ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

กระแสคัดค้านโครงการผันน้ำยวมเพิ่มขึ้นในระดับท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระแสคัดค้านโครงการผันน้ำยวมเพิ่มขึ้นในระดับท้องถิ่น

ประชาชนใน 3 จังหวัดรวมตัวคัดค้านการใช้พื้นที่ป่าสำหรับโครงการผันน้ำยวม-เขื่อนภูมิพลของกรมชลประทาน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระแสคัดค้านโครงการผันน้ำยวมเพิ่มขึ้นในระดับท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กระแสคัดค้านโครงการผันน้ำยวมเพิ่มขึ้นในระดับท้องถิ่น

ประชาชนใน 3 จังหวัดรวมตัวคัดค้านการใช้พื้นที่ป่าสำหรับโครงการผันน้ำยวม-เขื่อนภูมิพลของกรมชลประทาน

ตามรายงานของ Thai Post ประชาชนใน 3 จังหวัดได้รวมตัวกันเพื่อคัดค้านการใช้พื้นที่ป่าสำหรับโครงการผันน้ำยวม-เขื่อนภูมิพล ซึ่งดำเนินการโดยกรมชลประทาน (ชป.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนภูมิพล

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่บ้านแม่เงา จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามสถานการณ์ โดยระบุว่ากรมชลประทานได้ทำหนังสือไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หลายแห่งเพื่อขอใช้พื้นที่ป่าสำหรับดำเนินโครงการ

ชุมชนในพื้นที่แสดงความสับสนและกังวลต่อความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ชาวบ้านรายงานว่าพบเห็นบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่เพื่อพูดคุยกับชาวบ้านในลักษณะที่คล้ายกับการทำมวลชน อย่างไรก็ตาม บุคคลเหล่านี้ไม่ได้เปิดเผยว่ามาจากหน่วยงานหรือบริษัทใด ทำให้ชาวบ้านยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของโครงการและเจตนาของผู้ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่เกี่ยวกับการใช้ที่ดินและการจัดการสิ่งแวดล้อมในภาคเหนือของไทย แม้ว่าโครงการนี้จะมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างทรัพยากรน้ำ แต่การขาดความโปร่งใสเกี่ยวกับการลงพื้นที่และการขอใช้พื้นที่ป่ายังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่ ทั้งนี้ ยังต้องมีการยืนยันว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบต่อการเข้าหาชาวบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต และกรมชลประทานจะมีแนวทางจัดการกับกระแสคัดค้านที่เพิ่มขึ้นนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:20 UTC

รัฐบาลไทยรายงานผลการประชุมประนอมข้อพิพาท UNCLOS รอบแรกกับกัมพูชา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยรายงานผลการประชุมประนอมข้อพิพาท UNCLOS รอบแรกกับกัมพูชา

เจ้าหน้าที่ไทยรายงานผลการประชุมกระบวนการประนอมข้อพิพาทภายใต้อนุสัญญา UNCLOS รอบแรก เกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชาต่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยรายงานผลการประชุมประนอมข้อพิพาท UNCLOS รอบแรกกับกัมพูชา

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยรายงานผลการประชุมประนอมข้อพิพาท UNCLOS รอบแรกกับกัมพูชา

เจ้าหน้าที่ไทยรายงานผลการประชุมกระบวนการประนอมข้อพิพาทภายใต้อนุสัญญา UNCLOS รอบแรก เกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชาต่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ได้เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานผลการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 โดยรายงานจาก Khaosod Online ระบุว่าอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้กล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ว่าเป็นเพียงการเริ่มต้นในเชิงกระบวนการ โดยการหารือเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่มีเหตุการณ์พิเศษใดๆ นายกรัฐมนตรีอนุทินได้แสดงความสนับสนุนต่อคณะทำงานและเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติในระหว่างกระบวนการทางกฎหมายนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามทางการทูตและทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเพื่อแก้ไขปัญหาเขตแดนทางทะเลที่มีมาอย่างยาวนาน แม้ว่าจะเป็นประเด็นทางการทูตระดับสูง แต่ก็มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการวางกรอบสำหรับการจัดการทรัพยากรและความชัดเจนทางดินแดนในอนาคต ในขณะนี้รายละเอียดเฉพาะของจุดยืนในการเจรจายังคงเป็นความลับ และสาธารณชนต้องรอติดตามความคืบหน้าต่อไปในขณะที่กระบวนการประนอมข้อพิพาทจะดำเนินต่อไปในการประชุมรอบถัดไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:13 UTC

ข้อเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล เพื่อชดเชยภาระต้นทุน 3 หมื่นล้านบาทที่การไฟฟ้าฯ ต้องแบกรับ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล เพื่อชดเชยภาระต้นทุน 3 หมื่นล้านบาทที่การไฟฟ้าฯ ต้องแบกรับ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้เรียกร้องให้กระทรวงพลังงานของไทยดำเนินการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยเฉพาะ โดยอรรถวิชช์ให้เหตุผลว่าการปรับเปลี่ยนนี้มีความจำเป็นเพื่อชดเชยภาระทางการเงินที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ต้องแบกรับ ซึ่งปัจจุบันมีต้นทุนการดำเนินงานสูงถึงประมาณ 3 หมื่นล้านบาท

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ข้อเสนอนี้สะท้อนให้เห็นถึงการอภิปรายที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเงินอุดหนุนด้านพลังงานและต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโตของประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคสำหรับศูนย์ข้อมูลอย่างแข็งขัน แต่การถกเถียงว่าใครควรเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากการใช้พลังงานสูงของสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ขณะนี้เป็นเพียงข้อเรียกร้องทางการเมืองเท่านั้น ไม่ใช่นโยบายที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ยังไม่มีการยืนยันจากกระทรวงพลังงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล คงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะดำเนินการปรับอัตราค่าไฟฟ้าเหล่านี้หรือจะยังคงอุดหนุนภาคส่วนนี้ต่อไปเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเรียกเก็บค่าสาธารณูปโภคที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:12 UTC

นายกฯ อนุทิน เตรียมหารือ ‘ทรัมป์’ ทบทวนอัตราภาษีการค้า
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน เตรียมหารือ ‘ทรัมป์’ ทบทวนอัตราภาษีการค้า

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมหารือเรื่องอัตราภาษีพิเศษกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยอ้างถึงการที่ประเทศไทยปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันเมื่อเร็วๆ นี้

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน เตรียมหารือ ‘ทรัมป์’ ทบทวนอัตราภาษีการค้า

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน เตรียมหารือ ‘ทรัมป์’ ทบทวนอัตราภาษีการค้า

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เตรียมหารือเรื่องอัตราภาษีพิเศษกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยอ้างถึงการที่ประเทศไทยปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันเมื่อเร็วๆ นี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศความตั้งใจที่จะเริ่มการหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการใช้อัตราภาษีพิเศษสำหรับประเทศไทย ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีตั้งใจที่จะติดตามพันธกรณีเดิมที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทางการค้า

ความพยายามทางการทูตนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการที่ประเทศไทยได้ปฏิบัติตามพันธกรณีที่ระบุไว้ในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยและกัมพูชาเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีรายงานว่านางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี มีส่วนร่วมในการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับนโยบายภาษีและการค้าของสหรัฐฯ เหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อต้นทุนของสินค้านำเข้าและสภาพเศรษฐกิจโดยรวมในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีการค้ามักส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะ และสินค้านำเข้าต่างๆ ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มชาวต่างชาติและธุรกิจในท้องถิ่น

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะของ "อัตราภาษีพิเศษ" ที่ร้องขอยังคงต้องรอการยืนยัน นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะตอบสนองต่อคำขอดังกล่าวอย่างไร หรือจะมีการกำหนดกรอบเวลาใดสำหรับการหารือระดับสูงเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการกำหนดเวลาในการสื่อสารนี้และการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบทางการค้าในลำดับต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:55 UTC

นายกฯ ติดตามผลการประชุม UNCLOS เน้นย้ำปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ติดตามผลการประชุม UNCLOS เน้นย้ำปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร หารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เกี่ยวกับผลการประชุม UNCLOS ล่าสุด โดยเน้นย้ำถึงการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ติดตามผลการประชุม UNCLOS เน้นย้ำปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ติดตามผลการประชุม UNCLOS เน้นย้ำปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร หารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เกี่ยวกับผลการประชุม UNCLOS ล่าสุด โดยเน้นย้ำถึงการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับฟังรายงานจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และคณะ เกี่ยวกับผลการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ที่ผ่านมา

ในระหว่างการประชุม นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้คณะทำงานดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างเต็มที่ภายใต้กรอบของอนุสัญญาดังกล่าว โดยการหารือมุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ของการประชุมระหว่างประเทศและแนวทางเชิงกลยุทธ์ที่ประเทศไทยควรนำมาใช้เพื่อปกป้องสิทธิทางทะเลและผลประโยชน์ของชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับการทูตทางทะเลและสถานะทางกฎหมายของน่านน้ำ แม้ว่าการหารือระดับสูงเหล่านี้จะมีความสำคัญต่อนโยบายระดับชาติ แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อการเดินทาง การท่องเที่ยว หรือกฎระเบียบในท้องถิ่นในขณะนี้

รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเขตทางทะเลหรือทรัพยากรที่หารือกันนั้นยังคงต้องรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติม ในขณะที่รัฐบาลยังคงประเมินท่าทีของตน ประชาชนกำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมว่าความพยายามทางการทูตเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อนโยบายทางทะเลและความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคตอย่างไร รัฐบาลได้แสดงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเข้มแข็ง แม้ว่าผลกระทบในทางปฏิบัติของการหารือเหล่านี้ต่อสาธารณชนทั่วไปจะยังไม่มีการกำหนดที่ชัดเจน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:12 UTC

นายกฯ สั่งกวาดล้างชาวต่างชาติทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ สั่งกวาดล้างชาวต่างชาติทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเนรเทศชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายหรือเอาเปรียบคนไทยทันที

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ สั่งกวาดล้างชาวต่างชาติทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งกวาดล้างชาวต่างชาติทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเนรเทศชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายหรือเอาเปรียบคนไทยทันที

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศนโยบายที่เข้มงวดต่อชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายไทยหรือมีพฤติกรรมเอาเปรียบคนไทย โดยในการกล่าวที่กระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวมถึงการลงนามในคำสั่งเนรเทศทันทีสำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมเป็น 'มาเฟีย' หรือแสดงท่าทีคุกคามต่อคนในพื้นที่

นายอนุทินเน้นย้ำว่า แม้ชาวต่างชาติที่ประกอบอาชีพสุจริตและเคารพวัฒนธรรมไทยจะได้รับการต้อนรับ แต่ผู้ที่ข่มขู่หรือใช้อำนาจในทางที่ผิดจะต้องเผชิญกับผลทางกฎหมายอย่างเต็มที่ โดยระบุถึงจังหวัดเป้าหมาย เช่น ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี ว่าเป็นพื้นที่สำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความกังวลเกี่ยวกับศาสนสถานที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยระบุว่าทุกหน่วยงานต้องเคารพต่อบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศไทย

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย คำสั่งนี้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายต่อพฤติกรรมของชาวต่างชาติ รัฐบาลยืนยันว่าอุปสรรคทางการเงิน เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน จะไม่เป็นเหตุผลในการขัดขวางการเนรเทศผู้กระทำผิด แม้นโยบายจะมีความชัดเจน แต่เกณฑ์เฉพาะสำหรับสิ่งที่ถือเป็น 'พฤติกรรมเอาเปรียบ' หรือ 'พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม' ยังคงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวจะถูกนำไปปรับใช้กับประเภทวีซ่าหรือสถานะการพำนักระยะยาวอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:13 UTC

รมว.มหาดไทย สั่งเร่งสรุปผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่นภายใน 30 ก.ย. นี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.มหาดไทย สั่งเร่งสรุปผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่นภายใน 30 ก.ย. นี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้การสอบสวนทางวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.มหาดไทย สั่งเร่งสรุปผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่นภายใน 30 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
รมว.มหาดไทย สั่งเร่งสรุปผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่นภายใน 30 ก.ย. นี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้การสอบสวนทางวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งเด็ดขาดให้เร่งสรุปผลการสอบสวนทางวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามรายงานจาก Thai Post รัฐมนตรีเน้นย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจและเป็นการทรยศต่อความซื่อสัตย์ขององค์กร

นายอนุทินยืนยันว่าจะไม่มีการขยายเวลาสำหรับเส้นตายวันที่ 30 กันยายนนี้ โดยระบุว่าข้าราชการคนใดที่พบว่ามีความผิดจะต้องถูกออกจากราชการทันที พร้อมทั้งกำชับให้ผู้สอบสวนดำเนินการโดยไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ เนื่องจากสังคมได้ตัดสินเหตุการณ์เหล่านี้ไปแล้ว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลไทยในการจัดการกับการทุจริตในระบบราชการ แม้ว่าการปราบปรามนี้จะมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความโปร่งใสในการบริหารงานท้องถิ่น แต่ผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการสาธารณะในชีวิตประจำวันยังคงต้องติดตามต่อไป ทั้งนี้ นี่เป็นกระบวนการทางปกครองที่กำลังดำเนินอยู่ โดยผลสรุปของการสอบสวนและรายชื่อข้าราชการที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าเส้นตายวันที่ 30 กันยายนจะสามารถดำเนินการได้ตามกำหนดหรือไม่ และจะมีมาตรการทางวินัยอย่างไรต่อไปสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:01 UTC

กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าปฏิรูปการลูกเสือไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าปฏิรูปการลูกเสือไทย

ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล ประกาศดำเนินโครงการใหม่ 19 โครงการเพื่อปฏิรูปโปรแกรมลูกเสือไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าปฏิรูปการลูกเสือไทย

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าปฏิรูปการลูกเสือไทย

ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล ประกาศดำเนินโครงการใหม่ 19 โครงการเพื่อปฏิรูปโปรแกรมลูกเสือไทย

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้เดินหน้าวาระการปฏิรูปขบวนการลูกเสือไทยอย่างครอบคลุม โดยความคิดริเริ่มนี้ประกอบด้วย 19 โครงการที่ออกแบบมาเพื่อปรับปรุงและยกระดับประสบการณ์การลูกเสือภายในระบบการศึกษาของชาติให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การพัฒนานี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในโครงสร้างกิจกรรมนอกหลักสูตรและโปรแกรมการสร้างเสริมลักษณะนิสัยในโรงเรียนไทย เนื่องจากลูกเสือเป็นส่วนสำคัญของหลักสูตรการศึกษาท้องถิ่น การปฏิรูปเหล่านี้อาจส่งผลต่อลักษณะของกิจกรรมนักเรียนและโปรแกรมการมีส่วนร่วมกับชุมชนในอนาคตอันใกล้

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเนื้อหาของทั้ง 19 โครงการยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเต็มรูปแบบ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับตารางเรียนที่มีอยู่เดิมอย่างไร และจะมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของนักเรียนอย่างไรบ้าง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงศึกษาธิการเพื่อชี้แจงกรอบเวลาและวัตถุประสงค์เฉพาะของแต่ละโครงการภายใต้กรอบการปฏิรูปนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:13 UTC

อดีตนักสนุกเกอร์มืออาชีพตั้งคำถามถึงนายกฯ กรณีปฏิเสธร่างกฎหมาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อดีตนักสนุกเกอร์มืออาชีพตั้งคำถามถึงนายกฯ กรณีปฏิเสธร่างกฎหมาย

อดีตนักสนุกเกอร์มืออาชีพ 'บิ๊ก สระบุรี' ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะถึงนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปฏิเสธร่างกฎหมายที่มุ่งเน้นการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์ในประเทศไทย

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อดีตนักสนุกเกอร์มืออาชีพตั้งคำถามถึงนายกฯ กรณีปฏิเสธร่างกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
อดีตนักสนุกเกอร์มืออาชีพตั้งคำถามถึงนายกฯ กรณีปฏิเสธร่างกฎหมาย

อดีตนักสนุกเกอร์มืออาชีพ 'บิ๊ก สระบุรี' ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะถึงนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปฏิเสธร่างกฎหมายที่มุ่งเน้นการปลดล็อกกีฬาสนุกเกอร์ในประเทศไทย

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 อรรถสิทธิ์ มหิทธิ อดีตนักสนุกเกอร์มืออาชีพที่รู้จักกันในชื่อ 'บิ๊ก สระบุรี' ได้ตั้งคำถามต่อสาธารณะถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย โดยประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของรัฐบาลในการปฏิเสธร่างกฎหมายที่เสนอเพื่อ 'ปลดล็อก' หรือลดข้อจำกัดในการเล่นกีฬาสนุกเกอร์ภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างองค์กรกีฬาอาชีพและกรอบการกำกับดูแลในปัจจุบัน กีฬาสนุกเกอร์เผชิญกับการกำกับดูแลที่เข้มงวดในประเทศไทยมาโดยตลอด โดยมักถูกจัดอยู่ในกฎระเบียบที่ผู้สนับสนุนบางกลุ่มมองว่าล้าสมัยหรือเข้มงวดเกินไปสำหรับการเล่นระดับอาชีพในยุคปัจจุบัน การปฏิเสธร่างกฎหมายนี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลยังไม่พร้อมที่จะผ่อนปรนข้อจำกัดทางกฎหมายเหล่านี้

ยังคงต้องยืนยันว่าเหตุใดสำนักนายกรัฐมนตรีจึงเลือกที่จะปฏิเสธร่างกฎหมายดังกล่าว และมีช่องทางอื่นใดที่การปฏิรูปที่เสนอนี้จะได้รับการพิจารณาอีกครั้งในอนาคตหรือไม่ ในขณะนี้ สถานะทางกฎหมายของสถานประกอบการสนุกเกอร์และวงการอาชีพยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่ารัฐบาลจะให้เหตุผลอย่างเป็นทางการสำหรับการปฏิเสธหรือไม่ หรือผู้สนับสนุนร่างกฎหมายจะพยายามยื่นข้อเสนอใหม่พร้อมกับการแก้ไขหรือไม่ SawaLife ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายกีฬาที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:01 UTC

รัฐบาลไทยประกาศใช้มาตรการเข้มงวดกับชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยประกาศใช้มาตรการเข้มงวดกับชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศกวาดล้างชาวต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายไทย รวมถึงการสั่งให้ปลดป้ายที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติออกทั้งหมด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยประกาศใช้มาตรการเข้มงวดกับชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประกาศใช้มาตรการเข้มงวดกับชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ประกาศกวาดล้างชาวต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายไทย รวมถึงการสั่งให้ปลดป้ายที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติออกทั้งหมด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 รัฐบาลไทยได้ออกคำเตือนอย่างจริงจังเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวต่างชาติในประเทศ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้ประกาศนโยบายการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยระบุว่าชาวต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายไทยจะต้องเผชิญกับการเนรเทศ

ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีของธุรกิจหรือสถานที่ที่ติดป้ายห้ามคนไทยเข้า โดยได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเร่งตรวจสอบและปลดป้ายที่มีลักษณะเลือกปฏิบัติดังกล่าวออกทันที นายอนุทินเน้นย้ำว่าผู้มาเยือนชาวต่างชาติต้องให้ความเคารพต่อประเทศเจ้าบ้าน เนื่องจากถือเป็นแขกที่มาเยือนประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการขจัดการเลือกปฏิบัติในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคล ท่าทีของรัฐบาลชี้ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่จะมีความกระตือรือร้นมากขึ้นในการตรวจสอบพฤติกรรมของชาวต่างชาติและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่

แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนในการเนรเทศผู้กระทำผิดและปลดป้ายเลือกปฏิบัติออก แต่กลไกเฉพาะสำหรับการรายงานการละเมิดเหล่านี้และกรอบเวลาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยติดตามกฎระเบียบในท้องถิ่นและสถานการณ์การบังคับใช้กฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:51 UTC

รมว.มหาดไทย ขีดเส้นตาย 30 ก.ย. เร่งสอบทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.มหาดไทย ขีดเส้นตาย 30 ก.ย. เร่งสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยยืนยันว่าต้องมีการไล่ออก ไม่ใช่แค่การย้ายตำแหน่ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.มหาดไทย ขีดเส้นตาย 30 ก.ย. เร่งสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รมว.มหาดไทย ขีดเส้นตาย 30 ก.ย. เร่งสอบทุจริตสอบท้องถิ่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยยืนยันว่าต้องมีการไล่ออก ไม่ใช่แค่การย้ายตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และได้กำหนดเส้นตายให้การสอบสวนเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

นายอนุทินเน้นย้ำว่าการย้ายตำแหน่งทางปกครองเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่มีความผิดในการทำลายความโปร่งใสของกระบวนการสอบ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าวจะต้องถูกไล่ออกจากราชการ รัฐมนตรีได้กล่าวถึงการทุจริตในการสอบครั้งนี้ว่าเป็นการดูหมิ่นความเชื่อมั่นของประชาชนโดยตรง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการบริหารงานและมาตรฐานวิชาชีพของหน่วยงานท้องถิ่น แม้ว่ารัฐมนตรีจะมีท่าทีที่แข็งกร้าวต่อสาธารณะ แต่รายชื่อเฉพาะของผู้ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและผลการลงโทษทางวินัยขั้นสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันหลังเส้นตายวันที่ 30 กันยายนนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ากระทรวงจะดำเนินการไล่ออกตามที่ได้ประกาศไว้หรือไม่หลังจากกระบวนการตรวจสอบภายในเสร็จสิ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:52 UTC

มท.1 สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศวางแผนเตรียมการพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

มท.1 สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศวางแผนเตรียมการพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเริ่มดำเนินการวางแผนสำหรับการจัดงานพระราชพิธีสำคัญ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

มท.1 สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศวางแผนเตรียมการพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพ

แหล่งข่าวเดียว
มท.1 สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศวางแผนเตรียมการพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเริ่มดำเนินการวางแผนสำหรับการจัดงานพระราชพิธีสำคัญ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม รวมถึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการประชุมดังกล่าว รัฐมนตรีได้ออกคำสั่งกำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้ดำเนินการวางแผนและประสานงานอย่างเป็นระบบสำหรับการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมการอย่างต่อเนื่องและรอบคอบเพื่อให้งานเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำสั่งนี้ถือเป็นสัญญาณว่าการเตรียมการอย่างเป็นทางการได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศกำหนดการและสถานที่จัดงานที่ชัดเจนออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรตระหนักว่าเหตุการณ์สำคัญเช่นนี้อาจส่งผลต่อตารางกิจกรรมสาธารณะ การปิดเส้นทางจราจร และช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ของประเทศ ขอแนะนำให้ติดตามประกาศจากทางราชการและข่าวสารท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับรายละเอียดการจัดงานและผลกระทบต่อการเดินทางหรือบริการสาธารณะ ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการและขั้นตอนต่างๆ ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:35 UTC

รัฐบาลไทยตั้งบอร์ดกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยตั้งบอร์ดกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการจัดการทรัพยากรและการปฏิบัติตามกฎหมาย

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยตั้งบอร์ดกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยตั้งบอร์ดกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการจัดการทรัพยากรและการปฏิบัติตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อกำกับดูแลอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ โดยกล่าวระหว่างการมอบนโยบายที่กระทรวงมหาดไทยว่า แม้รัฐบาลชุดก่อนจะเน้นเรื่องการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์ทำให้กฎหมายที่มีอยู่ไม่ครอบคลุมเพียงพอ

ข้อกังวลของรัฐบาลรวมถึงการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยความร้อน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการลักลอบกักเก็บน้ำมันใต้ตึกของบางแห่ง คณะกรรมการชุดใหม่นี้มีหน้าที่ร่างกฎหมายเฉพาะเพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินงานของดาต้าเซ็นเตอร์จะเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการกำกับดูแลโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เข้มงวดขึ้น แม้รัฐบาลจะมุ่งหวังสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการลงทุนต่างชาติกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร แต่ผลกระทบที่ชัดเจนต่อค่าสาธารณูปโภคหรือการวางผังเมืองนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป รัฐบาลเน้นย้ำว่าเป้าหมายคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมสำหรับทั้งนักลงทุนและสาธารณชน อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาในการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่และผลกระทบต่อสถานประกอบการที่มีอยู่เดิมนั้นยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:54 UTC

นายกฯ อนุทิน ตอบโต้ข้อครหาคดีฮั้ว สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ตอบโต้ข้อครหาคดีฮั้ว สว.

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ตอบโต้ต่อความกังขาของสาธารณชนเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในคดีฮั้วการเลือก สว.

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ตอบโต้ข้อครหาคดีฮั้ว สว.

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ตอบโต้ข้อครหาคดีฮั้ว สว.

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ตอบโต้ต่อความกังขาของสาธารณชนเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในคดีฮั้วการเลือก สว.

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนที่กระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ส่งฟ้องศาลฎีกาในคดีที่มีการกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการเลือก สว.

กระแสสังคมยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยประชาชนบางส่วนยังคงแสดงความกังขาต่อคำกล่าวอ้างที่ว่าไม่มีสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสนี้ เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกของประชาชน นายกรัฐมนตรีได้กล่าวสั้นๆ ว่า "คนเชื่อก็มี" นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ กกต. เสียงข้างน้อยได้ออกมาแถลงเหตุผลสนับสนุนการส่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคของตน นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว โดยอ้างว่ามีภารกิจประชุมต่อก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือก สว. แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินอยู่ในชั้นศาล แต่ขอบเขตของความเกี่ยวข้องของพรรคการเมืองยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้ให้คำชี้แจงโดยละเอียดต่อข้อกล่าวหาเฉพาะที่ยกขึ้นโดย กกต. เสียงข้างน้อย ความคืบหน้าต่อไปขึ้นอยู่กับการพิจารณาหลักฐานของศาลฎีกาตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้นำเสนอ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:54 UTC

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 'อนุทิน ชาญวีรกูล' พบปะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 'อนุทิน ชาญวีรกูล' พบปะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า และเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 'อนุทิน ชาญวีรกูล' พบปะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 'อนุทิน ชาญวีรกูล' พบปะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า และเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยเพื่อวางแนวทางในการบริหารงาน ตามรายงานของ Thai Post รัฐมนตรีได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ในระหว่างการประชุม นายอนุทินได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในเรื่องความโปร่งใส โดยระบุว่ารัฐบาลชุดนี้จะไม่ยอมรับการวิ่งเต้นหรือการใช้อิทธิพลในทางที่ผิด เขาแสดงความต้องการที่จะปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานจากระบบราชการแบบเดิม โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์วัฒนธรรมของผู้ตรวจการที่เก็บงำข้อมูลหรือไม่มีความกระตือรือร้นในการทำงาน เขาได้ส่งเสริมให้มีการเปิดกว้างในการสื่อสาร โดยระบุว่าตนเองเป็นคนที่มีอารมณ์ดีและไม่พกพาความแค้นหรือความโกรธเคืองส่วนตัวในการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การปรับเปลี่ยนทางบริหารเหล่านี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะในด้านการประสานงานระดับภูมิภาคและความรับผิดชอบภายใน แม้ว่ารัฐมนตรีจะได้กำหนดทิศทางที่ชัดเจนสำหรับรูปแบบการเป็นผู้นำและความคาดหวังขององค์กรแล้ว แต่การนำศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าไปปฏิบัติจริงและผลกระทบระยะยาวต่อประสิทธิภาพของกระทรวงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามดูว่าแนวทางเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในการให้บริการสาธารณะทั่วประเทศไทยอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:35 UTC

อนุทินแจงปม กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีเลือก ส.ว. หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุทินแจงปม กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีเลือก ส.ว. หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาแสดงความเห็นต่อข้อสงสัยของสาธารณชน หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติไม่ส่งฟ้องสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือก ส.ว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุทินแจงปม กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีเลือก ส.ว. หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินแจงปม กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีเลือก ส.ว. หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาแสดงความเห็นต่อข้อสงสัยของสาธารณชน หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติไม่ส่งฟ้องสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือก ส.ว.

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับมติล่าสุดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ตัดสินใจไม่ส่งฟ้องสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในกรณีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

เมื่อถูกถามถึงมุมมองของสาธารณชนและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อการตัดสินใจดังกล่าว นายอนุทินยอมรับว่าแม้จะมีบางส่วนที่เชื่อว่าผลลัพธ์นี้มีความเหมาะสม แต่เขาก็รับทราบว่ายังมีอีกหลายฝ่ายที่ยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัย โดยเขาระบุว่ามีกลุ่มคนที่เชื่อมั่นในความถูกต้องของมติ กกต. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องนี้ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการเลือก ส.ว. แม้ว่า กกต. จะมีมติไม่เอาผิดสมาชิกพรรคในข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่สถานการณ์นี้ก็แสดงให้เห็นถึงระดับการตรวจสอบจากสาธารณชนที่มีต่อสถาบันทางการเมืองอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีฝ่ายอื่นหรือกลุ่มภาคประชาสังคมดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียนทางกฎหมายหรือเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระเพิ่มเติมหรือไม่ ในขณะนี้มติของ กกต. ถือเป็นจุดยืนอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ โดยผู้สังเกตการณ์ยังคงจับตาดูว่าพัฒนาการทางการเมืองเหล่านี้จะส่งผลต่อกระบวนการทางนิติบัญญัติและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการกำกับดูแลการเลือกตั้งในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:31 UTC

สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ถูกรางวัลใหญ่สลากกินแบ่งรัฐบาลประจำเดือนกันยายน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ถูกรางวัลใหญ่สลากกินแบ่งรัฐบาลประจำเดือนกันยายน

สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดังของไทย ได้ออกมาเผยถึงโชคลาภครั้งใหญ่จากการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ถูกรางวัลใหญ่สลากกินแบ่งรัฐบาลประจำเดือนกันยายน

แหล่งข่าวเดียว
สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ถูกรางวัลใหญ่สลากกินแบ่งรัฐบาลประจำเดือนกันยายน

สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดังของไทย ได้ออกมาเผยถึงโชคลาภครั้งใหญ่จากการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดังของไทย ได้รับโชคจากการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 โดยศิลปินท่านนี้ซึ่งไม่ได้ซื้อสลากมาหลายปี ได้เปิดเผยว่าตนได้ซื้อสลากจำนวน 4 ชุด ชุดละ 15 ใบ จากร้านค้าแห่งหนึ่งในบ้านไร่

หลังจากมีการประกาศผลรางวัล สุนารียืนยันว่าตนมีสลากที่ถูกรางวัลทั้งเลขท้าย 2 ตัว (64) และเลขท้าย 3 ตัว (266) ในวิดีโอที่เธอแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เธอแสดงความดีใจอย่างมาก โดยระบุว่าเฉพาะรางวัลเลขท้าย 3 ตัวนั้นทำให้เธอได้รับเงินรางวัลจำนวนมากจากสลากทั้ง 15 ใบที่ถืออยู่ เธอได้กล่าวถึงร้านค้าที่ซื้อสลากว่าเป็นร้านที่ถูกโฉลกกับเธอ พร้อมทั้งกล่าวติดตลกว่าดวงของเธอกำลังกลับมา

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย สลากกินแบ่งรัฐบาลถือเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แม้เหตุการณ์นี้จะสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นเต้นรอบการออกรางวัลในแต่ละงวด แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงความนิยมของร้านจำหน่ายสลากในท้องถิ่น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการถูกรางวัลในครั้งนี้จะมีผลต่อยอดขายสลากในร้านที่บ้านไร่ตามที่นักร้องกล่าวถึงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การซื้อสลากเป็นเรื่องของโชคลาภและโอกาส รายงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลข่าวสารด้านบันเทิงในท้องถิ่นเท่านั้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:33 UTC

ทบทวนผลงานรัฐบาลในช่วง 90 วันแรก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ทบทวนผลงานรัฐบาลในช่วง 90 วันแรก

Matichon Online รายงานถึงหมุดหมายสำคัญในช่วง 90 วันแรกของการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความคืบหน้าของนโยบายในช่วงเริ่มต้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ทบทวนผลงานรัฐบาลในช่วง 90 วันแรก

แหล่งข่าวเดียว
ทบทวนผลงานรัฐบาลในช่วง 90 วันแรก

Matichon Online รายงานถึงหมุดหมายสำคัญในช่วง 90 วันแรกของการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความคืบหน้าของนโยบายในช่วงเริ่มต้น

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 รัฐบาลได้บรรลุหมุดหมายสำคัญในช่วง 90 วันแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 รายงานดังกล่าวเน้นไปที่ผลการดำเนินงานในช่วงเริ่มต้นของรัฐบาลและการนำนโยบายเริ่มต้นไปปฏิบัติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การทำความเข้าใจผลงานในช่วงแรกของรัฐบาลมีความสำคัญ เนื่องจากมักจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ทิศทางของนโยบายเศรษฐกิจและการบริหารงานที่อาจส่งผลต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในประเทศไทย แม้ว่ารายงานจะระบุถึงความสำเร็จหลายประการในช่วงเวลานี้ แต่ก็ถือเป็นบทสรุปของความคืบหน้าที่รัฐบาลประเมินตนเองมากกว่าจะเป็นการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระ

ในขั้นตอนนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของโครงการริเริ่มเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าขั้นตอนนโยบายเบื้องต้นเหล่านี้จะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนหรือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร เมื่อรัฐบาลก้าวผ่านระยะเริ่มต้นนี้ไปแล้ว จำเป็นต้องมีการอัปเดตเพิ่มเติมเพื่อประเมินประสิทธิผลของมาตรการเหล่านี้และผลกระทบในทางปฏิบัติสำหรับสาธารณชน ผู้อ่านควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลและรายงานข่าวที่ตามมาเพื่อรับข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้นเกี่ยวกับผลลัพธ์ของนโยบาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:10 UTC