ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ ✦
เทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ✦
เศรษฐกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ ✦
การเมือง ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม ✦
เศรษฐกิจ ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ ✦
กฎหมาย ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง ✦
เหตุการณ์ ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' ✦
การขนส่ง

รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

แหล่งข่าวเดียว
รายงานเหตุรถไฟเฉี่ยวชนในย่านบางซื่อ

เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนขบวนรถนอนในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดเหตุรถไฟเฉี่ยวชนกันในย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนรถนอนซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงกระแทก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ามีพนักงานการรถไฟได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แม้ว่าจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัดและสถานการณ์เฉพาะที่นำไปสู่การเฉี่ยวชนยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อตารางเวลาของรถไฟที่ผ่านสถานีกลางบางซื่อ ผู้โดยสารควรตรวจสอบความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงการให้บริการกับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนวางแผนการเดินทาง

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสาเหตุที่แน่ชัดของการเฉี่ยวชน อาการปัจจุบันของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บ และกรอบเวลาที่คาดว่าจะสามารถเคลียร์เส้นทางและกลับมาให้บริการตามปกติได้ ทางการยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความผิดพลาดทางเทคนิคหรือความผิดพลาดของมนุษย์ที่อาจมีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและการกลับมาให้บริการตามปกติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เทคโนโลยี

กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ ตรวจสอบศูนย์ข้อมูล Telehouse พบผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยืนยันว่าศูนย์ข้อมูล Telehouse ในเขตห้วยขวางผ่านเกณฑ์มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ดำเนินการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของบริษัท เทเลเฮ้าส์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

การตรวจสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มในวงกว้างเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทยนั้นเป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ภายหลังการประเมิน กระทรวงฯ ยืนยันว่าสถานที่ดังกล่าวผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเขตห้วยขวาง ประกาศนี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าสถานที่ดังกล่าวมีการดำเนินงานภายใต้แนวทางด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกำหนด การกำกับดูแลเช่นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งตนเองให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูลและบริการคลาวด์คอมพิวติ้ง

แม้ว่าสถานที่ดังกล่าวจะผ่านเกณฑ์มาตรฐานในปัจจุบันแล้ว แต่รายงานไม่ได้ระบุว่ามีการกำหนดการตรวจสอบเป็นระยะในอนาคตหรือไม่ หรือมีการประเมินในลักษณะเดียวกันสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งอื่นๆ ในเมืองหลวงหรือไม่ ประชาชนที่สนใจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการเติบโตทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีในกรุงเทพฯ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อความโปร่งใสในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเปิดวอร์รูม 24 ชม. รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

ทางการยกระดับการเฝ้าระวังและจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยประกาศยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 24–27 กันยายน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการน้ำ เตรียมเครื่องจักรและกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เปิด 'วอร์รูม' ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กำลังติดตามพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางระบายน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด แม้ว่าทางการจะมีการบริหารจัดการระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน นักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพการจราจรในพื้นที่อยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยติดตามสถานการณ์ฝนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง

รัฐบาลไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนในภาคกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เพื่อบริหารจัดการระบบน้ำและดูแลประชาชนในพื้นที่

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลางของประเทศอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลได้วางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างครอบคลุมเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก

เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลได้ระดมเครื่องจักรและจัดสรรเจ้าหน้าที่ประจำจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยทีมงานเหล่านี้มีหน้าที่ติดตามระดับน้ำและพร้อมตอบสนองต่อความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันการจัดสรรทรัพยากรแล้ว แต่ในรายงานเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุรายละเอียดพื้นที่เฉพาะที่อาจเผชิญกับน้ำท่วมขังหรือความล่าช้าในการเดินทาง

ทั้งนี้ ยังต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินไปนานเท่าใด และจะมีจังหวัดใดที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินเพิ่มเติมหรือไม่ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางหรือมีแผนการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว ควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพถนนหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำ รัฐบาลยังคงเน้นย้ำถึงความพร้อมในการสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

เศรษฐกิจ

แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

แหล่งข่าวเดียว
แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness รุกตลาดมาสก์และโทนเนอร์เต็มสูบ

Her Hyness เพิ่มงบการตลาดและแต่งตั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ เพื่อตอกย้ำตำแหน่งในตลาดมาสก์และโทนเนอร์แพดของไทยที่มีมูลค่า 6,000 ล้านบาท

จากรายงานของประชาชาติธุรกิจ แบรนด์สกินแคร์ไทย Her Hyness กำลังขยายงบประมาณด้านการตลาดอย่างจริงจังเพื่อตอกย้ำตำแหน่งในอุตสาหกรรมมาสก์และโทนเนอร์แพด ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยบริษัทมองว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์นี้เป็นหนึ่งในสามเสาหลักของรายได้ และคาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคชาย

เพื่อสนับสนุนการขยายตัวนี้ แบรนด์ได้แต่งตั้งนักแสดง ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้าผู้ชายโดยเฉพาะ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ HYPER T เข้าสู่พอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่เดิม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของตลาดความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลในท้องถิ่น ซึ่งกำลังตอบสนองต่อกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น แม้ว่าแบรนด์จะประกาศกลยุทธ์การตลาดและผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อความพร้อมจำหน่ายในร้านค้าปลีกและประสิทธิภาพในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่บริษัทเริ่มดำเนินแคมเปญดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:57 UTC

การเมือง

ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ได้รับการยืนยัน
ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติซักฟอกรัฐบาลในเดือนตุลาคม

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือนตุลาคม โดยมุ่งเป้าไปที่ 'ระบอบสีน้ำเงิน'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศว่าฝ่ายค้านกำลังสรุปญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจซึ่งคาดว่าจะยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรในเดือนตุลาคมนี้ โดยนายณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าขณะนี้ฝ่ายค้านกำลังรวบรวมเนื้อหาจากทุกพรรคเพื่อสร้างข้อมูลที่หนักแน่น

ญัตติดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบสิ่งที่ฝ่ายค้านเรียกว่า 'ระบอบสีน้ำเงิน' ซึ่งหมายถึงอิทธิพลของกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่มีต่อการดำเนินงานของรัฐ องค์กรอิสระ และกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับรัฐ นายณัฐพงษ์เน้นย้ำว่าพรรคได้รวบรวมหลักฐานสำคัญไว้แล้ว รวมถึงรายงานเกี่ยวกับการล็อกสเปกในโครงการของรัฐ และยังคงเปิดรับข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติในประเทศไทย แต่บ่อยครั้งก็นำไปสู่การถกเถียงในสังคมและการเปลี่ยนแปลงด้านเสถียรภาพทางการเมือง ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย และยังไม่มีการยืนยันวันที่แน่ชัดสำหรับการประชุมสภาฯ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:38 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผชิญภาวะขาดดุลการค้าจากยอดนำเข้าทองคำพุ่งสูง

กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการนำเข้าทองคำจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ภาครัฐเตรียมพิจารณาทบทวนมาตรการควบคุมการนำเข้า

ข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่า กรมศุลกากรรายงานภาวะขาดดุลการค้าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569) โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่ามูลค่าการค้ารวมอยู่ที่กว่า 24 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.31% จากปีก่อน

มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 26.30% รวมกว่า 12.8 ล้านล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าทองคำจำนวนมาก นอกเหนือจากสินค้าหลักอื่นๆ เช่น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ และอุปกรณ์สื่อสาร แม้ว่าไทยจะยังคงมีการส่งออกที่แข็งแกร่งในกลุ่มคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ปริมาณการนำเข้าทองคำที่สูงขึ้นได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งจัดการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนี้อาจเป็นสัญญาณถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบทางศุลกากรหรือนโยบายการนำเข้าในอนาคต เนื่องจากรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า แม้ว่ากรมศุลกากรจะกำลังพิจารณามาตรการเพื่อควบคุมการนำเข้าเหล่านี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อจำกัดใหม่หรือผลกระทบต่อตลาดทองคำยังคงต้องรอการยืนยัน ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ามูลค่าการค้ารวมตลอดปีงบประมาณจะอยู่ที่ 25 ล้านล้านบาท ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนทางการค้าเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาวะตลาดในประเทศหรือเสถียรภาพของค่าเงินอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ เอกนิติ ชูบทบาทกองทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ

รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เน้นย้ำถึงความสำคัญของกองทุนหมุนเวียนในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569'

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กล่าวในงาน 'ทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2569' โดยเน้นย้ำถึงบทบาทเชิงกลยุทธ์ของกองทุนหมุนเวียนภาครัฐในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและส่งมอบคุณค่าให้กับประชาชนชาวไทย ตามรายงานจาก Matichon Online รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ากลไกทางการเงินเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสนับสนุนความเป็นอยู่ของประชาชน

งานดังกล่าวเป็นเวทีสำหรับการยกย่องความเป็นเลิศในการบริหารจัดการกองทุน และเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความร่วมมือ รวมถึงการมีส่วนร่วมของนักกีฬาชื่อดัง 4 ท่านที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับงาน สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการใช้เครื่องมือทางการเงินที่บริหารจัดการโดยรัฐเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและปรับปรุงบริการสาธารณะ

แม้ว่างานนี้จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายกองทุนในอนาคตหรือผลกระทบโดยตรงต่อภาคส่วนต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์ตั้งข้อสังเกตว่าการนำนักกีฬาเข้ามามีส่วนร่วมในเวทีเศรษฐกิจนี้สะท้อนถึงความพยายามในการเชื่อมโยงนโยบายสาธารณะเข้ากับการมีส่วนร่วมทางสังคมที่กว้างขวางขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลลัพธ์เฉพาะของการประเมินกองทุนปี 2569 ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินมาตรการกำกับดูแลทางการคลังต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:55 UTC

กฎหมาย

ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมเชิญสื่อมวลชนให้ข้อมูลเงินบริจาค มูลนิธิกัน จอมพลัง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) วางแผนที่จะเชิญพิธีกรโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเตรียมเชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชน โดยเฉพาะ หนุ่ม กรรชัย และ พุทธอภิวรรณ มาให้ข้อมูล การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่เงินบริจาคทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิกัน จอมพลัง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบด้านกฎระเบียบอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสขององค์กรการกุศลและบทบาทของบุคคลที่มีชื่อเสียงในสื่อมวลชนในการระดมทุนสาธารณะ แม้ว่า DSI จะระบุถึงความตั้งใจในการรวบรวมข้อมูล แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นขั้นตอนการสอบสวนไม่ใช่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการ บุคคลที่กล่าวถึงยังไม่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในขั้นตอนนี้ แต่ถูกเรียกตัวในฐานะแหล่งข้อมูลที่มีศักยภาพเพื่อช่วย DSI ในการตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของมูลนิธิที่กำลังดำเนินอยู่

สิ่งที่ยังต้องยืนยันคือกรอบเวลาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการสัมภาษณ์เหล่านี้ และข้อมูลที่ได้รับจะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก DSI เพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ ผู้อยู่อาศัยควรเชื่อถือคำแถลงอย่างเป็นทางการมากกว่ารายงานเชิงคาดเดาเกี่ยวกับลักษณะกิจกรรมของมูลนิธิหรือการมีส่วนร่วมของบุคคลในสื่อ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

เหตุการณ์

ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง'

M STUDIO และช่อง 3 เผยภาคต่อของแฟรนไชส์สยองขวัญ 'ธี่หยด' โดยจะพาผู้ชมไปสำรวจจุดเริ่มต้นของตัวละคร 'ยักษ์'

ตามรายงานจาก Khaosod Online ทาง M STUDIO และช่อง 3 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการสร้างภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ 'ธี่หยด : สมิงเขาขวาง' โดยมี 'แป๊ป' ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์, 'ต้อม' ธนเดช ประดิษฐ์ และ 'เต้ย' ชาลิต ไกรเลิศมงคล รับหน้าที่กำกับ ซึ่งถือเป็นภาคก่อนหน้าของซีรีส์สยองขวัญยอดนิยม

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2511 ติดตามตัวละคร 'ยักษ์' และ 'จ่าปพันธ์' ในขณะที่พวกเขานำกองกำลังทหารเข้าสู่ป่าเขาขวางเพื่อปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหาย พล็อตเรื่องเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับตำนานเสือสมิงกินคนที่มีชื่อว่า 'ไอ้โหง' ซึ่งมีความสามารถในการจำแลงร่าง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสิ่งลี้ลับและสัตว์ป่าพร่าเลือนไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในภาพยนตร์ไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการขยายจักรวาลของแฟรนไชส์สยองขวัญท้องถิ่นครั้งสำคัญ โดยจะมีการสำรวจภูมิหลังของตัวละครหลักและเจาะลึกตำนานพื้นบ้าน แม้ว่าทีมงานจะยืนยันเนื้อเรื่องและสถานที่ถ่ายทำแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการหรือแผนการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ แฟนๆ ของภาพยนตร์แนวนี้ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก M STUDIO และช่อง 3 เพื่อรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 08:56 UTC

ริเริ่มความร่วมมือใหม่มุ่งลดฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ริเริ่มความร่วมมือใหม่มุ่งลดฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย

ยศชนันและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เปิดตัวความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ผ่านการบูรณาการความร่วมมือ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ริเริ่มความร่วมมือใหม่มุ่งลดฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ริเริ่มความร่วมมือใหม่มุ่งลดฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทย

ยศชนันและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เปิดตัวความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ผ่านการบูรณาการความร่วมมือ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ยศชนันได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อจัดการกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป เพื่อนำกลยุทธ์การลดปัญหาที่มีประสิทธิภาพมาใช้

เป้าหมายหลักของความร่วมมือนี้คือการลดระดับฝุ่น PM2.5 ลง 30% ถึง 40% ด้วยการรวมทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแนวทางที่เป็นระบบมากขึ้นในการจัดการคุณภาพอากาศ ซึ่งถือเป็นข้อกังวลสำคัญสำหรับทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในช่วงที่มีมลพิษสูง

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือเดินทางมาท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระดับสูงที่จะปรับปรุงมาตรฐานสุขภาพสิ่งแวดล้อม หากประสบความสำเร็จ แนวทางแบบบูรณาการนี้อาจนำไปสู่อากาศที่สะอาดขึ้นและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก อย่างไรก็ตาม กำหนดการดำเนินงานที่ชัดเจนและกลไกที่แน่ชัดในการประสานงานระหว่างภาคส่วนต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ที่นำเสนอนี้จะส่งผลให้คุณภาพอากาศทั่วประเทศดีขึ้นอย่างวัดผลได้จริงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:56 UTC

จังหวัดเลยวางแผนยุทธศาสตร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี 2569-2570
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

จังหวัดเลยวางแผนยุทธศาสตร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี 2569-2570

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมวางแผนเพื่อประสานงานความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดเลยสำหรับช่วงสองปีข้างหน้า

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

จังหวัดเลยวางแผนยุทธศาสตร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี 2569-2570

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดเลยวางแผนยุทธศาสตร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี 2569-2570

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมการประชุมวางแผนเพื่อประสานงานความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดเลยสำหรับช่วงสองปีข้างหน้า

ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ ตัวแทนจากสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 ได้เข้าร่วมการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัดเลย โดยการประชุมมุ่งเน้นไปที่การกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานสำหรับช่วงปี 2569-2570

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ความคิดริเริ่มในการวางแผนนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความพร้อมของรัฐบาลท้องถิ่นในการรับมือกับความท้าทายทางสิ่งแวดล้อม เช่น อุทกภัยตามฤดูกาลหรือเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ซึ่งมักเกิดขึ้นในพื้นที่ภูเขาของจังหวัดเลย การประสานงานความพยายามเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยสาธารณะและความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานในช่วงสองปีข้างหน้า

แม้ว่าการประชุมจะยืนยันกรอบความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรน้ำและองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลยแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรหรือกำหนดการดำเนินงานสำหรับโครงการแต่ละโครงการยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับงานโครงสร้างพื้นฐานหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่มาตรการบรรเทาสาธารณภัยเหล่านี้ถูกนำไปปฏิบัติจริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 06:30 UTC

การไกล่เกลี่ยคดีอุบัติเหตุเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงยังไม่ได้ข้อยุติ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การไกล่เกลี่ยคดีอุบัติเหตุเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงยังไม่ได้ข้อยุติ

อาจารย์แพทย์ผู้เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุทางถนนจนมีผู้เสียชีวิตได้เสนอการเยียวยาและคำมั่นว่าจะบวชให้ แต่การไกล่เกลี่ยกับครอบครัวผู้เสียหายยังไม่บรรลุข้อตกลง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การไกล่เกลี่ยคดีอุบัติเหตุเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงยังไม่ได้ข้อยุติ

แหล่งข่าวเดียว
การไกล่เกลี่ยคดีอุบัติเหตุเสียชีวิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงยังไม่ได้ข้อยุติ

อาจารย์แพทย์ผู้เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุทางถนนจนมีผู้เสียชีวิตได้เสนอการเยียวยาและคำมั่นว่าจะบวชให้ แต่การไกล่เกลี่ยกับครอบครัวผู้เสียหายยังไม่บรรลุข้อตกลง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 การไกล่เกลี่ยในคดีอุบัติเหตุทางถนนที่ส่งผลให้นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเสียชีวิต 2 ราย ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีอาจารย์แพทย์เป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เกิดเหตุ

ในระหว่างกระบวนการไกล่เกลี่ย อาจารย์แพทย์ได้กล่าวขอขมาและให้คำมั่นว่าจะบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตเพื่อแสดงความสำนึกผิด นอกจากนี้ยังได้เสนอจ่ายเงินเยียวยาจำนวนหลายแสนบาทให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ในการเจรจาครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางกฎหมายที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นที่สนใจของสาธารณชน แม้อาจารย์แพทย์จะแสดงความประสงค์ในการชดเชยความเสียหาย แต่การที่ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนบ่งชี้ว่ากระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินไปอย่างไรหลังจากการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ และผลทางกฎหมายสุดท้ายสำหรับอาจารย์แพทย์จะเป็นอย่างไร ผู้ที่ติดตามข่าวสารควรทราบว่านี่เป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการ และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อคดีเข้าสู่ขั้นตอนของศาลไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 04:36 UTC

วิกฤตหมอกควันรุนแรงส่งผลกระทบต่ออินโดนีเซีย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

วิกฤตหมอกควันรุนแรงส่งผลกระทบต่ออินโดนีเซีย

ประชาชนกว่า 1.2 ล้านคนในอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับหมอกควันหนาทึบจากเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

วิกฤตหมอกควันรุนแรงส่งผลกระทบต่ออินโดนีเซีย

แหล่งข่าวเดียว
วิกฤตหมอกควันรุนแรงส่งผลกระทบต่ออินโดนีเซีย

ประชาชนกว่า 1.2 ล้านคนในอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับหมอกควันหนาทึบจากเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับวิกฤตไฟป่าที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ หมอกควันที่หนาทึบส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 1.2 ล้านคน ทำให้เกิดสภาพความเป็นอยู่ที่อันตรายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

หน่วยงานด้านสาธารณสุขพบแนวโน้มที่น่ากังวล โดยจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาโรคทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ความรุนแรงของไฟป่าครั้งนี้ซึ่งถือว่าหนักที่สุดในรอบ 11 ปี ได้สร้างความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับคุณภาพอากาศและโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาค สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของกิจกรรมกลางแจ้ง การเลื่อนเที่ยวบินเนื่องจากทัศนวิสัยที่ลดลง และความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นสำหรับกลุ่มเปราะบาง ขอแนะนำให้ติดตามดัชนีคุณภาพอากาศในพื้นที่และปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขระดับภูมิภาค

แม้ผลกระทบต่อสาธารณสุขในระยะสั้นจะมีความชัดเจน แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวและกรอบเวลาที่แน่ชัดในการควบคุมไฟป่ายังคงต้องรอการยืนยันจากทางการท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคุณภาพอากาศและมาตรการความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 04:37 UTC

ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมในด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมในด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบนล้นตลิ่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตลาดด่านขุนทดและส่งผลกระทบต่อการจราจรในท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมในด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมในด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบนล้นตลิ่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ตลาดด่านขุนทดและส่งผลกระทบต่อการจราจรในท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในจังหวัดนครราชสีมาส่งผลให้อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบนมีปริมาณน้ำเกินความจุ ทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตลาดในอำเภอด่านขุนทด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการจราจรติดขัดอย่างมาก ส่งผลให้การเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีความยากลำบาก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเร่งจัดการสถานการณ์เนื่องจากระดับน้ำส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงตลาดและถนนโดยรอบ

แม้ว่าสาเหตุโดยตรงของน้ำท่วมจะระบุว่าเกิดจากการที่อ่างเก็บน้ำล้นหลังจากมีฝนตกหนัก แต่ความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของการจราจรที่ติดขัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวที่มีแผนจะเดินทางผ่านอำเภอด่านขุนทดติดตามข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการระบายน้ำ ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาที่น้ำจะลดลงหรือผลกระทบที่แน่ชัดต่อธุรกิจในท้องถิ่น นอกเหนือจากรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับน้ำท่วมตลาด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 03:55 UTC

พบ 'ปลาหมอคางดำ' ในเขื่อนลำปาว นักวิชาการเตือนกระทบระบบนิเวศ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พบ 'ปลาหมอคางดำ' ในเขื่อนลำปาว นักวิชาการเตือนกระทบระบบนิเวศ

นักวิชาการออกคำเตือนหลังพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว หวั่นกระทบลุ่มน้ำชี มูล และโขง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พบ 'ปลาหมอคางดำ' ในเขื่อนลำปาว นักวิชาการเตือนกระทบระบบนิเวศ

แหล่งข่าวเดียว
พบ 'ปลาหมอคางดำ' ในเขื่อนลำปาว นักวิชาการเตือนกระทบระบบนิเวศ

นักวิชาการออกคำเตือนหลังพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว หวั่นกระทบลุ่มน้ำชี มูล และโขง

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเตือนภัยเร่งด่วนหลังจากมีหลักฐานภาพถ่ายยืนยันการพบปลาหมอคางดำจำนวน 18 ตัวในอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว นักวิชาการเตือนว่าหากไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของสายพันธุ์รุกรานนี้ได้ทันที อาจนำไปสู่ผลกระทบทางนิเวศวิทยาที่รุนแรงต่อลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำโขง ซึ่งเป็นระบบแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากปลาหมอคางดำขึ้นชื่อเรื่องพฤติกรรมการขยายพันธุ์ที่รุนแรงและความสามารถในการรบกวนระบบนิเวศทางน้ำในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการประมงพื้นบ้านและความหลากหลายทางชีวภาพของทางน้ำสายหลักเหล่านี้ การปรากฏตัวของปลาเหล่านี้ในเขื่อนขนาดใหญ่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่แพร่พันธุ์ออกไปนอกเหนือจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก่อนหน้านี้

ในขณะนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าปลาเหล่านี้เข้ามาในอ่างเก็บน้ำได้อย่างไร และทางการจะดำเนินมาตรการควบคุมเฉพาะเจาะจงอย่างไรเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเพิ่มเติม แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง แต่ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค ผู้สังเกตการณ์เน้นย้ำว่าการจัดการเชิงรุกเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตสิ่งแวดล้อมในวงกว้างทั่วเครือข่ายแม่น้ำที่เชื่อมต่อกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 03:57 UTC

สหรัฐฯ ยืนยันการติดตั้งอาวุธในอวกาศ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ ยืนยันการติดตั้งอาวุธในอวกาศ

สหรัฐอเมริกายอมรับอย่างเป็นทางการว่ามีการติดตั้งอาวุธในอวกาศ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในนโยบายอวกาศระหว่างประเทศ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สหรัฐฯ ยืนยันการติดตั้งอาวุธในอวกาศ

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ ยืนยันการติดตั้งอาวุธในอวกาศ

สหรัฐอเมริกายอมรับอย่างเป็นทางการว่ามีการติดตั้งอาวุธในอวกาศ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในนโยบายอวกาศระหว่างประเทศ

ตามรายงานของ Khaosod English ซึ่งอ้างอิงจากสำนักข่าว Associated Press รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยืนยันเป็นครั้งแรกว่ามีการติดตั้งอาวุธในอวกาศ โดยรัฐมนตรีว่าการทบวงทหารอากาศ ทรอย เมงค์ ได้ประกาศเรื่องนี้เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2026 การเปิดเผยนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกิดขึ้นหลังจากที่มีการเตือนในระดับนานาชาติมานานหลายปีเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำอวกาศมาใช้เป็นพื้นที่ทางทหารโดยประเทศอื่นๆ เช่น รัสเซีย และขัดต่อสนธิสัญญาระดับโลกที่มีมาอย่างยาวนานซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้อวกาศเป็นพื้นที่สำหรับวัตถุประสงค์ที่สันติเท่านั้น

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย พัฒนาการนี้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์โลก แม้ว่าจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัยในการเดินทาง แต่การนำอวกาศมาใช้ทางทหารอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและพลวัตความมั่นคงในภูมิภาคในระยะยาว

ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงลักษณะเฉพาะของอาวุธที่ติดตั้ง วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์เบื้องหลังการเคลื่อนไหวนี้ และวิธีที่มหาอำนาจโลกอื่นๆ จะตอบสนองต่อการเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานด้านอวกาศที่กำหนดไว้ เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างประเทศนี้ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนติดตามการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายระหว่างประเทศที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การป้องกันประเทศในอวกาศนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 02:35 UTC

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบระบบเตือนภัยล่วงหน้า
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบระบบเตือนภัยล่วงหน้า

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เข้าตรวจสอบสถานีเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อให้มั่นใจถึงความพร้อมในการรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบระบบเตือนภัยล่วงหน้า

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบระบบเตือนภัยล่วงหน้า

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เข้าตรวจสอบสถานีเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อให้มั่นใจถึงความพร้อมในการรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) รายงานว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำเขต 7 ได้ดำเนินการตรวจสอบภาคสนามของระบบเตือนภัยล่วงหน้าซึ่งออกแบบมาเพื่อตรวจจับน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ตามรายงานอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่ได้เข้าเยี่ยมชมสถานีในพื้นที่เพื่อประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญประจำสถานีและตรวจสอบสถานะการทำงานของอุปกรณ์ตรวจวัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การตรวจสอบเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงภัย แม้ว่ากรมทรัพยากรน้ำจะเฝ้าระวังระบบเหล่านี้อย่างแข็งขัน แต่ประสิทธิภาพของการแจ้งเตือนในช่วงที่เกิดสภาพอากาศสุดขั้วนั้นขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาในพื้นที่และการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์

ทั้งนี้ ยังคงต้องยืนยันว่าจังหวัดหรือเขตใดบ้างภายใต้เขตอำนาจของสำนักงานทรัพยากรน้ำเขต 7 ที่ได้รับความสำคัญในรอบการตรวจสอบนี้ นอกจากนี้ กรมฯ ยังไม่ได้เผยแพร่รายงานสถานะที่ครอบคลุมเกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานโดยรวมของเครือข่ายการเตือนภัยทั่วทั้งภูมิภาค ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำและพยากรณ์อากาศในพื้นที่ เนื่องจากระบบเหล่านี้เป็นชั้นความปลอดภัยสาธารณะที่สำคัญแม้จะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด กรมทรัพยากรน้ำยังคงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อให้แน่ใจว่าโปรโตคอลการเตือนภัยล่วงหน้ายังคงทำงานและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 08:10 UTC

ประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในประเทศไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศสำหรับ 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เนื่องจากสภาพอากาศรุนแรงในช่วงวันที่ 15 - 20 กันยายน 2569

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยทั่วประเทศจากน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในประเทศไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศเตือนภัยทั่วประเทศสำหรับ 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เนื่องจากสภาพอากาศรุนแรงในช่วงวันที่ 15 - 20 กันยายน 2569

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศทั่วประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์รัฐบาลไทยรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนสำหรับ 76 จังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร โดยขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง

ผลกระทบและความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 20 กันยายน 2569 สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว สภาพอากาศเหล่านี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดเส้นทางจราจร และสภาวะที่เป็นอันตรายในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ชายฝั่งที่ลุ่มต่ำ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

สถานะปัจจุบัน

แม้ว่าประกาศเตือนจะครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ความรุนแรงของสภาพอากาศอาจแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ในขณะนี้ยังไม่มีการระบุรายละเอียดสถานที่เฉพาะที่มีความเสี่ยงต่อดินโคลนถล่มหรือน้ำท่วมรุนแรงในประกาศเบื้องต้น นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวัง ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังหรือพื้นที่ลาดชันในช่วงเวลาดังกล่าว ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการอพยพหรือพื้นที่อันตรายเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานระดับจังหวัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 03:35 UTC

ประกาศเตือนภัยธงแดงในหล่มสักเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยธงแดงในหล่มสักเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้น

ทางการในหล่มสักได้ขึ้นธงแดงเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักยังคงเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีการออกคำเตือนเร่งด่วนสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยธงแดงในหล่มสักเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยธงแดงในหล่มสักเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้น

ทางการในหล่มสักได้ขึ้นธงแดงเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักยังคงเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีการออกคำเตือนเร่งด่วนสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ทางการท้องถิ่นในอำเภอหล่มสักได้ขึ้นธงแดงอย่างเป็นทางการ เพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงเนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำป่าสักที่เพิ่มสูงขึ้น มาตรการนี้ถือเป็นคำเตือนสำคัญสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยสูงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน ขณะนี้หน่วยงานท้องถิ่นกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากระดับน้ำยังคงมีความผันผวน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบูรณ์ เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในอำเภอหล่มสักหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด

ในขณะนี้ ขอบเขตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากสถานการณ์ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านและสภาพอากาศ สิ่งสำคัญคือผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐและหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีรายงานว่าระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 03:16 UTC

เตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคกลางของไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคกลางของไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่เมื่อวันที่ 16 กันยายน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคกลางของไทย

แหล่งข่าวเดียว
เตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคกลางของไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่เมื่อวันที่ 16 กันยายน

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเกี่ยวกับฝนตกหนักที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย โดยรายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่าภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกของประเทศ

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม สภาพอากาศเหล่านี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและความปลอดภัยในการเดินทางในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังมีการเฝ้าระวังสภาพทางทะเล โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

สำหรับผู้ที่พำนักหรือเดินทางผ่านภูมิภาคเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ แม้ว่าพยากรณ์อากาศจะระบุพื้นที่เสี่ยงภัยไว้ แต่ความรุนแรงและระยะเวลาที่แน่นอนของฝนในแต่ละจุดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพอากาศในพื้นที่ก่อนเริ่มกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเดินทางข้ามจังหวัด ทั้งนี้ ขอบเขตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือพื้นที่เฉพาะที่อาจได้รับผลกระทบหนักที่สุดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากการประเมินของหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 01:56 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วงวันที่ 17-20 กันยายน
ความปลอดภัย ได้รับการยืนยัน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วงวันที่ 17-20 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ออกประกาศฉบับแรกอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนักถึงหนักมากที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั่วประเทศในช่วงปลายสัปดาห์นี้

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วงวันที่ 17-20 กันยายน

ได้รับการยืนยัน
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วงวันที่ 17-20 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ออกประกาศฉบับแรกอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนักถึงหนักมากที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั่วประเทศในช่วงปลายสัปดาห์นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับแรกอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพอากาศแปรปรวนที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงวันที่ 17-20 กันยายน 2569 ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ หน่วยงานได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังความเสี่ยงจากฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศนี้มีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่เปราะบาง ผู้ที่วางแผนการเดินทางหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงวันดังกล่าวควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้สภาพถนนเป็นอันตราย อาจเกิดความล่าช้าในการขนส่ง และส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุช่วงเวลาของเหตุการณ์สภาพอากาศเหล่านี้แล้ว แต่จังหวัดหรือภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงสุดยังไม่ได้ระบุรายละเอียดในประกาศฉบับแรกนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าพื้นที่ใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของฝนมากที่สุด ทางการแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการและใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมหรือดินโคลนถล่ม โดยคาดว่าจะมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 00:50 UTC

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในไทย: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมใน 51 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในไทย: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมใน 51 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับ 51 จังหวัด โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในวันที่ 16 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในไทย: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมใน 51 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในไทย: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมใน 51 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับ 51 จังหวัด โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักและเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในวันที่ 16 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศที่สำคัญครอบคลุม 51 จังหวัดทั่วประเทศไทย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พยากรณ์อากาศระบุว่าร้อยละ 70 ของพื้นที่เหล่านี้ รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกหนัก

สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางที่ส่งผลกระทบต่อทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทางการได้เตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและลาดเชิงเขา

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก นอกจากนี้ สภาพทางทะเลคาดว่าจะมีความยากลำบาก โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงปานกลางระหว่าง 1-2 เมตร และอาจสูงเกิน 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีพายุ

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้พยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงนี้ แต่ระยะเวลาของสภาพอากาศดังกล่าวยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 23:55 UTC

เชียงใหม่เตรียมรับมือฝนตกหนักช่วง 17-20 ก.ย. นี้
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เชียงใหม่เตรียมรับมือฝนตกหนักช่วง 17-20 ก.ย. นี้

ทางการเชียงใหม่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและระดมกำลังพลเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เชียงใหม่เตรียมรับมือฝนตกหนักช่วง 17-20 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
เชียงใหม่เตรียมรับมือฝนตกหนักช่วง 17-20 ก.ย. นี้

ทางการเชียงใหม่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและระดมกำลังพลเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จังหวัดเชียงใหม่กำลังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัย โดยนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เป็นประธานการประชุมที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1 เพื่อประสานงานด้านการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ

แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่จะมีฝนตกน้อย แต่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือได้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน 2569 เนื่องมาจากอิทธิพลของบริเวณความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองทั่วไป แม้การพยากรณ์ในปัจจุบันจะยังไม่บ่งชี้ถึงพายุรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจเป็นอันดับแรก

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยง 8 แห่ง และมีการระดมกำลังพลพร้อมเครื่องจักรหนักเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากหรือดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ แม้แนวโน้มปัจจุบันจะคาดการณ์ว่าเป็นเพียงฝนตกปานกลางถึงหนัก แต่สถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง ทั้งนี้ทางการยังไม่มีคำสั่งอพยพ แต่ยังคงเตรียมความพร้อมเพื่อบริหารจัดการระดับน้ำและป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เปราะบาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 15:01 UTC

ดาเนียล มัลดินี ถูกสั่งพักใบขับขี่หลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในมิลาน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ดาเนียล มัลดินี ถูกสั่งพักใบขับขี่หลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในมิลาน

ดาเนียล มัลดินี กองกลางของกายารี ถูกสั่งพักใบขับขี่หลังจากตรวจพบระดับแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนดภายหลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในเมืองมิลาน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ดาเนียล มัลดินี ถูกสั่งพักใบขับขี่หลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในมิลาน

แหล่งข่าวเดียว
ดาเนียล มัลดินี ถูกสั่งพักใบขับขี่หลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในมิลาน

ดาเนียล มัลดินี กองกลางของกายารี ถูกสั่งพักใบขับขี่หลังจากตรวจพบระดับแอลกอฮอล์เกินกฎหมายกำหนดภายหลังเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในเมืองมิลาน

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ระบุว่า ดาเนียล มัลดินี นักฟุตบอลวัย 24 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในเมืองมิลานในช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มัลดินี ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งให้กับสโมสรกายารีในกัลโช่ เซเรีย อา กำลังขับรถปอร์เช่ คาร์เรรา 4 ก่อนจะชนเข้ากับรถอีกคันหนึ่ง

ตำรวจในเมืองมิลานยืนยันว่ากองกลางรายนี้ ซึ่งเป็นบุตรชายของตำนานนักฟุตบอล เปาโล มัลดินี มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุจริง โดยเจ้าหน้าที่รายงานว่าใบขับขี่ของมัลดินีถูกสั่งพักการใช้งานหลังจากผลการตรวจพบว่ามีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 6 ราย รวมถึงตัวนักฟุตบอลเองด้วย อุบัติเหตุนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มัลดินีเพิ่งทำประตูชัยช่วยให้กายารีเอาชนะอตาลันตาไปได้ 2-1

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักอยู่ในอิตาลี เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการบังคับใช้กฎหมายจราจรที่เข้มงวดและผลกระทบที่รุนแรงจากการขับขี่ขณะมึนเมา แม้ว่ามาตรการทางกฎหมายเบื้องต้นคือการพักใบขับขี่จะมีผลบังคับใช้แล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาทางอาญาหรือบทลงโทษอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันจากทางการอิตาลี นักท่องเที่ยวควรตระหนักว่ากฎระเบียบจราจรในท้องถิ่นมีการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด และการกระทำผิดใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์อาจนำไปสู่ผลกระทบทางปกครองและทางกฎหมายในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 15:06 UTC

ไทยเตรียมรับมือฤดูกาล PM2.5 ปี 2570 ด้วยกลยุทธ์ควบคุมมลพิษใหม่
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมรับมือฤดูกาล PM2.5 ปี 2570 ด้วยกลยุทธ์ควบคุมมลพิษใหม่

ทางการได้เปิดตัวโครงการเชิงรุกเพื่อจัดการคุณภาพอากาศก่อนถึงฤดูกาล PM2.5 ในปี 2570 โดยมุ่งเน้นไปที่การควบคุมมลพิษที่ต้นทางและการจัดการข้อมูล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยเตรียมรับมือฤดูกาล PM2.5 ปี 2570 ด้วยกลยุทธ์ควบคุมมลพิษใหม่

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมรับมือฤดูกาล PM2.5 ปี 2570 ด้วยกลยุทธ์ควบคุมมลพิษใหม่

ทางการได้เปิดตัวโครงการเชิงรุกเพื่อจัดการคุณภาพอากาศก่อนถึงฤดูกาล PM2.5 ในปี 2570 โดยมุ่งเน้นไปที่การควบคุมมลพิษที่ต้นทางและการจัดการข้อมูล

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สุชาติได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อจัดทำกลยุทธ์ที่ครอบคลุมสำหรับฤดูกาล PM2.5 ในปี 2570 โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดการกับมลพิษทางอากาศที่ต้นทางแทนที่จะพึ่งพาเพียงมาตรการตอบโต้เท่านั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการปรับปรุงคุณภาพอากาศในเมืองหลวง การให้ความสำคัญกับการจัดการที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการกำกับดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษที่เข้มงวดขึ้น เจ้าหน้าที่หวังว่าจะช่วยบรรเทาความรุนแรงของหมอกควันตามฤดูกาลที่มักส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและทัศนวิสัย การรวมศูนย์ข้อมูลคาดว่าจะช่วยปรับปรุงความแม่นยำในการติดตามและประสิทธิภาพในการตอบสนอง

แม้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกการกำกับดูแลเฉพาะที่จะนำมาใช้เพื่อควบคุมมลพิษที่ต้นทาง และวิธีการบังคับใช้มาตรการเหล่านี้ในภาคส่วนต่างๆ เมื่อใกล้ถึงฤดูกาลปี 2570 ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะคอยติดตามการอัปเดตเกี่ยวกับกรอบเวลาการดำเนินงานและตัวชี้วัดเฉพาะที่จะใช้ในการประเมินความสำเร็จของกรอบความร่วมมือใหม่นี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 13:25 UTC

ทำความเข้าใจความคุ้มครองประกันภัยพิบัติแห่งชาติของไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทำความเข้าใจความคุ้มครองประกันภัยพิบัติแห่งชาติของไทย

Matichon Online รายงานเกี่ยวกับขอบเขตของประกันภัยพิบัติแห่งชาติของไทย โดยให้รายละเอียดความคุ้มครองสำหรับน้ำท่วม แผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทำความเข้าใจความคุ้มครองประกันภัยพิบัติแห่งชาติของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ทำความเข้าใจความคุ้มครองประกันภัยพิบัติแห่งชาติของไทย

Matichon Online รายงานเกี่ยวกับขอบเขตของประกันภัยพิบัติแห่งชาติของไทย โดยให้รายละเอียดความคุ้มครองสำหรับน้ำท่วม แผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด

ภาพรวมของประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 มีความสนใจจากสาธารณชนเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติของไทย เนื่องจากประเทศไทยมักเผชิญกับความท้าทายทางสภาพอากาศตามฤดูกาลและความเสี่ยงทางธรณีวิทยา การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองทางการเงินที่มีให้สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของทรัพย์สินจึงเป็นสิ่งสำคัญ

คุ้มครองอะไรบ้าง?

กรมธรรม์นี้ออกแบบมาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ โดยครอบคลุมเฉพาะ:

  • น้ำท่วม: ความคุ้มครองสำหรับความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมขังรุนแรง
  • แผ่นดินไหว: การคุ้มครองความเสียหายทางโครงสร้างที่เกิดจากกิจกรรมทางแผ่นดินไหว
  • ภูเขาไฟระเบิด: ข้อกำหนดสำหรับการสูญเสียที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางภูเขาไฟ

ทำไมถึงสำคัญ?

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาว รายละเอียดการประกันภัยเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินความเสี่ยงทางการเงินส่วนบุคคล แม้ว่ากรมธรรม์จะให้กรอบสำหรับการชดเชย แต่จำนวนเงินที่จ่ายจริงและเกณฑ์การได้รับสิทธิ์ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาประกันภัยแต่ละฉบับ

สถานะและการชี้แจง

ยังคงต้องมีการยืนยันว่านโยบายระดับชาตินี้ทำงานร่วมกับแผนประกันภัยเสริมส่วนบุคคลอย่างไร ขอแนะนำให้ผู้เดินทางและผู้อยู่อาศัยตรวจสอบเอกสารกรมธรรม์เฉพาะของตนหรือปรึกษากับผู้ให้บริการประกันภัยเพื่อทำความเข้าใจขีดจำกัดความคุ้มครองที่แน่นอน รายงานนี้เป็นเพียงภาพรวมของกรอบการทำงานระดับชาติและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนส่วนบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 13:26 UTC

เจ้าหน้าที่เชียงใหม่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและแผนป้องกันอุทกภัย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เจ้าหน้าที่เชียงใหม่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและแผนป้องกันอุทกภัย

กรมทรัพยากรน้ำจัดการประชุมครั้งที่ 5 ประจำปี 2569 เพื่อติดตามระดับน้ำและประสานงานแผนบรรเทาอุทกภัยสำหรับจังหวัดเชียงใหม่

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่เชียงใหม่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและแผนป้องกันอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่เชียงใหม่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและแผนป้องกันอุทกภัย

กรมทรัพยากรน้ำจัดการประชุมครั้งที่ 5 ประจำปี 2569 เพื่อติดตามระดับน้ำและประสานงานแผนบรรเทาอุทกภัยสำหรับจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 ได้จัดการประชุมครั้งที่ 5 ของปีเพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและการป้องกันอุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม่ ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ การประชุมมุ่งเน้นไปที่การติดตามสถานการณ์น้ำในปัจจุบันและการประเมินประสิทธิภาพของกลยุทธ์การบรรเทาอุทกภัยที่มีอยู่ในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การประชุมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามเชิงรุกอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย แม้ว่าการประชุมจะระบุว่าเจ้าหน้าที่กำลังติดตามข้อมูลทางอุทกวิทยาอย่างแข็งขัน แต่ก็ยังไม่มีการแจ้งเตือนเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภัยคุกคามจากน้ำท่วมในทันทีหรือความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน

รายละเอียดหลายประการยังคงต้องรอการยืนยัน รวมถึงผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงของการประชุม การปรับเปลี่ยนโปรโตคอลการป้องกันอุทกภัยในปัจจุบัน และการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่การประกาศแจ้งเตือนสาธารณะใหม่หรือไม่ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมายังเชียงใหม่ในช่วงฤดูมรสุมควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพอากาศและระดับน้ำ เนื่องจากนี่เป็นการอัปเดตด้านการบริหาร จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการติดตามสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นขณะอยู่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 12:51 UTC