ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา XSpring จับมือสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เสริมทักษะการวางแผนการเงินให้แก่นักกีฬา ✦
การเมือง การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสร้างกระแสตอบรับสูงบนโลกออนไลน์ ✦
การขนส่ง รถไฟฟ้า BTS ประสบปัญหาการเดินรถในช่วงฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย ระดมกำลังพลทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในสมุทรปราการ ✦
การเมือง ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟม ยันบริสุทธิ์ใจ ✦
เศรษฐกิจ กระทรวงการคลังชง ครม. ขออนุมัติงบ 1.2 พันล้านบาท ช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ✦
กีฬา สองนักวิ่งสาวไทยผ่านเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
การขนส่ง ขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ออกไปอีก 4 เดือน ✦
การเมือง ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟมช่วยน้ำท่วม ✦
กีฬา

XSpring จับมือสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เสริมทักษะการวางแผนการเงินให้แก่นักกีฬา

แหล่งข่าวเดียว
XSpring จับมือสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เสริมทักษะการวางแผนการเงินให้แก่นักกีฬา

XSpring เปิดตัวโครงการร่วมมือกับสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เพื่อให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินและทักษะการใช้ชีวิตแก่เหล่านักกีฬาพาราลิมปิก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 บริษัท XSpring ได้เข้าเป็นพันธมิตรกับสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือนี้คือการจัดฝึกอบรมเฉพาะทางด้านการวางแผนการเงินและทักษะการจัดการชีวิตให้แก่นักกีฬาพาราลิมปิกภายใต้สังกัดของสมาคม

โครงการนี้มุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับนักกีฬา เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขามีความพร้อมในการจัดการการเงินควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพนักกีฬา การมุ่งเน้นไปที่ความรู้ทางการเงินนี้ถือเป็นความพยายามในการสร้างรากฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้นให้กับชุมชนกีฬาคนพิการในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในแวดวงกีฬาในท้องถิ่น ความร่วมมือนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการที่ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนสวัสดิภาพของนักกีฬานอกเหนือจากสนามแข่งขัน ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบสนับสนุนแบบองค์รวมสำหรับผู้พิการในประเทศไทย

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะระบุถึงความตั้งใจในการจัดหาทรัพยากรทางการศึกษาเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักสูตรระยะยาว จำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วม และระยะเวลาของโครงการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการผนึกกำลังระหว่างภาคธุรกิจและวงการกีฬานี้จะส่งผลต่อการพัฒนาและความมั่นคงทางการเงินของนักกีฬาที่เกี่ยวข้องอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

การเมือง

การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสร้างกระแสตอบรับสูงบนโลกออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสร้างกระแสตอบรับสูงบนโลกออนไลน์

ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นความสนใจอย่างมากของสาธารณชนต่อการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง โดยมีประเด็น 'เงินของเรา' เป็นหัวข้อสำคัญ

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึงได้รับความสนใจอย่างมากบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย การวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่าการสนทนาเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้มียอดการมีส่วนร่วมสูงถึงประมาณ 6.5 ล้านครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนในระดับสูงต่อการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม

วลี 'เงินของเรา' ได้กลายเป็นประเด็นหลักในการสนทนาออนไลน์ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของผู้ประกันตนเกี่ยวกับความโปร่งใสและการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางดิจิทัลนี้บ่งชี้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญมากขึ้นว่าเงินสมทบของพวกเขาถูกนำไปบริหารจัดการอย่างไร และการตัดสินใจของคณะกรรมการจะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ในอนาคตของพวกเขาอย่างไร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ส่งเงินสมทบเข้าสู่ระบบประกันสังคมของไทย การมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่จะมาถึงในการกำหนดการกำกับดูแลทรัพยากรทางการเงินเหล่านี้ แม้ว่าข้อมูลจะยืนยันถึงกระแสความรู้สึกของสาธารณชนและการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลที่สูง แต่แพลตฟอร์มนโยบายเฉพาะของผู้สมัครและผลกระทบสุดท้ายของการมีส่วนร่วมนี้ต่อผลการเลือกตั้งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าแรงขับเคลื่อนออนไลน์นี้จะเปลี่ยนไปสู่การใช้สิทธิเลือกตั้งจริงหรือไม่ และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการบริหารงานของคณะกรรมการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

การขนส่ง

รถไฟฟ้า BTS ประสบปัญหาการเดินรถในช่วงฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
รถไฟฟ้า BTS ประสบปัญหาการเดินรถในช่วงฝนตกหนัก

ฝนตกหนักและปัญหาทางเทคนิคส่งผลให้มีการปรับรูปแบบการเดินรถไฟฟ้า BTS ในช่วงเวลาเร่งด่วนเย็นวันที่ 25 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ระบบรถไฟฟ้า BTS ในกรุงเทพมหานครประสบปัญหาในการให้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วนเย็น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุขัดข้องดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั่วเมือง ส่งผลให้ผู้ให้บริการต้องปรับรูปแบบการเดินรถเพื่อรองรับสถานการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการมักส่งผลให้ระยะเวลารอคอยนานขึ้น ความหนาแน่นบนสถานีเพิ่มขึ้น และอาจเกิดความล่าช้าในการเดินทางถึงจุดหมายปลายทาง ในระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ให้บริการ BTS มักแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อรองรับความเร็วในการเดินรถที่ลดลง

แม้ว่าจะมีการรายงานสาเหตุเบื้องต้นของความขัดข้องทางเทคนิคควบคู่ไปกับสภาพอากาศ แต่ลักษณะเฉพาะของความเสียหายของอุปกรณ์ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ให้บริการ ผู้โดยสารควรตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ BTS หรือป้ายข้อมูลภายในสถานีเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ตามรายงานล่าสุด ผู้ให้บริการกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้การบริการกลับสู่สภาวะปกติ แต่ขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาในการเดินทางจนกว่าระบบจะกลับมาให้บริการได้เต็มประสิทธิภาพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

ความปลอดภัย

ระดมกำลังพลทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
ระดมกำลังพลทหารเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสระแก้ว

ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 19 ได้รับการระดมกำลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดสระแก้วในการอพยพฉุกเฉินและสนับสนุนด้านโลจิสติกส์

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มณฑลทหารบกที่ 19 ได้ระดมกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยปฏิบัติการทางทหารมุ่งเน้นไปที่การอพยพประชาชนอย่างรวดเร็วและการขนย้ายสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ การระดมกำลังครั้งนี้บ่งชี้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมได้ถึงระดับที่ต้องอาศัยการเข้าช่วยเหลือจากภาครัฐ ผู้ที่อยู่ในจังหวัดสระแก้วหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนอาจได้รับความเสียหาย และการเข้าถึงบางพื้นที่อาจถูกจำกัดโดยเจ้าหน้าที่ทหารหรือหน่วยกู้ภัย ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง

แม้ว่ากองทัพจะกำลังดำเนินการช่วยเหลืออย่างแข็งขัน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดจากอุทกภัยและระยะเวลาในการฟื้นฟูยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของเส้นทางคมนาคมในจังหวัด เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในสมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังเป็นวงกว้างในสมุทรปราการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายสายในจังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลกระทบต่อการจราจรและต้องเร่งระบายน้ำเป็นการด่วน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 จังหวัดสมุทรปราการเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังรุนแรงหลังจากมีฝนตกต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้าและทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงบ่าย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ปริมาณน้ำที่สะสมส่งผลกระทบอย่างมากต่อถนนสายหลัก ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรผ่านด้วยความยากลำบาก

พื้นที่สำคัญที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ถนนเทพารักษ์ ซึ่งมีน้ำท่วมขังหลายช่องทางตั้งแต่แยกศรีเทพา นอกจากนี้ยังพบสถานการณ์เดียวกันบนถนนศรีนครินทร์ โดยเฉพาะช่องทางซ้ายและช่องทางกลาง รวมถึงถนนสุขุมวิทบริเวณใกล้โรงเรียนนายเรือที่มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ถนนแพรกษายังมีน้ำท่วมขังในหลายช่วง ทำให้ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

สถานการณ์มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นจากน้ำทะเลหนุนในช่วงเย็น ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้นและอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำจากสถานีสูบน้ำหลายแห่ง รวมถึงสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถนนและพื้นที่ชุมชน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าและเสี่ยงต่อความเสียหายของยานพาหนะ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหากเป็นไปได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบและระยะเวลาของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและระดับน้ำทะเล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:57 UTC

การเมือง

ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟม ยันบริสุทธิ์ใจ

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟม ยันบริสุทธิ์ใจ

ส.ส.พรรคภูมิใจไทยจากอยุธยาออกมาปกป้องการกระทำของตนหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแจกโฟม โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่บริสุทธิ์ใจและมองว่าเป็นเกมการเมือง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอยุธยาจากพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการแจกโฟม โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ส.ส. ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ 'เบียร์' ยืนยันว่าเจตนาของเขานั้นบริสุทธิ์และต้องการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ประเด็นดราม่าดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีภาพหรือรายงานเกี่ยวกับการแจกสิ่งของดังกล่าวเผยแพร่ออกไป จนนำไปสู่การถกเถียงในที่สาธารณะ ส.ส. รายนี้ได้ขอให้ผู้ที่วิจารณ์หยุดการเสียดสี โดยมองว่าความสนใจในเชิงลบนี้เป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกคำนวณมาแล้วในบริบทของเกมการเมือง เขายืนยันว่าการกระทำของเขาเป็นไปอย่างโปร่งใสและไม่ได้มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดความเสียหายหรือความขัดแย้งใดๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของการเมืองท้องถิ่นที่มักมีความเข้มข้นและการตรวจสอบบุคคลสาธารณะในกิจกรรมต่างๆ แม้ว่า ส.ส. จะได้ชี้แจงจุดยืนของตนแล้ว แต่บริบทเฉพาะของการแจกโฟมและรายละเอียดของข้อร้องเรียนจากประชาชนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว และสถานการณ์ดูเหมือนจะยังคงอยู่ในขอบเขตของวาทกรรมทางการเมือง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าข้อพิพาทลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในการเมืองท้องถิ่นของไทย และแทบไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัยของผู้มาเยือนหรือผู้อยู่อาศัยระยะยาว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:56 UTC

เศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังชง ครม. ขออนุมัติงบ 1.2 พันล้านบาท ช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการคลังชง ครม. ขออนุมัติงบ 1.2 พันล้านบาท ช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ.

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอของบกลางฉุกเฉิน 1.2 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืม กยศ. จำนวน 14,000 ราย โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กระทรวงการคลังกำลังเตรียมเสนอของบประมาณกลางฉุกเฉินจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้กู้ยืมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ประมาณ 14,000 ราย ที่กำลังประสบปัญหาค้างชำระหนี้ โดยข้อเสนอดังกล่าวมีกำหนดจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในวันที่ 29 กันยายน 2569

ส่วนหนึ่งของมาตรการช่วยเหลือที่นำเสนอ รัฐบาลกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้แอปพลิเคชันกระเป๋าเงินดิจิทัล 'เป๋าตัง' เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดสรรเงินค่าครองชีพให้แก่กลุ่มนักศึกษาดังกล่าว โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของผู้กู้ยืมที่ประสบปัญหาในการปฏิบัติตามตารางการชำระหนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการหนี้ครัวเรือนและสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษา แม้ว่าข้อเสนอนี้จะมุ่งเน้นไปที่บัญชีเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ แต่ก็สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจในวงกว้างเกี่ยวกับการจัดการหนี้สาธารณะ

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติงบประมาณตามจำนวนที่ร้องขอทั้งหมดหรือไม่ และจะมีเกณฑ์การคัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ์อย่างไร นอกจากนี้ การเชื่อมต่อทางเทคนิคของแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' สำหรับกระบวนการจ่ายเงินนี้ยังคงต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากรัฐบาลและรายละเอียดการดำเนินงาน ผู้ที่สนใจควรติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายน เพื่อยืนยันขอบเขตและกรอบเวลาของโครงการอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:56 UTC

กีฬา

สองนักวิ่งสาวไทยผ่านเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
สองนักวิ่งสาวไทยผ่านเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

นักกรีฑาสาวไทย สุกานดา และ จิราพัชร ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิง ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ซึ่งจะจัดขึ้นในค่ำวันนี้

ตามรายงานจาก Matichon Online นักกรีฑาสาวไทยสองคนคือ สุกานดา และ จิราพัชร สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยนักกีฬาทั้งสองทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศมีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ วันที่ 25 กันยายน 2026 เวลา 20.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเมืองเจ้าภาพ เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในปฏิทินกีฬาของภูมิภาค ซึ่งดึงดูดความสนใจอย่างมากต่อพื้นที่บริเวณสนามแข่งขันและช่องทางการถ่ายทอดสดในท้องถิ่น

แม้ว่าการผ่านเข้ารอบของนักกีฬาทั้งสองจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศและตารางเหรียญรางวัลยังคงต้องรอสรุปหลังจากการแข่งขันในค่ำคืนนี้ ผู้ชมที่วางแผนจะเข้าร่วมหรือติดตามการแข่งขันควรเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นใกล้สถานที่จัดงาน รวมถึงความต้องการในการรายงานข่าวของสื่อท้องถิ่นที่อาจมีจำนวนมาก ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีการอัปเดตให้ทราบหลังจากจบการแข่งขัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:56 UTC

การขนส่ง

ขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ออกไปอีก 4 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
ขยายเวลาเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ออกไปอีก 4 เดือน

การรถไฟแห่งประเทศไทยบรรลุข้อตกลงกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน ให้เดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปอีก 4 เดือน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ประกาศขยายเวลาการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์เป็นการชั่วคราว หลังจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดย ร.ฟ.ท. และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ในเครือบริษัท ซี.พี.) ได้ตกลงขยายเวลาการเดินรถออกไปอีก 4 เดือน

ภายใต้ข้อตกลงใหม่ซึ่งมีกำหนดลงนามในวันที่ 28 กันยายน 2569 บริษัท เอเชีย เอรา วัน จะยังคงบริหารจัดการการเดินรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 โดยผู้ประกอบการจะต้องวางหลักประกันมูลค่า 533 ล้านบาท เงื่อนไขการขยายเวลาดังกล่าวยังคงยึดตามรูปแบบการดำเนินงานเดิม ซึ่งรายได้จากค่าโดยสารจะถูกนำไปหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยไม่มีการจ่ายค่าจ้างเพิ่มเติมจาก ร.ฟ.ท.

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป การขยายเวลาครั้งนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการหยุดชะงักของบริการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ แม้ว่าความต่อเนื่องของบริการในระยะสั้นจะได้รับการรับรองแล้ว แต่แผนการบริหารจัดการระยะยาวหลังจากสิ้นสุดระยะเวลา 4 เดือนนี้ยังคงต้องรอการสรุปผลต่อไป ทั้งนี้ ร.ฟ.ท. ระบุว่าหลังจากวันที่ 31 มกราคม 2570 ความรับผิดชอบในการเดินรถจะถูกโอนไปยังบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:57 UTC

การเมือง

ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟมช่วยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส.อยุธยาแจงดราม่าแจกโฟมช่วยน้ำท่วม

นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงกรณีดราม่าบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการแจกแผ่นโฟมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยยืนยันว่าเป็นของ อบจ. ไม่ใช่ของตนเอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงพล สุขสมบูรณ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ได้ชี้แจงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการแจกแผ่นโฟมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดย Khaosod Online รายงานว่า ส.ส.ทรงพลยืนยันว่าแผ่นโฟมดังกล่าวเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ไม่ใช่ของตนเอง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ตนลงพื้นที่ตรวจสอบคลองกระด้วงตามคำร้องเรียนของชาวบ้านและบังเอิญพบทีมงาน อบจ. กำลังแจกจ่ายสิ่งของ จึงได้แวะเข้าไปช่วยเหลือ พร้อมย้ำว่าทีมงานได้ระบุที่มาของสิ่งของไว้อย่างชัดเจนในโพสต์โซเชียลมีเดีย

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางบาล นายทรงพลระบุว่าแม้ระดับน้ำจะยังน้อยกว่าปี 2568 แต่ประชาชนมีความกังวลเรื่องการปล่อยน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการแจ้งเตือนที่กระชั้นชิด ทำให้เตรียมตัวไม่ทัน ทั้งนี้ ตนกำลังประสานงานกับรัฐบาลเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวควบคู่ไปกับการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อยุธยา เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในการจัดการน้ำและประเด็นทางการเมืองในช่วงฤดูมรสุม แม้ ส.ส. จะปฏิเสธความผิด แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบแหล่งที่มาของความช่วยเหลือและติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะปรับปรุงระเบียบการแจ้งเตือนการปล่อยน้ำเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของตัวแทนในพื้นที่อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:57 UTC

สไลด์ฉุกเฉินกางออกเองโดยไม่คาดคิดบนเครื่องบินที่มอบให้ทรัมป์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สไลด์ฉุกเฉินกางออกเองโดยไม่คาดคิดบนเครื่องบินที่มอบให้ทรัมป์

สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินส่วนตัวที่รัฐบาลกาตาร์มอบให้โดนัลด์ ทรัมป์ กางออกเองโดยไม่คาดคิด ตามรายงานจาก Matichon Online

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สไลด์ฉุกเฉินกางออกเองโดยไม่คาดคิดบนเครื่องบินที่มอบให้ทรัมป์

แหล่งข่าวเดียว
สไลด์ฉุกเฉินกางออกเองโดยไม่คาดคิดบนเครื่องบินที่มอบให้ทรัมป์

สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินส่วนตัวที่รัฐบาลกาตาร์มอบให้โดนัลด์ ทรัมป์ กางออกเองโดยไม่คาดคิด ตามรายงานจาก Matichon Online

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 เกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินส่วนตัวซึ่งรัฐบาลกาตาร์ได้มอบให้แก่โดนัลด์ ทรัมป์ โดยในระหว่างเกิดเหตุ สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินได้กางออกเองโดยไม่คาดคิดในขณะที่เครื่องบินจอดอยู่บนพื้น

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของระเบียบการบำรุงรักษาและความปลอดภัยที่เข้มงวดสำหรับทรัพย์สินด้านการบินส่วนบุคคล โดยเฉพาะเครื่องบินที่มีการเปลี่ยนเจ้าของหรือมีการจอดเก็บไว้เป็นเวลานาน แม้ว่ารายงานจะยืนยันถึงการกางออกของสไลด์ฉุกเฉิน แต่ไม่ได้ระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของเครื่องบินในขณะเกิดเหตุ หรือระบุว่ามีเจ้าหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ในขณะที่อุปกรณ์ทำงาน

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงรุ่นของเครื่องบิน และสาเหตุว่าเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค ข้อผิดพลาดในการบำรุงรักษา หรือปัจจัยภายนอก จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางการยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสาเหตุของความผิดพลาดหรือสถานะความพร้อมในการบินของเครื่องบินลำนี้ นักเดินทางควรติดตามการอัปเดตด้านความปลอดภัยทางการบินอย่างเป็นทางการหากมีความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติงานของฝูงบินส่วนตัว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 10:56 UTC

สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 23 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 23 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากใน 23 จังหวัด ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 23 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 23 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากใน 23 จังหวัด ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพอากาศรุนแรงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2569 คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากใน 23 จังหวัด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้ ทางการขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์และประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด สภาพอากาศนี้อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความเสี่ยงต่อการสะสมของน้ำ

แม้ว่า สทนช. จะระบุช่วงเวลาและขอบเขตของจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบในแต่ละพื้นที่เฉพาะเจาะจงยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวในช่วงเวลาดังกล่าวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดความล่าช้าในการเดินทางหรือมาตรการความปลอดภัย ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ทราบกันว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ขอบเขตความรุนแรงของน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นยังขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนจริงที่วัดได้ในช่วงเวลา 3 วันนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 10:56 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึง 13 กันยายน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึง 13 กันยายน

ระบบสภาพอากาศเขตร้อนคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร จนถึงวันที่ 13 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึง 13 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึง 13 กันยายน

ระบบสภาพอากาศเขตร้อนคาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร จนถึงวันที่ 13 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 8 เกี่ยวกับสภาพอากาศแปรปรวนที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุหมุนเขตร้อนในช่วงวันที่ 11–13 กันยายนนี้

ณ วันที่ 10 กันยายน มีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยสภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะกับร่องมรสุม

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สถานการณ์นี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงวันที่ 11–13 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นในภาคใต้ โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ในขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝนอาจลดลง แต่ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก จะยังคงมีฝนตกหนักในบางแห่ง

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการพัฒนาของหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นพายุหมุนเขตร้อนยังคงเป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยา เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการวางแผนการเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับคำแนะนำด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 10:37 UTC

กทม. เปิดรับคนรุ่นใหม่เข้าร่วมทีมรับมือภัยพิบัติ เน้นทักษะการสังเกต
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กทม. เปิดรับคนรุ่นใหม่เข้าร่วมทีมรับมือภัยพิบัติ เน้นทักษะการสังเกต

กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังสรรหาคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเพื่อเข้าร่วมทีมจัดการภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของทักษะการสังเกตในการทำงานของข้าราชการยุคใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กทม. เปิดรับคนรุ่นใหม่เข้าร่วมทีมรับมือภัยพิบัติ เน้นทักษะการสังเกต

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เปิดรับคนรุ่นใหม่เข้าร่วมทีมรับมือภัยพิบัติ เน้นทักษะการสังเกต

กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังสรรหาคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเพื่อเข้าร่วมทีมจัดการภัยพิบัติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของทักษะการสังเกตในการทำงานของข้าราชการยุคใหม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เปิดตัวโครงการสรรหาคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติ โดยมีเป้าหมายเพื่อบูรณาการข้าราชการรุ่นใหม่เข้าสู่โครงสร้างการจัดการเหตุฉุกเฉินของเมือง

เจ้าหน้าที่ของ กทม. ได้เน้นย้ำว่าคุณสมบัติหลักที่ต้องการสำหรับผู้ที่เข้ามาใหม่คือทักษะการสังเกตที่เฉียบคม การสร้างบุคลากรที่ใส่ใจในรายละเอียดจะช่วยให้ กทม. สามารถระบุและลดความเสี่ยงก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นวิกฤตใหญ่ได้ โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างที่จะปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการเมืองในด้านความปลอดภัยและความยืดหยุ่นของเมืองให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การบริหารจัดการเมืองเชิงรุกมากขึ้น แม้ว่า กทม. จะได้ระบุเป้าหมายในการสรรหาบุคลากรแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกอบรม จำนวนตำแหน่งที่เปิดรับ และกรอบเวลาในการจัดตั้งทีมเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้อาจนำไปสู่การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในทางปฏิบัติที่มีต่อการดำเนินงานประจำวันของเมืองนั้นขึ้นอยู่กับการบูรณาการบุคลากรใหม่เข้ากับระเบียบการจัดการภัยพิบัติที่มีอยู่เดิมให้ประสบความสำเร็จ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 09:56 UTC

น้ำท่วมทางลอดรถไฟบ้านไผ่ ส่งผลรถยนต์ดับ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำท่วมทางลอดรถไฟบ้านไผ่ ส่งผลรถยนต์ดับ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังในทางลอดรถไฟสองแห่งในจังหวัดขอนแก่น ส่งผลให้รถยนต์ดับและหน่วยงานท้องถิ่นต้องติดตั้งป้ายเตือน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำท่วมทางลอดรถไฟบ้านไผ่ ส่งผลรถยนต์ดับ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมทางลอดรถไฟบ้านไผ่ ส่งผลรถยนต์ดับ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังในทางลอดรถไฟสองแห่งในจังหวัดขอนแก่น ส่งผลให้รถยนต์ดับและหน่วยงานท้องถิ่นต้องติดตั้งป้ายเตือน

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 รถกระบะคันหนึ่งได้ดับลงหลังจากพยายามขับผ่านทางลอดรถไฟที่ถูกน้ำท่วมในอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระดับน้ำที่ทางลอดหนองแวงไร่-ศูนย์มีชัยสูงเกิน 1.20 เมตร ทำให้รถยนต์ดับและน้ำไหลเข้าท่วมตัวรถ

ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าเหตุการณ์น้ำท่วมอาจรุนแรงขึ้นเนื่องจากการขโมยสายไฟฟ้า ซึ่งทำให้ระบบสูบน้ำของอุโมงค์ไม่สามารถทำงานได้ หลังจากเกิดเหตุ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไผ่ได้ติดตั้งป้ายเตือนห้ามผ่านบริเวณดังกล่าว เนื่องจากระดับน้ำยังคงสูงประมาณ 1 เมตรจากฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีทางลอดที่ได้รับผลกระทบ 2 แห่งในพื้นที่ ได้แก่ ทางลอดหนองแวงไร่ และจุดหน้าโรงเรียนบ้านทางพาด-บ้านหนองแวงโอ่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานเพื่อเร่งสูบน้ำออกจากอุโมงค์ สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรในพื้นที่อำเภอบ้านไผ่ สถานที่เหล่านี้ถือเป็นจุดเสี่ยงด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระบบสูบน้ำจะได้รับการซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบเมื่อใด และทางลอดจะสามารถเปิดให้สัญจรได้อย่างปลอดภัยเมื่อใด ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวและปฏิบัติตามป้ายเตือนอย่างเคร่งครัดจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 09:18 UTC

กรมควบคุมมลพิษเตือนภัยไอระเหยน้ำมันในพื้นที่พระราม 3
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมควบคุมมลพิษเตือนภัยไอระเหยน้ำมันในพื้นที่พระราม 3

เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังระดับสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่สูงในระบบระบายน้ำ หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลบนถนนเชื้อเพลิง กรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมควบคุมมลพิษเตือนภัยไอระเหยน้ำมันในพื้นที่พระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
กรมควบคุมมลพิษเตือนภัยไอระเหยน้ำมันในพื้นที่พระราม 3

เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังระดับสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่สูงในระบบระบายน้ำ หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลบนถนนเชื้อเพลิง กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยสาธารณะเกี่ยวกับไอระเหยของน้ำมันที่ตรวจพบในระบบระบายน้ำใกล้ถนนเชื้อเพลิง ย่านพระราม 3 กรุงเทพมหานคร ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องหลังจากได้รับรายงานเหตุน้ำมันรั่วไหล

การตรวจสอบล่าสุดพบระดับสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) สูงถึง 626 ppm และค่าระดับการติดไฟ (LEL) อยู่ระหว่าง 2% ถึง 18% ภายในท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่คาดว่าค่าที่สูงขึ้นนี้เป็นผลมาจากมาตรการจำกัดพื้นที่ปนเปื้อนที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ไอระเหยของน้ำมันสะสมตัวอยู่ในบ่อระบายน้ำที่ถูกปิดกั้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในย่านพระราม 3 กรมควบคุมมลพิษแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคล ทั้งนี้ กรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับสำนักอนามัยเพื่อเร่งค้นหาต้นตอของการรั่วไหลที่แน่ชัด และยังคงเฝ้าระวังพื้นที่อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันความเสี่ยงเพิ่มเติม แม้สถานการณ์จะอยู่ในการควบคุม แต่การสอบสวนหาสาเหตุของการรั่วไหลยังคงดำเนินต่อไป เจ้าหน้าที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนเริ่มปฏิบัติงานใดๆ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในขณะที่การดำเนินการทำความสะอาดและควบคุมพื้นที่ยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 09:18 UTC

วิกฤตปลาหมอคางดำบุกเขื่อนลำปาว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

วิกฤตปลาหมอคางดำบุกเขื่อนลำปาว

นักวิชาการเตือนภัยวิกฤตนิเวศ หลังพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ หวั่นกระทบลุ่มน้ำโขง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

วิกฤตปลาหมอคางดำบุกเขื่อนลำปาว

แหล่งข่าวเดียว
วิกฤตปลาหมอคางดำบุกเขื่อนลำปาว

นักวิชาการเตือนภัยวิกฤตนิเวศ หลังพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ หวั่นกระทบลุ่มน้ำโขง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นักวิชาการด้านการประมงที่ประชุม ณ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้ระบุถึงภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญ คือการพบปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามรายงานของ Khaosod Online ปลาชนิดนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจในจังหวัดสมุทรสงครามและภาคใต้มาแล้ว และขณะนี้กำลังถูกมองว่าเป็นวิกฤตระดับชาติรอบใหม่

ผศ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เน้นย้ำถึงความรุนแรงของสถานการณ์นี้ โดยระบุว่าเขื่อนลำปาวเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของลุ่มน้ำโขงซึ่งมีประชากรกว่า 60 ล้านคนพึ่งพาอาศัยอยู่ ปลาชนิดนี้มีความอันตรายเนื่องจากเป็นทั้งนักล่าและนักแพร่พันธุ์ที่ขยายตัวได้ดีในเขตน้ำตื้นที่ปลาเจ้าถิ่นเข้าไม่ถึง

ผศ.ดร.ไชยณรงค์ ยืนยันว่าปลาชนิดนี้ไม่สามารถว่ายทวนน้ำมาถึงเขื่อนได้เองเนื่องจากมีเขื่อนกั้นหลายแห่ง จึงสันนิษฐานว่าเกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการปนเปื้อนมากับลูกปลาหรือการจงใจปล่อย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ แม้ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือชีวิตประจำวันยังต้องรอการประเมินอย่างละเอียด แต่การแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้ถือเป็นความเสี่ยงระยะยาวต่อระบบนิเวศในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 08:36 UTC

กรรมการ กสทช. เร่งหาทางออกวิกฤตบอร์ดล่ม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรรมการ กสทช. เร่งหาทางออกวิกฤตบอร์ดล่ม

กรรมการ กสทช. 3 ท่านเตรียมหารือกับเพื่อนร่วมบอร์ดอีก 6 ท่าน เพื่อแก้ไขปัญหาการประชุมล่มเนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรรมการ กสทช. เร่งหาทางออกวิกฤตบอร์ดล่ม

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการ กสทช. เร่งหาทางออกวิกฤตบอร์ดล่ม

กรรมการ กสทช. 3 ท่านเตรียมหารือกับเพื่อนร่วมบอร์ดอีก 6 ท่าน เพื่อแก้ไขปัญหาการประชุมล่มเนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จำนวน 3 ท่าน กำลังเตรียมการหารือกับกรรมการอีก 6 ท่านที่เหลือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นจากการที่บอร์ดไม่สามารถเปิดประชุมได้เนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งส่งผลให้กระบวนการตัดสินใจต่างๆ ต้องหยุดชะงักลง

มีรายงานว่ากรรมการกลุ่มดังกล่าวพิจารณาใช้กลไกทางกฎหมายเพื่อเปิดการประชุมพิเศษ ความพยายามนี้มีเป้าหมายเพื่อก้าวข้ามภาวะชะงักงันทางบริหารที่ขัดขวางการดำเนินงานของคณะกรรมการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. มีหน้าที่กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รวมถึงบริการด้านโทรคมนาคมและกระจายเสียง การที่บอร์ดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อการกำกับดูแลตามกฎระเบียบ มาตรฐานการบริการ หรือการดำเนินนโยบายดิจิทัลใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อการเชื่อมต่อและการเข้าถึงสื่อในชีวิตประจำวัน

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการประชุมที่เสนอนี้จะเกิดขึ้นได้สำเร็จหรือไม่ หรือกรรมการอีก 6 ท่านจะยอมรับเงื่อนไขของการประชุมพิเศษนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของกลไกทางกฎหมายที่กำลังพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวยังคงต้องรอการพิสูจน์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอดูว่าการริเริ่มภายในครั้งนี้จะสามารถฟื้นฟูการทำงานของคณะกรรมการได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องมีการแทรกแซงเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 08:15 UTC

เหตุสลดชายวัย 70 ปีป่วยอัลไซเมอร์จมน้ำเสียชีวิตในคลองที่ฉะเชิงเทรา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลดชายวัย 70 ปีป่วยอัลไซเมอร์จมน้ำเสียชีวิตในคลองที่ฉะเชิงเทรา

ชายวัย 70 ปีซึ่งป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์เสียชีวิตจากการจมน้ำในคลองแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุสลดชายวัย 70 ปีป่วยอัลไซเมอร์จมน้ำเสียชีวิตในคลองที่ฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดชายวัย 70 ปีป่วยอัลไซเมอร์จมน้ำเสียชีวิตในคลองที่ฉะเชิงเทรา

ชายวัย 70 ปีซึ่งป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์เสียชีวิตจากการจมน้ำในคลองแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตจมน้ำในคลองบึงกองคำ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัยได้กู้ร่างของชายวัย 70 ปี ทราบชื่อคือนายหมัด ขึ้นมาจากก้นคลองที่มีความลึกประมาณ 3 เมตร

นายหมัดซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ นายสุชาติ หลานเขยของผู้เสียชีวิตระบุว่า ก่อนเกิดเหตุหนึ่งคืนได้พบผู้เสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำข้างบ้าน เมื่อพบร่างในคลอง ผู้เสียชีวิตสวมโสร่งและมีบาดแผลที่ศีรษะด้านซ้าย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตอาจล้มได้รับบาดเจ็บก่อนจะพลัดตกลงไปในน้ำ อย่างไรก็ตาม ลำดับเหตุการณ์ที่แน่ชัดยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญจากแหล่งน้ำเปิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวทั่วไป แต่กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลและการระมัดระวังความปลอดภัยใกล้คลองและบ่อน้ำในพื้นที่ชนบทของไทย ทั้งนี้ การยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังคงต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติเวชเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 07:38 UTC

ยกระดับการติดตามสถานการณ์อุทกวิทยาในอุบลราชธานี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ยกระดับการติดตามสถานการณ์อุทกวิทยาในอุบลราชธานี

กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมคณะทำงานด้านการจัดการภัยพิบัติระดับภูมิภาคในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อประสานงานข้อมูลอุทกวิทยาและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ยกระดับการติดตามสถานการณ์อุทกวิทยาในอุบลราชธานี

แหล่งข่าวเดียว
ยกระดับการติดตามสถานการณ์อุทกวิทยาในอุบลราชธานี

กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมคณะทำงานด้านการจัดการภัยพิบัติระดับภูมิภาคในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อประสานงานข้อมูลอุทกวิทยาและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ผู้แทนจากกรมทรัพยากรน้ำ (DWR) และส่วนอุทกวิทยาที่ 11 ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานประจำห้องปฏิบัติการ (War Room) ซึ่งจัดโดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 13 (ปภ.เขต 13) จังหวัดอุบลราชธานี

การประชุมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นไปที่การบูรณาการข้อมูลอุทกวิทยาและการปรับปรุงช่องทางการสื่อสารระหว่างหน่วยงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังติดตามระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดเพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าการประชุมจะเน้นย้ำถึงแนวทางเชิงรุกในการจัดการน้ำในระดับภูมิภาค แต่ในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของเหตุฉุกเฉินหรือภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะแต่อย่างใด

สิ่งที่ยังต้องติดตามต่อไปคือผลลัพธ์เชิงปฏิบัติการของคณะทำงานชุดนี้ รวมถึงการพิจารณาว่าจะมีการนำโปรโตคอลการจัดการน้ำใหม่ๆ มาใช้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศหรือคำเตือนที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เนื่องจากนี่เป็นเพียงความพยายามในการประสานงานด้านการบริหาร จึงไม่มีผลกระทบต่อแผนการเดินทางหรือกิจกรรมประจำวันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามขอแนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูมรสุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 07:05 UTC

คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์สำหรับวันที่ 11 กันยายน 2569
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์สำหรับวันที่ 11 กันยายน 2569

Khaosod Online รายงานคำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ประจำวัน โดยเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นสำหรับราศีต่างๆ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์สำหรับวันที่ 11 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
คำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์สำหรับวันที่ 11 กันยายน 2569

Khaosod Online รายงานคำพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ประจำวัน โดยเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นสำหรับราศีต่างๆ

ภาพรวมดวงชะตาประจำวัน

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Khaosod Online เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โหรบุศพันธ์ได้เผยแพร่คำพยากรณ์สำหรับราศีต่างๆ ประจำวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 คำพยากรณ์เหล่านี้ครอบคลุมถึงความเป็นอยู่ส่วนบุคคล แนวโน้มทางการเงิน และข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นสำหรับบุคคลตามราศีของตน

ข้อสังเกตสำคัญ

  • ราศีเมถุน: คำพยากรณ์เตือนผู้ที่เกิดในราศีเมถุนโดยเฉพาะให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับความปลอดภัยทางร่างกาย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บได้
  • ราศีเมษ: ผู้ที่เดินทางภายใต้ราศีเมษได้รับคำแนะนำว่าการเดินทางอาจไม่สะดวก และมีความเป็นไปได้ที่จะพบกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดและไม่น่าพึงพอใจ
  • ราศีพฤษภ: ผู้ที่เกิดในราศีพฤษภอาจเผชิญกับความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการค้าหรือการต่อต้านที่ไม่คาดคิดในการทำมาหากิน
  • ราศีกรกฎและราศีสิงห์: คำพยากรณ์สำหรับราศีเหล่านี้เน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงทางการเงิน การปรับเปลี่ยนในหน้าที่การงาน และความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยคาดว่าจะมีการปรับตัวที่ดีขึ้นในสัปดาห์ต่อๆ ไป

บริบทสำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

แม้ว่าคำพยากรณ์เหล่านี้จะหยั่งรากลึกในความเชื่อทางโหราศาสตร์ไทยแบบดั้งเดิมมากกว่าข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงในชีวิตประจำวัน นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่านี่เป็นการตีความเชิงอัตวิสัย ไม่มีการให้หลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อยืนยันผลลัพธ์เฉพาะเหล่านี้ และขอแนะนำให้บุคคลทั่วไปพึ่งพาข่าวสารท้องถิ่นที่ผ่านการตรวจสอบและคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเป็นทางการสำหรับการวางแผนในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:58 UTC

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากกระทบดอยเทอดไทย จังหวัดเชียงราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากกระทบดอยเทอดไทย จังหวัดเชียงราย

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดเชียงรายทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ ส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ดอยเทอดไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากกระทบดอยเทอดไทย จังหวัดเชียงราย

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากกระทบดอยเทอดไทย จังหวัดเชียงราย

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดเชียงรายทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ ส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ดอยเทอดไทย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 จังหวัดเชียงรายทางภาคเหนือของประเทศไทยกำลังเผชิญกับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ดอยเทอดไทย ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในชุมชนท้องถิ่น นอกจากนี้ ทางการยังได้รับรายงานเหตุการณ์ดินสไลด์หลายจุดทั่วพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในจังหวัดเชียงรายหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สภาพการณ์เหล่านี้อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินทางและโครงสร้างพื้นฐาน น้ำป่าไหลหลากและความไม่มั่นคงของหน้าดินอาจนำไปสู่การปิดเส้นทางจราจรอย่างกะทันหันและส่งผลกระทบต่อเครือข่ายการขนส่งในพื้นที่ ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงติดตามการอัปเดตสภาพอากาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการอพยพ

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหายของที่อยู่อาศัยและระยะเวลาของผลกระทบจากสภาพอากาศ โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการประเมินสถานการณ์เพื่อตรวจสอบระดับน้ำท่วมและความมั่นคงของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นักท่องเที่ยวควรสอบถามข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวในพื้นที่หรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนตัดสินใจเดินทางผ่านเส้นทางภูเขาในเขตดอยเทอดไทย เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจากฝนที่ยังคงตกต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:16 UTC

เหตุสุนัขทำร้ายเจ้าของเสียชีวิตในกรุงเทพฯ สร้างความกังวลด้านความปลอดภัย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสุนัขทำร้ายเจ้าของเสียชีวิตในกรุงเทพฯ สร้างความกังวลด้านความปลอดภัย

หญิงวัย 70 ปีเสียชีวิตหลังจากถูกสุนัขพันธุ์แบนด๊อกของเธอทำร้ายอย่างรุนแรงในเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุสุนัขทำร้ายเจ้าของเสียชีวิตในกรุงเทพฯ สร้างความกังวลด้านความปลอดภัย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสุนัขทำร้ายเจ้าของเสียชีวิตในกรุงเทพฯ สร้างความกังวลด้านความปลอดภัย

หญิงวัย 70 ปีเสียชีวิตหลังจากถูกสุนัขพันธุ์แบนด๊อกของเธอทำร้ายอย่างรุนแรงในเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ หญิงวัย 70 ปีชื่อนางวันดี เสียชีวิตหลังจากถูกสุนัขสัตว์เลี้ยงของเธอ ซึ่งเป็นพันธุ์แบนด๊อก (สายพันธุ์ที่มักถูกอธิบายว่าเป็นพิตบูลลูกผสม) ทำร้ายภายในบ้านพักในเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ผลการชันสูตรจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่าผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณใบหน้าและลำคอระหว่างเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ครอบครัวได้เดินทางไปยังสถาบันนิติเวชวิทยาเพื่อติดต่อขอรับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา หลานชายของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้ดำเนินการติดต่อปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เนื่องจากยังอยู่ในอาการโศกเศร้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใหญ่และมีพละกำลัง แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นกรณีเฉพาะ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบและความจำเป็นในการดูแลสัตว์ที่มีความเสี่ยงสูง ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์เฉพาะที่กระตุ้นให้เกิดการทำร้ายยังคงไม่ได้รับการยืนยัน เช่นเดียวกับชะตากรรมสุดท้ายของสุนัขตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่ระบุว่านี่เป็นเหตุการณ์เสียชีวิตครั้งที่สองที่เกี่ยวข้องกับสุนัขตัวนี้ แม้ว่าการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับประวัติของสุนัขและลำดับเหตุการณ์ที่แน่ชัดจะยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 06:17 UTC

ไทยประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 10 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 10 จังหวัด

กรมทรัพยากรธรณีระบุ 10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก หลังมีคำเตือนเรื่องฝนตกหนัก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 10 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 10 จังหวัด

กรมทรัพยากรธรณีระบุ 10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก หลังมีคำเตือนเรื่องฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรธรณีได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใน 10 จังหวัดเฝ้าระวังเหตุการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก คำเตือนดังกล่าวสืบเนื่องมาจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องและการพยากรณ์อากาศที่ระบุว่าพื้นที่เสี่ยงภัยอาจประสบปัญหาความไม่มั่นคงของดิน

จังหวัดที่ระบุว่ามีความเสี่ยง ได้แก่ ตาก, ลำปาง, กำแพงเพชร, นครนายก, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด และระนอง ตามข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณี พื้นที่เหล่านี้กำลังเผชิญกับปริมาณน้ำฝนที่สูง ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดภัยพิบัติทางธรณีวิทยา

ในขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานว่าคาดว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายภูมิภาค รวมถึงภาคเหนือด้านตะวันตก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รูปแบบสภาพอากาศนี้เกิดจากมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในพื้นที่เหล่านี้ จำเป็นต้องติดตามข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการอย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมทรัพยากรธรณีจะระบุจังหวัดเหล่านี้ตามข้อมูลปริมาณน้ำฝนปัจจุบัน แต่เวลาที่แน่ชัดและความรุนแรงของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:37 UTC

อย. ยืนยัน น้ำดื่มบรรจุขวด PET ปลอดภัย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อย. ยืนยัน น้ำดื่มบรรจุขวด PET ปลอดภัย

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยได้ชี้แจงข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติก PET

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อย. ยืนยัน น้ำดื่มบรรจุขวด PET ปลอดภัย

แหล่งข่าวเดียว
อย. ยืนยัน น้ำดื่มบรรจุขวด PET ปลอดภัย

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยได้ชี้แจงข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติก PET

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกประเภทพอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET) โดยคำชี้แจงนี้มีขึ้นหลังจากมีการแชร์ข้อมูลทางออนไลน์ที่ระบุว่าบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค

อย. ยืนยันอย่างชัดเจนว่าขวดพลาสติก PET ไม่มีส่วนผสมของสารบิสฟีนอล เอ (BPA) ซึ่งเป็นสารเคมีที่มักถูกเชื่อมโยงกับความกังวลด้านสุขภาพในผลิตภัณฑ์พลาสติกหลายชนิด ตามข้อมูลของหน่วยงาน ขวดเหล่านี้ผลิตขึ้นโดยไม่มี BPA เป็นส่วนประกอบ จึงมีความปลอดภัยสำหรับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ในการบรรจุน้ำดื่มภายใต้สภาวะมาตรฐาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกาศนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของน้ำดื่มบรรจุขวดที่มีจำหน่ายทั่วไป และเพื่อลดความวิตกกังวลที่เกิดจากข้อมูลเท็จเกี่ยวกับความเป็นพิษของพลาสติก แม้ว่า อย. จะให้ความมั่นใจโดยอ้างอิงจากมาตรฐานการผลิตในปัจจุบัน แต่ผู้บริโภคที่ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกยังคงสามารถเลือกใช้ทางเลือกอื่น เช่น ขวดแก้วหรือขวดสแตนเลสแบบใช้ซ้ำได้ ทั้งนี้ อย. ยืนยันว่าขวด PET ที่วางจำหน่ายในปัจจุบันเป็นไปตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและไม่มีความเสี่ยงในการก่อมะเร็งตามที่ปรากฏในข่าวลือออนไลน์ โดยยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือการเรียกคืนสินค้าแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 05:19 UTC

ควบคุมเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 ได้แล้ว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ควบคุมเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 ได้แล้ว

ทางการสามารถควบคุมเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วในเขตพระราม 3 ของกรุงเทพฯ ได้แล้ว โดยรายงานว่าระดับไอระเหยอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และการตัดสินใจเรื่องการอพยพขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ควบคุมเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 ได้แล้ว

แหล่งข่าวเดียว
ควบคุมเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 ได้แล้ว

ทางการสามารถควบคุมเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วในเขตพระราม 3 ของกรุงเทพฯ ได้แล้ว โดยรายงานว่าระดับไอระเหยอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และการตัดสินใจเรื่องการอพยพขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 กรุงเทพมหานครได้แล้ว นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงรอยซึมไม่ใช่การแตกหักครั้งใหญ่ การประเมินเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าความเข้มข้นของไอระเหยน้ำมันในพื้นที่โดยรอบยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งบ่งชี้ว่าความเสี่ยงต่อสาธารณชนในทันทีนั้นลดลง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการจัดการกับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการรั่วไหลของเชื้อเพลิง แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว แต่ความรับผิดชอบในการตัดสินใจว่าจำเป็นต้องมีการอพยพในพื้นที่หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของการรั่วซึมและความเสียหายทั้งหมดของท่อส่งน้ำมันยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ผู้ที่อยู่ในเขตพระราม 3 หรือวางแผนที่จะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำสั่งที่ออกโดยกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทำความสะอาดและมาตรการความปลอดภัยในระยะยาวต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการประเมินพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 04:35 UTC

เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานที่นอนขนาดใหญ่ในบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานที่นอนขนาดใหญ่ในบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่โรงงานผลิตหมอนและที่นอนยางพาราใน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อคืนวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานที่นอนขนาดใหญ่ในบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานที่นอนขนาดใหญ่ในบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่โรงงานผลิตหมอนและที่นอนยางพาราใน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อคืนวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เกิดขึ้นภายในโรงงานผลิตแห่งหนึ่งใน ต.บางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงดึกของวันที่ 9 กันยายน 2569 โดยได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. โรงงานดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ และเป็นสถานที่ผลิตและจัดเก็บวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย เช่น ยางพารา โฟม และผ้า

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียงได้ระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ เพลิงไหม้ส่งผลให้โครงสร้างโกดังทรุดตัวลงและเกิดกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นการสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลามไปยังชุมชนที่พักอาศัยซึ่งอยู่ด้านหลังโรงงาน หลังจากใช้เวลาปฏิบัติการกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แม้จะยังคงมีกลุ่มควันหลงเหลืออยู่ในบริเวณกลางโกดังซึ่งเป็นจุดเก็บสารเคมีที่ใช้ในการผลิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศเนื่องจากการเผาไหม้ของวัสดุอุตสาหกรรม แม้เพลิงจะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในจุดเก็บสารเคมียังคงต้องรอการตรวจสอบและยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเพลิงไหม้ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 00:55 UTC

ควันจากไฟป่าส่งผลกระทบต่อการศึกษาในอินโดนีเซีย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ควันจากไฟป่าส่งผลกระทบต่อการศึกษาในอินโดนีเซีย

คุณภาพอากาศที่เป็นอันตรายจากไฟป่าทำให้โรงเรียนเกือบ 12,800 แห่งในสุมาตราและบอร์เนียวต้องปิดทำการ ส่งผลกระทบต่อนักเรียน 1.4 ล้านคน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ควันจากไฟป่าส่งผลกระทบต่อการศึกษาในอินโดนีเซีย

แหล่งข่าวเดียว
ควันจากไฟป่าส่งผลกระทบต่อการศึกษาในอินโดนีเซีย

คุณภาพอากาศที่เป็นอันตรายจากไฟป่าทำให้โรงเรียนเกือบ 12,800 แห่งในสุมาตราและบอร์เนียวต้องปิดทำการ ส่งผลกระทบต่อนักเรียน 1.4 ล้านคน

ตามรายงานของ Khaosod Online ขณะนี้อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่เนื่องจากควันไฟป่าที่รุนแรง ณ วันที่ 10 กันยายน 2026 โรงเรียนประมาณ 12,800 แห่งทั่วเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวต้องปิดทำการหรือเปลี่ยนไปใช้การเรียนการสอนทางไกล ในเมืองปาเล็มบัง เมืองเอกของจังหวัดสุมาตราใต้ มาตรการฉุกเฉินได้ทำให้นักเรียนกว่า 250,000 คนต้องเปลี่ยนมาเรียนออนไลน์เพื่อป้องกันอันตรายจากมลพิษทางอากาศที่อยู่ในระดับสูง

สถานการณ์นี้ทวีความรุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญและฤดูแล้งที่ยาวนาน ซึ่งทำให้วงจรไฟป่าประจำปีรุนแรงขึ้น หมอกควันพิษได้แพร่กระจายข้ามพรมแดนอินโดนีเซียไปไกลถึงฟิลิปปินส์ และก่อให้เกิดวิกฤตสุขภาพในมาเลเซีย ซึ่งรัฐซาราวักเพิ่งประกาศภาวะฉุกเฉินในท้องถิ่นเมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิกฤตคุณภาพอากาศในระดับภูมิภาคนี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทาง ความเสี่ยงต่อสุขภาพ และการเปลี่ยนแปลงของบริการในท้องถิ่น แม้ว่าทางการเมืองปาเล็มบังจะระบุว่าจะมีการทบทวนการปิดโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอตามคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น แต่ระยะเวลาของสถานการณ์นี้ยังคงไม่แน่นอน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามรายงานคุณภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศจากทางการ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงได้และอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในภูมิภาคและกิจกรรมกลางแจ้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 00:55 UTC