ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง ✦
กฎหมาย ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก ✦
ความปลอดภัย รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์ ✦
กีฬา อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026 ✦
การเมือง บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา ✦
กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ความปลอดภัย

หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

แหล่งข่าวเดียว
หมอพื้นบ้านถูกลอบยิงเสียชีวิตในจังหวัดพัทลุง

หมอพื้นบ้านชื่อดังถูกลอบยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดพัทลุง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจักรกฤษณ์ สุวรรณรัตน์ อายุ 40 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบอย” หมอพื้นบ้านด้านสมุนไพร ถูกลอบยิงเสียชีวิตขณะกำลังรับประทานอาหารที่บ้านพักในตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.53 น.

เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้โต๊ะรับประทานอาหาร โดยมีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณกกหูด้านขวา 2 แผล จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจใช้อาวุธปืนติดลำกล้องซุ่มยิงมาจากสวนยางพาราใกล้เคียงในขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่น่าตกใจ แม้จะดูเหมือนเป็นการมุ่งเป้าสังหารโดยเฉพาะเจาะจงมากกว่าเหตุการณ์สุ่มทำร้ายทั่วไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรวมถึงสอบปากคำพยานเพื่อหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากคดียังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและติดตามข้อมูลข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 19:00 UTC

กฎหมาย

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้าน 6 ปี คดีผสมน้ำยาเดทตอลในนมเด็ก

ศาลตัดสินจำคุกแม่บ้านเป็นเวลา 6 ปี ในข้อหาพยายามฆ่าเด็กวัย 2 ขวบ ด้วยการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อลงในนม

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ศาลไทยได้มีคำพิพากษาในคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก กรณีแม่บ้านที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะเทน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลลงในขวดนมของเด็กวัย 2 ขวบ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 โดยคุณแม่ของเด็กที่รู้จักกันในชื่อ "แม่หยก" เป็นผู้แจ้งความ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ศาลได้ตัดสินลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ โทษจึงลดลงเหลือ 6 ปี ในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย จำเลยพยายามกลับคำให้การโดยอ้างว่าทำตามคำสั่งสามีและมีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่สุดท้ายก็ยังคงยืนยันรับสารภาพ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าจำเลยมีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับการลักทรัพย์ในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียมมาก่อน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบประวัติอย่างเข้มงวดเมื่อจ้างพนักงานในบ้าน คุณแม่ระบุว่าแรงจูงใจที่แท้จริงของจำเลยยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจากคำให้การตลอดการสอบสวนมีความสับสนและไม่สอดคล้องกัน แม้จะมีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่สาเหตุที่แท้จริงของการกระทำดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ครอบครัวต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านและการตรวจสอบประวัติพนักงานในบ้านอย่างละเอียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:40 UTC

ความปลอดภัย

รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะเสียหลักพุ่งชนร้านซักผ้าในบุรีรัมย์

ชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะพุ่งชนรถที่จอดอยู่และร้านซักผ้าหยอดเหรียญท่ามกลางฝนตกหนักในจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนในอำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อชายวัย 23 ปีเสียหลักขับรถกระบะขณะสัญจรบนถนนสายห้วยราช–บ้านสนวน รายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่าคนขับกำลังเดินทางกลับจากการไปโรงพยาบาลท่ามกลางฝนตกหนักก่อนที่รถจะเสียหลัก

รถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนรถที่จอดอยู่ 2 คันก่อนจะพุ่งเข้าไปในร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ส่งผลให้หญิงสาววัย 24 ปีที่กำลังรอผ้าอยู่ภายในร้านถูกรถชนและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ได้เข้าให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยราชเพื่อทำการรักษาต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะท่ามกลางฝนตกหนักในเขตร้อน ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนได้อย่างมาก แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ตำรวจท้องที่ยังคงดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าคนขับจะต้องเผชิญกับข้อหาทางกฎหมายเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินและการบาดเจ็บของผู้เสียหายหรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรบนถนนในชนบทในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:01 UTC

กีฬา

อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
อินโดนีเซียคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์แบดมินตันชายเอเชียนเกมส์

อินโดนีเซียพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะจีนในรอบชิงชนะเลิศแบดมินตันทีมชายเอเชียนเกมส์ 2026 ได้สำเร็จ ยุติการรอคอยเหรียญทองในรายการนี้มานานถึง 28 ปี

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมชาติอินโดนีเซียคว้าเหรียญทองแบดมินตันทีมชายในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญเนื่องจากเป็นเหรียญทองแรกของประเทศในรายการนี้ในรอบ 28 ปี

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นขึ้นโดยทีมจีนซึ่งเป็นแชมป์เก่าสองสมัยซ้อนขึ้นนำไปก่อน 2-0 คู่ โดยฉือ หยู่ฉี เอาชนะ โจนาทาน คริสตี (21-13, 21-18) ตามด้วยประเภทคู่ เหลียง เหว่ยเคิง และหวัง ฉ่าง เอาชนะ ฟาจาร์ อัลฟิอัน และมูฮัมหมัด โชฮิบูล ฟิครี (22-20, 19-21, 21-14) อย่างไรก็ตาม ทีมอินโดนีเซียสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่เข้มข้นของกีฬาแบดมินตันในเอเชีย ซึ่งเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยากาศรอบการแข่งขันระดับภูมิภาคที่สำคัญเช่นนี้มักนำไปสู่ความสนใจในท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อการเดินทางของแฟนกีฬาที่จะเข้าร่วมชมการแข่งขันในอนาคต แม้ผลการแข่งขันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่คาดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแมตช์การแข่งขันแต่ละคู่ที่นำไปสู่ผลรวม 3-2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 18:11 UTC

กีฬา

ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

แหล่งข่าวเดียว
ยืนยันรายชื่อทีมผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ศึกเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD 2026

มีการประกาศรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว

ตามรายงานจาก Matichon Online รอบคัดเลือกสำหรับการแข่งขันเซปักตะกร้อนักเรียน แชมป์กีฬา 7HD ประจำปี 2026 ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยมีการยืนยันรายชื่อทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการ ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาเยาวชนทั่วประเทศไทยในการแสดงทักษะในกีฬาพื้นบ้านอย่างเซปักตะกร้อ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวัฒนธรรมกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับความสามารถของเยาวชนที่กำลังพัฒนาอยู่ในระบบโรงเรียนของไทย การแข่งขันแชมป์กีฬา 7HD ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในบทบาทของการส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและสนับสนุนกีฬาในกลุ่มคนรุ่นใหม่

แม้ว่าจะมีการเปิดเผยรายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบแล้ว แต่ตารางการแข่งขันที่ชัดเจนสำหรับรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะมาถึงนั้นยังไม่ได้ข้อสรุป ผู้ชมและผู้สนับสนุนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากทางทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานที่และเวลาการแข่งขัน เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไป คาดว่าความเข้มข้นของเกมจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในท้องถิ่นได้มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าผู้จัดงานจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการแข่งขันและข้อมูลการถ่ายทอดสดสำหรับรอบแบ่งกลุ่มในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:56 UTC

การเมือง

บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

แหล่งข่าวเดียว
บทบาทที่โดดเด่นขึ้นของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวัฒนา

ลลิดา เพริศวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจและคำชื่นชมอย่างมากภายใต้รัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล

ตามรายงานจาก Thai Post ลลิดา เพริศวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กลายเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจและคำชื่นชมจากสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมักถูกเรียกด้วยชื่อเล่นว่า 'รองกิฟท์' เธอได้รับความสนใจจากบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นของโฆษกรัฐบาลมักเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการเปลี่ยนแปลงข้อความทางการเมืองและลำดับความสำคัญในการบริหาร ในขณะที่รัฐบาลยังคงดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่อย่างคุณลลิดาช่วยให้เห็นภาพว่ารัฐบาลตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมกับสาธารณชนและจัดการภาพลักษณ์ของตนอย่างไร

แม้ว่าความนิยมที่เพิ่มขึ้นของเธอจะถูกบันทึกไว้ในสื่อท้องถิ่น แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบทบาทสาธารณะที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีอิทธิพลต่อเส้นทางการเมืองในอนาคตของเธอหรือกลยุทธ์การสื่อสารเฉพาะของรัฐบาลอนุทินอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการปรากฏตัวต่อสาธารณะและแถลงการณ์ของเธอเพื่อประเมินจุดยืนของรัฐบาลในประเด็นระดับชาติหลายประการ จนถึงขณะนี้ รายงานได้เน้นย้ำถึงสถานะปัจจุบันของเธอในฐานะบุคคลสำคัญภายในฝ่ายบริหาร แม้ว่ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลงานเชิงนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือเป้าหมายทางการเมืองระยะยาวของเธอยังไม่ได้มีการระบุไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 17:58 UTC

น้ำท่วมหนักในจังหวัดพิจิตรหลังฝนตกต่อเนื่อง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำท่วมหนักในจังหวัดพิจิตรหลังฝนตกต่อเนื่อง

ฝนที่ตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อ 7 อำเภอในจังหวัดพิจิตร สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายร้อยหลังและทำให้ต้องสั่งปิดโรงเรียน 2 แห่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในจังหวัดพิจิตรหลังฝนตกต่อเนื่อง

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในจังหวัดพิจิตรหลังฝนตกต่อเนื่อง

ฝนที่ตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อ 7 อำเภอในจังหวัดพิจิตร สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายร้อยหลังและทำให้ต้องสั่งปิดโรงเรียน 2 แห่ง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 จังหวัดพิจิตรกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องและน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลกระทบต่อ 13 ตำบลใน 7 อำเภอ รวมถึงอำเภอวชิรบารมีและอำเภอสามง่าม

นางสาวสุกัญญา ต้นทุน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิจิตร ยืนยันว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำนวน 274 หลังคาเรือน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน จึงได้มีคำสั่งให้ปิดโรงเรียนชั่วคราวจำนวน 2 แห่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและจัดการกับสถานการณ์ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการเดินทาง การปิดเส้นทางจราจร และความเสี่ยงในพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด แม้ว่าการช่วยเหลือเบื้องต้นจะดำเนินการอยู่ แต่ความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะลดระดับลงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:03 UTC

ทางการเตรียมใช้ 'แผนก้างปลา' เร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันเมืองเก่าอยุธยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการเตรียมใช้ 'แผนก้างปลา' เร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันเมืองเก่าอยุธยา

ทางการไทยกำลังใช้กลยุทธ์การจัดการน้ำแบบ 'ก้างปลา' เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในเขตเมืองเก่าอยุธยา ท่ามกลางปริมาณน้ำเหนือที่เพิ่มสูงขึ้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการเตรียมใช้ 'แผนก้างปลา' เร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันเมืองเก่าอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเตรียมใช้ 'แผนก้างปลา' เร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันเมืองเก่าอยุธยา

ทางการไทยกำลังใช้กลยุทธ์การจัดการน้ำแบบ 'ก้างปลา' เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในเขตเมืองเก่าอยุธยา ท่ามกลางปริมาณน้ำเหนือที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 นายภราดรยืนยันว่าทางการกำลังเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อรับมือกับมวลน้ำที่ไหลมาจากนครสวรรค์ แม้สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันจะยังคงทรงตัว แต่เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมใช้ 'แผนก้างปลา' ในการระบายน้ำ โดยกลยุทธ์นี้จะเน้นการผันน้ำออกไปทางฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำ และระบายน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำ (แก้มลิง) ที่กำหนดไว้ เพื่อลดผลกระทบจากการเอ่อล้นไม่ให้ลามเข้าสู่เขตเมืองเก่าอยุธยา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งโบราณสถานและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ แม้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะยังอยู่ภายใต้การควบคุม แต่ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การผันน้ำนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลเข้ามาและความสามารถในการรองรับน้ำของทุ่งรับน้ำที่กำหนดไว้ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวหรือพำนักในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพอากาศและผลลัพธ์ของการบริหารจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 07:05 UTC

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำรับมือฝนตกหนัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำรับมือฝนตกหนัก

กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำรับมือฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำรับมือฝนตกหนัก

กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรมชลประทานได้ปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การตัดสินใจนี้เป็นผลมาจากปริมาณน้ำที่ไหลหลากจากพื้นที่ตอนบน โดยสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์วัดปริมาณน้ำไหลผ่านได้ 1,777 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ กรมชลประทานกำลังยกระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อชะลอการไหลของน้ำและเพิ่มศักยภาพในการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำ มาตรการเหล่านี้ดำเนินการเพื่อรองรับปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา การปรับเพิ่มการระบายน้ำนี้อาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องติดตามประกาศในพื้นที่เกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมหรือการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการน้ำ แม้ว่ากรมชลประทานจะดำเนินการบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มที่เพื่อลดความเสี่ยง แต่ผลกระทบโดยรวมจากปริมาณฝนจนถึงวันที่ 27 กันยายนนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของทางราชการเพื่อรับทราบคำเตือนด้านความปลอดภัยหรือคำแนะนำในการเดินทางในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:50 UTC

สส.ภูมิใจไทยจี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมอยุธยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สส.ภูมิใจไทยจี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมอยุธยา

สส.พรรคภูมิใจไทยตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สส.ภูมิใจไทยจี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
สส.ภูมิใจไทยจี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมอยุธยา

สส.พรรคภูมิใจไทยตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจง

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายปะดิธ สังขจาย สส.พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถึงรัฐบาลเกี่ยวกับวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยนายปะดิธระบุว่าแม้การคาดการณ์ในช่วงต้นปี 2569 จะประเมินว่าความเสี่ยงน้ำท่วมมีน้อย แต่สถานการณ์ล่าสุดได้สร้างความกังวลอย่างมากให้กับประชาชนในพื้นที่

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้แทน ได้ชี้แจงว่าการระบายน้ำเพิ่มขึ้นจากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นผลโดยตรงจากฝนที่ตกหนักและน้ำเหนือที่ไหลหลากลงมา นายภราดรย้ำว่ารัฐบาลกำลังมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำแบบ "ก้างปลา" ซึ่งเป็นการผันน้ำเข้าสู่ลำน้ำสาขาและทุ่งรับน้ำที่กำหนดไว้ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อนลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนของระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งบริหารจัดการอัตราการระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งแม่น้ำควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและตรวจสอบประกาศจากหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การผันน้ำดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพเพียงใดในการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและโบราณสถานในช่วงฤดูฝนที่ยังคงดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:43 UTC

ชาวนาในราชบุรีเผชิญวิกฤตหนี้สินหลังน้ำท่วมหนัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ชาวนาในราชบุรีเผชิญวิกฤตหนี้สินหลังน้ำท่วมหนัก

นาข้าวกว่า 200 ไร่ในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ถูกน้ำท่วมขังจนเสียหายทั้งหมด ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ต้องแบกรับภาระหนี้สินและเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างถาวร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ชาวนาในราชบุรีเผชิญวิกฤตหนี้สินหลังน้ำท่วมหนัก

แหล่งข่าวเดียว
ชาวนาในราชบุรีเผชิญวิกฤตหนี้สินหลังน้ำท่วมหนัก

นาข้าวกว่า 200 ไร่ในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ถูกน้ำท่วมขังจนเสียหายทั้งหมด ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่ต้องแบกรับภาระหนี้สินและเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างถาวร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกษตรกรในหมู่ 7 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี กำลังเผชิญกับความเดือดร้อนอย่างหนักหลังจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่นาข้าวประมาณ 200-300 ไร่ ต้นข้าวที่มีอายุประมาณ 1 เดือนถูกน้ำท่วมขังมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์และได้รับความเสียหายทั้งหมด

ชาวบ้านในพื้นที่แสดงความผิดหวังเนื่องจากที่ผ่านมาแม้จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาถ่ายรูปเพื่อบันทึกความเสียหาย แต่กลับไม่เคยได้รับเงินชดเชย โดยอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เกษตรกรบางรายพยายามประกาศขายที่ดินเนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซากแต่ก็ไม่สามารถขายได้ ชาวบ้านจึงรวมตัวกันเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจเข้ามาดูแลและหาแนวทางระบายน้ำอย่างถาวรเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตรต่อสภาพอากาศตามฤดูกาล แม้ผลกระทบโดยตรงจะเกิดขึ้นกับกลุ่มเกษตรกร แต่การเกิดน้ำท่วมซ้ำซากอาจส่งผลต่อการเดินทางบนถนนสายเลี่ยงเมืองจอมบึง-สวนผึ้ง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินฉุกเฉินหรือดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานตามที่ชาวบ้านร้องขอเพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:43 UTC

แม่น้ำปราจีนบุรีเอ่อล้น ท่วมตลาดเก่า 100 ปี กบินทร์บุรี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

แม่น้ำปราจีนบุรีเอ่อล้น ท่วมตลาดเก่า 100 ปี กบินทร์บุรี

ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ตลาดเก่าแก่ 100 ปีของกบินทร์บุรี ส่งผลให้ต้องมีการเร่งขนย้ายสิ่งของอย่างเร่งด่วน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

แม่น้ำปราจีนบุรีเอ่อล้น ท่วมตลาดเก่า 100 ปี กบินทร์บุรี

แหล่งข่าวเดียว
แม่น้ำปราจีนบุรีเอ่อล้น ท่วมตลาดเก่า 100 ปี กบินทร์บุรี

ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ตลาดเก่าแก่ 100 ปีของกบินทร์บุรี ส่งผลให้ต้องมีการเร่งขนย้ายสิ่งของอย่างเร่งด่วน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 แม่น้ำปราจีนบุรีได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ย่านตลาดเก่าแก่ 100 ปีในอำเภอกบินทร์บุรี ส่งผลให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและสินค้าขึ้นสู่ที่สูงเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัยในทันที รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อการค้าขายและการคมนาคมในท้องถิ่น การเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ประวัติศาสตร์เช่นนี้มักนำไปสู่การปิดร้านค้าชั่วคราวและการจำกัดการเข้าถึงเส้นทางจราจรโดยรอบ ผู้ที่อยู่ในอำเภอกบินทร์บุรีหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง ติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบคำสั่งอพยพ และหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขังซึ่งอาจมีอันตรายจากกระแสไฟฟ้าหรือความไม่มั่นคงของโครงสร้างอาคาร

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันความเสียหายทั้งหมด รวมถึงระยะเวลาที่คาดว่าน้ำจะลดระดับลง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่ระยะเวลาของผลกระทบจากน้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและมาตรการจัดการน้ำในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลการเข้าถึงพื้นที่กับสำนักงานการท่องเที่ยวท้องถิ่นหรือที่พักก่อนการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:41 UTC

ย้าย 4 เสือ สน.ดินแดง เซ่นพิษบุกทลายบ่อนพนัน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ย้าย 4 เสือ สน.ดินแดง เซ่นพิษบุกทลายบ่อนพนัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง 4 นายของ สน.ดินแดง ถูกย้ายตำแหน่งหลังมีการบุกทลายบ่อนพนันผิดกฎหมายในกรุงเทพฯ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ย้าย 4 เสือ สน.ดินแดง เซ่นพิษบุกทลายบ่อนพนัน

แหล่งข่าวเดียว
ย้าย 4 เสือ สน.ดินแดง เซ่นพิษบุกทลายบ่อนพนัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง 4 นายของ สน.ดินแดง ถูกย้ายตำแหน่งหลังมีการบุกทลายบ่อนพนันผิดกฎหมายในกรุงเทพฯ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง 4 นายจากสถานีตำรวจนครบาลดินแดงถูกย้ายออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ การดำเนินการทางปกครองนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ได้นำกำลังเข้าบุกทลายบ่อนการพนันผิดกฎหมายซึ่งตั้งอยู่ภายในห้องเช่าบริเวณซอยประชาสงเคราะห์ 14 แยก 11

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามกิจกรรมที่ผิดกฎหมายภายในเขต แม้ว่าการย้ายตำแหน่งดังกล่าวจะเป็นขั้นตอนปฏิบัติมาตรฐานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทยภายหลังการตรวจพบการกระทำผิดในพื้นที่รับผิดชอบ แต่ก็ถือเป็นการย้ำเตือนถึงนโยบายการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการพนัน ซึ่งยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมายตามกฎหมายไทย

ในขณะนี้ การสอบสวนเกี่ยวกับบ่อนการพนันดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ โดยยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีการดำเนินการทางวินัยเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ที่ถูกย้ายหรือไม่ หรือจะมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานดังกล่าวต้องเผชิญกับข้อหาทางอาญาเพิ่มเติมหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงสถานประกอบการที่ดำเนินกิจการนอกเหนือจากข้อบังคับทางกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:44 UTC

กระทรวงกลาโหมไทยปรับกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงกลาโหมไทยปรับกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้

กระทรวงกลาโหมกำลังดำเนินแผนการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 14 อำเภอนำร่องในภาคใต้ของไทยเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภูมิภาค

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กระทรวงกลาโหมไทยปรับกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงกลาโหมไทยปรับกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้

กระทรวงกลาโหมกำลังดำเนินแผนการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 14 อำเภอนำร่องในภาคใต้ของไทยเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในภูมิภาค

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 กระทรวงกลาโหมของไทยได้ประกาศปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการความมั่นคงและความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเจ้าหน้าที่กำลังเปลี่ยนจากการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) แบบเดิม ไปสู่กรอบการทำงานแบบ 'การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์' ใหม่

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 14 อำเภอนำร่องที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการแก้ไขความขัดแย้ง กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อปรับทิศทางการสื่อสารใน 5 ด้านหลัก โดยเน้นการใช้ข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเพื่อให้เกิดความสอดคล้องและความโปร่งใสในข้อมูลสาธารณะ เจ้าหน้าที่กลาโหม รวมถึงผู้ที่ถูกเรียกว่า 'บิ๊กดุลย์' ได้ย้ำว่ารูปแบบการสื่อสารใหม่นี้จะต้องนำไปใช้ได้จริงและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาต้นตอของความไม่มั่นคงในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีที่รัฐบาลจัดการข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคง แม้ว่ารัฐบาลตั้งใจให้สิ่งนี้นำไปสู่การอัปเดตข้อมูลที่แม่นยำและเชื่อถือได้มากขึ้น แต่ผลกระทบในทางปฏิบัติในพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การสื่อสารนี้จะส่งผลต่อการปฏิบัติการด้านความมั่นคงในแต่ละวันหรือสภาพแวดล้อมด้านความปลอดภัยโดยรวมในอำเภอเหล่านี้อย่างไร นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับเสถียรภาพในภูมิภาคและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:25 UTC

ชายคลั่งถือมีดอาละวาดในย่านอโศก กรุงเทพฯ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ชายคลั่งถือมีดอาละวาดในย่านอโศก กรุงเทพฯ

ชายคนหนึ่งถือมีดสร้างความตื่นตระหนกในย่านอโศก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 หลังจากมีรายงานว่าเขาข่มขู่ผู้สัญจรและทำลายทรัพย์สิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ชายคลั่งถือมีดอาละวาดในย่านอโศก กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
ชายคลั่งถือมีดอาละวาดในย่านอโศก กรุงเทพฯ

ชายคนหนึ่งถือมีดสร้างความตื่นตระหนกในย่านอโศก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 หลังจากมีรายงานว่าเขาข่มขู่ผู้สัญจรและทำลายทรัพย์สิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ประชาชนและผู้สัญจรในย่านอโศกที่มีความพลุกพล่านในกรุงเทพฯ เกิดความตื่นตระหนกจากชายคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมผิดปกติและถือมีด โดยมีรายงานว่าบุคคลดังกล่าวได้ไล่ทำร้ายผู้คนและทำลายทรัพย์สินในบริเวณใกล้เคียง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการสัญจรของประชาชนได้ คาดว่าเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยส่วนบุคคลและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคล สถานะปัจจุบัน และข้อมูลว่ามีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากรายงานอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานการณ์ยังคงมีความคืบหน้า และคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายสรุปผลการสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:21 UTC

กองทัพเรือยังคงเดินหน้าค้นหาลูกเรือประมงที่สูญหายจากเหตุเรืออับปาง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กองทัพเรือยังคงเดินหน้าค้นหาลูกเรือประมงที่สูญหายจากเหตุเรืออับปาง

กองทัพเรือไทยส่งนักประดาน้ำและอากาศยานออกค้นหาลูกเรือที่สูญหายหลังเรือประมงอับปาง โดยไม่พบผู้รอดชีวิตภายในตัวเรือ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กองทัพเรือยังคงเดินหน้าค้นหาลูกเรือประมงที่สูญหายจากเหตุเรืออับปาง

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือยังคงเดินหน้าค้นหาลูกเรือประมงที่สูญหายจากเหตุเรืออับปาง

กองทัพเรือไทยส่งนักประดาน้ำและอากาศยานออกค้นหาลูกเรือที่สูญหายหลังเรือประมงอับปาง โดยไม่พบผู้รอดชีวิตภายในตัวเรือ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กองทัพเรือได้รายงานความคืบหน้าการค้นหาลูกเรือประมง “ส.กาญจนาวารี 888” หลังจากเรืออับปาง ทัพเรือภาคที่ 1 ได้ส่งเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ต.112 พร้อมด้วยทีมนักประดาน้ำจากหน่วยสงครามพิเศษทางเรือและทีมกู้ภัยในพื้นที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุในช่วงบ่ายของวันที่ 23 กันยายน

เมื่อถึงพื้นที่ ทีมนักประดาน้ำได้ลงสำรวจภายในตัวเรือที่จมและบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด แม้จะไม่พบผู้ติดค้างอยู่ภายในตัวเรือ แต่การค้นหายังคงดำเนินต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าลูกเรือที่สูญหายอาจถูกกระแสลมและกระแสน้ำพัดพาออกจากจุดเกิดเหตุ

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา กองทัพเรือได้ใช้ระบบ SARMap ของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพแวดล้อมเพื่อคาดการณ์ทิศทางการลอยของบุคคลที่อาจรอดชีวิต พร้อมทั้งส่งอากาศยานขึ้นบินสำรวจในพื้นที่ที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ประสานขอความร่วมมือจากเรือประมงและเรือต่างๆ ในพื้นที่ให้ช่วยเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสหากพบเห็นบุคคลหรือวัตถุที่เกี่ยวข้อง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการสัญจรทางทะเลในภูมิภาค แม้การค้นหาจะยังคงดำเนินอยู่ แต่สถานะที่แน่ชัดของลูกเรือที่สูญหายยังไม่ได้รับการยืนยัน และเจ้าหน้าที่ยังคงประสานงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งค้นหาผู้ประสบภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:03 UTC

รวบตัวชายคลั่งถือมีดอาละวาดในย่านอโศก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รวบตัวชายคลั่งถือมีดอาละวาดในย่านอโศก

ชายถือมีดก่อเหตุทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินในย่านอโศก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวได้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รวบตัวชายคลั่งถือมีดอาละวาดในย่านอโศก

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวชายคลั่งถือมีดอาละวาดในย่านอโศก

ชายถือมีดก่อเหตุทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินในย่านอโศก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวได้

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดเหตุความรุนแรงในย่านอโศก (สุขุมวิท 21 ซอย 3) กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย รวมถึงผู้ก่อเหตุ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ชายคนหนึ่งถือมีดไล่ทำร้ายประชาชนและทำลายร้านค้าในพื้นที่ รวมถึงร้านขายอาหารต่างๆ ในช่วงเวลาประมาณ 07.00 น.

พยานและพนักงานในพื้นที่ระบุว่า ชายคนดังกล่าวซึ่งเบื้องต้นระบุว่าเป็นชาวเมียนมา มีอาการคลั่งขณะตามหาภรรยา แต่เมื่อไม่พบจึงเริ่มทำลายทรัพย์สินและข่มขู่ผู้คนในบริเวณนั้น พนักงานร้านกาแฟแห่งหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมสถานการณ์และจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้เมื่อเวลา 10.00 น.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังตัวในเขตเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่าน แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่แรงจูงใจที่แท้จริงของผู้ก่อเหตุและความเสียหายทั้งหมดกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ผู้ที่อยู่ในย่านสุขุมวิท 21 อาจพบเห็นการเพิ่มกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับประวัติของผู้ต้องสงสัยและข้อหาที่จะได้รับในขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 06:03 UTC

อุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนรถจักรยานยนต์เสียชีวิตที่วงเวียนอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนรถจักรยานยนต์เสียชีวิตที่วงเวียนอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร

หญิงวัย 53 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง 18 ล้อบริเวณวงเวียนใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนรถจักรยานยนต์เสียชีวิตที่วงเวียนอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนรถจักรยานยนต์เสียชีวิตที่วงเวียนอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร

หญิงวัย 53 ปีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง 18 ล้อบริเวณวงเวียนใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ในตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนกับรถจักรยานยนต์บริเวณฝั่งขาออกของวงเวียน

เจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลถลางได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและพบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นหญิงวัย 53 ปี ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับรถพ่วง 18 ล้อชายวัย 37 ปี ได้อยู่ในที่เกิดเหตุและให้การกับเจ้าหน้าที่ว่ารถจักรยานยนต์ได้ขับตัดหน้ากะทันหัน ทำให้ไม่สามารถเบรกได้ทันจนเกิดการชนขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการสัญจรผ่านวงเวียนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีรถบรรทุกหนักสัญจรผ่าน อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทรเป็นจุดตัดที่มีการจราจรหนาแน่นและเป็นเส้นทางหลักสำหรับผู้ที่เดินทางผ่านอำเภอถลาง

ขณะนี้พนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจภูธรถลางกำลังดำเนินการตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมคำให้การจากคนขับรถพ่วง ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาหรือมาตรการความปลอดภัยทางถนนบริเวณทางแยกนี้ยังคงต้องรอการยืนยันในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 05:42 UTC

กรมชลประทานเฝ้าระวังฝนตกหนักและระดับน้ำทั่วประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมชลประทานเฝ้าระวังฝนตกหนักและระดับน้ำทั่วประเทศไทย

กรมชลประทานของไทยกำลังบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและเฝ้าระวังความเสี่ยงจากอุทกภัยอย่างใกล้ชิด หลังจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมชลประทานเฝ้าระวังฝนตกหนักและระดับน้ำทั่วประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานเฝ้าระวังฝนตกหนักและระดับน้ำทั่วประเทศไทย

กรมชลประทานของไทยกำลังบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและเฝ้าระวังความเสี่ยงจากอุทกภัยอย่างใกล้ชิด หลังจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมชลประทานกำลังติดตามสภาพอากาศและระดับน้ำทั่วประเทศไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อบรรเทาความเสี่ยงจากอุทกภัย นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าหน่วยงานกำลังปรับแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เกษตรกรรม

ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 19-20 กันยายน โดยจังหวัดแพร่ เชียงราย กำแพงเพชร และสุโขทัย มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร โดยเฉพาะจังหวัดกำแพงเพชรวัดได้ 146 มิลลิเมตร และจังหวัดพิษณุโลกวัดได้ 136 มิลลิเมตร สภาพการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ระดับน้ำในลุ่มน้ำต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน กรมชลประทานได้กำชับโครงการชลประทานทั่วประเทศให้เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีฝนตกหนักสะสมซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมขังได้ แม้ว่ากรมชลประทานจะบริหารจัดการการไหลของน้ำอย่างเต็มที่ แต่ขอบเขตของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอนาคต ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ภาคเหนือหรือภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ ควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 05:43 UTC

ปภ. เตือน 4 จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ปภ. เตือน 4 จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 4 จังหวัด เนื่องจากคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ปภ. เตือน 4 จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ปภ. เตือน 4 จังหวัดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 4 จังหวัด เนื่องจากคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนสำหรับ 4 จังหวัดที่ตั้งอยู่ตลอดแนวลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่าทางหน่วยงานได้รับแจ้งจากกรมชลประทานเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การคาดการณ์ระบุว่าปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี C.2 ในจังหวัดนครสวรรค์จะสูงถึงประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีน้ำจากลำน้ำสาขาสมทบเพิ่มอีกประมาณ 300-400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องระบายน้ำในอัตรา 1,500-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งคาดว่าจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.70-1.70 เมตร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยหน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงกรุงเทพมหานครและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงและแจ้งข้อมูลอัปเดตให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการระบายน้ำจะเป็นมาตรการควบคุมเพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำจากตอนบน แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำควรเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าพื้นที่ใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุดในขณะที่มวลน้ำเคลื่อนตัวลงสู่ตอนล่างในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 05:23 UTC

สมาชิกรัฐสภาไทยถกเครียดกลยุทธ์การจัดการน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สมาชิกรัฐสภาไทยถกเครียดกลยุทธ์การจัดการน้ำท่วม

สมาชิกรัฐสภาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการจัดการปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐปรับปรุงระบบเตือนภัยและการวางแผนเชิงกลยุทธ์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สมาชิกรัฐสภาไทยถกเครียดกลยุทธ์การจัดการน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
สมาชิกรัฐสภาไทยถกเครียดกลยุทธ์การจัดการน้ำท่วม

สมาชิกรัฐสภาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการจัดการปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐปรับปรุงระบบเตือนภัยและการวางแผนเชิงกลยุทธ์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 สมาชิกรัฐสภาไทยได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามรายงานของ Thai Post สมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างที่สำคัญในความพยายามรับมือน้ำท่วมในปัจจุบัน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ได้เรียกร้องให้กรมชลประทานและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปรับปรุงระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับประชาชนในจังหวัดอ่างทอง ในขณะที่นายคงกฤช หงษ์วิไล ได้วิพากษ์วิจารณ์กรมชลประทานว่าขาดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ โดยระบุว่าประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยากำลังเผชิญกับสภาวะที่เปราะบางเนื่องจากการจัดการน้ำที่ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ นางจูรี นุ่มสกุล ยังได้ทวงถามถึงแผนการรับมือน้ำท่วมที่ชัดเจนและครอบคลุมสำหรับพื้นที่หาดใหญ่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การหารือเหล่านี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนของพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมในช่วงฤดูมรสุม แม้ว่าการประชุมรัฐสภาจะแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลตระหนักถึงปัญหา แต่ก็สะท้อนถึงความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการบรรเทาผลกระทบในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าหน่วยงานเหล่านี้จะปรับแผนการดำเนินงานอย่างไรเพื่อตอบสนองต่อข้อวิจารณ์จากสมาชิกรัฐสภา นักท่องเที่ยวในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและผลกระทบต่อการเดินทางแบบเรียลไทม์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 05:03 UTC

ผู้เชี่ยวชาญชี้โอกาสเกิด 'มหาอุทกภัย' ซ้ำรอยในไทยแทบเป็นศูนย์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ผู้เชี่ยวชาญชี้โอกาสเกิด 'มหาอุทกภัย' ซ้ำรอยในไทยแทบเป็นศูนย์

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเล ได้วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศปัจจุบันและสรุปว่าโอกาสที่จะเกิด 'มหาอุทกภัย' เหมือนปี 2554 นั้นมีน้อยมาก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญชี้โอกาสเกิด 'มหาอุทกภัย' ซ้ำรอยในไทยแทบเป็นศูนย์

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญชี้โอกาสเกิด 'มหาอุทกภัย' ซ้ำรอยในไทยแทบเป็นศูนย์

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเล ได้วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศปัจจุบันและสรุปว่าโอกาสที่จะเกิด 'มหาอุทกภัย' เหมือนปี 2554 นั้นมีน้อยมาก

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาคลายความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย โดยอ้างอิงข้อมูลปรากฏการณ์เอลนีโญและพยากรณ์อากาศล่าสุดเพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน

จากการวิเคราะห์ของ ดร.ธรณ์ ระบุว่าในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของพายุที่จะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติในระดับเดียวกับ 'มหาอุทกภัย' ปี 2554 โดยเน้นย้ำว่าโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในขณะนี้แทบจะเป็นศูนย์ การประเมินนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์แก่ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อาจมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศตามฤดูกาลและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัย

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีฝนตกตามฤดูกาล แต่เงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเกิดน้ำท่วมใหญ่ระดับประเทศนั้นยังไม่ปรากฏ อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศอาจมีความไม่แน่นอน จึงต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบสภาพอากาศในระยะต่อไปตลอดช่วงฤดูมรสุม ทั้งนี้ ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อรับข้อมูลที่แม่นยำและเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสภาพอากาศรายวัน รวมถึงความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในแต่ละพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 05:03 UTC

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำน้ำท่วมในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำน้ำท่วมในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องส่งผลให้คลองพรหมโหดเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำน้ำท่วมในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำน้ำท่วมในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องส่งผลให้คลองพรหมโหดเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว กำลังประสบภาวะน้ำท่วมขังอย่างหนักหลังจากมีฝนตกต่อเนื่อง ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้คลองพรหมโหดเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้จังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง โดยเครื่องวัดระดับน้ำบริเวณสะพานวัดเกาะได้ส่งสัญญาณเตือนถึงระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง

เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน กองทัพบก โดยกองกำลังบูรพาและมณฑลทหารบกที่ 19 ได้ระดมกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามประกาศเตือนภัยสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แหล่งน้ำที่กำลังเพิ่มระดับ ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่ทหารเข้าให้ความช่วยเหลือแล้ว แต่ความเสียหายต่อทรัพย์สินและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 04:42 UTC

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 25 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 25 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยระดับสูงใน 25 จังหวัดทั่วประเทศไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 25 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรธรณีออกประกาศเตือนภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากใน 25 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยระดับสูงใน 25 จังหวัดทั่วประเทศไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินเกี่ยวกับอันตรายทางธรณีวิทยา โดยอ้างอิงจากข่าวสดออนไลน์ กรมทรัพยากรธรณีได้ระบุรายชื่อ 25 จังหวัดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ตาก, กำแพงเพชร, สุโขทัย, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี, สุพรรณบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ลพบุรี, สระบุรี, นครนายก, นครราชสีมา, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ระยอง, จันทบุรี, ชลบุรี และตราด

ประกาศเตือนภัยนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังและติดตามการรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีได้สั่งการให้เครือข่ายอาสาสมัครและหน่วยงานท้องถิ่นติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชน แม้ว่าประกาศจะครอบคลุมในระดับจังหวัด แต่พื้นที่เสี่ยงภัยในระดับอำเภออาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่ นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านี้ควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพถนนและการเข้าถึงพื้นที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 04:43 UTC