ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ ✦
ความปลอดภัย ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมทั่วไทย ✦
ความปลอดภัย กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงใน 42 จังหวัด ✦
การเมือง รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก ✦
เศรษฐกิจ Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ✦
กีฬา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
กีฬา เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม ✦
ทั่วไป พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5 ✦
กีฬา มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

ได้รับการยืนยัน
นายกฯ อนุทิน ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมโยงตลาดทุนไทย-สหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนและการเชื่อมโยงตลาดทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การกระทำเชิงสัญลักษณ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างตลาดหุ้นไทยและสหรัฐอเมริกา

โครงการนี้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกในการลงทุนข้ามพรมแดนและเปิดโอกาสให้บริษัทไทยสามารถเข้าถึงตลาดทุนโลกได้มากขึ้น การเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันเหล่านี้ รัฐบาลหวังว่าจะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในการระดมทุนและขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์การลงทุน เนื่องจากการบูรณาการที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น และเพิ่มการมองเห็นของบริษัทไทยในเวทีโลก

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบการกำกับดูแลหรือกรอบเวลาสำหรับกลไกการลงทุนข้ามพรมแดนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ สำหรับสาธารณชนอย่างไร ในขณะนี้ การเยือนดังกล่าวถือเป็นท่าทีทางการทูตและเศรษฐกิจที่มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในตลาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:55 UTC

ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมทั่วไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ: ฝนตกหนักและเสี่ยงน้ำท่วมทั่วไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศใน 51 จังหวัด โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มจนถึงวันที่ 25 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉบับสำคัญสำหรับ 51 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมพื้นที่ 80% ของภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งเกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่เคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม

ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ใกล้ทางลาดเชิงเขา กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนเป็นพิเศษให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

สภาพอากาศทางทะเลได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นลมแรงสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือใช้ความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569

แม้ว่าการพยากรณ์อากาศในเบื้องต้นจะครอบคลุมระยะเวลา 24 ชั่วโมงหลังการประกาศ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:55 UTC

ความปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงใน 42 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนฝนตกหนักและคลื่นลมแรงใน 42 จังหวัด

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศรุนแรงใน 42 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักและคลื่นสูงถึง 3 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยเตือนให้ระวังฝนตกหนักที่จะส่งผลกระทบต่อ 42 จังหวัดทั่วประเทศ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

นอกเหนือจากฝนที่ตกหนักแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังได้ออกประกาศเตือนเกี่ยวกับสภาพทะเล โดยคาดว่าพื้นที่ชายฝั่งจะมีคลื่นสูงถึง 3 เมตร ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วมฉับพลัน และใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการทำกิจกรรมทางทะเล

สำหรับผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่และส่งผลกระทบต่อการเดินทาง นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังภูมิภาคเหล่านี้ควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่ชายฝั่งที่มีคลื่นลมแรง

ตามรายงานล่าสุดจาก Thai Post ความกังวลหลักยังคงอยู่ที่ผลกระทบโดยตรงจากฝนที่ตกหนักและสภาพทะเลที่เป็นอันตราย คาดว่ากรมอุตุนิยมวิทยาจะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาของสภาพอากาศนี้และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดน้ำท่วมต่อไปเมื่อสถานการณ์มีความชัดเจนขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:35 UTC

การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน พบปะชุมชนไทยในนิวยอร์ก

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล พบปะกับชาวไทยในนิวยอร์ก โดยเน้นย้ำถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและความพยายามในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

อัปเดตจากรัฐบาลที่นิวยอร์ก

ในระหว่างการเยือนนิวยอร์กเมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้จัดประชุมร่วมกับชุมชนไทยในท้องถิ่น ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รองนายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ในการตอบข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศไทยในปัจจุบัน

ประเด็นสำคัญ

นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพและมุ่งมั่นที่จะทำงานในรูปแบบ "ฟาสต์แทร็ก" (fast-track) เพื่อเร่งการบริหารจัดการ เขาได้ให้กำลังใจชาวไทยในต่างแดนว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ โดยระบุว่าเศรษฐกิจกำลังแสดงสัญญาณของการปรับตัวดีขึ้น การพบปะครั้งนี้ถูกอธิบายว่าเป็นการสนทนาที่เป็นกันเองระหว่างตัวแทนรัฐบาลและชาวไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ

ผลกระทบและมุมมอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเห็นเหล่านี้ถือเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความต่อเนื่องในการดำเนินงานของรัฐบาล แม้ว่ารองนายกรัฐมนตรีจะแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ แต่รายงานเบื้องต้นไม่ได้ระบุตัวเลขชี้วัดหรือรายละเอียดเชิงนโยบายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว เช่นเดียวกับคำแถลงทางการเมืองทั่วไป ผลกระทบที่แท้จริงของมาตรการ "ฟาสต์แทร็ก" เหล่านี้ในทางปฏิบัติยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและความคืบหน้าในการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:15 UTC

เศรษฐกิจ

Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
Google ประกาศลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีไทยยืนยันการสนับสนุนจากรัฐบาลสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ของ Google ซึ่งรวมถึงโครงการริเริ่มเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 Google กำลังเดินหน้าตามแผนการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย นายกรัฐมนตรีไทยได้แสดงความพร้อมของรัฐบาลในการสนับสนุนการลงทุนครั้งนี้ต่อสาธารณะ โดยเน้นย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ รัฐบาลตั้งใจที่จะจัดตั้งสถาบันเพื่อยกระดับทักษะแรงงานในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานชาวไทยจะมีความพร้อมสำหรับความต้องการทางเทคนิคของสถานที่แห่งใหม่นี้ คาดว่าการพัฒนานี้จะช่วยเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับระบบคลาวด์คอมพิวติ้งและบริการดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักธุรกิจ การลงทุนนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ ในภาคเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับข้อตกลงภาษีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งการเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อขอบเขตสุดท้ายและกรอบการดำเนินงานของโครงการ ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบทางภาษีและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการก่อสร้างและการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กีฬา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงนำทัพนักกีฬาขี่ม้าไทยลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาขี่ม้าในเอเชียนเกมส์ 2026 ในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงเข้าร่วมทีมขี่ม้าไทยอย่างเป็นทางการเพื่อลงแข่งขันในเอเชียนเกมส์ 2026 โดยพระองค์ทรงเป็นนักกีฬาขี่ม้าที่มีความสามารถและทรงนำทัพนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับภูมิภาคครั้งสำคัญนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการเป็นส่วนหนึ่งของเอเชียนเกมส์ 2026 กีฬาขี่ม้ามักได้รับความสนใจอย่างมาก และการที่สมาชิกราชวงศ์ทรงเข้าร่วมการแข่งขันยังช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับผลงานของทีมไทย ผู้ที่สนใจติดตามความคืบหน้าของนักกีฬาไทยควรติดตามช่องทางการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของเอเชียนเกมส์และข่าวสารกีฬาในท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับอันดับของทีมและตารางการแข่งขัน

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเข้าร่วมของพระองค์แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทกีฬาขี่ม้าที่พระองค์ทรงลงแข่งขันและตารางการแข่งขันที่เหลือของทีมไทยยังคงมีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมควรตรวจสอบข้อมูลจากพอร์ทัลอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเวลาการแข่งขันและการเข้าชมสถานที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 23:16 UTC

กีฬา

เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

แหล่งข่าวเดียว
เนเธอร์แลนด์เสมอกับเยอรมนีในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก นัดเปิดสนาม

เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีเสมอกันในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ซึ่งเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ และ เยอร์เกน คล็อปป์

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 เนเธอร์แลนด์เปิดสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของเยอรมนีในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 นัดเปิดสนาม เกมนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากเป็นการประเดิมคุมทีมของเฮดโค้ชคนใหม่อย่าง ชาบี เอร์นานเดซ สำหรับฝั่งเนเธอร์แลนด์ และ เยอร์เกน คล็อปป์ สำหรับฝั่งเยอรมนี

เกมมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้นเมื่อลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ ถูกผู้ตัดสินริบประตูคืนหลังจากการตรวจสอบ VAR ซึ่งระบุว่า ไบรอัน บรอบบีย์ ได้ขวางการเล่นของ มาร์ก-อังเดร แทร์ สเทเกน ผู้รักษาประตูทีมชาติเยอรมนี นอกจากนี้ เยอรมนียังต้องพบกับข่าวร้ายในนาทีที่ 29 เมื่อ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเนเธอร์แลนด์ การแข่งขันระดับนานาชาติรายการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของฟุตบอลยุโรป แม้ว่าผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่การปรับเปลี่ยนแท็กติกภายใต้การนำของ เอร์นานเดซ และ คล็อปป์ ยังคงเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอล ในช่วงที่ทัวร์นาเมนต์ดำเนินต่อไป แฟนๆ จะคอยติดตามดูว่ากลยุทธ์ใหม่เหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไร โดยคาดว่าทางทีมงานจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ ไค ฮาแวร์ตซ์ และตารางคะแนนอย่างเป็นทางการของกลุ่ม 2 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:16 UTC

ทั่วไป

พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์มติชน ประจำวันที่ 24 กันยายน 2569

มติชนออนไลน์ได้เผยแพร่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ฉบับประจำวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยนำเสนอพาดหัวข่าวสำคัญระดับประเทศล่าสุด

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 สื่อมวลชนไทยชั้นนำอย่างมติชนออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพหน้าปกดิจิทัลของหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์รายวัน โดยหน้าหนึ่งถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับข่าวที่สำคัญที่สุดของวัน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ที่กำหนดทิศทางของกระแสสังคมในประเทศไทยปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายใหญ่เช่นมติชนถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการติดตามนโยบายของรัฐบาล การพัฒนาทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การติดตามพาดหัวข่าวเหล่านี้ช่วยให้ผู้อ่านมีความเข้าใจที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับประเด็นที่สื่อไทยและสาธารณชนให้ความสำคัญในขณะนี้

เนื่องจากรายงานฉบับนี้อ้างอิงจากการเผยแพร่หน้าปกของหนังสือพิมพ์ จึงไม่มีการระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับบทความแต่ละชิ้นที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งในที่นี้ ผู้อ่านที่สนใจบริบทที่ครบถ้วนของข่าวเหล่านี้สามารถติดตามอ่านรายงานฉบับเต็มได้จากสื่อมติชนออนไลน์ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพาดหัวข่าวเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงในสังคมหรือการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคตอย่างไรในช่วงวันข้างหน้า การเผยแพร่หน้าปกรายวันยังคงเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของสื่อเพื่อสรุปภาพรวมของข่าวในแต่ละวัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 22:15 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Adizero Adios Pro 5

อาดิดาสเปิดตัว Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากรุ่น Pro Evo 3 มาใช้

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงรุ่นล่าสุด Adizero Adios Pro 5 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ต่อยอดมาจากซีรีส์ Pro Evo 3 ของบริษัทมาใช้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผลิตภัณฑ์ "ซูเปอร์ชูส์" (super shoe) ของแบรนด์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่อยู่ในแวดวงนักวิ่ง การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นวิวัฒนาการล่าสุดของรองเท้าสำหรับการแข่งขันที่มีวางจำหน่ายในตลาด โดย Adizero Adios Pro 5 ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักกีฬาที่มองหาอุปกรณ์ที่เน้นประสิทธิภาพซึ่งใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าล่าสุดทางวิศวกรรมกีฬา

แม้ว่าจะมีการยืนยันการเปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันวางจำหน่ายที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดของไทยและโครงสร้างราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดในประเทศนั้น ทางแบรนด์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดทั้งหมด ผู้บริโภคที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของ Adidas Thailand เพื่อดูว่ารองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในร้านค้าหรือช่องทางออนไลน์เมื่อใด เช่นเดียวกับอุปกรณ์กีฬาประสิทธิภาพสูงทั่วไป ผู้ที่สนใจซื้อควรตรวจสอบขนาดและข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคกับตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตอีกครั้งเมื่อสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 21:15 UTC

กีฬา

มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

ได้รับการยืนยัน
มือวางอันดับต้นผ่านเข้ารอบในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

มือวางอันดับ 1 และ 2 ผ่านเข้ารอบตามคาดในการแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท

การแข่งขันเทนนิสชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ โดยมือวางอันดับ 1 และ 2 ของรายการสามารถผ่านเข้ารอบในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ตามรายงานของ Thai Post การแข่งขันกำลังดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยผู้เล่นที่มีอันดับสูงสุดยังคงรักษาฟอร์มการเล่นเพื่อมุ่งสู่ตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลรวมสูงถึง 1 ล้านบาท ถือเป็นไฮไลท์สำคัญในปฏิทินกีฬาของท้องถิ่น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่สนใจวงการเทนนิส การแข่งขันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ชมการแข่งขันระดับประเทศที่มีคุณภาพสูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักเทนนิสอาชีพในประเทศไทย

แม้ว่ามือวางอันดับต้นๆ จะสามารถรักษาตำแหน่งในรอบปัจจุบันไว้ได้ แต่ผลการแข่งขันสุดท้ายของรายการยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้ชมและผู้ที่ติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดการแข่งขันเพื่อทราบตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและการตัดสินว่าใครจะเป็นผู้คว้าแชมป์ชายเดี่ยว ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอบชิงชนะเลิศและการจัดสรรเงินรางวัลในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 08:06 UTC

ไทยอนุมัติโครงการจัดการน้ำเร่งด่วนรับมือคำเตือนน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไทยอนุมัติโครงการจัดการน้ำเร่งด่วนรับมือคำเตือนน้ำท่วม

คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติอนุมัติงบ 509 ล้านบาทสำหรับ 99 โครงการเร่งด่วนเพื่อรับมือน้ำท่วมและภัยแล้ง ขณะที่ทางการออกคำเตือนพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไทยอนุมัติโครงการจัดการน้ำเร่งด่วนรับมือคำเตือนน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ไทยอนุมัติโครงการจัดการน้ำเร่งด่วนรับมือคำเตือนน้ำท่วม

คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติอนุมัติงบ 509 ล้านบาทสำหรับ 99 โครงการเร่งด่วนเพื่อรับมือน้ำท่วมและภัยแล้ง ขณะที่ทางการออกคำเตือนพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้อนุมัติงบประมาณ 509.7 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการจัดการน้ำเร่งด่วน 99 โครงการทั่วประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และคุณภาพน้ำในระดับประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้จำเป็นต้องมีความระมัดระวัง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับฝนตกหนักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังถูกเฝ้าระวังเนื่องจากระดับน้ำอาจสูงขึ้นถึง 1.25 เมตร นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังเตรียมแผนรับมืออุทกภัยแบบบูรณาการสำหรับหาดใหญ่และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

แม้ว่าโครงการเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว แต่ความกังวลในระยะสั้นยังคงอยู่ที่พยากรณ์อากาศในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า นักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ลุ่มน้ำหลักควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าโครงการฉุกเฉินเหล่านี้จะเริ่มดำเนินการได้รวดเร็วเพียงใด และปริมาณฝนที่คาดการณ์ไว้จะส่งผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะจุดมากน้อยเพียงใด ประชาชนควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 11:12 UTC

รัฐบาลไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วง 23-26 ก.ย.
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วง 23-26 ก.ย.

ทางการได้เริ่มมาตรการป้องกันน้ำท่วมและออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 26 กันยายน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วง 23-26 ก.ย.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยออกประกาศเตือนฝนตกหนักช่วง 23-26 ก.ย.

ทางการได้เริ่มมาตรการป้องกันน้ำท่วมและออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 26 กันยายน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายภราดร ปริศนานันทกุล (ในฐานะตัวแทนรัฐบาล) ยืนยันว่ามีการออกประกาศเตือนภัยประชาชนเรื่องฝนตกหนักอย่างเป็นทางการแล้ว โดยครอบคลุมช่วงวันที่ 23 ถึง 26 กันยายน 2569

เพื่อตอบสนองต่อการพยากรณ์อากาศ รัฐบาลได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการระดับน้ำทันที โดยขณะนี้กำลังเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและผันน้ำส่วนเกินไปยังพื้นที่รับน้ำ (ทุ่งรับน้ำ) ที่กำหนดไว้ เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำล้นตลิ่ง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากฝนที่ตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง การเดินทางหยุดชะงัก และสภาพถนนที่เป็นอันตรายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ผู้ที่วางแผนเดินทางใกล้ลุ่มแม่น้ำหรือพื้นที่ราบลุ่มควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด

แม้รัฐบาลจะเน้นย้ำว่าได้ออกประกาศเตือนล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวได้ทันท่วงที แต่ผลกระทบที่แน่ชัดในแต่ละจังหวัดยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไปในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:21 UTC

พบโครงกระดูกอดีตครูในบ้านร้างที่ฉะเชิงเทรา คาดเสียชีวิตมานานกว่า 10 ปี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พบโครงกระดูกอดีตครูในบ้านร้างที่ฉะเชิงเทรา คาดเสียชีวิตมานานกว่า 10 ปี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดฉะเชิงเทราพบโครงกระดูกของอดีตครูที่เสียชีวิตมานานกว่า 10 ปี ภายในบ้านร้างที่ถูกปล่อยทิ้งไว้จนมีต้นไม้ปกคลุม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พบโครงกระดูกอดีตครูในบ้านร้างที่ฉะเชิงเทรา คาดเสียชีวิตมานานกว่า 10 ปี

แหล่งข่าวเดียว
พบโครงกระดูกอดีตครูในบ้านร้างที่ฉะเชิงเทรา คาดเสียชีวิตมานานกว่า 10 ปี

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดฉะเชิงเทราพบโครงกระดูกของอดีตครูที่เสียชีวิตมานานกว่า 10 ปี ภายในบ้านร้างที่ถูกปล่อยทิ้งไว้จนมีต้นไม้ปกคลุม

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ตำรวจในจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ใกล้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัด ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่พบโครงกระดูกของอดีตครูภายในบ้านร้างสองชั้นที่ถูกปล่อยทิ้งไว้จนมีต้นไม้ใหญ่และวัชพืชปกคลุมหนาแน่น การค้นพบนี้เกิดขึ้นหลังจากมีผู้ต้องสงสัยพยายามบุกรุกบ้านหลังดังกล่าวแล้วหลบหนีไป ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่

เพื่อนบ้านเชื่อว่าผู้อยู่อาศัยได้ย้ายออกไปอยู่กับญาติเมื่อหลายปีก่อน จึงไม่มีใครทราบเรื่องการเสียชีวิตมานานกว่าทศวรรษ จากการตรวจสอบพบว่าภายในบ้านมีร่องรอยการรื้อค้นและมีรถยนต์ที่ถูกถอดชิ้นส่วนจอดอยู่ในโรงรถ นอกจากนี้ยังพบหน้าต่างห้องนอนถูกงัดเปิดทิ้งไว้ ซึ่งบ่งชี้ถึงการบุกรุกเมื่อไม่นานมานี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาคารร้างที่ถูกละเลยในเขตเมือง แม้ว่ากรณีนี้ดูจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับบ้านที่ไม่มีคนอยู่อาศัยมานาน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังในชุมชนเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทิ้งร้าง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบทางนิติเวชเพื่อยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาการเสียชีวิตหรือแรงจูงใจในการบุกรุกครั้งล่าสุด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:25 UTC

ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นทำให้เกิดน้ำท่วมในอยุธยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นทำให้เกิดน้ำท่วมในอยุธยา

การเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มต่ำของอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นทำให้เกิดน้ำท่วมในอยุธยา

แหล่งข่าวเดียว
ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นทำให้เกิดน้ำท่วมในอยุธยา

การเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มต่ำของอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจร

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานว่าชาวบ้านในอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งสำคัญ หลังจากกรมชลประทานตัดสินใจปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเพิ่มอัตราการระบายจาก 1,300 เป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากทางตอนบนและฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

การปรับเปลี่ยนดังกล่าวส่งผลให้แม่น้ำน้อยซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่ง โดยเฉพาะในชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ในตำบลบ้านกระทุ่ม ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 เมตรภายในชั่วข้ามคืน ทำให้ชาวบ้านหลายครัวเรือนตั้งตัวไม่ติด ครอบครัวในพื้นที่ต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงและต้องใช้เรือพายในการสัญจรเข้าออกบ้านเพียงอย่างเดียว ขณะนี้มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบแล้วอย่างน้อย 7-8 หลังคาเรือนในบริเวณดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของพื้นที่ริมน้ำในช่วงฤดูมรสุม แม้ว่าผลกระทบในขณะนี้จะจำกัดอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่ผู้ที่วางแผนจะเดินทางหรือพักอาศัยใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาหรือแม่น้ำน้อยควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำอีก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าระดับน้ำที่สูงขึ้นนี้จะคงอยู่นานเพียงใด และจะมีพื้นที่อื่นได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากน้ำท่วมในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:25 UTC

รัฐบาลไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักและเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อน
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักและเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อน

ทางการกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2569 โดยมีแผนเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักและเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักและเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อน

ทางการกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2569 โดยมีแผนเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยได้ชี้แจงถึงความกังวลเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม หลังจากมีการประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในช่วงวันที่ 23-26 กันยายน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลได้ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด คณะกรรมการที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้จัดการประชุมเร่งด่วนเพื่อประสานงานรับมือกับฝนตกหนักที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง และบางส่วนของภาคเหนือตอนล่าง

เพื่อจัดการกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลได้สั่งการให้เพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังใช้วิธีการผันน้ำแบบก้างปลาเพื่อระบายน้ำส่วนเกินลงสู่พื้นที่รับน้ำที่กำหนดไว้ โดยทางการระบุว่านี่เป็นปริมาณน้ำก้อนใหญ่ก้อนสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงที่ฝนทิ้งช่วงในเดือนตุลาคม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังหรือการหยุดชะงักของการเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แม้ว่ารัฐบาลจะวางกลยุทธ์ในการบรรเทาผลกระทบไว้แล้ว แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อแต่ละจังหวัดและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์สภาพอากาศแบบเรียลไทม์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:26 UTC

พบลูกกระสุนปืน ค. ยังไม่ระเบิดในแม่น้ำปาย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พบลูกกระสุนปืน ค. ยังไม่ระเบิดในแม่น้ำปาย

เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่ใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน หลังพบลูกกระสุนปืน ค. ขนาด 60 มม. ในแม่น้ำ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พบลูกกระสุนปืน ค. ยังไม่ระเบิดในแม่น้ำปาย

แหล่งข่าวเดียว
พบลูกกระสุนปืน ค. ยังไม่ระเบิดในแม่น้ำปาย

เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่ใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน หลังพบลูกกระสุนปืน ค. ขนาด 60 มม. ในแม่น้ำ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เข้าตรวจสอบหลังได้รับแจ้งว่าพบวัตถุอันตรายในแม่น้ำปาย ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ พบลูกกระสุนปืน ค. ขนาด 60 มม. ในพื้นที่ ต.เมืองแปง

ในการนี้ ทีมเจ้าหน้าที่ร่วมซึ่งประกอบด้วยสถานีตำรวจภูธรปาย เจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายโสณบัณฑิตย์ (ร.7 พัน.5) และฝ่ายปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เข้าควบคุมพื้นที่และปิดกั้นบริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ขณะนี้กำลังรอชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) จากหน่วยทหารส่วนกลางเข้ามาดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อทำลายวัตถุระเบิดอย่างปลอดภัย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้ออกคำเตือนอย่างเคร่งครัดว่า ห้ามเข้าใกล้ ห้ามสัมผัส หรือพยายามเคลื่อนย้ายวัตถุต้องสงสัยโดยเด็ดขาด ขอให้ปฏิบัติตามแนวกั้นและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากพบวัตถุต้องสงสัยเพิ่มเติม ขอให้ประชาชนรีบออกจากบริเวณดังกล่าวและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปายทันที

ทางตำรวจจะประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้งเมื่อชุด EOD ดำเนินการเสร็จสิ้นและพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ ที่มาของลูกกระสุนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:02 UTC

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในอยุธยาหลังมีการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในอยุธยาหลังมีการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

ทางการได้ออกประกาศเตือนระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากมีการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในอยุธยาหลังมีการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในอยุธยาหลังมีการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

ทางการได้ออกประกาศเตือนระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากมีการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อประสานงานรับมืออุทกภัยในภาคกลาง ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับอัตราการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ถึง 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

การปรับเปลี่ยนการดำเนินงานนี้คาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น 0.5 ถึง 1.5 เมตร ทางการได้ระบุว่ามี 6 อำเภอในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว หน่วยงานท้องถิ่นกำลังเร่งดำเนินการระบายน้ำและเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขังในบางจุด การหยุดชะงักของกิจกรรมริมน้ำ และการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด เนื่องจากผลกระทบที่แท้จริงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนในอนาคตและการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำของเขื่อน ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันช่วงเวลาที่ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดอย่างชัดเจน และขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบสภาพพื้นที่ก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:08 UTC

เพจพยากรณ์อากาศกลับมาบนโซเชียลมีเดียอีกครั้ง หลังเกิดประเด็นดราม่าเรื่องคำเตือนน้ำท่วม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เพจพยากรณ์อากาศกลับมาบนโซเชียลมีเดียอีกครั้ง หลังเกิดประเด็นดราม่าเรื่องคำเตือนน้ำท่วม

เพจเฟซบุ๊กยอดนิยมด้านสภาพอากาศกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง หลังจากถูกลบเนื่องจากโพสต์คำเตือนเรื่องน้ำท่วมที่ไม่ได้รับการยืนยันจนสร้างความตื่นตระหนกแก่สาธารณะ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เพจพยากรณ์อากาศกลับมาบนโซเชียลมีเดียอีกครั้ง หลังเกิดประเด็นดราม่าเรื่องคำเตือนน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
เพจพยากรณ์อากาศกลับมาบนโซเชียลมีเดียอีกครั้ง หลังเกิดประเด็นดราม่าเรื่องคำเตือนน้ำท่วม

เพจเฟซบุ๊กยอดนิยมด้านสภาพอากาศกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง หลังจากถูกลบเนื่องจากโพสต์คำเตือนเรื่องน้ำท่วมที่ไม่ได้รับการยืนยันจนสร้างความตื่นตระหนกแก่สาธารณะ

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก 'ที’ ลมฟ้าอากาศ' ได้กลับมาดำเนินการอีกครั้งหลังจากที่เพจเดิมถูกลบออกจากแพลตฟอร์ม โดยก่อนหน้านี้เพจดังกล่าวได้โพสต์คำเตือนอ้างว่าจะเกิด 'มหาอุทกภัย' ในภาคตะวันออกและเขตปริมณฑลของกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 โดยระบุว่าจะเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องถึง 120 ชั่วโมง

หลังจากโพสต์ดังกล่าว เพจก็ถูกลบออกไป ต่อมาองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริง 'โคแฟค' (Cofact) ได้ระบุว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นการสร้างความตื่นตระหนกและไม่ใช่ข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลเพจยืนยันว่าโพสต์ดังกล่าวทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะและปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาทำให้เกิดความตื่นตระหนก โดยยังคงยืนยันตามคำพยากรณ์เดิม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามข้อมูลจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการเท่านั้นสำหรับประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ แม้ว่าเพจดังกล่าวจะกลับมาในโปรไฟล์ใหม่ แต่คำกล่าวอ้างเรื่องน้ำท่วมที่กำลังจะเกิดขึ้นยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานรัฐ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อตรวจสอบสภาพอากาศ เนื่องจากคำเตือนที่ไม่เป็นทางการบนโซเชียลมีเดียอาจขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับและอาจนำไปสู่ความกังวลโดยไม่จำเป็น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 09:21 UTC

เรือประมงอับปางกลางพายุหน้าสัตหีบ เร่งค้นหาผู้สูญหาย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เรือประมงอับปางกลางพายุหน้าสัตหีบ เร่งค้นหาผู้สูญหาย

เรือประมงอับปางในอ่าวไทยจากสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และยังคงสูญหายอีก 6 ราย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เรือประมงอับปางกลางพายุหน้าสัตหีบ เร่งค้นหาผู้สูญหาย

แหล่งข่าวเดียว
เรือประมงอับปางกลางพายุหน้าสัตหีบ เร่งค้นหาผู้สูญหาย

เรือประมงอับปางในอ่าวไทยจากสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และยังคงสูญหายอีก 6 ราย

ตามรายงานจาก Thai Post เรือประมงชื่อ 'ส.กาญจนาวารี 888' ได้อับปางลงในอ่าวไทยเมื่อช่วงดึกของวันที่ 21 กันยายน 2569 โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่พิกัด 11°56.93′ N และ 100°50.90′ E หลังจากเกิดพายุฝนพัดถล่มในพื้นที่อย่างกะทันหัน

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินจากลูกเรือ 'หนุมานชัยวารี 998' โดยความพยายามในการช่วยเหลือเบื้องต้นสามารถช่วยชีวิตผู้รอดชีวิตได้ 15 ราย อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันว่าไต๋เรือเสียชีวิต และขณะนี้กำลังดำเนินการค้นหาลูกเรืออีก 6 รายที่ยังคงสูญหาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงความผันผวนของสภาพอากาศทางทะเลในช่วงฤดูมรสุม แม้ว่าจุดที่เรืออับปางจะอยู่ห่างจากฝั่ง แต่ผู้ที่วางแผนทำกิจกรรมทางทะเลควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศและคำแนะนำด้านความปลอดภัยทางทะเลในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ในขณะนี้ รายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับเหตุการณ์และสถานะของผู้สูญหายยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการค้นหาโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมในขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 09:02 UTC

เหตุยิงกันหน้าโรงเรียนในตุรกี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เหตุยิงกันหน้าโรงเรียนในตุรกี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย

นักเรียนชายก่อเหตุใช้ปืนยาวกราดยิงหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในตุรกี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เหตุยิงกันหน้าโรงเรียนในตุรกี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เหตุยิงกันหน้าโรงเรียนในตุรกี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย

นักเรียนชายก่อเหตุใช้ปืนยาวกราดยิงหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในตุรกี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 เกิดเหตุรุนแรงขึ้นในประเทศตุรกี เมื่อนักเรียนชายคนหนึ่งก่อเหตุกราดยิงบริเวณหน้าโรงเรียน ผู้ก่อเหตุซึ่งมีอาวุธปืนยาวได้เปิดฉากยิงใส่ผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ในเวลาไม่นานหลังจากเริ่มก่อเหตุ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้กับสถานศึกษา แม้ว่าภัยคุกคามโดยตรงจะถูกระงับโดยเจ้าหน้าที่แล้ว แต่เหตุการณ์เช่นนี้อาจนำไปสู่การยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ การเพิ่มกำลังตำรวจ และอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันหรือแผนการเดินทางในบริเวณใกล้เคียงโรงเรียน

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสถานที่ตั้งที่แน่ชัดของโรงเรียน อาการล่าสุดของผู้บาดเจ็บทั้ง 11 ราย และแรงจูงใจเบื้องหลังการกระทำของนักเรียนรายนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการเพื่อหาวิธีที่ผู้ก่อเหตุได้อาวุธมาครอบครองและตรวจสอบว่ามีสัญญาณเตือนล่วงหน้าหรือไม่ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่หากท่านอยู่ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 10:02 UTC

เกิดเหตุยิงหน้าโรงเรียนในตุรกี มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุยิงหน้าโรงเรียนในตุรกี มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย

นักเรียนชายใช้ปืนยาวกราดยิงหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในตุรกี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดเหตุยิงหน้าโรงเรียนในตุรกี มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุยิงหน้าโรงเรียนในตุรกี มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย

นักเรียนชายใช้ปืนยาวกราดยิงหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในตุรกี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 เกิดเหตุรุนแรงขึ้นในประเทศตุรกี เมื่อนักเรียนชายคนหนึ่งก่อเหตุกราดยิงบริเวณหน้าโรงเรียน ผู้ก่อเหตุซึ่งมีอาวุธเป็นปืนยาวได้เปิดฉากยิงส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้เข้าควบคุมสถานการณ์และสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ในเวลาต่อมา

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่พำนักอยู่ในตุรกี เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียงกับสถานศึกษา แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันในพื้นที่ที่เกิดเหตุ

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสถานที่ตั้งของโรงเรียนที่แน่ชัด ข้อมูลระบุตัวตนและอาการของผู้บาดเจ็บ รวมถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุของนักเรียนรายนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ SawaLife จะยังคงติดตามสถานการณ์ต่อไปหากมีข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 09:00 UTC

พบสาเหตุแก๊สรั่วใต้พื้นผิวถนนบริเวณแยกประชาเกษม
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

พบสาเหตุแก๊สรั่วใต้พื้นผิวถนนบริเวณแยกประชาเกษม

เจ้าหน้าที่ระบุสาเหตุของกลิ่นแก๊สที่แยกประชาเกษมในกรุงเทพฯ เกิดจากการสะสมของเศษขยะภายในท่อใต้ดิน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

พบสาเหตุแก๊สรั่วใต้พื้นผิวถนนบริเวณแยกประชาเกษม

แหล่งข่าวเดียว
พบสาเหตุแก๊สรั่วใต้พื้นผิวถนนบริเวณแยกประชาเกษม

เจ้าหน้าที่ระบุสาเหตุของกลิ่นแก๊สที่แยกประชาเกษมในกรุงเทพฯ เกิดจากการสะสมของเศษขยะภายในท่อใต้ดิน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่จากสถานีดับเพลิงและกู้ภัยภูเขาทองร่วมกับสำนักงานเขตพระนคร ได้เข้าตรวจสอบกรณีมีรายงานกลิ่นแก๊สรั่วไหลอย่างต่อเนื่องบริเวณแยกประชาเกษม ถนนกรุงเกษม กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับแจ้งเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าดำเนินการเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ การตรวจสอบเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพบว่ากลิ่นดังกล่าวมาจากท่อใต้พื้นผิวถนน โดยสาเหตุเกิดจากการสะสมของเศษขยะและสิ่งปฏิกูลที่อุดตันอยู่ภายในระบบระบายน้ำหรือโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพระนคร เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ระมัดระวังเมื่อพบกลิ่นผิดปกติในพื้นที่สาธารณะ แม้ว่าจะทราบสาเหตุเบื้องต้นแล้ว แต่ขณะนี้สถานการณ์อยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายสิ่งแวดล้อมและฝ่ายโยธาของสำนักงานเขต ร่วมกับการประปานครหลวง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับการซ่อมแซมและการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพปกติในระหว่างที่การทำความสะอาดดำเนินต่อไป ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผลกระทบต่อการจราจรอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนในบริเวณใกล้เคียงปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จนกว่าพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการจัดการจนปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 09:01 UTC

ทางการไทยเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ทางการไทยเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้เรียกประชุมเพื่อประสานงานการจัดการน้ำท่วมในภาคกลางของประเทศไทย โดยให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าสถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ทางการไทยเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

แหล่งข่าวเดียว
ทางการไทยเร่งรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้เรียกประชุมเพื่อประสานงานการจัดการน้ำท่วมในภาคกลางของประเทศไทย โดยให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าสถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้จัดการประชุมอย่างเป็นทางการเพื่อหารือและประสานงานกลยุทธ์การรับมือน้ำท่วมสำหรับภาคกลางของประเทศไทย ตามรายงานจาก Matichon Online วัตถุประสงค์หลักของการประชุมคือการประเมินระบบการจัดการน้ำในปัจจุบันและตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อมในการรับมือกับน้ำล้นตลิ่งที่อาจเกิดขึ้น

ในระหว่างการบรรยายสรุป เอกนิติได้แสดงความมั่นใจในขีดความสามารถของรัฐบาลในการจัดการระดับน้ำในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวว่าสถานการณ์กำลังได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางผ่านจังหวัดในภาคกลาง ข้อมูลอัปเดตนี้ถือเป็นสัญญาณอย่างเป็นทางการว่าทางการกำลังให้ความสำคัญกับการบรรเทาอุทกภัยเพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด

แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่าสถานการณ์ยังสามารถจัดการได้ แต่ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้มักขึ้นอยู่กับรูปแบบของฝนในแต่ละพื้นที่และความสมบูรณ์ของระบบระบายน้ำที่มีอยู่ นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปยังภาคกลางควรติดตามข่าวสารโดยตรวจสอบรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในช่วงฤดูมรสุม ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพื้นที่ลุ่มต่ำเฉพาะจุดจะเป็นอย่างไรหากฝนตกหนักยังคงดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประชาชนควรติดตามการอัปเดตจากสำนักงานบริหารส่วนท้องถิ่นสำหรับคำแนะนำด้านความปลอดภัยหรือคำแนะนำในการเดินทางเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 08:40 UTC

หน่วยงานในภาคกลางของไทยประสานกลยุทธ์รับมืออุทกภัยและภัยแล้ง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

หน่วยงานในภาคกลางของไทยประสานกลยุทธ์รับมืออุทกภัยและภัยแล้ง

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการระดับภูมิภาคเพื่อจัดการปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

หน่วยงานในภาคกลางของไทยประสานกลยุทธ์รับมืออุทกภัยและภัยแล้ง

แหล่งข่าวเดียว
หน่วยงานในภาคกลางของไทยประสานกลยุทธ์รับมืออุทกภัยและภัยแล้ง

กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการระดับภูมิภาคเพื่อจัดการปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเพื่อหารือเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การประสานกลยุทธ์เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางความท้าทายทางสภาพภูมิอากาศตามฤดูกาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภาคกลางของไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามทางบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว แม้ว่าการประชุมเหล่านี้จะเป็นขั้นตอนปกติในการบริหารจัดการน้ำ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการรักษาเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงทางน้ำในภูมิภาค

ในขณะนี้ มาตรการปฏิบัติการที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดสรรน้ำในทันทีที่เกิดจากการประชุมครั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางมายังภาคกลาง โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมหรือฤดูแล้ง ควรติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำหรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำยังคงกำกับดูแลความพยายามในระดับภูมิภาคเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าแผนการบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 08:25 UTC

ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือหลังเรือประมงอับปางกลางทะเลสัตหีบ
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือหลังเรือประมงอับปางกลางทะเลสัตหีบ

เรือประมงอับปางนอกชายฝั่งสัตหีบ จ.ชลบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และสูญหาย 4 ราย โดยสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ 15 ราย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือหลังเรือประมงอับปางกลางทะเลสัตหีบ

แหล่งข่าวเดียว
ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือหลังเรือประมงอับปางกลางทะเลสัตหีบ

เรือประมงอับปางนอกชายฝั่งสัตหีบ จ.ชลบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และสูญหาย 4 ราย โดยสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ 15 ราย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เรือประมงชื่อ 'ส.กาญจนาวารี 888' ได้ประสบเหตุอับปางกลางทะเล ห่างจากยอดเขาแหลมปู่เจ้า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ประมาณ 40 ไมล์ทะเล โดยรายงานจากข่าวสดออนไลน์ระบุว่ามีลูกเรือรวมทั้งหมด 22 คนในขณะเกิดเหตุ

จากการอัปเดตล่าสุด ทีมค้นหาและกู้ภัย ซึ่งรวมถึงกองทัพเรือและเรือประมงในพื้นที่ สามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้แล้ว 15 ราย ทางการยืนยันการพบร่างผู้เสียชีวิต 3 ราย ในขณะที่ลูกเรืออีก 4 รายยังคงสูญหาย โดยมีรายงานว่าร่างของผู้เสียชีวิต 2 รายยังคงติดอยู่ภายในตัวเรือ นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ พร้อมด้วยตัวแทนจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ภาค 1 กำลังติดตามปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเดินทางทางทะเลในอ่าวไทยในช่วงที่มีสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย แม้ว่าปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินต่อไป แต่สาเหตุที่แน่ชัดของการอับปางยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้สูญหายและการกู้เรือในระยะต่อไป ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานทางทะเลในพื้นที่เพื่อรับทราบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกิจกรรมชายฝั่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 08:21 UTC

เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงสีขนาดใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงสีขนาดใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้โกดังเก็บของโรงสีในจังหวัดเพชรบุรี โดยมีการระดมรถดับเพลิงกว่า 15 คันเข้าพื้นที่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงสีขนาดใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงสีขนาดใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้โกดังเก็บของโรงสีในจังหวัดเพชรบุรี โดยมีการระดมรถดับเพลิงกว่า 15 คันเข้าพื้นที่

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โกดังเก็บของของโรงสีแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านสำมะโรง จังหวัดเพชรบุรี ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเพชรบุรีและนายอำเภอเมืองเพชรบุรีได้รับแจ้งเหตุและได้ประสานงานเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที โดยมีการระดมรถดับเพลิงกว่า 15 คันจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงเข้าทำการดับเพลิง

พยานในที่เกิดเหตุรายงานว่ามีกลุ่มควันดำพวยพุ่งออกมาจากโกดัง พร้อมกับมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากมีความร้อนสูงมากภายในโกดัง ซึ่งมีรายงานว่ามีการเก็บกาบมะพร้าวสำหรับทำปุ๋ยและถังน้ำมันปาล์มเก่าจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเนื่องจากกลุ่มควันและโอกาสที่จะเกิดการทรุดตัวของโครงสร้างหรือการระเบิดเพิ่มเติม ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งควบคุมสถานการณ์ให้สงบลง ทั้งนี้ สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บหรือมูลค่าความเสียหายทั้งหมด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 08:22 UTC

เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงสีข้าวกลางเมืองเพชรบุรี
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงสีข้าวกลางเมืองเพชรบุรี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้โกดังโรงสีข้าวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเพชรบุรี

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงสีข้าวกลางเมืองเพชรบุรี

แหล่งข่าวเดียว
เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงสีข้าวกลางเมืองเพชรบุรี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้โกดังโรงสีข้าวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเพชรบุรี

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 22 กันยายน 2569 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงสีข้าวแห่งหนึ่งใจกลางเมืองเพชรบุรี ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่ได้ถูกส่งไปยังที่เกิดเหตุทันทีเพื่อเร่งควบคุมเพลิง

เจ้าหน้าที่ได้ออกประกาศขอความร่วมมือจากประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางเพื่อให้รถดับเพลิงและรถฉุกเฉินสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างสะดวก เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบริเวณใกล้เคียง ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเมืองเพชรบุรีควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของตนเอง และเพื่อไม่ให้กีดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันถึงสาเหตุที่แน่ชัดของเพลิงไหม้หรือความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับอาคารดังกล่าว นอกจากนี้ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บหรือการมีวัตถุอันตรายภายในโกดัง คาดว่าหน่วยงานท้องถิ่นจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมเมื่อสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมและสามารถดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นได้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรหรือข้อควรระวังเกี่ยวกับคุณภาพอากาศที่อาจได้รับผลกระทบจากควันไฟ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 08:01 UTC

ไต้ฝุ่นตู้เจวียนพัดถล่มญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
ความปลอดภัย แหล่งข่าวเดียว

ไต้ฝุ่นตู้เจวียนพัดถล่มญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

ไต้ฝุ่นตู้เจวียนพัดถล่มญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 4 ราย สูญหาย 6 ราย พร้อมทั้งเกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
ความปลอดภัย

ไต้ฝุ่นตู้เจวียนพัดถล่มญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

แหล่งข่าวเดียว
ไต้ฝุ่นตู้เจวียนพัดถล่มญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

ไต้ฝุ่นตู้เจวียนพัดถล่มญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตยืนยันแล้ว 4 ราย สูญหาย 6 ราย พร้อมทั้งเกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 ไต้ฝุ่นตู้เจวียนได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในหลายพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น พายุลูกนี้ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายภูมิภาคและกระตุ้นให้เกิดดินถล่มซึ่งทำลายที่อยู่อาศัยของประชาชน

ทางการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ 4 ราย นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยสำหรับบุคคลอีก 6 รายที่ยังคงสูญหาย ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ดินถล่มและน้ำท่วม ได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นและสร้างสภาวะที่เป็นอันตรายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในญี่ปุ่น สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานจัดการภัยพิบัติระดับภูมิภาค แม้ว่าผลกระทบโดยตรงจากไต้ฝุ่นจะมีความชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและสถานะของผู้สูญหายยังคงอยู่ระหว่างการประเมินโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในญี่ปุ่นหรือวางแผนจะเดินทางไปญี่ปุ่นควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความปลอดภัยและการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ กับผู้ให้บริการขนส่งและหน่วยงานท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 22 กันยายน 2026, 07:41 UTC