ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ทั่วไป กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ✦
ความปลอดภัย สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน ✦
กีฬา นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS ✦
เศรษฐกิจ กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย ✦
กฎหมาย ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม ✦
กีฬา กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์ ✦
เหตุการณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม” ✦
สุขภาพ สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน ✦
เทคโนโลยี ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ ✦
ทั่วไป

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

ทางการไทยกำลังติดตามปริมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยมุ่งเน้นลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมชลประทานกำลังดำเนินการติดตามระดับน้ำฝนทั่วประเทศไทยอย่างเข้มงวด โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้กรมชลประทานติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

กลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนที่ตั้งอยู่ท้ายเขื่อน โดยการปรับอัตราการระบายน้ำตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ เจ้าหน้าที่มุ่งหวังที่จะสร้างสมดุลระหว่างความจุของอ่างเก็บน้ำและความปลอดภัยของประชาชนรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มน้ำตอนล่าง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ข่าวนี้นับว่ามีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการป้องกันผลกระทบจากน้ำในช่วงฤดูกาล แม้ว่าแผนการบริหารจัดการในปัจจุบันจะถูกออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางใกล้ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากทางการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่ามาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดนี้จะดำเนินต่อไปนานเท่าใด เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอนาคตและความรุนแรงของฤดูมรสุมที่เหลืออยู่ ขณะนี้ทางการยังไม่ได้ออกคำเตือนเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ขอแนะนำให้ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:15 UTC

ความปลอดภัย

สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง

แหล่งข่าวเดียว
สลด! 2 พี่น้องจมน้ำเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเรือล่มในคลองสำโรง

พี่น้องวัย 17 และ 20 ปี ประสบอุบัติเหตุเรือล่มเสียชีวิตขณะกำลังขนกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุสลดในคลองสำโรง ส่งผลให้พี่น้องสองคนอายุ 17 และ 20 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยทั้งคู่กำลังพายเรือเพื่อไปซื้อกระสอบทรายสำหรับนำมาใช้ป้องกันน้ำท่วมที่บ้านพัก

ในระหว่างการเดินทาง เรือเกิดล่มทำให้ทั้งสองคนจมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและทีมกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุและเข้าช่วยเหลือ แต่โชคร้ายที่พบว่าผู้ประสบเหตุทั้งสองเสียชีวิตแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการสัญจรทางน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วม ระดับน้ำในคลองอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกระแสน้ำอาจมีความรุนแรงจนคาดเดาไม่ได้ ทำให้การใช้เรือขนาดเล็กมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ

แม้ว่าจะมีการรายงานถึงเหตุการณ์เรือล่มในเบื้องต้นแล้ว แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพของคลองในขณะเกิดเหตุและปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่ออยู่ใกล้พื้นที่น้ำท่วม และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุดในการใช้บริการขนส่งทางน้ำในช่วงฤดูมรสุม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 06:57 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอบางบาล ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน

ชาวบ้านในอำเภอบางบาลรายงานเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในช่วงกลางดึก ทำให้เก็บของไม่ทัน สร้างความกังวลต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ชาวบ้านในอำเภอบางบาลได้รับผลกระทบอย่างหนักจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ทำให้ชาวบ้านหลายคนตั้งตัวไม่ทันและไม่มีเวลาเพียงพอในการขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ชาวบ้านจำนวนมากรายงานว่าต้องจ้างคนมาช่วยขนย้ายทรัพย์สินไปไว้ในที่ปลอดภัยเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้ของน้ำท่วมตามฤดูกาลในภูมิภาคนี้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้แม่น้ำหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรเฝ้าระวัง ติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่น และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพถนนหรือการเข้าถึงพื้นที่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

แม้ว่าผลกระทบโดยตรงต่อครัวเรือนในพื้นที่จะชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีกี่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหรือจะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกหรือไม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและเส้นทางอพยพที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:15 UTC

กีฬา

นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS

แหล่งข่าวเดียว
นักชกอเมริกันวัย 15 ปี เซ็นสัญญามวยไทยอาชีพกับ RWS

ตีโต้ จอห์นสัน นักชกชาวอเมริกันวัย 15 ปี ได้เซ็นสัญญานักมวยอาชีพเป็นเวลา 5 ปีกับรายการ Rajadamnern World Series (RWS) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพมวยไทยของเขา

ตามรายงานจาก Khaosod Online ตีโต้ จอห์นสัน นักชกชาวอเมริกันวัย 15 ปี ได้เซ็นสัญญานักมวยอาชีพอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 ปีกับรายการ Rajadamnern World Series (RWS) โดยพิธีเซ็นสัญญาจัดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนินอันเก่าแก่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจสำหรับนักกีฬาเยาวชนรายนี้ โดยมีภาพที่เขาหลั่งน้ำตาขณะกอดคอพ่อและโปรโมเตอร์ผู้จัดงาน

จอห์นสันฝึกฝนศิลปะมวยไทยมาตั้งแต่เด็ก และเคยผ่านการชกมวยไทย 5 ยกในสังกัดเพชรยินดีมาก่อน การก้าวเข้าสู่เวที RWS ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอาชีพของเขา จอห์นสันได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นแชมป์เวทีราชดำเนินและต้องการเผยแพร่ศิลปะมวยไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการกีฬาในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมระดับสากลที่เพิ่มขึ้นของกีฬามวยไทย และความสำคัญของเวทีมวยราชดำเนินในฐานะศูนย์กลางระดับโลกของกีฬานี้ ทั้งนี้ จอห์นสันมีกำหนดการขึ้นชกเปิดตัวในรายการ RWS ในศึก 'RWS KNOCKTOBERFEST' วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมนี้ แม้เส้นทางอาชีพของเขาจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ผู้ชมยังคงต้องติดตามผลงานในการขึ้นชกรายการใหญ่ครั้งแรกของเขาต่อไป โดยรายละเอียดเกี่ยวกับคู่ชกและตารางการแข่งขันทั้งหมดสำหรับรายการในเดือนตุลาคมยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:18 UTC

เศรษฐกิจ

กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจายักษ์ใหญ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน เพิ่มการลงทุนผลิตในไทย

กรมการค้าต่างประเทศของไทยกำลังเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีน 2 แห่ง เพื่อเพิ่มการลงทุนในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 กรมการค้าต่างประเทศของไทยได้เริ่มหารือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำจากจีน 2 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตเหล่านี้ขยายฐานการลงทุนในประเทศไทย โดยเน้นไปที่การเพิ่มกำลังการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการนำชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศเข้ามาใช้ในห่วงโซ่อุปทานให้มากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค การเพิ่มการผลิตในประเทศอาจนำไปสู่ระบบนิเวศยานยนต์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนสำหรับผู้บริโภคและสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคการผลิต สำหรับนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อความพร้อมและความหลากหลายของตัวเลือกการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศในอนาคต

แม้ว่าการเจรจาเหล่านี้จะเป็นก้าวเชิงกลยุทธ์ของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทรถยนต์รายใดบ้างที่เกี่ยวข้องในการหารือ และยังไม่มีการสรุปข้อตกลงอย่างเป็นทางการหรือกำหนดการลงทุนที่แน่ชัด ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่ข้อผูกพันที่เป็นรูปธรรมจากบริษัทจีนหรือไม่ ซึ่งจะช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งที่ยั่งยืนในระดับโลกต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

กฎหมาย

ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจกรุงเทพฯ ยึดยาไอซ์กว่า 500 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมยึดยาไอซ์ 519 กิโลกรัม ซึ่งเตรียมขนส่งไปยังภาคใต้ของประเทศไทย

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้แถลงผลการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดในกรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวม 519 กิโลกรัม

นอกจากยาเสพติดแล้ว ตำรวจยังได้ยึดอาวุธปืนและรถบรรทุกที่คาดว่าเตรียมไว้สำหรับขนส่งยาเสพติดดังกล่าวลงสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ไทยในการสกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดรายใหญ่ก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดในประเทศไทย การครอบครองและค้ายาเสพติดมีบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง รวมถึงการจำคุกระยะยาวและในกรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นประหารชีวิต แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะถูกควบคุมโดยเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในประเทศ

ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบเครือข่ายอาชญากรรมทั้งหมดและติดตามผู้ต้องหาที่อาจยังหลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งที่มาของยาเสพติดหรือตัวการสำคัญเบื้องหลังปฏิบัติการนี้ นักท่องเที่ยวควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดทุกชนิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

กีฬา

กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์

แหล่งข่าวเดียว
กิจกรรมเชียร์สดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' ที่สามย่านมิตรทาวน์

แฟนกีฬาสามารถร่วมชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงเหรียญทองของ 'บิว' นักกีฬาชาวไทยผ่านจอขนาดยักษ์ที่สามย่านมิตรทาวน์ได้ในวันนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ที่ชื่นชอบกีฬาในกรุงเทพฯ มีโอกาสมารวมตัวกันเพื่อร่วมเชียร์นักกีฬาไทยในวันนี้ โดยมีการติดตั้งจอขนาดยักษ์ที่สามย่านมิตรทาวน์เพื่อถ่ายทอดสดการแข่งขันชิงเหรียญทองของนักกีฬาชื่อดังที่รู้จักกันในชื่อ 'บิว'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองขณะนี้ กิจกรรมนี้มอบบรรยากาศที่คึกคักในการร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทีมชาติไปพร้อมกับแฟนกีฬาคนอื่นๆ สามย่านมิตรทาวน์ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่มีชื่อเสียง สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกผ่านสถานีรถไฟฟ้า MRT สามย่าน ทำให้เป็นสถานที่ที่สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในความตื่นเต้นของกิจกรรมกีฬาในท้องถิ่น

แม้ว่ากิจกรรมนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับผู้สนับสนุน แต่ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมควรทราบว่ารายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันที่แน่นอนหรือมาตรการจัดการฝูงชนไม่ได้ระบุไว้ในการประกาศเบื้องต้น เช่นเดียวกับการรวมตัวในที่สาธารณะที่มีผู้คนหนาแน่น ผู้เข้าร่วมควรมาถึงก่อนเวลาเพื่อจับจองพื้นที่รับชมที่ดี ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีกิจกรรมเสริมหรือแขกรับเชิญพิเศษร่วมในงานหรือไม่ กิจกรรมนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อความสำเร็จด้านกีฬาของชาติ และบทบาทของพื้นที่ในเมืองในการส่งเสริมจิตวิญญาณของชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

เหตุการณ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม”

แหล่งข่าวเดียว
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดประกวด “วิศวกรสังคม”

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจัดการประกวดเพื่อคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาเข้าสู่เวที “วิศวกรสังคม” ระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้จัดการประกวด “วิศวกรสังคม” ขึ้น ตามรายงานจาก Matichon Online กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อค้นหาและคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาที่มีความสามารถโดดเด่นของมหาวิทยาลัย เพื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคต่อไป

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมความเป็นผู้นำและทักษะการแก้ปัญหาเพื่อชุมชนในหมู่นักศึกษา การเข้าร่วมในกรอบแนวคิด “วิศวกรสังคม” ช่วยกระตุ้นให้นักศึกษานำความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมในท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับความสำคัญมากขึ้นในภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงบทบาทเชิงรุกของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นในการพัฒนาภูมิภาคและการเสริมสร้างศักยภาพให้กับเยาวชน แม้ว่าการประกวดจะเป็นเวทีสำหรับการเติบโตของนักศึกษา แต่ก็ยังสะท้อนถึงแนวโน้มในแวดวงวิชาการไทยที่มุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและเน้นชุมชนเป็นฐาน ในขณะนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเฉพาะที่นักศึกษานำเสนอหรือกำหนดการสำหรับเวทีระดับภูมิภาคที่กำลังจะมาถึงยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจผลกระทบต่อชุมชนของมหาวิทยาลัยสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของกองพัฒนานักศึกษาของสถาบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

สุขภาพ

สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน

แหล่งข่าวเดียว
สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านวัคซีนแก่สาธารณชน

สถาบันวัคซีนแห่งชาติของไทยได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) ได้จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ นักวิชาการ และนักสื่อสาร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการเปลี่ยนความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้เป็นความเชื่อมั่นที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของหน่วยงานด้านสาธารณสุขในการสร้างมาตรฐานการสื่อสารเรื่องวัคซีนและจัดการกับข้อมูลที่บิดเบือน การส่งเสริมการสนทนาระหว่างผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และสาธารณชนเป็นสิ่งที่ สวช. มุ่งหวังเพื่อให้แน่ใจว่าความรอบรู้ด้านสุขภาพยังคงเป็นลำดับความสำคัญในระบบสาธารณสุขของประเทศ

แม้ว่าเวทีเสวนาจะเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการหารือเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้เป็นนโยบายสาธารณสุขที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงในโครงการรณรงค์การฉีดวัคซีนอย่างไร กิจกรรมนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการด้านสุขภาพเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ส่วนตัวหรือช่องทางสาธารณสุขที่เป็นทางการของรัฐบาลต่อไป เพื่อรับคำแนะนำทางการแพทย์หรือข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับตารางการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ สวช. ยังไม่ได้เผยแพร่แผนงานโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการนำแนวคิดเหล่านี้ไปใช้ในแคมเปญสาธารณสุขในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:16 UTC

เทคโนโลยี

ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคมเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology เพื่อขยายธุรกิจด้านอวกาศ

ไทยคมประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการเป็น Gulf Space Technology เพื่อสะท้อนการปรับกลยุทธ์จากผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสารไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีอวกาศที่ครอบคลุมมากขึ้น

ตามรายงานจาก Khaosod Online บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศการรีแบรนด์องค์กรครั้งใหญ่ โดยตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 เป็นต้นไป บริษัทจะดำเนินงานภายใต้ชื่อใหม่ว่า 'บริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)' หรือ Gulf Space Technology Public Company Limited การเปลี่ยนแปลงนี้ซึ่งจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านรูปแบบธุรกิจของบริษัท จากบทบาทเดิมในฐานะผู้ให้บริการดาวเทียมสื่อสาร ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีอวกาศอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุนในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการคว้าโอกาสใหม่ๆ ในภาคอวกาศระดับโลก ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ชื่อย่อหลักทรัพย์ของบริษัทได้รับการปรับปรุงเป็น 'GST' เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์องค์กรใหม่

แม้ว่าการรีแบรนด์จะส่งสัญญาณถึงการปรับกลยุทธ์ที่ชัดเจน แต่รายละเอียดเฉพาะของบริการเทคโนโลยีอวกาศใหม่ที่จะนำเสนอนั้นยังคงต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติม ผู้อยู่อาศัยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศจากบริษัทในอนาคตเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการผ่านดาวเทียมในท้องถิ่นอย่างไร ในขณะนี้บริษัทยืนยันเพียงการเปลี่ยนชื่อและชื่อย่อหลักทรัพย์ใหม่เท่านั้น โดยคาดว่ารายละเอียดการดำเนินงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับพอร์ตโฟลิโอการบริการที่ขยายตัวจะมีการเปิดเผยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 07:18 UTC

ช่วยชีวิตคุณตาวัย 70 ปี หลังบ้านไม้เก่าถล่มในสมุทรปราการ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ช่วยชีวิตคุณตาวัย 70 ปี หลังบ้านไม้เก่าถล่มในสมุทรปราการ

ชายวัย 70 ปีได้รับการช่วยเหลือจากซากบ้านไม้ที่พังถล่มลงมาในจังหวัดสมุทรปราการเมื่อช่วงเช้าวันพุธ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ช่วยชีวิตคุณตาวัย 70 ปี หลังบ้านไม้เก่าถล่มในสมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยชีวิตคุณตาวัย 70 ปี หลังบ้านไม้เก่าถล่มในสมุทรปราการ

ชายวัย 70 ปีได้รับการช่วยเหลือจากซากบ้านไม้ที่พังถล่มลงมาในจังหวัดสมุทรปราการเมื่อช่วงเช้าวันพุธ

เมื่อเช้าวันที่ 18 กันยายน 2569 นายต๋อย อายุ 70 ปี ได้รับการช่วยเหลือหลังจากบ้านไม้ชั้นเดียวของเขาพังถล่มลงมาในพื้นที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในชุมชนหลังโรงเรียนวัดป่าเกดได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. หลังจากได้ยินเสียงดังสนั่น

เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาประมาณ 25 นาทีในการรื้อถอนซากปรักหักพังเพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่บริเวณที่นอน นายต๋อยได้รับบาดเจ็บที่หลังและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบางจากทันที เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรวมถึงกำนันตำบลทรงคนองระบุว่าบ้านหลังดังกล่าวมีอายุการใช้งานมานานเกือบ 50 ปี ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงของที่อยู่อาศัยไม้เก่าในพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากโครงสร้างไม้เก่าที่ขาดการบำรุงรักษาในช่วงที่เกิดความล้าของโครงสร้าง แม้ว่าการช่วยเหลือในเบื้องต้นจะประสบความสำเร็จ แต่ความมั่นคงในระยะยาวของบ้านเรือนใกล้เคียงที่คล้ายคลึงกันยังคงเป็นประเด็นที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้ความสำคัญ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการถล่มต่อไป โดยในขณะนี้อายุของอาคารถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหลัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:20 UTC

อุบัติเหตุรถโม่ปูนพุ่งชนบ้านเรือนในอำนาจเจริญ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิต
ความปลอดภัย ได้รับการยืนยัน

อุบัติเหตุรถโม่ปูนพุ่งชนบ้านเรือนในอำนาจเจริญ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิต

รถโม่ปูนเสียหลักพุ่งชนบ้านเรือนประชาชนในจังหวัดอำนาจเจริญ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิต เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถโม่ปูนพุ่งชนบ้านเรือนในอำนาจเจริญ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิต

ได้รับการยืนยัน
อุบัติเหตุรถโม่ปูนพุ่งชนบ้านเรือนในอำนาจเจริญ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิต

รถโม่ปูนเสียหลักพุ่งชนบ้านเรือนประชาชนในจังหวัดอำนาจเจริญ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิต เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุรถโม่ปูนเสียหลักพุ่งชนกำแพงบ้านเรือนประชาชนบริเวณสี่แยกไฟแดงลือชัย อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์

เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพชรเกษมได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 19.10 น. และได้นำอุปกรณ์กู้ภัยเข้าสนับสนุนในที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลามากกว่า 30 นาทีในการตัดถ่างเพื่อนำร่างของคนขับรถ คือนายไพรวัลย์ สายวรรณ์ อายุ 40 ปี ออกจากซากรถ ซึ่งพบว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โชคดีที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยภายในบ้านได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลืออำนาจ กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงกลางคืนและมีฝนตกลงมา แม้เจ้าหน้าที่จะตั้งข้อสันนิษฐานว่าคนขับอาจหลับใน แต่ยังคงเป็นเพียงสมมติฐานเบื้องต้นเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงในการขับขี่ยานพาหนะในช่วงสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทั้งนี้ เนื่องจากกระบวนการสอบสวนยังไม่สิ้นสุด สาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุจึงยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 16:11 UTC

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ออกคำแนะนำความปลอดภัยการใช้ปลั๊กพ่วงในประเทศไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ออกคำแนะนำความปลอดภัยการใช้ปลั๊กพ่วงในประเทศไทย

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้เผยแพร่คำแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับการใช้ปลั๊กพ่วงเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัยในบ้านเรือน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ออกคำแนะนำความปลอดภัยการใช้ปลั๊กพ่วงในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ออกคำแนะนำความปลอดภัยการใช้ปลั๊กพ่วงในประเทศไทย

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้เผยแพร่คำแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับการใช้ปลั๊กพ่วงเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัยในบ้านเรือน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ได้ออกประกาศเตือนสาธารณะเกี่ยวกับการใช้ปลั๊กพ่วงอย่างปลอดภัย ตามรายงานจาก Matichon Online และ Prachachat Business ทางหน่วยงานได้เน้นย้ำให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและความร้อนสะสม ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอัคคีภัยในที่พักอาศัย

เพื่อเพิ่มความปลอดภัย MEA แนะนำให้ผู้บริโภคตรวจสอบว่าปลั๊กพ่วงทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. 2432-2555 การรับรองนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ผ่านการทดสอบความปลอดภัยและความทนทานอย่างเข้มงวด MEA เน้นย้ำว่าการใช้สายพ่วงไฟฟ้าอย่างไม่เหมาะสมถือเป็นอันตรายอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมภายในบ้าน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่พักในที่พักระยะยาว คำแนะนำนี้ถือเป็นการเตือนให้ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าว่ามีร่องรอยการชำรุดหรือขาดการรับรองมาตรฐานหรือไม่ แม้ว่า MEA จะได้ให้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเหล่านี้แล้ว แต่ยังไม่มีการระบุว่าจะมีการเพิ่มการตรวจสอบร้านค้าปลีกที่จำหน่ายอุปกรณ์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ประชาชนควรให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย มอก. อย่างเป็นทางการ เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่อยู่อาศัยมีความปลอดภัย ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการใช้งานเฉพาะได้ผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของ MEA

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:30 UTC

รถกระบะชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อบนสะพานต่างระดับปากท่อ จ.ราชบุรี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รถกระบะชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อบนสะพานต่างระดับปากท่อ จ.ราชบุรี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อบนสะพานต่างระดับปากท่อ จ.ราชบุรี เมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รถกระบะชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อบนสะพานต่างระดับปากท่อ จ.ราชบุรี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

แหล่งข่าวเดียว
รถกระบะชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อบนสะพานต่างระดับปากท่อ จ.ราชบุรี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อบนสะพานต่างระดับปากท่อ จ.ราชบุรี เมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันบนสะพานต่างระดับปากท่อ จ.ราชบุรี ฝั่งขาล่องใต้ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ รถกระบะ 4 ประตูสีดำได้พุ่งชนท้ายรถบรรทุก 10 ล้อที่บรรทุกท่อใยหิน บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 122+300

แรงปะทะทำให้ด้านหน้าของรถกระบะพังเสียหายยับเยิน ส่งผลให้มีผู้โดยสารติดอยู่ภายในรถและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิประชานุกูลได้ใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากรถ ส่วนคนขับรถกระบะได้รับบาดเจ็บซี่โครงหักและสามารถออกมาจากตัวรถได้เอง แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลรายละเอียดแก่เจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุได้

สำหรับประชาชนและผู้ที่สัญจรผ่านในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการขับขี่ในช่วงเวลากลางคืนบนเส้นทางหลัก แม้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปากท่อกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน แต่สาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุ เช่น ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่หรือปัญหาด้านทัศนวิสัย ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อสัญจรผ่านสะพานต่างระดับปากท่อ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:51 UTC

เหตุยิงกันเสียชีวิตในถลาง ภูเก็ต
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุยิงกันเสียชีวิตในถลาง ภูเก็ต

ชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์ที่มุ่งเป้าทำร้ายใกล้กับอุโมงค์ทางลอดสนามบินภูเก็ต ตามรายงานของตำรวจท้องที่

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุยิงกันเสียชีวิตในถลาง ภูเก็ต

แหล่งข่าวเดียว
เหตุยิงกันเสียชีวิตในถลาง ภูเก็ต

ชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์ที่มุ่งเป้าทำร้ายใกล้กับอุโมงค์ทางลอดสนามบินภูเก็ต ตามรายงานของตำรวจท้องที่

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุยิงกันจนมีผู้เสียชีวิตบนถนนบริเวณริมอุโมงค์ทางลอดแยกสนามบินตัดใหม่ ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นชายในพื้นที่ ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ถูกผู้ก่อเหตุที่ขับขี่รถจักรยานยนต์อีกคันไล่ตามประกบ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะลงมือก่อเหตุยิงจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุความรุนแรงที่มุ่งเป้าเฉพาะบุคคลซึ่งรู้จักกันมาก่อน แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้มักจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังรอบตัวอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางบนถนนที่เปลี่ยวหรือในช่วงเวลาดึก

ในขณะนี้ การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรถลางกำลังเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยและหาสาเหตุที่แน่ชัดของความขัดแย้งดังกล่าว รายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและสถานะของการติดตามตัวผู้ก่อเหตุยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจับกุมหรือเบาะแสเพิ่มเติม และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตต่อไปในระหว่างที่การสอบสวนดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ช่วยชายพลัดตกท่อระบายน้ำลึก 3 เมตร ใกล้สถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ช่วยชายพลัดตกท่อระบายน้ำลึก 3 เมตร ใกล้สถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือชายที่พลัดตกท่อระบายน้ำลึก 3 เมตร บริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี กรุงเทพมหานคร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ช่วยชายพลัดตกท่อระบายน้ำลึก 3 เมตร ใกล้สถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี

แหล่งข่าวเดียว
ช่วยชายพลัดตกท่อระบายน้ำลึก 3 เมตร ใกล้สถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือชายที่พลัดตกท่อระบายน้ำลึก 3 เมตร บริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยได้ระดมกำลังเข้าปฏิบัติการช่วยเหลือใกล้สถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ชายคนหนึ่งได้พลัดตกท่อระบายน้ำที่เปิดอยู่ซึ่งมีความลึกประมาณ 3 เมตร

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าถึงที่เกิดเหตุเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือและนำตัวผู้ประสบเหตุขึ้นมาจากท่อ ในระหว่างที่ปฏิบัติการช่วยเหลือดำเนินอยู่ เหตุการณ์นี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับคนเดินเท้าที่สัญจรบนทางเท้าใกล้กับจุดเชื่อมต่อการขนส่งหลัก สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินในเขตเมือง โดยเฉพาะบริเวณใกล้เขตก่อสร้างหรือพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานเปิดโล่ง

จนถึงขณะนี้ อาการของผู้ประสบเหตุและสาเหตุที่แน่ชัดของการพลัดตกยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสภาพของฝาท่อระบายน้ำหรือการแจ้งเตือนความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าว ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรใช้ความระมัดระวังและแจ้งเหตุอันตรายในลักษณะเดียวกันนี้ต่อหน่วยงานเทศบาลในพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:25 UTC

หญิงสาวในฉะเชิงเทราแจ้งความถูกชายโรคจิตสะกดรอยตามและกระทำอนาจาร
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

หญิงสาวในฉะเชิงเทราแจ้งความถูกชายโรคจิตสะกดรอยตามและกระทำอนาจาร

หญิงสาววัย 30 ปีเข้าแจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชายคนหนึ่งสะกดรอยตามและกระทำอนาจารใกล้สนามวิ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

หญิงสาวในฉะเชิงเทราแจ้งความถูกชายโรคจิตสะกดรอยตามและกระทำอนาจาร

แหล่งข่าวเดียว
หญิงสาวในฉะเชิงเทราแจ้งความถูกชายโรคจิตสะกดรอยตามและกระทำอนาจาร

หญิงสาววัย 30 ปีเข้าแจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชายคนหนึ่งสะกดรอยตามและกระทำอนาจารใกล้สนามวิ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า หญิงสาววัย 30 ปี นามสมมติ 'โย' ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยผู้เสียหายซึ่งเป็นนักวิ่งระบุว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน ขณะกำลังออกกำลังกายที่สนามวิ่งหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เธอสังเกตเห็นชายรูปร่างสูง ผิวคล้ำ ขี่รถจักรยานยนต์สวมเสื้อกีฬาหมายเลข 17 มีพฤติกรรมส่งเสียงครางและกระทำอนาจารโดยมีรถจักรยานยนต์บังไว้บางส่วน

ผู้เสียหายระบุว่าเหตุการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อเธอเดินทางกลับที่พัก โดยอ้างว่าชายคนเดิมได้สะกดรอยตามเธอจากสนามวิ่งจนถึงอาคารที่พักและยังคงกระทำพฤติกรรมอนาจารต่อเนื่อง ผู้เสียหายได้มอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการดำเนินคดี เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวควรเพิ่มความระมัดระวังในการออกกำลังกายเพียงลำพัง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน แม้ว่าผู้เสียหายจะดำเนินการแจ้งความแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้ก่อเหตุได้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อสังคมในวงกว้างหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:46 UTC

เร่งค้นหาชายพลัดตกท่อระบายน้ำใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เร่งค้นหาชายพลัดตกท่อระบายน้ำใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาชายที่พลัดตกท่อระบายน้ำลึก 2-3 เมตร บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี ในกรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เร่งค้นหาชายพลัดตกท่อระบายน้ำใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี

แหล่งข่าวเดียว
เร่งค้นหาชายพลัดตกท่อระบายน้ำใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาชายที่พลัดตกท่อระบายน้ำลึก 2-3 เมตร บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี ในกรุงเทพฯ

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุมีชายพลัดตกท่อระบายน้ำบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร โดยข้อมูลจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่า สายด่วน 199 ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 07.04 น.

เจ้าหน้าที่จากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการค้นหาและให้ความช่วยเหลือ เบื้องต้นพบว่าท่อระบายน้ำดังกล่าวมีความลึกประมาณ 2-3 เมตร ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินใกล้บริเวณเขตก่อสร้างหรือระบบระบายน้ำเปิดในเมือง แม้ว่าพื้นที่โดยรอบจะยังคงสัญจรได้ตามปกติ แต่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและอาจพบเห็นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้ทางเข้าสถานีในระหว่างการค้นหา ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันตัวตนของผู้ประสบเหตุและสาเหตุที่แน่ชัดของการพลัดตก โดยคาดว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:50 UTC

น้ำป่าหลากท่วมจันทบุรีหลังฝนตกหนัก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

น้ำป่าหลากท่วมจันทบุรีหลังฝนตกหนัก

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ส่งผลกระทบต่อ 6 หมู่บ้าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

น้ำป่าหลากท่วมจันทบุรีหลังฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าหลากท่วมจันทบุรีหลังฝนตกหนัก

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ส่งผลกระทบต่อ 6 หมู่บ้าน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังประสบอุทกภัยอย่างหนัก สถานการณ์ดังกล่าวเกิดจากฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมชุมชนในพื้นที่อย่างรวดเร็ว

หน่วยงานท้องถิ่นยืนยันว่ามี 6 หมู่บ้านได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดความเดือดร้อนอย่างมากต่อประชาชนในพื้นที่ การสะสมของน้ำอย่างรวดเร็วได้สร้างสภาวะที่เป็นอันตรายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและการเข้าถึงพื้นที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือพื้นที่ลุ่มต่ำในช่วงฤดูมรสุม ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานจังหวัด เนื่องจากสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขัง นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปหรือผ่านจังหวัดจันทบุรีควรตรวจสอบสภาพถนนก่อนออกเดินทาง เนื่องจากบางเส้นทางอาจถูกกีดขวางชั่วคราวจากเศษซากหรือน้ำท่วมขัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:41 UTC

บางจากและบาฟส์เร่งตรวจสอบเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

บางจากและบาฟส์เร่งตรวจสอบเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3

บริษัทพลังงานกำลังเร่งค้นหาและซ่อมแซมจุดรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันใต้สะพานยกระดับพระราม 3 พร้อมยืนยันการชดเชยความเสียหายตามหลักฐานจริง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

บางจากและบาฟส์เร่งตรวจสอบเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3

แหล่งข่าวเดียว
บางจากและบาฟส์เร่งตรวจสอบเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3

บริษัทพลังงานกำลังเร่งค้นหาและซ่อมแซมจุดรั่วไหลของท่อส่งน้ำมันใต้สะพานยกระดับพระราม 3 พร้อมยืนยันการชดเชยความเสียหายตามหลักฐานจริง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บาฟส์ กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วไหลบริเวณใต้สะพานยกระดับพระราม 3 ในกรุงเทพมหานคร

ทีมงานด้านเทคนิคได้ลงพื้นที่เพื่อระบุจุดรั่วไหลที่แน่ชัดและดำเนินการซ่อมแซมที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสองบริษัทได้ประกาศความมุ่งมั่นในการแก้ไขสถานการณ์และให้คำมั่นว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบตามหลักฐานที่ตรวจสอบได้และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้สัญจรในพื้นที่พระราม 3 สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่หรือมีการจำกัดการเข้าถึงใกล้จุดเกิดเหตุในระหว่างที่ทีมซ่อมบำรุงปฏิบัติงาน แม้ว่าบริษัทจะกำลังจัดการกระบวนการควบคุมและซ่อมแซมอย่างแข็งขัน แต่ขอบเขตผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและกรอบเวลาในการแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการรั่วไหล และการสอบสวนยังคงดำเนินอยู่เพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากความเสื่อมสภาพของโครงสร้างหรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ สำหรับผู้ที่เชื่อว่าได้รับความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือสูญเสียจากเหตุการณ์นี้ แนะนำให้ติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากบริษัทเกี่ยวกับขั้นตอนการเรียกร้องค่าเสียหาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เหตุยิงกันเสียชีวิตในร้านซ่อมรถ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุยิงกันเสียชีวิตในร้านซ่อมรถ

ชายวัย 32 ปีเสียชีวิตจากเหตุยิงกันรุนแรงโดยกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนที่ร้านซ่อมรถ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุยิงกันเสียชีวิตในร้านซ่อมรถ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุยิงกันเสียชีวิตในร้านซ่อมรถ

ชายวัย 32 ปีเสียชีวิตจากเหตุยิงกันรุนแรงโดยกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนที่ร้านซ่อมรถ

ตามรายงานจาก Matichon Online เกิดเหตุรุนแรงส่งผลให้ชายวัย 32 ปีเสียชีวิตที่ร้านซ่อมรถแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุหลังจากกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนที่เดินทางมาด้วยรถกระบะ 2 คัน ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียชีวิต โดยรายงานระบุว่าผู้เสียชีวิตถูกกระสุนปืนรวม 21 นัดในระหว่างการโจมตี

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุความรุนแรงในที่สาธารณะที่ร้ายแรง แม้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่ใช่เรื่องปกติในชีวิตประจำวันของประเทศไทย แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการระมัดระวังตัวในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย ขณะนี้แรงจูงใจเบื้องหลังการโจมตีที่มุ่งเป้าหมายนี้และตัวตนของผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งใช้รถกระบะทั้ง 2 คัน ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุที่แน่ชัดหรือความเชื่อมโยงระหว่างผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุอย่างเป็นทางการในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:38 UTC

ตำรวจแอฟริกาใต้เร่งสอบสวนคดีพบศพหญิงปริศนาต่อเนื่องในโจฮันเนสเบิร์ก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ตำรวจแอฟริกาใต้เร่งสอบสวนคดีพบศพหญิงปริศนาต่อเนื่องในโจฮันเนสเบิร์ก

ทางการแอฟริกาใต้กำลังสอบสวนการพบศพหญิง 9 รายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาในเขตเอคูร์ฮูเลนี ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจมีฆาตกรต่อเนื่อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ตำรวจแอฟริกาใต้เร่งสอบสวนคดีพบศพหญิงปริศนาต่อเนื่องในโจฮันเนสเบิร์ก

แหล่งข่าวเดียว
ตำรวจแอฟริกาใต้เร่งสอบสวนคดีพบศพหญิงปริศนาต่อเนื่องในโจฮันเนสเบิร์ก

ทางการแอฟริกาใต้กำลังสอบสวนการพบศพหญิง 9 รายในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาในเขตเอคูร์ฮูเลนี ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจมีฆาตกรต่อเนื่อง

รายงานจาก Khaosod Online และ BBC ระบุว่า ตำรวจแอฟริกาใต้พบศพหญิงรายที่ 9 ในเขตชานเมืองทางตะวันออกของนครโจฮันเนสเบิร์ก จังหวัดเคาเต็ง ภายในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา เหยื่อรายล่าสุดมีอายุประมาณ 30 ปี ถูกพบในสภาพกึ่งเปลือยและห่อด้วยผ้าปูที่นอนทิ้งไว้ริมถนนในย่านดอว์นพาร์กเมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยรายงานท้องถิ่นระบุว่าศพมีร่องรอยฟกช้ำและบาดแผลถูกแทง

นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา มีการพบศพหญิงอีก 8 รายในเขตเมืองเอคูร์ฮูเลนี ซึ่งหลายรายอยู่ในสภาพคล้ายกันคือสวมเสื้อผ้าไม่ครบชิ้นและมีบาดแผลตามร่างกาย หนึ่งในผู้เสียชีวิตที่ระบุตัวตนได้คือ น.ส.เอลิซาเบธ ซอนโซ โมเซลักโกโม วัย 38 ปี ซึ่งถูกพบศพหลังโรงแรมแห่งหนึ่งในย่านเคมป์ตันพาร์ก หลังจากหายตัวไปขณะออกไปวิ่งได้ 3 วัน

เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชนอย่างมาก โดยชาวบ้านหลายคนรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะออกจากบ้าน อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการเสียชีวิตทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันหรือเป็นฝีมือของฆาตกรต่อเนื่องหรือไม่ ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ได้ให้คำมั่นว่าทางการจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิด สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้ถือเป็นประเด็นความปลอดภัยที่สำคัญในพื้นที่ดังกล่าว ขณะนี้การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปและทางการยังไม่ได้สรุปความเชื่อมโยงที่แน่ชัดระหว่างคดีเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:39 UTC

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับฝนตกหนักทั่วประเทศไทยและคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับฝนตกหนักทั่วประเทศไทยและคลื่นลมแรงในทะเลอันดามัน มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายน 2569

กรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) โดยนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 7 เกี่ยวกับสภาพอากาศแปรปรวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ตามรายงานระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งคาดว่าจะต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายน 2569

นอกเหนือจากปริมาณน้ำฝนบนบกแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังได้ออกคำเตือนเฉพาะเกี่ยวกับสภาพทางทะเลในทะเลอันดามัน ชาวเรือและผู้อยู่อาศัยบริเวณชายฝั่งควรเตรียมพร้อมรับมือกับลมแรงและคลื่นลมแรงในช่วงเวลา 3 วันนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาวะที่เป็นอันตรายต่อกิจกรรมทางทะเล ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังพื้นที่ชายฝั่งหรือเกาะต่างๆ ในภูมิภาคอันดามันควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพทะเลสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะกำหนดกรอบเวลาสำหรับเหตุการณ์สภาพอากาศเหล่านี้แล้ว แต่ความรุนแรงที่เฉพาะเจาะจงและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่แน่นอนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการขนส่งก่อนเริ่มการเดินทางที่วางแผนไว้ ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่าสภาพอากาศดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อตารางเที่ยวบินหรือการให้บริการเรือข้ามฟากอย่างไร และประชาชนควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:38 UTC

กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ เตือนภัยฝนตกหนักทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับฝนตกหนักในวงกว้างทั่วประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ระบุว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเสี่ยงสูงสุด โดยมีโอกาสเกิดฝนตกถึงร้อยละ 80 ในขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศดังกล่าวเช่นกัน โดยมีโอกาสเกิดฝนตกอยู่ที่ร้อยละ 70

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สภาพอากาศเช่นนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ทัศนวิสัยบนท้องถนนลดลง และอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมกลางแจ้งหรือตารางการเดินทางในภูมิภาค ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการสะสมของน้ำ

แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้การพยากรณ์ตามเปอร์เซ็นต์สำหรับช่วงเวลาปัจจุบัน แต่ระยะเวลาของระบบสภาพอากาศและความรุนแรงของฝนในแต่ละจังหวัดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือที่พักของท่านเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสภาพอากาศในพื้นที่ของท่าน ขณะนี้ทางกรมฯ ยังคงติดตามการเคลื่อนตัวของระบบสภาพอากาศเหล่านี้อย่างต่อเนื่องเพื่อแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:32 UTC

เหตุยิงกันเสียชีวิตที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุยิงกันเสียชีวิตที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก

ชายวัย 32 ปีถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนบุกยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ย่านหนองจอก กรุงเทพฯ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุยิงกันเสียชีวิตที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก

แหล่งข่าวเดียว
เหตุยิงกันเสียชีวิตที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ในเขตหนองจอก

ชายวัย 32 ปีถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนบุกยิงเสียชีวิตในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ย่านหนองจอก กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 00.30 น. เกิดเหตุรุนแรงขึ้นที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ริมถนนเลียบวารี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คนได้ขับรถกระบะแต่งซิ่ง 2 คันเข้ามายังร้านและเปิดฉากยิงชายวัย 32 ปี ทราบชื่อคือนายสิงห์โต ซึ่งอยู่ในร้านดังกล่าว ผู้เสียชีวิตถูกยิงด้วยอาวุธปืนรวม 21 นัด และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

พ.ต.ต.สำฤทธิ์ วินิจรักษา สารวัตร (สอบสวน) สน.หนองจอก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวชได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีไปทันทีหลังเกิดเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุความรุนแรงที่มุ่งเป้าหมายเฉพาะบุคคล แม้เหตุการณ์ลักษณะนี้มักจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะจุด แต่การก่อเหตุอย่างอุกอาจในพื้นที่สาธารณะถือเป็นเรื่องที่น่ากังวล ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนเพื่อระบุตัวผู้ต้องสงสัยและหาสาเหตุจูงใจในการก่อเหตุ ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้วหรือไม่ หรือมีความเสี่ยงใดๆ ต่อสาธารณชนเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:31 UTC

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักทั่วไทย รับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักทั่วไทย รับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักทั่วประเทศด้วยความน่าจะเป็น 60-80% ส่งผลให้มีการออกคำเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักทั่วไทย รับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุฯ เตือนฝนตกหนักทั่วไทย รับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลัน

ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักทั่วประเทศด้วยความน่าจะเป็น 60-80% ส่งผลให้มีการออกคำเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ระบุว่าความน่าจะเป็นของการเกิดฝนอยู่ที่ประมาณ 60% ถึง 80% ทั่วประเทศ

ภูมิภาคที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อฝนตกหนัก ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ของประเทศ ทางการได้เตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่พำนักหรือเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยในขณะนี้ สภาพอากาศดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมกลางแจ้งในบางพื้นที่ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าคำเตือนจะครอบคลุมพื้นที่กว้าง แต่ความรุนแรงและระยะเวลาของฝนในแต่ละจังหวัดอาจแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในท้องถิ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางหรือความล่าช้าก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:31 UTC

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 65 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 65 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงสำหรับวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรงใน 65 จังหวัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 65 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันใน 65 จังหวัด

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงสำหรับวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรงใน 65 จังหวัด

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบต่อ 65 จังหวัดทั่วประเทศไทย ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สภาพอากาศนี้เกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและลาดเชิงเขา

สภาพทางทะเลมีความอันตรายเช่นกัน โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงมากกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ดังนั้นจึงขอให้เรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงนี้แล้ว แต่ประชาชนควรติดตามการอัปเดตข้อมูลในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:30 UTC

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้มีการปิดเส้นทางจราจรและเกิดปัญหาในการเดินทางทั่วทั้งภูมิภาค

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบต่อจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สภาพอากาศที่รุนแรงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้มีการปิดเส้นทางจราจรและเกิดปัญหาในการเดินทางทั่วทั้งภูมิภาค

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 จังหวัดแม่ฮ่องสอนกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ และทำให้ถนนหลายสายไม่สามารถสัญจรผ่านได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สภาพการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทาง น้ำท่วมได้ส่งผลกระทบต่อเครือข่ายการคมนาคมในท้องถิ่น ทำให้การสัญจรผ่านพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีความยากลำบาก ทางการได้แนะนำให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศยังคงส่งผลกระทบต่อจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายทั้งหมดต่อโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่เฉพาะที่ถูกตัดขาดในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมาเยือนหรือผ่านจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรและพยากรณ์อากาศในพื้นที่ก่อนออกเดินทาง เนื่องจากสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญคือต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจนกว่าระดับน้ำจะลดลงและสภาพถนนจะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าปลอดภัยสำหรับการสัญจร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 16:10 UTC