ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมเสวนาเทคโนโลยีเพื่อรับมือภัยพิบัติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมเสวนาเทคโนโลยีเพื่อรับมือภัยพิบัติ

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการบรรเทาภัยพิบัติ พร้อมคำเตือนเฉพาะเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมเสวนาเทคโนโลยีเพื่อรับมือภัยพิบัติ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมเสวนาเทคโนโลยีเพื่อรับมือภัยพิบัติ

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการบรรเทาภัยพิบัติ พร้อมคำเตือนเฉพาะเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2026 Thai Post ได้รายงานเกี่ยวกับการเสวนาที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสำหรับการจัดการภัยพิบัติ ในระหว่างงานดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมกันหารือเกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องมือสมัยใหม่เพื่อลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติในประเทศไทย

ส่วนสำคัญของการอภิปรายเกี่ยวข้องกับ ศ. ดร. นคร ซึ่งได้กล่าวถึงความเปราะบางทางแผ่นดินไหวของเมืองหลวง โดยได้เตือนชาวกรุงเทพฯ ว่าอย่าเพิ่งวางใจว่าเมืองจะปลอดภัยจากแผ่นดินไหว พร้อมทั้งเน้นย้ำข้อมูลเกี่ยวกับรอยเลื่อนที่มีพลังซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เขตเมืองได้ การเสวนาดังกล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับโซลูชันทางเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงความสามารถในการฟื้นตัวของเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้ถือเป็นการเตือนใจถึงความสนใจทางวิชาการที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในประเทศไทย แม้ว่างานดังกล่าวจะเป็นเวทีสำหรับการแบ่งปันความเชี่ยวชาญทางเทคนิค แต่ก็ไม่ได้มีการประกาศการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอาคารหรือระเบียบการฉุกเฉินในทันที ระดับความเสี่ยงที่เฉพาะเจาะจงที่เกี่ยวข้องกับรอยเลื่อนเหล่านี้และกรอบเวลาสำหรับกิจกรรมทางแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นยังคงเป็นหัวข้อที่ชุมชนวิทยาศาสตร์ศึกษาต่อไป ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมายังกรุงเทพฯ ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับแนวทางความปลอดภัยจากภัยพิบัติและการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 02:56 UTC

ประกาศเตือนสภาพอากาศ: คาดการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนสภาพอากาศ: คาดการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนสภาพอากาศสำหรับฝนตกหนักในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากอิทธิพลของมรสุม

Thai Meteorological Department Alerts ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนสภาพอากาศ: คาดการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนสภาพอากาศ: คาดการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนสภาพอากาศสำหรับฝนตกหนักในบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากอิทธิพลของมรสุม

อัปเดตสภาพอากาศ

ตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) ณ วันที่ 5 กันยายน 2569 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ผลกระทบและแนวโน้ม

ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทยควรเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักมากในบางแห่ง

สำหรับผู้ที่อยู่ใกล้ชายฝั่ง กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าลมมรสุมกำลังปานกลางจะทำให้คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยคาดว่าคลื่นจะสูงประมาณ 2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สิ่งที่ยังต้องติดตาม

แม้ว่าการพยากรณ์อากาศในปัจจุบันจะเน้นย้ำถึงโอกาสที่จะเกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรง แต่ระยะเวลาและความรุนแรงของสภาพอากาศเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่ เนื่องจากเหตุการณ์ทางอุตุนิยมวิทยานี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กรมอุตุนิยมวิทยาจะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเคลื่อนตัวของร่องมรสุมและผลกระทบต่อจังหวัดต่างๆ ต่อไปเมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Meteorological Department Alerts
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 09:55 UTC

เตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของไทย โดยเฉพาะภาคอีสานตอนบนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของไทย โดยเฉพาะภาคอีสานตอนบนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ตามรายงานจาก ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับประเทศไทยตอนบนเนื่องจากอิทธิพลของร่องมรสุม พยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและพื้นที่ลุ่มน้ำโขง

ประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานีได้รับคำแนะนำให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคาดว่าจะมีฝนตกครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 60% ของพื้นที่

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือน จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงของน้ำท่วมขังในบางพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทาง สภาพถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุพื้นที่ที่น่ากังวลเหล่านี้ไว้แล้ว แต่ขอบเขตผลกระทบที่แน่ชัดต่อโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางพยากรณ์อากาศอย่างเป็นทางการเพื่อความปลอดภัยในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 02:36 UTC

พายุไต้ฝุ่นโซเดลทำดินถล่มรุนแรงในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พายุไต้ฝุ่นโซเดลทำดินถล่มรุนแรงในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน

ฝนตกหนักจากพายุไต้ฝุ่นโซเดลทำให้เกิดดินถล่มในมณฑลเจียงซี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหายอีก 11 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พายุไต้ฝุ่นโซเดลทำดินถล่มรุนแรงในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน

แหล่งข่าวเดียว
พายุไต้ฝุ่นโซเดลทำดินถล่มรุนแรงในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน

ฝนตกหนักจากพายุไต้ฝุ่นโซเดลทำให้เกิดดินถล่มในมณฑลเจียงซี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสูญหายอีก 11 ราย

ตามรายงานจาก Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากรอยเตอร์และซินหัว พายุไต้ฝุ่นโซเดลได้ก่อให้เกิดสภาพอากาศรุนแรงในอำเภอซุ่ยชวน เมืองจี๋อัน มณฑลเจียงซี ประเทศจีน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ดินถล่มในช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 กันยายน 2026

ณ วันที่ 6 กันยายน ทางการยืนยันพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ในขณะที่หน่วยกู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 11 ราย โดยก่อนหน้านี้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ 3 ราย ซึ่ง 2 รายมีอาการคงที่ ส่วนอีก 1 รายได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมณฑลเจียงซีได้ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับ 3 โดยระบุว่ามีประชาชนกว่า 161,500 รายได้รับผลกระทบจากพายุ นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีนได้ยกระดับการรับมือภัยพิบัติทางธรณีวิทยาในมณฑลดังกล่าวเป็นระดับ 3 และคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้ประกาศการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินระดับชาติระดับ 4 พร้อมทั้งส่งอุปกรณ์เฉพาะทางและหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือในพื้นที่

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญของความไม่มั่นคงทางธรณีวิทยาหลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง แม้ว่าการกู้ภัยฉุกเฉินจะกำลังดำเนินการอยู่ แต่สถานะของผู้สูญหาย 11 รายยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกของจีนควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการมณฑลอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพอากาศอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัยในการเดินทางต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 01:15 UTC

พยากรณ์อากาศเตือนฝนตกหนักทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พยากรณ์อากาศเตือนฝนตกหนักทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พยากรณ์อากาศเตือนฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
พยากรณ์อากาศเตือนฝนตกหนักทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย

ตามรายงานจาก Thai Post ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง พยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าบ่งชี้ว่าพื้นที่ตอนบนของประเทศไทยจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักมากในบางพื้นที่บริเวณด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขังในบางจุด ทัศนวิสัยบนท้องถนนลดลง และอาจเกิดความล่าช้าในการให้บริการขนส่งสาธารณะ ขอแนะนำให้พกอุปกรณ์กันฝนและติดตามการรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงฤดูมรสุมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงไว้แล้ว แต่ระยะเวลาและความรุนแรงของฝนในแต่ละจังหวัดยังคงต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางไกล เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โปรดทราบว่าข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยา และไม่ใช่การประเมินความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 00:35 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศทั่วไทย

ประเทศไทยเผชิญกับฝนฟ้าคะนองเป็นวงกว้างและคลื่นลมแรง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศทั่วไทย

ประเทศไทยเผชิญกับฝนฟ้าคะนองเป็นวงกว้างและคลื่นลมแรง หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฉบับใหม่

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศทั่วประเทศ โดยแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังฝนฟ้าคะนองที่อาจเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ประกาศดังกล่าวเน้นย้ำถึงสภาวะบรรยากาศที่ไม่เสถียรซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ทัศนวิสัยที่ลดลง และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้งหรือแผนการเดินทาง กรมอุตุนิยมวิทยาระบุเป็นพิเศษว่าสภาพทางทะเลทั้งในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยคาดว่าคลื่นจะมีความสูงระหว่าง 1 ถึง 2 เมตร ผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวชายฝั่งหรือเดินทางทางเรือควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

แม้ว่าคำเตือนจะครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ความรุนแรงของปริมาณน้ำฝนและช่วงเวลาที่เกิดพายุอาจแตกต่างกันไปในแต่ละจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ จนถึงขณะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดที่แน่ชัดสำหรับระบบสภาพอากาศนี้ และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับความรุนแรงของฝนในแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะแห่ง ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลผ่านช่องทางราชการและสื่อท้องถิ่น เช่น มติชนออนไลน์ เพื่อรับทราบความคืบหน้าล่าสุดและคำแนะนำด้านความปลอดภัยในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 06 กันยายน 2026, 00:15 UTC

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลหลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลหลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดส่งสิ่งของพระราชทานไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรงในเนปาล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลหลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลหลังเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดส่งสิ่งของพระราชทานไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุอุทกภัยฉับพลันและดินถล่มรุนแรงในเนปาล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงเริ่มภารกิจด้านมนุษยธรรมเพื่อสนับสนุนประชาชนชาวเนปาล ความช่วยเหลือจากสถาบันพระมหากษัตริย์นี้เป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์อุทกภัยฉับพลันและดินถล่มที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก มีผู้สูญหาย และประชาชนจำนวนมากต้องไร้ที่อยู่อาศัยทั่วทั้งภูมิภาค

กองทัพอากาศไทยได้รับมอบหมายให้ดำเนินการด้านโลจิสติกส์ในการจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เหล่านี้ไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การดำเนินการนี้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและมนุษยธรรมที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและเนปาลในช่วงเวลาวิกฤต

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ในเนปาล แม้ว่ารัฐบาลไทยจะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในความพยายามบรรเทาทุกข์ แต่ผู้ที่อยู่ในเนปาลหรือวางแผนจะเดินทางไปที่นั่นควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานและการหยุดชะงักของการเดินทางที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ในขณะนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดและขอบเขตความเสียหายที่แท้จริงยังคงอยู่ระหว่างการประเมินโดยทางการท้องถิ่น และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาเฉพาะของสิ่งของบรรเทาทุกข์หรือระยะเวลาของภารกิจอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 17:16 UTC

ควบคุมเพลิงไหม้ป่าในพื้นที่ทุ่งบางนกออก จ.สงขลา ได้แล้ว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ควบคุมเพลิงไหม้ป่าในพื้นที่ทุ่งบางนกออก จ.สงขลา ได้แล้ว

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ทุ่งบางนกออก จังหวัดสงขลา ได้สำเร็จ โดยไม่พบกลุ่มควันในขณะนี้

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ควบคุมเพลิงไหม้ป่าในพื้นที่ทุ่งบางนกออก จ.สงขลา ได้แล้ว

แหล่งข่าวเดียว
ควบคุมเพลิงไหม้ป่าในพื้นที่ทุ่งบางนกออก จ.สงขลา ได้แล้ว

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ทุ่งบางนกออก จังหวัดสงขลา ได้สำเร็จ โดยไม่พบกลุ่มควันในขณะนี้

กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในบริเวณทุ่งบางนกออก จังหวัดสงขลา ได้สำเร็จแล้ว โดย ณ วันที่ 5 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเพลิงได้ดับลงสนิทและไม่พบกลุ่มควันในบริเวณดังกล่าวอีกต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีเนื่องจากคุณภาพอากาศในพื้นที่ใกล้เคียงน่าจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การควบคุมเพลิงได้ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อเส้นทางการเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งที่อาจได้รับผลกระทบจากควันไฟหรือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่ถือว่ายุติลงโดยสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะยังคงเฝ้าระวังในพื้นที่ต่อไปเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำของไฟ แม้ภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางหรือพักอาศัยในบริเวณใกล้เคียงทุ่งบางนกออกควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการเฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัยของพื้นที่ ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุของเพลิงไหม้หรือพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทั้งหมดในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 13:15 UTC

สส. ชัยนาท เข้าร่วมอบรมหลักสูตรขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สส. ชัยนาท เข้าร่วมอบรมหลักสูตรขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำ

อนุชา นาคาศัย สส. ชัยนาท เข้าร่วมหลักสูตรอบรมการขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำระยะเวลา 2 วัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สส. ชัยนาท เข้าร่วมอบรมหลักสูตรขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
สส. ชัยนาท เข้าร่วมอบรมหลักสูตรขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำ

อนุชา นาคาศัย สส. ชัยนาท เข้าร่วมหลักสูตรอบรมการขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำระยะเวลา 2 วัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 4-5 กันยายน 2569 นายอนุชา นาคาศัย สส. จังหวัดชัยนาท (พรรคเพื่อไทย) ได้เข้าร่วมหลักสูตรอบรมการขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำ (Boat Rescue) ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ โดยโครงการนี้จัดขึ้นโดยทีมตอบโต้วิกฤตการณ์และเหตุฉุกเฉิน (CERT) และทีมไอแลนด์ ชัยนาท เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในการช่วยเหลือประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและทันท่วงที

การอบรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกรมเจ้าท่าและสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสุพรรณบุรี โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมมีทักษะที่จำเป็นในการลดความสูญเสียระหว่างเหตุฉุกเฉินทางน้ำ อีกทั้งยังเน้นย้ำเรื่องการขับเรือให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับใบขับขี่เรืออย่างถูกต้อง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการยกระดับความเป็นมืออาชีพของทีมกู้ภัยในหลายจังหวัด อาทิ กรุงเทพฯ สุพรรณบุรี และชลบุรี ในโอกาสนี้ นายอนุชายังได้มอบเรือกู้ภัยให้กับทีมร่วมกตัญญูชัยนาทเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน แม้ว่าการอบรมนี้จะมุ่งเน้นการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ที่ผ่านการรับรองใหม่เหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับแผนการจัดการภัยพิบัติระดับภูมิภาคอย่างไร ทั้งนี้ การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ทีมงานได้ดำเนินการจัดอบรมดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 13:16 UTC

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 6-7 ก.ย. นี้
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 6-7 ก.ย. นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย พร้อมเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันจนถึงวันที่ 7 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 6-7 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 6-7 ก.ย. นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย พร้อมเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันจนถึงวันที่ 7 กันยายน 2569

ประกาศเตือนภัย: คาดการณ์ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 8 เรื่องสภาวะอากาศแปรปรวนซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก

ผลกระทบและข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

คาดการณ์ว่าสภาพอากาศดังกล่าวจะยังคงส่งผลกระทบไปจนถึงวันที่ 7 กันยายน 2569 โดยทางการมีความกังวลหลักเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เปราะบาง สำหรับผู้ที่กำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในภาคเหนือและพื้นที่ตอนบนของประเทศ จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการสัญจรผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังหรือเสี่ยงต่อดินโคลนถล่ม

สิ่งที่ยังต้องติดตาม

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่รายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบและความรุนแรงของฝนในแต่ละพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางหรือจุดหมายปลายทางจากหน่วยงานท้องถิ่นหรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกรมอุตุนิยมวิทยา เนื่องจากสถานการณ์สภาพอากาศยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 12:35 UTC

อนุเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรการขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อนุเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรการขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำ

อนุได้เข้าร่วมหลักสูตรการฝึกอบรมระดับมืออาชีพที่เน้นการปฏิบัติงานเรือกู้ภัยและการดำเนินการช่วยชีวิตทางน้ำ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อนุเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรการขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำ

แหล่งข่าวเดียว
อนุเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรการขับขี่เรือกู้ภัยและช่วยชีวิตทางน้ำ

อนุได้เข้าร่วมหลักสูตรการฝึกอบรมระดับมืออาชีพที่เน้นการปฏิบัติงานเรือกู้ภัยและการดำเนินการช่วยชีวิตทางน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 อนุได้เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกอบรมเฉพาะทางที่เน้นเรื่องการกู้ภัยทางเรือและความปลอดภัยทางน้ำ หลักสูตรนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะในการควบคุมเรือกู้ภัยและการดำเนินการช่วยชีวิตในสภาพแวดล้อมทางน้ำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงขีดความสามารถในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินในการท่องเที่ยวทางน้ำและพื้นที่ชายฝั่ง แม้ว่ารายงานจะยืนยันการเข้าร่วมของบุคคลดังกล่าวในการฝึกอบรมเฉพาะนี้ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบในวงกว้างต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยสาธารณะ หรือการเปลี่ยนแปลงเฉพาะเจาะจงในระเบียบการกู้ภัยในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม

ยังคงต้องยืนยันว่าการฝึกอบรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มที่ใหญ่กว่าในการยกระดับมาตรฐานการกู้ภัยทางน้ำระดับชาติ หรือเป็นเพียงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาวิชาชีพเฉพาะส่วน เนื่องจากประเทศไทยยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในภาคส่วนทางทะเลและทางแม่น้ำ การฝึกอบรมเช่นนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมอย่างมืออาชีพในบริการฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของโครงการและการบูรณาการเข้ากับการปฏิบัติงานกู้ภัยในท้องถิ่นในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 12:00 UTC

ทางการเตือนห้ามบริโภคปลาที่พบในน้ำท่วมหลังเกิดอุทกภัยในเนปาล
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการเตือนห้ามบริโภคปลาที่พบในน้ำท่วมหลังเกิดอุทกภัยในเนปาล

ทางการอินเดียออกประกาศเตือนด้านสุขภาพหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในเนปาลพัดพาปลาขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถระบุชนิดได้เข้ามาในพื้นที่ทางตอนเหนือของอินเดีย ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการปนเปื้อน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการเตือนห้ามบริโภคปลาที่พบในน้ำท่วมหลังเกิดอุทกภัยในเนปาล

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเตือนห้ามบริโภคปลาที่พบในน้ำท่วมหลังเกิดอุทกภัยในเนปาล

ทางการอินเดียออกประกาศเตือนด้านสุขภาพหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในเนปาลพัดพาปลาขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถระบุชนิดได้เข้ามาในพื้นที่ทางตอนเหนือของอินเดีย ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการปนเปื้อน

ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ภูเขาหิมาลัยของเนปาล ทางการในภาคเหนือของอินเดียได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับการบริโภคและการจำหน่ายปลาที่พบในพื้นที่ประสบอุทกภัย ตามรายงานจาก Khaosod Online กระแสน้ำท่วมได้พัดพาปลาขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างแปลกตาเข้ามาในรัฐพิหารของอินเดีย

ชาวประมงในพื้นที่รายงานว่าจับปลาได้หลายตัวที่มีน้ำหนักระหว่าง 27 ถึง 45 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่าในอินเดียสันนิษฐานว่าปลาเหล่านี้อาจเป็น "ปลากดคังยักษ์" (Goonch catfish) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ในแม่น้ำที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวในภูมิภาคนี้ และปัจจุบันถูกจัดอยู่ในบัญชีสัตว์ที่ถูกคุกคามของ IUCN

แม้จะมีการระบุชนิดเบื้องต้น แต่ทางการเน้นย้ำว่าปลาเหล่านี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับการบริโภค เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมอาจพัดพาปลาออกจากแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ทำให้ปลาอาจสัมผัสกับน้ำเสีย สารปนเปื้อนจากอุตสาหกรรม หรือซากอินทรีย์วัตถุที่เน่าเปื่อยระหว่างทาง ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงสั่งห้ามซื้อ ขาย หรือรับประทานปลาที่ไม่สามารถระบุชนิดได้ที่จับได้จากแหล่งน้ำเหล่านี้โดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการซื้อหรือบริโภคปลาจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มาจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แม้จะมีการสันนิษฐานว่าเป็นปลากดคังยักษ์ แต่ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เฉพาะเจาะจงและระดับการปนเปื้อนในแหล่งน้ำท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 11:35 UTC

ช่วยชาวจีนออกจากอุโมงค์ในเนปาลได้สำเร็จหลังติดอยู่ 10 วัน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ช่วยชาวจีนออกจากอุโมงค์ในเนปาลได้สำเร็จหลังติดอยู่ 10 วัน

ชาวจีนคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือออกจากอุโมงค์ในเนปาลได้สำเร็จ หลังจากติดอยู่ภายในนานถึง 10 วันเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ช่วยชาวจีนออกจากอุโมงค์ในเนปาลได้สำเร็จหลังติดอยู่ 10 วัน

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยชาวจีนออกจากอุโมงค์ในเนปาลได้สำเร็จหลังติดอยู่ 10 วัน

ชาวจีนคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือออกจากอุโมงค์ในเนปาลได้สำเร็จ หลังจากติดอยู่ภายในนานถึง 10 วันเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 ทีมกู้ภัยในเนปาลสามารถช่วยเหลือชาวจีนคนหนึ่งที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์ได้สำเร็จ โดยบุคคลดังกล่าวติดอยู่ภายในโครงสร้างอุโมงค์นานถึง 10 วันหลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่โดยรอบ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่รุนแรงจากภัยธรรมชาติในพื้นที่ภูเขา โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน เหตุการณ์น้ำท่วมอาจนำไปสู่ความเสียหายของโครงสร้างอย่างกะทันหัน หรือการติดค้างอยู่ในอุโมงค์และทางเดินใต้ดิน ซึ่งอาจยังคงเป็นอันตรายแม้ระดับน้ำจะลดลงไปนานแล้ว ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อฝนตกหนักจากมรสุมหรือพื้นที่ภูเขา หรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปเยือน ควรเพิ่มความระมัดระวัง ติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่น และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานอาจได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่เพิ่งเกิดขึ้น

แม้ว่าปฏิบัติการกู้ภัยสำหรับบุคคลนี้จะเสร็จสิ้นลงด้วยดี แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีบุคคลอื่นสูญหายอยู่ภายในระบบอุโมงค์อีกหรือไม่ หรือโครงสร้างของอุโมงค์ได้รับการประเมินความปลอดภัยอย่างครบถ้วนจากหน่วยงานท้องถิ่นแล้วหรือยัง นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานฉุกเฉินในพื้นที่และประกาศจากสถานทูตเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 11:15 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2569 เนื่องจากร่องมรสุม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน 2569 เนื่องจากร่องมรสุม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 7 กันยายน 2569 โดยพยากรณ์อากาศระบุว่าพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านพื้นที่ดังกล่าว ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือลาดเชิงเขา ทางการแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้ชี้แจงเกี่ยวกับพายุโซนร้อน "โซเดล" (Soulik) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยคาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งตอนใต้ของประเทศจีนในช่วงวันที่ 3-4 กันยายน ก่อนที่จะอ่อนกำลังลง ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่าพายุนี้ไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณตอนใต้ของประเทศจีน ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง สำหรับข้อมูลอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th หรือติดต่อสายด่วน 1182

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 10:21 UTC

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่เนปาล
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่เนปาล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือเนปาลหลังประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่เนปาล

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยพระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่เนปาล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือเนปาลหลังประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่

ตามรายงานของ Thai Post พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ นายธัน พหาทุร โอลิ (Mr. Dhan Bahadur Oli) เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนชาวเนปาลที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่

พิธีส่งมอบสิ่งของดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงเก็บอากาศยาน กองบิน 6 กองบัญชาการกองทัพอากาศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและมนุษยธรรมที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศในช่วงเวลาวิกฤต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยในการสนับสนุนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศ แม้ว่ารายงานเบื้องต้นจะไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของภัยพิบัติและขอบเขตของสิ่งของบรรเทาทุกข์ทั้งหมด แต่การบริจาคครั้งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือทวิภาคีในช่วงเหตุฉุกเฉินระดับภูมิภาค ผู้ที่อยู่ในเนปาลหรือวางแผนจะเดินทางไปในภูมิภาคนี้ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลกระทบของภัยพิบัติต่อโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าสิ่งของเหล่านี้จะถูกจัดสรรไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างไร และจะมีโครงการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากรัฐบาลไทยประกาศออกมาอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 07:55 UTC

ราชวงศ์ไทยส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลที่ประสบอุทกภัย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ราชวงศ์ไทยส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลที่ประสบอุทกภัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลหลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มครั้งใหญ่

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ราชวงศ์ไทยส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลที่ประสบอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
ราชวงศ์ไทยส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลที่ประสบอุทกภัย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เนปาลหลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มครั้งใหญ่

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 ราชวงศ์ไทยได้เริ่มภารกิจด้านมนุษยธรรมเพื่อสนับสนุนผู้ประสบภัยจากภัยธรรมชาติครั้งรุนแรงในภาคเหนือของเนปาล ตามรายงานของ Khaosod English พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในภูมิภาคดังกล่าว

พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ได้เป็นผู้แทนพระองค์ในการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้แก่ นายธัน บาฮาดูร์ โอลิ เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทย เมื่อเวลา 10:55 น. ในวันที่มีการประกาศข่าว การดำเนินการนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการทูตและมนุษยธรรมที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศในช่วงเวลาวิกฤต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงของสภาพอากาศในปัจจุบันทางภาคเหนือของเนปาล ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ เนื่องจากความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานจากดินถล่มอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการคมนาคมและบริการฉุกเฉิน แม้ว่าโครงการพระราชทานนี้จะให้การสนับสนุนในทันที แต่ขอบเขตทั้งหมดของกระบวนการฟื้นฟูและผลกระทบระยะยาวต่อการเข้าถึงพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลผ่านสถานเอกอัครราชทูตของตนและหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 05:50 UTC

เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กใน อ.แม่สอด จ.ตาก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กใน อ.แม่สอด จ.ตาก

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.3 ใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ความลึก 1 กิโลเมตร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กใน อ.แม่สอด จ.ตาก

แหล่งข่าวเดียว
เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กใน อ.แม่สอด จ.ตาก

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.3 ใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ความลึก 1 กิโลเมตร

ตามรายงานจาก Matichon Online พบเหตุแผ่นดินไหวขนาดเล็กระดับ 2.3 ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ความลึก 1 กิโลเมตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ แรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กระดับนี้มักรู้สึกได้เพียงเล็กน้อยหรืออาจไม่รู้สึกเลย แม้ว่าเหตุการณ์ที่มีขนาดต่ำเช่นนี้มักไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงกิจกรรมทางธรณีวิทยาในภูมิภาคนี้

ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางการยังไม่ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินและสถานการณ์โดยรวมยังคงปกติ เนื่องจากเป็นรายงานที่อยู่ระหว่างการติดตาม รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสที่จะเกิดอาฟเตอร์ช็อกหรือผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานตรวจสอบทางธรณีวิทยาอย่างเป็นทางการ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สอดควรติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 02 กันยายน 2026, 13:15 UTC

ไฟป่าลุกลามใกล้ “นครหลวงนูซันตารา” เมืองหลวงแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไฟป่าลุกลามใกล้ “นครหลวงนูซันตารา” เมืองหลวงแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย

ทางการอินโดนีเซียกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามเข้าใกล้พื้นที่นครหลวงนูซันตารา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตไฟป่าที่สร้างความเสียหายไปแล้วกว่า 458,000 ไร่ทั่วประเทศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไฟป่าลุกลามใกล้ “นครหลวงนูซันตารา” เมืองหลวงแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย

แหล่งข่าวเดียว
ไฟป่าลุกลามใกล้ “นครหลวงนูซันตารา” เมืองหลวงแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย

ทางการอินโดนีเซียกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกลามเข้าใกล้พื้นที่นครหลวงนูซันตารา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตไฟป่าที่สร้างความเสียหายไปแล้วกว่า 458,000 ไร่ทั่วประเทศ

ตามรายงานของ Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 ระบุว่าอินโดนีเซียกำลังยกระดับความพยายามในการควบคุมไฟป่าที่ลุกลามเข้าใกล้พื้นที่นครหลวงนูซันตารา เมืองหลวงแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยหน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติได้ใช้การทิ้งน้ำดับไฟทางอากาศและทำฝนเทียมเพื่อสกัดกั้นเปลวเพลิงที่เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 458,193 ไร่บนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา

นายอากัส ริยันโต ผู้อำนวยการฝ่ายรับมือเหตุฉุกเฉินของหน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติ ยืนยันว่าเหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดใกล้เมืองหลวงใหม่เกิดขึ้นที่อุทยานป่าไม้บนเนินเขาบูกิต ซูฮาร์โต ซึ่งห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 50 กิโลเมตร รายงานระบุว่าพื้นที่ในอุทยานถูกไฟเผาไปกว่า 1,875 ไร่ และพื้นที่โดยรอบนครหลวงนูซันตาราก็ได้รับผลกระทบประมาณ 2,500 ไร่ แม้ว่าพื้นที่ทางตะวันออกของเกาะบอร์เนียวจะค่อนข้างปลอดภัยนับตั้งแต่เข้าสู่ฤดูแล้งในเดือนกรกฎาคม แต่การที่ไฟลุกลามเข้าใกล้พื้นที่ก่อสร้างเมืองหลวงได้สร้างความกังวลอย่างมาก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่และอาจกระทบต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค ทั้งนี้ โครงการสร้างเมืองหลวงมูลค่า 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเริ่มขึ้นในปี 2019 เพื่อทดแทนกรุงจาการ์ตา ประสบกับความล่าช้าและการปรับงบประมาณมาโดยตลอดภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต โดยยังคงต้องติดตามว่ามาตรการบรรเทาภัยพิบัติในปัจจุบันจะมีประสิทธิภาพเพียงใด และไฟป่าจะส่งผลกระทบต่อกำหนดการก่อสร้างในระยะยาวของเมืองหลวงแห่งใหม่นี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 05 กันยายน 2026, 01:56 UTC