ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
ความปลอดภัย เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต ✦
การเมือง บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ✦
ทั่วไป กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent ✦
การเมือง ‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร ✦
ความปลอดภัย ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ ✦
ความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม ✦
เหตุการณ์ มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร ✦
ความปลอดภัย รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร ✦
การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

ความปลอดภัย

เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในภูเก็ต: ตำรวจทำปืนลั่นใส่แม่เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำปืนประจำกายลั่นใส่แม่เสียชีวิตภายในบ้านพักที่จังหวัดภูเก็ต

เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดในพื้นที่ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ตามรายงานจาก Thai Post โดยพันตำรวจโทสากล ไกรนรา สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านพักซอยเกาะแก้ว 3 ถนนเทพกระษัตรี เมื่อเวลาประมาณ 21.45 น.

รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจโทกำลังตรวจสอบปืนประจำกาย Glock 19 ภายในบ้านพัก ปืนได้เกิดลั่นขึ้น ส่งผลให้กระสุนถูกมารดาที่อยู่ในเหตุการณ์จนเสียชีวิต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นโศกนาฏกรรมส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นภายในที่พักอาศัย และไม่ได้บ่งชี้ถึงภัยคุกคามต่อความปลอดภัยสาธารณะในวงกว้างของจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการอาวุธปืน เนื่องจากขณะนี้คดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่คาดว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดทั้งในที่เกิดเหตุและตัวอาวุธปืนเพื่อยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวจะถูกดำเนินการโดยสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตตามกระบวนการสอบสวนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:38 UTC

การเมือง

บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

แหล่งข่าวเดียว
บทบาททางการทูตของเผิง ลี่หยวน ในการเยือนสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online รายงานถึงอิทธิพลทางการทูตของเผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานจาก Matichon Online เผิง ลี่หยวน ภริยาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน ได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องมือ 'ซอฟต์พาวเวอร์' ที่สำคัญของจีนระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ รายงานเน้นย้ำถึงบทบาทของเธอในการทูตระหว่างประเทศและการแสดงออกถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมของจีนบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การเยือนครั้งนี้ตอกย้ำถึงการมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าการเยือนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐเป็นหลัก แต่ก็มักส่งผลต่อบรรยากาศทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า และบรรยากาศทั่วไปสำหรับชาวต่างชาติหรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในภูมิภาคนี้

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือข้อตกลงทวิภาคีในระยะยาวอย่างไร ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าการเยือนครั้งนี้เป็นสัญญาณของกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นในการที่จีนใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงทางวัฒนธรรมเพื่อจัดการภาพลักษณ์ในระดับสากลหรือไม่ ในขณะนี้ รายงานมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงสัญลักษณ์จากการปรากฏตัวของเธอมากกว่าผลลัพธ์ทางกฎหมายหรือเศรษฐกิจที่เฉพาะเจาะจง นักเดินทางควรติดตามช่องทางทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อไปสำหรับการอัปเดตใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือกฎระเบียบการเดินทางระหว่างสองประเทศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ทั่วไป

กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ อนุมัติ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประวัติศาสตร์เกาะรัตนโกสินทร์ รวมถึงการย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนแผนการพัฒนาพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ในกรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการได้อนุมัติ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในพื้นที่

โครงการที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ การย้ายสถานีดับเพลิงภูเขาทองและการบูรณะพื้นที่สะพานเทเวศร์ โครงการเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของย่านประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งปรับปรุงการเข้าถึงของสาธารณะและความปลอดภัย การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางส่วนและการบูรณะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จะช่วยปรับปรุงความสวยงามและการไหลเวียนของการจราจรในเขตเมืองเก่าของเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้อาจนำไปสู่การก่อสร้างชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจราจรหรือเส้นทางเดินเท้าใกล้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การบูรณะสะพานเทเวศร์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาเยือนพื้นที่นี้เนื่องจากบรรยากาศริมน้ำและความสำคัญทางประวัติศาสตร์

แม้ว่าคณะกรรมการจะอนุมัติโครงการทั้ง 5 โครงการแล้ว แต่กำหนดการเริ่มต้นก่อสร้างและสถานที่ตั้งใหม่ของสถานีดับเพลิงยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตเกาะรัตนโกสินทร์อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ผู้ชนะจากรายการ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่รอบเมืองเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ผู้ชนะการประกวด America’s Got Talent ซีซั่นที่ 21

จังหวัดภูเก็ตกำลังเตรียมจัดขบวนแห่เพื่อเป็นเกียรติแก่ 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนวัย 16 ปี ซึ่งเป็นชาวภูเก็ตที่เพิ่งชนะการประกวดรายการโทรทัศน์ 'America’s Got Talent' ซีซั่นที่ 21 ตามรายงานของ Khaosod Online นายรอมดอน หะยีอาเแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่าทางจังหวัดตั้งใจจะจัดขบวนรถแห่ไปรอบเทศบาลนครภูเก็ต เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความยินดีกับศิลปินรุ่นเยาว์ผู้นี้

ในส่วนของการเตรียมการ มีรายงานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดเตรียมชุดไทยเพื่อให้เนเน่สวมใส่ในระหว่างงานต้อนรับ ทางการมองว่าชัยชนะของเธอเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของทั้งชาวภูเก็ตและชาวไทย โดยมุ่งหวังที่จะใช้ความสำเร็จของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนในพื้นที่กล้าทำตามความฝันของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น แม้ว่าเส้นทางของขบวนแห่และกำหนดการที่ชัดเจนกำลังอยู่ระหว่างการประสานงานกับทีมงานของเนเน่ แต่ทางจังหวัดยืนยันว่ากำลังมีการวางแผนต้อนรับอย่างสมเกียรติ รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยและกำหนดการสุดท้ายของขบวนแห่ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขณะนี้ศิลปินยังมีภารกิจที่ต่างประเทศ โดยจะมีการแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ทราบอีกครั้งเมื่อกำหนดการชัดเจนแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การเมือง

‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

แหล่งข่าวเดียว
‘อาจารย์เชน’ ได้รับพรจากหลวงพ่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีระหว่างลงพื้นที่สกลนคร

ระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร นักการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้รับคำอวยพรจากพระสงฆ์ในพื้นที่ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดสกลนคร บุคคลที่รู้จักกันในชื่อ 'อาจารย์เชน' ได้พบกับเหตุการณ์ที่น่าสนใจเมื่อพระสงฆ์รูปหนึ่งในพื้นที่ได้ให้พรต่อหน้าสาธารณชนว่าขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่นักการเมืองกำลังพบปะกับชุมชนท้องถิ่น ท่าทีดังกล่าวดูเหมือนจะทำให้นักการเมืองประหลาดใจจนแสดงอาการเขินอายต่อการสนับสนุนที่ไม่คาดคิดนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างวัฒนธรรมทางศาสนาแบบดั้งเดิมกับภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าการให้พรจากพระสงฆ์จะเป็นวิถีปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในไทย แต่การที่คำอวยพรนี้เกิดขึ้นในบริบททางการเมืองและมีการกล่าวถึงตำแหน่งระดับสูงจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเหตุการณ์นี้เป็นการปฏิสัมพันธ์ส่วนบุคคลและไม่ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเป็นทางการหรือการรับรองจากสถาบันทางศาสนาแต่อย่างใด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าคำอวยพรนี้มีน้ำหนักทางกฎหมายหรือส่งผลต่อทิศทางการหาเสียงของนักการเมืองแต่อย่างใด ผู้สังเกตการณ์ควรพิจารณาเรื่องนี้ว่าเป็นเหตุการณ์ทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นมากกว่าจะเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีนัยสำคัญ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของนักการเมืองหรือบริบทเฉพาะของการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของทีมหาเสียงต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ความปลอดภัย

ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

แหล่งข่าวเดียว
ฝนถล่มหนักทำน้ำป่าหลากในนครราชสีมา คาเฟ่ดังเขาใหญ่ต้องปิดให้บริการ

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้คาเฟ่ชื่อดังในเขาใหญ่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัดนครราชสีมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในเขตเขาใหญ่ โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคาเฟ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ต้องปิดให้บริการเนื่องจากน้ำป่าไหลเข้าท่วมฉับพลัน

นายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดมีสภาพอากาศมืดครึ้มและมีปริมาณฝนตกในระดับที่แตกต่างกัน ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่ามีปริมาณฝนตกหนัก โดยที่อำเภอปากช่องวัดได้ 160 มิลลิเมตร ตามด้วยอำเภอพระทองคำ (56.5 มม.) อำเภอวังน้ำเขียว (55 มม.) และอำเภอครบุรี (25 มม.)

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แม้สถานการณ์จะสร้างความเดือดร้อน แต่สำนักงานชลประทานจังหวัดนครราชสีมาได้ให้ข้อมูลเพื่อความมั่นใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยระบุว่าเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัด ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแชะ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกันไม่ถึง 50% ของความจุ ซึ่งหมายความว่ายังมีพื้นที่รองรับน้ำได้อีกมากเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขื่อน

เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปเขาใหญ่หรือพื้นที่ใกล้เคียงควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากผลกระทบจากฝนตกยังคงเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงสาธารณสุขไทยออกคำสั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

กระทรวงสาธารณสุขสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำหนดมาตรการฉุกเฉินสำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่ง 8 ข้อเพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ โดยมาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ในขณะที่หน่วยงานต่างๆ กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ

คำสั่งหลักมุ่งเน้นไปที่ความพร้อมของโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยสถานพยาบาลที่ระบุว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจะต้องสำรองไฟฟ้าและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าบริการดูแลผู้ป่วยวิกฤตจะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องแม้โครงสร้างพื้นฐานจะได้รับผลกระทบชั่วคราวจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ยังคงมีอยู่ของน้ำท่วมในบางพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในหรือวางแผนจะเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีความเสี่ยงควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะเป็นการป้องกันล่วงหน้า แต่ความรุนแรงที่แท้จริงของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับความปลอดภัยและการหยุดชะงักของบริการในพื้นที่นั้นๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:16 UTC

เหตุการณ์

มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

แหล่งข่าวเดียว
มะลิ โคทส์ ประกาศหมั้นกับ อั้ม ถิร

มะลิ โคทส์ นักแสดงสาวชาวไทย ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่มที่คบหากันมานาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากคบหาดูใจกันมา 7 ปี

มะลิ โคทส์ นักแสดงและนางแบบสาวชาวไทย ได้ประกาศข่าวการหมั้นหมายกับ อั้ม ถิร แฟนหนุ่ม ระหว่างงานเปิดตัวแพลตฟอร์มความงามแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การขอแต่งงานเกิดขึ้นริมทะเลในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของมะลิ ซึ่งเป็นการทำตามสัญญาที่อั้มเคยให้ไว้ว่าจะขอแต่งงานก่อนที่เธอจะอายุครบ 35 ปี

ทั้งคู่ซึ่งคบหากันมานานถึง 7 ปี ได้แบ่งปันความตื่นเต้นระหว่างงานเปิดตัว Premium Beauty Booking Platform ที่ The Corner House ถนนเจริญกรุง มะลิบรรยายถึงช่วงเวลานั้นว่าตื่นเต้นจนหูดับและมือไม้สั่น ส่วนอั้มซึ่งมาร่วมงานเพื่อเป็นกำลังใจให้แฟนสาว ได้แสดงความมุ่งมั่นและชื่นชมในบุคลิกที่ตรงไปตรงมาของมะลิ พร้อมกล่าวติดตลกว่า "ลูกผู้ชายตัวจริงต้องกลัวแฟน"

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการบันเทิงไทย ข่าวนี้นับเป็นก้าวสำคัญในชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียง แม้ว่าทั้งคู่จะยืนยันเรื่องการหมั้นหมายและตั้งใจจะแต่งงานกันแล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวันหรือสถานที่จัดงานแต่งงาน แฟนๆ ต่างรอคอยการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของทั้งคู่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

ความปลอดภัย

รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

แหล่งข่าวเดียว
รังสิตขึ้นธงแดงเตือนภัย ระดับน้ำสูง 1.81 เมตร

เทศบาลนครรังสิตประกาศเตือนภัยระดับธงแดงเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เทศบาลนครรังสิตได้ขึ้นธงแดงอย่างเป็นทางการเพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมในระดับสูง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ระดับน้ำในพื้นที่ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 1.81 เมตร ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมขัง เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผู้นำท้องถิ่นรวมถึง 'บิ๊กแจ๊ส' (คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ได้ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อติดตามสถานการณ์ด้วยตนเองและประสานงานการเฝ้าระวัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ธงแดงทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนอย่างเป็นทางการว่าสภาพการณ์มีความเสี่ยงและควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งคลองควรติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของเทศบาลอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเดินทาง

แม้ว่าการตอบสนองต่อสถานการณ์ในเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานะธงแดงจะมีผลบังคับใช้นานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีการอพยพหรือใช้มาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ทางการยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัดว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์หรือคำแนะนำใหม่จากเทศบาลนครรังสิต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:36 UTC

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดตัวการฝึกสุนัขกู้ภัย K9
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดตัวการฝึกสุนัขกู้ภัย K9

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เริ่มโครงการฝึกอบรมเฉพาะทางสำหรับหน่วยสุนัขกู้ภัย K9 รวมถึงสุนัขชื่อ MI6 และนาตาชา เพื่อให้ได้มาตรฐานการกู้ภัยระดับสากล

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดตัวการฝึกสุนัขกู้ภัย K9

แหล่งข่าวเดียว
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดตัวการฝึกสุนัขกู้ภัย K9

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เริ่มโครงการฝึกอบรมเฉพาะทางสำหรับหน่วยสุนัขกู้ภัย K9 รวมถึงสุนัขชื่อ MI6 และนาตาชา เพื่อให้ได้มาตรฐานการกู้ภัยระดับสากล

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ของไทยได้เปิดตัวโครงการฝึกอบรมใหม่ที่มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยสุนัขกู้ภัย K9 อย่างเป็นทางการ ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทย พิธีดังกล่าวถือเป็นการเริ่มต้นระยะการเตรียมความพร้อมที่เข้มงวดสำหรับสุนัข โดยเน้นย้ำถึงหน่วยสุนัขที่ชื่อ MI6 และนาตาชาเป็นพิเศษ

โครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความพร้อมในการปฏิบัติงานของสุนัขเหล่านี้ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับสำหรับการตอบโต้ภัยพิบัติและภารกิจค้นหาและกู้ภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้แสดงถึงความพยายามเชิงรุกของรัฐบาลในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน ซึ่งอาจเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติการค้นหาในช่วงที่เกิดภัยธรรมชาติหรือเหตุฉุกเฉินขนาดใหญ่

แม้ว่าพิธีเปิดตัวจะจัดขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการฝึกอบรมนี้ให้เสร็จสิ้นและเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับการรับรองระดับสากลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก ปภ. เกี่ยวกับความคืบหน้าของหน่วยสุนัข K9 เหล่านี้ในขณะที่พวกมันเข้าสู่กระบวนการประเมินผล โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงโปรโตคอลการจัดการภัยพิบัติภายในประเทศให้ทันสมัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 13:30 UTC

คลอดฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คลอดฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี

ทีมแพทย์โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดอุบลราชธานีให้การช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์คลอดฉุกเฉินภายในรถกระบะได้อย่างปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คลอดฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี

แหล่งข่าวเดียว
คลอดฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี

ทีมแพทย์โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดอุบลราชธานีให้การช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์คลอดฉุกเฉินภายในรถกระบะได้อย่างปลอดภัย

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายน 2569 หญิงตั้งครรภ์รายหนึ่งได้เดินทางมายังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยางลุ่ม จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอรับความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า หญิงรายดังกล่าวอยู่ในภาวะใกล้คลอดและเดินทางมาด้วยรถกระบะ โดยพบว่าศีรษะทารกได้โผล่ออกมาแล้ว

ทีมบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลได้ประเมินสถานการณ์และดำเนินการทำคลอดฉุกเฉินภายในรถกระบะคันดังกล่าวทันที ทารกคลอดออกมาอย่างปลอดภัยในเวลา 09.49 น. ด้วยน้ำหนักตัว 2,955 กรัม หลังจากการคลอด ทีมงานได้ให้การดูแลเบื้องต้นแก่ทั้งมารดาและทารก ก่อนจะประสานงานกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เพื่อดำเนินการส่งต่อและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องตามระบบบริการสุขภาพ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการปฏิบัติงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ แม้ผลลัพธ์ในเบื้องต้นจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่สถานะสุขภาพในระยะยาวของมารดาและทารกยังคงต้องอยู่ภายใต้การติดตามดูแลทางการแพทย์ต่อไป ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนของครอบครัวหรือสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การเดินทางมาคลอดฉุกเฉินในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:31 UTC

ไทยยกระดับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย 'สถานีเบรก' ใหม่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยยกระดับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย 'สถานีเบรก' ใหม่

ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน (สคอ.) กำลังนำโครงการ 'สถานีเบรก' มาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเน้นทักษะการควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉินและการหลีกเลี่ยงการชน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยยกระดับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย 'สถานีเบรก' ใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยกระดับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย 'สถานีเบรก' ใหม่

ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน (สคอ.) กำลังนำโครงการ 'สถานีเบรก' มาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเน้นทักษะการควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉินและการหลีกเลี่ยงการชน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน (สคอ.) กำลังสนับสนุนให้มีการนำ 'สถานีเบรก' มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ระดับชาติ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้ขับขี่รายใหม่โดยเน้นทักษะการปฏิบัติจริง โดยมุ่งเน้นไปที่การควบคุมรถและความสามารถในการหลีกเลี่ยงการชนผ่านเทคนิคการเบรกที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนนยังคงเป็นข้อกังวลหลักในประเทศ การแนะนำสถานีทดสอบเฉพาะทางบ่งชี้ว่าหน่วยงานต่างๆ กำลังให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเพื่อลดอุบัติเหตุจราจร หากมีการบูรณาการเข้ากับหลักสูตรการสอบใบขับขี่อย่างเต็มรูปแบบ สิ่งนี้อาจนำไปสู่การมีผู้ขับขี่ที่เตรียมตัวมาดีขึ้นบนท้องถนนของไทย

แม้ว่า สคอ. จะกำลังส่งเสริมโครงการนี้อย่างแข็งขัน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการเปิดตัวทั่วประเทศและว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับผู้สมัครสอบใบขับขี่ทุกคนหรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่ต้องการสอบใบขับขี่ควรติดตามการอัปเดตจากกรมการขนส่งทางบกเพื่อรับประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การสอบ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการเพิ่มความปลอดภัยทางถนนผ่านการศึกษาผู้ขับขี่ที่ดีขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เหตุสลด พ่อจมน้ำเสียชีวิตในคลองที่พัทลุง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลด พ่อจมน้ำเสียชีวิตในคลองที่พัทลุง

คุณพ่อวัย 39 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำในคลองที่จังหวัดพัทลุง ระหว่างทางไปส่งลูกชายที่โรงเรียน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุสลด พ่อจมน้ำเสียชีวิตในคลองที่พัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลด พ่อจมน้ำเสียชีวิตในคลองที่พัทลุง

คุณพ่อวัย 39 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำในคลองที่จังหวัดพัทลุง ระหว่างทางไปส่งลูกชายที่โรงเรียน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดในพื้นที่อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ชายวัย 39 ปีเสียชีวิต จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าชายคนดังกล่าวได้ขับรถกระบะพาบุตรชายวัย 12 ปี จากอำเภอหาดใหญ่เพื่อไปส่งที่โรงเรียนในอำเภอควนขนุน ระหว่างทางได้จอดรถบริเวณริมถนนสายเอเชียใกล้กับคลองหนองหว้าเพื่อลงไปล้างหน้า

เมื่อผู้เป็นพ่อหายไปนานผิดปกติ ลูกชายจึงลงจากรถเพื่อออกตามหา จนกระทั่งพบรองเท้าของพ่อวางอยู่ริมคลอง จึงได้ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ ทีมกู้ภัยพัทลุงได้เข้าตรวจสอบและค้นหาภายในคลอง จนพบร่างของผู้เสียชีวิตจมอยู่ข้างท่อบล็อกระบายน้ำคอนกรีต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณแหล่งน้ำริมทาง แม้จะเป็นการจอดพักระหว่างการเดินทางตามปกติ ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของการพลัดตกน้ำยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขาชัยสน และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากแพทย์นิติเวช

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:36 UTC

เริ่มมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมในชุมชนเก่าจาน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เริ่มมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมในชุมชนเก่าจาน

กรมทรัพยากรน้ำได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 30 นิ้วในชุมชนเก่าจานเพื่อเสริมศักยภาพในการรับมือน้ำท่วม

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เริ่มมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมในชุมชนเก่าจาน

แหล่งข่าวเดียว
เริ่มมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมในชุมชนเก่าจาน

กรมทรัพยากรน้ำได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 30 นิ้วในชุมชนเก่าจานเพื่อเสริมศักยภาพในการรับมือน้ำท่วม

ความพยายามในการบรรเทาอุทกภัย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 30 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง ในชุมชนเก่าจาน การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าจานหรือนักท่องเที่ยว การติดตั้งอุปกรณ์นี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานท้องถิ่นกำลังเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์จะเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน แต่ผู้อยู่อาศัยควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าวควรทราบว่าฝนที่ตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบางจุด แม้ว่าการติดตั้งอุปกรณ์ในปัจจุบันจะมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าวก็ตาม

สถานะและการยืนยัน

ในขณะนี้ อุปกรณ์ดังกล่าวถูกติดตั้งไว้เพื่อช่วยในการระบายน้ำหากจำเป็น ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมหรือมีการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมเฉพาะสำหรับพื้นที่นี้หรือไม่ ผู้อยู่อาศัยควรติดตามช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของกรมทรัพยากรน้ำเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับการจัดการน้ำท่วมในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 02:56 UTC

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในไทย: คาดการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในไทย: คาดการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศ

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศทั่วประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในไทย: คาดการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในไทย: คาดการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศ

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศทั่วประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับทั่วประเทศ โดยนักพยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกเป็นวงกว้าง ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยคาดว่าจะมีปริมาณฝนครอบคลุมพื้นที่ถึงร้อยละ 70

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ โดยทางการได้ออกคำเตือนเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัย ในขณะเดียวกัน พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักเช่นกัน โดยมีความน่าจะเป็นของฝนอยู่ที่ร้อยละ 60 ทั่วทั้งภูมิภาค

สภาพอากาศเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่วางแผนการเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้ง เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นอย่างกะทันหัน แม้ว่าการพยากรณ์จะให้ภาพรวมของประเทศ แต่ผลกระทบในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันอย่างมากตามสภาพภูมิศาสตร์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าสภาพอากาศดังกล่าวจะคงอยู่เป็นระยะเวลานานเท่าใด และจะมีจังหวัดใดที่จำเป็นต้องใช้มาตรการอพยพฉุกเฉินหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 00:35 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงสถานะของระบบอากาศ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงสถานะของระบบอากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับกิจกรรมพายุที่อาจเกิดขึ้นจากเวียดนาม โดยยืนยันว่าระบบดังกล่าวยังคงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงสถานะของระบบอากาศ

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงสถานะของระบบอากาศ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ตอบสนองต่อความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับกิจกรรมพายุที่อาจเกิดขึ้นจากเวียดนาม โดยยืนยันว่าระบบดังกล่าวยังคงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกคำชี้แจงเกี่ยวกับรายงานที่เผยแพร่เกี่ยวกับระบบอากาศที่ก่อตัวขึ้นเหนือเวียดนามตอนบน รายงานเหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลในหมู่สาธารณชนว่าระบบดังกล่าวอาจพัฒนาเป็นพายุโซนร้อนและส่งผลกระทบต่อประเทศไทย

ตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ตามที่ Thai Post รายงาน ระบบอากาศดังกล่าวในปัจจุบันยังคงถูกจัดประเภทเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง คำชี้แจงของกรมฯ มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการและลดความวิตกกังวลของสาธารณชนที่เกิดจากข้อมูลเชิงคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่พายุจะพัดถล่มประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลอัปเดตนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยชี้แจงแนวโน้มทางอุตุนิยมวิทยาในปัจจุบัน แม้ว่าระบบจะถูกระบุว่าเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในขณะนี้ แต่สภาพอากาศอาจมีความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญคือผู้ที่อยู่ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาโดยตรง เนื่องจากเป็นหน่วยงานหลักในการพยากรณ์อากาศของประเทศ

ในขณะนี้ สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง การที่ระบบนี้จะพัฒนาต่อไปหรือสลายตัวไปนั้น ยังคงต้องได้รับการยืนยันจากการติดตามตรวจสอบทางอุตุนิยมวิทยาอย่างเป็นทางการ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวเชื่อถือแหล่งข้อมูลของรัฐบาลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว แทนที่จะเชื่อการคาดเดาบนโซเชียลมีเดีย เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาพอากาศในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 00:36 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 38 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 38 จังหวัด

ทางการได้แจ้งเตือน 38 จังหวัดให้เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจากฝนที่ตกหนัก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 38 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 38 จังหวัด

ทางการได้แจ้งเตือน 38 จังหวัดให้เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจากฝนที่ตกหนัก

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศโดยระบุว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากใน 38 จังหวัด ตามรายงานจาก Thai Post คาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของประเทศไทย นอกจากนี้ พยากรณ์อากาศยังระบุว่าภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้พื้นที่ภูเขา ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ความรุนแรงและระยะเวลาของฝนในแต่ละพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพอากาศในพื้นที่ก่อนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางผ่านเส้นทางภูเขา ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับการอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับคำสั่งอพยพหรือการปิดเส้นทางจราจรในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 23:36 UTC

นักศึกษา ปปร.30 หารือแนวทางลดฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

นักศึกษา ปปร.30 หารือแนวทางลดฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงราย

คณะนักศึกษาหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 เข้าพบหารือกับเจ้าหน้าที่จังหวัดเชียงราย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางที่ยั่งยืนในการลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

นักศึกษา ปปร.30 หารือแนวทางลดฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงราย

แหล่งข่าวเดียว
นักศึกษา ปปร.30 หารือแนวทางลดฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดเชียงราย

คณะนักศึกษาหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 เข้าพบหารือกับเจ้าหน้าที่จังหวัดเชียงราย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางที่ยั่งยืนในการลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 คณะนักศึกษาหลักสูตรสถาบันพระปกเกล้า รุ่นที่ 30 (ปปร.30) ได้จัดการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดของเชียงราย เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยคณะผู้แทนซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากทั้งภาครัฐและเอกชน ได้เข้าพบ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดในการหาทางออกระยะยาว

ประเด็นสำคัญในการหารือรวมถึงการดำเนินมาตรการเพื่อลดและงดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม การประชุมครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนสำหรับการจัดการคุณภาพอากาศ โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ได้ให้ข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อสนับสนุนการพัฒนาข้อเสนอดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดการกับปัญหาคุณภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ว่าการหารือจะเน้นไปที่นโยบายและกรอบความร่วมมือ แต่ยังไม่มีการสรุปการเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติการหรือกฎระเบียบใหม่ที่ชัดเจนจากการหารือนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเชียงรายต่อไป เพื่อดูว่ากลยุทธ์ที่นำเสนอจะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่คุณภาพอากาศมักมีความผันผวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 14:15 UTC

อพยพฉุกเฉินที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อพยพฉุกเฉินที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยทีมกู้ภัยกำลังเร่งอพยพผู้ป่วยออกจากพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อพยพฉุกเฉินที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

แหล่งข่าวเดียว
อพยพฉุกเฉินที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยทีมกู้ภัยกำลังเร่งอพยพผู้ป่วยออกจากพื้นที่

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุทันทีเพื่อควบคุมสถานการณ์และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ภายใน โดยภารกิจหลักในขณะนี้คือการเร่งอพยพผู้ป่วยออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อความปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้การบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลหยุดชะงักชั่วคราว ผู้ที่มีนัดหมายหรือผู้ที่ต้องการรับบริการทางการแพทย์ที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉินควรพิจารณาไปใช้บริการที่สถานพยาบาลอื่นจนกว่าทางโรงพยาบาลจะยืนยันว่าการดำเนินงานกลับสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้หลีกเลี่ยงพื้นที่โดยรอบโรงพยาบาลเพื่อให้รถฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างสะดวก

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้และความเสียหายทั้งหมดนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บหรือพื้นที่เฉพาะของโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากเปลวเพลิง ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะการให้บริการของโรงพยาบาลและความปลอดภัยของสถานที่น่าจะมีการแจ้งให้ทราบโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่และหน่วยกู้ภัยต่อไปตามสถานการณ์ที่พัฒนาขึ้น โปรดติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับฟังประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 11:35 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเรื่องฝนตกหนัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเรื่องฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 14 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับสภาพอากาศรุนแรงทั่วประเทศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเรื่องฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเรื่องฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 14 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับสภาพอากาศรุนแรงทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 14 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับฝนตกหนักถึงหนักมากที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ประกาศอย่างเป็นทางการนี้ถือเป็นคำเตือนสรุปในชุดการแจ้งเตือนปัจจุบันเกี่ยวกับรูปแบบฝนที่ตกหนักซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และสภาพการเดินทางที่ยากลำบากในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุว่านี่เป็นคำเตือนฉบับสุดท้ายสำหรับเหตุการณ์สภาพอากาศนี้ แต่ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาควรยังคงเฝ้าระวังต่อไป รูปแบบสภาพอากาศในภูมิภาคสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และหน่วยงานท้องถิ่นอาจยังคงออกประกาศอัปเดตหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับผลกระทบที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากฝนที่ตกหนัก

ในขณะนี้ ยังคงต้องยืนยันว่าผลกระทบที่หลงเหลืออยู่ของระบบสภาพอากาศนี้จะคงอยู่ในแต่ละจังหวัดนานเพียงใด ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางอย่างเป็นทางการของกรมอุตุนิยมวิทยาสำหรับการอัปเดตหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในพื้นที่ นอกจากนี้ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนเส้นทางที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักเมื่อเร็วๆ นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 10:36 UTC

โรแบร์โต เด แซร์บี เผยถึงปัญหาความฟิตของนักเตะท็อตแนม ฮอตสเปอร์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

โรแบร์โต เด แซร์บี เผยถึงปัญหาความฟิตของนักเตะท็อตแนม ฮอตสเปอร์

โรแบร์โต เด แซร์บี ผู้จัดการทีมท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องความฟิตของนักเตะในทีม แต่ยืนยันว่าทีมยังไม่ได้อยู่ในช่วงวิกฤต

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

โรแบร์โต เด แซร์บี เผยถึงปัญหาความฟิตของนักเตะท็อตแนม ฮอตสเปอร์

แหล่งข่าวเดียว
โรแบร์โต เด แซร์บี เผยถึงปัญหาความฟิตของนักเตะท็อตแนม ฮอตสเปอร์

โรแบร์โต เด แซร์บี ผู้จัดการทีมท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องความฟิตของนักเตะในทีม แต่ยืนยันว่าทีมยังไม่ได้อยู่ในช่วงวิกฤต

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 โรแบร์โต เด แซร์บี ผู้จัดการทีมท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ได้ออกมากล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับสภาพร่างกายของนักเตะในทีม โดยเด แซร์บี ยอมรับว่าทีมกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความฟิต ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังพูดถึง

แม้จะมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย แต่ผู้จัดการทีมยืนยันว่าทีมไม่ได้กำลังเผชิญกับ "ช่วงเวลาที่ยากลำบาก" หรือวิกฤตแต่อย่างใด เขายังคงมั่นใจในความสามารถของกลุ่มนักเตะในการจัดการกับภาระงานในปัจจุบันและทำผลงานได้ดีในการแข่งขันที่จะมาถึง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ติดตามฟุตบอลต่างประเทศ ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นภาพสถานะปัจจุบันของสโมสรในพรีเมียร์ลีก แม้ผู้จัดการทีมจะลดความสำคัญของสถานการณ์ลง แต่ผลกระทบของปัญหาความฟิตเหล่านี้ต่อผลงานของทีมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ายังคงต้องติดตามกันต่อไป แฟนบอลควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพร้อมของนักเตะและความคืบหน้าในการฟื้นฟูร่างกาย จนถึงขณะนี้ สโมสรยังไม่ได้ระบุถึงความกังวลระยะยาวเกี่ยวกับสุขภาพโดยรวมหรือสถานะการแข่งขันของทีม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 10:15 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเรื่องฝนตกหนัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเรื่องฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งส่งผลกระทบต่อ 4 ภาค รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยมีผลจนถึงวันที่ 13 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเรื่องฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเรื่องฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งส่งผลกระทบต่อ 4 ภาค รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดยมีผลจนถึงวันที่ 13 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 14 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับสภาพอากาศรุนแรงทั่วประเทศไทย ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่ามีการเตือนถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันออก นอกจากนี้ ภาคกลางตอนล่างรวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ฝั่งตะวันตกกำลังเผชิญกับฝนตกหนัก

สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมพาดผ่านภาคใต้ตอนบน อ่าวไทยตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในขณะเดียวกันมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงส่งผลกระทบต่อทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่าง

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชน ข้อควรระวังหลักคือความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ทางการแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก นอกจากนี้ คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำใกล้ชายฝั่งเวียดนามจะทวีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนตัวเข้าใกล้เวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 กันยายน ประชาชนควรติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่านี่จะเป็นประกาศเตือนฉบับสุดท้ายสำหรับเหตุการณ์นี้ แต่โอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาสำหรับผู้ที่วางแผนการเดินทางหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 10:15 UTC

การบริจาคอวัยวะช่วยต่อชีวิตผู้ป่วย 5 ราย หลังอุบัติเหตุสลดที่เพชรบูรณ์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การบริจาคอวัยวะช่วยต่อชีวิตผู้ป่วย 5 ราย หลังอุบัติเหตุสลดที่เพชรบูรณ์

ชายวัย 40 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มจนสมองตาย ได้บริจาคอวัยวะเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะได้ถึง 5 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การบริจาคอวัยวะช่วยต่อชีวิตผู้ป่วย 5 ราย หลังอุบัติเหตุสลดที่เพชรบูรณ์

แหล่งข่าวเดียว
การบริจาคอวัยวะช่วยต่อชีวิตผู้ป่วย 5 ราย หลังอุบัติเหตุสลดที่เพชรบูรณ์

ชายวัย 40 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มจนสมองตาย ได้บริจาคอวัยวะเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะได้ถึง 5 ราย

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้มอบประกาศเกียรติคุณและหรีดเคารพศพจากสภากาชาดไทยให้แก่ครอบครัวของนายมาร์วิน อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อยกย่องในความเสียสละครั้งสุดท้าย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายมาร์วินถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์หลังจากประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มในพื้นที่เขาค้อจนมีภาวะเลือดออกในสมอง แม้แพทย์จะให้การรักษาอย่างเต็มที่แต่ต่อมาผู้ป่วยมีภาวะสมองตาย

หลังจากเสียชีวิต ครอบครัวได้ตัดสินใจทำตามความประสงค์ของนายมาร์วินที่เคยแจ้งไว้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ว่าจะบริจาคอวัยวะ ทีมแพทย์สามารถนำกระจกตา ไต และลิ้นหัวใจไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นที่รอรับการปลูกถ่ายได้ถึง 5 ชีวิต โดย นพ.ศิริชัย สรธัชธำรง รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เป็นผู้แทนมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ญาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการขาดแคลนผู้บริจาคอวัยวะในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายไตเพียงอย่างเดียวเกือบ 1 หมื่นราย แม้การบริจาคครั้งนี้จะสร้างความหวังให้กับผู้ป่วย แต่บุคลากรทางการแพทย์ยังคงรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการลงทะเบียนบริจาคอวัยวะ ทั้งนี้ยังต้องติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยทั้ง 5 รายต่อไป เรื่องราวนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของโครงการบริจาคอวัยวะในระบบสาธารณสุขไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 04:15 UTC

ยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟโทคาจิสู่ระดับ 3
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟโทคาจิสู่ระดับ 3

ทางการญี่ปุ่นยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟโทคาจิในฮอกไกโดสู่ระดับ 3 เนื่องจากกิจกรรมทางแผ่นดินไหวที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงที่อาจเกิดการปะทุ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟโทคาจิสู่ระดับ 3

แหล่งข่าวเดียว
ยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟโทคาจิสู่ระดับ 3

ทางการญี่ปุ่นยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟโทคาจิในฮอกไกโดสู่ระดับ 3 เนื่องจากกิจกรรมทางแผ่นดินไหวที่เพิ่มขึ้นและความเสี่ยงที่อาจเกิดการปะทุ

ตามรายงานจาก Khaosod Online ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่นเมืองซัปโปโระ ระดับการเตือนภัยสำหรับภูเขาไฟโทคาจิในฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ได้ถูกยกระดับขึ้นสู่ระดับ 3 จากทั้งหมด 5 ระดับ การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการตรวจพบกิจกรรมทางแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใกล้กับภูเขาไฟที่มีความสูง 2,077 เมตรแห่งนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม

เจ้าหน้าที่ได้จำกัดการเข้าถึงพื้นที่ดังกล่าว โดยเตือนว่าการปะทุอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในรัศมีประมาณ 3 กิโลเมตรรอบปากปล่องภูเขาไฟ มีความเสี่ยงที่เถ้าถ่านและหินภูเขาไฟขนาดเล็กอาจส่งผลกระทบต่อเมืองใกล้เคียง ได้แก่ ฟูราโนะ, บิเอะ, คามิฟูราโนะ, มินามิฟูราโนะ และชินโตกุ มีคำสั่งอพยพสำหรับพื้นที่บ่อน้ำพุร้อนฟูคิอาเกะและบริเวณใกล้เคียงบ่อน้ำพุร้อนโทคาจิดาเกะ ซึ่งทั้งสองแห่งตั้งอยู่ในเขตอันตรายรัศมี 3 กิโลเมตร ส่งผลให้ที่พักและบ่อน้ำพุร้อนฮากุกินโซต้องปิดให้บริการชั่วคราว แม้ว่าเรียวกังเรียวอุงกากุจะยังคงเปิดให้บริการ แต่ฝ่ายบริหารได้แนะนำให้ลูกค้าที่เป็นผู้สูงอายุอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลท้องถิ่นและเขตพื้นที่ห้ามเข้าอย่างเคร่งครัด แม้ว่าระดับการเตือนภัยจะบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการปะทุ แต่ช่วงเวลาที่แน่นอนและขนาดของกิจกรรมทางภูเขาไฟที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นและหน่วยงานท้องถิ่นก่อนวางแผนการเดินทางไปยังบริเวณใกล้เคียงภูเขาไฟโทคาจิ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 02:56 UTC

พยากรณ์อากาศไทย: คาดการณ์ฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก (13–18 ก.ย. 2569)
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พยากรณ์อากาศไทย: คาดการณ์ฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก (13–18 ก.ย. 2569)

กรมอุตุนิยมวิทยาออกพยากรณ์อากาศ 7 วัน เตือนให้ระวังฝนที่เพิ่มขึ้นและอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 18 กันยายน 2569

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พยากรณ์อากาศไทย: คาดการณ์ฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก (13–18 ก.ย. 2569)

แหล่งข่าวเดียว
พยากรณ์อากาศไทย: คาดการณ์ฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก (13–18 ก.ย. 2569)

กรมอุตุนิยมวิทยาออกพยากรณ์อากาศ 7 วัน เตือนให้ระวังฝนที่เพิ่มขึ้นและอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 18 กันยายน 2569

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจที่อ้างอิงข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทยคาดว่าจะเผชิญกับปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 13 ถึง 18 กันยายน 2569 โดยพยากรณ์ระบุว่าบางพื้นที่จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงเวลาดังกล่าว

สภาพอากาศนี้เกิดจากร่องมรสุมที่เลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และทอดยาวไปยังหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง สำหรับผู้ที่อาศัยและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร คาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดฝนตกอยู่ที่ประมาณ 60% ถึง 80%

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในบางพื้นที่หรือส่งผลกระทบต่อการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้ข้อมูลคาดการณ์นี้แล้ว แต่ความรุนแรงที่แน่ชัดและผลกระทบทางภูมิศาสตร์ของฝนยังคงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบแหล่งข่าวท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลล่าสุดก่อนออกเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 13 กันยายน 2026, 01:15 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงทั่วประเทศไทย โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงทั่วประเทศไทย โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศเกี่ยวกับสภาพอากาศที่รุนแรง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศ

สภาพอากาศดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบาง คำเตือนนี้รวมถึงกรุงเทพมหานครอย่างชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ว่าเขตเมืองก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ได้เช่นกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทาง ไฟฟ้าดับ และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ผู้ที่วางแผนการเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง

ในขณะนี้ ระยะเวลาที่แน่นอนของระบบสภาพอากาศนี้และภูมิภาคที่จะเผชิญกับความรุนแรงของฝนสูงสุดยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางการยังไม่ได้กำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะยกเลิกการแจ้งเตือนเมื่อใด ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตด้านความปลอดภัยและคำแนะนำฉุกเฉินแบบเรียลไทม์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 00:35 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากเป็นเวลา 24 ชั่วโมงในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมากเป็นเวลา 24 ชั่วโมงในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศโดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตามรายงานระบุว่าภาคตะวันออกและภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ นอกจากนี้ พยากรณ์อากาศยังระบุว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนดังกล่าวด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ ทัศนวิสัยบนท้องถนนลดลง และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้งหรือตารางการเดินทาง ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงฤดูมรสุมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุพื้นที่เสี่ยงภัยไว้แล้ว แต่ความรุนแรงและช่วงเวลาที่แน่นอนของฝนในแต่ละเขตยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนวางแผนการเดินทางผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้ประกาศเตือนครอบคลุมระยะเวลา 24 ชั่วโมงนับจากที่มีการประกาศ จำเป็นต้องมีการติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อประเมินว่าสภาพอากาศดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไปเกินกว่าช่วงเวลาที่พยากรณ์ไว้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 23:55 UTC