ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
การขนส่ง กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย ✦
ความปลอดภัย ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ ✦
กฎหมาย ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ ✦
เศรษฐกิจ ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย ✦
เศรษฐกิจ นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก ✦
ความปลอดภัย กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต ✦
ความปลอดภัย กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ ✦
เศรษฐกิจ อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569 ✦
การขนส่ง

กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังโครงข่ายถนน ราง และทางน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทุกแห่งปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีคำสั่งให้เฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งครอบคลุมทั้งการเดินทางทางถนน ทางราง และทางน้ำ

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป คำสั่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน กระทรวงฯ ได้รับคำสั่งให้เร่งแจ้งเตือนเส้นทางแก่ประชาชนโดยทันที และเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างรวดเร็ว

แม้ว่ากระทรวงฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ผลกระทบที่แน่ชัดต่อเส้นทางการเดินทางแต่ละจุดยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับเส้นทางที่ปิดหรือการหยุดให้บริการของระบบขนส่ง ยังไม่มีการยืนยันว่าพื้นที่หรือเส้นทางคมนาคมใดจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากสถานการณ์มีการบริหารจัดการแบบเรียลไทม์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยของตนเอง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัย

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ หลังเกิดฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ 3 เขต ได้แก่ เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศในเชิงบริหารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากร การบรรเทาสาธารณภัย และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว ประกาศนี้ถือเป็นคำเตือนอย่างเป็นทางการถึงความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ยังคงดำเนินอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดเส้นทางจราจร ไฟฟ้าดับที่อาจเกิดขึ้น และคำแนะนำในการอพยพ แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐได้รวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เนื่องจากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงแนะนำให้ติดตามข้อมูลผ่านแหล่งข่าวท้องถิ่นที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการขยายพื้นที่ประสบภัยเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงมาตรการความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 26 กันยายน 2026, 00:20 UTC

ความปลอดภัย

ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

แหล่งข่าวเดียว
ศรีราชาเผชิญน้ำท่วมหนัก เร่งอพยพชาวบ้านด้วยเรือ

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรในตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งใช้เรืออพยพประชาชน

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอศรีราชาประสบภาวะน้ำท่วมรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำในตำบลหนองขามมีรายงานว่าสูงเกินกว่า 1 เมตร ซึ่งสร้างความเสี่ยงและอันตรายให้กับประชาชนในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือในช่วงกลางดึก โดยใช้เรือท้องแบนในการเดินทางเข้าพื้นที่น้ำท่วมเพื่ออพยพชาวบ้านไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูง รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การปิดเส้นทางจราจร และการเข้าถึงบริการที่จำเป็น ผู้ที่อยู่ในศรีราชาหรือมีแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสภาพอากาศและข้อจำกัดในการเดินทาง

ในขณะนี้ ความเสียหายต่อทรัพย์สินทั้งหมดและจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือมีพื้นที่อื่นในอำเภอที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมในลักษณะเดียวกันหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่หากพบว่าตนเองอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักในย่านคลองจั่น กรุงเทพฯ

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างหนักในย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 ต้องเผชิญกับปัญหารถจมน้ำและระดับน้ำที่สูงถึงหน้าอก

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ย่านคลองจั่นในเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร กำลังประสบภาวะน้ำท่วมขังอย่างรุนแรงหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยในแฟลต 19 รายงานว่าตื่นขึ้นมาพบว่ารถยนต์ของตนจมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลางคืน

รายงานจากพื้นที่ระบุว่าระดับน้ำท่วมในบางจุดสูงถึงระดับหน้าอก ซึ่งสร้างสภาวะที่เป็นอันตรายต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดปัญหาด้านการเดินทางและมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน การสัญจรบนถนนรอบแฟลตคลองจั่นในขณะนี้มีความเสี่ยงสูง ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

แม้ผลกระทบต่ออาคารที่พักอาศัยจะเห็นได้ชัดเจน แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขังนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ผู้ที่วางแผนจะเดินทางผ่านหรือใกล้เขตบางกะปิควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางและพิจารณาใช้เส้นทางอื่นจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

กฎหมาย

ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

แหล่งข่าวเดียว
ศาลปกครองยกคำร้อง 'สรณ' กรณีคุณสมบัติ กสทช. เจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยเจ้าตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองได้มีคำสั่งยกคำร้องของนายสรณเกี่ยวกับคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งคำตัดสินของศาลถือเป็นการยืนยันสถานะคุณสมบัติในปัจจุบัน

ภายหลังคำตัดสินดังกล่าว นายสรณได้แสดงความจำนงที่จะยื่นอุทธรณ์เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาล ความเคลื่อนไหวทางกฎหมายนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการบริหารงานและการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของไทย ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและภูมิทัศน์สื่อของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางปกครองที่กำลังดำเนินอยู่ในหน่วยงานกำกับดูแลของไทย แม้ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในขณะนี้จะยังมีน้อย แต่การจัดตั้งคณะกรรมการ กสทช. อาจส่งผลต่อนโยบายในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และกฎระเบียบด้านสื่อ เนื่องจากเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมยื่นอุทธรณ์ การตัดสินขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายสรณจึงยังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการและการกำหนดกระบวนการทางศาลเพิ่มเติมเพื่อหาข้อยุติในข้อพิพาทนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:31 UTC

เศรษฐกิจ

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในตลาดไทย

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเช้าของวันที่ 26 กันยายน 2026

ตามข้อมูลจาก Prachachat Business เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2026 ราคาของบิตคอยน์มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ 0.19% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ณ เวลา 06.18 น. ตามเวลาท้องถิ่น สกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวมีการซื้อขายอยู่ที่ 84,077 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2,806,068.64 บาท

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มโดยรวมของสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าอยู่ที่ 3.63% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทยที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการวางแผนทางการเงินหรือทำธุรกรรมในท้องถิ่น ความผันผวนเหล่านี้เน้นย้ำถึงความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นเป็นปกติในตลาดสกุลเงินดิจิทัล

แม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นเพียงภาพรวมของมูลค่าตลาดในปัจจุบัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าราคาของสกุลเงินดิจิทัลมีความผันผวนสูงและสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาวะตลาดโลกและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ นักลงทุนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจดิจิทัลควรตระหนักว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูล ณ ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยเฉพาะที่ส่งผลต่อการปรับตัวรายวันเล็กน้อยนี้ และขอแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลทางการเงินที่เป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับประสิทธิภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:50 UTC

เศรษฐกิจ

นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เดินสายโรดโชว์ดึงนักลงทุนสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพื่อเชิญชวนผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเยือนนิวยอร์กเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยในระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีเปิดการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณความมุ่งมั่นในการดึงดูดบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในตลาดไทย

นอกเหนือจากภารกิจด้านการเงิน นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำว่าสันติภาพโลกต้องการมากกว่าแค่การปราศจากความขัดแย้ง พร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศที่สร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงประเด็นทางการทูตในภูมิภาค โดยระบุว่าไทยมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ กับกัมพูชาผ่านการเจรจาทวิภาคี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเยือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับภาคธุรกิจระหว่างประเทศ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะเชิญชวนให้มีการลงทุนจากสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ แต่ยังต้องรอการยืนยันว่าจะมีอุตสาหกรรมหรือบริษัทใดบ้างที่จะตกลงลงทุนในโครงการใหม่ๆ ในประเทศไทย โดยนักสังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าการเดินสายโรดโชว์ทางการทูตและการเงินครั้งนี้จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมหรือโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศในช่วงเดือนต่อๆ ไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

ความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 3 เขต

กรุงเทพมหานครประกาศให้เขตหนองจอก สวนหลวง และคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของหน่วยงานฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศให้เขตหนองจอก เขตสวนหลวง และเขตคันนายาว เป็นเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างเป็นทางการ การประกาศนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรและเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าว การประกาศนี้หมายความว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจากน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือต้องติดตามข่าวสารจากช่องทางท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เขตอย่างเคร่งครัด เนื่องจากสภาพถนนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและบริการสาธารณะอาจได้รับผลกระทบชั่วคราว แม้ว่าการประกาศนี้จะช่วยให้การตอบสนองของภาครัฐมีความรวดเร็วขึ้น แต่ขอบเขตความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระยะเวลาในการแก้ไขปัญหายังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่หรือวางแผนจะเดินทางไปเขตดังกล่าวควรใช้ความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมขัง และติดตามข้อมูลอัปเดตผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกำหนดการที่ชัดเจนว่าระดับน้ำจะลดลงเมื่อใด หรือจะมีการขยายเขตพื้นที่ประสบภัยไปยังเขตข้างเคียงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

ความปลอดภัย

กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพไทยระดมกำลังรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักทั่วประเทศ

กองทัพบกกำลังประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ หลังจากฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่

ตามรายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี กองทัพบกได้ยกระดับการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง โดย ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 กองทัพกำลังบูรณาการทรัพยากรอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การหยุดชะงักในบางพื้นที่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการปิดเส้นทางจราจร ความล่าช้าของระบบขนส่งสาธารณะ และความยากลำบากในการเข้าถึงบางภูมิภาค ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานระดับจังหวัดเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยและประกาศแจ้งเตือนการอพยพหากจำเป็น

แม้ว่าขณะนี้กองทัพจะอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ แต่ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดและระยะเวลาของความเสี่ยงจากน้ำท่วมยังคงต้องรอการยืนยัน สถานการณ์มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและสภาพอากาศอาจมีการพัฒนาต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางเฉพาะหรือพื้นที่ที่น่ากังวลกับที่พักหรือผู้ให้บริการขนส่งในพื้นที่ก่อนวางแผนการเดินทาง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและให้การสนับสนุนแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:40 UTC

เศรษฐกิจ

อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตราคาน้ำมันในประเทศไทย: 26 กันยายน 2569

ราคาน้ำมันขายปลีกปัจจุบันในประเทศไทยตามข้อมูลจากสถานีบริการน้ำมันบางจาก ณ วันที่ 26 กันยายน 2569

ตามข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ ราคาน้ำมันขายปลีกที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในประเทศไทยได้รับการอัปเดตสำหรับวันที่ 26 กันยายน 2569

ราคาปัจจุบัน

  • แก๊สโซฮอล์ 95: 39.94 บาทต่อลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91: 39.57 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B7: 41.44 บาทต่อลิตร
  • ดีเซล B20: 36.00 บาทต่อลิตร

ผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว ค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในงบประมาณการเดินทางประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเช่ารถหรือใช้บริการขนส่งส่วนตัว ความผันผวนของราคาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบป้ายราคาที่สถานีบริการน้ำมันแต่ละแห่ง เนื่องจากราคาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแบรนด์และสถานที่ตั้ง

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนถึงราคาปัจจุบันที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นราคาเดียวกันทั้งหมดในทุกแบรนด์น้ำมันหรือทุกภูมิภาคของประเทศไทย ผู้ขับขี่ควรทราบว่าราคาน้ำมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะตลาดโลกและการปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารท้องถิ่นหรือเว็บไซต์ทางการของสถานีบริการน้ำมันเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนวางแผนการเดินทางไกล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 23:51 UTC

พ่อค้าแม่ค้าขอนแก่นเรียกร้องขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พ่อค้าแม่ค้าขอนแก่นเรียกร้องขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

ผู้ค้าในจังหวัดขอนแก่นเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ขยายเวลาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 ออกไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พ่อค้าแม่ค้าขอนแก่นเรียกร้องขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

แหล่งข่าวเดียว
พ่อค้าแม่ค้าขอนแก่นเรียกร้องขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

ผู้ค้าในจังหวัดขอนแก่นเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ขยายเวลาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 ออกไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 พ่อค้าแม่ค้าในจังหวัดขอนแก่นได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลขยายเวลาโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 โดยผู้ค้าได้ขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาขยายโครงการดังกล่าวออกไปจนถึงเดือนธันวาคม 2569

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มกำลังซื้อในระดับท้องถิ่น ผู้ค้ามองว่าการขยายเวลาโครงการจะเป็นเสมือน 'ของขวัญปีใหม่' ให้กับคนไทย เพื่อช่วยประคองกิจกรรมการบริโภคในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี การคงโครงการนี้ไว้จะช่วยให้ธุรกิจในท้องถิ่นสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและรักษาความต่อเนื่องของการค้าภายในประเทศได้

ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ประกอบการในจังหวัดขอนแก่นเท่านั้น ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลว่าจะมีการขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 ออกไปจากกำหนดการเดิมหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 08:16 UTC

โคราชเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น 150 ราย หลังพบความผิดปกติในการสอบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

โคราชเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น 150 ราย หลังพบความผิดปกติในการสอบ

ทางการจังหวัดนครราชสีมาได้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวน 150 ราย หลังจากตรวจพบความผิดปกติในกระบวนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

โคราชเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น 150 ราย หลังพบความผิดปกติในการสอบ

แหล่งข่าวเดียว
โคราชเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการท้องถิ่น 150 ราย หลังพบความผิดปกติในการสอบ

ทางการจังหวัดนครราชสีมาได้เพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวน 150 ราย หลังจากตรวจพบความผิดปกติในกระบวนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 นายอนันต์ ถ้ำทอง ท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าได้มีการดำเนินการเพิกถอนคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวน 150 ราย ออกจากตำแหน่งแล้ว โดยการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลมาจากการตรวจพบความผิดปกติของคะแนนสอบและข้อผิดพลาดในกระบวนการสอบแข่งขัน

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่ละแห่งในจังหวัดได้ออกคำสั่งเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลกลุ่มดังกล่าวแล้ว และคณะกรรมการจังหวัดได้ส่งรายชื่อผู้ที่พ้นจากตำแหน่งทั้งหมดให้คณะกรรมการกลางเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ในทางกฎหมายยังไม่ถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็น "ผู้ทุจริต" เนื่องจากการเพิกถอนคำสั่งเป็นเพียงขั้นตอนการแก้ไขคำสั่งทางปกครองให้ถูกต้องตามระเบียบหลังจากตรวจพบความผิดพลาดของคะแนนหรือกระบวนการสอบที่ไม่สมบูรณ์ ทางการชี้แจงว่าผู้ที่ถูกเพิกถอนจะถูกระบุว่าเป็นผู้ทุจริตก็ต่อเมื่อผลการสอบสวนทางวินัย กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. หรือกระบวนการทางศาลอาญามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดจริงเท่านั้น

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการรักษาความโปร่งใสของระบบราชการ แม้การดำเนินการทางปกครองนี้จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการสาธารณะในทันที แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการกับความไม่โปร่งใสในการสรรหาบุคลากร โดยสถานะสุดท้ายของบุคคลเหล่านี้ยังคงต้องรอผลจากการสอบสวนทางกฎหมายและทางวินัยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 08:16 UTC

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีหนี้กองทุนน้ำมันพุ่งสูง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีหนี้กองทุนน้ำมันพุ่งสูง

พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหารัฐบาลว่าบริหารจัดการเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงผิดพลาด โดยอ้างถึงหนี้ที่เพิ่มขึ้นถึง 8.5 หมื่นล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีหนี้กองทุนน้ำมันพุ่งสูง

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีหนี้กองทุนน้ำมันพุ่งสูง

พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหารัฐบาลว่าบริหารจัดการเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงผิดพลาด โดยอ้างถึงหนี้ที่เพิ่มขึ้นถึง 8.5 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้วิพากษ์วิจารณ์การจัดการมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันของรัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างรุนแรง โดยระบุว่าการที่รัฐบาลยังคงพึ่งพาการอุดหนุนราคาเพื่อควบคุมราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนแตะระดับ 8.5 หมื่นล้านบาท

พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าการแทรกแซงทางเศรษฐกิจเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำซ้ำซากและไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสนอแนะว่าการใช้สัญลักษณ์หรือ 'เหรียญเหนือดวง' ตามกระแสสังคมนั้น ไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่แท้จริงได้ หากรัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นหัวใจสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความยั่งยืนของการควบคุมราคาน้ำมัน แม้ว่าราคาน้ำมันในปัจจุบันจะยังคงอยู่ภายใต้การแทรกแซงของรัฐบาล แต่หนี้สินที่เพิ่มขึ้นของกองทุนน้ำมันทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสถียรภาพในระยะยาวของเงินอุดหนุนเหล่านี้ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการคลังเพื่อจัดการกับภาวะขาดดุลที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายพลังงาน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการจัดการเงินอุดหนุนอาจส่งผลกระทบต่อค่าขนส่งและระดับเงินเฟ้อโดยรวมทั่วประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 08:15 UTC

ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

กลุ่มฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชนตั้งเป้าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในเดือนนี้ โดยมุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีบางรายจากข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

แหล่งข่าวเดียว
ฝ่ายค้านไทยเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

กลุ่มฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชนตั้งเป้าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในเดือนนี้ โดยมุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีบางรายจากข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงว่าฝ่ายค้านกำลังเร่งจัดทำรายละเอียดญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยยืนยันว่าจะดำเนินการยื่นญัตติดังกล่าวภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

ฝ่ายค้านได้ระบุประเด็นสำคัญที่จะตรวจสอบ ได้แก่ ข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น กระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบหนังสือเดินทาง AI นายพริษฐ์ระบุว่าฝ่ายค้านมีข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน โดยมีการแย้มถึงความเชื่อมโยงกับบุคคลในจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในขณะนี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมในรัฐสภาเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติในประเทศไทย แต่บ่อยครั้งมักนำไปสู่การถกเถียงทางการเมืองที่เข้มข้น ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสข่าวและวาทกรรมสาธารณะ

ทั้งนี้ ยังต้องรอความชัดเจนว่ารัฐมนตรีคนใดบ้างที่จะถูกระบุชื่อในญัตติฉบับสมบูรณ์ และรัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้ โดยฝ่ายค้านชี้แจงว่ากรอบเวลาดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือก สว. ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในวันที่ 14 กันยายนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:55 UTC

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นกรณีความโปร่งใสในการเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นกรณีความโปร่งใสในการเลือก สว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ ยื่นคำขาดต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก สว. ครั้งล่าสุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นกรณีความโปร่งใสในการเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นกรณีความโปร่งใสในการเลือก สว.

พริษฐ์ วัชรสินธุ ยื่นคำขาดต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก สว. ครั้งล่าสุด

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า พริษฐ์ วัชรสินธุ ได้ออกมาท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่าหาก กกต. ไม่ดำเนินการส่งฟ้องศาลต่อบุคคล 229 คนที่ต้องสงสัยว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งภายในวันที่ 14 กันยายน 2569 เรื่องนี้จะถือว่ายังไม่จบสิ้น

พริษฐ์ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความสอดคล้องของคำให้การพยาน โดยตั้งข้อสังเกตว่าเอกสารหรือคำให้การบางอย่างอาจมีการหลุดหรือถูกปล่อยออกมาโดยเจตนา พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันอย่างมากกับวาทกรรมที่พรรคภูมิใจไทยเคยใช้มาก่อนหน้านี้ โดยเขาย้ำว่าความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งยังคงเป็นประเด็นที่มีความขัดแย้งอย่างรุนแรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าชีวิตประจำวันและกิจกรรมการท่องเที่ยวจะยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่ผู้ที่สนใจด้านการเมืองควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูความเป็นไปได้ของการประท้วงหรือการเปลี่ยนแปลงในวาทกรรมทางการเมือง ในขณะนี้ยังคงต้องยืนยันว่า กกต. จะดำเนินการตามกำหนดเส้นตายในวันที่ 14 กันยายนหรือไม่ หรือจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการดังกล่าว โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าคณะกรรมการจะดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลทั้ง 229 คนตามที่พริษฐ์เรียกร้องหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:55 UTC

ประธาน TDRI จี้ กกต. เร่งส่งคดีฮั้วสว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด
การเมือง ได้รับการยืนยัน

ประธาน TDRI จี้ กกต. เร่งส่งคดีฮั้วสว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด

ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งส่งคดีการฮั้วเลือก สว. ให้ศาลฎีกาตัดสินเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากสาธารณชน

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประธาน TDRI จี้ กกต. เร่งส่งคดีฮั้วสว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด

ได้รับการยืนยัน
ประธาน TDRI จี้ กกต. เร่งส่งคดีฮั้วสว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด

ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งส่งคดีการฮั้วเลือก สว. ให้ศาลฎีกาตัดสินเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นจากสาธารณชน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ในระหว่างการสัมมนาที่รัฐสภาไทยในหัวข้อ “จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย” นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้กล่าวถึงสถานะปัจจุบันของหน่วยงานอิสระ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายสมเกียรติเน้นย้ำว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งส่งคดีที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่กำลังดำเนินอยู่ไปยังศาลฎีกาเพื่อขอคำตัดสินชี้ขาด โดยระบุว่าขั้นตอนนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กร นายสมเกียรติเตือนว่าหาก กกต. พยายามจัดการเรื่องนี้เป็นการภายในโดยปราศจากการตรวจสอบจากฝ่ายตุลาการ อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันประชาธิปไตยในประเทศไทย แม้ว่าสถานการณ์นี้จะยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองและกฎหมายภายใน แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่องค์กรตรวจสอบอิสระของประเทศกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่ยังต้องติดตามต่อไปคือ กกต. จะตอบสนองต่อแรงกดดันจากสาธารณะนี้อย่างไร และคดีดังกล่าวจะถูกส่งไปยังศาลฎีกาจริงหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า กกต. จะยังคงดำเนินการตามแนวทางเดิมหรือจะปฏิบัติตามคำแนะนำในการขอให้ศาลเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อคลี่คลายข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:36 UTC

รัฐมนตรีทวีชี้ถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้ของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีทวีชี้ถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง เน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่ามิติความมั่นคงเพียงอย่างเดียว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีทวีชี้ถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีทวีชี้ถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง เน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่ามิติความมั่นคงเพียงอย่างเดียว

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในการที่รัฐบาลจัดการกับปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย รัฐมนตรีทวีให้ความเห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการมุ่งเน้นเพียงมิติความมั่นคงหรือการใช้กำลังทหารเท่านั้น แต่เสนอให้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิด โดยเสนอแนะว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้งควรเปลี่ยนบทบาทจาก 'นักรบ' มาเป็น 'นักสร้างสันติภาพ'

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในกรอบนโยบายระยะยาวของรัฐบาลเกี่ยวกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าความเห็นของรัฐมนตรีจะสะท้อนถึงความต้องการแนวทางที่ครอบคลุมมากขึ้นในการสร้างสันติภาพ แต่ก็ยังไม่ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงในทันทีของระเบียบการด้านความมั่นคงหรือการคงกำลังทหารในพื้นที่

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวคิดเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมอย่างไร หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การปฏิบัติงานในปัจจุบันของกองกำลังความมั่นคงในพื้นที่หรือไม่ จนถึงขณะนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศโครงการริเริ่มใหม่ที่เฉพาะเจาะจงหรือกรอบเวลาสำหรับการดำเนินการตามแนวคิดที่นำเสนอนี้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังจังหวัดภาคใต้ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:15 UTC

อดีตรองนายกฯ วิจารณ์ 94 ปี วงจรการเมืองไทย
การเมือง ได้รับการยืนยัน

อดีตรองนายกฯ วิจารณ์ 94 ปี วงจรการเมืองไทย

โภคิน พลกุล ชี้ว่าโครงสร้างการเมืองไทยยังคงติดอยู่ในวงจรของอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อองค์กรอิสระ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีตรองนายกฯ วิจารณ์ 94 ปี วงจรการเมืองไทย

ได้รับการยืนยัน
อดีตรองนายกฯ วิจารณ์ 94 ปี วงจรการเมืองไทย

โภคิน พลกุล ชี้ว่าโครงสร้างการเมืองไทยยังคงติดอยู่ในวงจรของอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อองค์กรอิสระ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ณ รัฐสภาไทย นายโภคิน พลกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ 'จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย' ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร โดยมุ่งเน้นไปที่ความท้าทายเชิงระบบในการบริหารประเทศ

นายโภคินระบุว่า ตลอด 94 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยติดอยู่ในวงจรซ้ำซากของการยึดอำนาจ การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ และการเลือกตั้ง ซึ่งเขามองว่าเป็นการส่งเสริมอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์ เขายังกล่าวว่าข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญสำหรับองค์กรอิสระ เช่น ความยุติธรรม หลักนิติธรรม และความซื่อสัตย์ ได้กลายเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น ตามความเห็นของนายโภคิน องค์กรเหล่านี้ได้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองไปแล้ว โดยตั้งข้อสังเกตว่าแม้แต่วงการพระสงฆ์ก็ไม่รอดพ้นจากปัญหาเชิงระบบเหล่านี้ เขาได้เสนอ 4 แนวทางในการรื้อโครงสร้างระบบปัจจุบันเพื่อทำลายวงจรดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเสถียรภาพและความเป็นอิสระของสถาบันรัฐไทย แม้ว่าประเด็นเหล่านี้จะเป็นหัวใจสำคัญของการเมืองท้องถิ่น แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยว ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อเสนอการปฏิรูปโครงสร้างเหล่านี้จะได้รับการตอบรับในสภาหรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมในอนาคตอันใกล้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:56 UTC

จับตาการเมือง: 14 ก.ย. นี้ วันตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

จับตาการเมือง: 14 ก.ย. นี้ วันตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

นักการเมือง 'เด็จพี่' เรียกร้องให้สาธารณชนจับตาดูวันที่ 14 กันยายนนี้ ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะจัดการกับคดีการฮั้วเลือกตั้งวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

จับตาการเมือง: 14 ก.ย. นี้ วันตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
จับตาการเมือง: 14 ก.ย. นี้ วันตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

นักการเมือง 'เด็จพี่' เรียกร้องให้สาธารณชนจับตาดูวันที่ 14 กันยายนนี้ ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะจัดการกับคดีการฮั้วเลือกตั้งวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่านักการเมืองที่รู้จักกันในชื่อ 'เด็จพี่' ได้เรียกร้องให้สาธารณชนจับตาดูการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยในวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยวันดังกล่าวถูกมองว่าเป็นบทพิสูจน์ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อความสามารถของคณะกรรมการในการแก้ไขคดีที่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับการฮั้วเลือกตั้งในกระบวนการคัดเลือกวุฒิสภาที่ผ่านมา

แม้ว่า 'เด็จพี่' จะระบุว่าเขาไม่มีเจตนาที่จะก้าวก่ายกระบวนการทางกฎหมายหรือกลไกเฉพาะของการสอบสวน แต่เขาก็เน้นย้ำว่าการตัดสินใจของคณะกรรมการจะถูกตรวจสอบถึงความชัดเจนของเหตุผล ผลลัพธ์ของการตัดสินนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการจัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการแต่งตั้งวุฒิสภา ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสังคม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง แม้ว่าชีวิตประจำวันและการเดินทางจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ผู้ที่สนใจด้านการปกครองท้องถิ่นควรทราบว่าการตัดสินใจของ กกต. อาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองในวงกว้าง ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคณะกรรมการจะนำเสนอข้อสรุปอย่างไรและสาธารณชนจะตอบสนองต่อเหตุผลที่ให้ไว้สำหรับการตัดสินใจอย่างไร ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการประกาศอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:16 UTC

รองนายกฯ ยศชนัน เผยแผน 5 ประการเพื่อพลิกโฉมการศึกษาไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ยศชนัน เผยแผน 5 ประการเพื่อพลิกโฉมการศึกษาไทย

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์ 5 ประการที่มุ่งเน้นการปฏิรูประบบการศึกษาของไทยผ่านนวัตกรรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ ยศชนัน เผยแผน 5 ประการเพื่อพลิกโฉมการศึกษาไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ยศชนัน เผยแผน 5 ประการเพื่อพลิกโฉมการศึกษาไทย

รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์ 5 ประการที่มุ่งเน้นการปฏิรูประบบการศึกษาของไทยผ่านนวัตกรรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้เดินทางไปเยือนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเปิดเผยวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับภูมิทัศน์ทางวิชาการของประเทศ ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ รองนายกรัฐมนตรีได้นำเสนอแผน 5 ประการที่ออกแบบมาเพื่อยกเครื่องระบบการศึกษาไทยครั้งใหญ่

เป้าหมายหลักของโครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ 3 เสาหลัก ได้แก่ การสร้างศักยภาพของมนุษย์ การสร้างความรู้ และการสร้างนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มอบโอกาสที่เป็นรูปธรรมและความหวังให้กับคนรุ่นใหม่ การปรับปรุงกรอบการศึกษาให้ทันสมัยจะช่วยให้รัฐบาลสามารถเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของคุณภาพสถาบันการศึกษาในท้องถิ่นและความพร้อมของโปรแกรมการฝึกอบรมเฉพาะทาง หากการปฏิรูปเหล่านี้ประสบความสำเร็จ อาจส่งผลต่อตลาดแรงงานในอนาคตและความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของแรงงานไทย

อย่างไรก็ตาม กลไกเฉพาะสำหรับการดำเนินการตามแผนทั้ง 5 ประการนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าจะมีการนำเสนอวิสัยทัศน์ออกมาแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ได้เผยแพร่กำหนดการโดยละเอียดหรือรายละเอียดงบประมาณที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการบูรณาการข้อเสนอดังกล่าวเข้ากับนโยบายการศึกษาแห่งชาติที่มีอยู่ในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 07:17 UTC

รัฐมนตรีทวีเรียกร้องแนวทางใหม่สำหรับกระบวนการสันติภาพในภาคใต้ของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีทวีเรียกร้องแนวทางใหม่สำหรับกระบวนการสันติภาพในภาคใต้ของไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง สนับสนุนให้ก้าวข้ามกลยุทธ์ที่เน้นความมั่นคงเพียงอย่างเดียว เพื่อแก้ไขความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีทวีเรียกร้องแนวทางใหม่สำหรับกระบวนการสันติภาพในภาคใต้ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีทวีเรียกร้องแนวทางใหม่สำหรับกระบวนการสันติภาพในภาคใต้ของไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง สนับสนุนให้ก้าวข้ามกลยุทธ์ที่เน้นความมั่นคงเพียงอย่างเดียว เพื่อแก้ไขความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้กล่าวในงานสัมมนาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในหัวข้อ '22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป : การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เพื่อสันติภาพที่เคารพความหลากหลาย' ตามรายงานของ Khaosod Online รัฐมนตรีทวีโต้แย้งว่าความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยไม่ควรถูกมองผ่านมิติความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่เขาได้อธิบายสถานการณ์ว่าเป็นความขัดแย้งที่ซับซ้อนซึ่งเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ที่แตกต่าง ความยุติธรรม อัตลักษณ์ และปัจจัยทางเศรษฐกิจ

รัฐมนตรีทวีเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างพื้นที่สำหรับการเจรจาสันติวิธี โดยเสนอว่าผู้ถืออาวุธทั้งสองฝ่ายควรเปลี่ยนจากนักรบมาเป็นนักสร้างสันติภาพ เขาระบุว่าแม้จะมีเป้าหมายที่ประกาศไว้ว่าจะยุติเหตุการณ์ความไม่สงบภายในปี 2570 แต่สิ่งนี้ยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญซึ่งต้องอาศัยความพยายามอย่างต่อเนื่องมากกว่าการล้มเลิก เขาได้สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ใหม่รักษาความมุ่งมั่น โดยเสนอว่าฝ่ายบริหารชุดใหม่ควรกำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจนภายใน 100 วันแรกเพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงวาทกรรมนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในวิธีที่รัฐบาลจัดการกับภูมิภาค โดยมุ่งไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและสังคม อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องยืนยันว่าข้อเสนอเหล่านี้จะถูกรวมเข้ากับนโยบายของรัฐอย่างเป็นทางการอย่างไร หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในพื้นที่หรือไม่ ผู้ที่เดินทางไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นและคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความซับซ้อนและขึ้นอยู่กับการพัฒนาทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:56 UTC

นักการเมืองอาวุโสวิจารณ์ 94 ปีการเมืองไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักการเมืองอาวุโสวิจารณ์ 94 ปีการเมืองไทย

โภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้ว่าการเมืองไทยยังคงติดอยู่ในวงจรของอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักการเมืองอาวุโสวิจารณ์ 94 ปีการเมืองไทย

แหล่งข่าวเดียว
นักการเมืองอาวุโสวิจารณ์ 94 ปีการเมืองไทย

โภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้ว่าการเมืองไทยยังคงติดอยู่ในวงจรของอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า โภคิน พลกุล นักการเมืองอาวุโสและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วิจารณ์การเมืองไทยในช่วง 94 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นวงจรที่วนเวียนอยู่กับอำนาจนิยมและระบบอุปถัมภ์ ตามความเห็นของโภคิน ภูมิทัศน์ทางการเมืองในปัจจุบันขาดความละอายหรือขอบเขตทางจริยธรรมที่เขาเสนอว่าเคยมีอยู่ในยุคก่อนหน้านี้ นอกจากนี้เขายังแสดงความกังวลว่าการแสวงหาอำนาจได้ลุกลามเข้าไปในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม รวมถึงสถาบันทางศาสนาด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาว ความเห็นนี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับวุฒิภาวะและความมั่นคงของสถาบันประชาธิปไตยในประเทศไทย แม้ว่าวาทกรรมทางการเมืองดังกล่าวจะเป็นลักษณะทั่วไปของสื่อท้องถิ่น แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกซึ่งยังคงส่งผลต่อการบริหารประเทศ

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อสังเกตเหล่านี้จะส่งผลต่อสาธารณชนในวงกว้างอย่างไร หรือจะมีอิทธิพลต่อวาทกรรมทางการเมืองในอนาคตหรือไม่ เนื่องจากนี่เป็นเพียงการวิจารณ์เชิงอัตวิสัยจากนักการเมือง จึงไม่ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือนโยบาย นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรทราบว่าแม้การอภิปรายทางการเมืองจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงภายในประเทศ SawaLife จะยังคงติดตามรายงานในท้องถิ่นเพื่อดูความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:55 UTC

‘ชวน หลีกภัย’ เตือนการแทรกแซงทางการเมืองในองค์กรอิสระ
การเมือง ได้รับการยืนยัน

‘ชวน หลีกภัย’ เตือนการแทรกแซงทางการเมืองในองค์กรอิสระ

อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ชวน หลีกภัย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อิทธิพลทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นต่อองค์กรอิสระของไทย โดยเตือนถึงผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นต่อธรรมาภิบาลของประเทศ

Thai Post + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘ชวน หลีกภัย’ เตือนการแทรกแซงทางการเมืองในองค์กรอิสระ

ได้รับการยืนยัน
‘ชวน หลีกภัย’ เตือนการแทรกแซงทางการเมืองในองค์กรอิสระ

อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ชวน หลีกภัย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อิทธิพลทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นต่อองค์กรอิสระของไทย โดยเตือนถึงผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นต่อธรรมาภิบาลของประเทศ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 นายชวน หลีกภัย นักการเมืองอาวุโสและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานะขององค์กรอิสระในประเทศไทย ตามรายงานของ Thai Post นายชวนเน้นย้ำว่าองค์กรเหล่านี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นระบบตรวจสอบและถ่วงดุลที่สำคัญภายในรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เขาโต้แย้งว่าการแทรกแซงทางการเมืองในปัจจุบันมีความรุนแรงจนน่าตกใจ ซึ่งกำลังคุกคามความซื่อสัตย์ของสถาบันเหล่านี้

นายชวนได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังเกี่ยวกับการใช้ชาติเป็นเครื่องมือในการตอบแทนบุญคุณส่วนตัวหรือทางการเมือง โดยเตือนว่าการกระทำดังกล่าวเสี่ยงต่อการซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต เขาเน้นย้ำว่าความเป็นอิสระขององค์กรเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการรักษามาตรฐานประชาธิปไตยและความเชื่อมั่นของสาธารณชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทย แม้ว่าปัญหาธรรมาภิบาลภายในเหล่านี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในแต่ละวันหรือการพำนักตามปกติ แต่ก็เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของสภาพแวดล้อมทางการบริหารของประเทศ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นเพียงข้อสังเกตส่วนตัวของนักการเมืองอาวุโสเท่านั้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงนี้จะได้รับการจัดการโดยคณะกรรมการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างไร หรือจะมีการนำเสนอหลักฐานเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการแทรกแซงสถาบันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 04:57 UTC

กกต. เตรียมลงมติชี้ขาดคดีเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เตรียมลงมติชี้ขาดคดีเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดลงมติในวันที่ 14 กันยายนนี้ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เตรียมลงมติชี้ขาดคดีเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เตรียมลงมติชี้ขาดคดีเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดลงมติในวันที่ 14 กันยายนนี้ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ได้นัดลงมติวินิจฉัยชี้ขาดในวันที่ 14 กันยายนนี้ โดยคาดว่าการประชุมดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ข้อพิพาทที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วหรือการทุจริตในหมู่ผู้สมัคร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นประเด็นสำคัญเนื่องจากอาจเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ แม้ว่ากระบวนการคัดเลือก ส.ว. จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวในชีวิตประจำวัน แต่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายสาธารณะหรือบรรยากาศทางสังคมได้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูการตัดสินใจของ กกต. อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของกรอบกฎหมายในปัจจุบัน

ในขณะนี้ ผลการประชุมในวันที่ 14 กันยายนยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ สาธารณชนกำลังรอดูว่าคณะกรรมการจะพบหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ หรือจะรับรองผลการคัดเลือกตามเดิม ในระหว่างที่สถานการณ์ยังคงดำเนินไป ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยควรตระหนักว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองอาจนำไปสู่การรวมตัวของประชาชนหรือการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ราชการได้ โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อสรุปของคณะกรรมการหลังจากเสร็จสิ้นการพิจารณา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:35 UTC

ชวน หลีกภัย วิจารณ์ความเป็นอิสระขององค์กรอิสระในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชวน หลีกภัย วิจารณ์ความเป็นอิสระขององค์กรอิสระในประเทศไทย

อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ชวน หลีกภัย ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมืองในองค์กรอิสระของไทย โดยเรียกร้องให้องค์กรเหล่านี้ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสาธารณะมากกว่าผลประโยชน์ของผู้ที่แต่งตั้งพวกเขา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชวน หลีกภัย วิจารณ์ความเป็นอิสระขององค์กรอิสระในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ชวน หลีกภัย วิจารณ์ความเป็นอิสระขององค์กรอิสระในประเทศไทย

อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ชวน หลีกภัย ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมืองในองค์กรอิสระของไทย โดยเรียกร้องให้องค์กรเหล่านี้ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสาธารณะมากกว่าผลประโยชน์ของผู้ที่แต่งตั้งพวกเขา

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า ชวน หลีกภัย นักการเมืองอาวุโสและอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันขององค์กรอิสระในประเทศไทย โดยชวนให้เหตุผลว่าองค์กรเหล่านี้ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ กำลังเผชิญกับการแทรกแซงทางการเมืองอย่างรุนแรง

ชวนเน้นย้ำว่าองค์กรเหล่านี้ได้รับงบประมาณรายปีประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เขาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ในสถาบันเหล่านี้เลิกเกรงใจผู้ที่แต่งตั้งพวกเขา โดยยืนยันว่าพวกเขาต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อสาธารณะแทนที่จะกลายเป็นภาระทางการเงินของรัฐ เขาเน้นย้ำว่าภารกิจหลักของพวกเขาคือการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการบริหารงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย วาทกรรมนี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของสถาบันระดับชาติและระบบตรวจสอบและถ่วงดุลภายในระบบการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นเหล่านี้จะสะท้อนมุมมองของนักการเมืองระดับสูง แต่ผลกระทบที่เฉพาะเจาะจงต่อความเป็นอิสระในการดำเนินงานขององค์กรเหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงดังกล่าว และยังไม่มีการยืนยันว่าคำวิจารณ์เหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหรือขั้นตอนการทำงานขององค์กรเหล่านี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:36 UTC

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เรียกร้องให้ประชาชนจับตาการตัดสินคดี สว. ของ กกต. ที่กำลังจะมาถึง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เรียกร้องให้ประชาชนจับตาการตัดสินคดี สว. ของ กกต. ที่กำลังจะมาถึง

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นักการเมืองไทย เรียกร้องให้ประชาชนติดตามการตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันที่ 14 กันยายน เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เรียกร้องให้ประชาชนจับตาการตัดสินคดี สว. ของ กกต. ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เรียกร้องให้ประชาชนจับตาการตัดสินคดี สว. ของ กกต. ที่กำลังจะมาถึง

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นักการเมืองไทย เรียกร้องให้ประชาชนติดตามการตัดสินของคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันที่ 14 กันยายน เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นักการเมืองชื่อดังของไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตัดสินใจที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดย กกต. มีกำหนดการที่จะอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 14 กันยายน เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในกระบวนการที่ผ่านมา

สุดารัตน์เน้นย้ำว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีความสำคัญมากกว่าผลลัพธ์ของตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องใน สว. โดยเธอมองว่าคำวินิจฉัยนี้เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับระบบตรวจสอบและถ่วงดุลของประเทศไทย คำแถลงของเธอเรียกร้องให้ประชาชนจับตาดูคณะกรรมการทั้ง 7 คนอย่างใกล้ชิด พร้อมตั้งคำถามว่าความโปร่งใสของกลไกการตรวจสอบของประเทศจะยังคงอยู่หรือไม่ หากผู้มีอำนาจถูกมองว่าสามารถมีอิทธิพลต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบตนเองได้ เธอให้เหตุผลว่าหากกลไกการตรวจสอบถูกแทรกแซง อาจทำให้ผู้มีอำนาจกระทำการโดยไม่เกรงกลัวต่อการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในสถานการณ์การเมืองไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลต่อเสถียรภาพพื้นฐานของการบริหารประเทศ แม้ว่าการตัดสินใจจะมีขึ้นในวันที่ 14 กันยายน แต่ผลกระทบระยะยาวต่อองค์ประกอบของวุฒิสภาและความเชื่อมั่นของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้งยังคงต้องติดตามต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า กกต. จะจัดการกับข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และคำตัดสินจะตอบสนองต่อความต้องการความโปร่งใสของสาธารณชนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:56 UTC

เกิดข้อพิพาททางการเมืองกรณีผับในฉะเชิงเทรา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกิดข้อพิพาททางการเมืองกรณีผับในฉะเชิงเทรา

นักการเมืองไทยวิพากษ์วิจารณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเปิดเผย เกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินการทางวินัยต่อผู้ใหญ่บ้านที่เกี่ยวข้องกับการบุกตรวจค้นผับ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกิดข้อพิพาททางการเมืองกรณีผับในฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
เกิดข้อพิพาททางการเมืองกรณีผับในฉะเชิงเทรา

นักการเมืองไทยวิพากษ์วิจารณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเปิดเผย เกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินการทางวินัยต่อผู้ใหญ่บ้านที่เกี่ยวข้องกับการบุกตรวจค้นผับ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2026 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเปิดเผย โดยประเด็นข้อพิพาทมุ่งเน้นไปที่ผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งซึ่งผับของเขาถูกเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แม้จะมีการบุกตรวจค้นแล้ว แต่มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยังไม่ถูกปลดออกจากตำแหน่งและยังคงได้รับเงินเดือนจากทางราชการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในระดับท้องถิ่นเกี่ยวกับความรับผิดชอบของผู้นำชุมชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาทางกฎหมายในสถานบันเทิงยามค่ำคืน แม้ว่าการบุกตรวจค้นจะเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัด แต่ความล่าช้าทางธุรการในกระบวนการทางวินัยได้กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายบริหารระดับจังหวัดจะเริ่มกระบวนการพักงานหรือปลดผู้ใหญ่บ้านรายนี้อย่างเป็นทางการหรือไม่ เพื่อตอบสนองต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว ณ ปัจจุบัน สถานะอย่างเป็นทางการของผู้ใหญ่บ้านยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง และผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องเฉพาะเจาะจงให้มีการปลดออกจากตำแหน่ง ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาสถานการณ์ว่าแรงกดดันจากนักการเมืองระดับชาติจะช่วยเร่งกระบวนการตรวจสอบทางธุรการให้เร็วขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 05:36 UTC

กระทรวงยุติธรรมไทยเผยความสำเร็จในการไกล่เกลี่ยหนี้และติดตามเงินคืนจากคดีฉ้อโกงออนไลน์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงยุติธรรมไทยเผยความสำเร็จในการไกล่เกลี่ยหนี้และติดตามเงินคืนจากคดีฉ้อโกงออนไลน์

กระทรวงยุติธรรมประกาศความสำเร็จในการติดตามเงินคืนให้เหยื่อคดีฉ้อโกงออนไลน์ได้ 130 ล้านบาท และลดภาระหนี้สินให้ประชาชนได้กว่า 5,000 ล้านบาทผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงยุติธรรมไทยเผยความสำเร็จในการไกล่เกลี่ยหนี้และติดตามเงินคืนจากคดีฉ้อโกงออนไลน์

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงยุติธรรมไทยเผยความสำเร็จในการไกล่เกลี่ยหนี้และติดตามเงินคืนจากคดีฉ้อโกงออนไลน์

กระทรวงยุติธรรมประกาศความสำเร็จในการติดตามเงินคืนให้เหยื่อคดีฉ้อโกงออนไลน์ได้ 130 ล้านบาท และลดภาระหนี้สินให้ประชาชนได้กว่า 5,000 ล้านบาทผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ย

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกของกระทรวงในการช่วยเหลือประชาชน โดยให้สัมภาษณ์ในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ว่ารัฐบาลสามารถติดตามเงินคืนให้แก่เหยื่อคดีฉ้อโกงออนไลน์ได้สำเร็จเป็นจำนวน 130 ล้านบาท นอกจากนี้ กระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ของกระทรวงยังช่วยลดภาระทางการเงินให้แก่ประชาชนได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการจัดการกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยทางการเงินดิจิทัลและหนี้ครัวเรือน โดยรัฐมนตรีเน้นย้ำว่ากระบวนการเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้รวดเร็วและเข้าถึงง่าย เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม

แม้สถิติเหล่านี้จะสะท้อนถึงการแทรกแซงที่สำคัญของภาครัฐ แต่กลไกเฉพาะที่ใช้ในการบรรลุตัวเลขการติดตามเงินคืนและการไกล่เกลี่ยดังกล่าวยังคงเป็นภาพรวม ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีการจัดลำดับความสำคัญของแต่ละคดีอย่างไร หรือมีเกณฑ์เฉพาะเจาะจงใดบ้างที่เหยื่อต้องมีเพื่อให้เข้าถึงบริการเหล่านี้ได้ ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการไกล่เกลี่ยหนี้ควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของกระทรวงยุติธรรมเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคุณสมบัติและขั้นตอนการยื่นคำร้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 12 กันยายน 2026, 06:16 UTC