ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ✦
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
กีฬา

อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

แหล่งข่าวเดียว
อิตาลีฟอร์มยังไม่ฟื้นหลังพ่ายเบลเยียมในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก

ทีมชาติอิตาลีพ่ายแพ้คาบ้านให้กับเบลเยียมในการแข่งขันยูฟ่า เนชันส์ ลีก ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบากสำหรับหัวหน้าโค้ชคนใหม่อย่าง โรแบร์โต มันชินี

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ทีมชาติอิตาลีลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า เนชันส์ ลีก 2026-27 ลีกเอ กลุ่ม 1 พบกับทีมชาติเบลเยียม ที่สนามสตาดิโอ โอลิมปิโก ในกรุงโรม การแข่งขันนัดนี้มีความน่าสนใจเนื่องจากทั้งสองทีมต่างมีหัวหน้าโค้ชคนใหม่ประเดิมคุมทัพ โดยอิตาลีได้ โรแบร์โต มันชินี กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง ในขณะที่ มาร์ก ฟาน บอมเมล เข้ามารับหน้าที่คุมทีมชาติเบลเยียม

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมงานผู้ฝึกสอน แต่อิตาลียังคงประสบปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและพ่ายแพ้ให้กับทีมเยือนจากเบลเยียม เกมนี้เบลเยียมกดดันอย่างหนักตั้งแต่ต้นเกม โดย จานลุยจิ ดอนนารุมมา ผู้รักษาประตูอิตาลี ต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ ชาร์ลส์ เดอ เคเทอลาเรอ ตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการจ่ายบอลของ เควิน เดอ บรอยน์ เบลเยียมยังคงสร้างโอกาสทำประตูได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งแรก โดยใช้จังหวะตัดบอลกลางสนามเพื่อสวนกลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในอิตาลี ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของฟอร์มการเล่นทีมชาติ แม้จะมีการกลับมาของมันชินีก็ตาม แม้จะเป็นเพียงเหตุการณ์ทางกีฬา แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของทีมอัซซูรี แฟนบอลและนักวิเคราะห์กำลังรอดูว่าทีมงานผู้ฝึกสอนชุดใหม่จะปรับเปลี่ยนแท็กติกอย่างไรในนัดถัดไปเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยความคืบหน้าด้านแท็กติกของทีมจะได้รับการยืนยันในการแข่งขันนัดต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:30 UTC

กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

กระทรวงมหาดไทยเตรียมบรรจุข้าราชการทดแทนผู้ที่ถูกถอนชื่อจากการทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยเตรียมบรรจุข้าราชการทดแทนผู้ที่ถูกถอนชื่อจากการทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงมหาดไทยของไทยกำลังดำเนินการบรรจุข้าราชการทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง หลังจากมีการถอนชื่อผู้สมัครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบแข่งขัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยเตรียมบรรจุข้าราชการทดแทนผู้ที่ถูกถอนชื่อจากการทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยเตรียมบรรจุข้าราชการทดแทนผู้ที่ถูกถอนชื่อจากการทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงมหาดไทยของไทยกำลังดำเนินการบรรจุข้าราชการทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง หลังจากมีการถอนชื่อผู้สมัครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบแข่งขัน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศแผนการแต่งตั้งข้าราชการทดแทนในตำแหน่งต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การดำเนินการนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการถอนชื่อผู้สมัครที่พบว่ามีการทุจริตระหว่างการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยยืนยันว่ากระบวนการสรรหายังคงยึดมั่นในความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การคัดออกผู้ที่ทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการสอบและบรรจุผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาแทนที่นั้น มีเป้าหมายเพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการของหน่วยงานส่วนท้องถิ่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพและความน่าเชื่อถือของบริการจากหน่วยงานท้องถิ่น การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพและซื่อสัตย์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินงานของบริการสาธารณะที่ประชาชนต้องพึ่งพาในชีวิตประจำวัน แม้ว่ากระทรวงจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นในกระบวนการที่เป็นธรรม แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการแต่งตั้งใหม่และรายชื่อผู้ที่จะได้รับการบรรจุทดแทนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่ากระทรวงจะจัดการกับการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างไรเพื่อให้มั่นใจว่าความซื่อสัตย์ของบุคลากรในหน่วยงานท้องถิ่นจะได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:55 UTC

กกต. เตรียมลงมติคดีเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เตรียมลงมติคดีเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมลงมติว่าจะส่งเรื่องผู้ถูกกล่าวหา 229 รายที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก ส.ว. ให้ศาลพิจารณาหรือไม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เตรียมลงมติคดีเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เตรียมลงมติคดีเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมลงมติว่าจะส่งเรื่องผู้ถูกกล่าวหา 229 รายที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก ส.ว. ให้ศาลพิจารณาหรือไม่

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดการประชุมครั้งสำคัญเพื่อกำหนดขั้นตอนต่อไปในการสอบสวนกรณีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา โดยกรรมการทั้ง 7 ท่านจะลงมติว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะส่งเรื่องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 รายให้ศาลพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไปหรือไม่

ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามการเมืองไทย เนื่องจากผลลัพธ์อาจส่งผลต่อองค์ประกอบและความชอบธรรมของวุฒิสภา แม้ว่า กกต. จะมีการแถลงข่าวในเวลา 15.00 น. ของวันนี้เพื่อประกาศผลการประชุม แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยว กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งและนิติบัญญัติของประเทศอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ กกต. ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะมีการส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาหรือไม่ และยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 รายอย่างเป็นทางการในบริบทนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบทางกฎหมายที่ชัดเจนและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นเรื่องของการตรวจสอบทางธุรการและกฎหมายภายในเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:55 UTC

นายกฯ อนุทิน หารือ ‘โทนี่ แบลร์’ เรื่องกลยุทธ์เศรษฐกิจ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน หารือ ‘โทนี่ แบลร์’ เรื่องกลยุทธ์เศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้พบปะกับอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี่ แบลร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการยกระดับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน หารือ ‘โทนี่ แบลร์’ เรื่องกลยุทธ์เศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน หารือ ‘โทนี่ แบลร์’ เรื่องกลยุทธ์เศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้พบปะกับอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี่ แบลร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการยกระดับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดการประชุมร่วมกับนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การหารือมุ่งเน้นไปที่การยกระดับภูมิทัศน์ทางอุตสาหกรรมของไทย โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต

ในระหว่างการประชุม นายแบลร์ได้สนับสนุนให้ประเทศไทยเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อคว้าโอกาสในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ นอกจากนี้ เขายังแสดงความยินดีที่จะให้การสนับสนุนด้านคำปรึกษาแก่รัฐบาลไทยในขณะที่พยายามปรับปรุงกรอบเศรษฐกิจให้ทันสมัย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการปรับปรุงอุตสาหกรรมให้ทันสมัย แม้ว่าการหารือจะเน้นย้ำถึงความตั้งใจเชิงกลยุทธ์ในการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับวาระแห่งชาติ แต่มาตรการเชิงนโยบายหรือโครงการความร่วมมือเฉพาะเจาะจงที่อาจเกิดขึ้นจากการปรึกษาหารือนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าความสัมพันธ์เชิงที่ปรึกษานี้จะนำไปสู่การริเริ่มทางกฎหมายหรือเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือไม่ ในขณะนี้ การประชุมดังกล่าวถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับสูงมากกว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 04:18 UTC

รมช.มหาดไทย เผยความคืบหน้าการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมช.มหาดไทย เผยความคืบหน้าการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

นายวรศิษฎ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศว่ามีการนัดประชุมคณะกรรมการกลางในวันที่ 17 กันยายน เพื่อสรุปกรอบเวลาสำหรับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมช.มหาดไทย เผยความคืบหน้าการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รมช.มหาดไทย เผยความคืบหน้าการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

นายวรศิษฎ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศว่ามีการนัดประชุมคณะกรรมการกลางในวันที่ 17 กันยายน เพื่อสรุปกรอบเวลาสำหรับการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4

ตามรายงานจาก Thai Post นายวรศิษฎ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แสดงความพึงพอใจหลังจากได้รับคำชมจากนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความพยายามในการช่วยแบ่งเบาภาระงานของกระทรวง ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ รัฐมนตรีช่วยฯ ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของกระบวนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยเน้นไปที่การบรรจุรอบที่ 4 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงเนื่องจากการถูกเพิกถอนสิทธิ์จากกรณีทุจริต

นายวรศิษฎ์ยืนยันว่ามีการนัดประชุมคณะกรรมการกลาง (ก.กลาง) ในวันที่ 17 กันยายน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับกระบวนการบรรจุข้าราชการ โดยรัฐมนตรีช่วยฯ ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ เขายังระบุว่าการสอบสวนกรณีทุจริตในการสอบเข้าที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งเหล่านี้ยังคงดำเนินอยู่และจะดำเนินการต่อไปนอกเหนือจากมาตรการทางปกครองในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการบริหารงานและความโปร่งใสของบริการภาครัฐส่วนท้องถิ่น แม้ว่ากระบวนการบรรจุข้าราชการจะมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูระดับบุคลากร แต่ผลกระทบที่แท้จริงต่อการให้บริการในท้องถิ่นนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกและกรอบเวลาสุดท้ายขึ้นอยู่กับผลการประชุมในวันที่ 17 กันยายน โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมหลังจากคณะกรรมการได้พิจารณาเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:57 UTC

รัฐบาลยังคงมั่นใจท่ามกลางการตรวจสอบของ กกต. กรณีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลยังคงมั่นใจท่ามกลางการตรวจสอบของ กกต. กรณีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

วรศิษฎ์ เล็กสกุล ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการแถลงข่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในคดีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลยังคงมั่นใจท่ามกลางการตรวจสอบของ กกต. กรณีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลยังคงมั่นใจท่ามกลางการตรวจสอบของ กกต. กรณีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

วรศิษฎ์ เล็กสกุล ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการแถลงข่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในคดีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 วรศิษฎ์ เล็กสกุล ได้กล่าวต่อสาธารณะว่ารัฐบาลไม่มีความกังวลต่อการแถลงข่าวที่กำลังจะมาถึงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

วรศิษฎ์เน้นย้ำว่าฝ่ายบริหารยังคงมีกำลังใจดี โดยระบุว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความสนับสนุนต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ท่าทีของรัฐบาลบ่งชี้ถึงความมั่นใจว่าการตรวจสอบทางกฎหมายจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเน้นย้ำถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความชอบธรรมของวุฒิสภาชุดใหม่ แม้รัฐบาลจะแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพ แต่ผลสรุปอย่างเป็นทางการของ กกต. อาจนำไปสู่ความท้าทายทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมืองได้

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของผลการตรวจสอบจาก กกต. ยังไม่ได้รับการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำแถลงอย่างเป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตของข้อกล่าวหาและผลกระทบทางปกครองหรือทางกฎหมายที่อาจตามมา ในขณะที่สถานการณ์ดำเนินไป ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าพัฒนาการทางการเมืองเหล่านี้อาจส่งผลต่อการบริหารงานหรือกระบวนการทางนิติบัญญัติในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:35 UTC

คณะกรรมการกลางเตรียมเคาะวันบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบ 4 ในวันที่ 17 ก.ย. นี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมการกลางเตรียมเคาะวันบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบ 4 ในวันที่ 17 ก.ย. นี้

วรศิษฎ์เผยเตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการกลางเพื่อกำหนดกรอบเวลาการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมการกลางเตรียมเคาะวันบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบ 4 ในวันที่ 17 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมการกลางเตรียมเคาะวันบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบ 4 ในวันที่ 17 ก.ย. นี้

วรศิษฎ์เผยเตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการกลางเพื่อกำหนดกรอบเวลาการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ วรศิษฎ์เปิดเผยว่าคณะกรรมการกลางมีกำหนดการประชุมในวันที่ 17 กันยายน 2569 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสรุปกรอบเวลาอย่างเป็นทางการสำหรับการบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นในรอบที่ 4

ความคืบหน้าทางธุรการนี้มีความสำคัญต่อประชาชนและผู้ที่สนใจในภาคส่วนราชการไทย เนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อนำผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าสู่ระบบราชการส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นให้กระบวนการสรรหามีความโปร่งใสและได้บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าปฏิบัติหน้าที่

สำหรับชาวต่างชาติและผู้อยู่อาศัยในไทย ข้อมูลนี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างเสถียรภาพและเพิ่มบุคลากรให้กับหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการของภาครัฐในพื้นที่ในช่วงเดือนข้างหน้า แม้ว่าจะมีการกำหนดวันประชุมแล้ว แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการบรรจุแต่งตั้งยังคงต้องรอการยืนยันหลังจากการพิจารณาของคณะกรรมการ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเริ่มงานของข้าราชการใหม่เหล่านี้ภายหลังการประชุมในวันที่ 17 กันยายนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:35 UTC

รัฐบาลไทยยืนยันไม่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยยืนยันไม่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว.

โฆษกรัฐบาล เอกภพ ระบุว่าฝ่ายบริหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งในคดีฮั้ว สว.

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยยืนยันไม่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยืนยันไม่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว.

โฆษกรัฐบาล เอกภพ ระบุว่าฝ่ายบริหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้งในคดีฮั้ว สว.

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายเอกภพ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีการฮั้วเลือกตั้ง สว. โดยเน้นย้ำว่าฝ่ายบริหารไม่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมายดังกล่าว ตามรายงานของ Thai Post นายเอกภพชี้แจงว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่กำหนดไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงลำดับความสำคัญของรัฐบาลในปัจจุบัน โดยนายเอกภพได้ระบุว่ารัฐบาลกำลังมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานโลก แม้ว่าข่าวการเมืองในลักษณะนี้จะเป็นเรื่องปกติในประเทศไทย แต่โดยทั่วไปแล้วไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้มาเยือนหรือเสถียรภาพของบริการสาธารณะแต่อย่างใด

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือผลสรุปสุดท้ายของการสอบสวนโดย กกต. และการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงส่งสัญญาณว่าวาระหลักของรัฐบาลยังคงมุ่งเน้นไปที่นโยบายด้านเศรษฐกิจและพลังงานมากกว่ารายละเอียดของคดีเลือกตั้ง สว.

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:37 UTC

กกต. ประชุมลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ประชุมลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มดำเนินการลงมติในคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ประชุมลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ประชุมลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เริ่มดำเนินการลงมติในคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เริ่มการประชุมอย่างเป็นทางการเพื่อลงมติในคดีที่มีการกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน ซึ่งรวมถึง สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย 21 คน ทั้งรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ คณะกรรมการกำลังพิจารณาข้อกล่าวหา 7 ประการต่อผู้ถูกกล่าวหา โดยกรรมการแต่ละคนได้ส่งใบลงมติของตนเองซึ่งเตรียมไว้หลังจากการรวบรวมข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการแถลงผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการในเวลา 15.00 น. ของวันนี้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ 1 กองร้อยไว้รอบสำนักงาน กกต. เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์การชุมนุมที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของฝ่ายนิติบัญญัติและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในภูมิทัศน์ทางการเมือง แม้ว่า กกต. กำลังสรุปผลการตัดสิน แต่ผลลัพธ์เฉพาะสำหรับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการแถลงข่าวเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบทางกฎหมายต่อ สว. ชุดปัจจุบันและบุคคลทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยงานราชการควรระมัดระวังมาตรการรักษาความปลอดภัยหรือการจราจรที่อาจติดขัดในพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:36 UTC

การหารือในสื่อชี้ให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างข้อมูลในกระทรวงต่างๆ ของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การหารือในสื่อชี้ให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างข้อมูลในกระทรวงต่างๆ ของไทย

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online ระบุว่าการหารือในแวดวงสื่อมวลชนได้มุ่งเน้นไปที่การจัดระเบียบการจัดการข้อมูลภายในกระทรวงต่างๆ ของไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การหารือในสื่อชี้ให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างข้อมูลในกระทรวงต่างๆ ของไทย

แหล่งข่าวเดียว
การหารือในสื่อชี้ให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างข้อมูลในกระทรวงต่างๆ ของไทย

รายงานล่าสุดจาก Matichon Online ระบุว่าการหารือในแวดวงสื่อมวลชนได้มุ่งเน้นไปที่การจัดระเบียบการจัดการข้อมูลภายในกระทรวงต่างๆ ของไทย

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 การหารือล่าสุดในกลุ่มนักข่าวที่ติดตามการทำงานของกระทรวงต่างๆ ได้มุ่งเน้นไปที่ความคิดริเริ่มที่สำคัญในการปรับโครงสร้างระบบการจัดการข้อมูล รายงานระบุว่าขณะนี้หน่วยงานต่างๆ กำลังอยู่ในกระบวนการจัดระเบียบและปรับปรุงกรอบการทำงานด้านข้อมูลในแผนกต่างๆ ของกระทรวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความน่าสนใจเนื่องจากอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของบริการภาครัฐ กระบวนการบริหารจัดการทางดิจิทัล และการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะในอนาคต หากระบบข้อมูลได้รับการบูรณาการหรือปรับปรุงให้ทันสมัยได้สำเร็จ อาจนำไปสู่ระยะเวลาการประมวลผลเอกสารราชการที่รวดเร็วขึ้น หรือการรายงานกิจกรรมของภาครัฐที่มีความโปร่งใสมากขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยว แม้ว่าผลกระทบในทันทีอาจมีน้อย แต่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลใดๆ อาจส่งผลต่อวิธีการที่หน่วยงานรัฐจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวหรือข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่าในอนาคต

ในขั้นตอนนี้ ขอบเขตที่แน่ชัดของการปรับโครงสร้างข้อมูลนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน รายงานระบุว่าการหารือเหล่านี้ยังคงดำเนินอยู่ในแวดวงสื่อและฝ่ายบริหาร แต่รายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรอบเวลา กระทรวงที่เกี่ยวข้อง และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับบริการสำหรับประชาชนยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากโฆษกรัฐบาลเพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรเหล่านี้จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติสำหรับประชาชนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:36 UTC

รัฐบาลไทยปฏิเสธแรงกดดันกรณี กกต. เกี่ยวกับคดี สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยปฏิเสธแรงกดดันกรณี กกต. เกี่ยวกับคดี สว.

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มเคลื่อนไหวที่กดดันคณะกรรมการการเลือกตั้งในคดีการเลือก สว.

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยปฏิเสธแรงกดดันกรณี กกต. เกี่ยวกับคดี สว.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยปฏิเสธแรงกดดันกรณี กกต. เกี่ยวกับคดี สว.

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มเคลื่อนไหวที่กดดันคณะกรรมการการเลือกตั้งในคดีการเลือก สว.

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในประเด็นข้อพิพาทเรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยนายวรศิษฎ์ยืนยันว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากกลุ่มดังกล่าว และยึดมั่นในนโยบายไม่แทรกแซงการทำงานของ กกต.

ตามรายงานระบุว่า รัฐมนตรีช่วยฯ กล่าวว่ารัฐบาลยังคงมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาของประเทศมากกว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับข้อพิพาททางกฎหมายหรือกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. โดยย้ำว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง และยืนยันว่าจุดยืนของรัฐบาลตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การเล่นเกมการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่รอบสถาบันการเลือกตั้งของไทย แม้สถานการณ์จะยังคงเน้นไปที่กระบวนการทางบริหารและกฎหมาย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ตื่นตัวในประเทศ ในขณะนี้ ผลสรุปของการตรวจสอบโดย กกต. เกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจาก กกต. ต่อไป เนื่องจากรัฐบาลได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่เข้าไปแทรกแซงการแก้ไขข้อกล่าวหาเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:16 UTC

ร้านอาหารในรัฐสภาปิดให้บริการหลังฝ้าเพดานถล่ม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ร้านอาหารในรัฐสภาปิดให้บริการหลังฝ้าเพดานถล่ม

ร้านอาหารภายในอาคารรัฐสภา 'หมื่นล้าน' ของไทยได้ระงับการให้บริการชั่วคราว หลังจากเกิดเหตุฝ้าเพดานถล่มและมีน้ำรั่วซึม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ร้านอาหารในรัฐสภาปิดให้บริการหลังฝ้าเพดานถล่ม

แหล่งข่าวเดียว
ร้านอาหารในรัฐสภาปิดให้บริการหลังฝ้าเพดานถล่ม

ร้านอาหารภายในอาคารรัฐสภา 'หมื่นล้าน' ของไทยได้ระงับการให้บริการชั่วคราว หลังจากเกิดเหตุฝ้าเพดานถล่มและมีน้ำรั่วซึม

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ภายในอาคารรัฐสภาไทยจำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเกิดความเสียหายทางโครงสร้าง ส่งผลให้ฝ้าเพดานถล่มลงมาและมีรายงานน้ำรั่วซึมภายในพื้นที่

เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคารอย่างละเอียด

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับงานซ่อมบำรุงและคุณภาพการก่อสร้างของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งมักถูกเรียกขานในสื่อท้องถิ่นว่าเป็นรัฐสภา 'หมื่นล้าน' แม้ว่าในขณะนี้ร้านอาหารจะไม่สามารถเปิดให้บริการได้ แต่ผลกระทบในวงกว้างต่อการเข้าถึงพื้นที่อื่นๆ ของอาคารรัฐสภายังคงต้องรอการประเมินต่อไป

ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการกลับมาเปิดให้บริการร้านอาหารอีกครั้ง หรือคำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงของความเสียหายทางโครงสร้าง ผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังพื้นที่ดังกล่าวเพื่อติดต่อราชการหรือเยี่ยมชม ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐเพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับความพร้อมของสถานที่และการประเมินความปลอดภัย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:15 UTC

รองนายกฯ 'อนุทิน' ต้อนรับอดีตนายกฯ อังกฤษ 'โทนี่ แบลร์' ที่ทำเนียบรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ 'อนุทิน' ต้อนรับอดีตนายกฯ อังกฤษ 'โทนี่ แบลร์' ที่ทำเนียบรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้หารือกับอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี่ แบลร์ เกี่ยวกับกลยุทธ์เศรษฐกิจยุคใหม่และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ 'อนุทิน' ต้อนรับอดีตนายกฯ อังกฤษ 'โทนี่ แบลร์' ที่ทำเนียบรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ 'อนุทิน' ต้อนรับอดีตนายกฯ อังกฤษ 'โทนี่ แบลร์' ที่ทำเนียบรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้หารือกับอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี่ แบลร์ เกี่ยวกับกลยุทธ์เศรษฐกิจยุคใหม่และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้การต้อนรับอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร โทนี่ แบลร์ ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร ตามรายงานจาก Thai Post การหารือระดับสูงครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นเศรษฐกิจโลกยุคใหม่และการเปลี่ยนผ่านไปสู่แหล่งพลังงานสะอาดที่กำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การพบปะครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการมีส่วนร่วมกับบุคคลสำคัญระดับนานาชาติ เพื่อปรับนโยบายระดับชาติให้สอดคล้องกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของโลก การหารือในลักษณะนี้มักเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในลำดับความสำคัญของรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการด้านความยั่งยืนและกรอบการลงทุนจากต่างประเทศ แม้ว่าการประชุมจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสำรวจแนวทางเศรษฐกิจใหม่ๆ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีผลลัพธ์ทางนโยบายหรือโครงการความร่วมมือใดๆ ที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้หรือไม่ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่ชัดเจนหลังจากการเยือนดังกล่าว ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสำหรับการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือหรือการปรับเปลี่ยนนโยบายที่อาจเกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนทางการทูตในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 02:56 UTC

ประกาศจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทั่วประเทศเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประกาศจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทั่วประเทศเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

กระทรวงมหาดไทยแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ในวันที่ 18 กันยายนนี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประกาศจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทั่วประเทศเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศจัดพิธีบำเพ็ญกุศลทั่วประเทศเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

กระทรวงมหาดไทยแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ในวันที่ 18 กันยายนนี้

ตามรายงานจาก Matichon Online ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทย โดยขอความร่วมมือให้เชิญชวนพสกนิกรในพื้นที่เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกาศนี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกถึงพระองค์ท่าน แม้ว่าพิธีดังกล่าวจะเป็นกิจกรรมทางศาสนาและการกุศลเป็นหลัก แต่ผู้มาเยือนควรทราบว่าหน่วยงานราชการและสถาบันสาธารณะในท้องถิ่นอาจมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานหรือจัดกิจกรรมรำลึกในวันดังกล่าว ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามธรรมเนียมปฏิบัติในท้องถิ่นและติดตามการเปลี่ยนแปลงของตารางเวลาสาธารณะในขณะที่ชุมชนต่างๆ ร่วมกันประกอบพิธี

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่จัดพิธีในแต่ละจังหวัดยังไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในคำสั่งเบื้องต้น ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมหรือต้องการทราบว่ากิจกรรมเหล่านี้อาจส่งผลต่อแผนการเดินทางในพื้นที่อย่างไร ขอแนะนำให้ติดตามประกาศจากที่ทำการปกครองจังหวัดหรือหน่วยงานท้องถิ่นของท่าน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการและสถานที่จัดพิธีบำเพ็ญกุศลต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 02:55 UTC

การปรับปรุงข้อมูลทางธุรการเกี่ยวกับอาคารราชพัสดุในจังหวัดเลย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การปรับปรุงข้อมูลทางธุรการเกี่ยวกับอาคารราชพัสดุในจังหวัดเลย

กรมทรัพยากรน้ำกำลังประสานงานกับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดเลยเพื่อปรับปรุงทะเบียนอาคารราชพัสดุแห่งหนึ่ง

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การปรับปรุงข้อมูลทางธุรการเกี่ยวกับอาคารราชพัสดุในจังหวัดเลย

แหล่งข่าวเดียว
การปรับปรุงข้อมูลทางธุรการเกี่ยวกับอาคารราชพัสดุในจังหวัดเลย

กรมทรัพยากรน้ำกำลังประสานงานกับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดเลยเพื่อปรับปรุงทะเบียนอาคารราชพัสดุแห่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ประกาศว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 3 กำลังประสานงานกับสำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดเลย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางธุรการเกี่ยวกับอาคารราชพัสดุ ซึ่งระบุในทะเบียนเลขที่ ลย. 722

การหารือดังกล่าวเน้นไปที่คำขอทางธุรการสองประการ ได้แก่ การขอแก้ไขการใช้ประโยชน์อาคาร และการขอเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ใช้ประโยชน์อาคารที่ลงทะเบียนไว้ การปรับปรุงข้อมูลในลักษณะนี้ถือเป็นขั้นตอนปกติสำหรับทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อให้มั่นใจว่าทะเบียนทรัพย์สินสะท้อนถึงความต้องการในการใช้งานจริงในปัจจุบัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดเลย เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องภายในทางธุรการและไม่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะ การท่องเที่ยว หรือโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น กรมทรัพยากรน้ำไม่ได้ระบุว่ากระบวนการนี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการเข้าถึงหรือการใช้งานอาคารสำหรับสาธารณชนทั่วไป ในขณะนี้ ผลลัพธ์สุดท้ายของการยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ใช้ประโยชน์ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากกระบวนการอยู่ในขั้นตอนการประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐทั้งสองแห่ง การอัปเดตเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากกรมธนารักษ์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 02:36 UTC

รัฐบาลไทยผลักดันแบตเตอรี่ “KKUVOLT” สู่เชิงพาณิชย์
การเมือง ได้รับการยืนยัน

รัฐบาลไทยผลักดันแบตเตอรี่ “KKUVOLT” สู่เชิงพาณิชย์

รัฐบาลไทยสนับสนุนการนำแบตเตอรี่ KKUVOLT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยผลักดันแบตเตอรี่ “KKUVOLT” สู่เชิงพาณิชย์

ได้รับการยืนยัน
รัฐบาลไทยผลักดันแบตเตอรี่ “KKUVOLT” สู่เชิงพาณิชย์

รัฐบาลไทยสนับสนุนการนำแบตเตอรี่ KKUVOLT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่นไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่ารัฐบาลกำลังผลักดันแบตเตอรี่ 'KKUVOLT' ซึ่งเป็นนวัตกรรมการกักเก็บพลังงานที่พัฒนาขึ้นจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเทคโนโลยีดังกล่าวจากห้องปฏิบัติการวิจัยเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว การพัฒนานี้อาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ด้านพลังงานในท้องถิ่น เนื่องจากประเทศไทยมุ่งเน้นการเสริมสร้างภาคเทคโนโลยีภายในประเทศ การผลิตแบตเตอรี่ในประเทศอาจส่งผลต่อความพร้อมใช้งานและต้นทุนของโซลูชันการกักเก็บพลังงานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าในครัวเรือนในอนาคต ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับชาติในการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีพลังงานนำเข้าและสร้างระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการเปลี่ยนผ่านนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบเวลาสำหรับการผลิตจำนวนมาก ความพร้อมในการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้แบตเตอรี่ KKUVOLT รวมถึงความร่วมมือทางอุตสาหกรรมที่จำเป็นในการขยายขนาดเทคโนโลยีจากห้องวิจัยสู่ตลาดผู้บริโภค ซึ่งยังไม่มีการสรุปรายละเอียดที่ชัดเจนในขณะนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าแบตเตอรี่จากงานวิจัยนี้จะสามารถบูรณาการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยในวงกว้างได้รวดเร็วเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 01:50 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนบุคลากรในกระทรวงพาณิชย์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนบุคลากรในกระทรวงพาณิชย์

วรวงศ์ วรปัญญา แสดงความกังวลว่าการปรับเปลี่ยนบุคลากรล่าสุดในกระทรวงพาณิชย์อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนบุคลากรในกระทรวงพาณิชย์

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนบุคลากรในกระทรวงพาณิชย์

วรวงศ์ วรปัญญา แสดงความกังวลว่าการปรับเปลี่ยนบุคลากรล่าสุดในกระทรวงพาณิชย์อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 วรวงศ์ วรปัญญา ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนบุคลากรครั้งล่าสุดภายในกระทรวงพาณิชย์ของไทย โดยวรวงศ์เสนอว่าการเปลี่ยนแปลงทางบริหารเหล่านี้อาจบั่นทอนขวัญและกำลังใจของข้าราชการที่ปฏิบัติงานอยู่ในกระทรวง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้เน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดยวรวงศ์ตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลอย่าง อรมน ทรัพย์ทวีสุข และ พิมพ์ชนก พิตฟิลด์ มีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานสำคัญภายในกระทรวง ความเห็นดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าศักยภาพของพวกเขาในการมีส่วนร่วมในโครงการใหญ่ๆ อาจถูกขัดขวางโดยการปรับเปลี่ยนเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย พัฒนาการนี้ถือเป็นเรื่องภายในทางบริหารเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงผู้นำในกระทรวงพาณิชย์อาจส่งผลต่อจังหวะหรือทิศทางของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการค้า กฎระเบียบทางธุรกิจ หรือโครงการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

ในขั้นตอนนี้ ผลกระทบระยะยาวของการปรับเปลี่ยนบุคลากรเหล่านี้ต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของกระทรวงยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่จะปรับตัวเข้ากับบทบาทของตนอย่างไร และความกังวลเรื่องขวัญและกำลังใจเหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในผลงานหรือการดำเนินนโยบายของกระทรวงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 02:35 UTC

รัฐบาลไทยประกาศใช้เกณฑ์ระยะเวลาการชำระเงินใหม่สำหรับ SME
การเมือง ได้รับการยืนยัน

รัฐบาลไทยประกาศใช้เกณฑ์ระยะเวลาการชำระเงินใหม่สำหรับ SME

รัฐบาลไทยได้กำหนดเพดานระยะเวลาการชำระเงินใหม่เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จากการถูกยืดระยะเวลาชำระเงินโดยบริษัทขนาดใหญ่

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 2 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยประกาศใช้เกณฑ์ระยะเวลาการชำระเงินใหม่สำหรับ SME

ได้รับการยืนยัน
รัฐบาลไทยประกาศใช้เกณฑ์ระยะเวลาการชำระเงินใหม่สำหรับ SME

รัฐบาลไทยได้กำหนดเพดานระยะเวลาการชำระเงินใหม่เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จากการถูกยืดระยะเวลาชำระเงินโดยบริษัทขนาดใหญ่

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่า รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาบริษัทขนาดใหญ่ยืดระยะเวลาการชำระเงินให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยมีการกำหนดกติกา 'เครดิตเทอม' หรือระยะเวลาที่อนุญาตให้ชำระเงินหลังจากส่งมอบสินค้าหรือบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ภายใต้กฎระเบียบใหม่นี้ เครดิตเทอมสำหรับภาคการเกษตรถูกกำหนดไว้ไม่เกิน 30 วัน ส่วนธุรกิจด้านการค้าทั่วไป การผลิต และการบริการ จะถูกจำกัดระยะเวลาชำระเงินไว้ไม่เกิน 45 วัน นโยบายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงกระแสเงินสดให้กับธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งมักประสบปัญหาเมื่อคู่ค้าขนาดใหญ่ชะลอการจ่ายเงินเป็นเวลานาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่คาดการณ์ได้มากขึ้นสำหรับซัพพลายเออร์และผู้ให้บริการในท้องถิ่น การลดระยะเวลารอคอยการชำระเงินจะช่วยให้รัฐบาลสามารถรักษาเสถียรภาพขีดความสามารถในการดำเนินงานของภาค SME ได้

แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศเพดานเหล่านี้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับกลไกการบังคับใช้ที่เฉพาะเจาะจงและบทลงโทษสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่ปฏิบัติตามยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขณะนี้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมว่ากฎเหล่านี้จะถูกตรวจสอบในทางปฏิบัติอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News + 2 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 01:30 UTC

รัฐบาลไทยหารือเรื่องการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีและพลังงานกับโทนี่ แบลร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยหารือเรื่องการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีและพลังงานกับโทนี่ แบลร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้พบปะกับนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยหารือเรื่องการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีและพลังงานกับโทนี่ แบลร์

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยหารือเรื่องการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีและพลังงานกับโทนี่ แบลร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้พบปะกับนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้ให้การต้อนรับนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงเทพฯ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ประเด็นหลักของการหารือคือการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีใหม่และการนำโซลูชันพลังงานสะอาดมาใช้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพบปะครั้งนี้เน้นย้ำถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศเกี่ยวกับการปรับปรุงให้ทันสมัยและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ยั่งยืน แม้ว่าการประชุมจะแสดงให้เห็นถึงความสนใจในระดับสูงในภาคส่วนเหล่านี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากรอบนโยบายหรือโครงการความร่วมมือใดที่จะเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้

ในรายงานฉบับเดียวกันยังระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อจัดการเรื่องธุรการแยกต่างหาก รวมถึงการส่งมอบงานและการหารือเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพเรือ จนถึงขณะนี้ ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงของการหารือด้านเทคโนโลยีและพลังงานระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและนายแบลร์ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด และสาธารณชนกำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงทวิภาคีหรือความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเยือนครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 03:17 UTC