ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด ✦
กีฬา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง ✦
การขนส่ง น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ ✦
การขนส่ง น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ✦
เศรษฐกิจ ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน ✦
ความปลอดภัย กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต ✦
ความปลอดภัย ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ ✦
เหตุการณ์ สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival ✦
ความปลอดภัย

กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วม 3 จุด

กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาอุทกภัย ในขณะที่รัฐบาลเฝ้าระวังฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 กระทรวงมหาดไทยของไทยได้ออกคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนินแผนฉุกเฉิน 3 มาตรการ เพื่อตอบสนองต่อฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและความเสี่ยงจากอุทกภัย ตามรายงานของ Thai Post รัฐบาลกำลังรักษาการระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อติดตามรูปแบบสภาพอากาศและระดับน้ำ

กลยุทธ์ 3 มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง การเตรียมความพร้อมของบุคลากร และการระดมเครื่องจักรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเหตุการณ์น้ำท่วมและลดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและชุมชนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้หมายถึงสถานะการแจ้งเตือนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความไม่สะดวกที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยหรือวางแผนจะเดินทางมาเยือนควรติดตามพยากรณ์อากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลัน การปิดถนน และความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในบริการขนส่ง ขอแนะนำให้ติดตามการอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่จังหวัดจัดเตรียมไว้

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรแล้ว แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงในแต่ละจังหวัดยังคงมีความแตกต่างกัน ขอบเขตของน้ำท่วมและประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้ในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหรือพื้นที่อยู่อาศัยเฉพาะแห่งยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

กีฬา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แหล่งข่าวเดียว
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผชิญข้อหาละเมิดกฎการเงิน 114 กระทง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังถูกตรวจสอบจากข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน 114 กระทง โดยโลกฟุตบอลกำลังรอคอยบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานจาก Matichon Online สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายครั้งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข้อหาละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน (Financial Fair Play) จำนวน 114 กระทง ขณะนี้สโมสรกำลังรอการตัดสินเกี่ยวกับลักษณะและความรุนแรงของบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกล่าวหาเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและแฟนฟุตบอลในประเทศไทยที่ติดตามการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สถานการณ์นี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจนำไปสู่บทลงโทษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออันดับของสโมสรในลีกหรือการดำเนินงานในอนาคต กระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่ได้ก่อให้เกิดการคาดเดาอย่างกว้างขวางในสื่อกีฬาระหว่างประเทศเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ซึ่งอาจมีตั้งแต่การปรับเงินจำนวนมหาศาล ไปจนถึงการตัดคะแนนหรือมาตรการทางวินัยอื่นๆ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของคำตัดสินสุดท้ายยังไม่มีการยืนยัน ชุมชนฟุตบอลกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน เมื่อคดีมีความคืบหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างรอคอยประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงว่าจะมีมาตรการทางวินัยรูปแบบใดถูกนำมาใช้กับสโมสรหรือไม่ สำหรับตอนนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปในโลกของฟุตบอลอาชีพ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:00 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักกระทบการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ

น้ำท่วมขังส่งผลให้ถนนแจ้งวัฒนะบางช่วงไม่สามารถสัญจรได้สำหรับรถขนาดเล็ก นำไปสู่การปิดการจราจรบางส่วน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เกิดน้ำท่วมขังสูงบนถนนแจ้งวัฒนะทั้งขาเข้าและขาออก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกประกาศเตือนประชาชนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพถนนในปัจจุบัน

เนื่องจากระดับน้ำที่สูงขึ้น รถขนาดเล็กจึงไม่สามารถสัญจรผ่านช่วงที่ได้รับผลกระทบได้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปิดการจราจรบางส่วนเพื่อจัดการสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของประชาชน คาดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้สัญจรและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในบริเวณดังกล่าว ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นและติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และขอให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังหากจำเป็นต้องเดินทางใกล้บริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ในขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติเมื่อใด ผู้เดินทางควรติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเส้นทางผ่านช่องทางของหน่วยงานรัฐอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

การขนส่ง

น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมขังหนักกระทบการจราจรบริเวณแยกบางกะปิ

เกิดน้ำท่วมขังสูงบริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก โดยระดับน้ำสูงถึงระดับเอวและทำให้รถเมล์หลายคันเสียกลางทาง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 บริเวณแยกบางกะปิในกรุงเทพมหานครกำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง โดยระดับน้ำในพื้นที่สูงถึงระดับเอว ซึ่งสร้างความยากลำบากและอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน น้ำท่วมขังครั้งนี้มีความรุนแรงจนทะลักเข้าสู่ตัวรถโดยสารประจำทาง ส่งผลให้รถหลายคันเกิดเครื่องยนต์ดับและจอดเสียอยู่ทั่วบริเวณแยก

เพื่อตอบสนองต่อสภาพถนนที่ย่ำแย่ สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวได้ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ โดยแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของจุดเชื่อมต่อการจราจรที่สำคัญในกรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางผ่านพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมือง

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใดและจะสามารถกลับมาเปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาใด เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าแยกดังกล่าวจะปลอดภัยสำหรับการสัญจรของรถยนต์ทั่วไปเมื่อใด ผู้ที่อยู่ในพื้นที่บางกะปิหรือมีแผนจะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวควรติดตามข่าวสารการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และควรหาเส้นทางเลี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อยานพาหนะหรือการติดค้างอยู่ในน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยสั่งการจัดการอุทกภัยเชิงรุก มอบหมายกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก

รัฐบาลไทยได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการความร่วมมือทั่วประเทศเพื่อจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยทันที

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ารัฐบาลได้สั่งการให้มีการจัดการอุทกภัยเชิงรุก โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุม

คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาสาธารณภัยและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้หมายความว่าหน่วยงานภาครัฐกำลังปฏิบัติงานภายใต้มาตรการประสานงานที่เข้มข้นขึ้น ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จังหวัด เนื่องจากเส้นทางการเดินทางและบริการในพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือหยุดชะงักกะทันหัน

แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ขอบเขตของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและระยะเวลาของมาตรการฉุกเฉินเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแผนการเดินทาง รัฐบาลเน้นย้ำว่าความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด โดยได้กำชับให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ ปรับตัว คอนโดสุขุมวิทฟื้นตัวจากกำลังซื้อจีน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยคอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิทมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากการกลับมาของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน แม้ว่าภาพรวมตลาดจะยังคงมีอุปทานคงค้างจำนวนมากก็ตาม

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยการพัฒนาเมืองขยายตัวตามระบบราง แหล่งงาน และไลฟ์สไตล์ ข้อมูลระบุว่ามีอุปทานคงค้างประมาณ 210,000 ยูนิต มูลค่ารวม 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปีในการระบายสินค้าคงคลังเหล่านี้

ผลการดำเนินงานของตลาดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามทำเลและประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ย่านสุขุมวิทกลายเป็นจุดเด่นที่มียอดขายคอนโดมิเนียมฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาโอนกรรมสิทธิ์ของกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน ในทางตรงกันข้าม ตลาดโครงการแนวราบกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการสะสมของสต็อกสินค้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของสุขภาพตลาด ในขณะที่ภาคคอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพอย่างสุขุมวิทกำลังได้รับแรงหนุน แต่ตลาดในภาพรวมยังคงได้รับผลกระทบจากอุปทานส่วนเกินจำนวนมาก ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าผู้ประกอบการจะปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อจัดการกับอุปทานคงค้างในโครงการแนวราบ และการฟื้นตัวของตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันจะสามารถรักษาโมเมนตัมในระยะยาวได้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:01 UTC

ความปลอดภัย

กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยทั้ง 50 เขต

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สั่งการมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน พร้อมเตรียมประกาศให้ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ

รายงานจากประชาชาติธุรกิจระบุว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยอย่างเป็นทางการ โดยการดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรับมืออุทกภัยเร่งด่วน 7 ประการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สั่งการให้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินทันทีเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการระบายน้ำทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยทาง กทม. ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขังในขณะนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ อาจมีการหยุดชะงักของการเดินทาง และมีการเปิดใช้งานบริการฉุกเฉิน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบคำสั่งอพยพหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม แม้ว่า กทม. จะกำลังจัดการสถานการณ์อย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบขนส่งสาธารณะยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพพื้นที่กับที่พักของตนและเผื่อเวลาในการเดินทาง เนื่องจากอาจมีการปิดถนนและการจราจรติดขัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 02:02 UTC

ความปลอดภัย

ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติรับมือน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังร่างประกาศให้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นเขตประสบภัยพิบัติ ท่ามกลางความเสี่ยงน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังเตรียมการประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรและการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังขยายตัว

เพื่อบรรเทาผลกระทบ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เพิ่มการแจกจ่ายกระสอบทราย โดยมีแผนจัดเตรียมไว้ 1 ล้านใบสำหรับประชาชนและพื้นที่เสี่ยงภัย ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้แสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่ โดยขอให้ติดต่อสายด่วน 1669 หากต้องการความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนในการอพยพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของน้ำท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและบริการต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แม้ว่าขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการร่างประกาศ แต่กำหนดการที่ชัดเจนในการบังคับใช้และพื้นที่ที่จะได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับมาตรการป้องกันน้ำท่วม และควรเก็บหมายเลขฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และเจ้าหน้าที่ยังคงประเมินความจำเป็นในการออกมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 01:40 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ได้รับการยืนยัน
กรุงเทพฯ เร่งดำเนินมาตรการรับมืออุทกภัย 7 ประการ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ประกาศใช้แผนฉุกเฉิน 7 ประการเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นความปลอดภัยของประชาชนและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ รัฐบาลไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดตัวกลยุทธ์รับมืออุทกภัย 7 ประการอย่างเป็นทางการ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเมืองหลวง โดยมาตรการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก รวมถึงการจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

องค์ประกอบสำคัญของแผนงานประกอบด้วยการเร่งประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างต่อเนื่อง ทางกรุงเทพมหานครกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยังคงใช้งานได้ และประชาชนจะได้รับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระดับน้ำและขั้นตอนการอพยพอย่างทันท่วงทีหากจำเป็น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในบางพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตารางเวลาขนส่งสาธารณะ หรือการปิดพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งชั่วคราว ขอแนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ แม้ว่าเมืองจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ผลกระทบโดยรวมของน้ำท่วมยังคงขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและประสิทธิภาพของการระบายน้ำ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขังในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:40 UTC

เหตุการณ์

สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

แหล่งข่าวเดียว
สงขลาเตรียมจัดงาน Global Muay Thai Songkhla Festival

การกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการจัดงาน 'Global Muay Thai Songkhla Festival' ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาเชิงวัฒนธรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่างานนี้มุ่งเน้นการใช้มวยไทยเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงทั้งด้านกีฬา การท่องเที่ยว และสุขภาพเข้าด้วยกัน

งานนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเรียนรู้ การออกกำลังกาย การแข่งขัน และความบันเทิง ผู้จัดงานตั้งเป้าหมายผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 10,000 คน โดยคาดการณ์ว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มากกว่า 100 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ งานนี้ถือเป็นโอกาสในการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการในภูมิภาค เนื่องจากจะมีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าท้องถิ่นจำหน่ายสินค้าและบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการผลักดันให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยมุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ภูมิภาคอาเซียน และทั่วโลก เนื่องจากในปี 2568 สงขลามีผู้เยี่ยมเยือนเกือบ 7 ล้านคน กกท. จึงหวังว่างานนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนการพักค้างคืนและการใช้จ่ายในพื้นที่ได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม วันที่จัดงานที่แน่นอนและกำหนดการกิจกรรมทั้งหมดนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้จัดงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:35 UTC

รัฐบาลหารือกรอบกฎระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลหารือกรอบกฎระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูลที่ดำเนินงานในประเทศไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลหารือกรอบกฎระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลหารือกรอบกฎระเบียบใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูลที่ดำเนินงานในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อนำเสนอแผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ตามรายงานของ Thai Post การหารือมุ่งเน้นไปที่การจัดทำกรอบกฎระเบียบสำหรับศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการส่งสัญญาณถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการจัดระเบียบภูมิทัศน์ทางดิจิทัล ในขณะที่ประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งตนเองเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับเทคโนโลยีและบริการคลาวด์ การกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลต่อเสถียรภาพ ความปลอดภัย และความพร้อมใช้งานของบริการดิจิทัลที่ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต้องพึ่งพาในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ การกำกับดูแลที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและมาตรฐานการบริการของผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ที่จัดเก็บข้อมูลภายในประเทศในปัจจุบัน

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะของกฎระเบียบที่เสนอยังคงต้องรอการยืนยัน ประชาชนกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำนโยบายเหล่านี้ไปปฏิบัติ ว่าจะมีการกำหนดข้อกำหนดการปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่สำหรับบริษัทเทคโนโลยีระหว่างประเทศหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางดิจิทัลในวงกว้างอย่างไร จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้เผยแพร่กรอบเวลาว่ามาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อใด หรือจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานรายบุคคลอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:18 UTC

นายกฯ แถลงใหญ่ปมโกงสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์แล้ว 320 ล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ แถลงใหญ่ปมโกงสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์แล้ว 320 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรีแถลงผลการยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่า 320 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกคนโดยไม่ละเว้นตำแหน่ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ แถลงใหญ่ปมโกงสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์แล้ว 320 ล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ แถลงใหญ่ปมโกงสอบท้องถิ่น ยึดทรัพย์แล้ว 320 ล้านบาท

นายกรัฐมนตรีแถลงผลการยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่า 320 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกคนโดยไม่ละเว้นตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีได้จัดแถลงข่าวใหญ่เพื่อชี้แจงกรณีความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยอ้างอิงจาก Thai Post ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเป็นมูลค่ารวม 320 ล้านบาท นายกรัฐมนตรียืนยันนโยบายไม่ยอมรับการทุจริต โดยระบุว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุดโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งหรือระดับ เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการและคืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่สอบได้โดยสุจริต

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตเชิงระบบในหน่วยงานภาครัฐ แม้การดำเนินการดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างความโปร่งใส แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ระบบราชการกำลังเผชิญอยู่

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเฉพาะเจาะจง นายกรัฐมนตรียืนยันว่าได้ทำหนังสือสอบถามไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับกรณีของ 'ทองเจือ' แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยระบุว่าเป็นเพียงความสัมพันธ์ในการทำงานและต้องการยึดตามผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่าการคาดเดา ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการสอบสวนและกรอบเวลาของกระบวนการทางกฎหมายยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:57 UTC

รองนายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการคัดเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการคัดเลือก ส.ว.

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังคงมั่นคง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการคัดเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการคัดเลือก ส.ว.

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังคงมั่นคง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวถึงประเด็นทางการเมืองที่กำลังเป็นที่ถกเถียงเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา ตามรายงานของมติชนออนไลน์ นายอนุทินได้ตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก โดยระบุว่าตนไม่พร้อมที่จะยอมรับมติใดๆ ที่อาจเป็นผลลบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเรื่องนี้ เนื่องจากยืนยันว่าไม่ได้มีการกระทำผิดใดๆ เกิดขึ้น

นายอนุทินเน้นย้ำว่า แม้จะเป็นสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะใช้เวทีสภาในการอภิปรายถึงความโปร่งใสในการคัดเลือก ส.ว. แต่เขายังคงมั่นใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะไม่เผชิญกับความสั่นคลอนหรือความไม่มั่นคงอย่างมีนัยสำคัญจากข้อกล่าวหาเหล่านี้ โดยเขามองว่าการอภิปรายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติ ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อการทำงานของรัฐบาล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีการถกเถียงทางการเมืองอย่างเข้มข้นในฝ่ายนิติบัญญัติ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าการดำเนินงานยังคงเป็นปกติ แต่สถานการณ์ยังคงมีความเคลื่อนไหวในขณะที่ กกต. ยังคงดำเนินการตรวจสอบต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่า กกต. จะมีข้อสรุปอย่างเป็นทางการหรือการดำเนินการทางกฎหมายใดๆ เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกนี้หรือไม่ ในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของความไม่สงบหรือการเปลี่ยนแปลงในบริการของรัฐ แต่ผู้ที่สนใจด้านการเมืองควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของการคัดเลือก ส.ว. ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:56 UTC

นายกฯ เผยยังไม่ปิดประตูพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ย้ำเสถียรภาพยังแข็งแกร่ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ เผยยังไม่ปิดประตูพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ย้ำเสถียรภาพยังแข็งแกร่ง

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล โดยย้ำว่ารัฐบาลปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพและแข็งแกร่ง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ เผยยังไม่ปิดประตูพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ย้ำเสถียรภาพยังแข็งแกร่ง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ เผยยังไม่ปิดประตูพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล ย้ำเสถียรภาพยังแข็งแกร่ง

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล โดยย้ำว่ารัฐบาลปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพและแข็งแกร่ง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล โดยให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับกรณีที่พรรคกล้าธรรมโหวตผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ว่าเป็นสัญญาณของการร่วมรัฐบาลในอนาคตหรือไม่

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ตนยังไม่ได้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาล แม้จะยอมรับถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีมายาวนาน แต่ย้ำว่ารัฐบาลในปัจจุบันมีความเข้มแข็งและสามารถขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลต้องการเสริมความแข็งแกร่งด้วยการเพิ่มพรรคการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่ารัฐบาลยังคงแข็งแกร่งอยู่ แต่ในทางการเมือง “ไม่มีคำว่าไม่มีโอกาส”

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งของการเมืองไทย แม้จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีในขณะนี้ แต่คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีชี้ให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนทางการเมืองในอนาคตยังคงเป็นไปได้ ปัจจุบันยังไม่มีการเชิญพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ และรัฐบาลยังคงดำเนินงานตามรูปแบบเดิม ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในคณะรัฐบาล เนื่องจากอาจส่งผลต่อลำดับความสำคัญทางกฎหมายและการดำเนินนโยบายในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:56 UTC

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาล

กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาลครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำกับดูแลด้านการบริหารและการเงิน

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาล

กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาลครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับการกำกับดูแลด้านการบริหารและการเงิน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศการเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการดำเนินการทุนของรัฐบาล ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ตามรายงานอย่างเป็นทางการจากกรมทรัพยากรน้ำ การประชุมดังกล่าวเน้นไปที่การกำกับดูแลและการบริหารจัดการการดำเนินงานของกองทุนที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การประชุมนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางบริหารที่กำลังดำเนินอยู่ในการจัดการทรัพยากรน้ำและการจัดสรรงบประมาณโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าการประชุมจะเป็นขั้นตอนทางราชการภายใน แต่คณะกรรมการเหล่านี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับน้ำในท้ายที่สุด รวมถึงการชลประทาน การป้องกันอุทกภัย และโครงการด้านคุณภาพน้ำทั่วประเทศ โครงการเหล่านี้อาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นหรือสภาพแวดล้อมในจังหวัดต่างๆ ได้ในบางครั้ง

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ที่แน่ชัดว่าโครงการใดจะได้รับเงินทุนหรือการตัดสินใจเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การจัดการน้ำในปัจจุบันอย่างไรนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางกรมฯ ยังไม่ได้เผยแพร่บันทึกการประชุมโดยละเอียดหรือรายชื่อโครงการที่ได้รับการอนุมัติจากการประชุมครั้งนี้ ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่สนใจผลกระทบระยะยาวของการตัดสินใจทางการเงินเหล่านี้ควรติดตามประกาศจากกรมทรัพยากรน้ำต่อไปเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการดำเนินโครงการและการปรับเปลี่ยนนโยบายน้ำในระดับภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:40 UTC

นายกฯ ประกาศมาตรการเนรเทศชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายเข้มงวดขึ้น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ประกาศมาตรการเนรเทศชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายเข้มงวดขึ้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนในการเนรเทศชาวต่างชาติที่ละเมิดกฎหมายไทย โดยอ้างถึงการส่งตัวออกนอกประเทศ 2 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ประกาศมาตรการเนรเทศชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายเข้มงวดขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ประกาศมาตรการเนรเทศชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายเข้มงวดขึ้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันจุดยืนที่ชัดเจนในการเนรเทศชาวต่างชาติที่ละเมิดกฎหมายไทย โดยอ้างถึงการส่งตัวออกนอกประเทศ 2 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความกังวลของสาธารณชนเกี่ยวกับชาวต่างชาติในประเทศไทย โดยตอบโต้การชุมนุมประท้วงเมื่อเร็วๆ นี้ที่นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล ต่อกลุ่มชาวต่างชาติบางกลุ่ม นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับชาวต่างชาติทุกคนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมาย

ตามรายงานของ Thai Post รัฐบาลได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขั้นตอนการเนรเทศ นายกรัฐมนตรีอนุทินระบุว่ารัฐบาลจะไม่ลังเลที่จะบังคับใช้กฎระเบียบเหล่านี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่ามีชาวต่างชาติ 2 รายถูกส่งตัวออกนอกประเทศไปแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณถึงการให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าบุคคลมีสิทธิที่จะแสดงความไม่พอใจ แต่ความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการกับผู้ที่ละเมิดกฎหมายท้องถิ่นยังคงเป็นเรื่องสำคัญ

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอความชัดเจนว่าเกณฑ์ทางกฎหมายหรือพฤติกรรมใดที่จะนำไปสู่คำสั่งเนรเทศในอนาคต รวมถึงขอบเขตที่แน่ชัดของประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับใหม่ นักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติควรติดตามกฎระเบียบในท้องถิ่นและปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความผิดเฉพาะเจาะจงที่นำไปสู่การเนรเทศทั้ง 2 รายดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:38 UTC

นายกฯ อนุทิน เมินกระแสความขัดแย้งทางการเมือง ย้ำรัฐบาลรับมือได้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เมินกระแสความขัดแย้งทางการเมือง ย้ำรัฐบาลรับมือได้

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลดความกังวลเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางการเมือง โดยยืนยันถึงความสามารถของรัฐบาลในการจัดการกับความท้าทายทางนิติบัญญัติ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เมินกระแสความขัดแย้งทางการเมือง ย้ำรัฐบาลรับมือได้

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เมินกระแสความขัดแย้งทางการเมือง ย้ำรัฐบาลรับมือได้

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลดความกังวลเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางการเมือง โดยยืนยันถึงความสามารถของรัฐบาลในการจัดการกับความท้าทายทางนิติบัญญัติ

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันระหว่างปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการที่ประเทศนอร์เวย์ ตามรายงานของ Thai Post นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจในความสามารถของรัฐบาลในการรับมือกับแรงกดดันทางการเมืองที่เกิดขึ้น โดยเปรียบเปรยว่ารัฐบาลมีความชำนาญในการ 'กู้ระเบิด' หรือจัดการกับความผันผวนทางการเมือง

ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณในสภา นอกจากนี้ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกับสมาชิกวุฒิสภาอย่างชัดเจน โดยระบุว่ารัฐบาลไม่ได้มีการประสานงานที่ไม่เหมาะสมเพื่อแทรกแซงผลลัพธ์ทางนิติบัญญัติแต่อย่างใด

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางนิติบัญญัติที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศ แม้ว่าการอภิปรายทางการเมืองจะเป็นส่วนหนึ่งตามปกติของวงจรการทำงานของรัฐสภา แต่ความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพของฝ่ายบริหารท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่าฝ่ายค้านจะมีท่าทีอย่างไรต่อคำชี้แจงดังกล่าว และผลกระทบสุดท้ายของการอภิปรายงบประมาณจะมีต่อการดำเนินนโยบายระยะยาวของรัฐบาลอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามการประชุมสภาอย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าความตึงเครียดทางการเมืองนี้จะนำไปสู่ความขัดแย้งทางนิติบัญญัติเพิ่มเติมหรือไม่ หรือรัฐบาลจะสามารถดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อการให้บริการสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:39 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยจัดพิธีทางศาสนาที่ทำเนียบรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทยจัดพิธีทางศาสนาที่ทำเนียบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากจังหวัดตรังมาประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลที่ตึกไทยคู่ฟ้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยจัดพิธีทางศาสนาที่ทำเนียบรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทยจัดพิธีทางศาสนาที่ทำเนียบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากจังหวัดตรังมาประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลที่ตึกไทยคู่ฟ้า

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นิมนต์พระครูรัตนสิกขการ (พระอาจารย์ประสูติ) เจ้าอาวาสวัดในเตา จังหวัดตรัง มายังตึกไทยคู่ฟ้าภายในทำเนียบรัฐบาล ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายกรัฐมนตรีได้นิมนต์พระอาจารย์มาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและให้คติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

ในระหว่างการเยี่ยมเยียน พระอาจารย์ได้ประกอบพิธีจารอักขระเลขยันต์ลงบนโต๊ะทำงานของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ทั้งสองท่านยังได้ร่วมกันปิดทองรูปปั้นนรสิงห์ที่บริเวณระเบียงชั้น 2 ของตึกไทยคู่ฟ้า เหตุการณ์นี้สืบเนื่องมาจากการที่นายอนุทินเคยไปกราบสักการะพระครูรัตนสิกขการที่วัดในเตาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งในครั้งนั้นพระอาจารย์ได้ให้พรและคำแนะนำทางจิตวิญญาณ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างลึกซึ้งของวิถีพุทธประเพณีเข้ากับการบริหารงานระดับสูงของไทย แม้ว่าพิธีกรรมดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติในวัฒนธรรมการเมืองไทยเพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ แต่ก็ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าพิธีกรรมเหล่านี้จะมีผลต่อแนวทางการบริหารงานหรือนโยบายเฉพาะด้านหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ระบุว่าเหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมของการพึ่งพาที่พึ่งทางจิตวิญญาณในระดับผู้นำประเทศ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงหน้าที่ทางกฎหมายหรือการปฏิบัติงานของรัฐบาลแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:56 UTC

รัฐบาลไทยผ่านงบประมาณปี 2570 ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยผ่านงบประมาณปี 2570 ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี

รัฐบาลไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ด้วยคะแนนเสียง 338 เสียง ขณะที่นายกรัฐมนตรีเปิดกว้างสำหรับการขยายพรรคร่วมรัฐบาล

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยผ่านงบประมาณปี 2570 ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยผ่านงบประมาณปี 2570 ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี

รัฐบาลไทยผ่านร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ด้วยคะแนนเสียง 338 เสียง ขณะที่นายกรัฐมนตรีเปิดกว้างสำหรับการขยายพรรคร่วมรัฐบาล

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่ารัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการผลักดันร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียง 338 เสียง ความสำเร็จทางนิติบัญญัตินี้ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลปัจจุบันในการดำเนินแผนการเงินสำหรับปีหน้า

ภายหลังการลงมติ นายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่ายังคงเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนทางการเมืองในอนาคต

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้ส่งสัญญาณถึงความต่อเนื่องทางการเมืองในด้านนโยบายการคลัง การผ่านงบประมาณที่ประสบความสำเร็จช่วยให้มั่นใจได้ว่าโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลและบริการสาธารณะต่างๆ จะดำเนินต่อไปตามแผนสำหรับรอบปีงบประมาณ 2570 อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบที่แน่นอนของคณะรัฐมนตรียังคงมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้ว่านายกรัฐมนตรีจะแสดงความเปิดกว้างต่อพรรคกล้าธรรม แต่ยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการหรือการปรับคณะรัฐมนตรีเกิดขึ้น การอัปเดตในอนาคตจะช่วยให้ชัดเจนว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างภายในรัฐบาลหรือไม่ หรือพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะยังคงเดิม จำเป็นต้องติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในลำดับความสำคัญของการบริหารงาน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:35 UTC

วุฒิสภาไทยผ่านงบประมาณปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วุฒิสภาไทยผ่านงบประมาณปี 2570

วุฒิสภาไทยได้ผ่านร่างงบประมาณปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความขอบคุณต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติที่รวดเร็ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วุฒิสภาไทยผ่านงบประมาณปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
วุฒิสภาไทยผ่านงบประมาณปี 2570

วุฒิสภาไทยได้ผ่านร่างงบประมาณปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความขอบคุณต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติที่รวดเร็ว

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 วุฒิสภาไทยได้ผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยกระบวนการทางนิติบัญญัติเสร็จสิ้นภายในวันเดียว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการวางแผนทางการคลังของรัฐบาล ภายหลังการลงมติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปที่วุฒิสภาด้วยตนเองเพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับความร่วมมือในการผ่านงบประมาณดังกล่าว

ในระหว่างการกล่าวถ้อยแถลง นายอนุทินได้แสดงความเสียใจที่พลาดการเข้าร่วมฟังการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรที่จัดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การผ่านงบประมาณแผ่นดินเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของบริการสาธารณะและโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ งบประมาณที่ผ่านการอนุมัติจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ รวมถึงระบบขนส่งสาธารณะ การสาธารณสุข และงานด้านการบริหารจัดการ จะยังคงดำเนินต่อไปได้ตลอดช่วงปีงบประมาณที่จะถึงนี้

แม้ว่าวุฒิสภาจะผ่านงบประมาณแล้ว แต่ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการลงพระปรมาภิไธยอย่างเป็นทางการและขั้นตอนการนำไปปฏิบัติในลำดับถัดไป รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในภาคส่วนต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อการให้บริการสาธารณะหรือโครงการพัฒนาท้องถิ่นนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันในขณะที่รัฐบาลเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินงานตามแผนงบประมาณปี 2570 การอนุมัติที่รวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสอดคล้องในระดับสูงระหว่างสภาทั้งสองแห่ง แม้ว่าผลกระทบระยะยาวต่อภาคส่วนสาธารณะเฉพาะด้านจะมีความชัดเจนมากขึ้นเมื่อมีการนำงบประมาณไปใช้จริง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:36 UTC

วุฒิสภาไทยเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วุฒิสภาไทยเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

วุฒิสภาไทยได้ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่รัฐเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วุฒิสภาไทยเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
วุฒิสภาไทยเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

วุฒิสภาไทยได้ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการ โดยเจ้าหน้าที่รัฐเน้นย้ำถึงความโปร่งใสและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 วุฒิสภาไทยได้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 หลังจากที่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่านี่เป็นงบประมาณฉบับแรกที่จัดทำโดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเน้นย้ำว่าหากยังคงใช้วิธีการจัดทำงบประมาณแบบเดิม จะเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของประเทศภายใน 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากภาระรายจ่ายประจำที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบราชการ

ในการตอบข้อกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มงบประมาณให้กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายภราดรชี้แจงว่าการเพิ่มงบประมาณไม่ได้เกิดจากการเล่นพรรคเล่นพวก แต่เป็นงบประมาณที่จัดสรรให้กับโครงการศูนย์ข้อมูลและระบบคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการหน่วยงานภาครัฐต่างๆ โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาวของภาครัฐ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความขอบคุณวุฒิสภาที่ให้ความเห็นชอบ และขออภัยที่ไม่ได้เข้าร่วมการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสและคุ้มค่า

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การอนุมัติงบประมาณครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการมุ่งเน้นของรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการปฏิรูปการบริหาร แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายสำหรับงบประมาณจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามกรอบเวลาการดำเนินงานเฉพาะสำหรับโครงการต่างๆ ภายใต้ GDCC และการปฏิรูประบบราชการในภาพรวมต่อไปตลอดปีงบประมาณนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:37 UTC

สว. วิจารณ์ร่างงบประมาณปี 70 ว่า 'แล้วแต่ดวง'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว. วิจารณ์ร่างงบประมาณปี 70 ว่า 'แล้วแต่ดวง'

สว. นันทนา วิจารณ์ร่างงบประมาณปี 2570 ของรัฐบาลอย่างเปิดเผย โดยระบุว่าเป็นแผนที่ 'สิ้นคิด' และพึ่งพาโชคชะตามากกว่าการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว. วิจารณ์ร่างงบประมาณปี 70 ว่า 'แล้วแต่ดวง'

แหล่งข่าวเดียว
สว. วิจารณ์ร่างงบประมาณปี 70 ว่า 'แล้วแต่ดวง'

สว. นันทนา วิจารณ์ร่างงบประมาณปี 2570 ของรัฐบาลอย่างเปิดเผย โดยระบุว่าเป็นแผนที่ 'สิ้นคิด' และพึ่งพาโชคชะตามากกว่าการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์

ระหว่างการอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สว. นันทนา ได้วิพากษ์วิจารณ์กลยุทธ์ทางการเงินของรัฐบาลอย่างรุนแรง ตามรายงานของ Thai Post โดย สว. นันทนา ได้ระบุว่าการจัดสรรงบกลางจำนวน 7 แสนล้านบาทนั้นเป็น 'งบสิ้นคิด'

สว. นันทนา ได้ตั้งฉายาให้กับงบประมาณนี้ว่า 'แล้วแต่ดวง' โดยชี้ให้เห็นว่าการวางแผนทางการเงินของรัฐบาลขาดความชัดเจนและพึ่งพาโชคชะตามากกว่านโยบายเศรษฐกิจที่มั่นคง นอกจากนี้ เธอยังกล่าวเหน็บแนมว่าในขณะที่รัฐบาลอาจมองว่าตนเองอยู่ 'เหนือดวง' แต่ความเป็นจริงสำหรับประชาชนคือสวัสดิภาพของพวกเขาดูเหมือนจะถูกปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตา ความเห็นของ สว. นันทนา ยังมีการอ้างถึงความเชื่อส่วนบุคคลของนายกรัฐมนตรีในการพึ่งพาเครื่องรางของขลัง ซึ่งสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในความสามารถของรัฐบาลในการบริหารจัดการทรัพยากรของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญและการจัดการเงินงบประมาณแผ่นดิน แม้ว่าร่างงบประมาณนี้จะอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคำวิจารณ์เหล่านี้จะมีผลต่อกระบวนการอนุมัติขั้นสุดท้ายอย่างไร หรือจะมีการปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบกลางหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามการประชุมรัฐสภาในวาระถัดไปเพื่อดูว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อกังวลเหล่านี้อย่างไร หรือแผนการคลังปัจจุบันจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีการแก้ไขที่สำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:39 UTC

นายกฯ แจงกรณีเหรียญ 'เหนือดวง' หลังเกิดประเด็นอื้อฉาวในวัด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ แจงกรณีเหรียญ 'เหนือดวง' หลังเกิดประเด็นอื้อฉาวในวัด

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงความคิดเห็นต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสวมใส่เหรียญ 'เหนือดวง' ภายหลังเกิดคดีอื้อฉาวของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ แจงกรณีเหรียญ 'เหนือดวง' หลังเกิดประเด็นอื้อฉาวในวัด

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ แจงกรณีเหรียญ 'เหนือดวง' หลังเกิดประเด็นอื้อฉาวในวัด

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงความคิดเห็นต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสวมใส่เหรียญ 'เหนือดวง' ภายหลังเกิดคดีอื้อฉาวของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำถามต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการสวมใส่เหรียญ 'เหนือดวง' ส่วนตัว โดยประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการเสพเมถุนและการยักยอกเงินวัด

ในการให้สัมภาษณ์ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายกรัฐมนตรีได้ปกป้องความสำคัญทางจิตวิญญาณของวัตถุมงคลดังกล่าว โดยระบุว่าโดยปกติแล้ววัตถุมงคลจะผ่านการปลุกเสกโดยคณะสงฆ์ ไม่ใช่รูปใดรูปหนึ่ง พร้อมเน้นย้ำว่าสำหรับผู้ที่มีความเชื่อ สิ่งเหล่านี้ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ หากผู้สวมใส่มีจิตใจที่สุจริต

นอกเหนือจากแง่มุมทางจิตวิญญาณ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าเจ้าหน้าที่ รวมถึงตำรวจและ ปปง. กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างจริงจัง โดยระบุว่าสถานการณ์นี้เข้าข่ายการยักยอกทรัพย์และการหลอกลวงประชาชน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เมื่อถูกถามว่าการตรวจสอบจะขยายไปยังวัดอื่นๆ ที่ได้รับเงินบริจาคจำนวนมากหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่าคาดว่าจะมีการตรวจสอบสถาบันเหล่านี้อย่างต่อเนื่องต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการตรวจสอบการบริหารจัดการทางการเงินของสถาบันทางศาสนา แม้ว่าการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงในกรณีเฉพาะกำลังดำเนินอยู่ แต่ขอบเขตของการตรวจสอบในวัดอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:37 UTC

กกต. เตรียมพิจารณาคดีการคัดเลือก สว. ในวันที่ 14 กันยายนนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เตรียมพิจารณาคดีการคัดเลือก สว. ในวันที่ 14 กันยายนนี้

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตัดสินคดีการฮั้วเลือก สว. โดยยึดตามพยานหลักฐานและมติเสียงข้างมากอย่างเคร่งครัด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เตรียมพิจารณาคดีการคัดเลือก สว. ในวันที่ 14 กันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เตรียมพิจารณาคดีการคัดเลือก สว. ในวันที่ 14 กันยายนนี้

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตัดสินคดีการฮั้วเลือก สว. โดยยึดตามพยานหลักฐานและมติเสียงข้างมากอย่างเคร่งครัด

ในวันที่ 14 กันยายนนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยมีกำหนดจัดประชุมใหญ่เพื่อพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก Thai Post ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะโดยเน้นย้ำว่า กกต. จะต้องใช้อำนาจหน้าที่อย่างเป็นอิสระ

ดร.ณัฐวุฒิ ได้เตือนเป็นพิเศษเกี่ยวกับการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก โดยให้เหตุผลว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของ กกต. ควรยึดตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดีและมติของเสียงข้างมากในที่ประชุมเท่านั้น คำแถลงนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะซึ่งรวมถึงความเห็นจากนักสังเกตการณ์ทางการเมืองท่านอื่น เช่น นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เกี่ยวกับแนวทางการจัดการสอบสวนของ กกต.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการบริหารงานในอนาคตของประเทศไทย แม้ว่าการประชุมจะถูกกำหนดไว้ในวันที่ 14 กันยายน แต่ผลลัพธ์ยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้สาธารณชนกำลังรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการจาก กกต. ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วนั้นมีพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากเป็นกระบวนการทางกฎหมายและบริหารที่ยังดำเนินอยู่ ผู้สังเกตการณ์จึงกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่า กกต. จะสร้างสมดุลระหว่างการพิจารณาภายในและความคาดหวังของประชาชนในเรื่องความโปร่งใสได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:39 UTC

นายกฯ ไทยชี้แจงประเด็นข้อพิพาทการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ไทยชี้แจงประเด็นข้อพิพาทการคัดเลือก สว.

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจว่าการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว. ที่กำลังดำเนินอยู่จะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ไทยชี้แจงประเด็นข้อพิพาทการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ไทยชี้แจงประเด็นข้อพิพาทการคัดเลือก สว.

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจว่าการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว. ที่กำลังดำเนินอยู่จะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าเขายังคงมั่นใจว่าสถานการณ์ทางการเมืองดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

ในการสะท้อนถึงการทำงานครบ 1 ปี นายกรัฐมนตรีอนุทินระบุว่ารัฐบาลได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วน สำหรับกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว. นั้น นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าเขายังไม่พร้อมที่จะแสดงความคิดเห็นหรือยอมรับมติใดๆ ของคณะกรรมการในขณะนี้ เนื่องจากฝ่ายบริหารไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำแถลงนี้ถือเป็นการอัปเดตสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน แม้นายกรัฐมนตรีจะยืนยันถึงความมั่นคง แต่สถานการณ์ยังคงมีความเคลื่อนไหวในขณะที่ กกต. ยังคงดำเนินการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว. ต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าผลการตรวจสอบของ กกต. จะส่งผลต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติในอนาคตหรือการปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองอย่างไร ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับความไม่สงบหรือผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และรัฐบาลยังคงปฏิบัติหน้าที่ภายใต้อำนาจปัจจุบันต่อไป โดยพัฒนาการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 10:20 UTC

นายกฯ ให้ความเห็นเกี่ยวกับพระเครื่อง 'พระเหนือดวง'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ให้ความเห็นเกี่ยวกับพระเครื่อง 'พระเหนือดวง'

นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้ความเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับพระเครื่อง 'พระเหนือดวง' โดยระบุว่าการปลุกเสกวัตถุมงคลเป็นความร่วมมือของหลายฝ่าย ไม่ใช่ผลงานของพระรูปเดียว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ให้ความเห็นเกี่ยวกับพระเครื่อง 'พระเหนือดวง'

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ให้ความเห็นเกี่ยวกับพระเครื่อง 'พระเหนือดวง'

นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้ความเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับพระเครื่อง 'พระเหนือดวง' โดยระบุว่าการปลุกเสกวัตถุมงคลเป็นความร่วมมือของหลายฝ่าย ไม่ใช่ผลงานของพระรูปเดียว

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้กล่าวถึงความสนใจของสาธารณชนเกี่ยวกับพระเครื่อง 'พระเหนือดวง' เมื่อถูกถามถึงมุมมองที่มีต่อวัตถุมงคลดังกล่าว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "มันก็เวิร์กนะ" พร้อมเน้นย้ำว่าการปลุกเสกวัตถุมงคลเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายบุคคล ไม่ใช่การทำงานของบุคคลเพียงคนเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางวัฒนธรรมและสังคมของพระเครื่องและเครื่องรางของขลังที่ยังคงมีอยู่ในประเทศ แม้ว่าความเห็นของนายกรัฐมนตรีจะสะท้อนมุมมองส่วนตัวหรือในเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัตถุมงคลเหล่านี้ แต่ก็ยังเน้นย้ำถึงความแพร่หลายของประเพณีเหล่านี้ในสังคมไทย

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความเห็นดังกล่าวจะมีอิทธิพลต่อกระแสสังคมหรือตลาดวัตถุมงคลอย่างไร เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมอื่นๆ ในประเทศไทย จุดตัดระหว่างการเมืองและความเชื่อดั้งเดิมยังคงเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ผู้มาเยือนควรทราบว่าแม้สิ่งของเหล่านี้จะได้รับความเคารพอย่างสูงจากหลายคน แต่สิ่งเหล่านี้ถือเป็นวัตถุทางวัฒนธรรม และประสิทธิภาพที่รับรู้ได้นั้นยังคงเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการหรือการดำเนินการใดๆ จากรัฐบาลเกี่ยวกับการกำกับดูแลหรือส่งเสริมพระเครื่องรุ่นดังกล่าวในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:15 UTC

ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องเกี่ยวกับ กกต. และ กสทช.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องเกี่ยวกับ กกต. และ กสทช.

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องสองฉบับที่ยื่นโดยกลุ่มรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (CPD) เกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและ กสทช. โดยระบุว่าผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องเกี่ยวกับ กกต. และ กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องเกี่ยวกับ กกต. และ กสทช.

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องสองฉบับที่ยื่นโดยกลุ่มรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (CPD) เกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและ กสทช. โดยระบุว่าผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญของไทยได้ปฏิเสธที่จะรับคำร้องสองฉบับที่ยื่นโดยกลุ่มรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (CPD) โดยศาลวินิจฉัยว่า CPD ไม่ถือเป็นผู้เสียหายโดยตรงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงการตรวจสอบทางกฎหมายที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการกำกับดูแลหน่วยงานอิสระของไทย แม้ว่าคำร้องเฉพาะเหล่านี้จะถูกยกฟ้องด้วยเหตุผลทางกระบวนการ แต่การอภิปรายในวงกว้างเกี่ยวกับความซื่อสัตย์และคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมการเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจ

ในลำดับถัดไป ความสนใจจะมุ่งไปที่ศาลปกครอง โดยมีการนัดไต่สวนในวันที่ 21 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาคดีแยกต่างหากเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสรณ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าศาลปกครองจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรในเรื่องนี้ และผลลัพธ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อเสถียรภาพในการบริหารงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:15 UTC

นายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการคัดเลือก สว. ระหว่างการอภิปรายงบประมาณ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการคัดเลือก สว. ระหว่างการอภิปรายงบประมาณ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าการอภิปรายในสภาเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. จะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการคัดเลือก สว. ระหว่างการอภิปรายงบประมาณ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ชี้แจงประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการคัดเลือก สว. ระหว่างการอภิปรายงบประมาณ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าการอภิปรายในสภาเกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. จะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยนายกรัฐมนตรีได้ตอบโต้สมาชิกฝ่ายค้านที่หยิบยกประเด็นข้อสงสัยเรื่องการฮั้วในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ขึ้นมาอภิปรายระหว่างการพิจารณางบประมาณ

นายอนุทินเน้นย้ำว่า แม้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะมีสิทธิ์ใช้เวทีรัฐสภาในการอภิปรายเรื่องข้อถกเถียงเกี่ยวกับการคัดเลือก สว. ได้ แต่ฝ่ายบริหารไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินการอยู่ได้ นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่าการอภิปรายทางการเมืองเหล่านี้จะไม่ทำให้รัฐบาลสะดุดลง โดยระบุว่าตนได้รักษาความร่วมมือกับทุกฝ่ายมาตลอดในช่วงปีแรกของการดำรงตำแหน่ง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังชี้แจงว่าตนไม่มีความจำเป็นต้องตอบโต้ต่อมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากตนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก สว. ดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางการเมืองในรัฐสภาไทย แม้ว่าการอภิปรายจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางนิติบัญญัติปกติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ให้แก่เรื่องความโปร่งใสและการบริหารจัดการ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามผลสรุปของการสอบสวนทางกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว. และรอดูว่าฝ่ายค้านจะดำเนินการทางรัฐสภาเพิ่มเติมอย่างไรต่อไปเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 11 กันยายน 2026, 09:16 UTC