ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027 ✦
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
กีฬา

กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

แหล่งข่าวเดียว
กรุงเทพฯ ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ AWC และ Generali ประกาศจัดงานวิ่ง GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Asset World Corp (AWC) และ Generali เพื่อจัดงาน 'GIVE GREEN CBD Bangkok Marathon 2027' โดยอ้างอิงจากรายงานของมติชนออนไลน์ งานดังกล่าวจะจัดขึ้นใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว งานวิ่งมาราธอนนี้ถือเป็นกิจกรรมสำคัญในปฏิทินกีฬาของเมือง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพและการมีส่วนร่วมของชุมชนในย่านธุรกิจใจกลางเมือง กิจกรรมในลักษณะนี้มักนำไปสู่การปิดถนนชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการจราจร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้ที่สัญจรในใจกลางเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการประกาศจะยืนยันถึงความร่วมมือและชื่อของงานแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันที่จัดงาน เส้นทางการวิ่ง ขั้นตอนการลงทะเบียน และแผนการจัดการจราจรที่อาจเกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ข้อสรุปหรือประกาศต่อสาธารณะ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมและผู้สัญจรควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก กทม. และผู้จัดงานต่อไปในขณะที่การวางแผนดำเนินไป กิจกรรมนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการบูรณาการกิจกรรมกีฬาขนาดใหญ่เข้ากับภูมิทัศน์เมืองของกรุงเทพฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 21:10 UTC

กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

สสว. ปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อเพิ่มโอกาสให้ SME
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สสว. ปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อเพิ่มโอกาสให้ SME

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อนำผู้ประกอบการ SME จำนวน 40,919 รายเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อุปทานของรัฐ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สสว. ปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อเพิ่มโอกาสให้ SME

แหล่งข่าวเดียว
สสว. ปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อเพิ่มโอกาสให้ SME

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อนำผู้ประกอบการ SME จำนวน 40,919 รายเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อุปทานของรัฐ

ตามรายงานจาก Thai Post สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ดำเนินมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถเข้าถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐได้ง่ายขึ้น ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อนำผู้ประกอบการ SME จำนวน 40,919 รายเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อุปทานของภาครัฐ ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางใหม่ให้ธุรกิจเหล่านี้ได้รับสัญญาจากทางราชการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและเจ้าของธุรกิจในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่ความหลากหลายของผู้ให้บริการและซัพพลายเออร์ที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ การลดอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดนี้ รัฐบาลหวังว่าจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นและมอบความมั่นคงจากการทำงานกับภาครัฐให้กับบริษัทขนาดเล็ก

แม้ว่าความคิดริเริ่มนี้จะถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง แต่กลไกเฉพาะเจาะจงว่า SME ทั้ง 40,919 รายนี้จะได้รับการตรวจสอบและคัดเลือกสำหรับโครงการต่างๆ อย่างไรนั้น ยังคงต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่าบริษัทเหล่านี้จะสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นผู้รับเหมาภาครัฐอย่างเต็มตัวได้รวดเร็วเพียงใด หรือจะมีผลกระทบอย่างไรต่อราคาและคุณภาพของบริการสาธารณะ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก สสว. เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการตามการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดซื้อจัดจ้างเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:35 UTC

กกต. ดำเนินการกับบุคคล 77 รายในคดีฮั้วเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ดำเนินการกับบุคคล 77 รายในคดีฮั้วเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เริ่มดำเนินการกับบุคคล 77 รายที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือก สว. ปี 2567 ในขณะที่นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย 21 ราย รวมถึงนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

Thai Enquirer ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ดำเนินการกับบุคคล 77 รายในคดีฮั้วเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ดำเนินการกับบุคคล 77 รายในคดีฮั้วเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เริ่มดำเนินการกับบุคคล 77 รายที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือก สว. ปี 2567 ในขณะที่นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย 21 ราย รวมถึงนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

ตามรายงานของ Thai Enquirer เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยได้ดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคล 77 รายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยกลุ่มที่ถูกตรวจสอบประกอบด้วย สว. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ 26 ราย ผู้สมัครที่มีสิทธิ์ลงคะแนนในการคัดเลือก 36 ราย และบุคคลอื่นๆ อีก 15 ราย

เป็นที่น่าสังเกตว่ารายงานระบุว่านักการเมืองจากพรรคภูมิใจไทย 21 ราย รวมถึงนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ต้องเผชิญกับการดำเนินคดีทางศาลหรือคดีอาญาในกรณีการฮั้วเลือกดังกล่าว การตัดสินใจของ กกต. ในการดำเนินการกับบุคคลทั้ง 77 รายนี้ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการสอบสวนความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่และการตรวจสอบกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของไทย แม้ว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันจะยังคงอยู่ในอำนาจ แต่การดำเนินคดีกับกลุ่ม สว. และผู้สมัครจำนวนมากอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางนิติบัญญัติในอนาคตและการอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการดำเนินการทางกฎหมายเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อการทำงานประจำวันของวุฒิสภาอย่างไร และจะมีบุคคลอื่นถูกเชื่อมโยงเพิ่มเติมหรือไม่ในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ากระบวนการเหล่านี้จะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือจะนำไปสู่ความท้าทายด้านการบริหารเพิ่มเติมสำหรับรัฐบาล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Enquirer
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 76/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:10 UTC

5 หน่วยงานภาครัฐไทยผนึกกำลังพัฒนาโมเดลนำร่องพลังงานสะอาด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

5 หน่วยงานภาครัฐไทยผนึกกำลังพัฒนาโมเดลนำร่องพลังงานสะอาด

หน่วยงานรัฐ 5 แห่งลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อพัฒนาโมเดลนำร่องสำหรับการใช้พลังงานสะอาดในประเทศไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

5 หน่วยงานภาครัฐไทยผนึกกำลังพัฒนาโมเดลนำร่องพลังงานสะอาด

แหล่งข่าวเดียว
5 หน่วยงานภาครัฐไทยผนึกกำลังพัฒนาโมเดลนำร่องพลังงานสะอาด

หน่วยงานรัฐ 5 แห่งลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อพัฒนาโมเดลนำร่องสำหรับการใช้พลังงานสะอาดในประเทศไทย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 หน่วยงานภาครัฐของไทย 5 แห่งได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการเพื่อร่วมมือกันพัฒนาโมเดลนำร่องด้านพลังงานสะอาด ความคิดริเริ่มนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการโซลูชันพลังงานที่ยั่งยืนเข้าสู่โครงสร้างของภาครัฐ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศไทย แม้ว่าผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทันทีจะยังมีน้อย แต่ความสำเร็จในการดำเนินโครงการนำร่องนี้อาจนำไปสู่บริการสาธารณะที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ทางเลือกในการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนของสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดำเนินการโดยรัฐ ความคิดริเริ่มดังกล่าวบ่อยครั้งมักเกิดขึ้นก่อนนโยบายระดับชาติที่กว้างขวางขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าสาธารณูปโภคหรือความพร้อมของบริการพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่เมืองและชนบท

ในขั้นตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของโครงการนำร่อง กำหนดการดำเนินงาน และเทคโนโลยีที่แน่ชัดที่จะนำมาทดสอบ นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความร่วมมือนี้จะเชื่อมโยงกับโครงการพลังงานที่มีอยู่ของภาคเอกชนอย่างไร หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงราคาพลังงานสำหรับผู้บริโภคในทันทีหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตและขนาดของโมเดลพลังงานสะอาดนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:15 UTC

กกต. ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาทุจริตการเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาทุจริตการเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยได้ชี้แจงถึงผลทางกฎหมายสำหรับ สว. 26 คน หากศาลฎีการับฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือก สว.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาทุจริตการเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ชี้แจงกรณีข้อกล่าวหาทุจริตการเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยได้ชี้แจงถึงผลทางกฎหมายสำหรับ สว. 26 คน หากศาลฎีการับฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือก สว.

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดย กกต. ได้กล่าวถึงข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวน 229 คน ใน 7 ประเด็นความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ตามที่ กกต. ระบุ หากแผนกคดีเลือกตั้งของศาลฎีการับฟ้องในคดีที่มีการกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง สว. จำนวน 26 คนที่ถูกระบุชื่อในคดีจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งเป็นขั้นตอนทางกฎหมายตามปกติเพื่อรักษาความโปร่งใสของกระบวนการนิติบัญญัติในระหว่างที่กระบวนการยุติธรรมกำลังดำเนินอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานของสถาบันทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า กกต. จะได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการลงคะแนนและความเป็นไปได้ในการหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งรับฟ้องอย่างเป็นทางการ และผลทางกฎหมายสำหรับผู้ถูกกล่าวหายังคงต้องรอการพิจารณาต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากศาลฎีกาเพื่อยืนยันว่าจะมีคำสั่งให้ สว. เหล่านี้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากเป็นประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารภายใน จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อกฎระเบียบการเดินทางหรือชีวิตประจำวันของผู้มาเยือน แต่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:31 UTC

ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหารรัฐสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหารรัฐสภา

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เข้าตรวจสอบโรงอาหารรัฐสภาหลังเกิดเหตุฝ้าเพดานถล่ม โดยกรมโยธาธิการฯ ยืนยันว่าโครงสร้างหลักของอาคารยังคงแข็งแรง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหารรัฐสภา

แหล่งข่าวเดียว
ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหารรัฐสภา

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เข้าตรวจสอบโรงอาหารรัฐสภาหลังเกิดเหตุฝ้าเพดานถล่ม โดยกรมโยธาธิการฯ ยืนยันว่าโครงสร้างหลักของอาคารยังคงแข็งแรง

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2026 เกิดเหตุฝ้าเพดานบางส่วนในโรงอาหาร 'กินนี่' ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น B2 ของอาคารรัฐสภาไทยถล่มลงมา ส่งผลให้แผ่นฝ้าจำนวน 2 แผ่นร่วงหล่นลงมา เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา พร้อมด้วยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและทีมวิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมืองจำนวน 4 คน ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ในวันถัดมา

ตามรายงานของ Thai Post วัตถุประสงค์หลักของการลงพื้นที่คือเพื่อประเมินความเสียหายและเริ่มดำเนินการซ่อมแซมที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของสถานที่ ในระหว่างการตรวจสอบ วิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมืองยืนยันว่าโครงสร้างหลักของอาคารไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการที่อาคารรัฐสภา เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านการบำรุงรักษาภายในอาคาร แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะให้ความมั่นใจเกี่ยวกับความมั่นคงโดยรวมของอาคารแล้ว แต่สาเหตุที่แน่ชัดของฝ้าเพดานที่ถล่มลงมา เช่น การรั่วซึมของน้ำหรือความเสื่อมสภาพของวัสดุ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการซ่อมแซมและการเปิดใช้งานพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบยังคงต้องรอการยืนยันจากเจ้าหน้าที่รัฐสภา ผู้ที่มาติดต่อควรติดตามประกาศในพื้นที่หากวางแผนที่จะใช้บริการโรงอาหารชั้น B2 ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:15 UTC

กกต. มีมติยกคำร้อง 21 นักการเมืองภูมิใจไทย คดีฮั้ว สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. มีมติยกคำร้อง 21 นักการเมืองภูมิใจไทย คดีฮั้ว สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมากให้ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย 21 ราย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. มีมติยกคำร้อง 21 นักการเมืองภูมิใจไทย คดีฮั้ว สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. มีมติยกคำร้อง 21 นักการเมืองภูมิใจไทย คดีฮั้ว สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมากให้ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย 21 ราย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แถลงผลการลงมติเสียงข้างมากให้ยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยจำนวน 21 ราย โดยนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ระบุว่าทางคณะกรรมการได้พิจารณาข้อกล่าวหาทั้งหมด 7 ข้อหา และมีมติไม่ดำเนินการเอาผิดต่อบุคคลดังกล่าว ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการสำคัญในการตรวจสอบกลไกการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาของประเทศ แม้ว่า กกต. จะสรุปผลการสอบสวนในประเด็นนี้แล้ว แต่การแก้ไขคดีทางการเมืองที่มีความสำคัญสูงมักส่งผลต่อบรรยากาศการบริหารงานภาครัฐโดยรวม

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้ กกต. จะมีมติยกคำร้องในคดีนี้แล้ว แต่สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความเคลื่อนไหวอยู่ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไปหากมีการอุทธรณ์หรือความคืบหน้าทางกฎหมายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว. เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นการบริหารจัดการภายใน จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่มาเยือนระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจด้านการเมืองการปกครองควรทราบว่าสถานะทางกฎหมายของนักการเมืองกลุ่มนี้ได้รับการพิจารณาโดยคณะกรรมการฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้วในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:16 UTC

กกต. ชี้แจงเหตุผลไม่ฟ้องผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ชี้แจงเหตุผลไม่ฟ้องผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้ชี้แจงเหตุผลที่ปฏิเสธการดำเนินคดีทางกฎหมายกับนายเนวิน ชิดชอบ และผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยคนอื่นๆ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ชี้แจงเหตุผลไม่ฟ้องผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ชี้แจงเหตุผลไม่ฟ้องผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้ชี้แจงเหตุผลที่ปฏิเสธการดำเนินคดีทางกฎหมายกับนายเนวิน ชิดชอบ และผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยคนอื่นๆ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมากล่าวถึงการตัดสินใจไม่ดำเนินคดีกับนายเนวิน ชิดชอบ และผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยหลายคน โดย กกต. ระบุว่าการตัดสินใจดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการขาดพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือจากพยาน

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังตั้งข้อสังเกตว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้นอยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมายแยกต่างหาก โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการถูกขับออกจากหน่วยงานทางการเมืองก่อนหน้านี้ กกต. สรุปว่าคำให้การที่มีอยู่ไม่ถึงเกณฑ์ที่จำเป็นในการดำเนินการฟ้องร้องอย่างเป็นทางการในกรณีนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการชี้แจงสถานะปัจจุบันของบุคคลสำคัญทางการเมืองและพรรคการเมืองใหญ่ในรัฐบาลผสม การทำความเข้าใจกระบวนการทางปกครองและกฎหมายเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองในท้องถิ่น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีกลุ่มภายนอกหรือพรรคฝ่ายค้านคัดค้านการตัดสินใจของ กกต. ผ่านการตรวจสอบโดยศาลหรือไม่ หรือจะมีการนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมมาเพื่อรื้อฟื้นการสอบสวนอีกครั้ง เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นทางปกครองที่ยังคงดำเนินอยู่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:11 UTC

ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหารรัฐสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหารรัฐสภา

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงอาหารรัฐสภาหลังเกิดเหตุฝ้าเพดานร่วงหล่น โดยระบุสาเหตุมาจากความชื้นจากท่อเครื่องปรับอากาศ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหารรัฐสภา

แหล่งข่าวเดียว
ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานถล่มในโรงอาหารรัฐสภา

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงอาหารรัฐสภาหลังเกิดเหตุฝ้าเพดานร่วงหล่น โดยระบุสาเหตุมาจากความชื้นจากท่อเครื่องปรับอากาศ

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รัฐสภาและวิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เข้าตรวจสอบโรงอาหาร 'กินนี่' ชั้นบี 2 ภายในอาคารรัฐสภา หลังจากเกิดเหตุแผ่นฝ้ายิปซั่มร่วงหล่นลงมาจำนวน 2 แผ่น เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ทีมวิศวกรยืนยันว่าโครงสร้างหลักของอาคารยังคงแข็งแรงและไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว การตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากการสะสมของความชื้นอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในท่อเครื่องปรับอากาศ ทำให้เกิดหยดน้ำไหลลงมาบนแผ่นฝ้าเพดาน

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านการบำรุงรักษาในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว โดยวิศวกรได้เพิ่มขนาดสกรูให้ใหญ่ขึ้นเพื่อยึดฝ้าให้แข็งแรงยิ่งขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงความท้าทายในการบำรุงรักษาอาคารสถานที่ของรัฐขนาดใหญ่ ในขณะนี้ทางการได้ประกาศว่าโครงสร้างมีความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการดำเนินมาตรการป้องกันเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ ของอาคารเพื่อจัดการกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความชื้นในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 10:12 UTC

กรมโยธาธิการและผังเมืองชี้แจงกรณีฝ้าเพดานโรงอาหารถล่ม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมโยธาธิการและผังเมืองชี้แจงกรณีฝ้าเพดานโรงอาหารถล่ม

นายโสภณ สุวรรณรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบกรมโยธาธิการและผังเมืองหลังเกิดเหตุฝ้าเพดานโรงอาหารถล่ม โดยยืนยันว่าโครงสร้างหลักของอาคารยังคงมีความแข็งแรง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมโยธาธิการและผังเมืองชี้แจงกรณีฝ้าเพดานโรงอาหารถล่ม

แหล่งข่าวเดียว
กรมโยธาธิการและผังเมืองชี้แจงกรณีฝ้าเพดานโรงอาหารถล่ม

นายโสภณ สุวรรณรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบกรมโยธาธิการและผังเมืองหลังเกิดเหตุฝ้าเพดานโรงอาหารถล่ม โดยยืนยันว่าโครงสร้างหลักของอาคารยังคงมีความแข็งแรง

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายโสภณ สุวรรณรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารที่ทำการกรมโยธาธิการและผังเมือง (DPT) หลังจากมีรายงานเหตุฝ้าเพดานภายในโรงอาหารของเจ้าหน้าที่ถล่มลงมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รัฐมนตรีช่วยฯ ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงจุดที่เกิดขึ้นเฉพาะที่และไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างหลักของอาคาร โดยการประเมินเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ระบุว่าสาเหตุเกิดจากการสะสมของความชื้นจากระบบท่อเครื่องปรับอากาศ ซึ่งทำให้วัสดุฝ้าเพดานเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลา

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาอาคารสถานที่ราชการที่มีอายุการใช้งานนานหรือมีการใช้งานหนาแน่น แม้ทางกรมฯ จะยืนยันว่าโครงสร้างหลักยังคงปลอดภัย แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในจุดย่อยๆ อันเนื่องมาจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ความชื้น

ในขณะนี้ คาดว่าจะมีการประเมินทางเทคนิคเพิ่มเติมเพื่อกำหนดขอบเขตการซ่อมแซมที่จำเป็นสำหรับพื้นที่โรงอาหาร ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และทางกรมฯ ยังคงเปิดทำการตามปกติ ผู้ที่มาติดต่อราชการควรใช้ความระมัดระวังในการสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในวงกว้างภายในอาคารดังกล่าวก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:51 UTC

กกต. ไทยตรวจสอบคดีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ไทยตรวจสอบคดีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยกำลังตรวจสอบคดีที่มีมายาวนานเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ไทยตรวจสอบคดีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ไทยตรวจสอบคดีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยกำลังตรวจสอบคดีที่มีมายาวนานเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 2567

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประชุมเพื่อพิจารณาบทสรุปของคดีความที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ตามรายงานของ Khaosod Online การสอบสวนนี้เกิดขึ้นหลังจากกระบวนการยืดเยื้อมานานถึง 742 วัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใส การจัดตั้งโพย และขบวนการฮั้วคะแนนเสียงในช่วงการคัดเลือกปี 2567

คดีนี้เกี่ยวข้องกับบุคคลทั้งหมด 229 คน รวมถึง สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน สว. สำรองและผู้สมัคร 50 คน และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย 21 คน เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกหลายท่าน ข้อกล่าวหามุ่งเน้นไปที่การอ้างว่ามีการใช้รายชื่อลงคะแนนเฉพาะและมีความพยายามประสานงานกันเพื่อส่งผลต่อผลการคัดเลือก สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงการตรวจสอบสถาบันทางการเมืองของไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะมาถึงขั้นตอนสำคัญแล้ว แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันจาก กกต. ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าผลสรุปนี้จะส่งผลต่อองค์ประกอบทางนิติบัญญัติในปัจจุบันและภูมิทัศน์ทางการเมืองในวงกว้างอย่างไร เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ สาธารณชนจึงรอคำตัดสินอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะของผู้ถูกกล่าวหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความชอบธรรมของวุฒิสภา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:52 UTC

รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2'

กระทรวงการคลังเตรียมหารือเกี่ยวกับการขยายเวลาและจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2'

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2'

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2'

กระทรวงการคลังเตรียมหารือเกี่ยวกับการขยายเวลาและจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2'

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 กระทรวงการคลังของไทยกำลังเตรียมจัดการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อประเมินอนาคตของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2'

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสถานะงบประมาณเริ่มต้นของโครงการ ซึ่งมีรายงานว่าเหลืออยู่ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท คณะกรรมการกำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการขยายโครงการและอาจมีการโยกย้ายเงินกู้ก้อนที่สองเพื่ออัดฉีดเงินทุนเพิ่มเติมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจเป็นสัญญาณถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการกระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โครงการดังกล่าวมีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและความพร้อมของมาตรการสนับสนุนทางการเงินภายในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ การขยายเวลาและกลไกเฉพาะสำหรับการจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมยังคงต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการต่อไป ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการโยกย้ายเงินกู้ก้อนที่สองหรือกำหนดเวลาที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินโครงการต่อ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้จะได้รับการขยายหรือปรับเปลี่ยนอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:35 UTC

กกต. ส่งฟ้องศาลฎีกาคดีฮั้วเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ส่งฟ้องศาลฎีกาคดีฮั้วเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งฟ้องบุคคล 77 ราย รวมถึง สว. 26 ราย ต่อศาลฎีกา ในข้อหาฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ส่งฟ้องศาลฎีกาคดีฮั้วเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ส่งฟ้องศาลฎีกาคดีฮั้วเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ส่งฟ้องบุคคล 77 ราย รวมถึง สว. 26 ราย ต่อศาลฎีกา ในข้อหาฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศว่าได้เริ่มดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคล 77 รายที่ต้องสงสัยว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามรายงานจาก Khaosod Online คณะกรรมการได้ส่งสำนวนคดีเหล่านี้ไปยังศาลฎีกาแล้ว โดยในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหามี สว. ปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 ราย ในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนได้รับการยืนยันว่าไม่มีความผิด

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน โดยมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบสำนักงาน กกต. ในกรุงเทพฯ ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 200 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อยและจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ระหว่างการแถลงข่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกทางกฎหมาย แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายในขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่บุคคลที่ถูกระบุชื่อ แต่สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาของการตรวจสอบที่เข้มงวดภายในโครงสร้างการปกครองของไทย ในขณะที่คดีเข้าสู่ศาลฎีกา สาธารณชนกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานที่นำเสนอและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์ประกอบของวุฒิสภา ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของ กกต. เพื่อรับข้อมูลอัปเดต เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินอยู่และเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมืองในเมืองหลวง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:31 UTC

กกต. ยกคำร้องผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยในคดีเลือก ส.ว. พร้อมแจ้งข้อหา 26 ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ยกคำร้องผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยในคดีเลือก ส.ว. พร้อมแจ้งข้อหา 26 ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ดำเนินคดีกับผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยในกรณีข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก ส.ว. ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ ส.ว. จำนวน 26 ราย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ยกคำร้องผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยในคดีเลือก ส.ว. พร้อมแจ้งข้อหา 26 ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ยกคำร้องผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยในคดีเลือก ส.ว. พร้อมแจ้งข้อหา 26 ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ดำเนินคดีกับผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยในกรณีข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือก ส.ว. ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับ ส.ว. จำนวน 26 ราย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปผลการสอบสวนกรณีความเป็นไปได้ที่ผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา โดย กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อมโยงผู้บริหารพรรคเข้ากับความไม่โปร่งใสที่ถูกกล่าวหา จึงถือว่าไม่มีความผิดในกรณีนี้

อย่างไรก็ตาม การสอบสวนดังกล่าวส่งผลให้มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการต่อ ส.ว. จำนวน 26 ราย ซึ่งข้อกล่าวหาเหล่านี้สืบเนื่องมาจากความไม่เหมาะสมในระหว่างกระบวนการคัดเลือก

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย แม้ว่าผู้บริหารพรรคการเมืองจะไม่ได้รับผลกระทบจากคดีนี้ แต่การดำเนินคดีกับ ส.ว. ทั้ง 26 ราย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของ กกต. ในการจัดการกับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือรายละเอียดของหลักฐานที่ใช้เอาผิด ส.ว. ทั้ง 26 ราย และกระบวนการทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ในขณะที่กระบวนการยุติธรรมดำเนินไป อาจมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบต่อองค์ประกอบของวุฒิสภา ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กกต. เพื่อรับทราบความคืบหน้าของคดีต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:31 UTC

ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานโรงอาหารรัฐสภาถล่ม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานโรงอาหารรัฐสภาถล่ม

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงอาหารรัฐสภาหลังเกิดเหตุฝ้าเพดานร่วงหล่น โดยเจ้าหน้าที่ระบุสาเหตุมาจากความชื้นจากท่อแอร์

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานโรงอาหารรัฐสภาถล่ม

แหล่งข่าวเดียว
ตรวจสอบเหตุฝ้าเพดานโรงอาหารรัฐสภาถล่ม

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงอาหารรัฐสภาหลังเกิดเหตุฝ้าเพดานร่วงหล่น โดยเจ้าหน้าที่ระบุสาเหตุมาจากความชื้นจากท่อแอร์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และวิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เข้าตรวจสอบโรงอาหาร 'กินนี่' ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น B2 ของอาคารรัฐสภา หลังจากเกิดเหตุฝ้าเพดานจำนวน 2 แผ่นร่วงหล่นลงมาเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

ตามรายงานจาก Thai Post กรมโยธาธิการและผังเมืองยืนยันว่าโครงสร้างหลักของอาคารยังคงมีความแข็งแรง วิศวกรระบุว่าสาเหตุของการร่วงหล่นเกิดจากการสะสมของความชื้นจากท่อเครื่องปรับอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตัวยึดฝ้าเพดาน ในการนี้ ทีมซ่อมบำรุงกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนสกรูเดิมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความมั่นคงของโครงสร้าง

สำหรับประชาชนและผู้ที่มาติดต่อราชการ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบำรุงรักษาอาคารสถานที่ของหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง แม้โครงสร้างหลักจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย แต่เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลรักษาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่สาธารณะที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ ของอาคารหรือไม่ หรือจะมีมาตรการป้องกันเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาความชื้นในระบบระบายอากาศอย่างไร โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ฝ้าเพดานร่วงหล่นในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:36 UTC

การคาดการณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการยุบสภาที่อาจเกิดขึ้นในปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การคาดการณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการยุบสภาที่อาจเกิดขึ้นในปี 2570

Thai Post รายงานถึงการอภิปรายทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการยุบสภาผู้แทนราษฎรที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การคาดการณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการยุบสภาที่อาจเกิดขึ้นในปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
การคาดการณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการยุบสภาที่อาจเกิดขึ้นในปี 2570

Thai Post รายงานถึงการอภิปรายทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการยุบสภาผู้แทนราษฎรที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 สื่อ Thai Post ได้นำเสนอการอภิปรายโดย สำราญ รอดเพชร เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันของประเทศไทย โดยรายการได้เน้นย้ำถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับการยุบสภาผู้แทนราษฎรที่อาจเกิดขึ้นในปี 2570 นอกจากนี้ รายการยังได้กล่าวถึงการตรวจสอบการทำงานของรัฐสภาและการตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของการถกเถียงทางการเมืองในประเทศ แม้ว่าการอภิปรายดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย แต่ก็มักจะนำไปสู่ความสนใจของสาธารณชนที่เพิ่มขึ้นต่อเสถียรภาพของรัฐบาล สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่ารายงานเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับสถานะของสภาผู้แทนราษฎรหรือวาระการดำรงตำแหน่งของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ผู้สังเกตการณ์ควรตระหนักว่าพัฒนาการทางการเมืองในประเทศไทยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ณ ขณะนี้ ข้อมูลยังคงอยู่ในระดับของการวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นทางการเมือง รัฐบาลยังไม่ได้ยืนยันกรอบเวลาอย่างเป็นทางการสำหรับการยุบสภา และสถานการณ์ยังคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางการเมืองในอนาคต ขอแนะนำให้ผู้อยู่อาศัยติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสำหรับการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับกำหนดการทางนิติบัญญัติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:15 UTC

วุฒิสภาไทยปิดการประชุมก่อนการแถลงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วุฒิสภาไทยปิดการประชุมก่อนการแถลงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

วุฒิสภาไทยได้ดำเนินการตามวาระการประชุมครบถ้วนและสั่งปิดการประชุม ซึ่งสอดคล้องกับการแถลงข่าวที่กำลังจะเกิดขึ้นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วุฒิสภาไทยปิดการประชุมก่อนการแถลงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
วุฒิสภาไทยปิดการประชุมก่อนการแถลงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

วุฒิสภาไทยได้ดำเนินการตามวาระการประชุมครบถ้วนและสั่งปิดการประชุม ซึ่งสอดคล้องกับการแถลงข่าวที่กำลังจะเกิดขึ้นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2026 วุฒิสภาไทยได้ดำเนินการตามวาระการประชุมที่กำหนดไว้ครบถ้วนทุกประการ หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม สภาได้สั่งปิดการประชุมอย่างเป็นทางการก่อนที่จะมีการแถลงข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ในระหว่างการประชุม มีการสังเกตพบว่าสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนได้ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการแถลงของคณะกรรมการการเลือกตั้งผ่านหน้าจอดิจิทัลภายในห้องประชุม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาของความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มักเกิดขึ้นก่อนการปรับเปลี่ยนด้านการบริหารในวงกว้าง แม้ว่าวุฒิสภาจะเสร็จสิ้นภารกิจเร่งด่วนแล้ว แต่เนื้อหาเฉพาะของการแถลงข่าวที่กำลังจะเกิดขึ้นจากคณะกรรมการการเลือกตั้งยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าการเปลี่ยนแปลงในตารางเวลาทางนิติบัญญัติและการเลือกตั้งเช่นนี้ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณะหรือขั้นตอนการบริหารงานในบางครั้ง

ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าการแถลงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทางอย่างไร ผู้อยู่อาศัยควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม เนื่องจากผลกระทบที่ชัดเจนจากการแถลงของคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่มีการเปิดเผย สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมปรากฏหลังจากมีการแถลงอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 09:11 UTC

กระทรวงมหาดไทยไทยเดินหน้าเฟส 2 ปฏิรูปการสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยไทยเดินหน้าเฟส 2 ปฏิรูปการสอบท้องถิ่น

วรศิษฎ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เริ่มต้นระยะที่สองของการปฏิรูปเพื่อแก้ไขความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการบรรจุผู้สอบผ่านจริงเข้าสู่ตำแหน่งว่าง

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยไทยเดินหน้าเฟส 2 ปฏิรูปการสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยไทยเดินหน้าเฟส 2 ปฏิรูปการสอบท้องถิ่น

วรศิษฎ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เริ่มต้นระยะที่สองของการปฏิรูปเพื่อแก้ไขความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นการบรรจุผู้สอบผ่านจริงเข้าสู่ตำแหน่งว่าง

ตามข้อมูลจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี นายวรศิษฎ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศเริ่มต้นระยะที่สองของความพยายามในการแก้ไขความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังจากมาตรการเบื้องต้นที่ดำเนินการถอนชื่อบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบออกไปแล้ว ขณะนี้กระทรวงกำลังเปลี่ยนจุดเน้นไปที่การเร่งจัดการตำแหน่งว่างโดยการบรรจุผู้สอบผ่านจริงที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าสู่ระบบ

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงานส่วนท้องถิ่น โดยรับประกันว่าตำแหน่งที่ว่างอยู่จะถูกเติมเต็มด้วยผู้ที่ได้รับตำแหน่งด้วยความสามารถ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปรับปรุงประสิทธิภาพและความโปร่งใสของบริการสาธารณะในท้องถิ่น ซึ่งอาจนำไปสู่การทำงานของสำนักงานบริหารที่ตอบสนองได้ดีขึ้นและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แม้ว่ากระทรวงจะยืนยันการเปลี่ยนผ่านสู่ระยะ "เติมคนทำงาน" นี้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ยังต้องรอความชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำหนดการที่แน่นอนสำหรับการแต่งตั้งใหม่และจำนวนตำแหน่งทั้งหมดที่จะบรรจุในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์เฉพาะสำหรับการบรรจุตำแหน่งเหล่านี้ และแผนของกระทรวงในการป้องกันความไม่โปร่งใสในกระบวนการสรรหาบุคลากรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:30 UTC

คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติประชุมนัดแรกในรอบ 2 ปี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติประชุมนัดแรกในรอบ 2 ปี

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ (กปช.) ครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงยุทธศาสตร์การสื่อสารของภาครัฐให้ทันสมัย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติประชุมนัดแรกในรอบ 2 ปี

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติประชุมนัดแรกในรอบ 2 ปี

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ (กปช.) ครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงยุทธศาสตร์การสื่อสารของภาครัฐให้ทันสมัย

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ (กปช.) ครั้งแรกในรอบ 2 ปี ตามรายงานของ Thai Post การประชุมดังกล่าวมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และบุคคลสำคัญอย่างนายนิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมด้วย

วัตถุประสงค์หลักของการประชุมครั้งนี้คือการเริ่มต้นยกเครื่องยุทธศาสตร์การสื่อสารของรัฐบาล การฟื้นฟูคณะกรรมการชุดนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงวิธีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของรัฐไปสู่สาธารณชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในวิธีการสื่อสารนโยบายของรัฐบาล ประกาศสาธารณะ และข้อมูลข่าวสารระดับชาติ แนวทางที่ทันสมัยหรือคล่องตัวขึ้นอาจนำไปสู่การไหลเวียนของข้อมูลที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับบริการสาธารณะหรือการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหาร

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของยุทธศาสตร์การสื่อสารใหม่ยังคงต้องรอการยืนยัน แม้ว่าคณะกรรมการจะเริ่มดำเนินการปรับโครงสร้างการทำงานเหล่านี้แล้ว แต่สาธารณชนยังไม่เห็นการนำการเปลี่ยนแปลงที่เสนอไปปฏิบัติจริง ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่ากิจกรรมที่กลับมาคึกคักอีกครั้งของคณะกรรมการชุดนี้จะส่งผลต่อความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูลของรัฐบาลอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 14 กันยายน 2026, 08:35 UTC