ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา ✦
ความปลอดภัย ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต ✦
กีฬา บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย ✦
ความปลอดภัย พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย ✦
การขนส่ง รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ✦
การขนส่ง ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน ✦
เศรษฐกิจ ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย

อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา

แหล่งข่าวเดียว
อดีตบิ๊กข่าวกรองเผยกลุ่ม 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงินผู้ประกอบการในยะลา

อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเปิดเผยว่ามีกลุ่มที่อ้างชื่อ 'เบอร์ซาตู' เรียกเก็บเงิน 100,000 ริงกิตจากผู้ประกอบการในจังหวัดยะลา

ตามรายงานจาก Thai Post นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความพยายามในการขู่กรรโชกทรัพย์ในจังหวัดยะลา โดยมีการเผยแพร่จดหมายที่อ้างว่ามาจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า 'เบอร์ซาตู' ส่งไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ เอกสารดังกล่าวเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินจำนวน 100,000 ริงกิตมาเลเซีย (ประมาณ 800,000 บาท) เพื่อแลกกับการรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประกอบการ

นายนันทิวัฒน์ระบุว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมของกลุ่มโจร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความปลอดภัยที่ยังคงมีอยู่ในภูมิภาค แม้ว่าความถูกต้องของจดหมายและการมีส่วนร่วมของกลุ่มดังกล่าวจะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากการเปิดเผยของอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเท่านั้น ขณะนี้ยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานความมั่นคงเกี่ยวกับที่มาของจดหมายและสถานะปัจจุบันของเหตุการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลาควรใช้ความระมัดระวังและติดตามข่าวสารจากเจ้าหน้าที่รัฐและช่องทางทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

ความปลอดภัย

ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย การดำเนินการทางปกครองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากรและเร่งรัดความพยายามในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทั่วทั้งเมืองหลวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมหรือโครงสร้างพื้นฐานที่เมืองกำลังเผชิญอยู่ โดยปกติแล้วจะช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถข้ามขั้นตอนทางราชการตามปกติเพื่อจัดหาความช่วยเหลือทันที จัดการการบรรเทาอุทกภัย หรือจัดการข้อกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าลักษณะเฉพาะของภัยพิบัติที่นำไปสู่ประกาศนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตอย่างเป็นทางการที่กำลังดำเนินอยู่ แต่การกำหนดสถานะนี้หมายความว่าเมืองกำลังดำเนินงานภายใต้โปรโตคอลฉุกเฉินที่เข้มงวดขึ้น

นักท่องเที่ยวที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือวางแผนจะเดินทางมาควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือหน่วยงานท้องถิ่น ขอแนะนำให้ตรวจสอบการหยุดชะงักที่อาจเกิดขึ้นกับระบบขนส่งสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยว หรือบริการที่จำเป็น เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ขอบเขตผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและระยะเวลาของสถานะภัยพิบัตินี้ยังคงต้องรอการยืนยันจาก กทม. ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดต่อสถานทูตของตนและติดตามข้อมูลผ่านช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

กีฬา

บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย

แหล่งข่าวเดียว
บิว ภูริพล ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ วิ่ง 200 เมตรชาย

นักกรีฑาชาวไทย บิว ภูริพล คว้าอันดับ 1 ในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตร รอบคัดเลือก แม้จะมีฝนตกลงมา

ตามรายงานจาก Matichon Online บิว ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย ประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของการแข่งขันวิ่ง 200 เมตรชาย แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่มีฝนตกลงมา แต่ภูริพลยังคงรักษาความมุ่งมั่นและฟอร์มการวิ่งจนสามารถเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ในฮีตแรกได้สำเร็จ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของวงการกรีฑาไทยในระดับสากล ความสามารถของภูริพลในการทำผลงานได้ดีท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยแสดงให้เห็นถึงการเตรียมตัวและความมุ่งมั่นอย่างสูง การผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของเขาถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนกีฬาชาวไทย

แม้ว่าภูริพลจะการันตีที่นั่งในรอบรองชนะเลิศแล้ว แต่ตารางการแข่งขันในรอบถัดไปและรายชื่อคู่แข่งที่ผ่านเข้ารอบจากฮีตอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับการแข่งขันของเขาได้ผ่านช่องทางถ่ายทอดสดกีฬาอย่างเป็นทางการ ในขณะที่การแข่งขันดำเนินต่อไป ความสนใจจะมุ่งไปที่ว่าเขาจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งเพื่อลุ้นเหรียญรางวัลในรอบชิงชนะเลิศได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

ความปลอดภัย

พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์ออกคำเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย

นายภาสกร สส.ระยอง จากพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ประชาชนในจังหวัดภาคตะวันออกเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก และจี้ให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายภาสกร สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและความเสียหายจากน้ำท่วม สส. ได้แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้รัฐบาล โดยเฉพาะการอ้างถึง 'เจเศรษฐ์' ให้เร่งดำเนินการใช้ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่าน Cell Broadcast โดยพรรคให้เหตุผลว่าการแจ้งเตือนที่รวดเร็วและระบุตำแหน่งที่ชัดเจนมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความปลอดภัยของสาธารณะ และเพื่อให้ประชาชนมีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศที่กำลังจะมาถึง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทยหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ขอแนะนำให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัด ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเขตใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด และรัฐบาลจะดำเนินการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ตามที่เรียกร้องหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรวางแผนการเดินทางให้มีความยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเมื่อต้องเดินทางในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

การขนส่ง

รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

แหล่งข่าวเดียว
รฟม. เปิดให้จอดรถฟรี 9 สถานี ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยประกาศให้บริการจอดรถฟรี ณ สถานีที่กำหนด 9 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดตัวโครงการจอดรถฟรีชั่วคราวสำหรับผู้ใช้บริการ โดยตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผู้ขับขี่สามารถใช้บริการที่จอดรถ ณ สถานีที่กำหนดไว้ 9 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงเครือข่ายระบบรางสำหรับผู้เดินทางและประชาชนทั่วไป การยกเว้นค่าธรรมเนียมการจอดรถในช่วงเวลา 7 วันนี้ รฟม. มุ่งหวังที่จะส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว นี่ถือเป็นโอกาสในการประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อวางแผนการเดินทางที่ต้องขับรถมายังสถานีเพื่อต่อรถไฟฟ้า

แม้ว่าประกาศดังกล่าวจะยืนยันวันที่และสถานที่ให้บริการจอดรถฟรีทั้ง 9 แห่งแล้ว แต่ขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบรายชื่อสถานีที่เข้าร่วมโครงการอย่างละเอียดผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ รฟม. ก่อนการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าโครงการนี้จะมีการขยายระยะเวลาออกไปเกินกว่าวันที่ 2 ตุลาคม หรือจะมีโครงการในลักษณะเดียวกันนี้ที่สถานีอื่นๆ ในอนาคตหรือไม่ ผู้ใช้บริการควรปฏิบัติตามกฎระเบียบการจอดรถที่ติดประกาศไว้ ณ สถานที่นั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

การขนส่ง

ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
ทีมพาเดลไทยเผชิญเหตุเที่ยวบินดีเลย์ 10 ชั่วโมงระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น

ทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ต้องติดค้างอยู่ที่สนามบินนานกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของสายการบินไทย

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทีมชาติไทยชุดลุยศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่น กำลังประสบปัญหาการเดินทางอย่างหนัก โดยทีมมีกำหนดออกเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG64 เมื่อเวลา 00.05 น. ของวันที่ 26 กันยายน 2569

ผู้โดยสารได้ขึ้นเครื่องบินในเวลา 02.35 น. แต่เที่ยวบินต้องถูกระงับหลังจากกัปตันแจ้งว่าเรดาร์ขัดข้อง หลังจากดำเนินการซ่อมแซม ผู้โดยสารได้ถูกย้ายไปรอที่เลาจน์ภายในสนามบินในเวลา 05.30 น. แม้ว่าจะมีการกำหนดเวลาออกเดินทางใหม่เป็น 09.00 น. แต่ต่อมาได้มีการเลื่อนออกไปเป็น 10.30 น. โดยทีมพาเดลไทยซึ่งมีผู้โดยสารคนสำคัญอื่นๆ ร่วมเดินทางด้วย ยังคงรอคอยความคืบหน้าอยู่ที่สนามบิน

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่จะเกิดความล่าช้าที่ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางระหว่างประเทศ แม้จะเป็นสายการบินขนาดใหญ่ก็ตาม ความล่าช้าดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันที่กระชั้นชิดหรือแผนการเดินทางต่อเครื่อง ณ เวลาที่มีการอัปเดตล่าสุด เวลาออกเดินทางที่แน่นอนยังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ และขอแนะนำให้ผู้โดยสารติดตามการแจ้งเตือนจากสายการบินอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเที่ยวบินจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินเมื่อใด และความล่าช้านี้จะส่งผลกระทบต่อการเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ของทีมหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการระดมกำลังรับมืออุทกภัยทั่วประเทศ

รัฐบาลไทยสั่งการให้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่ารัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเร่งด่วนทั่วประเทศ โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลหนักเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้ถือเป็นช่วงการจัดการภาวะฉุกเฉิน โดยเจ้าหน้าที่มีหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนแบบเรียลไทม์เมื่อพบความเสี่ยง หากท่านอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่อย่างเคร่งครัด เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อเส้นทางการคมนาคม บริการสาธารณูปโภค และการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ

แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งมั่นในการเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินนี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบจากอุทกภัย และคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่อพยพหรือการปิดเส้นทางคมนาคมตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:20 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักท่วมปากช่อง! กู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้าน

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอปากช่องและวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ต้องมีการอพยพฉุกเฉิน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องหลายวันได้ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หลายแห่งในอำเภอปากช่องและอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา โดยน้ำป่าดังกล่าวมีต้นทางมาจากเทือกเขาใหญ่และได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนหลายแห่ง

ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้เรือในการอพยพชาวบ้านที่ติดค้างอยู่เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ระบุว่าระดับน้ำในพื้นที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากและเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ถือเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอปากช่องหรืออำเภอวังน้ำเขียว หรือผู้ที่มีแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว ควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด ติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัดและหน่วยงานกู้ภัยอย่างเคร่งครัด ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ในขณะนี้ ยังต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แน่ชัด โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจรและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมต่อไปตามสถานการณ์ที่พัฒนาขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

เศรษฐกิจ

ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 รับมือเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินหน้าโครงการอุดหนุน 60/40 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 เพื่อประคองกำลังซื้อท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงาน

ตามรายงานจาก Thai Post นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ยืนยันการเดินหน้าโครงการ 'ไทยช่วยไทย พลัส' 60/40 เฟส 2 โดยโครงการนี้ออกแบบมาเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาสินค้าในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้น

รัฐบาลมุ่งหวังที่จะสนับสนุนทั้งผู้บริโภคและผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลงจากภาวะเงินเฟ้อ การให้ความช่วยเหลือทางการเงินนี้ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่าน นอกเหนือจากการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้นแล้ว รัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาวินัยทางการคลัง ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และแหล่งพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แม้ว่าเงินอุดหนุนนี้จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอยู่ในระดับที่จัดการได้ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาตลาดนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับระยะเวลาที่แน่นอนของเฟสนี้ หรือเกณฑ์เฉพาะสำหรับการเข้าร่วมของผู้ค้า ซึ่งคาดว่าจะมีการชี้แจงเพิ่มเติมในการประกาศอย่างเป็นทางการในลำดับถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:22 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตือนเฝ้าระวังน้ำท่วมต่อเนื่อง หลังคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกประกาศเตือนเรื่องฝนที่ตกต่อเนื่องและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

เมื่อเช้าวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำและระบบควบคุมน้ำของเมือง หลังจากมีรายงานเกี่ยวกับฝนที่ตกวนเวียนไม่ไปไหน ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าแม้ระดับน้ำจะทรงตัวได้ชั่วคราว แต่การที่มีฝนเติมเข้ามาอีกทำให้สถานการณ์ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต

คลองสายหลักทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงคลองแสนแสบ คลองประเวศ คลองลาดพร้าว และคลองเปรมประชากร ขณะนี้มีระดับน้ำเต็มความจุ โดยพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ถือเป็นจุดที่น่ากังวลที่สุด ในขณะที่ฝั่งธนบุรีสถานการณ์ยังค่อนข้างคงที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ ผู้ว่าฯ ได้แนะนำให้ประชาชนขนย้ายทรัพย์สินมีค่าและรถยนต์ขึ้นที่สูง หากกังวลเรื่องความปลอดภัยของยานพาหนะ สามารถนำไปจอดในพื้นที่ที่สำนักงานเขตหรือโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ให้ได้

แม้เจ้าหน้าที่กทม. จะเร่งสูบน้ำเพื่อระบายออกอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนและผู้ที่เดินทางในพื้นที่ได้รับผลกระทบควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ว่าฯ เน้นย้ำว่าความกังวลหลักคือปริมาณฝนที่จะตกลงมาเพิ่ม ซึ่งอาจทำให้ระบบคลองที่อิ่มตัวอยู่แล้วรับมือได้ยากขึ้น ทั้งนี้ยังไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด และเมืองยังคงอยู่ในสถานะเฝ้าระวังขั้นสูง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 03:21 UTC

การอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกวุฒิสภาในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกวุฒิสภาในประเทศไทย

คอลัมน์ล่าสุดใน Thai Post สำรวจการอภิปรายสาธารณะและการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับคำว่า 'ฮั้ว' ในบริบทของการคัดเลือกวุฒิสภา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกวุฒิสภาในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
การอภิปรายสาธารณะเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกวุฒิสภาในประเทศไทย

คอลัมน์ล่าสุดใน Thai Post สำรวจการอภิปรายสาธารณะและการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับคำว่า 'ฮั้ว' ในบริบทของการคัดเลือกวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 Thai Post ได้ตีพิมพ์คอลัมน์ที่อภิปรายถึงคำศัพท์และวาทกรรมสาธารณะเกี่ยวกับการคัดเลือกวุฒิสภาไทย บทความนี้มุ่งเน้นไปที่คำว่า 'ฮั้ว' ซึ่งเป็นคำภาษาไทยที่ใช้เรียกการสมรู้ร่วมคิดหรือกระบวนการที่ไม่โปร่งใส ในบริบทของกลไกการคัดเลือกวุฒิสภา

ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นถึงความแพร่หลายของหัวข้อนี้ในการสนทนาสาธารณะ โดยตั้งข้อสังเกตว่าแม้คำนี้จะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง แต่ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความชัดเจนว่าอะไรคือ 'ฮั้ว' เมื่อเทียบกับแนวทางการคัดเลือกที่ถูกต้องตามกฎหมาย บทความนี้ทำหน้าที่เป็นบทวิจารณ์เกี่ยวกับความโปร่งใสและการรับรู้ของสาธารณชนต่อสถาบันทางการเมืองในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เน้นย้ำถึงธรรมชาติของการอภิปรายทางการเมืองที่กระตือรือร้นและมักจะวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศ การเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับบรรยากาศทางการเมืองในท้องถิ่นและการตรวจสอบกระบวนการของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ได้นำเสนอหลักฐานใหม่ของการกระทำผิดที่เฉพาะเจาะจง และไม่ได้ยืนยันการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการใดๆ ต่อระบบการคัดเลือก ณ ปัจจุบัน การอภิปรายยังคงอยู่ในขอบเขตของบทวิจารณ์ทางการเมืองและความคิดเห็นของสาธารณชน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่ และยังคงต้องติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างหรือกฎเกณฑ์การคัดเลือกวุฒิสภาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 15:36 UTC

สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570

สภาผู้แทนราษฎรไทยได้ผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 แล้ว โดยขณะนี้ความสนใจมุ่งไปที่การจัดสรรงบกลางจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดการกับวิกฤตพลังงาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570

สภาผู้แทนราษฎรไทยได้ผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 แล้ว โดยขณะนี้ความสนใจมุ่งไปที่การจัดสรรงบกลางจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและจัดการกับวิกฤตพลังงาน

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2570 สภาผู้แทนราษฎรไทยได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในการประชุมนัดพิเศษที่มีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานการประชุม โดยร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 338 ต่อ 144 เสียง

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ขณะนี้ความสนใจในด้านนิติบัญญัติได้เปลี่ยนไปสู่การที่รัฐบาลจะดำเนินการใช้งบกลางจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งงบประมาณส่วนนี้ถูกจัดสรรไว้สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการบ่งชี้ถึงลำดับความสำคัญทางการคลังของรัฐบาลสำหรับปีที่จะถึงนี้ การนำเงินงบประมาณเหล่านี้ไปใช้จ่ายอาจส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจในท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านพลังงานหรือความพร้อมในการให้บริการสาธารณะ

แม้ว่าร่างงบประมาณจะผ่านขั้นตอนทางนิติบัญญัติไปแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาและกลไกที่แน่ชัดในการจัดสรรงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามแผนเหล่านี้อย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าจะเข้าถึงภาคส่วนที่ตั้งเป้าไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประกาศเพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงว่าเงินทุนเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับภาคพลังงานและกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 16:15 UTC

สส. พรรคประชาชนอภิปรายงบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. พรรคประชาชนอภิปรายงบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

สมาชิกพรรคประชาชนได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับงบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทยระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. พรรคประชาชนอภิปรายงบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
สส. พรรคประชาชนอภิปรายงบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

สมาชิกพรรคประชาชนได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับงบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งประเทศไทยระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 สมาชิกพรรคประชาชนได้เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณางบประมาณแผ่นดิน โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดสรรงบประมาณที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร้องขอ ตามรายงานของมติชนออนไลน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านได้ตรวจสอบการใช้จ่ายที่เสนอ โดยต้องการความชัดเจนว่าคณะกรรมการตั้งใจจะใช้เงินสาธารณะอย่างไร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การอภิปรายในรัฐสภานี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงการกำกับดูแลหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการกระบวนการเลือกตั้งของประเทศ แม้ว่าการอภิปรายงบประมาณจะเป็นส่วนหนึ่งของรอบการทำงานทางนิติบัญญัติ แต่การตรวจสอบโดยพรรคประชาชนสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนต่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ กกต. การทำความเข้าใจการอภิปรายเหล่านี้ช่วยให้เห็นถึงลำดับความสำคัญด้านการบริหารของคณะกรรมการ ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางประชาธิปไตยของประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อซักถามเหล่านี้อย่างไร และงบประมาณที่เสนอจะมีการปรับเปลี่ยนตามประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาในระหว่างการประชุมหรือไม่ กระบวนการพิจารณาของรัฐสภายังคงดำเนินอยู่ และคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงบประมาณสุดท้ายที่อนุมัติสำหรับคณะกรรมการการเลือกตั้งออกมาในขณะที่กระบวนการทางนิติบัญญัติดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 15:35 UTC

จาตุรนต์ ฉายแสง เรียกร้องให้ปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

จาตุรนต์ ฉายแสง เรียกร้องให้ปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น

จาตุรนต์ ฉายแสง นักการเมืองชื่อดัง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการทุจริตและการขาดอำนาจตัดสินใจของท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

จาตุรนต์ ฉายแสง เรียกร้องให้ปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
จาตุรนต์ ฉายแสง เรียกร้องให้ปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น

จาตุรนต์ ฉายแสง นักการเมืองชื่อดัง เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการทุจริตและการขาดอำนาจตัดสินใจของท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการยกเลิก 'เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ' ที่จัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนายจาตุรนต์ให้เหตุผลว่ากลไกการจัดสรรงบประมาณในปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งที่มาสำคัญของการทุจริต ซึ่งมักเชื่อมโยงกับเส้นสายทางการเมืองและระบบเงินทอน

แทนที่จะใช้ระบบปัจจุบันซึ่งเขามองว่าเป็นการรวมศูนย์อำนาจและเอื้อต่อการทุจริต นายจาตุรนต์เสนอให้คืนอำนาจการตัดสินใจ 100% ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเสนอว่าท้องถิ่นควรมีอิสระเต็มที่ในการบริหารงบประมาณเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ดียิ่งขึ้น โดยปราศจากการแทรกแซงจากเงื่อนไขการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับประสิทธิภาพและความโปร่งใสของการบริหารงานท้องถิ่นในประเทศไทย หากมีการนำไปปฏิบัติจริง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อวิธีการจัดสรรงบประมาณและการบริหารโครงการโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงบริการสาธารณะในจังหวัดต่างๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเพียงข้อเสนอทางการเมืองจากบุคคลหนึ่งเท่านั้น ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับการยกเลิกเงินอุดหนุนดังกล่าว และความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนไปสู่รูปแบบงบประมาณที่กระจายอำนาจอย่างเต็มรูปแบบยังคงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันในเชิงนิติบัญญัติและบริหารต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศนโยบายจากรัฐบาลในอนาคตเพื่อดูว่าข้อเสนอนี้จะได้รับการตอบรับจากรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 14:15 UTC

รัฐสภาไทยผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐสภาไทยผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

สภาผู้แทนราษฎรไทยมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐสภาไทยผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
รัฐสภาไทยผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

สภาผู้แทนราษฎรไทยมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรไทยได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในวาระที่ 2 อย่างเป็นทางการ ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาด้วยคะแนนเสียง 338 ต่อ 144 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง การประชุมปิดลงในเวลา 18.00 น. หลังจากที่สภาฯ พิจารณามาตราที่เหลือตั้งแต่มาตรา 33 ถึงมาตรา 41 จนครบถ้วน

มาตราสุดท้ายเหล่านี้ครอบคลุมการจัดสรรงบประมาณในด้านต่างๆ รวมถึงงบประมาณสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานของรัฐ สภากาชาดไทย ส่วนราชการในพระองค์ แผนงานบูรณาการ รายจ่ายบุคลากรภาครัฐ ทุนหมุนเวียน แผนงานบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ และรายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง โดยการพิจารณาในช่วงท้ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความคืบหน้าทางนิติบัญญัตินี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการรับประกันการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนบริการสาธารณะที่จำเป็นและการดำเนินงานของรัฐสำหรับปีงบประมาณที่จะถึงนี้ การจัดสรรงบประมาณส่งผลโดยตรงต่อการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน บริการสาธารณสุข และการบริหารจัดการส่วนต่างๆ ที่สนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันในประเทศ แม้ว่าการพิจารณาวาระที่ 2 จะเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่การประกาศใช้ร่างงบประมาณฉบับนี้ยังคงต้องผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติตามขั้นตอนของระบบรัฐสภาไทยต่อไปก่อนที่จะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 14:16 UTC

สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่างงบประมาณปี 2569
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่างงบประมาณปี 2569

สภาผู้แทนราษฎรไทยมีมติเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 หลังการอภิปรายนาน 4 วัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่างงบประมาณปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
สภาผู้แทนราษฎรไทยผ่านร่างงบประมาณปี 2569

สภาผู้แทนราษฎรไทยมีมติเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 หลังการอภิปรายนาน 4 วัน

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 สภาผู้แทนราษฎรไทยได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 อย่างเป็นทางการ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 388 ต่อ 144 เสียง ปิดฉากการอภิปรายในสภาที่ดำเนินมาอย่างเข้มข้นตลอด 4 วัน

ในระหว่างการประชุม นายชยพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบประมาณในบางส่วน รวมถึงงบประมาณสำหรับหลักสูตรของสภาการพัฒนาการเมือง (พตส.) ซึ่งเขาได้ระบุว่าเป็นแหล่งรวมตัวของบุคคลที่มีชื่อเสียงในค่ายการเมืองสีน้ำเงิน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การผ่านงบประมาณนี้ถือเป็นก้าวสำคัญเนื่องจากเป็นตัวกำหนดทิศทางการใช้จ่ายของรัฐบาลในปีงบประมาณหน้า ซึ่งจะมีผลต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ การบริการภาครัฐ และนโยบายทางเศรษฐกิจ แม้ว่าร่างกฎหมายจะผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่กระบวนการทางกฎหมายยังต้องผ่านขั้นตอนอื่นๆ รวมถึงการพิจารณาของวุฒิสภาและการทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธยก่อนที่จะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายอย่างสมบูรณ์ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าข้อกังวลที่หยิบยกขึ้นมาในระหว่างการอภิปรายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณจะได้รับการแก้ไขอย่างไรในช่วงการนำไปปฏิบัติจริง ขณะนี้รัฐบาลได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะเดินหน้าตามวาระทางการเงินสำหรับปีงบประมาณ 2569 แล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 14:16 UTC

รัฐบาลดำเนินมาตรการใหม่เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างนักศึกษาที่มีมาอย่างยาวนาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลดำเนินมาตรการใหม่เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างนักศึกษาที่มีมาอย่างยาวนาน

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ประกาศ 4 มาตรการเข้มงวดเพื่อจัดการกับเหตุปะทะรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำซากระหว่างนักศึกษาอุเทนถวายและปทุมวัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลดำเนินมาตรการใหม่เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างนักศึกษาที่มีมาอย่างยาวนาน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลดำเนินมาตรการใหม่เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างนักศึกษาที่มีมาอย่างยาวนาน

รองนายกรัฐมนตรียศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ประกาศ 4 มาตรการเข้มงวดเพื่อจัดการกับเหตุปะทะรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำซากระหว่างนักศึกษาอุเทนถวายและปทุมวัน

หลังจากเกิดเหตุรุนแรงที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามเมื่อวันที่ 7 กันยายน รัฐบาลไทยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื้อรังระหว่างนักศึกษาจากอุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้ประกาศ 4 มาตรการเด็ดขาดเพื่อยับยั้งความรุนแรง ซึ่งในอดีตได้ลุกลามจากความขัดแย้งส่วนบุคคลไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างกลุ่ม จนเป็นอันตรายต่อประชาชนในใจกลางย่านการค้าและการคมนาคมของกรุงเทพฯ

กลยุทธ์ใหม่ของรัฐบาลประกอบด้วย: การงดการเรียนการสอนในพื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือนเพื่อลดความเสี่ยงทันที; การเร่งจัดพื้นที่ใหม่ให้อุเทนถวายทั้งชั่วคราวและถาวร; การกำหนดให้ปทุมวันจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านโดยเชื่อมโยงการเรียนกับภาคอุตสาหกรรม; และการพัฒนาพื้นที่เดิมให้เป็นพื้นที่ด้านการศึกษา นวัตกรรม และประโยชน์สาธารณะแทนการปล่อยให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากพื้นที่ปทุมวัน-สยามสแควร์เป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และการคมนาคม การแทรกแซงของรัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความปลอดภัยและปกป้องภาพลักษณ์ของประเทศ แม้ว่าผู้สังเกตการณ์จะมองว่ามาตรการเหล่านี้เป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ประสิทธิภาพของการนำไปปฏิบัติยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากความพยายามในการแก้ไขปัญหาในอดีตมักถูกวิจารณ์ว่าล่าช้าเกินกว่าจะหยุดยั้งวงจรความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 12:56 UTC

ข้อถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560 และกระบวนการคัดเลือก สว. ทวีความรุนแรงขึ้น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560 และกระบวนการคัดเลือก สว. ทวีความรุนแรงขึ้น

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้จุดประเด็นถกเถียงสาธารณะเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560 และกระบวนการคัดเลือก สว. ทวีความรุนแรงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
ข้อถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2560 และกระบวนการคัดเลือก สว. ทวีความรุนแรงขึ้น

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้จุดประเด็นถกเถียงสาธารณะเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้กล่าวถึงรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยเน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว. ชุดปัจจุบัน ซึ่งประเด็นสำคัญคือ สว. ชุดนี้สามารถเป็นตัวแทนของกลุ่มสังคมต่างๆ ได้จริงตามเจตนารมณ์ของผู้ร่างหรือไม่

การตรวจสอบจากสาธารณะเข้มข้นขึ้นหลังจากมีรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร สว. จำนวน 1,767 คน เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือสมัครผิดกลุ่ม นอกจากนี้ ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วและการกระทำที่อาจไม่สุจริตในระหว่างกระบวนการคัดเลือกได้นำไปสู่ความกังขาของประชาชนในวงกว้าง นักวิจารณ์กำลังตั้งคำถามว่าสมาชิก สว. ชุดปัจจุบันได้รับการคัดเลือกผ่านกระบวนการที่โปร่งใสจริงหรือไม่ หรือมีการแทรกแซงจากวาระภายนอก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองและข้อถกเถียงที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความชอบธรรมของสถาบันนิติบัญญัติในประเทศไทย แม้นายนครินทร์จะระบุว่า 'ทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา' ในแง่ของความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ประเด็นสำคัญที่ยังต้องติดตามคือ กกต. จะรับรอง สว. ชุดปัจจุบันอย่างไร หรือเรื่องนี้จะต้องจบลงที่ศาลฎีกาหรือไม่ ยังคงต้องรอการยืนยันว่า กกต. จะจัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสเหล่านี้อย่างไร และความถูกต้องของกระบวนการคัดเลือก สว. จะถูกท้าทายในชั้นศาลอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 12:56 UTC

พรรคภูมิใจไทยโต้กลับ อ้างมีการวางธงคดีฮั้ว สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคภูมิใจไทยโต้กลับ อ้างมีการวางธงคดีฮั้ว สว.

นายศุภชัย ใจสมุทร สส. พรรคภูมิใจไทย ระบุว่าการสอบสวนคดีฮั้ว สว. มีธงทางการเมืองและมีการวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคภูมิใจไทยโต้กลับ อ้างมีการวางธงคดีฮั้ว สว.

แหล่งข่าวเดียว
พรรคภูมิใจไทยโต้กลับ อ้างมีการวางธงคดีฮั้ว สว.

นายศุภชัย ใจสมุทร สส. พรรคภูมิใจไทย ระบุว่าการสอบสวนคดีฮั้ว สว. มีธงทางการเมืองและมีการวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น

ในการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายขององค์กรอิสระ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายถึงกรณีการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหา 229 คนในคดีฮั้วการเลือก สว. โดยระบุว่ากระบวนการดังกล่าวมีธงทางการเมืองและมีการวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น ตามรายงานของ Thai Post นายศุภชัยอ้างว่าคดีที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้นมีเป้าหมายเพื่อเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาโดยเฉพาะ

นายศุภชัยยังกล่าวอ้างว่าผู้ร้องเรียนเป็นกลุ่มผู้สมัคร สว. ซึ่งรวมถึงอดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยมองว่าข้อกล่าวหาต่อพรรคภูมิใจไทยเป็นการป้ายสี พร้อมทั้งเตือนให้ประชาชนจับตาดูเหตุการณ์ที่อาจสร้างความตกใจในวันที่ 14 กันยายนนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความขัดแย้งทางการเมืองนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา แม้ว่าในขณะนี้กระบวนการทางกฎหมายจะยังอยู่ในขอบเขตของการเมือง แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจส่งผลต่อเสถียรภาพในการบริหารงานหรือนำไปสู่การอภิปรายในสภาเพิ่มเติม ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าจะมีเหตุการณ์ "สุดช็อก" เกิดขึ้นจริงในวันที่ 14 กันยายนหรือไม่ และทาง กกต. จะมีการชี้แจงต่อข้อกล่าวหาเรื่องความไม่เป็นกลางนี้อย่างไร ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับสถานะของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 12:36 UTC

สส. รักชนก ศรีนอก ตั้งข้อสังเกตงบประมาณ กกต. และกระบวนการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. รักชนก ศรีนอก ตั้งข้อสังเกตงบประมาณ กกต. และกระบวนการคัดเลือก สว.

รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน วิพากษ์วิจารณ์งบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้งและตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว.

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. รักชนก ศรีนอก ตั้งข้อสังเกตงบประมาณ กกต. และกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
สส. รักชนก ศรีนอก ตั้งข้อสังเกตงบประมาณ กกต. และกระบวนการคัดเลือก สว.

รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน วิพากษ์วิจารณ์งบประมาณของคณะกรรมการการเลือกตั้งและตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว.

ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน ได้อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยอ้างอิงรายงานจาก Thai Post ซึ่งระบุว่า รักชนกได้หยิบยกข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เกี่ยวกับการบริหารจัดการทางการเงินของ กกต. โดยเสนอแนะให้หน่วยงานควรมีการทำงานเชิงรุกมากขึ้นในการปฏิบัติหน้าที่

นอกเหนือจากประเด็นด้านงบประมาณแล้ว รักชนกยังได้ใช้โอกาสนี้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการที่น่าสงสัยว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา โดยระบุว่าตนมีข้อมูลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสเหล่านี้และขู่ว่าจะดำเนินการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันการเลือกตั้งและกระบวนการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของไทย แม้ว่า สส. จะได้ประกาศเจตจำนงในการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อสาธารณะแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงของขบวนการฮั้วและผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เกี่ยวข้องนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเป็นประเด็นที่อยู่ในกระบวนการทางรัฐสภา ผู้ที่สนใจควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กกต. และความคืบหน้าในสภา เพื่อทำความเข้าใจว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะส่งผลต่อการปฏิรูปการบริหารหรือเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 12:36 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยพบปะชุมชนไทยและเยี่ยมชมวัดไทยในนอร์เวย์
การเมือง ได้รับการยืนยัน

นายกรัฐมนตรีไทยพบปะชุมชนไทยและเยี่ยมชมวัดไทยในนอร์เวย์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปิดท้ายการเยือนนอร์เวย์ด้วยการพบปะกับชุมชนไทยในท้องถิ่นและเยี่ยมชมวัดไทย

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยพบปะชุมชนไทยและเยี่ยมชมวัดไทยในนอร์เวย์

ได้รับการยืนยัน
นายกรัฐมนตรีไทยพบปะชุมชนไทยและเยี่ยมชมวัดไทยในนอร์เวย์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปิดท้ายการเยือนนอร์เวย์ด้วยการพบปะกับชุมชนไทยในท้องถิ่นและเยี่ยมชมวัดไทย

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปพบปะกับชุมชนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศนอร์เวย์ ตามรายงานจาก Thai Post การพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะมีกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทย

ในส่วนหนึ่งของกำหนดการ นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมชมวัดไทยในท้องถิ่น การเยือนในลักษณะทางการทูตและวัฒนธรรมเช่นนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนไทยในต่างแดน และให้การสนับสนุนสถาบันทางศาสนาซึ่งมักทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเยือนดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของรัฐบาลไทยในการรักษาความสัมพันธ์กับพลเมืองของตนในต่างประเทศ แม้ว่าการเยือนครั้งนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทูตทางวัฒนธรรม แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามีการหารือเชิงนโยบายหรือข้อตกลงทวิภาคีใดๆ เกี่ยวกับชุมชนไทยในนอร์เวย์ที่ได้ข้อสรุปในระหว่างการเดินทางครั้งนี้หรือไม่ การเยือนของนายกรัฐมนตรีถือเป็นสัญลักษณ์ของการสนับสนุนชุมชนชาวไทยในต่างแดนและการอนุรักษ์วัฒนธรรมและศาสนาไทยในยุโรปเหนือ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 11:57 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยเยี่ยมชมวัดไทยในนอร์เวย์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทยเยี่ยมชมวัดไทยในนอร์เวย์

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เยี่ยมชมวัดไทยในกรุงออสโลเพื่อพบปะกับชุมชนชาวไทยในท้องถิ่นก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยเยี่ยมชมวัดไทยในนอร์เวย์

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทยเยี่ยมชมวัดไทยในนอร์เวย์

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เยี่ยมชมวัดไทยในกรุงออสโลเพื่อพบปะกับชุมชนชาวไทยในท้องถิ่นก่อนเดินทางกลับประเทศไทย

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปเยี่ยมชมวัดไทยในกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ตามรายงานของ Khaosod Online นายกรัฐมนตรีได้พบปะกับสมาชิกชุมชนชาวไทยในท้องถิ่นที่มารอให้การต้อนรับและมอบดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจ ในระหว่างการเยี่ยมชมซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายอนุทินได้เข้ากราบนมัสการพระราชวชิรศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์และประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเยือนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่แข็งขันของบุคคลสำคัญทางการทูตและการเมืองของไทยในการรักษาความสัมพันธ์กับชุมชนชาวไทยในยุโรป วัดถือเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและสังคมที่สำคัญสำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งมักทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์รวมสำหรับการมีส่วนร่วมของชุมชน แม้ว่าการเยือนของนายกรัฐมนตรีจะเป็นเพียงการแวะพักทางการทูตช่วงสั้นๆ แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของสถานที่ทางศาสนาเหล่านี้ในการส่งเสริมอัตลักษณ์ของชาติในหมู่พลเมืองที่อยู่ต่างแดน นายอนุทินมีกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยในเช้าวันที่ 11 กันยายน 2569 ทั้งนี้ ไม่มีการรายงานภารกิจทางการอื่นๆ เกี่ยวกับการเดินทางครั้งนี้ และผลกระทบระยะยาวของการเยือนครั้งนี้ต่อความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนยังคงต้องติดตามต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 12:15 UTC

รัฐมนตรีสั่งระดมเครื่องจักรขุดหารอยน้ำมันรั่วพระราม 3 ตลอด 24 ชม.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีสั่งระดมเครื่องจักรขุดหารอยน้ำมันรั่วพระราม 3 ตลอด 24 ชม.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งระดมทีมงานและเครื่องจักรเพื่อเร่งหาต้นตอของน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 พร้อมจี้ผู้ประกอบการเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีสั่งระดมเครื่องจักรขุดหารอยน้ำมันรั่วพระราม 3 ตลอด 24 ชม.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีสั่งระดมเครื่องจักรขุดหารอยน้ำมันรั่วพระราม 3 ตลอด 24 ชม.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งระดมทีมงานและเครื่องจักรเพื่อเร่งหาต้นตอของน้ำมันรั่วในพื้นที่พระราม 3 พร้อมจี้ผู้ประกอบการเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้มีการปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อค้นหาแหล่งที่มาของน้ำมันรั่วที่พบในพื้นที่พระราม 3 โดยรัฐมนตรีได้ระดมทีมงานผู้เชี่ยวชาญและเครื่องจักรหนักเพื่อดำเนินการขุดสำรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อระบุจุดกำเนิดของการปนเปื้อนที่แน่ชัด

นายเอกนัฏได้ออกคำสั่งไปยังผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง โดยกำชับให้เร่งดำเนินการตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน ขณะนี้การปฏิบัติงานยังคงดำเนินอยู่โดยมีเจ้าหน้าที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อควบคุมสถานการณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สัญจรในพื้นที่พระราม 3 เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางจุดหรือมีการจำกัดพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีการขุดสำรวจในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการควบคุมการรั่วไหล แม้ว่ารัฐมนตรีจะเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา แต่สาเหตุที่แน่ชัดของการรั่วไหลและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวจะปลอดภัยเต็มที่หรือสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปิดพื้นที่หรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 11:55 UTC

อดีต กกต. ชี้ข้อกังวลกระบวนการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีต กกต. ชี้ข้อกังวลกระบวนการคัดเลือก สว.

สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่ามีนักการเมือง 6 จาก 22 คนที่อาจเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีต กกต. ชี้ข้อกังวลกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
อดีต กกต. ชี้ข้อกังวลกระบวนการคัดเลือก สว.

สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่ามีนักการเมือง 6 จาก 22 คนที่อาจเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ครั้งล่าสุด โดยนายสมชัยระบุว่า จากนักการเมือง 22 คนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ มี 6 คนที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายควรสงสัยว่าอาจมีการฮั้วหรือการแทรกแซงกระบวนการคัดเลือก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของสภาสูง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นด้านการบริหารและกฎหมายของกระบวนการคัดเลือก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อความโปร่งใสของสถาบันประชาธิปไตยในไทย

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะส่งเรื่องเหล่านี้ไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดหรือไม่ ในขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ และยังไม่มีคำตัดสินทางกฎหมายใดๆ เกี่ยวกับบุคคลที่ถูกกล่าวถึง ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูการทำงานของ กกต. ว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อจัดการกับข้อสงสัยเรื่องการกระทำผิดดังกล่าวอย่างไร กระบวนการนี้ยังคงดำเนินอยู่ และสาธารณชนกำลังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าคดีเหล่านี้จะเข้าสู่กระบวนการทางศาลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 11:55 UTC

ความตึงเครียดทางการเมืองพุ่งสูงขึ้นกรณีการตรวจสอบงบประมาณของ กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดทางการเมืองพุ่งสูงขึ้นกรณีการตรวจสอบงบประมาณของ กกต.

นักการเมืองชื่อสาธิตได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมาธิการงบประมาณอย่างเปิดเผย โดยกล่าวหาว่าปกป้องคณะกรรมการการเลือกตั้งในประเด็นข้อพิพาทเรื่องการคัดเลือก ส.ว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองพุ่งสูงขึ้นกรณีการตรวจสอบงบประมาณของ กกต.

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองพุ่งสูงขึ้นกรณีการตรวจสอบงบประมาณของ กกต.

นักการเมืองชื่อสาธิตได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมาธิการงบประมาณอย่างเปิดเผย โดยกล่าวหาว่าปกป้องคณะกรรมการการเลือกตั้งในประเด็นข้อพิพาทเรื่องการคัดเลือก ส.ว.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 Matichon Online รายงานว่านักการเมืองชื่อสาธิตได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการทำงานของคณะกรรมาธิการงบประมาณ โดยสาธิตกล่าวหาว่าคณะกรรมาธิการฯ ปกป้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยการปิดกั้นการซักถามในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อสงสัยเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) พร้อมทั้งเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการฯ ส่งสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องไปยังศาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของสถาบันและความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง แม้ว่าข้อพิพาทในรัฐสภาเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในบริบทการเมืองไทย แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณและความรับผิดชอบทางกฎหมายของหน่วยงานรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามว่าคณะกรรมาธิการงบประมาณจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้ และสำนวนคดีที่ถูกเรียกร้องจะถูกส่งไปยังศาลจริงหรือไม่ ปัจจุบันยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะ ความปลอดภัย หรือกิจวัตรประจำวันของผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือจะเป็นเพียงประเด็นถกเถียงในรัฐสภาต่อไป ทั้งนี้ SawaLife จะคอยติดตามรายงานอย่างเป็นทางการเพื่ออัปเดตสถานการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 11:56 UTC

ไทยยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคคุมรีวิวอินฟลูเอนเซอร์และส่งเสริม SME
การเมือง ได้รับการยืนยัน

ไทยยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคคุมรีวิวอินฟลูเอนเซอร์และส่งเสริม SME

รัฐมนตรีศุภมาส อิศรภักดี ลงนามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นการกำกับดูแลการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์และการส่งเสริม SME ที่น่าเชื่อถือ

Matichon Online + 2 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคคุมรีวิวอินฟลูเอนเซอร์และส่งเสริม SME

ได้รับการยืนยัน
ไทยยกระดับคุ้มครองผู้บริโภคคุมรีวิวอินฟลูเอนเซอร์และส่งเสริม SME

รัฐมนตรีศุภมาส อิศรภักดี ลงนามบันทึกความเข้าใจ 2 ฉบับ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเน้นการกำกับดูแลการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์และการส่งเสริม SME ที่น่าเชื่อถือ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 Matichon Online รายงานว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2 ฉบับ เพื่อยกระดับการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) โดยมุ่งเน้นการใช้แนวทางเชิงรุกเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแลการรีวิวของอินฟลูเอนเซอร์ การกำหนดมาตรการตรวจสอบเนื้อหาโฆษณาที่เข้มงวดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อลดการโฆษณาที่เกินจริงและเพิ่มความโปร่งใสในตลาดดิจิทัล นอกจากนี้ การผลักดัน 'SME ที่น่าเชื่อถือ' ยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าจากธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ซื้อระบุผู้ขายที่เชื่อถือได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าข้อตกลงเหล่านี้จะเป็นการแสดงความมุ่งมั่นอย่างเป็นทางการต่อการปฏิรูปกฎระเบียบ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะกลไกที่แน่ชัดในการตรวจสอบเนื้อหาของอินฟลูเอนเซอร์และเกณฑ์เฉพาะสำหรับการรับรอง 'SME ที่น่าเชื่อถือ' ซึ่งยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้มาตรฐานใหม่เหล่านี้และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อแนวทางการตลาดดิจิทัลในปัจจุบัน ความคิดริเริ่มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในวงกว้างที่จะปรับปรุงกรอบการคุ้มครองผู้บริโภคให้สอดคล้องกับแนวโน้มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 2 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 10:15 UTC

สส.ภูมิใจไทยวิจารณ์การสอบสวนคดีเลือกสว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส.ภูมิใจไทยวิจารณ์การสอบสวนคดีเลือกสว.

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของการสอบสวนกรณีการฮั้วเลือก สว. ปี 2567

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส.ภูมิใจไทยวิจารณ์การสอบสวนคดีเลือกสว.

แหล่งข่าวเดียว
สส.ภูมิใจไทยวิจารณ์การสอบสวนคดีเลือกสว.

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งคำถามต่อความโปร่งใสของการสอบสวนกรณีการฮั้วเลือก สว. ปี 2567

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ในระหว่างการอภิปรายงบประมาณในสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวถึงการสอบสวนกระบวนการเลือก สว. ปี 2567 โดยนายศุภชัยโต้แย้งว่าการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนกันยายน 2567 หลังจากการเลือกในเดือนมิถุนายน 2567 ดูเหมือนจะมีแรงจูงใจทางการเมือง โดยเฉพาะการตั้งเป้าไปที่บุคคล 229 คน ซึ่งนายศุภชัยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการดำเนินการที่มุ่งหวังจะล้มพรรคภูมิใจไทย

นายศุภชัยวิจารณ์กระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ โดยอ้างว่ามีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มพยายามผลักดันวาระเฉพาะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว. ด้านนายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ชี้แจงในระหว่างการประชุมว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของรัฐบาลชุดก่อนในคดีนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติของไทย แม้ว่าการอภิปรายในสภาจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบหน่วยงานอิสระอย่างดีเอสไอและคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่ผลทางกฎหมายของคดีฮั้ว สว. ยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความคืบหน้าในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ทั้งนี้ รายงานนี้อ้างอิงจากคำแถลงในสภาและไม่ใช่การประเมินทางกฎหมายต่อการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 11:36 UTC

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากการสอบสวนกระบวนการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากการสอบสวนกระบวนการคัดเลือก สว.

นักการเมืองชื่อดังวิพากษ์วิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับการตรวจสอบบุคคล 229 คนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากการสอบสวนกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากการสอบสวนกระบวนการคัดเลือก สว.

นักการเมืองชื่อดังวิพากษ์วิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับการตรวจสอบบุคคล 229 คนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ นักการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'บังซุป' ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่า DSI ได้ตั้งธงผลการสอบสวนไว้ล่วงหน้าเกี่ยวกับบุคคล 229 คนที่ถูกสงสัยว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา บังซุปได้กล่าวเป็นนัยว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 กันยายนนี้อาจสร้างความประหลาดใจให้กับสาธารณชนอย่างมาก

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าบังซุปได้ชื่นชมการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยโต้แย้งว่าไม่ควรมีการตัดงบประมาณของหน่วยงานดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐและกระบวนการเลือกตั้งอย่างเข้มข้น

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า DSI จะนำเสนอหลักฐานหรือดำเนินการอย่างไรในวันที่ 14 กันยายน และข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันนี้จะนำไปสู่การตั้งข้อหาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า 'ความช็อก' ที่สัญญาไว้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือการสอบสวนจะดำเนินต่อไปตามช่องทางบริหารปกติ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรตระหนักว่าวาทกรรมทางการเมืองอาจทวีความรุนแรงขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 10 กันยายน 2026, 11:35 UTC