ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก ✦
ความปลอดภัย GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย ✦
การท่องเที่ยว ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026 ✦
การท่องเที่ยว ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา ✦
เศรษฐกิจ กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ✦
ความปลอดภัย พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group ✦
เศรษฐกิจ เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ✦
กีฬา ทีมตะกร้อหญิงไทยคว้าชัยชนะในการแข่งขันที่นาโกย่า ✦
ความปลอดภัย

อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุบัติเหตุรถชนรุนแรงระหว่างตายายและหลานท่ามกลางฝนตกหนัก

รถกระบะที่บรรทุกตายายและหลานชนเข้ากับรถสไลด์ใกล้จุดกลับรถนวนคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 2 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนรุนแรงในช่วงที่มีฝนตกหนักใกล้จุดกลับรถนวนคร รถกระบะซึ่งมีผู้โดยสารเป็นตายายและหลานได้เสียหลักชนเข้ากับรถสไลด์ แรงปะทะส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรผ่านในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่สำคัญของการขับขี่ในช่วงฝนตกหนัก ซึ่งอาจลดทัศนวิสัยและการยึดเกาะถนนลงอย่างมาก นวนครเป็นเส้นทางอุตสาหกรรมและการจราจรที่หนาแน่น และจุดกลับรถมักถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลดความเร็ว และเว้นระยะห่างให้มากขึ้นเมื่อขับขี่ผ่านเส้นทางเหล่านี้ในช่วงที่มีพายุ

แม้ว่าจะมีการรายงานรายละเอียดเบื้องต้นของการชนแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตัวผู้เสียชีวิตหรือสาเหตุอย่างเป็นทางการที่ทำให้รถเสียหลัก ขณะนี้การสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุยังคงดำเนินอยู่ ขอแนะนำให้ผู้เดินทางติดตามรายงานสภาพการจราจรและพยากรณ์อากาศในพื้นที่ก่อนออกเดินทางผ่านภูมิภาคนี้เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
GISTDA เตือนภัยน้ำท่วมสูงทั่วไทย

หน่วยงานอวกาศของไทยระบุพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูงหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงสูงในการเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดของประเทศไทย ตามรายงานของ Khaosod English ระบุว่าทางหน่วยงานกำลังใช้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูงและข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อติดตามผลกระทบจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ถึงโอกาสที่น้ำท่วมฉับพลันอาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่ GISTDA ได้แนะนำเป็นพิเศษให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดเป็น 'โซนสีแดง' เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรับข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการ

แม้ว่าข้อมูลดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในปัจจุบัน แต่ขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นบ่อยครั้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ทางหน่วยงานยังคงประมวลผลข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักของการเดินทางและกิจกรรมประจำวัน แม้ว่าคำสั่งอพยพเฉพาะเจาะจงหรือรายงานความเสียหายในพื้นที่นั้นจะอยู่ภายใต้การติดตามอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:00 UTC

การท่องเที่ยว

ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

แหล่งข่าวเดียว
ททท. ชูแนวคิด 'Healing is the New Luxury' ในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมแก่ผู้เข้าชมชาวญี่ปุ่นในงาน Tourism Expo Japan 2026

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังเข้าร่วมงาน Tourism Expo Japan 2026 โดยส่งเสริมประเทศไทยภายใต้แนวคิด 'Healing is the New Luxury' (การเยียวยาคือความหรูหราใหม่) ตามรายงานจากข่าว ททท. ระบุว่าโครงการนี้มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มีคุณภาพ โดยเน้นย้ำถึงข้อเสนอเชิงสุขภาพ ความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดื่มด่ำในประเทศไทย

แคมเปญนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการกลับมาท่องเที่ยวซ้ำและเพิ่มระยะเวลาการพำนักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เป้าหมายสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้กว้างขวางขึ้นโดยส่งเสริมการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางรองทั่วประเทศไทย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้ ททท. กำลังสร้างความร่วมมือกับสายการบินและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในตลาดญี่ปุ่นอย่างแข็งขัน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงและเน้นด้านสุขภาพ แม้ว่าแคมเปญนี้จะมุ่งเพิ่มความน่าสนใจให้กับจังหวัดที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเส้นทางบินใหม่หรือแพ็คเกจสุขภาพสุดพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือทางการค้านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ททท. ยังคงวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์การพักผ่อนที่ฟื้นฟูร่างกายและเต็มไปด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Tourism Authority of Thailand Newsroom
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:55 UTC

การท่องเที่ยว

ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ได้รับการยืนยัน
ภูเก็ตคว้าอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแคนาดา

ภูเก็ตครองอันดับ 1 ในฐานะจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวแคนาดาชื่นชอบมากที่สุด ตามข้อมูลล่าสุดที่รัฐบาลไทยเปิดเผย

ภูเก็ตได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา ตามรายงานจาก Thai Post โดยอ้างคำกล่าวของนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 'Air Canada Vacations Toronto' ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การยอมรับนี้เน้นย้ำถึงเสน่ห์ที่ยั่งยืนของภูเก็ตในตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความต้องการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านการท่องเที่ยวบนเกาะ รัฐบาลแสดงความพึงพอใจต่อการจัดอันดับดังกล่าว โดยมองว่าเป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกถึงสถานะการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทย

แม้ว่าการจัดอันดับนี้จะสะท้อนถึงความชอบของผู้ที่ได้รับการสำรวจในงานที่โตรอนโต แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความรู้สึกนี้จะส่งผลต่อแนวโน้มการจองหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายสำหรับช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้อย่างไร นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้ภูเก็ตจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูง แต่รางวัลนี้อ้างอิงจากความรู้สึกของผู้บริโภคในงานส่งเสริมการขายเฉพาะเจาะจง ไม่ใช่สถิติการเดินทางเข้าประเทศประจำปีที่ครอบคลุม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะที่ใช้ในกระบวนการลงคะแนนเสียงในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 01:21 UTC

เศรษฐกิจ

กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

แหล่งข่าวเดียว
กนอ. เผยยอดขายที่ดินพุ่งและความคืบหน้าโครงการ Smart Park

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประกาศยอดขายที่ดิน 6,000 ไร่ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 พร้อมเน้นย้ำความคืบหน้าของโครงการ Smart Park และมาบตาพุด เฟส 3

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 โดยมียอดขายที่ดินรวม 6,000 ไร่ ตามรายงานจาก Thai Post ระบุว่า กนอ. กำลังใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมระดับภูมิภาค

ความคืบหน้าสำคัญรวมถึงโครงการมาบตาพุด เฟส 3 ที่ยังคงดำเนินไปตามแผนงาน นอกจากนี้ กนอ. ยังเดินหน้าส่งเสริมโครงการ 'Smart Park' ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมต้นแบบสีเขียวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการดำเนินงานแบบคาร์บอนต่ำและรองรับการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนาเหล่านี้บ่งชี้ถึงการขยายตัวทางอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องและการมุ่งเน้นโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในพื้นที่ภาคตะวันออก การเติบโตของยอดขายที่ดินชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมทางอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการจ้างงานในท้องถิ่นและการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภูมิภาค แม้ว่า กนอ. จะยืนยันตัวเลขและสถานะของโครงการเหล่านี้แล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบของ Smart Park ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่โครงการมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยชี้แจงเกณฑ์การคืนเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

กฎระเบียบใหม่ระบุว่าผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการชดเชยการผลิตได้ แม้ว่าบริษัทผู้ผลิตจะต้องเผชิญกับบทลงโทษก็ตาม

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลไทยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติใหม่เกี่ยวกับเงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยภายใต้กฎเกณฑ์นี้ ผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้โครงการส่งเสริมของรัฐบาลจะไม่ต้องคืนเงินอุดหนุนหากบริษัทผู้ผลิตไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันในการชดเชยการผลิตได้

นโยบายนี้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะไม่ต้องรับผิดชอบทางการเงินต่อความบกพร่องของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดสำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้อง หากผู้ผลิตไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตที่กำหนดไว้ จะต้องถูกเรียกคืนเงินอุดหนุนพร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ให้แก่รัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การชี้แจงนี้ช่วยสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับเสถียรภาพของสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างรัฐและบริษัทรถยนต์ แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดพารามิเตอร์ที่ชัดเจนสำหรับการเรียกคืนเงินและบทลงโทษแล้ว แต่ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศเพิ่มเติมเพื่อดูว่ากฎเหล่านี้จะถูกบังคับใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อราคาหรือความพร้อมจำหน่ายของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดไทยหรือไม่ ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:00 UTC

ความปลอดภัย

พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

แหล่งข่าวเดียว
พัทยาประกาศธงแดงเตือนภัยหลังพายุฝนถล่มตลอดคืน

ฝนที่ตกหนักและลมแรงตลอดทั้งคืนส่งผลให้เรือหลายลำในพัทยาได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงประกาศชักธงแดงห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เมืองพัทยาเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงตลอดทั้งคืน ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องและลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดคลื่นลมแรงในทะเล ทำให้เรือหลายลำที่จอดอยู่ในพื้นที่ได้รับความเสียหาย

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เป็นอันตราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ประกาศชักธงแดงตลอดแนวชายฝั่ง สัญญาณนี้ถือเป็นการห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสภาพทะเลในปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงต่อความปลอดภัยทางทะเล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน ผู้ที่วางแผนจะเดินทางทางทะเลหรือล่องเรือควรเตรียมพร้อมรับมือกับการยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้นและมีการยกเลิกประกาศธงแดงอย่างเป็นทางการ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทางทะเลอย่างเคร่งครัด

ในขณะนี้ ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเรือในพื้นที่ยังอยู่ระหว่างการประเมิน แม้ว่าความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในน้ำจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะอนุญาตให้กลับมาดำเนินกิจกรรมทางทะเลได้เมื่อใด นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสภาพทะเลกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อนวางแผนกิจกรรมชายฝั่งทุกครั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 04:01 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยพบปะนักลงทุนสหรัฐฯ ในเวทีของ Jefferies Group

นายกรัฐมนตรีไทยได้พบปะกับกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐฯ ในเวทีที่จัดโดย Jefferies Group LLC เพื่อหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนโอกาสทางเศรษฐกิจให้เป็นการเติบโตทางธุรกิจที่จับต้องได้

ตามรายงานจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าร่วมเวทีเสวนาที่จัดโดยบริษัทบริการทางการเงินระดับโลก Jefferies Group LLC เมื่อเร็วๆ นี้ โดยงานดังกล่าวเป็นเวทีให้นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยโดยตรงกับตัวแทนจากกองทุนการลงทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายหลักของการหารือคือการสำรวจกลยุทธ์ในการเปลี่ยนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันให้กลายเป็นการดำเนินธุรกิจที่จับต้องได้ รัฐบาลเน้นย้ำว่าความพยายามเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยและปรับปรุงคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชน การดึงความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งถือเป็นความหวังของรัฐบาลในการดึงดูดเงินทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณถึงความพยายามเชิงรุกของรัฐบาลในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศผ่านการลงทุนจากต่างชาติ เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นอาจนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าภาคส่วนใดจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรกสำหรับการลงทุนเหล่านี้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับความร่วมมือทางธุรกิจเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์จะคอยดูว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะส่งผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่วัดผลได้จริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:41 UTC

เศรษฐกิจ

เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป แต่งตั้ง 'ชาญชัย พันธุ์โสภา' ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัท

ตามรายงานจาก Thai Post บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศแต่งตั้งนายชาญชัย พันธุ์โสภา ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ การเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

นายชาญชัยนำประสบการณ์กว่า 30 ปีในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาสู่บทบาทนี้ โดยบริษัทระบุว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงของตลาด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ถือเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย โดยเป็นผู้ดำเนินงานสถานที่สำคัญ เช่น เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์ และโรงแรมต่างๆ การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารระดับสูงมักเป็นสัญญาณของการปรับเปลี่ยนทิศทางองค์กร ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาหรือทิศทางการดำเนินงานของศูนย์การค้าที่เป็นที่นิยมเหล่านี้ในอนาคต

ในขณะนี้ บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับโครงการใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินงานค้าปลีกที่มีอยู่ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนจะต้องรอประกาศเพิ่มเติมจากบริษัทเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำครั้งนี้จะส่งผลต่อกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอนาคตของกลุ่มบริษัทอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:42 UTC

กีฬา

ทีมตะกร้อหญิงไทยคว้าชัยชนะในการแข่งขันที่นาโกย่า

แหล่งข่าวเดียว
ทีมตะกร้อหญิงไทยคว้าชัยชนะในการแข่งขันที่นาโกย่า

ทีมเซปักตะกร้อหญิงทีมชาติไทยเอาชนะเกาหลีใต้ในการแข่งขันนัดเปิดสนามรอบชิงชนะเลิศประเภททีมที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมเซปักตะกร้อหญิงทีมชาติไทยได้ลงแข่งขันกับทีมชาติเกาหลีใต้ในรอบชิงชนะเลิศประเภททีม ณ สนามนาโกย่า ซิตี้ มิซูโฮะ ปาร์ก จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะแชมป์ 6 สมัย ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นิภาภรณ์ สลุบพล, มัสยา ดวงศรี และวิไลวรรณ โคตรพรม ได้แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบในการแข่งขันในรูปแบบชนะ 2 ใน 3 เซต

เซตแรกเป็นไปอย่างสูสี โดยเกาหลีใต้สามารถทำคะแนนไล่ตามมาจนเสมอกันที่ 13-13 ก่อนที่ไทยจะเอาชนะไปได้ที่ 15-13 และในเซตที่สองทีมไทยสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการเอาชนะไปอย่างขาดลอยที่ 15-5 ทำให้ไทยขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในซีรีส์นี้ ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทีมไทยได้แสดงความภาคภูมิใจที่สามารถทำได้ตามความหวังของคนไทย พร้อมทั้งยอมรับถึงพัฒนาการที่สำคัญของทีมเกาหลีใต้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงระดับการแข่งขันที่สูงในกีฬาพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ แม้ว่าทีมไทยจะขึ้นนำไปก่อนในรอบชิงชนะเลิศ แต่บทสรุปของการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อการแข่งขันนัดที่เหลือดำเนินต่อไป แฟนกีฬาควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากทัวร์นาเมนต์เพื่อทราบผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 03:40 UTC

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมใน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการสำหรับ 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามข้อมูลจากกรมชลประทาน คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณไหลผ่านประมาณ 1,400–1,450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีภายในวันที่ 29 กันยายน เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา ปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาจะทำให้จำเป็นต้องระบายน้ำในอัตรา 1,000–1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.50–1.50 เมตรในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สิ่งนี้หมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ ทางการแนะนำให้เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงและติดตามประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด แม้ว่าการคาดการณ์ปัจจุบันจะให้ภาพรวมที่ชัดเจนสำหรับสัปดาห์หน้า แต่ผลกระทบที่แน่ชัดในแต่ละพื้นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและปริมาณการระบายน้ำจริง นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังเขตพื้นที่ริมน้ำในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำ ทั้งนี้ ปภ. ยังคงประสานงานกับสำนักงานในภูมิภาคเพื่อจัดการสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 03:22 UTC

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งเตือน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานครให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
ทางการออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งเตือน 10 จังหวัดและกรุงเทพมหานครให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใน 10 จังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพิ่มความระมัดระวังเนื่องจากระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ตามประกาศทางการ การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อพื้นที่ลุ่มต่ำที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ การแจ้งเตือนนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันสำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำล้นตลิ่งมากที่สุด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในชุมชนริมน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคม ธุรกิจในท้องถิ่น และการเข้าถึงที่พักอาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำ นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันถึงระดับน้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนอีกครั้ง ทางการยังไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่ชัดของประกาศเตือนภัยนี้ หรือความรุนแรงของผลกระทบในแต่ละจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางของรัฐบาลเพื่อรับทราบสถานการณ์แบบเรียลไทม์และคำแนะนำด้านความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 01:40 UTC

พระลูกวัดก่อเหตุทำร้ายร่างกายรักษาการเจ้าอาวาสวัดดังราชบุรี เหตุไม่พอใจถูกตัดกิจนิมนต์
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พระลูกวัดก่อเหตุทำร้ายร่างกายรักษาการเจ้าอาวาสวัดดังราชบุรี เหตุไม่พอใจถูกตัดกิจนิมนต์

พระลูกวัดในจังหวัดราชบุรีถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายรักษาการเจ้าอาวาสวัดของตน หลังจากเกิดข้อพิพาทเรื่องการถูกตัดรายชื่อกิจนิมนต์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พระลูกวัดก่อเหตุทำร้ายร่างกายรักษาการเจ้าอาวาสวัดดังราชบุรี เหตุไม่พอใจถูกตัดกิจนิมนต์

แหล่งข่าวเดียว
พระลูกวัดก่อเหตุทำร้ายร่างกายรักษาการเจ้าอาวาสวัดดังราชบุรี เหตุไม่พอใจถูกตัดกิจนิมนต์

พระลูกวัดในจังหวัดราชบุรีถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายรักษาการเจ้าอาวาสวัดของตน หลังจากเกิดข้อพิพาทเรื่องการถูกตัดรายชื่อกิจนิมนต์

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ได้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงขึ้นภายในวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี โดยมีรายงานว่าพระลูกวัดได้เข้าทำร้ายร่างกายรักษาการเจ้าอาวาสหลังจากเกิดความไม่พอใจที่ถูกตัดรายชื่อออกจากกิจนิมนต์ ส่งผลให้รักษาการเจ้าอาวาสได้รับบาดเจ็บแก้วหูแตก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในสถาบันทางศาสนาในท้องถิ่น แม้ว่าโดยทั่วไปวัดจะเป็นพื้นที่สงบสำหรับการปฏิบัติธรรมและกิจกรรมของชุมชน แต่ข้อพิพาทเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของวัดหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในการบริหารจัดการและการเข้าถึงพื้นที่

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลทางกฎหมายสำหรับผู้ก่อเหตุและผลกระทบด้านการบริหารจัดการวัดในระยะยาวนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป คาดว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อกำหนดมาตรการทางวินัยหรือทางกฎหมายที่เหมาะสม นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะไปเยือนวัดในพื้นที่จังหวัดราชบุรีควรทราบว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารจัดการในท้องถิ่นหลังจากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แม้ว่ากิจกรรมทางศาสนาประจำวันโดยปกติแล้วจะยังคงดำเนินต่อไปภายใต้การดูแลของบุคลากรสงฆ์ท่านอื่นก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 00:45 UTC

ประกาศเตือนฝนตกหนักใน 33 จังหวัดทั่วไทย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนฝนตกหนักใน 33 จังหวัดทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับ 33 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในวันที่ 22 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนฝนตกหนักใน 33 จังหวัดทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนฝนตกหนักใน 33 จังหวัดทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับ 33 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในวันที่ 22 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศสำหรับ 33 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยในวันที่ 22 กันยายน 2569 คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันออก

สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน เจ้าหน้าที่ได้เตือนเป็นพิเศษให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

สำหรับการเดินเรือ บริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีพายุฝน แม้ว่าประกาศเตือนภัยปัจจุบันจะครอบคลุมถึงวันที่ 22 กันยายน แต่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเพิ่มเติมในช่วงวันที่ 23-27 กันยายน นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 23:35 UTC

เหตุสลดชายเสียชีวิตบริเวณต่างระดับทางหลวง 345 จ.นนทบุรี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลดชายเสียชีวิตบริเวณต่างระดับทางหลวง 345 จ.นนทบุรี

พบศพชายเสียชีวิตที่โคนเสาไฟส่องสว่างในจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่คาดว่าเสียชีวิตขณะพยายามขโมยอุปกรณ์ไฟฟ้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุสลดชายเสียชีวิตบริเวณต่างระดับทางหลวง 345 จ.นนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดชายเสียชีวิตบริเวณต่างระดับทางหลวง 345 จ.นนทบุรี

พบศพชายเสียชีวิตที่โคนเสาไฟส่องสว่างในจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่คาดว่าเสียชีวิตขณะพยายามขโมยอุปกรณ์ไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบศพชายอายุประมาณ 40 ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณใต้เสาไฟส่องสว่างใกล้ต่างระดับทางหลวง 345 โดยได้รับแจ้งจากพ่อค้าขายไก่ย่างในพื้นที่ที่บังเอิญไปพบศพขณะพักผ่อนอยู่ใกล้เคียง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้เสียชีวิตนอนอยู่โคนเสาไฟสูงประมาณ 30 เมตร ในที่เกิดเหตุพบกระเป๋าบรรจุอุปกรณ์ช่าง เช่น คีมตัดสายไฟ ไขควง ไฟฉาย และสายสลิงที่ถูกตัดกองอยู่ นอกจากนี้ยังพบโคมไฟส่องสว่างร่วงหล่นลงมาที่พื้นใกล้กับร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตอาจถูกโคมไฟตกใส่ขณะพยายามขโมยอุปกรณ์ไฟฟ้า แพทย์เวรประเมินว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายจากการยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินสาธารณะ แม้พื้นที่ดังกล่าวจะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลัก แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดหรือถูกดัดแปลงตามเส้นทางคมนาคม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตและดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 16:15 UTC

สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 20 จังหวัด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 20 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำป่าไหลหลากใน 20 จังหวัด ระหว่างวันที่ 22-26 กันยายนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 20 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักใน 20 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำป่าไหลหลากใน 20 จังหวัด ระหว่างวันที่ 22-26 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพอากาศแปรปรวนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 22 ถึง 26 กันยายน โดยทางการได้ระบุพื้นที่ 20 จังหวัดที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกาศเตือนนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการเน้นย้ำพื้นที่ที่สภาพการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฝนที่ตกหนักอาจส่งผลให้เกิดการปิดเส้นทางจราจรอย่างกะทันหัน การหยุดชะงักของระบบขนส่งในท้องถิ่น และสภาวะที่เป็นอันตรายในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปเยือนหรือพำนักอยู่ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการระบายน้ำหรือดินไม่มั่นคง

แม้ว่า สทนช. จะได้ระบุช่วงเวลาและระดับความเสี่ยงโดยรวมไว้แล้ว แต่พื้นที่อำเภอเฉพาะเจาะจงภายใน 20 จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขอแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นและกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ นักท่องเที่ยวควรเตรียมแผนการเดินทางที่ยืดหยุ่นในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากอาจเกิดความล่าช้าจากสภาพอากาศได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 15:15 UTC

นักวิ่งเทรลเสียชีวิตระหว่างการแข่งขันระยะ 25 กม. ที่แม่สอด
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

นักวิ่งเทรลเสียชีวิตระหว่างการแข่งขันระยะ 25 กม. ที่แม่สอด

นักวิ่งเทรลชายเสียชีวิตหลังจากหมดสติระหว่างการแข่งขันระยะ 25 กิโลเมตรบนดอยมูเซอ จังหวัดตาก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

นักวิ่งเทรลเสียชีวิตระหว่างการแข่งขันระยะ 25 กม. ที่แม่สอด

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งเทรลเสียชีวิตระหว่างการแข่งขันระยะ 25 กม. ที่แม่สอด

นักวิ่งเทรลชายเสียชีวิตหลังจากหมดสติระหว่างการแข่งขันระยะ 25 กิโลเมตรบนดอยมูเซอ จังหวัดตาก

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นักวิ่งชายที่เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งเทรลระยะ 25 กิโลเมตร ได้เสียชีวิตขณะอยู่บนเส้นทางวิ่งบนดอยมูเซอ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

รายงานระบุว่านักวิ่งรายดังกล่าวได้หมดสติลงขณะกำลังวิ่งอยู่บนเส้นทาง เพื่อนนักวิ่งได้พยายามทำการกู้ชีพ (CPR) เพื่อช่วยเหลือชีวิตก่อนที่หน่วยกู้ภัยจะมาถึง แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความต้องการทางร่างกายที่สูงในการวิ่งเทรลบนพื้นที่สูงและภูมิประเทศที่ทุรกันดารในประเทศไทย แม้ว่าการวิ่งเทรลจะเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในภูมิภาคนี้ แต่การผสมผสานระหว่างสภาพภูมิประเทศที่ท้าทายและสภาพแวดล้อมอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ แม้กระทั่งสำหรับนักกีฬาที่มีประสบการณ์

ในขณะนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของการหมดสติและตัวตนของนักวิ่งยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ของเหตุการณ์และการตรวจสอบความปลอดภัยโดยผู้จัดงานยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ ผู้ที่วางแผนจะเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาประเภทกลางแจ้งที่คล้ายคลึงกันในประเทศไทย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตนเองมีความพร้อมสำหรับสภาพเส้นทางนั้นๆ และตระหนักถึงขีดจำกัดทางร่างกายของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 14:36 UTC

เหตุไฟไหม้บ้านในสมุทรปราการส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหายและสุนัขตาย 5 ตัว
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุไฟไหม้บ้านในสมุทรปราการส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหายและสุนัขตาย 5 ตัว

เกิดเหตุไฟไหม้บ้านในอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้บ้านเสียหายและสุนัขตาย 5 ตัว โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุไฟไหม้บ้านในสมุทรปราการส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหายและสุนัขตาย 5 ตัว

แหล่งข่าวเดียว
เหตุไฟไหม้บ้านในสมุทรปราการส่งผลให้ทรัพย์สินเสียหายและสุนัขตาย 5 ตัว

เกิดเหตุไฟไหม้บ้านในอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้บ้านเสียหายและสุนัขตาย 5 ตัว โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เกิดเหตุไฟไหม้บ้านชั้นเดียวมุงด้วยสังกะสีในซอยอาหมัด ตำบลบางเพรียง จังหวัดสมุทรปราการ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลบางเพรียงได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้ง

ต้นเพลิงเริ่มจากห้องแรกของบ้านที่มีทั้งหมด 3 ห้องติดกัน ก่อนจะลุกลามไปยังห้องที่สอง ทำให้ทรัพย์สินภายในเสียหายทั้งหมด นายแสงอุทัย เจ้าของบ้านวัย 37 ปี ระบุว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้ขายตายไป 5 ตัว ส่วนอีก 2 ตัวหนีรอดออกมาได้ นอกจากนี้ยังมีเงินสดกว่า 10,000 บาทถูกเผาทำลาย เหลือเพียงธนบัตรใบละ 100 บาทเพียงใบเดียว โชคดีที่ขณะเกิดเหตุไม่มีคนพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความปลอดภัยจากอัคคีภัยและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างบ้านเก่าที่ปลูกติดกัน แม้ว่าอันตรายในเบื้องต้นจะถูกระงับแล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของไฟไหม้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยในบ้านให้พร้อมใช้งานและระมัดระวังความเสี่ยงจากระบบไฟฟ้าและอัคคีภัยอยู่เสมอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 14:36 UTC

พบชายเสียชีวิตหลังพลัดตกหน้าผาขณะขึ้นไปเก็บพืชหายาก
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พบชายเสียชีวิตหลังพลัดตกหน้าผาขณะขึ้นไปเก็บพืชหายาก

พบชายเสียชีวิตที่บริเวณฐานหน้าผา โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าเกิดจากการพลัดตกขณะพยายามเก็บพืชหายาก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พบชายเสียชีวิตหลังพลัดตกหน้าผาขณะขึ้นไปเก็บพืชหายาก

แหล่งข่าวเดียว
พบชายเสียชีวิตหลังพลัดตกหน้าผาขณะขึ้นไปเก็บพืชหายาก

พบชายเสียชีวิตที่บริเวณฐานหน้าผา โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าเกิดจากการพลัดตกขณะพยายามเก็บพืชหายาก

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2026 พบชายเสียชีวิตหลังจากพลัดตกจากหน้าผา เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเชื่อว่าผู้เสียชีวิตได้ปีนขึ้นไปในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อพยายามเก็บ 'บัวผาสวรรค์' (พืชหายากชนิดหนึ่ง)

การสอบสวนเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าต้นไม้ที่ชายคนดังกล่าวใช้ผูกเชือกอาจถูกถอนรากถอนโคน ส่งผลให้เกิดการพลัดตกจนเสียชีวิต เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงอันตรายที่แฝงอยู่ในการเดินป่าในพื้นที่ภูเขาที่ขรุขระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลออกนอกเส้นทางที่กำหนดเพื่อหาพืชพรรณ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามระเบียบความปลอดภัยเมื่อสำรวจภูมิทัศน์ทางธรรมชาติของประเทศไทย ขอแนะนำอย่างยิ่งให้เดินตามเส้นทางที่กำหนดและหลีกเลี่ยงการพยายามปีนหน้าผาที่สูงชันหรือไม่มั่นคง ไม่ว่าจะมีแรงจูงใจใดก็ตาม

แม้ว่าการประเมินเบื้องต้นจะชี้ไปที่การพลัดตกโดยอุบัติเหตุจากอุปกรณ์ที่ล้มเหลว แต่การยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ที่แน่ชัดของเหตุการณ์ยังคงอยู่ระหว่างการรอผลสรุป ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสอบสวนต่อไป ขอให้นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับความปลอดภัยส่วนบุคคลและเคารพกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นเมื่อเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ทางการแจ้งเตือนประชาชนท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้เตรียมพร้อมรับมือกับการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้น หลังจากมีฝนตกหนักในภาคเหนือของประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ทางการแจ้งเตือนประชาชนท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้เตรียมพร้อมรับมือกับการระบายน้ำที่เพิ่มขึ้น หลังจากมีฝนตกหนักในภาคเหนือของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กรมชลประทานได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 4 เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยคำเตือนนี้สืบเนื่องมาจากฝนที่ตกหนักทั่วภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดแพร่ เชียงราย กำแพงเพชร และสุโขทัย ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนสะสมเกินกว่า 116 มิลลิเมตรในช่วงวันที่ 20-21 กันยายน

ตามข้อมูลจากกรมชลประทาน คาดว่าปริมาณน้ำจากทางเหนือจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าภายในวันที่ 27 กันยายน ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์จะเพิ่มขึ้นถึง 1,600–1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาอาจเพิ่มสูงขึ้นถึง 1,900–2,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเป็นการบริหารจัดการระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ กรมชลประทานจึงวางแผนที่จะปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแบบขั้นบันได

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด แม้ว่ากรมชลประทานจะดำเนินการบริหารจัดการการระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบแล้ว แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนควรเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการปรับการระบายน้ำดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชุมชนริมน้ำในจุดใดบ้าง และหากมีฝนตกเพิ่มขึ้นอีก จะต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำให้เข้มข้นขึ้นหรือไม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 13:36 UTC

พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการชายแดนในนราธิวาส
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการชายแดนในนราธิวาส

พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการสุคิรินในจังหวัดนราธิวาส เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจนราธิวาส

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการชายแดนในนราธิวาส

แหล่งข่าวเดียว
พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการชายแดนในนราธิวาส

พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการสุคิรินในจังหวัดนราธิวาส เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจนราธิวาส

ตามรายงานจาก Thai Post พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร รองแม่ทัพภาคที่ 1 ได้นำคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการสุคิรินในจังหวัดนราธิวาส โดยการตรวจเยี่ยมเกิดขึ้นที่ฐานปฏิบัติการพระตำหนักสุคิริน ตั้งอยู่ที่บ้านราษฎร์สามัคคี อำเภอสุคิริน

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ถือเป็นมาตรการเตรียมความพร้อมสำหรับ พล.ต.เทพพิทักษ์ ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ตำแหน่งใหม่ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังเฉพาะกิจนราธิวาส โดยมีคณะจากกองพันทหารราบที่ 3 ซึ่งรับผิดชอบการปฏิบัติการในพื้นที่ให้การต้อนรับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ของไทย การเดินทางครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนด้านการบริหารภายในหน่วยงานความมั่นคงระดับภูมิภาค แม้ว่าการตรวจเยี่ยมดังกล่าวจะเป็นขั้นตอนปกติสำหรับการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำทางทหาร แต่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวควรติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือคำแนะนำการเดินทางสำหรับอำเภอสุคิรินแต่อย่างใด รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการและการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ความมั่นคงในภูมิภาคยังคงต้องรอการยืนยันจากช่องทางทางการทหารต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 13:21 UTC

เหตุสลดในป่าแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุสลดในป่าแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

พบร่างหญิงวัย 54 ปีเสียชีวิต หลังถูกน้ำป่าพัดหายไปในลำธารในป่าพื้นที่จังหวัดเชียงราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุสลดในป่าแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุสลดในป่าแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

พบร่างหญิงวัย 54 ปีเสียชีวิต หลังถูกน้ำป่าพัดหายไปในลำธารในป่าพื้นที่จังหวัดเชียงราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ หญิงวัย 54 ปีเสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ป่าแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่มีฝนตกหนักในพื้นที่

ทีมค้นหาและกู้ภัยได้ระดมกำลังออกค้นหาหลังจากได้รับแจ้งว่าหญิงคนดังกล่าวสูญหายไป หลังจากปฏิบัติการค้นหาเป็นเวลาประมาณหนึ่งวัน เจ้าหน้าที่ได้ยืนยันว่าพบร่างของเธอในลำธารดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่สำคัญจากน้ำป่าไหลหลากในช่วงฤดูฝน ลำธารในป่าและพื้นที่ภูเขาสามารถกลายเป็นจุดที่อันตรายอย่างยิ่งโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าเมื่อมีฝนตกหนัก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมักแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินป่าหรือเข้าไปในพื้นที่ป่าในช่วงที่มีฝนตกหนัก เนื่องจากระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดเดาไม่ได้

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับกิจกรรมของหญิงคนดังกล่าวในป่าก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสภาพอากาศในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และขอแนะนำให้ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังจังหวัดเชียงรายติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:21 UTC

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 23-27 กันยายนนี้
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 23-27 กันยายนนี้

มีการออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงสำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย โดยคาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 23-27 กันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 23-27 กันยายนนี้

มีการออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงสำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย โดยคาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 (217/2569) เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 ถึง 27 กันยายน 2569 ตามรายงานของ Khaosod Online ระบุว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง (รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) ภาคตะวันออก และภาคใต้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านหรือลาดเชิงเขา

สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก นอกจากนี้ คาดว่าคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูง แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะระบุช่วงเวลาและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไว้แล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดและความรุนแรงของฝนในแต่ละจังหวัดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการเคลื่อนตัวของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 10:22 UTC

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนและปรับแผนระบายน้ำผ่านเขื่อน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนและปรับแผนระบายน้ำผ่านเขื่อน

กรมชลประทานได้ประชุมสำนักงานชลประทานทั่วประเทศเพื่อติดตามปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนและปรับแผนระบายน้ำผ่านเขื่อน

แหล่งข่าวเดียว
กรมชลประทานติดตามสถานการณ์ฝนและปรับแผนระบายน้ำผ่านเขื่อน

กรมชลประทานได้ประชุมสำนักงานชลประทานทั่วประเทศเพื่อติดตามปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กรมชลประทานได้จัดการประชุมร่วมกับสำนักงานชลประทานทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามสถานการณ์สภาพอากาศในปัจจุบันอย่างใกล้ชิด โดยเน้นไปที่ปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ

ในส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุก กรมชลประทานกำลังปรับแผนการระบายน้ำผ่านเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อบริหารจัดการระดับน้ำให้มีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ท้ายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอย่างจริงจังเพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าการปรับเปลี่ยนเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานตามปกติ แต่อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำและลำคลองใกล้โครงการชลประทาน ขอแนะนำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้ทางน้ำหรือวางแผนเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมติดตามประกาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ รายละเอียดเฉพาะเจาะจงว่าเขื่อนใดจะมีการปรับอัตราการระบายน้ำมากที่สุดนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากสถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงและอยู่ภายใต้การประเมินทางอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:20 UTC

สองสาวถูกแจ้ง 5 ข้อหา หลังขี่รถจักรยานยนต์ถ่ายคอนเทนต์ในอุโมงค์ลอดทางแยกประโดก โคราช
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

สองสาวถูกแจ้ง 5 ข้อหา หลังขี่รถจักรยานยนต์ถ่ายคอนเทนต์ในอุโมงค์ลอดทางแยกประโดก โคราช

ตำรวจนครราชสีมาแจ้ง 5 ข้อหาแก่หญิงสาวสองคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ถ่ายทำวิดีโอภายในอุโมงค์ลอดทางแยกประโดก โดยระบุถึงความกังวลด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงต่อการเลียนแบบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

สองสาวถูกแจ้ง 5 ข้อหา หลังขี่รถจักรยานยนต์ถ่ายคอนเทนต์ในอุโมงค์ลอดทางแยกประโดก โคราช

แหล่งข่าวเดียว
สองสาวถูกแจ้ง 5 ข้อหา หลังขี่รถจักรยานยนต์ถ่ายคอนเทนต์ในอุโมงค์ลอดทางแยกประโดก โคราช

ตำรวจนครราชสีมาแจ้ง 5 ข้อหาแก่หญิงสาวสองคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ถ่ายทำวิดีโอภายในอุโมงค์ลอดทางแยกประโดก โดยระบุถึงความกังวลด้านความปลอดภัยและความเสี่ยงต่อการเลียนแบบ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ตำรวจในจังหวัดนครราชสีมาได้แจ้ง 5 ข้อหาแก่หญิงสาวสองคนที่ถูกถ่ายคลิปขณะขี่รถจักรยานยนต์ภายในอุโมงค์ลอดทางแยกประโดกเพื่อสร้างคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการหลังจากคลิปดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและความเสี่ยงที่ผู้อื่นอาจเลียนแบบพฤติกรรมที่เป็นอันตรายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎจราจรอย่างเข้มงวดในประเทศไทย โดยเฉพาะกิจกรรมที่กีดขวางการจราจรหรือเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ถนน อุโมงค์ลอดทางแยกประโดกเป็นเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น การหยุดรถหรือการขับขี่ที่ไม่ได้รับอนุญาตภายในโครงสร้างดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ

แม้ว่าตำรวจจะยืนยันการแจ้ง 5 ข้อหาแล้ว แต่ลักษณะบทลงโทษที่แน่ชัดหรือกระบวนการทางกฎหมายที่จะตามมานั้นยังคงต้องรอการตัดสินจากศาล เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อความปลอดภัยบนท้องถนน ขอแนะนำให้ผู้ใช้ถนนทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดและหลีกเลี่ยงการใช้โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการสัญจร ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลทางกฎหมายของคดีนี้ในขณะที่กระบวนการยุติธรรมดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:21 UTC

ไทยเปิดตัวแคมเปญ 'Zero Accident' ประจำปี 2569
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวแคมเปญ 'Zero Accident' ประจำปี 2569

ทางการไทยได้เริ่มแคมเปญ 'Zero Accident' เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสาธารณะ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยเปิดตัวแคมเปญ 'Zero Accident' ประจำปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวแคมเปญ 'Zero Accident' ประจำปี 2569

ทางการไทยได้เริ่มแคมเปญ 'Zero Accident' เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสาธารณะ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ไทย รวมถึงอลิษา แววบุตร ได้เปิดตัวแคมเปญ 'Zero Accident' ประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดการและลดความถี่ของการเกิดอุบัติเหตุทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงระเบียบการด้านความปลอดภัยและการสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย แคมเปญนี้อาจนำไปสู่การเพิ่มการตรวจสอบความปลอดภัย การบังคับใช้กฎระเบียบที่มีอยู่อย่างเข้มงวดขึ้น และการเพิ่มการมองเห็นของสื่อประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยสาธารณะ แม้ว่าแคมเปญนี้จะมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายละเอียดการดำเนินงานที่เฉพาะเจาะจง เช่น มาตรการบังคับใช้กฎจราจรใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะ ยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดไว้อย่างครบถ้วนในการประกาศเบื้องต้น

ในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำเป้าหมายด้านความปลอดภัยเหล่านี้ไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังสิ่งรอบข้างและปฏิบัติตามข้อควรระวังด้านความปลอดภัยมาตรฐานต่อไปในขณะเดินทางภายในประเทศ ทั้งนี้ การอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบเฉพาะของแคมเปญนี้ต่อการเดินทางในแต่ละวันหรือบริการสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:01 UTC

รองผู้ว่าฯ อ่างทอง ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมสำหรับชาวตำบลโผงเผง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รองผู้ว่าฯ อ่างทอง ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมสำหรับชาวตำบลโผงเผง

ทางการจังหวัดอ่างทองได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ตำบลโผงเผงให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่ง หลังจากมีการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รองผู้ว่าฯ อ่างทอง ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมสำหรับชาวตำบลโผงเผง

แหล่งข่าวเดียว
รองผู้ว่าฯ อ่างทอง ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมสำหรับชาวตำบลโผงเผง

ทางการจังหวัดอ่างทองได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ตำบลโผงเผงให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่ง หลังจากมีการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลโผงเผง โดยการแจ้งเตือนนี้เป็นผลโดยตรงจากการเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของตลิ่งในพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในจังหวัดอ่างทองหรือมีแผนจะเดินทางมาเยือน สถานการณ์นี้จำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ระดับน้ำที่สูงขึ้นอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อถนน ที่พักอาศัยริมน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำควรติดตามข่าวสารจากทางการอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจเข้าถึงพื้นที่บ้านเรือน

แม้ว่าการแจ้งเตือนนี้จะเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อความปลอดภัยของสาธารณะ แต่ผลกระทบที่แน่ชัดยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ความรุนแรงของน้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการการระบายน้ำของเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบแหล่งข่าวในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐาน แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงต่อชุมชน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 09:01 UTC

การดำเนินงานติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

การดำเนินงานติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี

กรมทรัพยากรน้ำกำลังติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานีอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

การดำเนินงานติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี

แหล่งข่าวเดียว
การดำเนินงานติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี

กรมทรัพยากรน้ำกำลังติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานีอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับน้ำ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) รายงานว่าส่วนเครื่องกล โดยเฉพาะสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 11 กำลังดำเนินการติดตามสถานการณ์อุทกภัยภายในจังหวัดอุบลราชธานี ความคิดริเริ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการติดตามระดับน้ำและประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพทางอุทกวิทยาในปัจจุบันในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมการติดตามนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คอยระมัดระวังรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและระดับน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ แม้ว่ากรมทรัพยากรน้ำจะติดตามสถานการณ์อย่างแข็งขัน แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น เส้นทางการขนส่ง หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน

ผู้ที่อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีหรือวางแผนที่จะเดินทางไปเยือนจังหวัดดังกล่าว ควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่นและกรมทรัพยากรน้ำเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงทีที่สุด ณ ขณะนี้ ทางกรมฯ ยังไม่ได้ออกคำสั่งอพยพหรือข้อจำกัดในการเดินทางที่เฉพาะเจาะจง แต่สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับทราบการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับสถานะของสถานการณ์น้ำท่วมหรือการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นในการเดินทางในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 21 กันยายน 2026, 08:50 UTC