ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา ✦
การเมือง พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ✦
การท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก ✦
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
กีฬา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

แหล่งข่าวเดียว
อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษฉลองความสำเร็จของ ลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

อาดิดาสเปิดตัวคอลเลคชั่นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จทางประวัติศาสตร์ของลิโอเนล เมสซี กับทีมชาติอาร์เจนตินา

ตามรายงานจาก Matichon Online อาดิดาสได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าพิเศษอย่างเป็นทางการเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอาชีพของไอคอนฟุตบอล ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการยกย่องการมีส่วนร่วมที่สำคัญและความสำเร็จของเขาบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่เป็นแฟนของที่ระลึกฟุตบอล การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการซื้อสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นที่เกี่ยวข้องกับหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการกีฬา โดยปกติแล้วสินค้าเหล่านี้จะมีจำหน่ายผ่านช่องทางการขายอย่างเป็นทางการของอาดิดาสและร้านค้าหลักที่ตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ และศูนย์กลางเมืองอื่นๆ

แม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะเฉลิมฉลองตำนานของเมสซี แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ราคา และระยะเวลาที่มีจำหน่ายในตลาดไทยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจากผู้ค้าปลีกในพื้นที่ ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบได้ที่แพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการของอาดิดาสประเทศไทย หรือเยี่ยมชมร้านค้าที่ได้รับอนุญาตเพื่อตรวจสอบระดับสินค้าคงคลังและวันที่วางจำหน่ายเฉพาะสำหรับภูมิภาคของตน เนื่องจากนี่เป็นแคมเปญระดับโลก ความพร้อมจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการจัดการสต็อกในท้องถิ่นและโปรโมชั่นเฉพาะของแต่ละร้าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 19:10 UTC

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวเดียว
พรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์รัฐบาลกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันในประเทศ โดยชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่ราคาขายปลีกเพิ่มสูงขึ้นแม้ต้นทุนการกลั่นจะลดลง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดแถลงข่าวถึงสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นสัญญาณ 'ผิดปกติ' ในโครงสร้างราคาน้ำมันของไทย ข้อมูลที่พรรคนำเสนอระบุว่าราคาหน้าโรงกลั่นของน้ำมันดีเซล B7 ลดลงจาก 39.33 บาทต่อลิตรในวันที่ 21 กันยายน เหลือ 37.49 บาทต่อลิตรในวันที่ 24 กันยายน อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกกลับปรับตัวในทิศทางตรงกันข้าม โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.69 บาท เป็น 41.44 บาทต่อลิตรในช่วงเวลาเดียวกัน

นายตรีรัตน์โต้แย้งว่าแนวโน้มนี้ขัดกับกลไกตลาดทั่วไป เนื่องจากประชาชนต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งที่ต้นทุนการผลิตลดลง นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงภาระทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีหนี้สะสมสูงเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าครองชีพ แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของราคาเหล่านี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ให้คำตอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลจะจัดการกับข้อกังวลเชิงโครงสร้างเหล่านี้อย่างไร หรือจะมีการประกาศปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับราคาขายปลีกต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:50 UTC

การท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

แหล่งข่าวเดียว
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกาศปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวเนื่องจากฝนตกหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการให้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ส่งผลให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทันทีเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทั่วประเทศ โดยได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งประเมินสถานการณ์ในพื้นที่และพิจารณาปิดการท่องเที่ยวหรือจำกัดการเข้า-ออกตามความเหมาะสม

สืบเนื่องจากคำสั่งดังกล่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงปิดด่านตรวจทางขึ้นทั้ง 2 ฝั่งเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่าการปิดพื้นที่ครั้งนี้มีสาเหตุมาจากระดับน้ำบริเวณโป่งต้นไทรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป หมายความว่าขณะนี้ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่อุทยานฯ โดยทางการได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งเตรียมกำลังพลกู้ภัยตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลสถานการณ์ให้ประชาชนทราบอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ แม้เขาใหญ่จะปิดให้บริการ แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหัวหน้าอุทยานแต่ละแห่งมีอำนาจในการจำกัดการเข้าพื้นที่ตามการประเมินความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ สำหรับกำหนดการเปิดให้บริการของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากฝนที่ตกต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 18:30 UTC

วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วประมูล ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วประมูล ส.ว.

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องของพรรคภูมิใจไทยกับคดีความที่มีผู้ถูกกล่าวหา 77 รายในข้อหาฮั้วประมูลในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วประมูล ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
พรรคภูมิใจไทยปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วประมูล ส.ว.

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องของพรรคภูมิใจไทยกับคดีความที่มีผู้ถูกกล่าวหา 77 รายในข้อหาฮั้วประมูลในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคดีความของบุคคล 77 รายที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วประมูลในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ผ่านมา โดยนายพิพัฒน์ยืนยันอย่างชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาหรือความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

เพื่อตอบสนองต่อความกังวลว่าเรื่องอื้อฉาวนี้อาจเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายทางการเมือง รัฐมนตรีได้ขอความร่วมมือจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไม่ให้เชื่อมโยงผู้ถูกกล่าวหากับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง โดยเน้นย้ำว่าควรปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างอิสระ นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังยอมรับสิทธิของฝ่ายค้านในการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปราย โดยระบุว่าการตรวจสอบในรัฐสภาถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตยตามปกติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสในการคัดเลือก ส.ว. แม้สถานการณ์นี้จะเป็นประเด็นการเมืองภายในประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศของการตรวจสอบที่เข้มข้นภายในสถาบันนิติบัญญัติของไทย ขณะนี้การสอบสวนบุคคลทั้ง 77 รายยังคงดำเนินอยู่ และรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วประมูลยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการนำเสนอหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลเพื่อชี้แจงขอบเขตความเกี่ยวข้องของหน่วยงานทางการเมืองต่างๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:50 UTC

ศ.วุฒิสาร ตันไชย เสนอแนวทางปฏิรูปภาครัฐเพื่ออนาคตของประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ศ.วุฒิสาร ตันไชย เสนอแนวทางปฏิรูปภาครัฐเพื่ออนาคตของประเทศไทย

อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าชู 'ความสมเหตุสมผลและความเป็นธรรม' เป็นแกนหลักสำคัญสำหรับการปฏิรูปภาครัฐในอนาคต

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ศ.วุฒิสาร ตันไชย เสนอแนวทางปฏิรูปภาครัฐเพื่ออนาคตของประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ศ.วุฒิสาร ตันไชย เสนอแนวทางปฏิรูปภาครัฐเพื่ออนาคตของประเทศไทย

อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าชู 'ความสมเหตุสมผลและความเป็นธรรม' เป็นแกนหลักสำคัญสำหรับการปฏิรูปภาครัฐในอนาคต

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ ศ.วุฒิสาร ตันไชย อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ได้นำเสนอวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตของภาครัฐไทย โดยกล่าวในงานสัมมนาที่จัดโดยคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ว่า 'ความสมเหตุสมผล' และ 'ความเป็นธรรม' ควรเป็นเสาหลักพื้นฐานสำหรับการปฏิรูปภาครัฐที่มีความหมาย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงความพยายามทางวิชาการและนโยบายที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความโปร่งใสของสถาบันรัฐไทย แม้ว่าแนวคิดเหล่านี้จะยังคงอยู่ในขั้นตอนการถกเถียงในแวดวงวิชาการ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงการสนทนาระดับชาติในวงกว้างเกี่ยวกับวิธีการที่ประเทศจะสามารถเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการเพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าข้อเสนอทางวิชาการเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายของรัฐบาลหรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายอย่างไร ในขณะนี้การอภิปรายยังคงเน้นไปที่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสัมมนาเชิงนโยบาย มากกว่าการเป็นแผนการปฏิรูปที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแนวคิดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาทางปัญญาที่มุ่งเน้นการปรับปรุงเชิงโครงสร้างในระยะยาว ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงบริการสาธารณะหรือขั้นตอนการบริหารงานในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:53 UTC

วรศิษฎ์แจงกรณีบิดาถูกสั่งฟ้องคดีฮั้ว ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วรศิษฎ์แจงกรณีบิดาถูกสั่งฟ้องคดีฮั้ว ส.ว.

วรศิษฎ์ระบุว่าบิดายังคงมีกำลังใจดีหลังถูกสั่งฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก ส.ว. และพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามข้อเท็จจริง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วรศิษฎ์แจงกรณีบิดาถูกสั่งฟ้องคดีฮั้ว ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
วรศิษฎ์แจงกรณีบิดาถูกสั่งฟ้องคดีฮั้ว ส.ว.

วรศิษฎ์ระบุว่าบิดายังคงมีกำลังใจดีหลังถูกสั่งฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก ส.ว. และพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามข้อเท็จจริง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 วรศิษฎ์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่บิดาถูกสั่งฟ้องในคดีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยวรศิษฎ์ยืนยันว่าได้พูดคุยกับบิดาแล้ว และระบุว่าบิดาไม่ได้มีความเครียดต่อสถานการณ์ทางกฎหมายที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาลต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบที่เข้มข้นภายในระบบการคัดเลือกทางการเมืองและนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายดังกล่าวจะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนถึงบรรยากาศปัจจุบันของการตรวจสอบความโปร่งใสและการกำกับดูแลโดยกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับการแต่งตั้งตำแหน่งสาธารณะ

ในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นทางกฎหมายที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการสั่งฟ้องเป็นเพียงการตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ และกระบวนการยุติธรรมยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะของหลักฐานและกรอบเวลาของกระบวนการศาลยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากทีมกฎหมายและศาลตามความคืบหน้าของคดี เนื่องจากเป็นคดีความที่ยังอยู่ในกระบวนการ ผลลัพธ์สุดท้ายจึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของระบบยุติธรรม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:50 UTC

รองนายกฯ พิพัฒน์ ปฏิเสธพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับประเด็นการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ พิพัฒน์ ปฏิเสธพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับประเด็นการคัดเลือก สว.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงพรรคภูมิใจไทยเข้ากับกระบวนการคัดเลือก สว. หลังจากการตัดสินใจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ พิพัฒน์ ปฏิเสธพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับประเด็นการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ พิพัฒน์ ปฏิเสธพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับประเด็นการคัดเลือก สว.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงพรรคภูมิใจไทยเข้ากับกระบวนการคัดเลือก สว. หลังจากการตัดสินใจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ส่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยในคดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ในการตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ว่าบุคคลที่มีรายชื่อในการสอบสวนของ กกต. มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายส่วนตัวของเขานั้น นายพิพัฒน์ระบุว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สว. โดยชี้แจงว่า สว. ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง แม้จะยอมรับว่านักการเมืองมักมีความสัมพันธ์ฉันเพื่อนในภาคส่วนต่างๆ แต่เขาเน้นย้ำว่าความสัมพันธ์เหล่านี้ไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนทางการเมืองหรือการแทรกแซงกระบวนการคัดเลือก พร้อมย้ำว่านายกรัฐมนตรียืนยันมาโดยตลอดว่าพรรคยังคงเป็นอิสระจากกิจการของ สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของไทย แม้ กกต. จะยกฟ้องกรรมการบริหารพรรคจากข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว แต่ฝ่ายค้านยังคงแสดงเจตจำนงที่จะติดตามเรื่องนี้ผ่านการอภิปรายในสภา เนื่องจากสถานการณ์ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมือง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าขอบเขตที่แท้จริงของผลการสอบสวนของ กกต. และการดำเนินการทางรัฐสภาของฝ่ายค้านในอนาคตนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:52 UTC

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ลดความสำคัญของความขัดแย้งในที่สาธารณะระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองยังคงมีความมั่นคง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ลดความสำคัญของความขัดแย้งในที่สาธารณะระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคการเมืองยังคงมีความมั่นคง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวถึงความเห็นต่างในที่สาธารณะเมื่อเร็วๆ นี้ระหว่างภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกฝ่ายค้าน โดยจุลพันธ์ระบุว่าความขัดแย้งดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนอกสภา ไม่ใช่ความขัดแย้งเชิงระบบ

จุลพันธ์เน้นย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลและพรรคประชาชนยังคงดำเนินไปได้ด้วยดีและเป็นไปในเชิงบวก โดยเสนอว่าการโต้ตอบในที่สาธารณะระหว่างบุคคลทั้งสองไม่ได้สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมการทำงานร่วมกันในภาพรวมภายในสภาผู้แทนราษฎร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำชี้แจงนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าวาทกรรมทางการเมืองในประเทศมักมีการโต้ตอบในที่สาธารณะที่ได้รับความสนใจสูง ซึ่งไม่จำเป็นต้องส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานประจำวันของรัฐบาลหรือเสถียรภาพของประเทศ แม้ว่าการโต้ตอบเหล่านี้อาจดูเหมือนมีความขัดแย้งในสื่อ แต่เจ้าหน้าที่รัฐมองว่าเป็นเพียงประเด็นรองนอกเหนือจากวาระการประชุมหลักของสภา

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าพลวัตทางการเมืองเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไรในการประชุมสภาสมัยถัดไป ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าแม้เจ้าหน้าที่รัฐจะยืนยันว่าความสัมพันธ์ยังคงมั่นคง แต่ภูมิทัศน์ทางการเมืองในประเทศไทยยังคงมีความผันผวน และยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมจากสมาชิกฝ่ายค้านเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างครบถ้วน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:51 UTC

สุรศักดิ์โต้ข้อกล่าวหาฝ่ายค้านปมคัดเลือกสว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สุรศักดิ์โต้ข้อกล่าวหาฝ่ายค้านปมคัดเลือกสว.

สุรศักดิ์ตอบโต้แผนการของฝ่ายค้านที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก สว. โดยระบุว่าการกล่าวหากันเป็นเรื่องปกติ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สุรศักดิ์โต้ข้อกล่าวหาฝ่ายค้านปมคัดเลือกสว.

แหล่งข่าวเดียว
สุรศักดิ์โต้ข้อกล่าวหาฝ่ายค้านปมคัดเลือกสว.

สุรศักดิ์ตอบโต้แผนการของฝ่ายค้านที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก สว. โดยระบุว่าการกล่าวหากันเป็นเรื่องปกติ

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 สุรศักดิ์ได้ออกมาตอบโต้ความตั้งใจของฝ่ายค้านที่จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพรรคฝ่ายค้านกำลังเตรียมที่จะท้าทายความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่ามีการฮั้วหรือ "ล็อกผล" ในการแต่งตั้ง

สุรศักดิ์ได้ปฏิเสธข้อกังวลดังกล่าวโดยยืนยันว่าเขาไม่รู้สึกกังวลกับการตรวจสอบที่จะเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าใครก็สามารถกล่าวหากันได้ ซึ่งเป็นการสื่อว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวยังขาดหลักฐานที่ชัดเจนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณของช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มขึ้นในฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่าการอภิปรายดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรัฐสภาตามปกติ แต่บ่อยครั้งก็นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในที่สาธารณะและการชุมนุมทางการเมืองในศูนย์กลางเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายค้านจะสามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างเป็นทางการหรือไม่ และจะนำเสนอหลักฐานใดเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วดังกล่าว ในขณะที่สถานการณ์กำลังดำเนินไป ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยควรตระหนักถึงความเป็นไปได้ของการชุมนุมทางการเมือง แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีสัญญาณของการหยุดชะงักของชีวิตประจำวันหรือบริการสาธารณะแต่อย่างใด ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคอยท่าทีของรัฐบาลต่อการยื่นข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:52 UTC

รมช.มหาดไทยแจงกรณีบิดามีชื่อถูกสั่งฟ้องคดีเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมช.มหาดไทยแจงกรณีบิดามีชื่อถูกสั่งฟ้องคดีเลือก สว.

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้ตอบโต้รายงานข่าวที่ระบุว่านายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของตน เป็นหนึ่งใน 77 รายชื่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งฟ้องในคดีฮั้วเลือก สว.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมช.มหาดไทยแจงกรณีบิดามีชื่อถูกสั่งฟ้องคดีเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
รมช.มหาดไทยแจงกรณีบิดามีชื่อถูกสั่งฟ้องคดีเลือก สว.

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้ตอบโต้รายงานข่าวที่ระบุว่านายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของตน เป็นหนึ่งใน 77 รายชื่อที่คณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งฟ้องในคดีฮั้วเลือก สว.

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 77 รายในคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ บิดาของตนรวมอยู่ด้วย

นายวรศิษฎ์เปิดเผยว่าได้พูดคุยกับบิดาแล้ว โดยระบุว่านายสมเกียรติยังคงมีท่าทีปกติและพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการยุติธรรม รมช.มหาดไทยย้ำชัดเจนว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีการหารือเรื่องการเลือก สว. พร้อมตั้งคำถามถึงที่มาของข้อกล่าวหาจากกลุ่มภายนอกอย่าง iLaw โดยยืนยันว่าครอบครัวของตนปฏิบัติตามกฎระเบียบมาโดยตลอด และขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะฟ้องกลับใคร เนื่องจากต้องการมุ่งเน้นไปที่การชี้แจงข้อเท็จจริงในกระบวนการทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างเข้มข้นในแวดวงการเมืองไทยเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือก สว. แม้ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลเฉพาะกลุ่ม แต่ก็สะท้อนถึงความตึงเครียดในวงกว้างเกี่ยวกับความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นอย่างไร และข้อกล่าวหาเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองของผู้ที่เกี่ยวข้องหรือนำไปสู่การสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้งต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:52 UTC

รัฐมนตรีภราดรปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีภราดรปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.

รัฐมนตรีภราดร ปริศนานันทกุล ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังระบบฮั้วเลือก สว. โดยเชื่อว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความพยายามทางการเมืองเพื่อทำลายพรรคภูมิใจไทย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีภราดรปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีภราดรปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.

รัฐมนตรีภราดร ปริศนานันทกุล ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังระบบฮั้วเลือก สว. โดยเชื่อว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความพยายามทางการเมืองเพื่อทำลายพรรคภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องในกระบวนการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามรายงานจาก Khaosod Online ข้อกล่าวหาดังกล่าวมาจากคำให้การที่นายเอกราช ช่างเหลา อดีต สส.ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย ได้ให้ไว้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

นายเอกราช ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพยานที่ 16/26 ในการไต่สวนของคณะอนุกรรมการ กกต. ได้กล่าวหาว่านายภราดรเป็นผู้ริเริ่มและคิดค้นระบบที่ใช้ในการแทรกแซงกระบวนการคัดเลือก สว. อย่างไรก็ตาม นายภราดรได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าตนไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะคิดค้นระบบที่ซับซ้อนเช่นนั้น และเชื่อว่านายเอกราชอาจกำลังถูกกดดันทางการเมือง พร้อมทั้งมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นความพยายามที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคภูมิใจไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในรัฐบาลไทย แม้จะเป็นเรื่องของข้อพิพาททางการเมืองภายใน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งที่เข้มข้นในขณะนี้ นายภราดรระบุว่ากำลังหารือกับทีมกฎหมายเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทหรือไม่ ทั้งนี้ ความถูกต้องของคำให้การพยานและผลกระทบทางการเมืองต่อพรรคภูมิใจไทยยังคงต้องรอการตรวจสอบจาก กกต. ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:52 UTC

รัฐบาลไทยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ากระทรวงการคลังกำลังประเมินการขยายโครงการช่วยเหลือด้านพลังงาน 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ากระทรวงการคลังกำลังประเมินการขยายโครงการช่วยเหลือด้านพลังงาน 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2'

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงสถานะของโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2' โดยอ้างอิงจากข่าวสดออนไลน์ว่า กระทรวงการคลังกำลังประเมินว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันมีความเหมาะสมที่จะขยายโครงการช่วยเหลือด้านพลังงานนี้หรือไม่

นายภราดรระบุว่ากระทรวงการคลัง ซึ่งนำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังประเมินความจำเป็นในการขยายโครงการ หากกระทรวงการคลังเห็นว่าเหมาะสม จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน เมื่อคณะกรรมการฯ เห็นชอบแล้ว เรื่องจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ในส่วนของงบประมาณ รัฐมนตรีชี้แจงว่าไม่มีข้อห้ามทางกฎหมายในการใช้เงินก้อนที่เหลืออยู่ 2 แสนล้านบาทจากพระราชกำหนดเงินกู้ฉุกเฉิน เนื่องจากเงินก้อนแรกยังใช้ไม่หมด แม้จะเหลือเงินอยู่ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท แต่ขอบเขตของการขยายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนสิทธิ์ จำนวนเงิน และระยะเวลา ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและโมเดลทางการเงินของกระทรวงการคลัง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความพยายามของรัฐบาลในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการยืนยันว่าโครงการจะได้รับการขยายหรือไม่ เนื่องจากกระทรวงการคลังยังไม่ได้สรุปการประเมินหรือยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:53 UTC

รัฐบาลยืนยันสถานะการจัดสรรงบประมาณโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลยืนยันสถานะการจัดสรรงบประมาณโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า พ.ร.ก. กู้เงินไม่ได้ห้ามการขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลยืนยันสถานะการจัดสรรงบประมาณโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลยืนยันสถานะการจัดสรรงบประมาณโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า พ.ร.ก. กู้เงินไม่ได้ห้ามการขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 โดยยืนยันว่าพระราชกำหนดการกู้เงินที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่มีข้อกำหนดใดที่ห้ามการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการในระยะต่อไป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยังคงมีความยืดหยุ่นในการขยายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหากมีความจำเป็น โครงการดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นมาโดยตลอด และการดำเนินโครงการต่ออาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและสภาวะตลาดในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการขยายโครงการยังคงต้องรอการยืนยัน นายภราดรระบุว่ากระทรวงการคลังกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณารายละเอียดและความเป็นไปได้ในการขยายโครงการดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการหรือการยืนยันงบประมาณสำหรับเฟส 2 ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตว่าโครงการจะได้รับการต่ออายุอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:30 UTC

กระทรวงอุตสาหกรรมจัดกิจกรรมจิตอาสา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงอุตสาหกรรมจัดกิจกรรมจิตอาสา

กระทรวงอุตสาหกรรมของไทยได้จัดกิจกรรมจิตอาสาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงอุตสาหกรรมจัดกิจกรรมจิตอาสา

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงอุตสาหกรรมจัดกิจกรรมจิตอาสา

กระทรวงอุตสาหกรรมของไทยได้จัดกิจกรรมจิตอาสาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน

ตามรายงานจาก Matichon Online กระทรวงอุตสาหกรรมของไทยได้ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาในช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม 2569 โดยโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและความพยายามในการบริการสาธารณะภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชน แม้ว่ากิจกรรมเหล่านี้มักจะเป็นกิจกรรมในพื้นที่และไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวหรือการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญที่กระทรวงให้ความสำคัญกับโครงการที่มุ่งเน้นชุมชน

รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานที่ที่แน่นอน ลักษณะของงานจิตอาสาที่ดำเนินการ และวัตถุประสงค์ระยะยาวของกิจกรรมนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากนี่เป็นรายงานเพียงฉบับเดียวเกี่ยวกับกิจกรรมที่ผ่านมา ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสในการเป็นจิตอาสาในอนาคตหรือผลลัพธ์เฉพาะของโครงการนี้ยังไม่มีการเปิดเผยผ่านช่องทางที่เป็นทางการ ผู้ที่สนใจในโครงการเพื่อสังคมของกระทรวงสามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกิจกรรมที่คล้ายคลึงกันในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:31 UTC

ข้อพิพาททางกฎหมายกรณี กกต. ดำเนินคดีการเลือก ส.ว. ที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ครบถ้วน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางกฎหมายกรณี กกต. ดำเนินคดีการเลือก ส.ว. ที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ครบถ้วน

วัส ติงสมิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีจำกัดจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีในคดีฮั้วเลือก ส.ว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อพิพาททางกฎหมายกรณี กกต. ดำเนินคดีการเลือก ส.ว. ที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ครบถ้วน

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางกฎหมายกรณี กกต. ดำเนินคดีการเลือก ส.ว. ที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่ครบถ้วน

วัส ติงสมิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีจำกัดจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีในคดีฮั้วเลือก ส.ว.

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 วัสด ติงสมิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยวัสระบุว่ามติของ กกต. ที่ส่งฟ้องศาลเพียง 77 คนนั้น ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย

วัสตั้งข้อสังเกตว่าการที่ กกต. ตัดตอนไม่ส่งฟ้องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่นอาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย โดยระบุว่ากรรมการ กกต. อาจเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้ง แม้คดีนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความโปร่งใสของกระบวนการเลือก ส.ว. แต่ก็สะท้อนถึงความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับความรับผิดชอบของหน่วยงานอิสระ ในขณะนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะเผชิญกับการตรวจสอบหรือการท้าทายทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจดังกล่าวหรือไม่ สถานการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการต่อตัวกรรมการ กกต. แต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:31 UTC

สว. 26 คนร่วมประชุมวุฒิสภาท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว. 26 คนร่วมประชุมวุฒิสภาท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง

สว. 26 คนที่กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง ได้เข้าร่วมการประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว. 26 คนร่วมประชุมวุฒิสภาท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
สว. 26 คนร่วมประชุมวุฒิสภาท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง

สว. 26 คนที่กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง ได้เข้าร่วมการประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 26 คนได้เข้าร่วมการประชุมวุฒิสภาโดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม สว. กลุ่มนี้กำลังตกเป็นประเด็นในคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สืบเนื่องจากข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา

ในระหว่างการประชุม นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส หนึ่งในรายชื่อที่ปรากฏในคำร้องของ กกต. ได้ลุกขึ้นหารือเกี่ยวกับความกังวลเรื่องการดูแลผู้เสพยาเสพติดและผู้ที่มีอาการทางจิตเวชอันเนื่องมาจากสารเสพติด หลังจากจบการหารือ เพื่อน สว. ได้แสดงความให้กำลังใจ นอกจากนี้ สว. คนอื่นๆ ในรายชื่อ 26 คน เช่น นายนิพนธ์ เอกวานิช, นายสุเทพ สังข์วิเศษ, พ.ต.ท.สง่า ส่งมหาชัย และนางนงลักษณ์ ก็ได้เข้าร่วมและปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมวันดังกล่าวด้วย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ สว. เหล่านี้ในรัฐสภายังคงดำเนินไปตามปกติ แต่สถานะทางกฎหมายของกลุ่มยังคงอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินอยู่ ยังไม่มีการยืนยันว่าศาลฎีกาจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรต่อคำร้องของ กกต. หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์ประกอบของวุฒิสภา ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายนี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:10 UTC

แกนนำพรรคภูมิใจไทยแจงปมข้อครหาการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แกนนำพรรคภูมิใจไทยแจงปมข้อครหาการคัดเลือก สว.

ภราดร ปริศนานันทกุล จากพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. พร้อมชี้ว่ามีความพยายามเป็นขบวนการในการยุบพรรคของตน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แกนนำพรรคภูมิใจไทยแจงปมข้อครหาการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
แกนนำพรรคภูมิใจไทยแจงปมข้อครหาการคัดเลือก สว.

ภราดร ปริศนานันทกุล จากพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว. พร้อมชี้ว่ามีความพยายามเป็นขบวนการในการยุบพรรคของตน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อครหาในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา โดยนายภราดรได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าตนหรือพรรคภูมิใจไทยอยู่เบื้องหลังระบบ 'ฮั้ว' ในการคัดเลือก สว. โดยระบุว่าตนคงไม่มีความฉลาดเพียงพอที่จะคิดค้นกลไกที่ซับซ้อนเช่นนั้นได้

นอกจากนี้ นายภราดรยังตั้งข้อสังเกตว่ามีขบวนการที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อมุ่งหวังให้มีการยุบพรรคภูมิใจไทย โดยมองว่าความท้าทายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางการเมืองในภาพรวม ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนที่ยังคงดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในลำดับความสำคัญทางนิติบัญญัติและความมั่นคงของพรรคการเมือง ในขณะนี้ ยังไม่มีการระบุตัวตนของกลุ่มบุคคลหรือหน่วยงานที่นายภราดรเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังแผนการยุบพรรคดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าทางพรรคจะนำเสนอหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหานี้หรือไม่ หรือจะมีข้อพิพาททางกฎหมายอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นกับพรรคในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารในท้องถิ่นเพื่ออัปเดตผลกระทบทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:10 UTC

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' ตอบข้อซักถามของสาธารณชน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' ตอบข้อซักถามของสาธารณชน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ โดยเชิญชวนให้ประชาชนมองไปที่อนาคตส่วนรวมของประเทศ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' ตอบข้อซักถามของสาธารณชน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' ตอบข้อซักถามของสาธารณชน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ โดยเชิญชวนให้ประชาชนมองไปที่อนาคตส่วนรวมของประเทศ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ใช้เพจโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของเธอเพื่อตอบข้อซักถามต่างๆ จากสาธารณชน ในแถลงการณ์ดังกล่าว รัฐมนตรีได้เชิญชวนให้ประชาชนมองไปที่อนาคต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบันต่อทิศทางนโยบายระดับชาติและการสื่อสารกับสาธารณะ แม้ว่ารัฐมนตรีจะแสดงความต้องการที่จะคลายข้อสงสัยที่มีอยู่ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับนโยบายหรือประเด็นที่เธอได้กล่าวถึงยังคงมีจำกัด

ในขั้นตอนนี้ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าโพสต์ของรัฐมนตรีทำหน้าที่เป็นการเรียกร้องทั่วไปเพื่อความสามัคคีและความร่วมมือที่มองไปข้างหน้า มากกว่าที่จะเป็นการประกาศนโยบายโดยละเอียด ผู้สังเกตการณ์และผู้ที่สนใจในทิศทางเศรษฐกิจของประเทศควรติดตามช่องทางอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับคำชี้แจงเพิ่มเติมหรือการอัปเดตทางกฎหมายเฉพาะเจาะจงที่อาจตามมาหลังจากแถลงการณ์นี้ จนถึงขณะนี้ ลักษณะที่แท้จริงของ 'ข้อสงสัย' ที่เธอตั้งใจจะคลายยังไม่ได้ถูกระบุรายละเอียดอย่างครบถ้วนในรายงานสาธารณะ ทำให้ผลกระทบเฉพาะต่อกฎระเบียบทางการค้ายังคงต้องรอการยืนยันในการบรรยายสรุปอย่างเป็นทางการในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:11 UTC

รัฐมนตรีชี้แจงกรณีข่าวลือการควบรวมกิจการ อสมท. และ ไทยพีบีเอส
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีชี้แจงกรณีข่าวลือการควบรวมกิจการ อสมท. และ ไทยพีบีเอส

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท. และ ไทยพีบีเอส โดยยืนยันว่ายังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีชี้แจงกรณีข่าวลือการควบรวมกิจการ อสมท. และ ไทยพีบีเอส

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีชี้แจงกรณีข่าวลือการควบรวมกิจการ อสมท. และ ไทยพีบีเอส

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท. และ ไทยพีบีเอส โดยยืนยันว่ายังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ตอบโต้กระแสข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) โดยอ้างอิงรายงานจากประชาชาติธุรกิจว่า รัฐมนตรียืนยันว่ายังไม่ได้รับแจ้งหรือข้อเสนออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการควบรวมดังกล่าว

นางสาวศุภมาสเน้นย้ำว่า แม้รายงานข่าวดังกล่าวจะเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในองค์กรสื่อขนาดใหญ่เหล่านี้ การเปลี่ยนแปลงนั้นจะต้องนำไปสู่การปรับปรุงการดำเนินงานและบริการให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ รัฐมนตรียังไม่ได้ยืนยันว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาเรื่องการควบรวมกิจการอยู่ในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย องค์กรเหล่านี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร รายการทางวัฒนธรรม และข้อมูลสาธารณะที่สำคัญ การควบรวมกิจการอาจส่งผลต่อความหลากหลายของเนื้อหาสื่อ หรือความพร้อมของรายการบางประเภท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐมนตรีได้ปฏิเสธรายงานดังกล่าวว่าเป็นเพียงข่าวลือ จึงยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะหรือการดำเนินงานของทั้งสององค์กรในขณะนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อยืนยันว่ามีการวางแผนปรับโครงสร้างการบริหารจริงหรือไม่ จนกว่าจะมีการยืนยัน ความเป็นอิสระในการดำเนินงานของทั้ง อสมท. และ ไทยพีบีเอส จะยังคงเดิม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:53 UTC

‘เจเศรษฐ์’ รมช.มหาดไทย ตอบรับมติ กกต. ไม่ส่งฟ้อง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

‘เจเศรษฐ์’ รมช.มหาดไทย ตอบรับมติ กกต. ไม่ส่งฟ้อง

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ระบุว่าจะไม่ดำเนินคดีกลับหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ส่งฟ้อง โดยขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

‘เจเศรษฐ์’ รมช.มหาดไทย ตอบรับมติ กกต. ไม่ส่งฟ้อง

แหล่งข่าวเดียว
‘เจเศรษฐ์’ รมช.มหาดไทย ตอบรับมติ กกต. ไม่ส่งฟ้อง

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ระบุว่าจะไม่ดำเนินคดีกลับหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ส่งฟ้อง โดยขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ส่งฟ้องดำเนินคดีกับตน

ในการตอบโต้ นายเจเศรษฐ์แสดงท่าทีไม่รู้สึกกังวลต่อผลดังกล่าว โดยระบุว่าตนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฟ้องกลับคณะกรรมการฯ แต่ยินดีที่จะให้ประชาชนชาวไทยเป็นผู้ตัดสินถึงพฤติกรรมและสถานะทางการเมืองของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสิ้นสุดการตรวจสอบทางปกครองที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ แม้ว่ามติของ กกต. จะช่วยขจัดอุปสรรคทางกฎหมายในทันทีให้กับรัฐมนตรีช่วยฯ แต่ผลกระทบทางการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลที่ให้ไว้กับ Thai Post จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของข้อกล่าวหาเริ่มต้นที่นำไปสู่การตรวจสอบของ กกต. และยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากกลุ่มฝ่ายค้านหรือนักวิเคราะห์ทางกฎหมายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีทางแพ่งในอนาคต ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 03:53 UTC

ประธานสภาฯ โต้ข่าวตีกรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยัน สส. มีสิทธิ์พูดตามรัฐธรรมนูญ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประธานสภาฯ โต้ข่าวตีกรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยัน สส. มีสิทธิ์พูดตามรัฐธรรมนูญ

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ระบุว่าตนพยายามจำกัดขอบเขตการอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นการคัดเลือก สว.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประธานสภาฯ โต้ข่าวตีกรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยัน สส. มีสิทธิ์พูดตามรัฐธรรมนูญ

แหล่งข่าวเดียว
ประธานสภาฯ โต้ข่าวตีกรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยัน สส. มีสิทธิ์พูดตามรัฐธรรมนูญ

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ระบุว่าตนพยายามจำกัดขอบเขตการอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นการคัดเลือก สว.

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าประธานสภาฯ พยายามตีกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อไม่ให้พูดถึงประเด็นการฮั้วเลือก สว. โดยนายโสภณได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจนว่า ตนยังไม่ได้พูดหรือออกคำสั่งใดๆ เกี่ยวกับการจำกัดประเด็นการอภิปราย และยังไม่ได้รับญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเป็นทางการ โดยทราบเรื่องเพียงจากสื่อมวลชนเท่านั้น

นายโสภณยืนยันว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ตามข้อบังคับของสภาฯ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเป็นทางการหรือไม่ และจะมีประเด็นใดบ้างที่ถูกนำมาอภิปราย นอกจากนี้ ในวันที่ 16 กันยายน 2569 สภาฯ มีกำหนดการพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงญัตติปัญหาชายแดนใต้ให้เสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 04:11 UTC