ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน ✦
ความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย ✦
ความปลอดภัย ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน ✦
กีฬา ‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ✦
เทคโนโลยี พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ ✦
ความปลอดภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ✦
กีฬา ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย ✦
กีฬา “บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน ✦
กีฬา ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน ✦
เศรษฐกิจ

ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

แหล่งข่าวเดียว
ฟิลิปปินส์ระงับภาษีสรรพสามิตก๊าซหุงต้มและน้ำมันก๊าดเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานที่กำลังดำเนินอยู่

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศระงับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม (LPG) และน้ำมันก๊าด มาตรการทางการคลังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในครัวเรือน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อต่อค่าครองชีพรายวันได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศอาจสังเกตเห็นผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากราคาเชื้อเพลิงที่มีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคส่วนที่ต้องพึ่งพาระบบโลจิสติกส์พลังงาน

แม้ว่าการระงับภาษีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินในทันที แต่ระยะเวลาที่แน่นอนของมาตรการลดหย่อนภาษีนี้ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทางการยังไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดนโยบายที่ชัดเจน และยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบทางการคลังต่องบประมาณของประเทศอย่างครบถ้วน ผู้ที่เกี่ยวข้องควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับระยะเวลาของมาตรการยกเว้นภาษีนี้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบด้านราคาเชื้อเพลิงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

ความปลอดภัย

ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ผู้เชี่ยวชาญแนะแนวทางการประเมินความเสี่ยงจากฝนตกต่อเนื่องในประเทศไทย

ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับช่วงที่มีฝนตกต่อเนื่อง นักวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการประเมินความเสี่ยงจากน้ำท่วมและกำหนดเวลาที่จำเป็นต้องอพยพ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับฝนที่ตกต่อเนื่องและยาวนาน เนื่องจากสภาพอากาศในประเทศไทยอาจนำไปสู่การสะสมของน้ำในปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ

คำแนะนำมุ่งเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้เฉพาะที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ได้ถึงระดับวิกฤตซึ่งจำเป็นต้องมีการอพยพเพื่อความปลอดภัย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมส่วนบุคคลในช่วงฤดูฝน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการติดตามระดับน้ำในพื้นที่และคำเตือนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้ทำหน้าที่เป็นกรอบทั่วไปสำหรับการสร้างความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง ไม่ใช่คำสั่งฉุกเฉินเฉพาะเจาะจง เกณฑ์ในการตัดสินว่าเมื่อใดที่การอพยพกลายเป็นเรื่องบังคับอาจแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับภูมิศาสตร์ท้องถิ่น โครงสร้างพื้นฐาน และความรุนแรงของปริมาณน้ำฝน ณ ปัจจุบัน คำสั่งอพยพเฉพาะยังคงขึ้นอยู่กับการประเมินแบบเรียลไทม์โดยหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ควรติดตามข้อมูลผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อยืนยันสถานะของสถานที่ที่ตนอยู่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ความปลอดภัย

ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

แหล่งข่าวเดียว
ปทุมธานีตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม ระดมจิตอาสากรอกกระสอบทรายแจกชาวบ้าน

ทางการท้องถิ่นในจังหวัดปทุมธานีได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจกจ่ายกระสอบทราย 3,000 ใบให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ทางการจังหวัดปทุมธานี นำโดยนายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง ได้จัดตั้งศูนย์วอร์รูมรับมือน้ำท่วมขึ้นที่วัดแสงสรรค์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ประชาชนที่กำลังเผชิญกับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ซึ่งได้มอบกระสอบทรายจำนวน 3,000 ใบ โดยมีจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายเพื่อนำไปช่วยชาวบ้านเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ศูนย์ดังกล่าวเปิดดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและประสานงานด้านสิ่งของบรรเทาทุกข์

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามอย่างจริงจังในการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย แม้ว่าสถานการณ์จะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้เขตคลองหลวงควรเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับระดับน้ำ ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่าภัยคุกคามจากน้ำท่วมจะคงอยู่นานเพียงใดและจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมหรือไม่หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและใช้ความระมัดระวังในการเดินทางผ่านพื้นที่ที่มีการดำเนินมาตรการป้องกันน้ำท่วม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:15 UTC

กีฬา

‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

ได้รับการยืนยัน
‘ก้อง-สมเกียรติ’ เตรียมลุยศึก ‘เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์’ สนามที่ 10 ที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต

สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย เตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ที่ประเทศอิตาลี

ตามรายงานจาก Thai Post สมเกียรติ จันทรา นักบิดชื่อดังชาวไทย กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามที่ 10 ซึ่งจะจัดขึ้นที่สนามเครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

สำหรับแฟนกีฬาและผู้ติดตามวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในอาชีพนักแข่งของสมเกียรติ ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกอย่างเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนามเครโมน่า เซอร์กิต ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความท้าทายทางเทคนิคของสนาม จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับนักบิดไทยในการประชันฝีมือกับคู่แข่งระดับนานาชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้อยู่อาศัยที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของนักกีฬาไทยในเวทีระดับโลก แม้ว่าความตื่นเต้นเกี่ยวกับการเข้าร่วมแข่งขันจะมีสูง แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเวลาในการควอลิฟายและผลการแข่งขันยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ชมที่วางแผนจะติดตามการแข่งขันควรตรวจสอบข้อมูลอัปเดตจากทางรายการอย่างเป็นทางการเพื่อรับทราบผลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ รวมถึงการปรับเปลี่ยนตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศหรือสภาพสนาม การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ต้องการส่งกำลังใจให้ตัวแทนของชาติในการแข่งขันบนสนามแข่งในยุโรป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:17 UTC

เทคโนโลยี

พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมคลิปโฆษณาสมุนไพร

พระพยอม กัลยาโณ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอแอบอ้างชื่อท่านเพื่อหลอกขายสินค้า

ข้อมูลเท็จจาก AI

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในทางที่ผิด โดยระบุว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI สร้างคลิปวิดีโอปลอม (Deepfake) เพื่อแอบอ้างว่าท่านเป็นผู้แนะนำสมุนไพรต่างๆ ว่าสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด

คำชี้แจงจากพระพยอม

พระพยอมได้ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตหรือโฆษณาสมุนไพรเหล่านั้น โดยท่านย้ำถึงความไม่สมเหตุสมผลของคำกล่าวอ้างดังกล่าว เนื่องจากท่านไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรมและไม่มีความสามารถในการผลิตยา พร้อมทั้งขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่างสูงและอย่าหลงเชื่อโฆษณาออนไลน์ที่หลอกลวงเหล่านี้

ผลกระทบและการตรวจสอบ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของมิจฉาชีพที่ใช้ AI บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะหรือผู้นำทางศาสนา ทั้งนี้ ยังต้องรอการยืนยันว่าเพจโซเชียลมีเดียใดบ้างที่เป็นผู้เผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ ผู้บริโภคควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีใบอนุญาตสำหรับปัญหาสุขภาพ แทนการเชื่อถือคำกล่าวอ้างบนโซเชียลมีเดีย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 15:10 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. เผยสถานการณ์น้ำท่วมหนัก เหตุคลองเต็มความจุ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้คลองหลายแห่งเต็มความจุ ส่งผลให้การระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทำได้ยากขึ้น

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณคลองประเวศบุรีรมย์และบึงหนองบอน หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งในบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 150 มิลลิเมตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่าปัญหาหลักในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องท่อระบายน้ำอุดตัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายคลองของเมืองเต็มความจุ ทำให้ไม่สามารถรับน้ำเพิ่มได้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ใกล้เคียงริมคลองต่อไปอีกระยะหนึ่ง นายชัชชาติระบุว่าแม้เครื่องสูบน้ำจะทำงานเต็มกำลัง แต่ด้วยปริมาณน้ำมหาศาลทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เพิ่มเติมในจุดวิกฤต

นายชัชชาติเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่ กทม. จะปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเนื่องจากพยากรณ์อากาศคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ทางเมืองจะพยายามบริหารจัดการระดับน้ำอย่างเต็มที่ แต่ประสิทธิภาพของการระบายน้ำยังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของฝนที่ตกลงมา ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ริมคลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการสัญจรในพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ ระยะเวลาของสถานการณ์น้ำท่วมจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

ความปลอดภัย

น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มรุนแรงในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี

ฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี กำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤตหลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ตำบลขุนซ่อง ตำบลพวา และตำบลสามพี่น้องอย่างหนัก

เหตุการณ์น่าสลดใจคือดินถล่มทับกุฏิพระในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระมรณภาพ 1 รูป นอกจากนี้ น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน สวนผลไม้ และเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายรอง เช่น ถนนหน้าวัดธรรมทาน และถนนเชื่อมต่อบ้านเขาป้อมไปยังบ้านวังอีแอ่น ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถสัญจรได้เนื่องจากระดับน้ำสูง แม้ว่าถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเส้นทางหลักจะยังคงใช้งานได้ แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ภายในบ้านเรือน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครกู้ภัย กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเน้นการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการอพยพผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงอันตรายในการสัญจรบนถนนสายรองในพื้นที่ช่วงสภาพอากาศรุนแรง ทั้งนี้ยังต้องติดตามต่อไปว่ากระบวนการฟื้นฟูจะใช้เวลานานเท่าใด และจะมีฝนตกลงมาเพิ่มจนทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้นอีกหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แหล่งข่าวเดียว
ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ไทยผ่านเข้ารอบศึกบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 2 นัด แต่ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชียได้สำเร็จ โดยทำคะแนนรวมได้สูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online ทีมบาสเกตบอลหญิง 3x3 ของไทยประสบความสำเร็จในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียนเอเชีย แม้ว่าทีมจะพ่ายแพ้ไป 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มมาครองได้สำเร็จ เนื่องจากมีคะแนนรวมสูงกว่าคู่แข่งทีมอื่น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในกีฬาในท้องถิ่น ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการแข่งขันและความมุ่งมั่นของทีมไทยในรายการระดับภูมิภาค ความสามารถของทีมในการผ่านเข้ารอบแม้จะพบกับอุปสรรคเน้นย้ำถึงความสำคัญของผลต่างคะแนนในรูปแบบ 3x3 ซึ่งมักจะให้รางวัลแก่ความสม่ำเสมอในการทำคะแนน แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะไม่เป็นใจก็ตาม

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับคู่แข่งในรอบถัดไปหรือตารางการแข่งขันที่แน่นอน แฟนกีฬาและผู้ติดตามสามารถติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการของการแข่งขันเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของทีมในรอบต่อไป ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักกีฬานักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันในขณะที่พวกเขายังคงเป็นตัวแทนของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:50 UTC

กีฬา

“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

แหล่งข่าวเดียว
“บิว” ภูริพล ลมกรดไทยคว้าทองวิ่ง 100 เมตร เอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติการแข่งขัน

ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย คว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 พร้อมสร้างสถิติใหม่ของการแข่งขัน

“บิว” ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 จากรายงานของข่าวสดออนไลน์ ภูริพลเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติการแข่งขันในรายการนี้

หลังจบการแข่งขัน ภูริพลได้แสดงความดีใจด้วยท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ มาเตอุส คุนญา กองหน้าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวเผยว่าท่าดังกล่าวเกิดขึ้นเองโดยฉับพลันในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ สำหรับแฟนกีฬาและประชาชนในประเทศไทย ผลงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กรีฑาของชาติ

สำหรับการแข่งขันในรายการถัดไป ภูริพลยังมีโปรแกรมลงแข่งขันอีก 2 รายการ คือ วิ่ง 200 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตรชาย โดยนักกรีฑาหนุ่มได้เปรยว่าหากคว้าเหรียญทองเพิ่มได้อีก อาจจะเปลี่ยนท่าดีใจเป็นท่าอื่น แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกท่าของใคร แม้ว่าฟอร์มการวิ่งในปัจจุบันจะยอดเยี่ยมมาก แต่แฟนกีฬาและผู้ติดตามต่างรอลุ้นว่าเขาจะสามารถรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันที่เหลือ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนในชาติและสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของนักกีฬาไทยในระดับทวีป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:55 UTC

กีฬา

ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

แหล่งข่าวเดียว
ครีเอเตอร์เกมชื่อดังเตือนภัย หลังถูกนักแข่งโปรลีกยืมเงินแสนแล้วไม่คืน

กิตงาย ครีเอเตอร์เกมชื่อดังชาวไทย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอว่านักแข่งอีสปอร์ตระดับโปรลีกรายหนึ่งไม่ยอมคืนเงินที่ยืมไปจำนวน 100,000 บาท แม้ว่าจะมีการทำสัญญากันไว้แล้วก็ตาม

กฤษฎา 'กิตงาย' ปิมลื้อ ครีเอเตอร์เกมชื่อดังและอดีตนักแข่งและโค้ช RoV มืออาชีพ ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์เตือนภัยเกี่ยวกับข้อพิพาททางการเงินกับนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพอีกรายหนึ่ง ในคลิปวิดีโอที่ทำร่วมกับครีเอเตอร์อย่าง 'ใจร้าว' และ 'Chicken V' กิตงายเปิดเผยว่าเขาได้ให้เงินจำนวน 100,000 บาท แก่นักแข่งที่มีโปรไฟล์น่าเชื่อถือหลังจากที่บุคคลดังกล่าวมาขอยืมเงิน

แม้ว่าจะมีการทำสัญญายืมเงินอย่างเป็นทางการ แต่กิตงายระบุว่าเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว พร้อมระบุว่าผู้ยืมได้หยุดตอบข้อความของเขาไปแล้ว กิตงายแสดงความกังวลว่าผู้อื่น รวมถึงแฟนคลับที่อาจไม่ทราบถึงพฤติกรรมส่วนตัวของนักแข่งรายนี้ อาจถูกสถานะทางอาชีพของนักกีฬาคนดังกล่าวทำให้หลงเชื่อได้ เขาเน้นย้ำว่าจุดประสงค์ของคลิปนี้คือเพื่อเตือนชุมชนเกมให้ระมัดระวังเรื่องการให้ผู้อื่นยืมเงิน แม้จะเป็นบุคคลที่มีโปรไฟล์ทางอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือก็ตาม

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามวงการอีสปอร์ตไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงชื่อเสียงสาธารณะของบุคคลนั้นๆ แม้กิตงายจะอ้างว่าอาจมีผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบจากบุคคลเดียวกันนี้ แต่ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ยืมต่อสาธารณะ และสถานะทางกฎหมายของสัญญายืมเงินยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างคู่กรณี

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 14:56 UTC

สส.พรรคประชาธิปัตย์ประท้วง กกต. กรณีคดีสรรหาสมาชิกวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส.พรรคประชาธิปัตย์ประท้วง กกต. กรณีคดีสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

สส.พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน สวมเสื้อยืดสกรีนข้อความ '7-157' ในรัฐสภา เพื่อประท้วงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ไม่ดำเนินคดีกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยในกรณีข้อครหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส.พรรคประชาธิปัตย์ประท้วง กกต. กรณีคดีสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
สส.พรรคประชาธิปัตย์ประท้วง กกต. กรณีคดีสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

สส.พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน สวมเสื้อยืดสกรีนข้อความ '7-157' ในรัฐสภา เพื่อประท้วงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ไม่ดำเนินคดีกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยในกรณีข้อครหาเรื่องการฮั้วเลือก สว.

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี และนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้สวมเสื้อยืดสีขาวที่มีการสกรีนตัวเลข '7-157' เข้าร่วมการอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2567 และ 2568 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ การประท้วงดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อมติของ กกต. ที่ไม่ส่งคำฟ้องแกนนำพรรคภูมิใจไทยในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อครหาเรื่องการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตัวเลข '157' ถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นการอ้างถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าพนักงาน สส. ทั้งสองท่านได้ใช้พื้นที่รัฐสภาในการตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของ กกต. ต่อกรณีดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติของไทย แม้ว่าการประท้วงในรัฐสภาเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในประเทศไทยและโดยทั่วไปไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือบริการสาธารณะ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาของการตรวจสอบความโปร่งใสขององค์กรอิสระ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะเผชิญกับการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ หรือฝ่ายค้านจะดำเนินมาตรการทางรัฐสภาอื่นใดเพื่อคัดค้านมติดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นเพื่อดูว่าข้อพิพาทนี้จะส่งผลต่อวาระการประชุมของสภาหรือการสอบสวนกระบวนการสรรหา สว. ในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:58 UTC

สุทิน คลังแสง เรียกร้องให้ กกต. รักษาความเป็นอิสระในการทำงาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สุทิน คลังแสง เรียกร้องให้ กกต. รักษาความเป็นอิสระในการทำงาน

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สุทิน คลังแสง ได้ออกมาเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยให้ต้านทานอิทธิพลภายนอกและให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนเป็นอันดับแรก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สุทิน คลังแสง เรียกร้องให้ กกต. รักษาความเป็นอิสระในการทำงาน

แหล่งข่าวเดียว
สุทิน คลังแสง เรียกร้องให้ กกต. รักษาความเป็นอิสระในการทำงาน

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สุทิน คลังแสง ได้ออกมาเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยให้ต้านทานอิทธิพลภายนอกและให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนเป็นอันดับแรก

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 Thai Post รายงานว่า สุทิน คลังแสง นักการเมืองชื่อดัง ได้ออกคำเตือนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเรียกร้องให้คณะกรรมการทำหน้าที่เป็นตัวกรองความซื่อสัตย์อย่างเข้มงวด และยืนหยัดต่อต้านสิ่งที่เขาเรียกว่าการแทรกแซงจาก 'มาร' หรืออิทธิพลภายนอกในการทำงาน

สุทินเน้นย้ำว่าหน้าที่หลักของคณะกรรมการคือการรับใช้ประชาชนชาวไทย ซึ่งเขาถือว่าเป็นผู้มีพระคุณที่แท้จริงของรัฐ ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์หรือกลุ่มอิทธิพลใดๆ เขาได้ให้กำลังใจคณะกรรมการให้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ต้องเกรงกลัวต่อแรงกดดัน โดยยืนยันว่าความชอบธรรมของพวกเขามาจากประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำแถลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความเป็นอิสระขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ แม้วาทกรรมทางการเมืองเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในบริบทของไทย แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของความโปร่งใสในสถาบันการปกครองของประเทศ ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะตอบสนองต่อคำกล่าวเหล่านี้อย่างไร หรือการเรียกร้องความเป็นอิสระนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการทำงานภายในองค์กรหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก กกต. ต่อไป เพื่อทำความเข้าใจว่าแรงกดดันทางการเมืองเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการเลือกตั้งหรือการตัดสินใจทางบริหารในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:39 UTC

สส.ฝ่ายค้านวิจารณ์ กกต. กรณีการจัดการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส.ฝ่ายค้านวิจารณ์ กกต. กรณีการจัดการคัดเลือก สว.

นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับจำนวนผู้ที่ถูกดำเนินคดีในกรณีอื้อฉาวเรื่องการคัดเลือก สว. ที่มีจำนวนจำกัด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส.ฝ่ายค้านวิจารณ์ กกต. กรณีการจัดการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
สส.ฝ่ายค้านวิจารณ์ กกต. กรณีการจัดการคัดเลือก สว.

นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับจำนวนผู้ที่ถูกดำเนินคดีในกรณีอื้อฉาวเรื่องการคัดเลือก สว. ที่มีจำนวนจำกัด

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน ได้อภิปรายวิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดการกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยในการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 นายภัณฑิลได้ตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงมีการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีฮั้ว สว. เพียง 77 คน โดยชี้ว่าปัญหาดังกล่าวอาจมีขนาดใหญ่กว่าที่การดำเนินการของ กกต. สะท้อนออกมา

นายภัณฑิลกล่าวหาว่าผู้บริหาร กกต. ไม่ได้จัดการกับความไม่โปร่งใสอย่างเพียงพอ พร้อมเตือนว่าเจ้าหน้าที่อาจต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยเน้นย้ำว่าการสอบสวนควรครอบคลุมหลักฐานที่กว้างขวางขึ้น เช่น ข้อมูลทางการเงิน บันทึกการสื่อสาร และรูปแบบการลงคะแนน แทนที่จะจำกัดอยู่เพียงขอบเขตที่นำเสนอในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันการเลือกตั้งในประเทศไทย แม้ว่าการอภิปรายในสภาจะนำข้อกังวลเหล่านี้เข้าสู่บันทึกสาธารณะ แต่ผลทางกฎหมายยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า กกต. จะขยายขอบเขตการสอบสวนหรือไม่ หรือศาลจะพิจารณาว่าหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอต่อการจัดการกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันอย่างเป็นระบบหรือไม่ สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการถกเถียงทางการเมืองที่เข้มข้นเกี่ยวกับการบริหารงานและความรับผิดชอบของสถาบันต่างๆ ในประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:36 UTC

สว.สำรองและผู้สมัครเคลื่อนไหวฟ้องตรงต่อศาลฎีกาปมฮั้วเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สว.สำรองและผู้สมัครเคลื่อนไหวฟ้องตรงต่อศาลฎีกาปมฮั้วเลือก สว.

กลุ่มสว.สำรองและผู้สมัครที่พลาดหวังกำลังพยายามยื่นฟ้องตรงต่อศาลฎีกาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สว.สำรองและผู้สมัครเคลื่อนไหวฟ้องตรงต่อศาลฎีกาปมฮั้วเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
สว.สำรองและผู้สมัครเคลื่อนไหวฟ้องตรงต่อศาลฎีกาปมฮั้วเลือก สว.

กลุ่มสว.สำรองและผู้สมัครที่พลาดหวังกำลังพยายามยื่นฟ้องตรงต่อศาลฎีกาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว.

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 กลุ่มสว.สำรองและผู้สมัครที่ได้รับความเสียหายจากการคัดเลือก สว. กำลังเตรียมใช้ช่องทางตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 เพื่อยื่นฟ้องตรงต่อแผนกคดีเลือกตั้งของศาลฎีกา โดยเป็นการคัดค้านการดำเนินการที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องเพียงบางส่วน ในขณะที่ผู้มีชื่อในสำนวนส่วนใหญ่และบุคคลที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองกลับไม่ถูกดำเนินคดี ผู้ร้องเรียนโต้แย้งว่ามติล่าสุดของ กกต. นี้ถือเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากกรณีที่ศาลเคยยกคำร้องไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากในอดีตศาลเคยมองว่าการรับรองผลการเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปแล้วจึงไม่สามารถดำเนินการได้

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ ความท้าทายทางกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว. อย่างต่อเนื่อง แม้ผู้ร้องเรียนจะเชื่อว่ามติล่าสุดของ กกต. จะเป็นช่องทางใหม่ในการดำเนินการทางกฎหมาย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าศาลฎีกาจะรับฟ้องโดยตรงหรือไม่ และข้อโต้แย้งเรื่องการใช้มาตรา 44 จะมีผลอย่างไร สถานการณ์นี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการเดินทาง แต่ถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามองทั้งในแง่การเมืองและกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:38 UTC

ไทยจัดออกรางวัลสลาก N3 งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยจัดออกรางวัลสลาก N3 งวดวันที่ 16 กันยายน 2569

รัฐบาลไทยดำเนินการออกรางวัลสลาก N3 งวดล่าสุด โดยมีรางวัลเลข 3 ตัวและ 2 ตัว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยจัดออกรางวัลสลาก N3 งวดวันที่ 16 กันยายน 2569

แหล่งข่าวเดียว
ไทยจัดออกรางวัลสลาก N3 งวดวันที่ 16 กันยายน 2569

รัฐบาลไทยดำเนินการออกรางวัลสลาก N3 งวดล่าสุด โดยมีรางวัลเลข 3 ตัวและ 2 ตัว

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่ารัฐบาลไทยกำลังดำเนินการออกรางวัลสลาก N3 สำหรับงวดวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยการออกรางวัลนี้ประกอบด้วยหมวดรางวัลเลข 3 ตัว รางวัลพิเศษ และรางวัลเลข 2 ตัว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การซื้อสลากถือเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สำคัญ แม้ว่ารูปแบบ N3 จะเป็นโครงการที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล แต่ผู้เข้าร่วมควรตระหนักว่าการซื้อสลากเป็นการพนันประเภทหนึ่ง ผู้ที่สนใจผลรางวัลหรือวิธีการออกรางวัลควรติดตามผ่านช่องทางที่เป็นทางการของรัฐบาลหรือสำนักข่าวที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

ณ เวลาที่รายงาน กระบวนการออกรางวัลกำลังดำเนินอยู่ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าหมายเลขใดจะเป็นผู้ชนะในงวดนี้ นักท่องเที่ยวควรทราบว่าแม้สลากจะมีจำหน่ายทั่วไป แต่ก็อยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านอายุและการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐอย่างเคร่งครัด ควรตรวจสอบผลรางวัลผ่านแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการเสมอ แทนการเชื่อถือโพสต์จากบุคคลที่สามบนโซเชียลมีเดีย เพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับหมายเลขที่ถูกรางวัล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 13:05 UTC

สส.พรรคประชาธิปัตย์สวมเสื้อประท้วงระหว่างการอภิปรายรายงานของ กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส.พรรคประชาธิปัตย์สวมเสื้อประท้วงระหว่างการอภิปรายรายงานของ กกต.

สส.หญิง 2 คนจากพรรคประชาธิปัตย์สวมเสื้อที่มีข้อความ '7-157' ระหว่างการประชุมสภาเพื่อประท้วงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับคดีของพรรคภูมิใจไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส.พรรคประชาธิปัตย์สวมเสื้อประท้วงระหว่างการอภิปรายรายงานของ กกต.

แหล่งข่าวเดียว
สส.พรรคประชาธิปัตย์สวมเสื้อประท้วงระหว่างการอภิปรายรายงานของ กกต.

สส.หญิง 2 คนจากพรรคประชาธิปัตย์สวมเสื้อที่มีข้อความ '7-157' ระหว่างการประชุมสภาเพื่อประท้วงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับคดีของพรรคภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 สส.หญิง 2 คนจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ปรากฏตัวในสภาผู้แทนราษฎรโดยสวมเสื้อที่มีหมายเลข '7-157' การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการอภิปรายรายงานประจำปีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

การประท้วงครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมติล่าสุดของ กกต. ที่ไม่ส่งคำฟ้องต่อบุคคลระดับสูงในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา การสวมเสื้อดังกล่าวเป็นการแสดงความไม่พอใจต่อกระบวนการตัดสินใจของ กกต. และความรู้สึกถึงการขาดความรับผิดชอบในการจัดการคดีการคัดเลือก สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในฝ่ายนิติบัญญัติของไทย แม้ว่าการประท้วงในสภาเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในการเมืองไทยและโดยทั่วไปจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะหรือชีวิตประจำวัน แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการถกเถียงที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสในการเลือกตั้งและการตรวจสอบโดยสถาบัน

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์นี้อย่างไร และพรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ในขณะนี้สถานการณ์ยังคงเป็นเรื่องของกระบวนการทางรัฐสภาและการแสดงออกทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:35 UTC

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองพุ่งเป้าไปที่ กกต. เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองพุ่งเป้าไปที่ กกต. เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว.

นักการเมืองชื่อ ภัณฑิล ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับจำนวนการดำเนินคดีที่จำกัดต่อกรณีการฮั้วเลือก สว. ครั้งล่าสุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองพุ่งเป้าไปที่ กกต. เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
เสียงวิจารณ์ทางการเมืองพุ่งเป้าไปที่ กกต. เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว.

นักการเมืองชื่อ ภัณฑิล ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเปิดเผยเกี่ยวกับจำนวนการดำเนินคดีที่จำกัดต่อกรณีการฮั้วเลือก สว. ครั้งล่าสุด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 นักการเมืองชื่อ ภัณฑิล ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่า กกต. ไม่ได้จัดการกับความไม่โปร่งใสอย่างเพียงพอ โดยระบุว่ามีการฟ้องร้องบุคคลเพียง 77 คนที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว. ในกระบวนการคัดเลือกที่ผ่านมา ภัณฑิลได้เปรียบเปรยการทำงานของ กกต. ว่าไม่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเพื่อสื่อว่าองค์กรกำลังเพิกเฉยต่อปัญหาการทุจริตในวงกว้าง

นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงการตอบโต้จาก สิทธิโชติ ซึ่งได้ชี้แจงต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าความเร่งรีบในการออกมาปฏิเสธอาจเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางกฎหมายที่อาจตามมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันการเลือกตั้งของไทย แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบการบริหารงานและความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐอย่างเข้มข้น ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่า กกต. จะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างไร และจะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมกับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในกระบวนการคัดเลือกหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าเสียงวิจารณ์เหล่านี้จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งของคณะกรรมการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:36 UTC

รายงานความขัดแย้งภายในคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รายงานความขัดแย้งภายในคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย

Thai Post รายงานเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในที่ส่งผลกระทบต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย ณ วันที่ 16 กันยายน 2569

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รายงานความขัดแย้งภายในคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย

แหล่งข่าวเดียว
รายงานความขัดแย้งภายในคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย

Thai Post รายงานเกี่ยวกับความขัดแย้งภายในที่ส่งผลกระทบต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย ณ วันที่ 16 กันยายน 2569

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 สื่อ Thai Post ได้รายงานเกี่ยวกับข้อพิพาทภายในที่กำลังดำเนินอยู่ภายในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทย รายงานดังกล่าวซึ่งนำเสนอระหว่างการถ่ายทอดสดข่าว เน้นย้ำถึงความขัดแย้งที่สำคัญระหว่างผู้นำของคณะกรรมการและการดำเนินงานภายใน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย พัฒนาการนี้เป็นสิ่งที่น่าสังเกตเนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการกระบวนการทางประชาธิปไตยทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ความไม่มั่นคงภายในหน่วยงานกำกับดูแลที่สำคัญเช่นนี้อาจนำไปสู่ความล่าช้าในขั้นตอนการบริหารหรือการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อนโยบายสาธารณะหรือสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ

ในขั้นตอนนี้ ลักษณะเฉพาะของความขัดแย้งและบุคคลที่เกี่ยวข้องยังคงไม่ได้รับการยืนยัน รายงานระบุว่าสถานการณ์นี้เป็นการต่อสู้ภายในที่รุนแรง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริงหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตารางการเลือกตั้งในอนาคต ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำแถลงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากคณะกรรมการเพื่อชี้แจงว่าความตึงเครียดภายในเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อความสามารถของหน่วยงานในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าความท้าทายด้านการบริหารเหล่านี้จะรบกวนชีวิตประจำวันของผู้มาเยือนหรือผู้อยู่อาศัย แต่สถานการณ์นี้สมควรได้รับการติดตามสำหรับผู้ที่สนใจในการบริหารจัดการทางการเมืองของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:17 UTC

ความตึงเครียดทางการเมืองกรณีการตรวจสอบการเลือก สว. ของ กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ความตึงเครียดทางการเมืองกรณีการตรวจสอบการเลือก สว. ของ กกต.

ภัณฑิลได้วิพากษ์วิจารณ์นายสิทธิโชติ กกต. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเปิดเผย เกี่ยวกับขอบเขตการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ความตึงเครียดทางการเมืองกรณีการตรวจสอบการเลือก สว. ของ กกต.

แหล่งข่าวเดียว
ความตึงเครียดทางการเมืองกรณีการตรวจสอบการเลือก สว. ของ กกต.

ภัณฑิลได้วิพากษ์วิจารณ์นายสิทธิโชติ กกต. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเปิดเผย เกี่ยวกับขอบเขตการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ภัณฑิลได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยอย่างรุนแรง โดยประเด็นความขัดแย้งอยู่ที่การตัดสินใจของ กกต. ที่จำกัดขอบเขตการตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ครั้งล่าสุดไว้เพียง 77 คนเท่านั้น

ภัณฑิลกล่าวหาว่าคณะกรรมการไม่ยอมมองปัญหาในภาพรวม พร้อมเปรียบเปรยสิทธิโชติ กกต. เสียงข้างน้อยว่าเป็น "เห็บที่รีบกระโดดออกจากหมา" ซึ่งสื่อถึงความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบทางกฎหมาย นอกจากนี้ ภัณฑิลยังวิจารณ์ประธาน กกต. โดยอ้างว่าฝ่ายบริหารกำลังทำตัวเป็นพยานจำเลยมากกว่าจะเป็นหน่วยงานตรวจสอบที่เป็นกลาง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำให้เห็นถึงการจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อองค์กรอิสระในปัจจุบัน จนถึงขณะนี้ ขอบเขตการตรวจสอบของ กกต. ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในที่สาธารณะ และยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมหรือการสอบสวนในวงกว้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าข้อพิพาททางการเมืองเหล่านี้อาจส่งผลต่อกระบวนการบริหารหรือการเลือกตั้งในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:18 UTC

กกต. เดินหน้าสอบสวนความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เดินหน้าสอบสวนความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยกำลังดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมอีก 3 สำนวน เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เดินหน้าสอบสวนความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เดินหน้าสอบสวนความไม่โปร่งใสในการคัดเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยกำลังดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมอีก 3 สำนวน เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด

ภายหลังการแถลงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว. การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. รายงานว่ามติเสียงข้างมากได้สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 77 ราย จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยังไม่สิ้นสุด

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. กำลังเดินหน้าตรวจสอบสำนวนคดีเพิ่มเติมอีก 3 สำนวน โดยมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มต่างๆ รวมถึงกลุ่มสีส้ม, คณะก้าวหน้า, ไอลอว์ และผู้สมัคร สว. อิสระ การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมที่น่าสงสัย รวมถึงงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในห้องจูปิเตอร์ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งพนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบว่าเข้าข่ายการละเมิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างภายใน กกต. โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายชาย นครชัย กรรมการ กกต. ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าตนเป็นเสียงข้างน้อยที่เห็นควรให้ส่งฟ้องแกนนำและผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากมีหลักฐานเพียงพอว่ามีส่วนร่วมในคดีฮั้วเลือก สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่รอบการคัดเลือก สว. แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาของการตรวจสอบความโปร่งใสขององค์กรอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ยังต้องติดตามผลสรุปของคณะอนุกรรมการว่าจะส่งผลต่อกลุ่มที่ถูกกล่าวหาอย่างไร และจะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อผู้บริหารพรรคการเมืองหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:16 UTC

กกต. เดินหน้าสอบสวนกรณีฮั้วเลือก สว. ครั้งล่าสุด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เดินหน้าสอบสวนกรณีฮั้วเลือก สว. ครั้งล่าสุด

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยกำลังตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการฮั้วเลือก สว. ครั้งล่าสุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองหลายกลุ่ม

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เดินหน้าสอบสวนกรณีฮั้วเลือก สว. ครั้งล่าสุด

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เดินหน้าสอบสวนกรณีฮั้วเลือก สว. ครั้งล่าสุด

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยกำลังตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการฮั้วเลือก สว. ครั้งล่าสุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองหลายกลุ่ม

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยกำลังเดินหน้าสอบสวนกรณีความไม่โปร่งใสที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ครั้งล่าสุด โดยคณะอนุกรรมการฯ กำลังตรวจสอบสำนวนคดี 3 สำนวนที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกตั้งทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ

การสอบสวนมุ่งเน้นไปที่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองสีส้ม, คณะก้าวหน้า และกลุ่มไอลอว์ (iLaw) รวมถึงผู้สมัคร สว. อิสระหลายราย โดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลี้ยงใน 'ห้องจูปิเตอร์' ภายในศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค ซึ่งกำลังถูกตรวจสอบว่าเป็นส่วนหนึ่งของการฮั้วเลือกตั้งหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสของกลไกการคัดเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติของไทย แม้ว่ากระบวนการเหล่านี้จะเป็นเรื่องทางปกครองและกฎหมาย แต่ก็สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีการกำกับดูแลองค์กรทางการเมืองและอิทธิพลที่มีต่อสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสอบสวนเหล่านี้จะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือการตัดสิทธิ์ผู้สมัครหรือไม่ ขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับหลักฐานดังกล่าว และฝ่ายที่ถูกกล่าวหายังมีสิทธิ์โต้แย้งข้อกล่าวหาผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่กำหนดไว้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากคณะอนุกรรมการฯ ในขณะที่การตรวจสอบสำนวนคดียังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 06:57 UTC

ไทยประกาศจุดยืนบนเวทีโลกเรื่องเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยประกาศจุดยืนบนเวทีโลกเรื่องเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้แสดงจุดยืนของไทยต่อความร่วมมือระหว่างประเทศและมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยประกาศจุดยืนบนเวทีโลกเรื่องเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยประกาศจุดยืนบนเวทีโลกเรื่องเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้แสดงจุดยืนของไทยต่อความร่วมมือระหว่างประเทศและมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประกาศจุดยืนอย่างเป็นทางการบนเวทีโลกเกี่ยวกับการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยกระทรวงเน้นย้ำว่าประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการบูรณาการเทคโนโลยีนี้ โดยมุ่งเน้นที่กฎระเบียบด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดและกรอบการดำเนินงานที่โปร่งใส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของประเทศไทยในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง แม้ว่ากระทรวงจะกำลังแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างแข็งขันเพื่อให้แน่ใจว่าโครงการเหล่านี้เป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่โครงการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการและการกำหนดนโยบายเท่านั้น

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือการพัฒนานี้เป็นเพียงจุดยืนทางบริหารและการทูตในระดับสูงเท่านั้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับสถานที่ กรอบเวลา หรือลักษณะที่แน่ชัดของการติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์ เมื่อสถานการณ์มีความคืบหน้า ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามการอัปเดตเพิ่มเติมจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับหน่วยงานกำกับดูแลที่จะเข้ามาดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ รวมถึงโปรโตคอลความปลอดภัยเฉพาะที่จะนำมาใช้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อสาธารณะ ในขั้นตอนนี้ ประกาศดังกล่าวถือเป็นเพียงการแสดงเจตจำนงเท่านั้น ไม่ใช่การเริ่มก่อสร้างหรือการเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 06:56 UTC

มติ กกต. สั่งฟ้อง 26 สว. ก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

มติ กกต. สั่งฟ้อง 26 สว. ก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการเมือง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งคำถามถึงมติ 4:3 ของ กกต. ในการสั่งฟ้อง สว. 26 ราย ในคดีฮั้ว สว.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

มติ กกต. สั่งฟ้อง 26 สว. ก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการเมือง

แหล่งข่าวเดียว
มติ กกต. สั่งฟ้อง 26 สว. ก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการเมือง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งคำถามถึงมติ 4:3 ของ กกต. ในการสั่งฟ้อง สว. 26 ราย ในคดีฮั้ว สว.

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตั้งคำถามต่อกระบวนการตัดสินใจของ กกต. เกี่ยวกับ สว. 26 ราย ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการฮั้วกัน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายสมชัยระบุว่าแม้เสียงส่วนใหญ่ของ กกต. ในคดีนี้จะเป็น 5:2 แต่การลงมติสั่งฟ้อง สว. ทั้ง 26 ราย กลับเป็นมติ 4:3 เขาแสดงความสงสัยว่าใครคือ 2 เสียงที่เปลี่ยนมาลงมติในลักษณะดังกล่าว

นายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่า สว. ที่เกี่ยวข้องอาจพยายามหลีกเลี่ยงคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้เขายังระบุว่าเหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากภายในพรรคสีน้ำเงิน สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในองค์กรนิติบัญญัติและองค์กรตรวจสอบของไทย แม้ว่ากระบวนการเหล่านี้จะเป็นเรื่องภายในรัฐบาล แต่ก็สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดสูงระหว่างกลุ่มการเมืองและหน่วยงานอิสระ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากรรมการคนใดที่เปลี่ยนมติ และการสั่งฟ้องนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไรในกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเป็นประเด็นทางกฎหมายที่กำลังพัฒนา ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสถานะของ สว. ทั้ง 26 ราย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิทัศน์ทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 06:56 UTC

ข้อพิพาททางการเมืองกรณี กกต. กับกระบวนการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางการเมืองกรณี กกต. กับกระบวนการคัดเลือก สว.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดการกระบวนการคัดเลือก สว. โดยกล่าวหาว่ามีความลำเอียงเอื้อประโยชน์ต่อพรรคภูมิใจไทย

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อพิพาททางการเมืองกรณี กกต. กับกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางการเมืองกรณี กกต. กับกระบวนการคัดเลือก สว.

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดการกระบวนการคัดเลือก สว. โดยกล่าวหาว่ามีความลำเอียงเอื้อประโยชน์ต่อพรรคภูมิใจไทย

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. ฝ่ายค้าน ได้ตั้งคำถามต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับรายงานกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยนายพริษฐ์กล่าวหาว่า กกต. เพิกเฉยต่อความผิดปกติที่สำคัญ ซึ่งเปรียบเปรยว่าเป็น 'ช้าง 3 ตัวในห้อง' ที่ กกต. จงใจมองข้าม

นายพริษฐ์อ้างว่า กกต. ใช้ดุลยพินิจในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ต่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งสะท้อนถึงการขาดมาตรฐานในกระบวนการตัดสินใจ เขาโต้แย้งว่าการจัดการคดีดังกล่าวของ กกต. อาจบ่งชี้ถึงผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการต่างตอบแทน มากกว่าการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ การประชุมที่มีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธาน ได้มุ่งเน้นไปที่การรับทราบผลการดำเนินงานของ กกต. ซึ่งขณะนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในทางการเมือง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในกรอบกฎหมายของไทย แม้เหตุการณ์เหล่านี้จะเน้นไปที่กระบวนการทางรัฐสภา แต่ก็สะท้อนถึงการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันระดับชาติ ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้หรือไม่ หรือจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความลำเอียงดังกล่าวหรือไม่ ปัจจุบันสถานการณ์นี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงทางการเมืองและยังไม่มีข้อสรุปทางกฎหมายที่ชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 06:39 UTC

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของ กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของ กกต.

รัฐกร สุวรรณคีรี ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยอย่างเปิดเผย โดยอ้างคำสอนทางพุทธศาสนาเพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารงานและการจัดสรรงบประมาณ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของ กกต.

แหล่งข่าวเดียว
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของ กกต.

รัฐกร สุวรรณคีรี ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยอย่างเปิดเผย โดยอ้างคำสอนทางพุทธศาสนาเพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารงานและการจัดสรรงบประมาณ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 Thai Post รายงานว่า รัฐกร สุวรรณคีรี นักการเมือง ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเปิดเผย โดยอาศัยคำสอนของพุทธทาสภิกขุ พระภิกษุผู้ล่วงลับ เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การบริหารงานในประเทศปัจจุบัน

รัฐกรได้เน้นย้ำถึงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณปราบปรามการทุจริตของ กกต. โดยกล่าวหาว่าประมาณ 60% ของงบประมาณดังกล่าวยังคงค้างท่อหรือไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ เขาโต้แย้งว่าการตัดสินใจโดยบุคคลที่ขาดความซื่อสัตย์อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อประเทศชาติ โดยระบุว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นความบิดเบี้ยวของสังคมที่เขายอมรับไม่ได้ การอ้างถึงปรัชญาทางศาสนาเป็นการเน้นย้ำถึงน้ำหนักทางศีลธรรมที่เขาเชื่อว่าควรให้ความสำคัญกับการตัดสินใจทางบริหาร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันและประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐ แม้ว่าคำวิจารณ์เหล่านี้จะสะท้อนมุมมองทางการเมืองเฉพาะกลุ่ม แต่ก็เน้นย้ำถึงการสนทนาในวงกว้างของสาธารณชนเกี่ยวกับวิธีการที่หน่วยงานรัฐบริหารจัดการทรัพยากรที่มุ่งเน้นการกำกับดูแลและความพยายามในการปราบปรามการทุจริต

ยังคงต้องรอการยืนยันว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะตอบสนองต่อข้อกล่าวหาเฉพาะเรื่องงบประมาณที่ค้างท่อ 60% นี้อย่างไร ในขณะนี้สถานการณ์ยังคงเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมือง และยังไม่มีการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการเกี่ยวกับสถานะของเงินทุนเหล่านี้ หรือการโต้แย้งข้อกล่าวหาที่รัฐกรได้กล่าวไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 06:38 UTC

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองต่อความโปร่งใสในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองต่อความโปร่งใสในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

รัดเกล้า สุวรรณคีรี ได้ออกมาตั้งคำถามต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดการกรณีการฮั้วเลือก สว. ที่ผ่านมา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เสียงวิจารณ์ทางการเมืองต่อความโปร่งใสในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
เสียงวิจารณ์ทางการเมืองต่อความโปร่งใสในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

รัดเกล้า สุวรรณคีรี ได้ออกมาตั้งคำถามต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดการกรณีการฮั้วเลือก สว. ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า รัดเกล้า สุวรรณคีรี ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยรัดเกล้าได้วิจารณ์การตัดสินใจของ กกต. ที่ดำเนินคดีกับบุคคลเพียง 77 คนที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในช่วงที่ผ่านมา

รัดเกล้าให้เหตุผลว่าขอบเขตการสอบสวนที่จำกัดนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งในภาพรวมได้ และเสนอว่าความหละหลวมดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมการทุจริตที่ขยายตัวขึ้น โดยได้อ้างถึงคำสอนของพุทธทาสภิกขุเพื่อแสดงความผิดหวังต่อสถานการณ์จริยธรรมทางการเมืองในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันทางการเมืองของไทย แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นประเด็นการเมืองภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบกลไกการบริหารงานของประเทศอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์เหล่านี้อย่างไร และขอบเขตของการสอบสวนกรณีการเลือก สว. จะมีการขยายผลเพิ่มเติมหรือไม่ ในขณะนี้ การดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 77 คนที่ระบุชื่อไว้ถือเป็นเพียงมาตรการเดียวที่ได้รับการยืนยันจากทางการ โดยผู้สังเกตการณ์ยังคงเฝ้าติดตามว่าจะมีหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฮั้วเลือกที่เป็นระบบปรากฏออกมาหรือไม่ หรือการสอบสวนในปัจจุบันจะยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบเช่นเดิม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 06:35 UTC

รัฐบาลไทยขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

รัฐบาลประกาศขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน พร้อมปรับโครงสร้างการร่วมจ่ายใหม่

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส'

รัฐบาลประกาศขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน พร้อมปรับโครงสร้างการร่วมจ่ายใหม่

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยได้ตัดสินใจขยายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรับมือกับความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

หัวใจสำคัญของการขยายโครงการนี้คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการร่วมจ่าย (Co-payment) ในขณะที่โครงการสนับสนุนของรัฐบาลในรูปแบบที่คล้ายคลึงกันก่อนหน้านี้มักใช้สัดส่วน 60/40 แต่รัฐบาลได้ยืนยันว่าในระยะใหม่นี้จะใช้รูปแบบการร่วมจ่ายแบบ 50/50 ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการบริหารจัดการทรัพยากรทางการคลังไปพร้อมกับการให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว โครงการนี้อาจส่งผลต่อกำลังซื้อในชีวิตประจำวันและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น ในขณะที่รัฐบาลกำลังประสานงานด้านโลจิสติกส์สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขั้นตอนการลงทะเบียน เกณฑ์การมีสิทธิ์ และวันเริ่มต้นที่แน่นอนของรอบ 2 เดือนใหม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงสิทธิประโยชน์เหล่านี้ โดยขณะนี้ฝ่ายบริหารกำลังสรุปการจัดสรรงบประมาณภายในที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการขยายโครงการนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 16 กันยายน 2026, 07:41 UTC

รัฐบาลไทยขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 2 เดือน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 2 เดือน

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประกาศขยายระยะเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 2 เดือน ในขณะที่ประเทศยังคงเผชิญกับความท้าทายจากวิกฤตพลังงาน

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 2 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 2 เดือน

รองนายกรัฐมนตรี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประกาศขยายระยะเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 2 เดือน ในขณะที่ประเทศยังคงเผชิญกับความท้าทายจากวิกฤตพลังงาน

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดำเนินการขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 2 เดือน โดยการตัดสินใจดังกล่าวมาจากการประเมินของรัฐบาลว่าประเทศไทยยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตพลังงานอย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การขยายเวลาครั้งนี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในทันที แทนที่จะรอจนถึงสิ้นปีเพื่อเริ่มใช้กลยุทธ์สนับสนุน ศุภจีเน้นย้ำว่ามาตรการที่จะออกมานั้นจะครอบคลุมมากกว่ารูปแบบการอุดหนุน 60:40 ที่มีอยู่เดิม ซึ่งบ่งชี้ว่ากำลังมีการเตรียมมาตรการแทรกแซงทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

แม้ว่าจะมีการยืนยันการขยายเวลาแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับมาตรการใหม่และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหรือบริการสาธารณะยังคงต้องรอการสรุป รัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินมาตรการเหล่านี้อย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อความชัดเจนเพิ่มเติมว่านโยบายเหล่านี้จะส่งผลต่อชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 15 กันยายน 2026, 11:14 UTC