้รีบโอนเงิน

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะร่วมทำบุญ ทางวัดแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊กทางการของวัดอย่างรอบคอบ หากมีความสงสัยในความถูกต้องของข้อมูล ควรติดต่อสอบถามกับทางวัดโดยตรงเพื่อยืนยันรายละเอียดก่อนดำเนินการทุกครั้ง ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังภัยจากมิจฉาชีพที่อาศัยความศรัทธาทางศาสนาเป็นช่องทางในการหลอกลวง ขณะนี้ทางวัดขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 09:57 UTC

ไทยประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศเตือนภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มใน 54 จังหวัด ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศครอบคลุม 54 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางกำลังติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 4-7 กันยายนนี้

สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้พื้นที่ภูเขาควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า ปภ. จะระบุพื้นที่เสี่ยงภัยไว้แล้ว แต่ความรุนแรงของปริมาณฝนในแต่ละอำเภอยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบรายงานสภาพอากาศและสภาพการจราจรในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว และควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก ปภ. และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 09:36 UTC

เกษตรกรจังหวัดน่านรับบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรฟรีหลังน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกษตรกรจังหวัดน่านรับบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรฟรีหลังน้ำท่วม

กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดให้บริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์การเกษตรที่เสียหายจากน้ำท่วมในจังหวัดน่านฟรี ระหว่างวันที่ 12–15 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกษตรกรจังหวัดน่านรับบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรฟรีหลังน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
เกษตรกรจังหวัดน่านรับบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรฟรีหลังน้ำท่วม

กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดให้บริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์การเกษตรที่เสียหายจากน้ำท่วมในจังหวัดน่านฟรี ระหว่างวันที่ 12–15 กันยายน 2569

จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มที่เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม 2569 รัฐบาลไทยได้เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในจังหวัดน่าน โดย Khaosod Online รายงานว่า นางสาวปิยะรัชฐย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศว่ากรมส่งเสริมการเกษตรจะเปิดให้บริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์การเกษตรฟรี ระหว่างวันที่ 12–15 กันยายน 2569

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในอำเภอบ่อเกลือ อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมืองน่าน ซึ่งความเสียหายของอุปกรณ์ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรภายใต้การนำของนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ระดมทีมช่างเกษตรท้องถิ่นเพื่อให้บริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลตามเป้าหมาย 250 เครื่อง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกรในระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่ทำกิน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการฟื้นฟูที่กำลังดำเนินอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย แม้ว่าโครงการซ่อมแซมจะกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรทราบว่าการปฏิบัติงานฟื้นฟูในอำเภอที่ได้รับผลกระทบอาจยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าขีดความสามารถในการให้บริการจะขยายเกินกว่าเป้าหมาย 250 เครื่องหรือไม่ หรือจะมีการรวมอำเภออื่นๆ เข้ามาในระยะการสนับสนุนต่อไปในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 09:37 UTC

วิกฤตน้ำท่วมในเนปาล: ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 1,273 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

วิกฤตน้ำท่วมในเนปาล: ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 1,273 ราย

เหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 1,273 ราย นำไปสู่การเรียกร้องความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

วิกฤตน้ำท่วมในเนปาล: ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 1,273 ราย

แหล่งข่าวเดียว
วิกฤตน้ำท่วมในเนปาล: ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 1,273 ราย

เหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 1,273 ราย นำไปสู่การเรียกร้องความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ

ตามรายงานจาก Thai Post เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ได้พัดถล่มพื้นที่ชายแดนระหว่างเนปาลและทิเบต ส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งสำคัญ โดยยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติดังกล่าวมีจำนวนสะสมถึง 1,273 ราย เพื่อตอบสนองต่อความสูญเสียครั้งนี้ ทางการเนปาลได้ออกมาเรียกร้องอย่างเร่งด่วนให้เกิดความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบที่รุนแรงจากสภาพอากาศสุดขั้วที่มีต่อภูมิภาคนี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัย สถานการณ์นี้ตอกย้ำถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศในพื้นที่ภูเขา แม้ว่าเหตุการณ์น้ำท่วมจะจำกัดอยู่ในพื้นที่ชายแดนเนปาล-ทิเบต แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่สูงหรือพื้นที่ใกล้ระบบแม่น้ำสายหลักในเอเชียใต้ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและประกาศเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและภัยพิบัติรอง เช่น ดินโคลนถล่ม อาจเกิดขึ้นได้หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงเช่นนี้

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงขอบเขตความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคและสถานะของผู้สูญหาย องค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศกำลังประเมินสถานการณ์อยู่ในขณะนี้ และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าในการฟื้นฟูและผลกระทบต่อการเดินทางในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการค้นหาและกู้ภัยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 08:57 UTC

ผู้จัดประกาศมาตรการความปลอดภัยหลังโครงสร้างที่นั่งทรุดตัวที่อิมแพ็ค อารีน่า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ผู้จัดประกาศมาตรการความปลอดภัยหลังโครงสร้างที่นั่งทรุดตัวที่อิมแพ็ค อารีน่า

หลังจากเกิดเหตุโครงสร้างที่นั่งบางส่วนทรุดตัวในคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์ ผู้จัดงาน 'หนีกรุง คอนเน็ค' ได้ประกาศปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยและแนวทางการเยียวยาสำหรับผู้ชมที่ได้รับผลกระทบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ผู้จัดประกาศมาตรการความปลอดภัยหลังโครงสร้างที่นั่งทรุดตัวที่อิมแพ็ค อารีน่า

แหล่งข่าวเดียว
ผู้จัดประกาศมาตรการความปลอดภัยหลังโครงสร้างที่นั่งทรุดตัวที่อิมแพ็ค อารีน่า

หลังจากเกิดเหตุโครงสร้างที่นั่งบางส่วนทรุดตัวในคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์ ผู้จัดงาน 'หนีกรุง คอนเน็ค' ได้ประกาศปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยและแนวทางการเยียวยาสำหรับผู้ชมที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 โครงสร้างพื้นที่นั่งยกระดับบางส่วนภายในอิมแพ็ค อารีน่า ได้เกิดการทรุดตัวระหว่างการแสดงคอนเสิร์ต 'FAREWELL CONCERT อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย..' ของศิลปินดูโอร็อกระดับตำนาน อัสนีและวสันต์ ส่งผลให้ผู้จัดงานต้องประกาศยุติการแสดงทันทีเพื่อความปลอดภัยของผู้ชม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 บริษัท หนีกรุง คอนเน็ค จำกัด ผู้จัดงาน ได้ออกประกาศฉบับที่ 2 ระบุว่าการแสดงในรอบที่เหลือจะยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนดการเดิม โดยบริษัทได้ดำเนินการรื้อโครงสร้างที่นั่งใหม่ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้ชมที่เข้าชมในรอบวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา บริษัทได้เสนอทางเลือกให้สามารถนำบัตรเดิมมาเข้าชมในรอบสุดท้ายได้ หรือหากไม่สะดวกสามารถขอคืนเงินค่าบัตรได้เต็มจำนวน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรการความปลอดภัยในสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ในประเทศไทย แม้ผู้จัดงานจะยืนยันถึงการปรับปรุงโครงสร้าง แต่รายละเอียดทางเทคนิคเกี่ยวกับสาเหตุของการทรุดตัวยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจน ผู้ที่วางแผนจะไปร่วมงานที่อิมแพ็ค อารีน่าในอนาคตควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสถานที่จัดงานและผู้จัดงานเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งนี้ คาดว่าบริษัท หนีกรุง คอนเน็ค จะมีการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการคืนเงินและกำหนดการแสดงรอบสุดท้ายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 08:38 UTC

ไทยเปิดตัวโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน

กระทรวงการคลังและ คปภ. เปิดตัวโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ มอบความคุ้มครองอัตโนมัติแก่ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยเปิดตัวโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน

กระทรวงการคลังและ คปภ. เปิดตัวโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ มอบความคุ้มครองอัตโนมัติแก่ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศไทย

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 กระทรวงการคลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้เปิดตัวโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติอย่างเป็นทางการ โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อให้ความคุ้มครองโดยอัตโนมัติแก่ครัวเรือนประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โดยมีวงเงินคุ้มครองรวมสูงถึง 7.5 หมื่นล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาพำนักระยะยาว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างตาข่ายรองรับทางการเงินในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขนาดใหญ่ การทำให้กระบวนการลงทะเบียนเป็นแบบอัตโนมัติ รัฐบาลตั้งใจที่จะรับประกันว่าครัวเรือนส่วนใหญ่จะได้รับความคุ้มครองโดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการยื่นคำร้องรายบุคคล โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันขอบเขตความคุ้มครองและจำนวนผู้ได้รับผลประโยชน์แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของภัยพิบัติที่ครอบคลุมภายใต้นโยบายนี้ เงื่อนไขเฉพาะสำหรับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน และวิธีที่แต่ละครัวเรือนสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนของตนได้ เนื่องจากนี่เป็นโครงการที่นำโดยรัฐบาล จึงขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังหรือ คปภ. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการนำประกันภัยนี้ไปปฏิบัติและการบริหารจัดการจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 07:36 UTC

อพยพเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์หลังพบเหตุสั่นสะเทือน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อพยพเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์หลังพบเหตุสั่นสะเทือน

เจ้าหน้าที่กว่า 100 คนอพยพออกจากอาคารสำนักงานเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเมื่อช่วงบ่ายวันพุธ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อพยพเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์หลังพบเหตุสั่นสะเทือน

แหล่งข่าวเดียว
อพยพเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลบุรีรัมย์หลังพบเหตุสั่นสะเทือน

เจ้าหน้าที่กว่า 100 คนอพยพออกจากอาคารสำนักงานเทศบาล 5 ชั้นในจังหวัดบุรีรัมย์ หลังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเมื่อช่วงบ่ายวันพุธ

ในช่วงบ่ายของวันที่ 2 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่และพนักงานกว่า 100 คนต้องอพยพออกจากอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ในอำเภอเมือง ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าการอพยพเกิดขึ้นหลังจากพนักงานรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่สังเกตได้ทั่วทั้งอาคาร 5 ชั้น

พยานรายงานว่าแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดที่บริเวณชั้น 5 ของอาคาร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14:00 น. ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย หลังจากเหตุการณ์อพยพ เจ้าหน้าที่ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบอาคารเพื่อหาสาเหตุของการสั่นสะเทือนดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงระเบียบการด้านความปลอดภัยของอาคารเมื่อต้องไปติดต่อสำนักงานราชการหรืออาคารขนาดใหญ่ แม้ว่าอาคารจะถูกปิดเพื่อตรวจสอบแล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของการสั่นสะเทือน ไม่ว่าจะเป็นจากโครงสร้าง แผ่นดินไหว หรือปัจจัยภายนอก ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายของโครงสร้างอาคารในขณะนี้ ผู้ที่เดินทางมายังอำเภอเมืองควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของสำนักงานเทศบาลและการหยุดชะงักของบริการที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 04:30 UTC

หมอวรงค์ตั้งคำถามถึงที่มางบประมาณโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

หมอวรงค์ตั้งคำถามถึงที่มางบประมาณโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ออกมาตั้งคำถามต่อโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติของรัฐบาลที่มีมูลค่า 40,000 ล้านบาท โดยเรียกร้องให้มีความโปร่งใสเกี่ยวกับที่มาของตัวเลขดังกล่าว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

หมอวรงค์ตั้งคำถามถึงที่มางบประมาณโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
หมอวรงค์ตั้งคำถามถึงที่มางบประมาณโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ออกมาตั้งคำถามต่อโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติของรัฐบาลที่มีมูลค่า 40,000 ล้านบาท โดยเรียกร้องให้มีความโปร่งใสเกี่ยวกับที่มาของตัวเลขดังกล่าว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่รัฐบาลวางแผนไว้ โดย นพ.วรงค์ ได้ตั้งคำถามถึงฐานทางการเงินของโครงการซึ่งคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณถึง 40,000 ล้านบาท และได้ท้าทายให้รัฐบาลชี้แจงถึงที่มาและวิธีการคำนวณตัวเลขดังกล่าวอย่างชัดเจน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุนเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติของประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะเสนอโครงการประกันภัยนี้เพื่อเป็นกลไกในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติในอนาคต แต่การขาดความชัดเจนในการจัดสรรงบประมาณบ่งชี้ว่าโครงการอาจเผชิญกับแรงต้านจากฝ่ายนิติบัญญัติหรือสาธารณชนก่อนที่จะสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ

ในขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณ 40,000 ล้านบาท และยังไม่มีการยืนยันกรอบเวลาในการเริ่มโครงการ คงต้องติดตามดูว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อซักถามเหล่านี้อย่างไร และโครงการจะดำเนินต่อไปในรูปแบบปัจจุบันหรือจะมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างมีนัยสำคัญตามคำวิจารณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะของโครงการประกันภัยนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 05:55 UTC

อดีตกู้ภัยถูกจับกุมหลังขับรถพุ่งชนอดีตแฟนสาวและแฟนใหม่เสียชีวิตในไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อดีตกู้ภัยถูกจับกุมหลังขับรถพุ่งชนอดีตแฟนสาวและแฟนใหม่เสียชีวิตในไทย

อดีตเจ้าหน้าที่กู้ภัยตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทำให้อดีตแฟนสาวและแฟนใหม่เสียชีวิต หลังจากมีประวัติการคุกคามมาก่อนหน้านี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อดีตกู้ภัยถูกจับกุมหลังขับรถพุ่งชนอดีตแฟนสาวและแฟนใหม่เสียชีวิตในไทย

แหล่งข่าวเดียว
อดีตกู้ภัยถูกจับกุมหลังขับรถพุ่งชนอดีตแฟนสาวและแฟนใหม่เสียชีวิตในไทย

อดีตเจ้าหน้าที่กู้ภัยตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทำให้อดีตแฟนสาวและแฟนใหม่เสียชีวิต หลังจากมีประวัติการคุกคามมาก่อนหน้านี้

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 อดีตเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเผชิญกับข้อหาหนักหลังจากขับรถพุ่งชนอดีตแฟนสาวและแฟนใหม่ของเธอจนเสียชีวิตทั้งคู่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานความขัดแย้งหลายครั้ง รวมถึงการบุกทำลายร้านของแม่ฝ่ายหญิงและการเผารูปถ่ายส่วนตัวเพียงสองวันก่อนเกิดเหตุสลดดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นกรณีโศกนาฏกรรมความรุนแรงในครอบครัวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในพื้นที่ แม้ว่าภูมิหลังของผู้ต้องสงสัยที่เป็นอดีตกู้ภัยจะถูกระบุในรายงานข่าว แต่ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยันในระหว่างที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินไป รวมถึงข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องสงสัยจะต้องเผชิญและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดที่นำไปสู่การชน เนื่องจากเป็นคดีอาญาที่กำลังดำเนินการอยู่ จึงคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หรือผู้ที่เดินทางมาเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับฟังแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการสอบสวนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยสาธารณะในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 06:36 UTC

‘หมอวรงค์’ คัดค้านโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

‘หมอวรงค์’ คัดค้านโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ออกมาคัดค้านโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติของรัฐบาล โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความคุ้มค่าของงบประมาณและความโปร่งใส

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

‘หมอวรงค์’ คัดค้านโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

แหล่งข่าวเดียว
‘หมอวรงค์’ คัดค้านโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ออกมาคัดค้านโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติของรัฐบาล โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความคุ้มค่าของงบประมาณและความโปร่งใส

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้จัดแถลงข่าวเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติของรัฐบาล ตามรายงานของ Thai Post นพ.วรงค์ ได้ตั้งคำถามถึงตรรกะทางการเงินของโครงการนี้ ซึ่งต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยระบุว่าความเสียหายจากภัยพิบัติเฉลี่ยต่อปีของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 5.3 พันล้านบาทเท่านั้น ซึ่งชี้ให้เห็นว่าค่าเบี้ยประกันที่เสนอนั้นสูงกว่าตัวเลขความเสียหายจริงในอดีตอย่างมาก

นพ.วรงค์ แสดงความสงสัยเกี่ยวกับที่มาของตัวเลขความเสียหาย 4 หมื่นล้านบาทที่นำมาใช้เป็นเหตุผลในการดำเนินโครงการ และตั้งข้อสังเกตถึงประเด็นเรื่อง 'ค่าคอมมิชชั่น' ที่อาจแฝงอยู่ในข้อตกลงนี้ เขาย้ำว่าไม่ว่าภัยพิบัติจะรุนแรงเพียงใด รัฐบาลยังคงต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดูแลประชาชน แทนที่จะใช้โครงการประกันภัยนี้ เขาเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนสะสมเงินเพื่อนำมาใช้ดูแลประชาชนโดยตรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การถกเถียงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการใช้เงินงบประมาณของรัฐบาลไทย แม้ว่าโครงการนี้จะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามแผนประกันภัยที่เสนอไว้หรือไม่ หรือจะพิจารณารูปแบบการระดมทุนทางเลือกอื่นตามที่ นพ.วรงค์ ได้เสนอแนะไว้ ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 05:58 UTC

เหตุสลดบนถนนในกรุงเทพฯ อดีตอาสากู้ภัยขับกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ดับ 2 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลดบนถนนในกรุงเทพฯ อดีตอาสากู้ภัยขับกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ดับ 2 ราย

อดีตอาสากู้ภัยอยู่ระหว่างการสอบสวนหลังขับรถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในกรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุสลดบนถนนในกรุงเทพฯ อดีตอาสากู้ภัยขับกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ดับ 2 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดบนถนนในกรุงเทพฯ อดีตอาสากู้ภัยขับกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ดับ 2 ราย

อดีตอาสากู้ภัยอยู่ระหว่างการสอบสวนหลังขับรถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายในกรุงเทพฯ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนเหตุการณ์สลดบนถนนรัชดาภิเษก เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่านายทรงพล อดีตอาสากู้ภัย ได้ขับรถกระบะพุ่งชนรถจักรยานยนต์ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ส่งผลให้ น.ส.นริศรา และนายเจตพล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น ได้เรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เริ่มสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิตแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่นด้วยอาการปอดฉีก และคาดว่าจะมีการประสานส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสอบปากคำผู้ก่อเหตุได้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีความรุนแรงบนท้องถนนที่ร้ายแรง ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายงานที่ระบุว่าผู้ก่อเหตุเคยขับรถชนร้านค้าของแม่ฝ่ายหญิงมาก่อนหน้านี้ สำหรับข้อหาทางกฎหมายนั้น พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและรอให้ผู้ก่อเหตุมีอาการดีขึ้นก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบความคืบหน้าของคดีทางกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 05:56 UTC

เจาะลึกห้องแล็บ: ทำความเข้าใจกระบวนการทดสอบความทนทานของเครื่องใช้ไฟฟ้า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เจาะลึกห้องแล็บ: ทำความเข้าใจกระบวนการทดสอบความทนทานของเครื่องใช้ไฟฟ้า

Matichon Online พาไปสำรวจกระบวนการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่เข้มงวด เพื่อตรวจสอบความทนทานและความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เจาะลึกห้องแล็บ: ทำความเข้าใจกระบวนการทดสอบความทนทานของเครื่องใช้ไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
เจาะลึกห้องแล็บ: ทำความเข้าใจกระบวนการทดสอบความทนทานของเครื่องใช้ไฟฟ้า

Matichon Online พาไปสำรวจกระบวนการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่เข้มงวด เพื่อตรวจสอบความทนทานและความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online ได้เผยให้เห็นเบื้องหลังของห้องปฏิบัติการที่เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องผ่านการทดสอบความเครียดอย่างหนักหน่วง สถานที่เหล่านี้จะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปมาทดสอบภายใต้สภาวะที่เข้มงวด เพื่อประเมินประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความทนทานโดยรวมก่อนที่จะวางจำหน่ายสู่ตลาดผู้บริโภค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพนี้มีความสำคัญ การเข้าใจว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าถูกทดสอบจนถึงขีดจำกัด ซึ่งมักจะเป็นการจำลองการใช้งานเสมือนผ่านไปหลายปีในระยะเวลาอันสั้น ช่วยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองและเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศ การทดสอบเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อป้องกันการทำงานผิดปกติ ไฟฟ้าลัดวงจร และอันตรายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน

แม้ว่ารายงานจะฉายภาพให้เห็นถึงการ "ทรมาน" ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ต้องเผชิญ แต่ก็ยังตั้งคำถามถึงความสมดุลระหว่างอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์กับพฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการปรับปรุงมาตรฐานอุตสาหกรรมของไทยในอนาคตอย่างไร หรือจะนำไปสู่แนวทางใหม่ในการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับอายุการใช้งานที่คาดหวังของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ ในขณะนี้ กระบวนการดังกล่าวถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงการตรวจสอบทางเทคนิคที่อยู่เบื้องหลังสิ่งของในชีวิตประจำวันที่ใช้กันในครัวเรือนไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 05:37 UTC

ตรวจสอบเหตุอาคารเทศบาลบุรีรัมย์สั่นสะเทือน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ตรวจสอบเหตุอาคารเทศบาลบุรีรัมย์สั่นสะเทือน

ทางการบุรีรัมย์ยืนยันว่าเหตุสั่นสะเทือนที่อาคารเทศบาลและอาคารใกล้เคียงไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ตรวจสอบเหตุอาคารเทศบาลบุรีรัมย์สั่นสะเทือน

แหล่งข่าวเดียว
ตรวจสอบเหตุอาคารเทศบาลบุรีรัมย์สั่นสะเทือน

ทางการบุรีรัมย์ยืนยันว่าเหตุสั่นสะเทือนที่อาคารเทศบาลและอาคารใกล้เคียงไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหว

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เกิดเหตุอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์สูง 5 ชั้นเกิดการสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กว่า 100 คนต้องอพยพออกจากตัวอาคาร นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนเช่นกัน แต่มีความรุนแรงน้อยกว่าที่อาคารเทศบาล

ภายหลังเกิดเหตุ สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดบุรีรัมย์ได้ดำเนินการตรวจสอบและยืนยันว่าไม่พบการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ดังกล่าว โดยระบุว่าจังหวัดบุรีรัมย์ไม่ได้ตั้งอยู่ใกล้แนวรอยเลื่อนที่มีพลัง กรมอุตุนิยมวิทยาได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าแรงสั่นสะเทือนอาจเกิดจากการเคลื่อนตัวของโพรงน้ำใต้ดินหรือชั้นดินเลนที่อยู่ใต้โครงสร้างอาคาร

แม้ว่าสถานีอุตุนิยมวิทยาจะให้คำชี้แจงเบื้องต้นเช่นนี้ แต่เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่จำนวนมากยังคงมีความกังวลและเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของแรงสั่นสะเทือน สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้คอยติดตามรายงานเกี่ยวกับโครงสร้างอาคารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ขณะนี้กรมอุตุนิยมวิทยายังคงติดตามสถานการณ์และรวบรวมข้อมูลเพื่อสร้างความชัดเจนต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อโครงสร้างหรือผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเป็นทางการ แต่ชุมชนยังคงมีความกังวลจนกว่าจะได้รับคำอธิบายที่ครอบคลุมมากกว่านี้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 03 กันยายน 2026, 04:58 UTC