ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด ✦
วัฒนธรรม คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่ ✦
การเมือง วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต ✦
กีฬา ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ✦
การเมือง นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ ✦
การเมือง ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา ✦
ความปลอดภัย ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน ✦
ความปลอดภัย ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย ✦
เหตุการณ์ คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ ✦
การขนส่ง ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี ✦
วัฒนธรรม

กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

แหล่งข่าวเดียว
กำนันและผู้ใหญ่บ้านในภาคเหนือคัดค้านการเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสด

ผู้นำชุมชนจาก 17 จังหวัดภาคเหนือคัดค้านนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนรางวัลปืนเกียรติยศเป็นเงินสดหรือสิ่งของอื่นแทน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน 17 จังหวัดภาคเหนือที่จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนจากพื้นที่ได้ยื่นหนังสือคัดค้านนโยบายใหม่ของกรมการปกครอง ซึ่งมีแผนจะยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลเกียรติยศแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านดีเด่น โดยเปลี่ยนไปมอบเป็นเงินสดหรือสิ่งของแทน เพื่อเป็นการจัดระเบียบอาวุธปืนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย

นายนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ กำนันตำบลวังชะโอน พร้อมด้วยกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นหนังสือคัดค้านโดยให้เหตุผลว่า อาวุธปืนรางวัลถือเป็นเครื่องหมายแห่งเกียรติยศและมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าของเงินสด นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการป้องกันตัวและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความภาคภูมิใจก็ตาม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการเรื่องอาวุธปืนในประเทศไทย แม้นโยบายดังกล่าวจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติของทางราชการให้ทันสมัย แต่ก็ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงเกี่ยวกับความสำคัญทางวัฒนธรรมของรางวัลเกียรติยศเมื่อเทียบกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัยในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องนี้ และรัฐบาลจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาทางออกร่วมกัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:50 UTC

วัฒนธรรม

คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง 'กัปตัน-เอ้ก' ประกาศปิดฉากชีวิตคู่

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ยืนยันการแยกทางกัน โดยเปิดเผยว่าชีวิตคู่ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ตามรายงานจาก Matichon Online กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติชีวิตคู่ลงอย่างเป็นทางการ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่าได้จดทะเบียนหย่ากันในช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา

ในแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ทั้งคู่ได้แสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกชาย โดยยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้ การประกาศครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสาธารณชนและสื่อมวลชนไทย เนื่องจากทั้งคู่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของคู่รักคนดัง แม้ว่าทั้งคู่จะเปิดเผยช่วงเวลาของการแยกทางกัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการเลี้ยงดูบุตรในอนาคต หรือเหตุผลเฉพาะเจาะจงของการเลิกรา นอกเหนือจากคำแถลงทั่วไปว่าไม่สามารถประคับประคองชีวิตคู่ต่อไปได้ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อชีวิตส่วนตัวของบุคคลสาธารณะในประเทศไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
วาทกรรมทางการเมืองเข้มข้นขึ้นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำในอนาคต

คอลัมน์ล่าสุดจาก Thai Post เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่บุคคลสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงการหวนกลับไปสู่วงจรของการเผชิญหน้าทางการเมืองในอดีต

บทวิจารณ์ล่าสุดที่ตีพิมพ์โดย Thai Post ได้ดึงดูดความสนใจไปที่กลยุทธ์ทางการเมืองที่กำลังพัฒนาในประเทศไทย บทความระบุว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังใช้วิธีการเผชิญหน้า โดยเปรียบเทียบระหว่างการโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรในอดีตกับความพยายามในปัจจุบันที่มุ่งเป้าไปที่อนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เขียนตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มเหล่านี้กำลังพยายามอย่างแข็งขันที่จะทำลายอิทธิพลของผู้นำในปัจจุบัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่จะหวนกลับไปสู่รูปแบบความไม่มั่นคงทางการเมืองในอดีต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ วาทกรรมนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงธรรมชาติที่มักจะผันผวนของวาทกรรมทางการเมืองไทย แม้ว่าความคิดเห็นดังกล่าวจะสะท้อนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองบางกลุ่มและไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือนโยบายในทันที แต่ก็เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างผลประโยชน์ทางการเมืองที่แข่งขันกัน ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านี่เป็นการวิเคราะห์กลยุทธ์ทางการเมือง ไม่ใช่รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการบริหารที่เกิดขึ้นจริง

สิ่งที่ยังคงต้องยืนยันคือกลยุทธ์ที่ระบุไว้เหล่านี้จะปรากฏออกมาเป็นการกระทำในรัฐสภาหรือการกระทำต่อสาธารณะอย่างไร ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตว่าความตึงเครียดเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือเสถียรภาพของสาธารณะอย่างไร ในขั้นตอนนี้ สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของการถกเถียงทางการเมืองและการวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการยืนยันในการบริหารประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:15 UTC

กีฬา

ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประเดิมคว้า 5 แชมป์ ศึกเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย

นักกีฬาทีมชาติไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชีย โดยคว้าเหรียญทองไปแล้ว 5 เหรียญในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ทีมชาติไทยได้แสดงผลงานที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเชียที่กำลังดำเนินอยู่ โดยสามารถคว้าแชมป์ไปได้ถึง 5 รายการในช่วงเริ่มต้นของการแข่งขัน

ความสำเร็จในช่วงต้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับความพร้อมทางร่างกายและการเตรียมตัวที่ดีเยี่ยมของนักกีฬาไทยในระดับทวีป สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในแวดวงกีฬา ความสำเร็จนี้ตอกย้ำถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในวงการกีฬาเพาะกายระดับนานาชาติ งานนี้ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับนักกีฬาในการแสดงความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งช่วยดึงดูดความสนใจไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านการฝึกซ้อมกีฬาที่แข็งแกร่งของประเทศ

แม้ว่าผลการแข่งขันเบื้องต้นจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป คาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำนวนเหรียญรางวัลรวมและประเภทการแข่งขันที่ได้รับชัยชนะในลำดับต่อไป แฟนกีฬาและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากผู้จัดการแข่งขันเพื่อรับทราบตารางคะแนนล่าสุดและกำหนดการแข่งขันในรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:10 UTC

การเมือง

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ก่อนเดินทางเยือนอังกฤษ

นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในระดับสากล

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความจำเป็นในการปฏิรูปสหประชาชาติ เพื่อให้ทุกประเทศมีเสียงที่เท่าเทียมกันมากขึ้นบนเวทีโลก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การมีส่วนร่วมทางการทูตนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเชิงรุกของไทยในการหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศ แม้ว่าสุนทรพจน์จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูปทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับสูง แต่การวางตำแหน่งในระดับนานาชาติเช่นนี้มักส่งผลต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีและข้อตกลงทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายวีซ่าระยะยาวหรือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระหว่างประเทศ

ภายหลังการประชุมสหประชาชาติ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังสหราชอาณาจักร รายละเอียดเกี่ยวกับวาระการประชุมเฉพาะสำหรับการเยือนสหราชอาณาจักร รวมถึงการพบปะกับเจ้าหน้าที่อังกฤษหรือตัวแทนทางการค้า ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของความพยายามทางการทูตเหล่านี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้นจากกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวกำลังท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ความขัดแย้งทางการเมืองได้ทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ฝ่ายค้านรวมถึงบุคคลที่ระบุว่าเป็น 'เท้ง' ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกัน ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 'ไอติม' ได้ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่ามีบุคคลผู้มีอิทธิพลที่เรียกว่า 'ช้าง 3 ตัว' เข้ามาแทรกแซงกระบวนการอย่างไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ นายสนธิและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนมติที่ผ่านมา กลุ่มเหล่านี้เตือนว่าหากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อกังวลดังกล่าว อาจนำไปสู่การดำเนินคดีทางกฎหมายกับคณะกรรมการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกลไกการคัดเลือกทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ป.ป.ช. จะเริ่มการสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือ กกต. จะดำเนินการใดๆ เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องให้มีการทบทวน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหรือการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศถึงวันที่ 27 กันยายน

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกำลังประสานงานรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินใน 12 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยฝนตกหนักทั่วประเทศซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 เพื่อตอบสนองต่อสภาพอากาศดังกล่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และกำลังประสานงานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระบุพื้นที่ 12 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย สภาพอากาศนี้อาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมขัง การหยุดชะงักของการเดินทาง และสภาพถนนที่เป็นอันตราย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารท้องถิ่นและช่องทางทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แม้ว่ารัฐบาลจะระดมทรัพยากรเพื่อบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ปริมาณฝนที่แน่ชัดและผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานยังคงต้องรอการยืนยัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้ให้บริการขนส่งก่อนออกเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

ความปลอดภัย

ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย

Thai Post รายงานว่าการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและบ่อนการพนันอาจมีความหละหลวมในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารระดับสูง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 มีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะการกำกับดูแลของตำรวจในประเทศไทย รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนอาจมีท่าทีที่ผ่อนปรนในการปฏิบัติหน้าที่มากขึ้นในระหว่างที่รอการแต่งตั้งผู้บริหารชุดใหม่และการดำเนินนโยบายใหม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานได้เน้นย้ำถึงการขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายในสถานบันเทิงและสถานประกอบการพนัน ซึ่งความหละหลวมที่อาจเกิดขึ้นนี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เนื่องจากความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่สถานบันเทิงยามค่ำคืน

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบของสถานบันเทิงในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วไปหรือเป็นเพียงเหตุการณ์เฉพาะจุด รวมถึงต้องรอดูว่าผู้บริหารตำรวจชุดใหม่จะจัดการกับข้อกังวลเหล่านี้อย่างไรเมื่อเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังและสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวเมื่อไปเยือนย่านสถานบันเทิง เนื่องจากระดับการปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานที่เหล่านี้อาจมีความไม่สม่ำเสมอในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 17:18 UTC

เหตุการณ์

คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

แหล่งข่าวเดียว
คู่รักคนดัง กัปตัน-เอ้ก ประกาศลดระดับความสัมพันธ์

กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร คนดังในวงการบันเทิงไทย ได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ในฐานะคู่รักอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีของลูกต่อไป

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กัปตัน ภูธเนศ และ เอ้ก บุษกร นักแสดงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการตัดสินใจลดระดับความสัมพันธ์จากการเป็นคู่รัก โดยทั้งคู่ระบุว่าจะหันมาโฟกัสที่การทำหน้าที่พ่อและแม่ที่ดีให้กับ 'น้องดิน' ลูกชายของพวกเขา

ตามคำแถลง ทั้งคู่ระบุว่าปัญหาเกิดจากความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกันในหลายเรื่อง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตคู่เป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะยังมีความรักและความปรารถนาดีให้กันอยู่เสมอ ทั้งนี้ยืนยันว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นข้อสรุปหลังจากที่ได้พยายามปรับตัวเข้าหากันอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งคู่ได้จัดการเรื่องเอกสารการแยกทางกันเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างครอบครัวใหม่

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในวงการบันเทิงไทย ข่าวดังกล่าวถือเป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ของคู่รักที่เป็นที่รู้จัก แม้ทั้งคู่จะเปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน แต่ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาชีพในอนาคตหรือการเปลี่ยนแปลงในการปรากฏตัวต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัว จึงไม่มีการคาดหมายว่าจะมีการแถลงเพิ่มเติมจากนี้ แฟนคลับและสาธารณชนได้รับความขอความร่วมมือให้เคารพความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:55 UTC

การขนส่ง

ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
ฝนตกหนักต่อเนื่องทำจราจรติดขัดหนักในนนทบุรี

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและจราจรติดขัดบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี กระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้สัญจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายแห่งในจังหวัดนนทบุรี ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ระบุว่ามีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 15-30 เซนติเมตร บนเส้นทางสำคัญ อาทิ ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนติวานนท์ และถนนงามวงศ์วาน

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ได้แก่ ช่วงตั้งแต่หน้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรีไปจนถึงแยกแคราย และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน บนถนนติวานนท์ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถาบันโรคทรวงอก พบว่ามีน้ำท่วมขังสูง 20-30 เซนติเมตรในช่องทางกลางและซ้ายสุด ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้สะดวก นอกจากนี้ยังพบสภาพน้ำท่วมขังในลักษณะเดียวกันใกล้โรงเรียนเล็กโกเมศอนุสรณ์

สำหรับประชาชนและผู้ที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว สภาพการณ์นี้หมายถึงความล่าช้าในการเดินทางและอาจส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังและเผื่อเวลาในการเดินทาง ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าระบบระบายน้ำจะสามารถจัดการกับน้ำท่วมขังได้รวดเร็วเพียงใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจนสถานการณ์แย่ลงหรือไม่ ผู้ที่วางแผนเดินทางผ่านจังหวัดนนทบุรีควรตรวจสอบข้อมูลการจราจรในพื้นที่และพิจารณาใช้เส้นทางเลี่ยงหากเป็นไปได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 16:15 UTC

ส.ส. ภูมิใจไทย สนับสนุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ส.ส. ภูมิใจไทย สนับสนุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

ส.ส. พรรคภูมิใจไทยได้ออกมาสนับสนุนโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' โดยอ้างถึงเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนในเรื่องการช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ส.ส. ภูมิใจไทย สนับสนุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

แหล่งข่าวเดียว
ส.ส. ภูมิใจไทย สนับสนุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

ส.ส. พรรคภูมิใจไทยได้ออกมาสนับสนุนโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' โดยอ้างถึงเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนในเรื่องการช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายอัครเดช ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ของรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยระบุว่าโครงการนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน เนื่องจากมองว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นและช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาวในประเทศไทย โครงการนี้ถือเป็นความพยายามที่สำคัญของรัฐบาลในการจัดการกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจ หากโครงการมีการขยายตัวหรือได้รับงบประมาณเพิ่มเติม อาจนำไปสู่การหมุนเวียนของเงินในตลาดท้องถิ่นมากขึ้น และอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นในอนาคต

แม้ว่า ส.ส. จะกล่าวว่าโครงการได้รับความเห็นชอบจากประชาชนเป็นวงกว้าง แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวของโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกเฉพาะของโครงการ ว่าจะรวมถึงการอุดหนุนโดยตรง มาตรการทางภาษี หรือรูปแบบการช่วยเหลือทางการเงินอื่นๆ หรือไม่ ทั้งนี้ รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับระยะต่อไปของโครงการ และขอบเขตการดำเนินงานในแต่ละจังหวัดยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 12:26 UTC

รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เผยถึงความเป็นไปได้ในการขยายโครงการช่วยเหลือทางการเงิน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยพิจารณาขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เผยถึงความเป็นไปได้ในการขยายโครงการช่วยเหลือทางการเงิน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน ท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวถึงอนาคตของโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยข้อมูลจาก Khaosod Online ระบุว่ารัฐบาลกำลังประเมินความเป็นไปได้ในการขยายระยะเวลาโครงการออกไปอีก 2 เดือน เนื่องจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินอยู่

นางศุภจีเน้นย้ำว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่ โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซและราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ นายกรัฐมนตรีจึงได้ขอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการช่วยเหลือดังกล่าวต่อไป แม้นางศุภจีจะส่งสัญญาณถึงกรอบเวลา '2 เดือน' ต่อผู้สื่อข่าว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินโครงการยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามเศรษฐกิจในประเทศ ความไม่แน่นอนหลักอยู่ที่จำนวนเงินที่จะได้รับ โดยขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าโครงการจะยังคงจ่ายเงินในอัตราเดิมที่ 1,000 บาทต่อเดือนหรือไม่ นางศุภจีระบุว่าอาจมีการออกมาตรการอื่นเพิ่มเติมในขณะที่ประเทศยังคงรับมือกับวิกฤตพลังงาน ทั้งนี้ คาดว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะให้ความชัดเจนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงสร้างและงบประมาณของโครงการในเร็วๆ นี้ โดยจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการขยายโครงการหรือเงื่อนไขทางการเงินที่แน่ชัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 11:09 UTC

รัฐบาลไทยยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่

คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่มูลค่า 3.5 พันล้านบาท โดยเปลี่ยนไปใช้วิธีเช่าอาคารสำนักงานแทนเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่

คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่มูลค่า 3.5 พันล้านบาท โดยเปลี่ยนไปใช้วิธีเช่าอาคารสำนักงานแทนเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ทบทวนมติเมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ ซึ่งเดิมมีกำหนดดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ 2569–2571 โดยมีวงเงินงบประมาณรวมกว่า 3.55 พันล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 3.45 พันล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้าง 103.46 ล้านบาท

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าเหตุผลสำคัญมาจากการสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก ทำให้ต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตในไทยเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า บริการ ค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงปัจจัยการผลิตในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงนโยบายการรัดเข็มขัดทางการคลังของรัฐบาลเพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจภายนอก แม้ว่ากระทรวงฯ จะเปลี่ยนไปใช้วิธีการเช่าอาคารสำนักงานแทนการก่อสร้างใหม่ แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการย้ายสถานที่ปฏิบัติงานหรือกระบวนการเช่านั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป การยกเลิกโครงการนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางการใช้จ่ายงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานครั้งสำคัญ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากกว่าการลงทุนในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 11:10 UTC

กกต. เผยรายละเอียดมติในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เผยรายละเอียดมติในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้เปิดเผยผลการลงมติเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เผยรายละเอียดมติในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เผยรายละเอียดมติในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้เปิดเผยผลการลงมติเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ข่าวสดออนไลน์รายงานผลการลงมติภายในของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับกรณีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดย กกต. มีมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 77 คน จากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 427 คน ใน 7 ข้อกล่าวหา

ตามรายงานระบุว่า ผลการลงมติของ กกต. มีคะแนนเสียงที่แตกต่างกันไป เช่น 4 ต่อ 3, 5 ต่อ 2 และ 6 ต่อ 1 โดยมีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่มีมติเป็นเอกฉันท์ ทั้งนี้ สว. จำนวน 26 คน จะถูกดำเนินคดีหลังจากมีมติ 4 ต่อ 3 ในขณะที่กรรมการบริหาร 21 คน พ้นจากข้อกล่าวหาด้วยมติ 5 ต่อ 2 รายงานยังระบุด้วยว่ามติในการส่งฟ้อง สว. สรชาติ และ สว. สุบิน ซึ่งเป็นผู้ช่วย สส. นั้น เป็นมติเอกฉันท์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องภายในสถาบันทางการเมืองและนิติบัญญัติของไทย แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายเหล่านี้จะเป็นเรื่องภายในของกระบวนการเลือกตั้ง แต่ก็สะท้อนถึงช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนทางบริหารที่สำคัญ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคดีเหล่านี้จะดำเนินไปอย่างไรในระบบยุติธรรม และการถอดถอนหรือการท้าทายทางกฎหมายของ สว. เหล่านี้จะมีผลกระทบต่อวาระทางนิติบัญญัติในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของคดีเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 11:10 UTC

กกต. มีมติกรณีข้อพิพาทการเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. มีมติกรณีข้อพิพาทการเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติไม่ดำเนินคดีกับบุคคลสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับ ส.ว. จำนวน 26 คน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. มีมติกรณีข้อพิพาทการเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. มีมติกรณีข้อพิพาทการเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีมติไม่ดำเนินคดีกับบุคคลสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับ ส.ว. จำนวน 26 คน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปมติเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการมีมติเสียงข้างมาก 5:2 ให้ยกคำร้องในคดีของบุคคลระดับสูงในพรรคภูมิใจไทย ในทางกลับกัน คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับ ส.ว. จำนวน 26 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่ในภูมิทัศน์ทางการเมืองของไทย แม้ว่ามติดังกล่าวจะทำให้บุคคลสำคัญทางการเมืองพ้นจากผลกระทบทางกฎหมายในทันทีในคดีนี้ แต่การดำเนินคดีกับ ส.ว. ทั้ง 26 คนบ่งชี้ว่าความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก ส.ว. ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดและอาจนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายในอนาคต

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักฐานที่ใช้ในการแยกแยะคดีของ ส.ว. ออกจากคดีของบุคคลในพรรคภูมิใจไทยยังคงมีจำกัด ผู้สังเกตการณ์กำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นกับบุคคลทั้ง 26 คนที่ถูกตั้งข้อหา สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่ซับซ้อนในการบริหารจัดการของไทย ผู้อยู่อาศัยควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการทางตุลาการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพทางนิติบัญญัติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 11:07 UTC

การเปลี่ยนผ่านผู้นำและคำชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การเปลี่ยนผ่านผู้นำและคำชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์

ศุภจีและว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พูนพงษ์ ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการภายในกระทรวงพาณิชย์เมื่อเร็วๆ นี้

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การเปลี่ยนผ่านผู้นำและคำชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์

แหล่งข่าวเดียว
การเปลี่ยนผ่านผู้นำและคำชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์

ศุภจีและว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พูนพงษ์ ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการภายในกระทรวงพาณิชย์เมื่อเร็วๆ นี้

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 Matichon Online รายงานว่า ศุภจีและว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ พูนพงษ์ ได้ปรากฏตัวร่วมกันเพื่อชี้แจงต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์สาธารณะเกี่ยวกับการโยกย้ายข้าราชการที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการโยกย้ายและบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ในระหว่างการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้ตอบข้อกังวลเกี่ยวกับตำแหน่งผู้ตรวจราชการ โดยเน้นย้ำว่าตำแหน่งดังกล่าวไม่ควรถูกด้อยค่าหรือมองว่าเป็นการลดระดับตำแหน่ง ฝ่ายบริหารพยายามสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรการ เพื่อลดการคาดเดาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวภายในกระทรวง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของรัฐบาลเป็นหลัก แม้ว่าการโยกย้ายดังกล่าวอาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญทางนโยบายหรือแนวทางการกำกับดูแล แต่ในขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อบริการสาธารณะ การดำเนินการด้านวีซ่า หรือการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือขอบเขตที่ชัดเจนของวาระนโยบายของกระทรวงภายใต้การนำใหม่ และการปรับเปลี่ยนทางธุรการเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมในวิธีที่กระทรวงพาณิชย์มีปฏิสัมพันธ์กับภาคเอกชนหรือนักลงทุนต่างชาติหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่เฉพาะของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 11:07 UTC

อัปเดตการบริหารกระทรวงพาณิชย์และแนวโน้มทางการเมืองในอนาคต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อัปเดตการบริหารกระทรวงพาณิชย์และแนวโน้มทางการเมืองในอนาคต

ปลัดกระทรวงฯ 'ศุภจี' ชี้แจงหลักการโยกย้ายข้าราชการ ขณะที่ 'ปลัดวุฒิไกร' เปิดช่องทางสู่งานการเมืองหลังเกษียณ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อัปเดตการบริหารกระทรวงพาณิชย์และแนวโน้มทางการเมืองในอนาคต

แหล่งข่าวเดียว
อัปเดตการบริหารกระทรวงพาณิชย์และแนวโน้มทางการเมืองในอนาคต

ปลัดกระทรวงฯ 'ศุภจี' ชี้แจงหลักการโยกย้ายข้าราชการ ขณะที่ 'ปลัดวุฒิไกร' เปิดช่องทางสู่งานการเมืองหลังเกษียณ

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ศุภจี ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงถึงประเด็นการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดยเน้นย้ำว่าการหมุนเวียนตำแหน่งเป็นขั้นตอนการบริหารงานตามปกติ และขอให้ข้าราชการรวมถึงผู้สนับสนุนอย่าด้อยค่าตำแหน่งผู้ตรวจราชการ เนื่องจากทุกตำแหน่งมีความสำคัญหากปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ศุภจี ยังแสดงความยินดีหากมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์โดย อนุทิน โดยระบุว่าจะเป็นเรื่องที่ดี

ในรายงานฉบับเดียวกัน วุฒิไกร ข้าราชการระดับสูงอีกท่านหนึ่ง ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพโดยระบุว่า ไม่ปิดโอกาสในการเข้าสู่เส้นทางการเมืองหลังจากเกษียณอายุราชการในอนาคตอันใกล้นี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนทางบริหารเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลต่อความเป็นผู้นำและทิศทางนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำกับดูแลกฎระเบียบทางการค้าและกิจการผู้บริโภค แม้ว่าคำชี้แจงเหล่านี้จะทำให้จุดยืนของฝ่ายบริหารกระทรวงชัดเจนขึ้น แต่การแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องรอการยืนยันจากรัฐบาล ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะรัฐมนตรีเพื่อดูว่าการหารือทางบริหารเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างเป็นทางการภายในกระทรวงหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 11:12 UTC

ครม. ไฟเขียวงบ 2.08 พันล้านบาท ปรับปรุงโรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. ไฟเขียวงบ 2.08 พันล้านบาท ปรับปรุงโรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์

รัฐบาลไทยอนุมัติโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ครั้งใหญ่ เพื่อยืดอายุการใช้งานออกไปอีก 30 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. ไฟเขียวงบ 2.08 พันล้านบาท ปรับปรุงโรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์

แหล่งข่าวเดียว
ครม. ไฟเขียวงบ 2.08 พันล้านบาท ปรับปรุงโรงไฟฟ้าเขื่อนสิริกิติ์

รัฐบาลไทยอนุมัติโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ครั้งใหญ่ เพื่อยืดอายุการใช้งานออกไปอีก 30 ปี

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 Khaosod Online รายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 2,088 ล้านบาท ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 ในจังหวัดอุตรดิตถ์

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในประเทศ เนื่องจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องที่ 4 ซึ่งใช้งานมานานประมาณ 31 ปี เริ่มมีอุปกรณ์เสื่อมสภาพและประสบปัญหาขาดแคลนอะไหล่ การปรับปรุงครั้งนี้จึงมีความจำเป็นเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า โดยเจ้าหน้าที่ กฟผ. ยืนยันว่าการปรับปรุงนี้มีความคุ้มค่ามากกว่าการหาแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่ และจะช่วยยืดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้าออกไปได้อีกไม่น้อยกว่า 30 ปี

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โครงการนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แม้ว่าการปรับปรุงจะช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว แต่กำหนดการเริ่มต้นก่อสร้างและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในพื้นที่หรือการดำเนินงานของเขื่อนในช่วงระหว่างการปรับปรุงนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมจาก กฟผ. ต่อไป ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแห่งนี้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 4 เครื่อง กำลังผลิตรวม 500 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 10:32 UTC

ครม. อนุมัติโครงการ 9.5 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. อนุมัติโครงการ 9.5 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

รัฐบาลไทยอนุมัติโครงการปรับปรุงระบบชลประทานในลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกระยะเวลา 6 ปี ด้วยงบประมาณ 9.5 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. อนุมัติโครงการ 9.5 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ครม. อนุมัติโครงการ 9.5 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

รัฐบาลไทยอนุมัติโครงการปรับปรุงระบบชลประทานในลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกระยะเวลา 6 ปี ด้วยงบประมาณ 9.5 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ 'โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง' อย่างเป็นทางการ โดยมีกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ดูแลโครงการ ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 95,000 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการในช่วงระยะเวลา 6 ปีงบประมาณ ตั้งแต่ปี 2570 ถึง 2575

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัยซ้ำซากในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากเงินกู้ประมาณร้อยละ 80.53 และงบประมาณรายจ่ายประจำปีร้อยละ 19.47 การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะเพื่อบริหารความเสี่ยงทางการคลังและปัญหาการจัดหาที่ดิน โดยระยะที่ 1 ซึ่งมีมูลค่า 40,507 ล้านบาท จะมุ่งเน้นไปที่การก่อสร้างและขุดขยายคลองแนวเหนือ-ใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยโดยตรง ครอบคลุมพื้นที่คลองระพีพัฒน์ คลอง 13 และคลองสำโรง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โครงการนี้ถือเป็นความพยายามระยะยาวในการสร้างเสถียรภาพของระดับน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ซึ่งอาจช่วยลดความถี่ของน้ำท่วมตามฤดูกาลที่มักส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม โครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการวางแผน รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการก่อสร้างที่ชัดเจน ผลกระทบต่อการจราจรระหว่างการขยายเครือข่ายคลอง และผลกระทบที่แน่ชัดต่อการเข้าถึงน้ำในพื้นที่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในขณะที่รัฐบาลดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 10:32 UTC

บอร์ดกลั่นกรองเตรียมถกการขยายระยะเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

บอร์ดกลั่นกรองเตรียมถกการขยายระยะเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

คณะกรรมการกลั่นกรองของรัฐบาลมีกำหนดประชุมในวันที่ 17 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่อไป

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

บอร์ดกลั่นกรองเตรียมถกการขยายระยะเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

แหล่งข่าวเดียว
บอร์ดกลั่นกรองเตรียมถกการขยายระยะเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

คณะกรรมการกลั่นกรองของรัฐบาลมีกำหนดประชุมในวันที่ 17 กันยายน 2569 เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่อไป

ตามรายงานจาก Thai Post คณะกรรมการกลั่นกรองของรัฐบาลมีกำหนดการประชุมในวันที่ 17 กันยายน 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' โดยวาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการประเมินความเป็นไปได้ในการขยายโครงการเข้าสู่ระยะที่ 2

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่ติดตามนโยบายทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นขั้นตอนที่เป็นทางการในการตัดสินใจว่ามาตรการสนับสนุนภายใต้โครงการปัจจุบันจะดำเนินต่อไปหรือไม่ โครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่ติดตามความพยายามในการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคมที่นำโดยรัฐบาลในประเทศไทย

ในขั้นตอนนี้ การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อการหารือและพิจารณาเท่านั้น ยังคงต้องยืนยันว่าคณะกรรมการจะสามารถบรรลุข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับการขยายโครงการในระหว่างการประชุมครั้งนี้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องมีการประชุมเพิ่มเติม ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขต คุณสมบัติ หรือระยะเวลาของเฟสที่ 2 ที่อาจเกิดขึ้น ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการหลังจากการประชุมในวันที่ 17 กันยายน เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ อาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 10:12 UTC

รองนายกฯ ไทยโต้กลับกัมพูชาบนเวที UNCLOS
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ไทยโต้กลับกัมพูชาบนเวที UNCLOS

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ได้วิพากษ์วิจารณ์ข้อเรียกร้องเรื่องสิทธิในทรัพยากรของกัมพูชาอย่างเปิดเผยระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการ UNCLOS

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ ไทยโต้กลับกัมพูชาบนเวที UNCLOS

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ไทยโต้กลับกัมพูชาบนเวที UNCLOS

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ได้วิพากษ์วิจารณ์ข้อเรียกร้องเรื่องสิทธิในทรัพยากรของกัมพูชาอย่างเปิดเผยระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการ UNCLOS

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย นายสีหศักดิ์ได้โต้กลับกัมพูชาอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าประเทศเพื่อนบ้านพยายามบิดเบือนจุดยืนของไทยเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง

ตามรายงานของ Thai Post นายสีหศักดิ์ระบุว่าวาทกรรมของกัมพูชาเป็นความพยายามที่จะเข้าถึงทรัพยากรที่มีข้อพิพาทอย่างไม่เป็นธรรม หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทยย้ำว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่มีมูลความจริงและส่งผลให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความขัดแย้งทางการทูตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลและการสำรวจทรัพยากร แม้ว่าการหารือเหล่านี้จะเกิดขึ้นในระดับนานาชาติ แต่ก็เน้นย้ำถึงความละเอียดอ่อนของนโยบายทางทะเลในภูมิภาค ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่าคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อโต้แย้งเหล่านี้ หรือการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อการเจรจาทวิภาคีระหว่างกรุงเทพฯ และพนมเปญในอนาคต ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการโต้ตอบต่อสาธารณะครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการในการดำเนินงานทางการทูต หรือภาวะชะงักงันเรื่องสิทธิในทรัพยากรจะยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 10:13 UTC

ไทยเตรียมเปิดโครงการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับ 1.5 ล้านครัวเรือนในเดือนตุลาคมนี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเตรียมเปิดโครงการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับ 1.5 ล้านครัวเรือนในเดือนตุลาคมนี้

กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศว่าการลงทะเบียนสำหรับโครงการโซลาร์รูฟท็อปใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่ 1.5 ล้านครัวเรือนจะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเตรียมเปิดโครงการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับ 1.5 ล้านครัวเรือนในเดือนตุลาคมนี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมเปิดโครงการโซลาร์รูฟท็อปสำหรับ 1.5 ล้านครัวเรือนในเดือนตุลาคมนี้

กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศว่าการลงทะเบียนสำหรับโครงการโซลาร์รูฟท็อปใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่ 1.5 ล้านครัวเรือนจะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้

ตามรายงานจาก Thai Post กระทรวงอุตสาหกรรม นำโดยรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา กำลังเตรียมเปิดตัวโครงการโซลาร์รูฟท็อปครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ใน 1.5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศไทย ซึ่งการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการสำหรับผู้ที่สนใจมีกำหนดจะเปิดในเดือนตุลาคม 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนระยะยาว โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจนำไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนในระดับครัวเรือนที่เพิ่มมากขึ้น หากดำเนินการได้สำเร็จ โครงการนี้อาจนำไปสู่การเข้าถึงพลังงานที่กว้างขวางขึ้นและอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคสำหรับครัวเรือนที่เข้าร่วมได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน แม้ว่าช่วงเวลาการลงทะเบียนจะกำหนดไว้ในเดือนตุลาคม แต่เกณฑ์การคัดเลือกเฉพาะ ข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับที่พักอาศัยที่เข้าร่วม รวมถึงแรงจูงใจทางการเงินหรือเงินอุดหนุนที่แน่นอนจากรัฐบาลยังไม่ได้มีการเปิดเผยอย่างครบถ้วน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อทำความเข้าใจวิธีการสมัครและตรวจสอบว่าที่พักอาศัยของตนมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการติดตั้งหรือไม่ เนื่องจากเป็นโครงการที่นำโดยรัฐบาล คาดว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการดำเนินงานและขั้นตอนการสมัครให้ทราบใกล้กับวันเปิดตัวมากขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 10:13 UTC

วุฒิสภาไทยเผชิญความวุ่นวายจากข้อกล่าวหาฮั้วเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

วุฒิสภาไทยเผชิญความวุ่นวายจากข้อกล่าวหาฮั้วเลือกตั้ง

รัฐสภาไทยอยู่ในภาวะตึงเครียดหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาคดี 26 สว. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในการเลือกตั้งวุฒิสภาที่ผ่านมา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

วุฒิสภาไทยเผชิญความวุ่นวายจากข้อกล่าวหาฮั้วเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
วุฒิสภาไทยเผชิญความวุ่นวายจากข้อกล่าวหาฮั้วเลือกตั้ง

รัฐสภาไทยอยู่ในภาวะตึงเครียดหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาคดี 26 สว. ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในการเลือกตั้งวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 รัฐสภาไทยกลายเป็นจุดสนใจของสื่อมวลชนจำนวนมากที่มารอสัมภาษณ์ สว. ทั้ง 26 คน ตามรายงานของ Thai Post คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการเลือกตั้งวุฒิสภา โดยหนึ่งในรายชื่อที่ปรากฏในรายงานคือ มงคล สุระสัจจะ ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลและการติดต่อสื่อสารกันอย่างวุ่นวายในหมู่สมาชิกวุฒิสภา

ในระหว่างความวุ่นวายที่อาคารรัฐสภา สว. สุเทพ ได้ปรากฏตัวขณะฝ่าวงล้อมสื่อมวลชน โดยกล่าวสั้นๆ ว่าตน "ไม่โอเค" กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บรรยากาศภายในห้องประชุมวุฒิสภาถูกอธิบายว่ามีความโกลาหลขณะที่สมาชิกต่างตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวทางกฎหมายดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่าขณะนี้วุฒิสภากำลังอยู่ระหว่างการหารือภายใน แต่ข้อกังวลหลักยังคงอยู่ที่ความเป็นไปได้ที่กระบวนการทางกฎหมายอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของรัฐสภา ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเรื่องดังกล่าวยังคงเป็นเพียงข้อกล่าวหาที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ กกต. และกระบวนการยุติธรรม ผลสรุปสุดท้ายจากการพิจารณาของศาลฎีกาและผลกระทบเฉพาะเจาะจงต่อ สว. ที่เกี่ยวข้องนั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าความท้าทายทางกฎหมายนี้จะส่งผลต่อวาระการทำงานของรัฐสภาอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 10:14 UTC

รัฐบาลส่งสัญญาณความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลส่งสัญญาณความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งหาแหล่งเงินทุนเพื่อขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลส่งสัญญาณความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลส่งสัญญาณความเป็นไปได้ในการขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งหาแหล่งเงินทุนเพื่อขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ศุภจีได้เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เอกนิติเร่งหาแนวทางและแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อขยายระยะเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย โครงการนี้มักเกี่ยวข้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือสวัสดิการสังคม การขยายเวลาที่มีความเป็นไปได้นี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลกำลังพยายามอย่างจริงจังในการรักษามาตรการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อในท้องถิ่นหรือความพร้อมในการให้บริการสาธารณะบางประการ

แม้ว่าจะมีการออกคำสั่งให้จัดหาเงินทุนแล้ว แต่การขยายโครงการยังไม่มีผลสรุปอย่างเป็นทางการ ยังคงต้องรอการยืนยันว่างบประมาณที่จำเป็นจะได้รับการจัดสรรอย่างสำเร็จหรือไม่ และจะมีเกณฑ์หรือสิทธิประโยชน์ใดบ้างหากโครงการดำเนินต่อไปในช่วงเวลา 2 เดือนที่เสนอ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของโครงการและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:50 UTC

ครม. ไฟเขียวโครงการ '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' มุ่งสกัดทุจริต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ครม. ไฟเขียวโครงการ '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' มุ่งสกัดทุจริต

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการนำร่องต้านทุจริตใน 24 หน่วยงานรัฐ โดยตั้งเป้าเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ครม. ไฟเขียวโครงการ '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' มุ่งสกัดทุจริต

แหล่งข่าวเดียว
ครม. ไฟเขียวโครงการ '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' มุ่งสกัดทุจริต

รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการนำร่องต้านทุจริตใน 24 หน่วยงานรัฐ โดยตั้งเป้าเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการ '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' อย่างเป็นทางการ โดยนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการนำร่องที่เริ่มต้นใน 24 หน่วยงานรัฐบาล โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสกัดกั้นการทุจริตและเพิ่มความโปร่งใสภายในภาครัฐให้เห็นผลภายในระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โครงการนี้มีความสำคัญเนื่องจากสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ที่เป็นข้อกังวลมาอย่างยาวนาน การมีระบบราชการที่โปร่งใสขึ้นอาจนำไปสู่การบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและกระบวนการทางธุรการที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่ต้องติดต่อกับหน่วยงานรัฐ

แม้ว่ารัฐบาลจะกำหนดกรอบเวลา 6 เดือนสำหรับระยะนำร่องนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนยังไม่เห็นแนวทางการปฏิบัติงานโดยละเอียดสำหรับแต่ละหน่วยงานทั้ง 24 แห่ง และยังไม่มีการเปิดเผยตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน ทั้งนี้ต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานเหล่านี้จะนำนโยบายไปปฏิบัติจริงอย่างไร และโครงการจะถูกขยายผลไปยังหน่วยงานอื่นหลังจากสิ้นสุดระยะเวลา 6 เดือนแรกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:54 UTC

สำนักงานประกันสังคมลงพื้นที่ย่านสีลม รณรงค์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานประกันสังคมลงพื้นที่ย่านสีลม รณรงค์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ในย่านธุรกิจสีลม กรุงเทพฯ เพื่อเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สำนักงานประกันสังคมลงพื้นที่ย่านสีลม รณรงค์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมลงพื้นที่ย่านสีลม รณรงค์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ในย่านธุรกิจสีลม กรุงเทพฯ เพื่อเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมรณรงค์ในย่านสีลม ซึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้และเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย คณะกรรมการประกันสังคมมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลการบริหารจัดการและทิศทางนโยบายของกองทุนประกันสังคม เนื่องจากกรรมการมีหน้าที่ตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์และบริการที่มอบให้แก่ลูกจ้างผู้ประกันตน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเป็นตัวแทนและความรับผิดชอบภายในระบบ

แม้ว่า สปส. จะกำลังรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวันเลือกตั้งที่แน่ชัด รายชื่อผู้สมัครทั้งหมด และขั้นตอนการลงคะแนนอย่างเป็นทางการนั้น ยังคงต้องรอการยืนยันผ่านประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ผู้ที่ลงทะเบียนในระบบประกันสังคมควรติดตามช่องทางประชาสัมพันธ์ของ สปส. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีการใช้สิทธิเลือกตั้ง ความพยายามในการรณรงค์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการเพิ่มความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการสวัสดิการสังคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:51 UTC

สว.ปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว.ปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. พร้อมวิจารณ์กระบวนการสอบสวน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว.ปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

แหล่งข่าวเดียว
สว.ปฏิเสธข้อกล่าวหาคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.

นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. พร้อมวิจารณ์กระบวนการสอบสวน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สว. ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาไทย เกี่ยวกับการที่เขาเป็น 1 ใน 26 สว. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณา โดยเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา

นายวิวรรธน์ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยเฉพาะข้อกล่าวหาเรื่องการมีเส้นทางการเงินเพื่อล็อบบี้คะแนนเสียง เขาระบุว่าคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เชื่อคำให้การของพยานเพียงปากเดียวที่ชื่อ “อาทร” ซึ่งอ้างว่ามีการจ่ายเงินเพื่อจูงใจผู้สมัคร สว. รายอื่น นายวิวรรธน์โต้แย้งว่าคณะอนุกรรมการพยายามเชื่อมโยงเขากับนายวิเชียร ชัยสถาพร อดีต สว. ลำพูน ซึ่งเป็นน้องชายที่พ้นจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้เนื่องจากปัญหาเรื่องคุณสมบัติ โดยเขายืนยันว่าการกระทำของน้องชายไม่ควรนำมาผูกโยงกับเขา และแสดงความไม่พอใจที่ กกต. ไม่เคยเรียกเขาไปชี้แจงข้อกล่าวหาก่อนที่จะส่งเรื่องต่อให้ศาล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบที่เข้มข้นภายในสถาบันการเมืองของไทย แม้สถานการณ์นี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความผันผวนของบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศาลฎีกาจะประเมินพยานหลักฐานที่คณะอนุกรรมการนำเสนออย่างไร และนายวิวรรธน์จะได้รับโอกาสในการชี้แจงแก้ต่างต่อศาลอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:52 UTC

นายกฯ อนุทิน เตรียมเดินทางเยือนต่างประเทศเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมเศรษฐกิจ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เตรียมเดินทางเยือนต่างประเทศเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายนนี้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและตลาดทุนไทย

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เตรียมเดินทางเยือนต่างประเทศเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เตรียมเดินทางเยือนต่างประเทศเพื่อกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายนนี้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและตลาดทุนไทย

กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 โดยมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81 (UNGA81) ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ต่อด้วยการเยือนประเทศญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร

ภารกิจหลักของการเดินทางครั้งนี้คือการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และการจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อนำเสนอศักยภาพของตลาดทุนไทย โดยรัฐบาลมุ่งหวังที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างช่องทางใหม่ๆ สำหรับการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านดิจิทัล

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวทางการทูตนี้อาจเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างประเทศหรือความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงเจตจำนงในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้าหรือโครงการดิจิทัลใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการประชุมเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลหลังสิ้นสุดการเดินทางในวันที่ 27 กันยายน เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 09:30 UTC