ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม เปิดตัววัตถุมงคลชุด 'ชินบัญชร' เพื่อสมทบทุนสร้างพระธาตุพนมจำลองที่วัดคอนสาย ✦
วัฒนธรรม รำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาล หลวงปู่แดง สีลวันโต ✦
การเมือง ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ✦
กฎหมาย นายกเทศมนตรีหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่เตรียมรื้อถอน ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลเตรียมพิจารณางบกลางฉุกเฉินเติมสภาพคล่องกองทุน กยศ. ✦
กีฬา สิงห์เจ้าท่าแยกทาง 'โค้ชอู๊ด' กุนซือใหญ่ของทีม ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม ✦
เทคโนโลยี Cybersec Asia Meet-up #1 เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ พร้อมประกาศจัดงาน Asia Technology Week 2027 ✦
กีฬา นักปั่นสาวไทยลงแข่งขันจักรยานเสือภูเขาในเอเชียนเกมส์ ✦
การเมือง กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลระงับโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ✦
วัฒนธรรม

เปิดตัววัตถุมงคลชุด 'ชินบัญชร' เพื่อสมทบทุนสร้างพระธาตุพนมจำลองที่วัดคอนสาย

แหล่งข่าวเดียว
เปิดตัววัตถุมงคลชุด 'ชินบัญชร' เพื่อสมทบทุนสร้างพระธาตุพนมจำลองที่วัดคอนสาย

มีการจัดสร้างวัตถุมงคลชุดใหม่เพื่อระดมทุนในการประดิษฐานพระธาตุพนมจำลอง ณ วัดคอนสาย จังหวัดยโสธร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทีมงาน 'มังกรทรัพย์มงคล' ได้รับอนุญาตให้จัดสร้างวัตถุมงคลชุด 'พระสมเด็จชินบัญชร รุ่นเจ้าสัวพันล้าน' เพื่อเป็นที่ระลึกในการเททองหล่อองค์พระธาตุพนมจำลอง ซึ่งเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธในจังหวัดนครพนม

วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการนำเงินรายได้ไปใช้ในการประดิษฐานพระธาตุพนมจำลองที่วัดคอนสาย อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่ถิน จันทรธัมโม พระเกจิอาจารย์วัย 109 ปี จำพรรษาอยู่

วัตถุมงคลชุดนี้จัดสร้างขึ้นในพิมพ์ 3 ชั้น และพิมพ์ 9 ชั้น โดยมีทั้งหมด 4 แบบในจำนวนจำกัด การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากพระธาตุพนมจำลอง 11 องค์ที่เคยถวายให้แก่วัดคอนสาย สำหรับนักสะสมและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมพุทธศาสนาไทย ทางโครงการได้จัดรายการลุ้นเนื้อและลุ้นพิมพ์ โดยมีจำนวนการผลิตตั้งแต่ 250 ถึง 1,000 องค์ต่อรายการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในประเพณีทางจิตวิญญาณของไทย การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการสืบสานการสร้างวัตถุมงคลเพื่อสนับสนุนการทำนุบำรุงวัดวาอาราม แม้ว่าจะมีการประกาศรายละเอียดการผลิตออกมาแล้ว แต่ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบความถูกต้องและช่องทางการจัดจำหน่ายโดยตรงผ่านทางวัดหรือคณะกรรมการจัดสร้าง เนื่องจากรายละเอียดเกี่ยวกับความพร้อมในการจำหน่ายยังคงขึ้นอยู่กับแผนการดำเนินงานของผู้จัดทำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:17 UTC

วัฒนธรรม

รำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาล หลวงปู่แดง สีลวันโต

แหล่งข่าวเดียว
รำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาล หลวงปู่แดง สีลวันโต

ประเทศไทยน้อมรำลึกถึงเกียรติคุณของหลวงปู่แดง สีลวันโต พระเถระผู้เป็นที่เคารพจากจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีอายุยืนยาวถึง 102 ปี

ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ประเทศไทยน้อมรำลึกครบรอบ 123 ปี ชาตกาลของพระสุมังคลาจารย์ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนาม หลวงปู่แดง สีลวันโต ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดศิริวราวาส ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

หลวงปู่แดง ซึ่งมีนามเดิมว่า แดง กอบไกร เกิดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2446 เป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในชุมชนชาวพุทธไทย ท่านเคยดำรงตำแหน่งทางสงฆ์ที่สำคัญหลายตำแหน่ง รวมถึงที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าคณะอำเภอกันทรลักษ์ ท่านได้รับสมญานามว่า 'เจ้าคุณปู่' จากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) แห่งวัดสระเกศ

ด้วยอายุขัยที่ยืนยาวถึง 102 ปี หลวงปู่แดงยังคงเป็นบุคคลสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์ทางศาสนาและประเพณีท้องถิ่นของไทย เรื่องราวชีวิตของท่านซึ่งเริ่มต้นจากการบรรพชาเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2463 ยังคงได้รับการยกย่องจากลูกศิษย์จำนวนมากทั่วประเทศ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การรำลึกครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งที่มีต่อพระเถระผู้มีอายุยืนในพื้นที่ชนบทของไทย แม้ว่าวันครบรอบจะเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกสำหรับผู้ศรัทธา แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับพิธีรำลึกสาธารณะที่วัดศิริวราวาสนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางวัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:17 UTC

การเมือง

ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

พรรคฝ่ายค้านกำลังสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยคาดว่าจะยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้าน ประกาศว่าพรรคกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการร่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านอ้างว่าได้รวบรวมหลักฐานสำคัญและตั้งใจที่จะมุ่งเน้นการตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมถึงอิทธิพลภายนอกที่ถูกกล่าวหา ซึ่งพวกเขาเรียกว่า "ระบอบสีน้ำเงิน"

คาดว่าญัตติดังกล่าวจะถูกยื่นต่อรัฐสภาไทยอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม ฝ่ายค้านยืนยันว่าข้อมูลที่รวบรวมได้นั้นมีความครอบคลุมและจะท้าทายความซื่อสัตย์และความโปร่งใสในการดำเนินงานของรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าขั้นตอนทางรัฐสภาเหล่านี้จะเป็นกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติ แต่อาจนำไปสู่การอภิปรายในที่สาธารณะที่เข้มข้นขึ้นหรือการชุมนุมทางการเมืองได้ ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของหลักฐานและวันที่ที่แน่นอนในการยื่นต่อสภาฯ ยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการของรัฐสภาและการชุมนุมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่การอภิปรายดำเนินไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:15 UTC

กฎหมาย

นายกเทศมนตรีหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่เตรียมรื้อถอน ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์

แหล่งข่าวเดียว
นายกเทศมนตรีหัวหินลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่เตรียมรื้อถอน ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์

นายกเทศมนตรีหัวหินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร 15 แห่งที่มีกำหนดการรื้อถอน หลังจากเจ้าของอาคารได้คัดค้านโดยอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายกเทศมนตรีเมืองหัวหินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารจำนวน 15 แห่งที่อยู่ในแผนการรื้อถอน เพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนดำเนินการตามกำหนดการ อย่างไรก็ตาม กระบวนการรื้อถอนต้องเผชิญกับการคัดค้านอย่างหนักจากเจ้าของอาคารที่ได้ยื่นคัดค้านการดำเนินการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าของอาคารกำลังโต้แย้งคำสั่งรื้อถอนโดยอ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินของตน โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิ์ทางกฎหมายเหนือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้แผนการของเทศบาลต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่หัวหิน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงข้อพิพาททางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและการบังคับใช้กฎหมายของเทศบาล แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวยังคงสามารถเข้าถึงได้ แต่การมีอยู่ของอาคารที่มีข้อพิพาทเหล่านี้อาจนำไปสู่การจำกัดพื้นที่ชั่วคราวหรือกิจกรรมการก่อสร้างในอนาคต ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของกระบวนการตรวจสอบกรรมสิทธิ์

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะดำเนินการตามกำหนดการรื้อถอนอย่างไรในระหว่างที่ข้อเรียกร้องของเจ้าของอาคารอยู่ระหว่างการพิจารณา ทางเทศบาลยังไม่ได้ประกาศกำหนดการใหม่สำหรับการรื้อถอนอาคาร และสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สินดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามข่าวสารในพื้นที่เพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่หรือข้อบังคับของเทศบาลในบริเวณใกล้เคียง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:15 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลเตรียมพิจารณางบกลางฉุกเฉินเติมสภาพคล่องกองทุน กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเตรียมพิจารณางบกลางฉุกเฉินเติมสภาพคล่องกองทุน กยศ.

เจ้าหน้าที่รัฐเตรียมเสนอของบกลางฉุกเฉิน 1.2 พันล้านบาท เพื่อเติมสภาพคล่องให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายภราดรและนายเอกนิติ เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย ได้หารือเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยเจ้าหน้าที่กำลังเตรียมเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อขออนุมัติงบกลางฉุกเฉินจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องภายในกองทุน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาของไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการรักษาการดำเนินงานของโครงการเงินกู้ ซึ่งให้การสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากทั่วประเทศ การจัดสรรงบประมาณที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับกระแสเงินสดของกองทุน เพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือทางการเงินจะยังคงมีให้แก่ผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับทุน

ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการรอการพิจารณาอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรี โดยยังต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการอนุมัติงบประมาณ 1.2 พันล้านบาทตามที่ร้องขอหรือไม่ หรือจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมในการเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอผลการประชุมในวันที่ 29 กันยายน เพื่อประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการดำเนินงานของกองทุน ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางการเงินระยะยาวของ กยศ. ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

กีฬา

สิงห์เจ้าท่าแยกทาง 'โค้ชอู๊ด' กุนซือใหญ่ของทีม

แหล่งข่าวเดียว
สิงห์เจ้าท่าแยกทาง 'โค้ชอู๊ด' กุนซือใหญ่ของทีม

สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี ในไทยลีก 1 ประกาศแยกทางกับ 'โค้ชอู๊ด' หัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่างเป็นทางการ พร้อมยกย่องผลงานในฐานะกุนซือประวัติศาสตร์ของสโมสร

การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสิงห์เจ้าท่า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี (สิงห์เจ้าท่า) ในไทยลีก 1 ได้ประกาศแยกทางกับหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่รู้จักกันในชื่อ 'โค้ชอู๊ด' อย่างเป็นทางการ โดยทางสโมสรได้ออกแถลงการณ์แสดงความขอบคุณสำหรับการทำหน้าที่ของเขา พร้อมทั้งยกย่องบทบาทของเขาในฐานะบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสโมสร

ผลกระทบต่อแฟนบอลและผู้อยู่อาศัย

สำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย โดยการท่าเรือ เอฟซี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร มีฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่น การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำมักส่งผลต่อแนวทางการเล่นและผลงานของทีมในการแข่งขันนัดต่อๆ ไป ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศในสนามแพทสเตเดียมระหว่างการแข่งขันในบ้าน แฟนบอลและผู้ที่ติดตามไทยลีกควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ที่จะมารับหน้าที่แทนต่อไป

สถานะของการเปลี่ยนแปลง

แม้ว่าสโมสรจะยืนยันการแยกทางแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลที่แน่ชัดของการลาออกหรือรายชื่อทีมงานผู้ฝึกสอนชั่วคราวยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แฟนบอลสามารถติดตามความคืบหน้าเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางสื่อสารหลักของสโมสรในระหว่างที่ฤดูกาลยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดท่ามกลางความกังวลเรื่องน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยายังรับมือได้ แต่พื้นที่ฝั่งตะวันออกยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยืนยันว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ โดยทางกรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำในคลองต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่ง

แม้ว่าริมฝั่งแม่น้ำจะยังคงมีความมั่นคง แต่ผู้ว่าฯ เน้นย้ำว่าสถานการณ์ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองยังคงเป็นจุดที่น่ากังวล ทางการระบุว่าพื้นที่เหล่านี้ยังไม่ถือว่าปลอดภัยอย่างเต็มที่ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยทางเมืองกำลังให้ความสำคัญกับการติดตามพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าแม้พื้นที่ริมน้ำใจกลางเมืองจะยังคงมั่นคงในขณะนี้ แต่อาจยังคงมีน้ำท่วมขังเฉพาะจุดหรือปัญหาการระบายน้ำเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในเขตฝั่งตะวันออก ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หากคุณกำลังวางแผนเดินทางหรือพำนักอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวจากปริมาณน้ำในปัจจุบันยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินสภาพอากาศและการระบายน้ำจากทางตอนบนอย่างต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้นกับการคมนาคมหรือโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ลุ่มต่ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

เทคโนโลยี

Cybersec Asia Meet-up #1 เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ พร้อมประกาศจัดงาน Asia Technology Week 2027

แหล่งข่าวเดียว
Cybersec Asia Meet-up #1 เจาะลึกความปลอดภัยไซเบอร์ภาครัฐ พร้อมประกาศจัดงาน Asia Technology Week 2027

VNU Asia Pacific จัดงาน Cybersec Asia Meet-up ครั้งแรกในกรุงเทพฯ โดยเน้นไปที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภาครัฐ และประกาศเตรียมจัดงาน Asia Technology Week 2027

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 VNU Asia Pacific ได้จัดงาน 'Cybersec Asia Meet-up #1' ขึ้นเป็นครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร งานนี้เป็นเวทีสำหรับการหารือเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญซึ่งภาคส่วนรัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมารวมตัวกันเพื่ออภิปรายถึงภูมิทัศน์ของภัยคุกคามทางดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป และความสำคัญของการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

ในระหว่างการประชุม ผู้จัดงานได้ประกาศเปิดตัวงาน 'Asia Technology Week 2027' อย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่างานที่จะจัดขึ้นในอนาคตนี้จะช่วยสำรวจความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและโซลูชันด้านความปลอดภัยในภูมิภาคให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพัฒนานี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของความปลอดภัยทางดิจิทัลในภาครัฐ ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรฐานการปกป้องข้อมูลที่ดียิ่งขึ้นสำหรับบริการที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ในขณะที่ประเทศยังคงดำเนินการเปลี่ยนผ่านกระบวนการบริหารจัดการสู่ระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ความคิดริเริ่มดังกล่าวถือเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสมบูรณ์ของระบบ

แม้ว่าการประกาศนี้จะยืนยันถึงความตั้งใจที่จะจัดงาน Asia Technology Week 2027 แต่รายละเอียดเกี่ยวกับวันที่ สถานที่ และกำหนดการทั้งหมดสำหรับงานในปี 2570 ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป ผู้ที่สนใจในจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีและนโยบายสาธารณะควรติดตามการอัปเดตจาก VNU Asia Pacific เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมและตารางกิจกรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

กีฬา

นักปั่นสาวไทยลงแข่งขันจักรยานเสือภูเขาในเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักปั่นสาวไทยลงแข่งขันจักรยานเสือภูเขาในเอเชียนเกมส์

ปิ่นภัค เชียงสวน และ พรพักตร์ ประโพธิ์ทัง สองนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรีหญิง ในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอสคันทรีหญิงในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จัดขึ้นที่โอเอตะ ริวกูชิ พาร์ค เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นการแข่งขันระยะทาง 28 กิโลเมตร จำนวน 6 รอบ ซึ่งมีนักกีฬาไทยคือ “เฟส” ปิ่นภัค เชียงสวน และ “เค้ก” พรพักตร์ ประโพธิ์ทัง ลงชิงชัย

มร.โรเบิร์ต เฮอร์เบอร์ จูเนียร์ ผู้ฝึกสอนระบุว่า การแข่งขันรายการนี้มีนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 16 คน จาก 9 ชาติ สนามแข่งขันมีความยากและต้องใช้ทักษะทางเทคนิค รวมถึงกำลังกายอย่างมาก ส่งผลให้มีนักกีฬาเพียง 6 คนเท่านั้นที่สามารถแข่งขันจนครบทั้ง 6 รอบ ส่วนอีก 10 คนไม่สามารถแข่งขันจนจบการแข่งขันได้ โดยปิ่นภัค เชียงสวน ทำผลงานจบในอันดับที่ 13

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจด้านกีฬา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความยากของสนามแข่งขันจักรยานเสือภูเขาระดับอาชีพในญี่ปุ่น แม้ผลการแข่งขันจะสรุปออกมาแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับอุปสรรคทางเทคนิคที่ทำให้มีนักกีฬาจำนวนมากไม่สามารถแข่งจนจบได้นั้น ยังคงเป็นประเด็นที่กลุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาจักรยานให้ความสนใจ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงมาตรฐานอันเข้มงวดของกีฬาเอเชียนเกมส์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่นักกีฬาทุกคนต้องมีในการแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:03 UTC

การเมือง

กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลระงับโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลระงับโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท

นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อขอให้ระงับโครงการผันน้ำยวมที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียง โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการใช้พื้นที่ป่า

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 กลุ่มนักเคลื่อนไหวได้ยื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้มีการหยุดโครงการผันน้ำยวมมูลค่า 7 หมื่นล้านบาทโดยทันที นอกจากนี้ ผู้ร้องเรียนยังเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิกถอนหรือระงับใบอนุญาตใดๆ ที่เคยออกให้สำหรับการใช้พื้นที่ป่าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่มาเยือนระยะยาว โครงการนี้ยังคงเป็นประเด็นความขัดแย้งที่สำคัญเนื่องจากผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นที่ป่าอนุรักษ์และระบบนิเวศในท้องถิ่น แผนการผันน้ำดังกล่าวเป็นที่ถกเถียงกันมานานเนื่องจากขนาดของโครงการและความเสี่ยงทางนิเวศวิทยาที่อาจส่งผลกระทบต่อภูมิภาค

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้อย่างไร ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการระงับโครงการหรือการทบทวนใบอนุญาตการใช้พื้นที่ป่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอคอยว่าฝ่ายบริหารจะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือหยุดกิจกรรมการก่อสร้างในระหว่างที่พิจารณาข้อกังวลของกลุ่มนักเคลื่อนไหวหรือไม่ สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้ที่สนใจสถานะของโครงการควรติดตามการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:16 UTC

การดำเนินงานป้องกันน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การดำเนินงานป้องกันน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี

กรมทรัพยากรน้ำกำลังบริหารจัดการระดับน้ำและเดินเครื่องสูบน้ำระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำวัดเสนาวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การดำเนินงานป้องกันน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี

แหล่งข่าวเดียว
การดำเนินงานป้องกันน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานี

กรมทรัพยากรน้ำกำลังบริหารจัดการระดับน้ำและเดินเครื่องสูบน้ำระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำวัดเสนาวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี

สถานการณ์ปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำรายงานว่าส่วนเครื่องกลกำลังติดตามสถานการณ์น้ำและดำเนินงานป้องกันน้ำท่วมที่ประตูระบายน้ำวัดเสนาวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี โดยเจ้าหน้าที่กำลังเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อบริหารจัดการการไหลของน้ำและลดผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในพื้นที่

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางผ่านจังหวัดอุบลราชธานี กิจกรรมนี้บ่งชี้ว่าระดับน้ำในพื้นที่กำลังถูกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม แม้ว่าการเดินเครื่องสูบน้ำจะเป็นมาตรการป้องกันตามปกติ แต่ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ใกล้แม่น้ำมูลหรือพื้นที่ลุ่มต่ำควรตรวจสอบสภาพถนนในพื้นที่ เนื่องจากกิจกรรมการบริหารจัดการน้ำอาจส่งผลให้มีการเบี่ยงเส้นทางการจราจรชั่วคราวหรือจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำในบางช่วงเวลา

สถานะและแนวโน้ม

ณ ข้อมูลล่าสุด กรมทรัพยากรน้ำยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าประตูระบายน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการสูบน้ำจะดำเนินต่อไปนานเท่าใดและจะมีพื้นที่อื่นในจังหวัดที่ต้องการการแทรกแซงในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับระดับน้ำและข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 02:36 UTC

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'One Map น้ำ' เพื่อยกระดับการเตือนภัยพิบัติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'One Map น้ำ' เพื่อยกระดับการเตือนภัยพิบัติ

4 หน่วยงานรัฐลงนาม MOU บูรณาการข้อมูลน้ำเข้าสู่ระบบ 'One Map' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือภัยพิบัติและระบบเตือนภัยล่วงหน้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'One Map น้ำ' เพื่อยกระดับการเตือนภัยพิบัติ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการ 'One Map น้ำ' เพื่อยกระดับการเตือนภัยพิบัติ

4 หน่วยงานรัฐลงนาม MOU บูรณาการข้อมูลน้ำเข้าสู่ระบบ 'One Map' เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือภัยพิบัติและระบบเตือนภัยล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในประเทศไทย ในพิธีที่ทำเนียบรัฐบาล ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา, สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA), สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่

โครงการนี้มีชื่อว่า 'One Map น้ำ' โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายให้มาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวที่เข้าถึงได้ง่าย โครงการมุ่งเน้นการสร้างแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์เพื่อแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับน้ำท่วมและภัยพิบัติทางน้ำอื่นๆ รองนายกรัฐมนตรีระบุว่าโครงการนี้เกิดขึ้นจากการลงพื้นที่รับมืออุทกภัยในจังหวัดน่าน ซึ่งพบช่องว่างสำคัญในการประสานงานด้านข้อมูล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากจะช่วยให้ได้รับข้อมูลแจ้งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมที่แม่นยำและทันท่วงทีมากขึ้น การรวมศูนย์ข้อมูลจะช่วยให้รัฐบาลสามารถเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการตอบสนองต่อภัยพิบัติ แม้ว่ากรอบความร่วมมือจะถูกจัดตั้งขึ้นแล้ว แต่กำหนดการเปิดใช้งานแดชบอร์ดสำหรับสาธารณะและรายละเอียดกระบวนการทางเทคนิคยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ทางการเน้นย้ำว่าโครงการนี้เป็นภารกิจสำคัญเพื่อสร้างความคุ้มครองที่ครอบคลุมให้กับประชาชนในช่วงเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 07:12 UTC

ทางการไทยเปิดตัว 'One Map น้ำ' รวมศูนย์ข้อมูลเตือนภัยน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเปิดตัว 'One Map น้ำ' รวมศูนย์ข้อมูลเตือนภัยน้ำท่วม

4 หน่วยงานรัฐเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบรวมศูนย์เพื่อประสานข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและเพิ่มความแม่นยำในการรับมือภัยพิบัติ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการไทยเปิดตัว 'One Map น้ำ' รวมศูนย์ข้อมูลเตือนภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเปิดตัว 'One Map น้ำ' รวมศูนย์ข้อมูลเตือนภัยน้ำท่วม

4 หน่วยงานรัฐเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบรวมศูนย์เพื่อประสานข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและเพิ่มความแม่นยำในการรับมือภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเปิดตัว 'One Map น้ำ' ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือภายใต้การนำของยศชนันและบุณย์ธิดา โครงการนี้เป็นการบูรณาการทรัพยากรจาก 4 หน่วยงานรัฐหลักเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องของข้อมูลการบริหารจัดการน้ำระหว่างหน่วยงานที่มีมาอย่างยาวนาน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การพัฒนาที่สำคัญคือการเปิดตัวแดชบอร์ดแบบรวมศูนย์ที่ออกแบบมาเพื่อแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมแบบเรียลไทม์และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ในอดีตความคลาดเคลื่อนของข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทำให้การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติมีความซับซ้อน การรวบรวมข้อมูลนี้จะช่วยให้รัฐบาลมีแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากขึ้นในการติดตามระดับน้ำและประเมินความเสี่ยงจากอุทกภัย

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อขจัด 'จุดตาย' ในการรายงานข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าการแจ้งเตือนฉุกเฉินตั้งอยู่บนแหล่งข้อมูลเดียวที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว แม้ว่าแดชบอร์ดนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการแจ้งเตือนภัย แต่ยังคงต้องติดตามว่าระบบนี้จะบูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานการแจ้งเตือนในระดับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดในช่วงที่เกิดสภาพอากาศรุนแรง นักท่องเที่ยวควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการใช้งานจริงและความน่าเชื่อถือของแดชบอร์ดใหม่นี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 07:11 UTC

บีบอส ศศกฤช ดาวรุ่งดวงใหม่เผยถึงบทบาทในซีรีส์ 'CLASS CRUSH CRISIS'
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

บีบอส ศศกฤช ดาวรุ่งดวงใหม่เผยถึงบทบาทในซีรีส์ 'CLASS CRUSH CRISIS'

นักแสดงหนุ่ม บีบอส ศศกฤช แบ่งปันเส้นทางจากนักแสดงโขนสู่บทบาทแจ้งเกิดในซีรีส์ยอดฮิต 'CLASS CRUSH CRISIS'

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

บีบอส ศศกฤช ดาวรุ่งดวงใหม่เผยถึงบทบาทในซีรีส์ 'CLASS CRUSH CRISIS'

แหล่งข่าวเดียว
บีบอส ศศกฤช ดาวรุ่งดวงใหม่เผยถึงบทบาทในซีรีส์ 'CLASS CRUSH CRISIS'

นักแสดงหนุ่ม บีบอส ศศกฤช แบ่งปันเส้นทางจากนักแสดงโขนสู่บทบาทแจ้งเกิดในซีรีส์ยอดฮิต 'CLASS CRUSH CRISIS'

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand นักแสดงหนุ่ม บีบอส ศศกฤช ได้รับความสนใจอย่างมากจากการรับบทเป็น 'ยูกิ' ในซีรีส์เรื่อง 'CLASS CRUSH CRISIS เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ' โดยศศกฤชซึ่งเริ่มฝึกฝนการแสดงโขนมาตั้งแต่สมัยประถมศึกษา กล่าวว่าประสบการณ์บนเวทีในวัยเด็กมีส่วนช่วยให้เขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

ในความคิดเห็นล่าสุด ศศกฤชได้แสดงความขอบคุณไปยังพี่ฉอดและพี่เอส ผู้จัดละครที่มอบโอกาสให้เขาได้ร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ โดยระบุว่ากระแสตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้กับทีมงานทุกคน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงบันเทิงไทยที่กำลังเติบโต ความสำเร็จของซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่นักแสดงรุ่นใหม่หันมาเปลี่ยนผ่านจากพื้นฐานศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมสู่บทบาทในโทรทัศน์สมัยใหม่

แม้ว่านักแสดงหนุ่มจะแสดงความกระตือรือร้นต่อโปรเจกต์นี้และการสนับสนุนที่ได้รับจากทีมงาน แต่ผลกระทบในระยะยาวของซีรีส์เรื่องนี้ต่อเส้นทางอาชีพของเขายังคงต้องติดตามต่อไป แฟนๆ ของวงการบันเทิงท้องถิ่นอาจคอยติดตามผลงานในอนาคตของเขา ในขณะที่เขาพยายามสร้างสมดุลระหว่างพื้นฐานด้านศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมกับโอกาสในการแสดงสมัยใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 07:13 UTC

ทดสอบ Honda City HEV รุ่น V รุ่นเริ่มต้น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทดสอบ Honda City HEV รุ่น V รุ่นเริ่มต้น

Khaosod Online ประเมินรถยนต์ Honda City HEV รุ่น V รุ่นเริ่มต้น โดยเน้นที่สมรรถนะหลักและความปลอดภัยมากกว่าฟังก์ชันหรูหรา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทดสอบ Honda City HEV รุ่น V รุ่นเริ่มต้น

แหล่งข่าวเดียว
ทดสอบ Honda City HEV รุ่น V รุ่นเริ่มต้น

Khaosod Online ประเมินรถยนต์ Honda City HEV รุ่น V รุ่นเริ่มต้น โดยเน้นที่สมรรถนะหลักและความปลอดภัยมากกว่าฟังก์ชันหรูหรา

ตามรายงานล่าสุดจาก Khaosod Online ทีมงานยานยนต์ได้ทดสอบขับ Honda City HEV รุ่น V ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นของรถยนต์ไฮบริดรุ่นนี้ ในขณะที่การทดสอบก่อนหน้านี้มีเวลาจำกัดในการขับขี่รถยนต์ Honda City ครบทุกรุ่น การประเมินครั้งนี้เน้นไปที่รุ่น V เพื่อทำความเข้าใจถึงความคุ้มค่าสำหรับผู้บริโภค

Honda City HEV รุ่น V ได้รับการออกแบบมาสำหรับผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะการขับขี่พื้นฐานและระบบความปลอดภัยมากกว่าฟังก์ชันอำนวยความสะดวกหรือเทคโนโลยีขั้นสูง รถยนต์รุ่นนี้ยังคงดีไซน์กระจังหน้าใหม่ ไฟหน้า LED และโลโก้ H Mark แบบ 2 มิติ เช่นเดียวกับรุ่นย่อยอื่นๆ ในตระกูล City อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาจุดราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น รุ่น V ได้ตัดองค์ประกอบด้านความสวยงามบางอย่างออกไป เช่น ไฟ Connecting Light ที่พาดผ่านด้านหน้าของรุ่นระดับสูงกว่า และมีการใช้ล้ออัลลอยที่มีการตกแต่งแตกต่างกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย รุ่นนี้ถือเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับผู้ที่มองหาประสิทธิภาพของระบบไฮบริดโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มสำหรับรุ่นท็อป ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าอัตราการประหยัดน้ำมันในระยะยาวและค่าบำรุงรักษาของรถไฮบริดรุ่นเริ่มต้นนี้จะเปรียบเทียบกับรุ่นเทอร์โบ 1.0 ลิตรในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ผู้ที่สนใจควรสอบถามข้อมูลจำเพาะและความพร้อมจำหน่ายจากตัวแทนจำหน่าย Honda ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:11 UTC

นักเรียนมัธยมสร้างนวัตกรรมทรายแมวรักษ์โลกจากกากอ้อย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

นักเรียนมัธยมสร้างนวัตกรรมทรายแมวรักษ์โลกจากกากอ้อย

นักเรียนจากนครพนมพัฒนาทรายแมวที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากกากอ้อย เพื่อลดมลพิษฝุ่น PM2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

นักเรียนมัธยมสร้างนวัตกรรมทรายแมวรักษ์โลกจากกากอ้อย

แหล่งข่าวเดียว
นักเรียนมัธยมสร้างนวัตกรรมทรายแมวรักษ์โลกจากกากอ้อย

นักเรียนจากนครพนมพัฒนาทรายแมวที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพจากกากอ้อย เพื่อลดมลพิษฝุ่น PM2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร

กลุ่มนักเรียนมัธยมปลายจากโรงเรียนสหราชรังสฤษดิ์ จังหวัดนครพนม ได้พัฒนา 'Caneko' ทรายแมวที่เป็นนวัตกรรมย่อยสลายได้ทางชีวภาพซึ่งผลิตจากกากอ้อยรีไซเคิล ตามรายงานของ Khaosod Online โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อปัญหาการเผาเศษกากอ้อยที่มักเกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งส่งผลให้เกิดฝุ่นละออง PM2.5 ในระดับที่เป็นอันตรายต่อชุมชนท้องถิ่น

ผลิตภัณฑ์นี้ถูกนำเสนอในการแข่งขัน EnviroTech Innovation Competition ประจำปี 2025-2026 ซึ่งก่อตั้งโดย ปุณณ์ ปัญจรุ่งโรจน์ และ ณพวีร์ วิภูศิริ นักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ (ISB) โดยทีม Caneko เป็นหนึ่งในห้าทีมสุดท้ายที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนการสร้างต้นแบบจำนวน 30,000 บาท ทรายแมวนี้มีการผสมซิงก์ออกไซด์และขี้เถ้าเข้าไปด้วย โดยออกแบบมาเพื่อเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนแทนทรายแมวเบนโทไนต์แบบดั้งเดิม ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจของทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของการเป็นผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมโดยเยาวชนไทย การนำของเสียทางการเกษตรกลับมาใช้ใหม่ทำให้นักเรียนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้ว่าต้นแบบจะได้รับการปรับปรุงมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจับตัวเป็นก้อน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผลิตภัณฑ์นี้จะทำผลงานอย่างไรในตลาดค้าปลีกที่มีการแข่งขันสูง และจะวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลายเมื่อใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:12 UTC

คลอดลูกฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คลอดลูกฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี

หญิงตั้งครรภ์คลอดลูกสำเร็จภายในรถกระบะโดยได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในจังหวัดอุบลราชธานี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คลอดลูกฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี

แหล่งข่าวเดียว
คลอดลูกฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี

หญิงตั้งครรภ์คลอดลูกสำเร็จภายในรถกระบะโดยได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในจังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 หญิงตั้งครรภ์รายหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานีได้คลอดทารกอย่างปลอดภัยภายในรถกระบะขณะกำลังเดินทางไปสถานพยาบาล ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ หญิงรายดังกล่าวได้เดินทางมาถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยางลุ่ม ในตำบลไร่น้อย โดยที่ศีรษะของทารกได้โผล่ออกมาแล้ว

เจ้าหน้าที่จากศูนย์สุขภาพในพื้นที่ได้เข้าช่วยเหลือทันทีโดยทำการคลอดฉุกเฉินภายในรถ ทารกเกิดเมื่อเวลา 09.49 น. น้ำหนัก 2,955 กรัม หลังจากการคลอดสำเร็จ ทีมแพทย์ได้ให้การดูแลเบื้องต้นแก่ทั้งแม่และทารกก่อนที่จะประสานงานกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เพื่อนำส่งและดูแลต่อเนื่องตามระบบบริการสุขภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทราบโปรโตคอลการแพทย์ฉุกเฉินในท้องถิ่นและตำแหน่งของสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในพื้นที่ชนบท แม้ว่าแม่และเด็กจะปลอดภัย แต่เหตุการณ์นี้ยังได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่เนื่องจากหมายเลขทะเบียนรถ 9320 ซึ่งสมาชิกในชุมชนบางส่วนได้นำไปเชื่อมโยงกับการเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะสุขภาพในระยะยาวของแม่และทารก แม้ว่ารายงานเบื้องต้นจะระบุถึงผลลัพธ์ที่เป็นบวกก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 06:13 UTC

ไทยออกประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 17 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 17 จังหวัด

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยระดับสูงใน 17 จังหวัดเนื่องจากฝนตกหนัก โดยระบุถึงความเสี่ยงของดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 17 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 17 จังหวัด

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยระดับสูงใน 17 จังหวัดเนื่องจากฝนตกหนัก โดยระบุถึงความเสี่ยงของดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนสำหรับ 17 จังหวัดทั่วประเทศไทย สืบเนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เปราะบาง

จังหวัดที่ถูกระบุว่ามีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ตาก, แม่ฮ่องสอน, อุตรดิตถ์, นครสวรรค์, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, อุทัยธานี, กาญจนบุรี, สุพรรณบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, จันทบุรี, ตราด, เลย, กระบี่ และระนอง โดยเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉิน

ตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือดินโคลนถล่มได้

แม้ว่ากรมทรัพยากรธรณีจะระบุจังหวัดที่มีความเสี่ยงเหล่านี้แล้ว แต่ช่วงเวลาที่แน่ชัดและความรุนแรงของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในช่วงฤดูมรสุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:52 UTC

ไทยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับโซลาร์รูฟท็อปในที่อยู่อาศัย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับโซลาร์รูฟท็อปในที่อยู่อาศัย

รัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) บังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยสำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อปในครัวเรือนจำนวน 1.5 ล้านหลัง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับโซลาร์รูฟท็อปในที่อยู่อาศัย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับโซลาร์รูฟท็อปในที่อยู่อาศัย

รัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) บังคับใช้กฎระเบียบด้านความปลอดภัยสำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อปในครัวเรือนจำนวน 1.5 ล้านหลัง

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ดำเนินการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดสำหรับระบบโซลาร์รูฟท็อป โดยโครงการนี้มุ่งเป้าไปที่ครัวเรือนประมาณ 1.5 ล้านหลังทั่วประเทศไทย

วัตถุประสงค์หลักของคำสั่งนี้คือเพื่อให้แน่ใจว่าการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เป็นไปตามเกณฑ์ความปลอดภัยที่เข้มงวด เพื่อลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งหวังที่จะใช้ประโยชน์จากนโยบายนี้ในการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในท้องถิ่น โดยส่งเสริมให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตและการติดตั้ง ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนที่มีการกำกับดูแลและเป็นมาตรฐานมากขึ้น หากคุณกำลังใช้งานหรือวางแผนที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ นโยบายนี้อาจส่งผลต่อข้อกำหนดในการรับรองอุปกรณ์หรือผู้ให้บริการของคุณในอนาคต

ในขณะนี้ ข้อกำหนดทางเทคนิคที่เฉพาะเจาะจงและกรอบเวลาสำหรับการบังคับใช้มาตรฐานใหม่เหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าคำสั่งนี้จะส่งผลกระทบต่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่มีอยู่เดิมอย่างไรเมื่อเทียบกับโครงการใหม่ ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก สมอ. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการตรวจสอบที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 05:30 UTC

กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการบำรุงรักษาระบบเตือนภัยล่วงหน้า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการบำรุงรักษาระบบเตือนภัยล่วงหน้า

ทางการไทยกำลังดำเนินการบำรุงรักษาทางเทคนิคสถานีเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับน้ำท่วมและดินถล่ม เพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือของระบบ

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการบำรุงรักษาระบบเตือนภัยล่วงหน้า

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำดำเนินการบำรุงรักษาระบบเตือนภัยล่วงหน้า

ทางการไทยกำลังดำเนินการบำรุงรักษาทางเทคนิคสถานีเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับน้ำท่วมและดินถล่ม เพื่อให้มั่นใจในความน่าเชื่อถือของระบบ

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 3 กำลังดำเนินการบำรุงรักษาและตรวจสอบการเชื่อมต่อสัญญาณของสถานีเตือนภัยล่วงหน้า สถานีเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญซึ่งออกแบบมาเพื่อตรวจจับและแจ้งเตือนสาธารณชนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมและดินถล่ม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การบำรุงรักษานี้เป็นขั้นตอนทางเทคนิคตามปกติเพื่อให้แน่ใจว่าเครือข่ายการตรวจสอบยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่เชื่อถือได้มีความสำคัญอย่างยิ่งในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนัก เนื่องจากให้ข้อมูลที่ทันท่วงทีซึ่งสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจด้านความปลอดภัยในท้องถิ่นได้

แม้ว่ากรมทรัพยากรน้ำจะยืนยันว่าการตรวจสอบกำลังดำเนินอยู่เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของสัญญาณ แต่ทางกรมฯ ยังไม่ได้ระบุว่าสถานีใดบ้างที่ออฟไลน์อยู่ในขณะนี้ หรือคาดว่าจะมีการหยุดชะงักของบริการชั่วคราวในช่วงเวลาการบำรุงรักษาหรือไม่ นักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานระดับจังหวัด เนื่องจากนี่เป็นการอัปเดตทางเทคนิคที่กำลังดำเนินอยู่ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสร็จสิ้นงานบำรุงรักษาเหล่านี้หรือผลกระทบเฉพาะต่อการครอบคลุมการแจ้งเตือนในท้องถิ่นยังคงต้องรอการยืนยันจากกรมทรัพยากรน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 02:36 UTC

เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตที่ลพบุรี หลังถูกตัดกระแสไฟฟ้า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตที่ลพบุรี หลังถูกตัดกระแสไฟฟ้า

ชายวัย 79 ปีเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้บ้านในจังหวัดลพบุรี หลังจากใช้เทียนไขให้แสงสว่างเนื่องจากถูกตัดกระแสไฟฟ้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตที่ลพบุรี หลังถูกตัดกระแสไฟฟ้า

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้บ้านเสียชีวิตที่ลพบุรี หลังถูกตัดกระแสไฟฟ้า

ชายวัย 79 ปีเสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้บ้านในจังหวัดลพบุรี หลังจากใช้เทียนไขให้แสงสว่างเนื่องจากถูกตัดกระแสไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เกิดเหตุไฟไหม้ที่น่าสลดใจในอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ส่งผลให้ชายวัย 79 ปีเสียชีวิต ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. โดยเพลิงได้ลุกไหม้จากบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่หลังวัดพรหมมาสตร์ ซึ่งมีรายงานว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกตัดกระแสไฟฟ้า ผู้เสียชีวิตได้ใช้เทียนไขเพื่อให้แสงสว่างในยามค่ำคืนก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้ขึ้น

เจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมถึงตำรวจท้องที่และรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุและพบว่าตัวอาคารกำลังถูกเพลิงโหมกระหน่ำ ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากบ้านเรือนตั้งอยู่ติดกัน ส่งผลให้บ้านข้างเคียงถูกไฟไหม้เสียหายไปอีก 3 หลัง และได้รับความเสียหายเล็กน้อยอีก 1 หลัง เจ้าหน้าที่สามารถอพยพผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงออกมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัยได้ทันท่วงที ในขณะที่ทีมดับเพลิงเร่งควบคุมสถานการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงร้ายแรงจากการใช้เปลวไฟในการให้แสงสว่างในพื้นที่พักอาศัย แม้ว่าสาเหตุเบื้องต้นจะระบุว่าเกิดจากเทียนไข แต่การสอบสวนเกี่ยวกับสาเหตุของการถูกตัดกระแสไฟฟ้าและการลุกลามของไฟอย่างรวดเร็วยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ รายงานอย่างเป็นทางการยังไม่ได้ยืนยันความเสียหายทั้งหมดของทรัพย์สินหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:11 UTC

ประกาศเตือนฝนตกหนักในภาคตะวันออกของไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนฝนตกหนักในภาคตะวันออกของไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษในภาคตะวันออกและพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนฝนตกหนักในภาคตะวันออกของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนฝนตกหนักในภาคตะวันออกของไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษในภาคตะวันออกและพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศสำหรับ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่าจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ประกาศดังกล่าวเน้นย้ำเป็นพิเศษว่าภาคตะวันออกและพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างมีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนัก

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ข้อควรระวังหลักคือความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็วในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางในท้องถิ่นและกิจกรรมกลางแจ้ง นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการระบายน้ำไม่ทัน

สถานะปัจจุบัน

แม้ว่าการพยากรณ์อากาศจะระบุว่าพื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงต่อฝนตกหนัก แต่ความรุนแรงและตำแหน่งที่แน่ชัดของสภาพอากาศที่รุนแรงที่สุดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวควรเฝ้าระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด ขณะนี้สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และจำเป็นต้องรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อยืนยันระยะเวลาและขอบเขตผลกระทบของสภาพอากาศอย่างเต็มรูปแบบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 23:51 UTC

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2569
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มส่งผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนนี้เป็นต้นไป

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มส่งผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนนี้เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 (205/2569) เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 20 กันยายน 2569

พยากรณ์อากาศและผลกระทบ

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

  • 17 กันยายน: เริ่มมีผลกระทบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • 18-20 กันยายน: สภาพอากาศจะส่งผลกระทบต่อภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

สิ่งที่ควรทราบ

ประชาชนและนักท่องเที่ยวใน 57 จังหวัดควรเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน การเดินทางหยุดชะงัก และสภาพถนนที่อาจเป็นอันตราย

สถานะของข้อมูล

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและกรอบเวลาของสภาพอากาศแล้ว แต่ระดับความรุนแรงในแต่ละจังหวัดอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการอัปเดตรายวัน ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาและข่าวท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อรับการแจ้งเตือนสภาพอากาศแบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนาอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 23:50 UTC

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนประสานงาทำให้มีผู้เสียชีวิตในนาจอมเทียน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนประสานงาทำให้มีผู้เสียชีวิตในนาจอมเทียน

เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในชลบุรี ส่งผลให้เยาวชนเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 1 ราย โดยผู้ขับขี่ได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนประสานงาทำให้มีผู้เสียชีวิตในนาจอมเทียน

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนประสานงาทำให้มีผู้เสียชีวิตในนาจอมเทียน

เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในชลบุรี ส่งผลให้เยาวชนเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 1 ราย โดยผู้ขับขี่ได้หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บนสะพานจุดกลับรถถนนสุขุมวิท ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีเยาวชน 3 คนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันเดียวกันก่อนที่รถจะเสียหลัก ทำให้เพื่อน 2 คนกระเด็นออกจากตัวรถ

เจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. พบเด็กชาย 2 รายได้รับบาดเจ็บ โดยเด็กชายวัย 14 ปีได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม ส่วนอีกรายวัย 13 ปีก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ขับออกจากจุดเกิดเหตุทันทีโดยไม่ได้หยุดให้ความช่วยเหลือ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบนท้องถนนและการขับขี่โดยประมาทหรือไม่มีใบอนุญาตในกลุ่มเยาวชนบนถนนในท้องถิ่น ขณะที่การสอบสวนของสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียนยังคงดำเนินต่อไป ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงตัวตนของผู้ขับขี่ที่หลบหนีและสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้รถเสียหลัก ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวผู้ขับขี่รายดังกล่าวมาดำเนินคดี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 16:30 UTC

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดตัวการฝึกสุนัขกู้ภัย K9
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดตัวการฝึกสุนัขกู้ภัย K9

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เริ่มโครงการฝึกอบรมเฉพาะทางสำหรับหน่วยสุนัขกู้ภัย K9 รวมถึงสุนัขชื่อ MI6 และนาตาชา เพื่อให้ได้มาตรฐานการกู้ภัยระดับสากล

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดตัวการฝึกสุนัขกู้ภัย K9

แหล่งข่าวเดียว
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดตัวการฝึกสุนัขกู้ภัย K9

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เริ่มโครงการฝึกอบรมเฉพาะทางสำหรับหน่วยสุนัขกู้ภัย K9 รวมถึงสุนัขชื่อ MI6 และนาตาชา เพื่อให้ได้มาตรฐานการกู้ภัยระดับสากล

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ของไทยได้เปิดตัวโครงการฝึกอบรมใหม่ที่มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยสุนัขกู้ภัย K9 อย่างเป็นทางการ ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทย พิธีดังกล่าวถือเป็นการเริ่มต้นระยะการเตรียมความพร้อมที่เข้มงวดสำหรับสุนัข โดยเน้นย้ำถึงหน่วยสุนัขที่ชื่อ MI6 และนาตาชาเป็นพิเศษ

โครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความพร้อมในการปฏิบัติงานของสุนัขเหล่านี้ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับสำหรับการตอบโต้ภัยพิบัติและภารกิจค้นหาและกู้ภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้แสดงถึงความพยายามเชิงรุกของรัฐบาลในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน ซึ่งอาจเพิ่มประสิทธิภาพของการปฏิบัติการค้นหาในช่วงที่เกิดภัยธรรมชาติหรือเหตุฉุกเฉินขนาดใหญ่

แม้ว่าพิธีเปิดตัวจะจัดขึ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการฝึกอบรมนี้ให้เสร็จสิ้นและเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับการรับรองระดับสากลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจาก ปภ. เกี่ยวกับความคืบหน้าของหน่วยสุนัข K9 เหล่านี้ในขณะที่พวกมันเข้าสู่กระบวนการประเมินผล โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงโปรโตคอลการจัดการภัยพิบัติภายในประเทศให้ทันสมัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 13:30 UTC

คลอดฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

คลอดฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี

ทีมแพทย์โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดอุบลราชธานีให้การช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์คลอดฉุกเฉินภายในรถกระบะได้อย่างปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

คลอดฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี

แหล่งข่าวเดียว
คลอดฉุกเฉินบนรถกระบะที่อุบลราชธานี

ทีมแพทย์โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในจังหวัดอุบลราชธานีให้การช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์คลอดฉุกเฉินภายในรถกระบะได้อย่างปลอดภัย

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายน 2569 หญิงตั้งครรภ์รายหนึ่งได้เดินทางมายังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยางลุ่ม จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอรับความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า หญิงรายดังกล่าวอยู่ในภาวะใกล้คลอดและเดินทางมาด้วยรถกระบะ โดยพบว่าศีรษะทารกได้โผล่ออกมาแล้ว

ทีมบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลได้ประเมินสถานการณ์และดำเนินการทำคลอดฉุกเฉินภายในรถกระบะคันดังกล่าวทันที ทารกคลอดออกมาอย่างปลอดภัยในเวลา 09.49 น. ด้วยน้ำหนักตัว 2,955 กรัม หลังจากการคลอด ทีมงานได้ให้การดูแลเบื้องต้นแก่ทั้งมารดาและทารก ก่อนจะประสานงานกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เพื่อดำเนินการส่งต่อและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องตามระบบบริการสุขภาพ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมในการปฏิบัติงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในการรับมือกับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ แม้ผลลัพธ์ในเบื้องต้นจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่สถานะสุขภาพในระยะยาวของมารดาและทารกยังคงต้องอยู่ภายใต้การติดตามดูแลทางการแพทย์ต่อไป ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวตนของครอบครัวหรือสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การเดินทางมาคลอดฉุกเฉินในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:31 UTC

ไทยยกระดับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย 'สถานีเบรก' ใหม่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยยกระดับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย 'สถานีเบรก' ใหม่

ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน (สคอ.) กำลังนำโครงการ 'สถานีเบรก' มาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเน้นทักษะการควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉินและการหลีกเลี่ยงการชน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยยกระดับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย 'สถานีเบรก' ใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยกระดับการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย 'สถานีเบรก' ใหม่

ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน (สคอ.) กำลังนำโครงการ 'สถานีเบรก' มาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเน้นทักษะการควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉินและการหลีกเลี่ยงการชน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน (สคอ.) กำลังสนับสนุนให้มีการนำ 'สถานีเบรก' มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ระดับชาติ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้ขับขี่รายใหม่โดยเน้นทักษะการปฏิบัติจริง โดยมุ่งเน้นไปที่การควบคุมรถและความสามารถในการหลีกเลี่ยงการชนผ่านเทคนิคการเบรกที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนนยังคงเป็นข้อกังวลหลักในประเทศ การแนะนำสถานีทดสอบเฉพาะทางบ่งชี้ว่าหน่วยงานต่างๆ กำลังให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเพื่อลดอุบัติเหตุจราจร หากมีการบูรณาการเข้ากับหลักสูตรการสอบใบขับขี่อย่างเต็มรูปแบบ สิ่งนี้อาจนำไปสู่การมีผู้ขับขี่ที่เตรียมตัวมาดีขึ้นบนท้องถนนของไทย

แม้ว่า สคอ. จะกำลังส่งเสริมโครงการนี้อย่างแข็งขัน แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการเปิดตัวทั่วประเทศและว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับผู้สมัครสอบใบขับขี่ทุกคนหรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่ต้องการสอบใบขับขี่ควรติดตามการอัปเดตจากกรมการขนส่งทางบกเพื่อรับประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การสอบ ในขณะนี้ ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นความพยายามเชิงกลยุทธ์ในการเพิ่มความปลอดภัยทางถนนผ่านการศึกษาผู้ขับขี่ที่ดีขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เหตุสลด พ่อจมน้ำเสียชีวิตในคลองที่พัทลุง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลด พ่อจมน้ำเสียชีวิตในคลองที่พัทลุง

คุณพ่อวัย 39 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำในคลองที่จังหวัดพัทลุง ระหว่างทางไปส่งลูกชายที่โรงเรียน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุสลด พ่อจมน้ำเสียชีวิตในคลองที่พัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลด พ่อจมน้ำเสียชีวิตในคลองที่พัทลุง

คุณพ่อวัย 39 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำในคลองที่จังหวัดพัทลุง ระหว่างทางไปส่งลูกชายที่โรงเรียน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 กันยายน 2569 เกิดเหตุสลดในพื้นที่อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ส่งผลให้ชายวัย 39 ปีเสียชีวิต จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าชายคนดังกล่าวได้ขับรถกระบะพาบุตรชายวัย 12 ปี จากอำเภอหาดใหญ่เพื่อไปส่งที่โรงเรียนในอำเภอควนขนุน ระหว่างทางได้จอดรถบริเวณริมถนนสายเอเชียใกล้กับคลองหนองหว้าเพื่อลงไปล้างหน้า

เมื่อผู้เป็นพ่อหายไปนานผิดปกติ ลูกชายจึงลงจากรถเพื่อออกตามหา จนกระทั่งพบรองเท้าของพ่อวางอยู่ริมคลอง จึงได้ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ ทีมกู้ภัยพัทลุงได้เข้าตรวจสอบและค้นหาภายในคลอง จนพบร่างของผู้เสียชีวิตจมอยู่ข้างท่อบล็อกระบายน้ำคอนกรีต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในบริเวณแหล่งน้ำริมทาง แม้จะเป็นการจอดพักระหว่างการเดินทางตามปกติ ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของการพลัดตกน้ำยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเขาชัยสน และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการจากแพทย์นิติเวช

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:36 UTC