ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ✦
ความปลอดภัย ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย ✦
วัฒนธรรม ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent ✦
ความปลอดภัย เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ✦
เทคโนโลยี กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI ✦
กีฬา การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ✦
การเมือง พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991 ✦
เทคโนโลยี โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง ✦
กีฬา

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงิน 20 ล้านบาทให้ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ไทยเบฟและเอสโคล่ามอบเงินรางวัล 20 ล้านบาทแก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อฉลองความสำเร็จในการคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 และการผ่านเข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิก

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ไทยเบฟและเอสโคล่าได้มอบเงินรางวัลจำนวน 20 ล้านบาทให้แก่ทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ 4 ซึ่งทำให้ทีมได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยในกีฬานี้ นอกจากนี้ ทีมยังได้รับรางวัลจากการคว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันกีฬาเอเชียน เกมส์ 2026 ณ เมืองไอจิ – นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้นำคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬาสำหรับความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 60 ปีของทีม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกีฬาไทยในระดับโลกและการสนับสนุนจากภาคเอกชนที่มีต่อโครงการกีฬาของชาติ

แม้ว่าเงินรางวัลและการผ่านเข้าสู่โอลิมปิกจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับตารางการเตรียมความพร้อมของทีมสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิสยังไม่มีการประกาศออกมา แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอคอยที่จะเห็นว่าทีมจะใช้ทรัพยากรเหล่านี้เพื่อพัฒนาผลงานในการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งต่อไปอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:56 UTC

ความปลอดภัย

ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ตร.กัมพูชายอมรับ คนในประเทศตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์พุ่งสูง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชายอมรับว่าประเทศไม่ได้เป็นเพียงฐานที่มั่นของขบวนการฉ้อโกงเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนในประเทศตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงทางการเงินเพิ่มมากขึ้นด้วย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาได้ออกมายอมรับถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่ากังวลในสถานการณ์อาชญากรรมทางไซเบอร์ภายในประเทศ แม้ว่ากัมพูชาจะถูกระบุในระดับสากลว่าเป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงมานาน แต่ขณะนี้ทางการยืนยันว่าประชาชนในท้องถิ่นกำลังตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลทางการที่อ้างโดยผู้บัญชาการตำรวจระบุว่า ความสูญเสียทางการเงินรวมของเหยื่อชาวกัมพูชาสูงถึงประมาณ 875 ล้านบาท การยอมรับนี้เน้นย้ำว่าภัยคุกคามจากกลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมายชาวต่างชาติหรือปฏิบัติการภายนอกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นปัญหาความปลอดภัยภายในประเทศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชากรในท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ พัฒนาการดังกล่าวตอกย้ำถึงลักษณะที่แพร่หลายขององค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ แม้ว่ารายงานจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบภายในกัมพูชา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความซับซ้อนและขอบเขตของปฏิบัติการฉ้อโกงที่กำลังดำเนินอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลกัมพูชาจะดำเนินมาตรการเฉพาะเจาะจงอย่างไรเพื่อยับยั้งกิจกรรมภายในประเทศเหล่านี้ และความพยายามดังกล่าวจะนำไปสู่การลดขีดความสามารถในการปฏิบัติการโดยรวมของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้หรือไม่ ทางการยังคงแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์และคำขอทางการเงินที่น่าสงสัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนคดีฆ่าหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปนในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบีย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกตลอดชีวิตชายชาวสเปน ซึ่งมีความผิดในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและหั่นศพศัลยแพทย์ชาวโคลอมเบียบนเกาะพะงัน

คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างมากเนื่องจากลักษณะของอาชญากรรมและสัญชาติของผู้เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้คดีได้ผ่านกระบวนการอุทธรณ์และศาลยังคงยืนตามคำตัดสินเดิม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงจุดยืนที่เข้มงวดของกระบวนการยุติธรรมไทยต่ออาชญากรรมรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในประเทศ กระบวนการทางกฎหมายนี้แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีที่มีความผิดร้ายแรง

แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะยืนโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามสถานการณ์เพื่อดูว่าจะมีการยื่นคำร้องทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ คดีนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบทางกฎหมายที่ร้ายแรงจากการกระทำความผิดในประเทศไทย และขอแนะนำให้ผู้ที่พำนักหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศควรตระหนักถึงกฎหมายท้องถิ่นและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

วัฒนธรรม

ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

แหล่งข่าวเดียว
ภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' แชมป์ America’s Got Talent

ทางการภูเก็ตเตรียมจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ให้กับ 'เนเน่ รอยัล' นักร้องและมือกีตาร์วัย 16 ปี หลังคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent 2026

จังหวัดภูเก็ตเตรียมเฉลิมฉลองความสำเร็จทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยทางการท้องถิ่นกำลังเตรียมจัดงานต้อนรับ 'เนเน่ รอยัล' ศิลปินวัย 16 ปี ซึ่งเป็นนักร้องและมือกีตาร์ชาวภูเก็ตที่เพิ่งคว้าตำแหน่งแชมป์จากรายการ America’s Got Talent 2026 มาครองได้สำเร็จ

ตามรายงานจาก Khaosod English มีการประกาศเรื่องนี้ระหว่างการแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนายรอมดอน ฮาจิ-อาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นตัวแทนของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าทางจังหวัดกำลังประสานงานเพื่อจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในระดับสากลของเยาวชนรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ และอาจส่งผลให้เกิดกิจกรรมหรือการรวมตัวของผู้คนในตัวเมืองภูเก็ตขณะที่ชุมชนเตรียมต้อนรับดาวรุ่งดวงใหม่กลับบ้าน แม้ว่าจะมีการยืนยันการรับรองอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่ชัดของงานฉลองยังคงต้องรอการสรุปอีกครั้ง นักท่องเที่ยวในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากทางจังหวัดเพื่อตรวจสอบการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือกิจกรรมสาธารณะที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับประเทศไทยในวงการบันเทิงระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจจากนานาชาติมาสู่ศิลปินท้องถิ่นจากภูเก็ต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้และพบอาวุธร้ายแรงในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของตำรวจในกรุงเทพฯ จบลงด้วยการพบชายเสียชีวิต พร้อมอาวุธหนักและวัตถุระเบิดหลังเกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัย

เมื่อเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดปฏิบัติการครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Khaosod English เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักอาศัยและมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจพบชายผู้ก่อเหตุมีอาวุธอยู่ภายในบ้าน สถานการณ์จบลงด้วยการพบร่างของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธหนักและวัตถุระเบิดจำนวนมากจากสถานที่ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นได้ยากแต่มีความร้ายแรง แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับไปแล้ว แต่การพบสิ่งของเหล่านี้ในย่านที่พักอาศัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวตนของผู้เสียชีวิต แรงจูงใจ หรือที่มาของอาวุธที่ตรวจยึดได้

ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุไฟไหม้และที่มาของวัตถุระเบิด ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขตบางพลัดควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตในขณะที่ตำรวจดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าผู้ก่อเหตุลงมือเพียงลำพังหรือไม่ หรือมีผลกระทบด้านความปลอดภัยอื่นๆ ต่อชุมชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:50 UTC

เทคโนโลยี

กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

แหล่งข่าวเดียว
กรรมการ ก.ล.ต. เรียกร้องให้ไทยเร่งวางกรอบกฎหมายกำกับดูแล AI

พชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เรียกร้องให้ประเทศไทยเร่งจัดทำกรอบกฎหมายสำหรับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับการเติบโตทางเทคโนโลยีและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรเริ่มวางกรอบกฎหมายเพื่อกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอ้างอิงจากรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายพชรเน้นย้ำว่าประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (data center) จำนวนมาก โดยระบุว่าการมีหรือไม่มีกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจนจะมีผลโดยตรงต่อความสามารถของประเทศในการได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนเหล่านี้

นายพชรได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายหลัก 3 ประการที่ไทยต้องเผชิญเช่นเดียวกับทั่วโลก ประการแรกคือเทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่ากฎระเบียบในยุคอุตสาหกรรมเดิมมาก ประการที่สองคือการใช้มาตรฐานเดียวสำหรับทุกกรณีนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก AI มีการใช้งานที่หลากหลายตั้งแต่เกมทั่วไปไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ จึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การกำกับดูแลที่อิงตามระดับความเสี่ยง ประการที่สามคือรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดหน่วยงานที่จะเป็นเจ้าภาพในการกำกับดูแล หรือเครื่องมือทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น การออกใบอนุญาต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน ความเคลื่อนไหวนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ดิจิทัล แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศใช้กฎหมายเฉพาะเจาะจง แต่การเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลบ่งชี้ว่าการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจต้องเผชิญกับมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานรัฐใดจะเป็นผู้นำในโครงการนี้ และจะมีกลไกทางกฎหมายใดบ้างที่ถูกเสนอเพื่อสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

กีฬา

การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

แหล่งข่าวเดียว
การท่าเรือ เอฟซี แต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่

การท่าเรือ เอฟซี ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่อย่างเป็นทางการ แทนที่ สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ก่อนการแข่งขัน Shopee Cup

การท่าเรือ เอฟซี ได้ประกาศแต่งตั้ง โบซิดาร์ บันโดวิช กุนซือชาวเซอร์เบีย เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของสโมสรอย่างเป็นทางการ โดยเข้ามารับหน้าที่แทน สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กุนซือวัย 57 ปี ผู้ถือใบอนุญาต ยูฟ่า โปร ไลเซนส์ และมีประสบการณ์คุมทีมในไทยลีกกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาก่อน มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 26 กันยายน 2569 โดยจะมี ซึรดัน สตอยเชฟสกี ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน เดินทางตามมาสมทบในวันที่ 27 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนบอลในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการบริหารทีมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยบททดสอบแรกของ บันโดวิช คือการคุมทีมลงเล่นในศึกชิงแชมป์สโมสรอาเซียน 2026/27 (Shopee Cup) รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก พบกับ เปอร์ซิบ บันดุง ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ สนามเหย้าของการท่าเรือ เอฟซี

แม้ว่าจะมีการยืนยันการแต่งตั้งแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลงกุนซือครั้งนี้ต่อฟอร์มการเล่นของทีมในไทยลีกยังคงต้องติดตามกันต่อไป แฟนบอลต่างจับตามองว่าทีมงานสต๊าฟโค้ชชุดใหม่จะสามารถปรับจูนแท็กติกได้รวดเร็วเพียงใดก่อนการแข่งขันระดับทวีปจะเริ่มขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาของสัญญาหรือเป้าหมายผลงานที่ชัดเจนในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:57 UTC

การเมือง

พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

แหล่งข่าวเดียว
พรรคเพื่อไทยรับหนังสือคัดค้านอนุสัญญา UPOV 1991

พรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านจากกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยอาจเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา UPOV 1991 ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการจากองค์กรต่างๆ ที่แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมอนุสัญญาของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV) ฉบับปี 1991 โดยผู้ประท้วงได้แสดงความกังวลว่าข้อตกลงระหว่างประเทศนี้อาจส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรมในท้องถิ่นและอธิปไตยทางเมล็ดพันธุ์

ในการตอบรับหนังสือดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของพรรคระบุว่าพรรคพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยพรรคเน้นย้ำว่าข้อกังวลที่สาธารณชนหยิบยกขึ้นมานั้นกำลังถูกนำไปพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงระดับชาติที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาด้านการเกษตรและการกำกับดูแลพันธุ์พืช แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงความเต็มใจที่จะเปิดรับการเจรจา แต่ยังคงต้องยืนยันว่าหนังสือคัดค้านนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงท่าทีของรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือกระบวนการเข้าเป็นภาคีจะดำเนินต่อไปตามที่ได้หารือกันไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ยังไม่มีการตัดสินใจเชิงนโยบายขั้นสุดท้าย และรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนุสัญญาดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:55 UTC

เทคโนโลยี

โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

แหล่งข่าวเดียว
โครงการ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เดินหน้าจัดการการอยู่ร่วมกันของดาต้าเซ็นเตอร์ในระยอง

โครงการที่นำโดยชุมชนในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังสร้างรูปแบบการตรวจสอบร่วมกันเพื่อจัดการการบูรณาการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้เข้ากับชุมชนท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง กำลังริเริ่มกรอบการทำงานใหม่ภายใต้ชื่อ 'บ้านฉาง ทอล์ค' เพื่อรับมือกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ ในขณะที่ประเทศไทยกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 6 ประเด็นร้อนที่ชาวบ้านในพื้นที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยการนำระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' มาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าศูนย์เทคโนโลยีเหล่านี้จะดำเนินงานอย่างโปร่งใสและสามารถอยู่ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ได้ รูปแบบนี้เน้นย้ำถึงการสื่อสารเชิงรุกและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาโครงการและชุมชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การวางแผนอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับชุมชนมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตในภูมิภาคนี้อาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณะและการกำกับดูแลแบบร่วมมือที่เข้มงวดขึ้น

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามคือระบบ 'การตรวจสอบร่วมกัน' นี้จะมีผลผูกพันทางกฎหมายเพียงใด หรือจะเป็นเพียงกรอบการทำงานโดยสมัครใจสำหรับผู้พัฒนา นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบนี้จะถูกนำไปปรับใช้กับเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วประเทศไทยอย่างไร ในขณะที่ประเทศยังคงเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:16 UTC

ตำรวจแอฟริกาใต้เร่งสอบสวนคดีพบศพหญิงปริศนาต่อเนื่องในโจฮันเนสเบิร์ก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจแอฟริกาใต้เร่งสอบสวนคดีพบศพหญิงปริศนาต่อเนื่องในโจฮันเนสเบิร์ก

ทางการแอฟริกาใต้กำลังสอบสวนการพบศพหญิง 9 รายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาในเขตเอคูร์ฮูเลนี ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจมีฆาตกรต่อเนื่อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ตำรวจแอฟริกาใต้เร่งสอบสวนคดีพบศพหญิงปริศนาต่อเนื่องในโจฮันเนสเบิร์ก

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจแอฟริกาใต้เร่งสอบสวนคดีพบศพหญิงปริศนาต่อเนื่องในโจฮันเนสเบิร์ก

ทางการแอฟริกาใต้กำลังสอบสวนการพบศพหญิง 9 รายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาในเขตเอคูร์ฮูเลนี ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจมีฆาตกรต่อเนื่อง

รายงานจาก Khaosod Online และ BBC ระบุว่า ตำรวจแอฟริกาใต้พบศพหญิงรายที่ 9 ในเขตชานเมืองทางตะวันออกของนครโจฮันเนสเบิร์ก จังหวัดเคาเต็ง ภายในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา เหยื่อรายล่าสุดมีอายุประมาณ 30 ปี ถูกพบในสภาพกึ่งเปลือยและห่อด้วยผ้าปูที่นอนทิ้งไว้ริมถนนในย่านดอว์นพาร์กเมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยรายงานท้องถิ่นระบุว่าศพมีร่องรอยฟกช้ำและบาดแผลถูกแทง

นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา มีการพบศพหญิงอีก 8 รายในเขตเมืองเอคูร์ฮูเลนี ซึ่งหลายรายอยู่ในสภาพคล้ายกันคือสวมเสื้อผ้าไม่ครบชิ้นและมีบาดแผลตามร่างกาย หนึ่งในผู้เสียชีวิตที่ระบุตัวตนได้คือ น.ส.เอลิซาเบธ ซอนโซ โมเซลักโกโม วัย 38 ปี ซึ่งถูกพบศพหลังโรงแรมแห่งหนึ่งในย่านเคมป์ตันพาร์ก หลังจากหายตัวไปขณะออกไปวิ่งได้ 3 วัน

เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชนอย่างมาก โดยชาวบ้านหลายคนรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะออกจากบ้าน อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการเสียชีวิตทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันหรือเป็นฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องหรือไม่ ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ได้ให้คำมั่นว่าทางการจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิด สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือเป็นประเด็นความปลอดภัยที่สำคัญในพื้นที่ดังกล่าว ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปและทางการยังไม่ได้สรุปความเชื่อมโยงที่แน่ชัดระหว่างคดีเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:39 UTC

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับฝนตกหนักทั่วประเทศไทยและคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับฝนตกหนักทั่วประเทศไทยและคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) โดยนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 7 เกี่ยวกับสภาพอากาศแปรปรวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ตามรายงานระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งคาดว่าจะต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายน 2569

นอกเหนือจากปริมาณน้ำฝนบนบกแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังได้ออกคำเตือนเฉพาะเกี่ยวกับสภาพทางทะเลในทะเลอันดามัน ชาวเรือและผู้อยู่อาศัยบริเวณชายฝั่งควรเตรียมพร้อมรับมือกับลมแรงและคลื่นลมแรงในช่วงเวลา 3 วันนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาวะที่เป็นอันตรายต่อกิจกรรมทางทะเล ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ชายฝั่งหรือเกาะต่างๆ ในภูมิภาคอันดามันควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพทะเลสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะกำหนดกรอบเวลาสำหรับเหตุการณ์สภาพอากาศเหล่านี้แล้ว แต่ความรุนแรงที่เฉพาะเจาะจงและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่แน่นอนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเริ่มการเดินทางที่วางแผนไว้ ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าสภาพอากาศดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อตารางเที่ยวบินหรือการให้บริการเรือข้ามฟากอย่างไร และประชาชนควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:38 UTC

กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนักในวงกว้างทั่วประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ระบุว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเสี่ยงสูงสุด โดยมีโอกาสเกิดฝนตกถึงร้อยละ 80 ในขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศดังกล่าวเช่นกัน โดยมีโอกาสเกิดฝนตกอยู่ที่ร้อยละ 70

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ทัศนวิสัยบนท้องถนนลดลง และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้งหรือตารางการเดินทางในภูมิภาค ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการสะสมของน้ำ

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้การพยากรณ์ตามเปอร์เซ็นต์สำหรับช่วงเวลาปัจจุบัน แต่ระยะเวลาของระบบสภาพอากาศและความรุนแรงของฝนในแต่ละจังหวัดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่านเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพอากาศในพื้นที่ของท่าน ขณะนี้ทางกรมฯ ยังคงติดตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:32 UTC

เหตุยิงกันเสียชีวิตที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุยิงกันเสียชีวิตที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก

ชายวัย 32 ปีถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนบุกยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ย่านหนองจอก กรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุยิงกันเสียชีวิตที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก

แหล่งข่าวเดียว
เหตุยิงกันเสียชีวิตที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก

ชายวัย 32 ปีถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนบุกยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ย่านหนองจอก กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 00.30 น. เกิดเหตุรุนแรงขึ้นที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนได้ขับรถกระบะแต่งซิ่ง 2 คันเข้ามายังร้านและเปิดฉากยิงชายวัย 32 ปี ทราบชื่อคือนายสิงห์โต ซึ่งอยู่ในร้านดังกล่าว ผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนรวม 21 นัด และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

พ.ต.ต.สำฤทธิ์ วินิจรักษา สารวัตร (สอบสวน) สน.หนองจอก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวชได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีไปทันทีหลังเกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุความรุนแรงที่มุ่งเป้าหมายเฉพาะบุคคล แม้เหตุการณ์ลักษณะนี้มักจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่การก่อเหตุอย่างอุกอาจในพื้นที่สาธารณะถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนเพื่อระบุตัวผู้ต้องสงสัยและหาสาเหตุจูงใจในการก่อเหตุ ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้วหรือไม่ หรือมีความเสี่ยงใดๆ ต่อสาธารณชนเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:31 UTC

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักทั่วไทย รับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักทั่วไทย รับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักทั่วประเทศด้วยความน่าจะเป็น 60-80% ส่งผลให้มีการออกคำเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักทั่วไทย รับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักทั่วไทย รับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักทั่วประเทศด้วยความน่าจะเป็น 60-80% ส่งผลให้มีการออกคำเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ระบุว่าความน่าจะเป็นของการเกิดฝนอยู่ที่ประมาณ 60% ถึง 80% ทั่วประเทศ

ภูมิภาคที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อฝนตกหนัก ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ของประเทศ ทางการได้เตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่พำนักหรือเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยในขณะนี้ สภาพอากาศดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมกลางแจ้งในบางพื้นที่ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าคำเตือนจะครอบคลุมพื้นที่กว้าง แต่ความรุนแรงและระยะเวลาของฝนในแต่ละจังหวัดอาจแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในท้องถิ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางหรือความล่าช้าก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:31 UTC

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 65 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 65 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงสำหรับวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรงใน 65 จังหวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 65 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 65 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงสำหรับวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรงใน 65 จังหวัด

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบต่อ 65 จังหวัดทั่วประเทศไทย ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สภาพอากาศนี้เกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและลาดเชิงเขา

สภาพทางทะเลมีความอันตรายเช่นกัน โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงมากกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ดังนั้นจึงขอให้เรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงนี้แล้ว แต่ประชาชนควรติดตามการอัปเดตข้อมูลในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:30 UTC

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้มีการปิดเส้นทางจราจรและเกิดปัญหาในการเดินทางทั่วทั้งภูมิภาค

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้มีการปิดเส้นทางจราจรและเกิดปัญหาในการเดินทางทั่วทั้งภูมิภาค

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 จังหวัดแม่ฮ่องสอนกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ และทำให้ถนนหลายสายไม่สามารถสัญจรผ่านได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สภาพการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทาง น้ำท่วมได้ส่งผลกระทบต่อเครือข่ายการคมนาคมในท้องถิ่น ทำให้การสัญจรผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีความยากลำบาก ทางการได้แนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศยังคงส่งผลกระทบต่อจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่เฉพาะที่ถูกตัดขาดในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมาเยือนหรือผ่านจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรและพยากรณ์อากาศในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจนกว่าระดับน้ำจะลดลงและสภาพถนนจะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าปลอดภัยสำหรับการสัญจร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 16:10 UTC

น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมตำบลบุ่งน้ำเต้า จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่งผลให้ทางการต้องออกประกาศเตือนเร่งด่วนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมตำบลบุ่งน้ำเต้า จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่งผลให้ทางการต้องออกประกาศเตือนเร่งด่วนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ตำบลบุ่งน้ำเต้า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้หน่วยงานท้องถิ่นต้องออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทำการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงโดยทันที

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูฝน ผู้ที่อยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์หรือมีแผนจะเดินทางไปในพื้นที่ดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่ลุ่มต่ำหรือเส้นทางที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขัง สถานการณ์ในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอน และยังไม่มีการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดหรือผลกระทบจะขยายวงกว้างไปยังตำบลข้างเคียงหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของเส้นทางในเขตอำเภอหล่มสัก เนื่องจากเป็นเหตุการณ์สภาพอากาศที่กำลังดำเนินอยู่ จึงควรติดตามการอัปเดตเพิ่มเติมจากหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 15:30 UTC

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มใน 3 อำเภอของแม่ฮ่องสอน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มใน 3 อำเภอของแม่ฮ่องสอน

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับ 3 อำเภอในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีฝนตกหนักและมีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มใน 3 อำเภอของแม่ฮ่องสอน

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มใน 3 อำเภอของแม่ฮ่องสอน

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉินสำหรับ 3 อำเภอในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีฝนตกหนักและมีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand โดยมีการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อเวลา 20.20 น. หลังจากมีรายงานปริมาณฝนสะสมจำนวนมากในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ได้เตือนว่าฝนที่ยังคงตกต่อเนื่องมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณลาดเชิงเขา ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรเคลื่อนย้ายทรัพย์สินมีค่าและยานพาหนะขึ้นที่สูง จัดเก็บเอกสารสำคัญให้ปลอดภัย และระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ทั้งนี้ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการดูแลกลุ่มเปราะบางในชุมชน

สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน จำเป็นต้องติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด แม้ว่าประกาศเตือนจะระบุถึงความเสี่ยงในทันที แต่ขอบเขตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปตามสถานการณ์สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบความพร้อมของเส้นทางกับที่พักหรือบริการขนส่งในพื้นที่ก่อนตัดสินใจเดินทางผ่านพื้นที่ภูเขาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 14:50 UTC

อุบัติเหตุสลดบนไซต์งานก่อสร้างในขอนแก่น
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

อุบัติเหตุสลดบนไซต์งานก่อสร้างในขอนแก่น

ช่างสำรวจถนนวัย 29 ปี เสียชีวิตหลังจากถูกรถโม่ปูนถอยทับในไซต์งานก่อสร้างที่จังหวัดขอนแก่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุสลดบนไซต์งานก่อสร้างในขอนแก่น

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุสลดบนไซต์งานก่อสร้างในขอนแก่น

ช่างสำรวจถนนวัย 29 ปี เสียชีวิตหลังจากถูกรถโม่ปูนถอยทับในไซต์งานก่อสร้างที่จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุสลดบนถนนสายบ้านทุ่ม-มัญจาคีรี บริเวณปากทางบ้านขามป้อม ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ตามรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าช่างสำรวจถนนวัย 29 ปี เสียชีวิตหลังจากถูกรถโม่ปูนที่กำลังถอยหลังชนและทับร่าง ผู้เสียชีวิตกำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ซึ่งกำลังมีโครงการขยายช่องทางจราจรจาก 2 ช่องทางเป็น 4 ช่องทาง แม้เพื่อนร่วมงานจะพยายามตะโกนบอกคนขับรถ แต่ช่างสำรวจรายดังกล่าวก็ถูกรถทับจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี และมูลนิธิร่วมกตัญญูได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการสอบสวน สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่แฝงอยู่ในพื้นที่ก่อสร้างถนน แม้โครงการขยายถนนจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเมื่อต้องสัญจรผ่านบริเวณที่มีเครื่องจักรหนักกำลังปฏิบัติงาน ขณะนี้การสอบสวนเกี่ยวกับพฤติการณ์ของคนขับรถและมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อหาหรือข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยที่แน่ชัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 14:51 UTC

ช่วยชีวิตคุณยายพลัดตกแม่น้ำน้อย จ.ชัยนาท หลังเกาะผักตบชวาลอยคอ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ช่วยชีวิตคุณยายพลัดตกแม่น้ำน้อย จ.ชัยนาท หลังเกาะผักตบชวาลอยคอ

อาสากู้ภัยและชาวบ้านร่วมกันช่วยเหลือคุณยายที่พลัดตกแม่น้ำน้อยขณะเก็บผักตบชวา โดยพบว่าคุณยายเกาะกอผักตบชวาลอยคออยู่กลางแม่น้ำก่อนได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ช่วยชีวิตคุณยายพลัดตกแม่น้ำน้อย จ.ชัยนาท หลังเกาะผักตบชวาลอยคอ

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยชีวิตคุณยายพลัดตกแม่น้ำน้อย จ.ชัยนาท หลังเกาะผักตบชวาลอยคอ

อาสากู้ภัยและชาวบ้านร่วมกันช่วยเหลือคุณยายที่พลัดตกแม่น้ำน้อยขณะเก็บผักตบชวา โดยพบว่าคุณยายเกาะกอผักตบชวาลอยคออยู่กลางแม่น้ำก่อนได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญในแม่น้ำน้อย บริเวณระหว่างวัดพระแก้วและวัดท่ากระแส ต.เที่ยงแท้ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ พบหญิงชราชื่อ 'ยายแจ๋ว' ลอยคออยู่กลางแม่น้ำโดยเกาะอยู่กับกอผักตบชวา

ชาวบ้านในพื้นที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงแจ้งให้นายภาสกร หมื่นกล้า อาสากู้ภัยที่ขับรถผ่านมาพอดีทราบเหตุการณ์ ด้วยความเร่งด่วนเนื่องจากกระแสน้ำพัดพายายแจ๋วออกไปไกลขึ้น อาสากู้ภัยและชาวบ้านจึงใช้เรือพายออกไปช่วยเหลือจนสามารถนำตัวกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย พบว่ายายแจ๋วอยู่ในสภาพอ่อนแรงแต่ยังมีสติและสามารถพูดคุยได้ โดยปฏิเสธการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

จากการตรวจสอบทราบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ยายแจ๋วลงไปเก็บผักตบชวาเพื่อนำมาทำอาหารแต่เกิดพลาดพลัดตกน้ำ สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความไม่แน่นอนของกระแสน้ำและความเสี่ยงในการหาของป่าหรือพืชน้ำใกล้แหล่งน้ำ แม้ว่าคุณยายจะได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะมีมาตรการความปลอดภัยหรือการแจ้งเตือนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งน้ำในบริเวณแม่น้ำน้อยนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 14:31 UTC

ภัยคุกคามจากพายุไต้ฝุ่นส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ภัยคุกคามจากพายุไต้ฝุ่นส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ผู้จัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกย่า กำลังเตรียมรับมือกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ เนื่องจากพายุโซนร้อนกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งญี่ปุ่น

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ภัยคุกคามจากพายุไต้ฝุ่นส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
ภัยคุกคามจากพายุไต้ฝุ่นส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ผู้จัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ไอจิ-นาโกย่า กำลังเตรียมรับมือกับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศ เนื่องจากพายุโซนร้อนกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งญี่ปุ่น

ตามรายงานจาก Khaosod English เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 การแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ที่เมืองไอจิ-นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านตารางการแข่งขันเนื่องจากพายุโซนร้อนที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา โดยมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กันยายน ขณะนี้ผู้จัดการแข่งขันกำลังเตรียมรับมือกับเหตุขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นจากระบบสภาพอากาศดังกล่าว ซึ่งมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่นเมื่อเข้าใกล้ชายฝั่ง

การแข่งขันกีฬาหลายรายการ รวมถึงฟุตบอลและบาสเกตบอล กำลังประสบกับความล่าช้าจากภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคไอจิ-นาโกย่า สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกะทันหันในตารางกิจกรรม โลจิสติกส์การขนส่ง และแผนการทำกิจกรรมในพื้นที่ ขอแนะนำให้ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันและหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์

ในขณะนี้ เส้นทางและความรุนแรงที่แน่ชัดของพายุยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าผู้จัดการแข่งขันจะกำลังจัดการสถานการณ์อย่างแข็งขันเพื่อลดผลกระทบต่อการแข่งขัน แต่ขอบเขตของความล่าช้าต่อตารางการแข่งขันโดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้เข้าชมควรมีความยืดหยุ่นในการวางแผนการเดินทางและติดตามข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการอย่างต่อเนื่องในขณะที่สถานการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 08:45 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและคลื่นลมแรง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 6 เตือนถึงสภาพอากาศแปรปรวนทั่วประเทศ รวมถึงฝนที่ตกหนักและสภาวะทางทะเลที่เป็นอันตราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 6 เตือนถึงสภาพอากาศแปรปรวนทั่วประเทศ รวมถึงฝนที่ตกหนักและสภาวะทางทะเลที่เป็นอันตราย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 6 แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศไทย โดยประกาศดังกล่าวเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่

สำหรับผู้ที่กำลังเดินทางหรือพำนักอยู่ในประเทศไทย สภาพอากาศนี้มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม นักท่องเที่ยวควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและใช้ความระมัดระวังในการวางแผนกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเดินทางผ่านจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้ออกคำเตือนเฉพาะสำหรับพื้นที่ชายฝั่ง โดยเฉพาะในภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะมีคลื่นลมแรง โดยคาดการณ์ว่าคลื่นในบริเวณดังกล่าวจะมีความสูงมากกว่า 3 เมตร ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อกิจกรรมทางทะเลและเรือขนาดเล็ก

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะให้คำเตือนที่ชัดเจนเกี่ยวกับความรุนแรงของฝนและสภาพทะเล แต่ระยะเวลาที่แน่ชัดของระบบสภาพอากาศนี้และจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางที่เป็นทางการของกรมอุตุนิยมวิทยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยในช่วงที่มีสภาพอากาศไม่แน่นอนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 11:11 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงวันที่ 20 กันยายน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงวันที่ 20 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงวันที่ 20 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักถึงวันที่ 20 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) ภายใต้การนำของนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 5 เกี่ยวกับสภาพอากาศที่มีฝนตกหนัก ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Thai Post เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ สภาพอากาศดังกล่าวอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและช่องทางอย่างเป็นทางการของกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ เนื่องจากสภาพอากาศในช่วงฤดูมรสุมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่วางแผนทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกลควรใช้ความระมัดระวังและเตรียมแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่น

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว แต่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดและความรุนแรงที่แน่ชัดของปริมาณฝนในแต่ละพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ทางการยังไม่มีคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจง แต่ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านการสื่อสารของทางราชการอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากสภาพอากาศในพื้นที่ของท่านเลวร้ายลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 23:35 UTC

ไทยประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 67 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 67 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 67 จังหวัด ระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน 2569 เนื่องจากฝนตกหนักและเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 67 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 67 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 67 จังหวัด ระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน 2569 เนื่องจากฝนตกหนักและเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) ซึ่งรายงานโดยข่าวสดออนไลน์ ได้มีการออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรง (ฉบับที่ 6) สำหรับ 67 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยคำเตือนครอบคลุมช่วงวันที่ 17 ถึง 20 กันยายน 2569 ซึ่งเน้นย้ำถึงความเสี่ยงของฝนตกหนักถึงหนักมากและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้

รูปแบบสภาพอากาศนี้เกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งส่งผลกระทบร่วมกับร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้นในทะเลอันดามันและอ่าวไทย คาดว่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับผลกระทบก่อนในวันที่ 17 กันยายน ตามด้วยภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ในวันที่ 18 กันยายน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศนี้มีความเสี่ยงสูงโดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านตามลาดเชิงเขา ทางการแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก นอกจากนี้ ทะเลอันดามันจะมีลมแรงและคลื่นลมจัด แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้กรอบเวลาของระบบสภาพอากาศไว้แล้ว แต่ความรุนแรงของฝนในแต่ละพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงเวลาดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:52 UTC

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ออกประกาศเตือนสภาพอากาศสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ออกประกาศเตือนสภาพอากาศสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ออกประกาศเตือนภัยด้านความปลอดภัยในกรุงเทพฯ เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง โดยขอให้ระมัดระวังอันตรายจากไฟฟ้าและน้ำท่วมฉับพลัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ออกประกาศเตือนสภาพอากาศสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ออกประกาศเตือนสภาพอากาศสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ออกประกาศเตือนภัยด้านความปลอดภัยในกรุงเทพฯ เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง โดยขอให้ระมัดระวังอันตรายจากไฟฟ้าและน้ำท่วมฉับพลัน

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ออกประกาศเตือนภัยด้านความปลอดภัยสาธารณะสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร โดยขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝนฟ้าคะนองที่คาดว่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เมืองหลวง

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในกรุงเทพฯ MEA เน้นย้ำถึงความสำคัญของการหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ความกังวลหลักคือความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางไฟฟ้าที่เกิดจากการสัมผัสกับอุปกรณ์ที่จมน้ำหรือสายไฟที่เสียหายในช่วงสภาพอากาศเลวร้าย ทางหน่วยงานแนะนำให้ประชาชนอยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า ป้ายโฆษณา และโครงสร้างพื้นฐานใดๆ ที่อาจได้รับความเสียหายจากพายุ

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวัง แต่ยังคงต้องติดตามดูว่าผลกระทบของพายุเหล่านี้จะครอบคลุมพื้นที่ใดบ้างในแต่ละเขตของเมือง ขอแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการจาก MEA เพื่อความปลอดภัยของตนเอง ในขณะนี้ ระยะเวลาและความรุนแรงของระบบสภาพอากาศยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับหรือน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:51 UTC

พ่อแม่เรียกร้องความยุติธรรมหลังผ่านไป 7 เดือนจากอุบัติเหตุเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับชายชาวจีน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พ่อแม่เรียกร้องความยุติธรรมหลังผ่านไป 7 เดือนจากอุบัติเหตุเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับชายชาวจีน

พ่อแม่ของเด็กชายวัย 16 ปีเรียกร้องให้มีความคืบหน้าในการสอบสวนคดีอุบัติเหตุชนแล้วหนีที่เกิดขึ้นเมื่อ 7 เดือนก่อนในชลบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พ่อแม่เรียกร้องความยุติธรรมหลังผ่านไป 7 เดือนจากอุบัติเหตุเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับชายชาวจีน

แหล่งข่าวเดียว
พ่อแม่เรียกร้องความยุติธรรมหลังผ่านไป 7 เดือนจากอุบัติเหตุเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับชายชาวจีน

พ่อแม่ของเด็กชายวัย 16 ปีเรียกร้องให้มีความคืบหน้าในการสอบสวนคดีอุบัติเหตุชนแล้วหนีที่เกิดขึ้นเมื่อ 7 เดือนก่อนในชลบุรี

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พ่อแม่ของเด็กชายลูกครึ่งไทย-สวีเดนวัย 16 ปี ที่รู้จักกันในชื่อ 'น้องทอมมี่' กำลังขอความช่วยเหลือเพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกชาย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. ในจังหวัดชลบุรี รายงานระบุว่าชายชาวจีนขับรถกระบะถอยหลังข้ามเลนเพื่อกลับรถในจุดที่ห้ามกลับโดยไม่เปิดไฟสัญญาณ ทำให้เกิดการชนกับรถจักรยานยนต์ของน้องทอมมี่

พยานระบุว่าคนขับรถลงมาจากรถแต่ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือวัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีอาการชักเกร็ง โดยคนขับได้หลบหนีไปยังที่พักใกล้เคียงก่อนจะมีคนมารับตัวออกไปจากพื้นที่ น้องทอมมี่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในอีก 40 นาทีต่อมา และเข้ารับการรักษาในห้องไอซียูเป็นเวลา 6 วัน ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 27 กุมภาพันธ์

ตำรวจชลบุรียืนยันว่าได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว แต่ไม่พบตัวที่บ้านพัก ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังประสานงานเพื่อออกหมายแดงของอินเตอร์โพล สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กรณีนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนนและความซับซ้อนของกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติในประเทศไทย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ต้องหาจะถูกจับกุมและนำตัวมาขึ้นศาลเมื่อใด เนื่องจากคดียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนหลังจากผ่านไป 7 เดือน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 10:33 UTC

ชื่นชมหนุ่มรัสเซียช่วยคู่กรณีหลังเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่พัทยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ชื่นชมหนุ่มรัสเซียช่วยคู่กรณีหลังเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่พัทยา

ชาวรัสเซียได้รับคำชื่นชมจากการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคู่กรณีหลังเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันบนถนนสาย 36 ในจังหวัดชลบุรี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ชื่นชมหนุ่มรัสเซียช่วยคู่กรณีหลังเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่พัทยา

แหล่งข่าวเดียว
ชื่นชมหนุ่มรัสเซียช่วยคู่กรณีหลังเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันที่พัทยา

ชาวรัสเซียได้รับคำชื่นชมจากการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคู่กรณีหลังเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันบนถนนสาย 36 ในจังหวัดชลบุรี

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุบนถนนสาย 36 (กระทิงลาย-ระยอง) ช่วงจุดกลับรถวัดสันติคาม ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามรายงานของ Khaosod Online Thailand ระบุว่าเกิดการชนกันระหว่างรถจักรยานยนต์ดูคาติและรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ

รายงานระบุว่ารถดูคาติซึ่งขับขี่โดยชายชาวรัสเซียวัย 24 ปี ชื่อ Mr. Hoboxehnh ถูกรถฮอนด้าเวฟตัดหน้าจนเกิดอุบัติเหตุและทำให้รถดูคาติเกิดไฟลุกไหม้ แม้จะได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกและเห็นรถของตนเองกำลังถูกไฟไหม้ แต่ชายชาวรัสเซียรายนี้ได้รีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือคู่กรณีคือ นายธนกฤต อายุ 39 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยาได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ทั้งสองคน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นบริเวณจุดกลับรถบนถนนสายหลักอย่างถนนสาย 36 ซึ่งมักเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุจราจรบ่อยครั้ง แม้ว่าการตอบสนองอย่างรวดเร็วของชายชาวรัสเซียจะได้รับคำชื่นชมในความมีน้ำใจ แต่การสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสาเหตุที่แน่ชัดของการชนและการละเมิดกฎจราจรที่อาจเกิดขึ้นยังคงอยู่ในระหว่างดำเนินการ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปผลการตัดสินเรื่องความรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 09:52 UTC