ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

กระทรวงเกษตรฯ หารือมาเลเซียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงเกษตรฯ หารือมาเลเซียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้หารือทวิภาคีกับเจ้าหน้าที่มาเลเซียเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงเกษตรฯ หารือมาเลเซียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตร

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงเกษตรฯ หารือมาเลเซียเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยได้หารือทวิภาคีกับเจ้าหน้าที่มาเลเซียเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยรายงานว่า เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดการประชุมร่วมกับผู้แทนจากประเทศมาเลเซีย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางวิชาชีพและสำรวจแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศในภาคการเกษตร

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความร่วมมือทางการทูตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงมาตรฐานการเกษตรและความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทางตอนใต้ แม้ว่าการประชุมจะเน้นไปที่การแลกเปลี่ยนด้านการบริหารและเทคนิคในระดับสูง แต่ความร่วมมือดังกล่าวอาจส่งผลต่อความพร้อมของสินค้าเกษตรในภูมิภาคและสภาพแวดล้อมทางกฎระเบียบสำหรับการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตร

ในขณะนี้ ผลลัพธ์ที่ชัดเจนของการหารือดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณชนหรือการเดินทางข้ามพรมแดนภายหลังการประชุมครั้งนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการริเริ่มร่วมหรือโครงการทวิภาคีที่อาจเกิดขึ้นจากการหารือนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:30 UTC

กระทรวงพาณิชย์ไทยคุมเข้มการรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงพาณิชย์ไทยคุมเข้มการรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ

กรมการค้าภายในกำกับดูแลการรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการกำหนดราคาที่เป็นธรรมและการประเมินคุณภาพที่โปร่งใสสำหรับเกษตรกร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงพาณิชย์ไทยคุมเข้มการรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงพาณิชย์ไทยคุมเข้มการรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ

กรมการค้าภายในกำกับดูแลการรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการกำหนดราคาที่เป็นธรรมและการประเมินคุณภาพที่โปร่งใสสำหรับเกษตรกร

ในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำลังออกสู่ตลาด กรมการค้าภายใน (DIT) ของไทยได้เปิดตัวโครงการระดับชาติเพื่อกำกับดูแลแนวทางการรับซื้อ ตามรายงานของ Khaosod Online นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่าทางกรมฯ กำลังติดตามโรงงาน ผู้รวบรวม และจุดรับซื้อในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น และการติดป้ายแสดงราคารับซื้อ

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรม การกำกับดูแลนี้มีความสำคัญเนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการหักลดราคาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งเกิดจากการวัดความชื้นที่ไม่แม่นยำหรือเครื่องชั่งที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร ทั้งนี้ กรมการค้าภายในกำลังประสานงานกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัดเพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของ CPF ในจังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่พบว่าโรงงานกำลังดำเนินงานเต็มศักยภาพโดยใช้ระบบลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อบริหารจัดการปริมาณผลผลิตและลดความแออัด

แม้ว่ารัฐบาลจะบังคับใช้มาตรฐานเหล่านี้เพื่อปกป้องผู้ผลิต แต่ผลกระทบระยะยาวต่อราคาตลาดนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ประชาชนควรทราบว่าความพยายามในการกำกับดูแลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทาน แม้อาจไม่ได้ส่งผลให้ราคาอาหารขายปลีกเปลี่ยนแปลงในทันที ทั้งนี้ กรมการค้าภายในยังคงเรียกร้องให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับการรับซื้อตามคุณภาพอย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:14 UTC

เลื่อนการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เลื่อนการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค

การหารือทางการทูตระหว่างอิหร่านและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มกบฏฮูตีและซาอุดีอาระเบียยังคงดำเนินอยู่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เลื่อนการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
เลื่อนการเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค

การหารือทางการทูตระหว่างอิหร่านและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างกลุ่มกบฏฮูตีและซาอุดีอาระเบียยังคงดำเนินอยู่

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 การเจรจาทางการทูตที่กำหนดไว้ระหว่างอิหร่านและกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับหลายแห่งเกี่ยวกับความมั่นคงและการจัดการช่องแคบฮอร์มุซได้ถูกเลื่อนออกไป ความล่าช้านี้เกิดขึ้นในขณะที่ความไม่มั่นคงในภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีการอ้างถึงความตึงเครียดและการปะทะกันอย่างต่อเนื่องระหว่างกลุ่มกบฏฮูตีและซาอุดีอาระเบีย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาค พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงความผันผวนที่ยังคงมีอยู่ในด้านความมั่นคงทางทะเลและภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญระดับโลก แต่การเลื่อนการเจรจาเหล่านี้บ่งชี้ว่าการแก้ไขปัญหาความกังวลทางทะเลในภูมิภาคด้วยวิธีทางการทูตอาจยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ในขณะนี้ ยังคงต้องยืนยันว่าการหารือเหล่านี้จะถูกกำหนดใหม่เมื่อใด หรือจะมีการใช้ช่องทางการทูตอื่นเพื่อแก้ไขสถานการณ์หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังติดตามความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮูตีและกองกำลังซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและการขนส่งระหว่างประเทศ ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข้อมูลผ่านประกาศเตือนการเดินทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความปลอดภัยในภูมิภาคหรือเส้นทางการขนส่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:35 UTC

บริบททางประวัติศาสตร์: รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

บริบททางประวัติศาสตร์: รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

Thai Post ตรวจสอบการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังรัฐประหารในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2490 โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

บริบททางประวัติศาสตร์: รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

แหล่งข่าวเดียว
บริบททางประวัติศาสตร์: รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

Thai Post ตรวจสอบการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังรัฐประหารในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2490 โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19

ตามรายงานของ Thai Post ภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลังจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในช่วงเวลาต่อมา ได้มีประกาศพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 เพื่อแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีคณะที่ 19 ของไทยอย่างเป็นทางการ โดยคณะรัฐมนตรีชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 ภายใต้การนำของพลเรือตรีเล็ก สุมิตร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ไทย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองในอดีตเหล่านี้ให้บริบทที่จำเป็นต่อวิวัฒนาการของกรอบรัฐธรรมนูญของประเทศ รัฐประหาร พ.ศ. 2490 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ตามมาถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่กำหนดโครงสร้างการปกครองในยุคนั้น

แม้ว่าบันทึกทางประวัติศาสตร์จะยืนยันวันที่ในการดำรงตำแหน่งของคณะรัฐมนตรีและช่วงเวลาของการแต่งตั้งตามพระบรมราชโองการ แต่นักวิจัยยังคงวิเคราะห์ผลกระทบในวงกว้างของเหตุการณ์เหล่านี้ที่มีต่อเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาวของประเทศ เนื่องจากข้อมูลนี้อ้างอิงจากเอกสารทางประวัติศาสตร์ จึงถือเป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับผู้ที่ศึกษาการพัฒนาสถาบันทางการเมืองของไทย ทั้งนี้ ไม่คาดว่าจะมีการอัปเดตหรือเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ เนื่องจากเป็นบันทึกที่ได้รับการยอมรับจากช่วงกลางศตวรรษที่ 20

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:37 UTC

ดีเอสไอเตรียมประสาน กกต. ขอผลวินิจฉัยคดีฮั้วเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอเตรียมประสาน กกต. ขอผลวินิจฉัยคดีฮั้วเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมนำผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาการฮั้วเลือก สว. เข้าสู่สำนวนคดีฟอกเงินและอั้งยี่ที่กำลังดำเนินการอยู่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ดีเอสไอเตรียมประสาน กกต. ขอผลวินิจฉัยคดีฮั้วเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมประสาน กกต. ขอผลวินิจฉัยคดีฮั้วเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมนำผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาการฮั้วเลือก สว. เข้าสู่สำนวนคดีฟอกเงินและอั้งยี่ที่กำลังดำเนินการอยู่

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ทางหน่วยงานจะทำหนังสือประสานขอข้อมูลผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา โดย กกต. มีกำหนดแถลงผลการวินิจฉัยเรื่องการฮั้วเลือก สว. ในวันนี้ เวลา 15.00 น.

ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงินและการเป็นอั้งยี่ของกลุ่ม สว. โดยพนักงานอัยการคดีพิเศษได้กำหนดให้ดีเอสไอต้องนำรายงานความเห็นของ กกต. เข้าสู่สำนวนการสอบสวนด้วย ไม่ว่าผลการวินิจฉัยของ กกต. จะออกมาเป็นอย่างไร รวมถึงจำนวนผู้ที่จะถูกส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ดีเอสไอจะนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานและคำให้การที่รวบรวมไว้แล้ว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของไทย แม้จะมีนัยสำคัญทางการเมือง แต่สถานการณ์ยังคงอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าผลการวินิจฉัยของ กกต. จะส่งผลต่อข้อสรุปของดีเอสไออย่างไร หรือจะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมกับบุคคลใดหรือไม่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบความคืบหน้าของคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:58 UTC

สว. สวมหมวกนิรภัยประท้วงในรัฐสภาหลังฝ้าเพดานถล่ม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว. สวมหมวกนิรภัยประท้วงในรัฐสภาหลังฝ้าเพดานถล่ม

สว. นันทนา และกลุ่ม สว. พันธุ์ใหม่ จัดแถลงข่าวโดยสวมหมวกนิรภัยเพื่อประท้วงปัญหาโครงสร้างของอาคารรัฐสภา มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท หลังจากเกิดเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหาร B2

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว. สวมหมวกนิรภัยประท้วงในรัฐสภาหลังฝ้าเพดานถล่ม

แหล่งข่าวเดียว
สว. สวมหมวกนิรภัยประท้วงในรัฐสภาหลังฝ้าเพดานถล่ม

สว. นันทนา และกลุ่ม สว. พันธุ์ใหม่ จัดแถลงข่าวโดยสวมหมวกนิรภัยเพื่อประท้วงปัญหาโครงสร้างของอาคารรัฐสภา มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท หลังจากเกิดเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหาร B2

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 สว. นันทนา และกลุ่ม สว. พันธุ์ใหม่ ได้จัดกิจกรรมประท้วงเชิงสัญลักษณ์ที่อาคารรัฐสภาไทย ในระหว่างการแถลงข่าว สว. ได้สวมหมวกนิรภัยเพื่อเน้นย้ำถึงความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความมั่นคงทางโครงสร้างของอาคารมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ที่ฝ้าเพดานในโรงอาหาร B2 ถล่มลงมาเมื่อเร็วๆ นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ดึงดูดความสนใจไปที่คุณภาพการบำรุงรักษาและการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่สำคัญในกรุงเทพฯ แม้อาคารรัฐสภาจะเป็นสถานที่สำคัญ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร การประท้วงครั้งนี้ถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการอาคารซึ่งถูกจับตามองมาตั้งแต่การก่อสร้างแล้วเสร็จ

ยังคงต้องยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบโครงสร้างอาคารรัฐสภาทั้งหมดหรือไม่ นอกจากนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกำหนดการซ่อมแซม หรือระบุว่าพื้นที่อื่นๆ ของอาคารมีความเสี่ยงหรือไม่ ในขณะนี้ การประท้วงดังกล่าวเน้นย้ำถึงข้อเรียกร้องของ สว. ที่ต้องการให้มีการตรวจสอบความรับผิดชอบเกี่ยวกับมาตรฐานการก่อสร้างของโครงการมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:38 UTC

นายกฯ อนุทิน เดินทางเยือนเวียดนาม ท่ามกลางประเด็นร้อนจาก กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เดินทางเยือนเวียดนาม ท่ามกลางประเด็นร้อนจาก กกต.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เดินทางเยือนเวียดนามในภารกิจตามเสด็จฯ โดยปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของ กกต. เรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก สว.

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เดินทางเยือนเวียดนาม ท่ามกลางประเด็นร้อนจาก กกต.

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เดินทางเยือนเวียดนาม ท่ามกลางประเด็นร้อนจาก กกต.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย เดินทางเยือนเวียดนามในภารกิจตามเสด็จฯ โดยปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของ กกต. เรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก สว.

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเพื่อปฏิบัติภารกิจเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ตามรายงานของ Thai Post นายกรัฐมนตรีเดินทางไปในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศเพื่อสนับสนุนการเสด็จพระราชดำเนินเยือนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งมีกำหนดการระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน

ก่อนการเดินทาง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มาส่งนายกรัฐมนตรีที่รถ ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว. นายอนุทินได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความอ่อนไหว แม้การเดินทางของนายกรัฐมนตรีจะเป็นภารกิจทางการทูตตามปกติ แต่การตรวจสอบกระบวนการเลือก สว. โดย กกต. ยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการเมืองภายในประเทศ ในขณะนี้ ผลกระทบที่ชัดเจนจากคำวินิจฉัยของ กกต. ต่อองค์ประกอบของวุฒิสภา รวมถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการทางกฎหมายหรือการบริหารจัดการเพิ่มเติมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยนักวิเคราะห์ต่างจับตาดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไรหลังจากที่นายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นภารกิจจากเวียดนาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:38 UTC

อนุทิน ชาญวีรกูล ปรากฏตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 14 กันยายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุทิน ชาญวีรกูล ปรากฏตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 14 กันยายน

รองนายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการกล่าวถึงในรายงานสาธารณะในช่วงบ่ายของวันที่ 14 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุทิน ชาญวีรกูล ปรากฏตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 14 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
อนุทิน ชาญวีรกูล ปรากฏตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 14 กันยายน

รองนายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการกล่าวถึงในรายงานสาธารณะในช่วงบ่ายของวันที่ 14 กันยายน 2569

ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Thai Post เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ปรากฏตัวในฐานะทางการเมื่อเวลา 12.45 น. รายงานฉบับสั้นดังกล่าวระบุถึงการปรากฏตัวของเขาในช่วงบ่ายของวันนั้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กิจกรรมของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล เช่น รองนายกรัฐมนตรี มักจะถูกติดตามเนื่องจากอาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบริหาร แนวทางด้านสาธารณสุข หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือกฎระเบียบการเดินทาง แม้ว่ารายงานจะยืนยันการปรากฏตัวของเขา แต่ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับลักษณะของภารกิจหรือการประกาศนโยบายใดๆ ในช่วงเวลานั้น

ในขณะนี้ วัตถุประสงค์ที่แน่ชัดของการปรากฏตัวของรองนายกรัฐมนตรียังคงไม่ได้รับการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำแถลงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมหรือรายงานติดตามผลเพื่อชี้แจงว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือโครงการริเริ่มของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ เช่นเดียวกับการอัปเดตทางการเมืองทั้งหมดในประเทศไทย ผู้ที่สนใจความเคลื่อนไหวในท้องถิ่นควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการสาธารณะหรือข้อกำหนดในการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:17 UTC

ไทยเริ่มพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเริ่มพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

รัฐบาลไทยได้เริ่มกระบวนการพิจารณางบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2570 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการวางแผนการเงินของประเทศ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเริ่มพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเริ่มพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570

รัฐบาลไทยได้เริ่มกระบวนการพิจารณางบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2570 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการวางแผนการเงินของประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศว่ารัฐบาลได้เริ่มกระบวนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อย่างเป็นทางการแล้ว ความคืบหน้าทางธุรการนี้ถือเป็นขั้นตอนเริ่มต้นของการวางแผนทางนิติบัญญัติและบริหารที่จำเป็นสำหรับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินสำหรับช่วงเวลาที่จะถึงนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ กระบวนการงบประมาณของประเทศมีความสำคัญเนื่องจากเป็นการกำหนดลำดับความสำคัญของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บริการสาธารณะ และโครงการริเริ่มทางเศรษฐกิจ แม้ว่าการพิจารณางบประมาณจะเป็นเหตุการณ์ตามขั้นตอนปกติ แต่ตัวเลขที่ได้รับอนุมัติในท้ายที่สุดจะมีผลต่อขอบเขตของโครงการภาครัฐและความพร้อมของบริการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลทั่วประเทศ สำหรับนักท่องเที่ยว กระบวนการนี้เป็นเรื่องทางธุรการและไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวหรือข้อกำหนดในการเข้าประเทศ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับจำนวนงบประมาณรวม การจัดสรรรายภาคส่วน และกรอบเวลาสำหรับการอนุมัติขั้นสุดท้ายโดยรัฐสภายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ในขณะที่กระบวนการพิจารณาดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงว่าแผนการเงินเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูรายละเอียดการใช้จ่ายที่เสนอเมื่อมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:30 UTC

ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์พลังงาน 3 เสาหลักและโครงการโซลาร์รูฟท็อป
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์พลังงาน 3 เสาหลักและโครงการโซลาร์รูฟท็อป

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศแผนยุทธศาสตร์พลังงานใหม่ในงาน Gastech 2026 โดยมีโครงการโซลาร์รูฟท็อปมูลค่า 5 หมื่นล้านบาทที่จะเริ่มดำเนินการกลางเดือนตุลาคมนี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์พลังงาน 3 เสาหลักและโครงการโซลาร์รูฟท็อป

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเปิดตัวยุทธศาสตร์พลังงาน 3 เสาหลักและโครงการโซลาร์รูฟท็อป

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศแผนยุทธศาสตร์พลังงานใหม่ในงาน Gastech 2026 โดยมีโครงการโซลาร์รูฟท็อปมูลค่า 5 หมื่นล้านบาทที่จะเริ่มดำเนินการกลางเดือนตุลาคมนี้

ในงาน Gastech 2026 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ 3 เสาหลักเพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงานและความยั่งยืน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพของราคาพลังงานให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงได้ ในขณะเดียวกันก็เดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่แหล่งพลังงานที่สะอาดขึ้น

หัวใจสำคัญของแผนนี้คือโครงการโซลาร์รูฟท็อปมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มดำเนินการในช่วงกลางเดือนตุลาคม นายกรัฐมนตรีย้ำว่าก๊าซธรรมชาติจะยังคงเป็นรากฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าไทยเพื่อรักษาความมั่นคงในระหว่างที่ประเทศเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ได้รับแรงขับเคลื่อนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก AI บริการคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย โครงการนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเกี่ยวกับค่าสาธารณูปโภคและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แม้รัฐบาลจะตั้งเป้าให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อค่าไฟฟ้าของครัวเรือนยังคงต้องติดตามต่อไป นอกจากนี้ แม้จะมีการยืนยันว่าโครงการโซลาร์รูฟท็อปจะเริ่มในเดือนตุลาคม แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัคร คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม หรือขอบเขตที่ชัดเจนของโครงการยังคงต้องรอการชี้แจงเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:36 UTC

การปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์จุดประเด็นถกเถียงเรื่องตัวแทน WTO
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์จุดประเด็นถกเถียงเรื่องตัวแทน WTO

การปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการระดับสูง 9 ตำแหน่งในกระทรวงพาณิชย์ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จุดประเด็นการอภิปรายเกี่ยวกับการโยกย้ายตัวแทนไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO)

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์จุดประเด็นถกเถียงเรื่องตัวแทน WTO

แหล่งข่าวเดียว
การปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์จุดประเด็นถกเถียงเรื่องตัวแทน WTO

การปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการระดับสูง 9 ตำแหน่งในกระทรวงพาณิชย์ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็วๆ นี้ ได้จุดประเด็นการอภิปรายเกี่ยวกับการโยกย้ายตัวแทนไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO)

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีไทยได้อนุมัติการปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการระดับสูง 9 ตำแหน่งภายในกระทรวงพาณิชย์ ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการโยกย้ายนางพิมพ์ชนก ฟิตต์ฟีลด์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO)

การโยกย้ายครั้งนี้ทำให้อดีตรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการลดระดับบทบาทเอกอัครราชทูตประจำ WTO โดยนักวิจารณ์ต่างตั้งคำถามถึงผลกระทบเชิงกลยุทธ์ของการเปลี่ยนแปลงนี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อจุดยืนของประเทศไทยในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงทางบริหารนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายภายในที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับลำดับความสำคัญทางการทูตของประเทศไทยในการค้าโลก แม้ว่าการปรับเปลี่ยนตำแหน่งจะเป็นเรื่องภายในของรัฐบาล แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงในวงกว้างว่าประเทศไทยจัดการการเป็นตัวแทนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างไร

ในขณะนี้ เหตุผลที่แน่ชัดเบื้องหลังการโยกย้ายและผลกระทบระยะยาวต่อการมีส่วนร่วมของประเทศไทยกับ WTO ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับสถานะในอนาคตของตำแหน่งผู้แทนประจำ WTO เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงบุคลากรทางบริหาร จึงไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัย แต่ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามการบริหารจัดการทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:16 UTC

ดีเอสไอเตรียมประสาน กกต. ขอความชัดเจนคดีฮั้วเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ดีเอสไอเตรียมประสาน กกต. ขอความชัดเจนคดีฮั้วเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอความเห็นชอบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ดีเอสไอเตรียมประสาน กกต. ขอความชัดเจนคดีฮั้วเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ดีเอสไอเตรียมประสาน กกต. ขอความชัดเจนคดีฮั้วเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอความเห็นชอบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังเดินหน้าสืบสวนกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยคณะพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ ซึ่งรับผิดชอบคดีที่เกี่ยวข้องกับอั้งยี่และฟอกเงิน มีความประสงค์ที่จะประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอความเห็นชอบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความผิดปกติที่ถูกกล่าวหา

ความคืบหน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ การขอความเห็นอย่างเป็นทางการจาก กกต. เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสำนวนคดีในข้อหาอั้งยี่และฟอกเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การสอบสวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทางการไทยในการจัดการกับข้อกังวลด้านความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกทางการเมือง แม้ว่าดีเอสไอจะกำลังดำเนินการสืบสวนอย่างจริงจัง แต่คดีนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าผู้ต้องหายังไม่มีความผิดตามกฎหมาย และดีเอสไอยังต้องดำเนินการประสานงานกับ กกต. ให้เสร็จสิ้น ความคืบหน้าต่อไปจะขึ้นอยู่กับผลความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐทั้งสองแห่งและข้อสรุปที่จะนำเสนอต่อศาลในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:15 UTC

ไทยโพสต์รายงานประเด็นถกเถียงเรื่องการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยโพสต์รายงานประเด็นถกเถียงเรื่องการคัดเลือก สว.

ไทยโพสต์ได้ออกอากาศรายการสดเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยโพสต์รายงานประเด็นถกเถียงเรื่องการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ไทยโพสต์รายงานประเด็นถกเถียงเรื่องการคัดเลือก สว.

ไทยโพสต์ได้ออกอากาศรายการสดเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาไทย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 สื่อไทยโพสต์ได้นำเสนอรายการสดในหัวข้อ 'ชี้ชะตาฮั้วสว.' โดยรายการมุ่งเน้นไปที่วาทกรรมสาธารณะและการเมืองเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยเฉพาะการกล่าวถึงข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วหรือการใช้อิทธิพลที่ไม่เหมาะสมในการแต่งตั้งสมาชิก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย รายงานนี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการอภิปรายทางการเมืองเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในภูมิทัศน์สื่อของไทย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของสถาบัน ซึ่งการอภิปรายเหล่านี้ยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การเดินทาง หรือสถานะของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศ

ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นถกเถียงสาธารณะและการตรวจสอบของสื่อ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการออกอากาศนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับการอภิปรายข้อกล่าวหาเหล่านี้ ไม่ใช่คำตัดสินทางกฎหมายขั้นสุดท้าย ความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสอบสวนที่เป็นไปได้หรือการตอบสนองอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือหน่วยงานตุลาการที่เกี่ยวข้องยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นต่อไปเพื่อดูว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงในกรอบการคัดเลือกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:18 UTC

ข้อกังวลเกี่ยวกับความชอบธรรมในการคัดเลือก สว. หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการแลกคะแนน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเกี่ยวกับความชอบธรรมในการคัดเลือก สว. หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการแลกคะแนน

นักวิจารณ์การเมือง 'โบว์' โต้แย้งว่าผลการคัดเลือก สว. ควรถูกทำให้เป็นโมฆะหากมีการพิสูจน์ว่ามีการแลกคะแนนกันระหว่างผู้สมัคร โดยอ้างอิงแนวคำตัดสินของศาลฎีกา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลเกี่ยวกับความชอบธรรมในการคัดเลือก สว. หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการแลกคะแนน

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความชอบธรรมในการคัดเลือก สว. หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการแลกคะแนน

นักวิจารณ์การเมือง 'โบว์' โต้แย้งว่าผลการคัดเลือก สว. ควรถูกทำให้เป็นโมฆะหากมีการพิสูจน์ว่ามีการแลกคะแนนกันระหว่างผู้สมัคร โดยอ้างอิงแนวคำตัดสินของศาลฎีกา

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 Thai Post รายงานว่า 'โบว์' นักวิจารณ์การเมืองได้ตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของกระบวนการคัดเลือก สว. ในปัจจุบัน โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่การแลกคะแนนกันระหว่างผู้สมัคร ซึ่ง 'โบว์' ยืนยันว่าควรถือเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งโดยอ้างอิงจากแนวคำตัดสินก่อนหน้านี้ของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

ตามรายงานระบุว่า นักวิจารณ์เสนอว่าหากมีการบังคับใช้มาตรฐานทางกฎหมายที่ศาลฎีกาวางไว้โดยเคร่งครัด กระบวนการคัดเลือกทั้งหมดอาจถือเป็นโมฆะ คำวิจารณ์นี้เน้นย้ำถึงความแตกต่างที่รับรู้ได้ระหว่างการตีความเรื่องการแลกคะแนนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในปัจจุบัน กับจุดยืนที่เข้มงวดกว่าของฝ่ายตุลาการในอดีต 'โบว์' โต้แย้งว่าความไม่สอดคล้องนี้บั่นทอนความชอบธรรมโดยรวมของการทำงานของ สว. ในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เน้นย้ำถึงการถกเถียงที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของสถาบันทางการเมืองของไทย แม้ว่าการอภิปรายทางกฎหมายเหล่านี้จะเป็นเรื่องภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของการตรวจสอบทางการเมืองที่กว้างขึ้น ซึ่งบางครั้งอาจนำไปสู่การประท้วงในที่สาธารณะหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบริหาร ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะปรับเปลี่ยนจุดยืนหรือไม่ หรือจะมีการยื่นคำร้องทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาเหล่านี้ในชั้นศาลหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:18 UTC

ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับคำถามด้านความน่าเชื่อถือ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับคำถามด้านความน่าเชื่อถือ

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นกำลังสร้างความกังวลในระดับสากลเกี่ยวกับเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของตลาด

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับคำถามด้านความน่าเชื่อถือ

แหล่งข่าวเดียว
ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับคำถามด้านความน่าเชื่อถือ

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นกำลังสร้างความกังวลในระดับสากลเกี่ยวกับเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของตลาด

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ภูมิทัศน์ทางการเงินทั่วโลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างมีนัยสำคัญ ดร.กอบสิทธิ์ ศิลปชัย และกฤติกา บุญสร้าง จากธนาคารกสิกรไทย ได้เน้นย้ำว่าตลาดพันธบัตรรัฐบาลซึ่งเดิมถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ กำลังกลายเป็นประเด็นที่น่ากังวล การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตามการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ซึ่งแตะระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ช่วงที่ผ่านมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากความผันผวนทางการเงินทั่วโลกสามารถส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน บรรยากาศการลงทุน และค่าครองชีพโดยรวมได้ เมื่อตลาดหลักของโลกเกิดความไม่มั่นคง มักนำไปสู่ความผันผวนของค่าเงินบาทและส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำธุรกรรมธนาคารส่วนบุคคล การใช้บัตรเครดิต หรืออำนาจซื้อของผู้ที่อาศัยหรือท่องเที่ยวในประเทศ

แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรจะเป็นแนวโน้มของตลาดที่ได้รับการยืนยันแล้ว แต่ผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกยังคงต้องติดตามต่อไป ขณะนี้นักวิเคราะห์กำลังตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือพื้นฐานของเกณฑ์มาตรฐานทางการเงินเหล่านี้ ยังคงต้องยืนยันว่าธนาคารกลางต่างๆ จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างไร และแนวโน้มนี้จะนำไปสู่ช่วงเวลาแห่งความผันผวนของตลาดที่ยืดเยื้อ หรือการปรับตัวเข้าสู่เสถียรภาพของอัตราดอกเบี้ยโลก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 07:18 UTC

นายกฯ เปิดเวที Gastech 2026 ชูไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านพลังงานของภูมิภาค
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ เปิดเวที Gastech 2026 ชูไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านพลังงานของภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีไทยได้นำเสนอแนวทางยุทธศาสตร์พลังงาน 3 ด้านในงาน Gastech 2026 เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและดึงดูดการลงทุนในระดับภูมิภาค

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ เปิดเวที Gastech 2026 ชูไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านพลังงานของภูมิภาค

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ เปิดเวที Gastech 2026 ชูไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านพลังงานของภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีไทยได้นำเสนอแนวทางยุทธศาสตร์พลังงาน 3 ด้านในงาน Gastech 2026 เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและดึงดูดการลงทุนในระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีไทยได้เป็นประธานเปิดงานประชุม Gastech 2026 อย่างเป็นทางการ ข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ระบุว่า รัฐบาลได้นำเสนอแนวทางยุทธศาสตร์พลังงาน 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างความมั่นคงทางพลังงานของชาติ การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ทำได้จริง และการต่อยอดการลงทุนจากพัฒนาการเหล่านี้

การเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านพลังงานในภูมิภาค สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการสร้างเสถียรภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสาธารณูปโภคและการเติบโตทางอุตสาหกรรมในอนาคต การมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนผ่านที่ 'ทำได้จริง' แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่สมดุลระหว่างแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีใหม่ๆ

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงเจตจำนงเชิงกลยุทธ์ในการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติอย่างชัดเจน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินนโยบายเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าเป้าหมายระดับสูงเหล่านี้จะถูกนำไปปรับใช้เป็นกฎระเบียบหรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรูปธรรมอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในขณะนี้ ประกาศดังกล่าวถือเป็นเพียงการแสดงทิศทางนโยบาย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงราคาหรือความพร้อมใช้งานของพลังงานสำหรับประชาชนทั่วไปในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:50 UTC

ข้อกังวลด้านความปลอดภัยในอาคารรัฐสภาไทยมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลด้านความปลอดภัยในอาคารรัฐสภาไทยมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท

กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาได้ออกมาเปิดเผยถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญภายในอาคารรัฐสภาสัปปายะสภาสถาน โดยอ้างถึงความบกพร่องทางโครงสร้างและปัญหาการบำรุงรักษา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลด้านความปลอดภัยในอาคารรัฐสภาไทยมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลด้านความปลอดภัยในอาคารรัฐสภาไทยมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท

กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาได้ออกมาเปิดเผยถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สำคัญภายในอาคารรัฐสภาสัปปายะสภาสถาน โดยอ้างถึงความบกพร่องทางโครงสร้างและปัญหาการบำรุงรักษา

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 Matichon Online รายงานว่ากลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย นันทนา ได้รวมตัวกันสวมหมวกนิรภัยประท้วงภายในอาคารรัฐสภาสัปปายะสภาสถาน โดยวิพากษ์วิจารณ์อาคารมูลค่า 2 หมื่นล้านบาทแห่งนี้ว่าไม่มีความปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ที่ทำงานภายในและผู้มาเยือน

ตามรายงานระบุว่า สว. ได้ชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องทางโครงสร้างและการบำรุงรักษาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ฝ้าเพดานร่วงหล่น มีคนตกลงไปในสระน้ำ และการพบเชื้อราในระบบปรับอากาศ กลุ่ม สว. ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลิกเกรงใจผู้รับเหมาที่รับผิดชอบการก่อสร้างและการดูแลรักษาอาคารดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงข้อกังวลด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในอาคารสาธารณะที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย แม้ว่ารัฐสภาจะเป็นสถานที่สำคัญ แต่ปัญหาที่ได้รับรายงานชี้ให้เห็นว่าอาคารอาจไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยตามที่คาดหวัง

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนคุณภาพการก่อสร้างหรือสัญญาการบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการหรือไม่ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการว่าอาคารจะได้รับการซ่อมแซมโครงสร้างโดยเร่งด่วน หรือจะมีการจำกัดการเข้าถึงของสาธารณชนเนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัยเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:55 UTC

ข้อกังวลด้านความปลอดภัยในอาคารรัฐสภาไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลด้านความปลอดภัยในอาคารรัฐสภาไทย

สมาชิกวุฒิสภาได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านโครงสร้างในอาคารรัฐสภาหลังจากเกิดเหตุฝ้าเพดานถล่ม โดยระบุจุดเสี่ยงกว่า 100 จุด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลด้านความปลอดภัยในอาคารรัฐสภาไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลด้านความปลอดภัยในอาคารรัฐสภาไทย

สมาชิกวุฒิสภาได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านโครงสร้างในอาคารรัฐสภาหลังจากเกิดเหตุฝ้าเพดานถล่ม โดยระบุจุดเสี่ยงกว่า 100 จุด

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ได้จัดแถลงข่าวที่รัฐสภาเพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของอาคารรัฐสภา โดยมีนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. เข้าร่วมด้วย กลุ่ม สว. ได้สวมหมวกนิรภัยระหว่างการแถลงข่าวเพื่อเน้นย้ำถึงความเสี่ยงของอาคารซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้างหลายพันล้านบาท

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหารชั้น B2 พังถล่มลงมา ตามข้อมูลของกลุ่ม สว. ระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก โดยมีการรายงานว่าเกิดน้ำรั่วและฝ้าถล่มมาแล้วกว่า 10 ครั้งนับตั้งแต่การก่อสร้างอาคารเสร็จสิ้น กลุ่ม สว. ได้ระบุจุดเสี่ยงทั้งหมด 101 จุดทั่วทั้งอาคาร และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าความเกรงใจผู้รับเหมา

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการ ข่าวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการบำรุงรักษาและคุณภาพโครงสร้างของอาคารรัฐสภา แม้อาคารจะยังคงเปิดใช้งานตามปกติ แต่ข้อเรียกร้องของกลุ่ม สว. ชี้ให้เห็นว่าบางพื้นที่อาจมีความเสี่ยง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าฝ่ายบริหารรัฐสภาจะดำเนินการอย่างไรกับจุดเสี่ยงทั้ง 101 จุดดังกล่าว และจะมีการตรวจสอบโครงสร้างอาคารอย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่ทำงานหรือเข้ามาใช้บริการหรือไม่ โดยในขณะนี้ยังไม่มีการประกาศกำหนดการซ่อมแซมหรือปรับปรุงความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 06:57 UTC