ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
กีฬา ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ✦
เศรษฐกิจ รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย ✦
ความปลอดภัย พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี ✦
กีฬา นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที ✦
กีฬา ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ ✦
ทั่วไป ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม ✦
ทั่วไป กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร ✦
กีฬา จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
ความปลอดภัย สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด ✦
กีฬา

ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ได้รับการยืนยัน
ภูริพล บุญสอน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์

ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทย คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกยา พร้อมทำลายสถิติใหม่

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ภูริพล บุญสอน นักวิ่งลมกรดชาวไทยวัย 20 ปี ได้สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ภูริพลเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกด้วยเวลา 9.91 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิม ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปีที่นักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญทองในรายการนี้ได้สำเร็จ โดยทำลายสถิติเดิมของ ซู บิง เทียน จากจีน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชาติเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นที่เพิ่มขึ้นของไทยในวงการกรีฑาระดับนานาชาติ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากต่อการแข่งขันเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ในนาโกยา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและโครงการพัฒนานักกีฬาในท้องถิ่น ในขณะที่การเฉลิมฉลองกำลังมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผู้ติดตามการแข่งขันกำลังจับตามองรอบชิงชนะเลิศต่อไปว่าภูริพลจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งได้หรือไม่ ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันจะมีการยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีมอบเหรียญรางวัลและตารางการแข่งขันของนักกีฬาในลำดับต่อไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

เศรษฐกิจ

รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน เยือนลอนดอน เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรและไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือระดับสูงกับตัวแทนรัฐบาลอังกฤษและผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางถึงกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ตามรายงานของ Thai Post วาระการประชุมของรองนายกรัฐมนตรีรวมถึงการหารือระดับสูงกับตัวแทนจากรัฐบาลอังกฤษและสภาธุรกิจไทย-อังกฤษ

นอกเหนือจากการหารือระหว่างภาครัฐแล้ว นายอนุทินยังมีกำหนดการพบปะกับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ อาทิ UBS และ Virgin โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความพยายามทางการทูตเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันให้ประเทศไทยบูรณาการเข้ากับเครือข่ายการเงินโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเดินทาง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับสูงเช่นนี้มักจะส่งผลดีต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในระยะยาว

ในขณะที่การเยือนยังคงดำเนินอยู่ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุม เช่น ข้อตกลงที่ลงนามหรือข้อผูกพันในการลงทุนที่เป็นรูปธรรมนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์จะรอติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการหลังจากการหารือสิ้นสุดลง เพื่อดูว่าการเจรจาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้หรือโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศโครงการใหม่ในประเทศไทยหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

แหล่งข่าวเดียว
พระมรณภาพจากเหตุดินสไลด์หลังน้ำป่าไหลหลากในจันทบุรี

พระภิกษุรูปหนึ่งมรณภาพหลังจากเหตุดินสไลด์ที่เกิดจากน้ำป่าไหลหลากถล่มสำนักสงฆ์ในจังหวัดจันทบุรี

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อหลายตำบลในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงมาทับกุฏิของพระภิกษุในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพ 1 รูป

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภัยธรรมชาติในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาหรือพื้นที่ป่า ซึ่งอาจส่งผลให้ถนนในท้องถิ่นถูกตัดขาดและบริการที่จำเป็นหยุดชะงัก ผู้ที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรีหรือวางแผนจะเดินทางไปเยือนควรติดตามการแจ้งเตือนสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเดินทางใกล้บริเวณลาดชันหรือทางน้ำ

แม้ว่าจะมีการรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสำนักสงฆ์แล้ว แต่ความเสียหายโดยรวมในตำบลที่ได้รับผลกระทบยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะนี้ทีมกู้ภัยกำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารผ่านประกาศอย่างเป็นทางการของจังหวัด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินสไลด์จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งลมกรดไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ พร้อมทุบสถิติ 9.90 วินาที

นักกีฬาทีมชาติไทย 'บิว' คว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ ด้วยสถิติใหม่ 9.90 วินาที

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นักวิ่งลมกรดชาวไทย 'บิว' ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าเหรียญทองในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ โดยทำเวลาได้ 9.90 วินาที ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติและเป็นก้าวสำคัญของวงการกรีฑาไทยในระดับนานาชาติ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้ได้สร้างความภาคภูมิใจและบรรยากาศการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ การแข่งขันกีฬารายการใหญ่อย่างเอเชียนเกมส์มักจะกระตุ้นความสนใจของสาธารณชนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาในท้องถิ่น และอาจส่งผลต่อบรรยากาศในพื้นที่จัดกิจกรรมชมการแข่งขันหรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าชัยชนะจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่ขณะนี้ผู้ติดตามข่าวสารกำลังรอการรับรองสถิติอย่างเป็นทางการจากองค์กรกีฬาระหว่างประเทศ รวมถึงตารางการแข่งขันในอนาคตของนักกีฬาผู้นี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองหรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ ผลงานครั้งนี้ช่วยตอกย้ำสถานะของนักกีฬาในฐานะตัวเต็งระดับภูมิภาค และแฟนกีฬากำลังรอคอยข่าวสารว่าความสำเร็จนี้จะส่งผลต่อการเตรียมความพร้อมของทีมชาติสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์โลกในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:35 UTC

กีฬา

ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
ไทยคว้าเหรียญเงิน NARAKA: BLADEPOINT ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2026 ทีมอีสปอร์ตทีมชาติไทยประสบความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขัน NARAKA: BLADEPOINT ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ซึ่งจัดขึ้นที่ Aichi Sky Expo ในเมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ทีมไทยซึ่งประกอบด้วย นพรัตน์ ปิดความลับ, วชิราวุธ ช้างน้อย, จงรักษ์ กำแพงแก้ว, สหวรรษ พลงาม และ เควิน เลอเมือน สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่พ่ายแพ้ให้กับทีมจากประเทศจีนในท้ายที่สุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่สนใจในวงการเกมระดับภูมิภาค ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในเวทีอีสปอร์ตระดับนานาชาติ การแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้มีการบรรจุกีฬาดิจิทัลเข้ามามากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่กว้างขึ้นของการยอมรับการเล่นเกมระดับมืออาชีพทั่วทั้งเอเชีย

แม้ว่าเหรียญเงินจะเป็นความสำเร็จที่ได้รับการยืนยันสำหรับคณะตัวแทนจากประเทศไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถิติการแข่งขันหรือตารางการแข่งขันในอนาคตของทีม แฟนเกมและผู้ติดตามวงการกีฬาไทยสามารถรอติดตามได้ว่าผลงานนี้จะส่งผลต่ออันดับของทีมในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับโลกรายการต่อไปอย่างไร ในขณะนี้คาดว่าทีมจะเดินทางกลับประเทศไทยหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันที่ Aichi Sky Expo

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 24 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยคว้าอันดับ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์

จิราพัชรและสุกานดา นักกรีฑาชาวไทยทำผลงานคว้าอันดับที่ 5 และ 6 ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ ขณะที่ เฉิน ยู่เจี๋ย สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน

ในการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ที่กำลังดำเนินอยู่ จิราพัชรและสุกานดา นักวิ่งสาวชาวไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับ การแข่งขันครั้งนี้ถูกครอบงำโดย เฉิน ยู่เจี๋ย ซึ่งสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพร้อมทั้งสร้างสถิติใหม่ให้กับการแข่งขันรายการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย ผลการแข่งขันนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักกรีฑาไทยในเวทีระดับทวีป แม้ว่าจะยังไม่สามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ในครั้งนี้ แต่การที่มีนักวิ่งไทยถึงสองคนผ่านเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้ายถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเดิมพันสูง

ในขณะที่การแข่งขันเอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป แฟนกีฬาคงต้องติดตามกันต่อไปว่านักกีฬาทั้งสองจะสามารถรักษาฟอร์มการวิ่งนี้ไว้ได้หรือไม่ในการแข่งขันวิ่งผลัดหรือรายการอื่นๆ ในอนาคต คาดว่าผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการและรายละเอียดเวลาทั้งหมดจะถูกสรุปโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันในเร็วๆ นี้ ผู้ที่สนใจติดตามการแข่งขันที่เหลือควรตรวจสอบการถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการของทัวร์นาเมนต์เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าร่วมของนักกีฬาไทยต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ประเวศ-บึงหนองบอน เร่งจัดการความเสี่ยงน้ำท่วม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตประเวศและบึงหนองบอน พร้อมสั่งเพิ่มกำลังสูบน้ำเพื่อรับมือปัญหาน้ำล้นคลอง

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตประเวศและบึงหนองบอนเพื่อประเมินสถานการณ์และกลยุทธ์การจัดการน้ำ ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ว่าฯ ระบุว่าปัญหาหลักที่เขตเหล่านี้กำลังเผชิญคือระดับน้ำในคลองที่เต็มจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

เพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ผู้ว่าฯ ชัชชาติได้สั่งการให้เพิ่มกำลังการสูบน้ำทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งผันน้ำเข้าสู่แก้มลิงบึงหนองบอนเพื่อลดแรงดันในเครือข่ายคลองระบายน้ำ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สาธารณะ แม้ว่ามาตรการเหล่านี้จะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับน้ำ แต่ประสิทธิภาพของระบบระบายน้ำในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องยังคงต้องติดตามต่อไป นักท่องเที่ยวในเขตประเวศควรระมัดระวังปัญหาการจราจรที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำสูงขึ้น ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าระดับน้ำในคลองจะกลับสู่สภาวะปกติเมื่อใด ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดการน้ำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ทั่วไป

กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำจัดสัมมนาเกษตรยั่งยืนที่กำแพงเพชร

เจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำเข้าร่วมสัมมนาเรื่องการบริหารจัดการน้ำและดินเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ตัวแทนจากกรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 1 และส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 3 จังหวัดกำแพงเพชร ได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ “น้ำดี ดินดี เกษตรกรอยู่ได้”

ในระหว่างงาน เจ้าหน้าที่จากกรมฯ ได้ร่วมเป็นวิทยากรนำเสนอภารกิจหลักและโครงการริเริ่มต่างๆ ของกรมทรัพยากรน้ำ โดยการสัมมนาเน้นไปที่กลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำและดินแบบบูรณาการ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติไปพร้อมกัน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐในการสร้างเสถียรภาพให้กับภาคการเกษตรผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดีขึ้น แม้ว่าการสัมมนาจะเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากลยุทธ์การจัดการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งจังหวัดอย่างไร หรือจะมีโครงการสนับสนุนโดยตรงใดบ้างที่จะมอบให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อันเป็นผลมาจากการหารือในครั้งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดกำแพงเพชรนั้น ไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระบวนการทางบริหารเหล่านี้ แม้ว่าโครงการนี้จะเน้นย้ำถึงความสำคัญของภูมิภาคในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:30 UTC

กีฬา

จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
จีนครองเจ้าสระในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

ทัพนักกีฬาว่ายน้ำจีนปิดฉากเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยคว้าไปทั้งหมด 30 เหรียญทอง

ตามรายงานจาก Khaosod Online Thailand ทัพนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติจีนทำผลงานได้อย่างโดดเด่นที่สุดในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 โดยสามารถคว้าเหรียญรางวัลรวมไปได้ถึง 54 เหรียญ แบ่งเป็น 30 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 11 เหรียญทองแดง

ความสำเร็จครั้งนี้มาจากผลงานรายบุคคลที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ จาง จ่านซั่ว วัย 19 ปี ที่กวาดไปถึง 7 เหรียญทอง และ หยู จื่อตี๋ วัย 13 ปี ที่คว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญทอง นอกจากนี้ ฉิน ไห่หยาง เจ้าของสถิติโลกยังสามารถป้องกันแชมป์ว่ายน้ำท่ากบ 50 เมตรได้สำเร็จ ในขณะที่ จาง ยู่เฟย มีส่วนร่วมในการคว้าอีก 4 เหรียญทอง ในขณะที่ประเทศเจ้าภาพอย่างญี่ปุ่น จบการแข่งขันว่ายน้ำด้วยผลงาน 7 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน และ 15 เหรียญทองแดง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงระดับการแข่งขันกีฬาที่เข้มข้นในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าการแข่งขันว่ายน้ำจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้ชมควรระมัดระวังเรื่องการจราจรที่อาจติดขัดหรือความหนาแน่นของผู้คนใกล้สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาหลักในระหว่างที่เอเชียนเกมส์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ตารางสรุปเหรียญรางวัลรวมทั้งหมดของเอเชียนเกมส์ 2026 ยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:36 UTC

ความปลอดภัย

สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

แหล่งข่าวเดียว
สทนช. ออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันใน 30 จังหวัด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศเตือนภัยสำหรับ 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยแนะนำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันในช่วงวันที่ 26-30 กันยายน 2569

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 ประจำปี 2569 เพื่อแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยงของน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยประกาศดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 30 จังหวัด และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 30 กันยายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้หรือมีแผนจะเดินทางไปเยือน สถานการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ คาดว่าฝนที่ตกหนักจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การเดินทางบนท้องถนน และกิจกรรมกลางแจ้ง ทางการขอความร่วมมือให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือใกล้ทางน้ำติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัด

แม้ว่า สทนช. จะระบุรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบแล้ว แต่ผลกระทบเฉพาะจุดยังคงต้องรอการยืนยันตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเส้นทางและที่พักของตนเทียบกับการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลก่อนดำเนินการตามแผนการเดินทาง ทั้งนี้ โปรดทราบว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเบื้องต้น ประชาชนควรติดตามข้อมูลความปลอดภัยแบบเรียลไทม์และคำแนะนำฉุกเฉินจากช่องทางที่เป็นทางการในช่วงเวลานี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 13:15 UTC

กระทรวงมหาดไทยเตรียมเรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการจากข้าราชการที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยเตรียมเรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการจากข้าราชการที่ทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงมหาดไทยกำลังหารือด้านกฎหมายเพื่อเรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยเตรียมเรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการจากข้าราชการที่ทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยเตรียมเรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการจากข้าราชการที่ทุจริตสอบท้องถิ่น

กระทรวงมหาดไทยกำลังหารือด้านกฎหมายเพื่อเรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่ากระทรวงฯ กำลังเตรียมการเรียกคืนเงินเดือนและสวัสดิการที่จ่ายไปให้กับข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ถูกให้ออกจากราชการเนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำปรึกษาทางกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน

ในการประชุมที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยังได้มีการหารือถึงการบรรจุบุคคลกลับเข้าไปในตำแหน่งแทนผู้ที่ถูกเพิกถอนจากการทุจริต โดยกระทรวงฯ กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้การบรรจุผู้ที่มีสิทธิ์ในรอบที่ 4 เสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคม 2569 ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการบรรจุใน 3 รอบแรกก่อน หลังจากที่มีผู้สมัครที่ได้รับผลกระทบจากการทุจริตได้ยื่นหนังสือร้องเรียนความเป็นธรรม

สำหรับประชาชนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย ความคืบหน้านี้สะท้อนถึงความพยายามในการฟื้นฟูความโปร่งใสภายในหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่ากระทรวงฯ จะพยายามเร่งรัดกระบวนการบรรจุแต่งตั้ง แต่กรอบเวลาที่แน่นอนยังคงขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนทางธุรการและการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าข้าราชการที่ถูกให้ออกจะมีการฟ้องร้องกลับหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความรวดเร็วในการดำเนินการทางปกครอง โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากกระทรวงฯ สรุปผลการหารือทางกฎหมายแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 08:32 UTC

พบจุดรั่วไหลของท่อน้ำมันย่านพระราม 3 แล้ว
การเมือง ได้รับการยืนยัน

พบจุดรั่วไหลของท่อน้ำมันย่านพระราม 3 แล้ว

กระทรวงพลังงานยืนยันจุดที่น้ำมันรั่วไหลในย่านพระราม 3 แล้ว โดยระบุให้ BAFS และบางจากต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

Matichon Online + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

พบจุดรั่วไหลของท่อน้ำมันย่านพระราม 3 แล้ว

ได้รับการยืนยัน
พบจุดรั่วไหลของท่อน้ำมันย่านพระราม 3 แล้ว

กระทรวงพลังงานยืนยันจุดที่น้ำมันรั่วไหลในย่านพระราม 3 แล้ว โดยระบุให้ BAFS และบางจากต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กระทรวงพลังงานได้ระบุจุดที่เกิดการรั่วไหลของน้ำมันจากท่อส่งในย่านพระราม 3 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าการตรวจสอบได้ข้อสรุปเกี่ยวกับต้นตอของการรั่วไหลดังกล่าว

กระทรวงพลังงานได้ประกาศต่อสาธารณะว่า บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้อย่างเต็มที่ ความคืบหน้านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการจัดการกับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและการดำเนินงานที่เกิดจากความเสียหายของท่อส่งน้ำมัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในย่านพระราม 3 เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่หรือมีการดำเนินงานทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมในขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งบรรเทาผลกระทบจากการรั่วไหล แม้ว่าจะพบจุดที่เกิดเหตุแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมดและกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงควรติดตามข้อมูลอัปเดตจากหน่วยงานท้องถิ่นและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ถูกปิดกั้นเพื่อการทำความสะอาด ทั้งนี้ คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางกฎหมายและการเงินของบริษัทที่เกี่ยวข้องปรากฏออกมาในขณะที่สถานการณ์ดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 05:11 UTC

ไทยเผยยอดจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 8 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 10.43%
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยยอดจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 8 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 10.43%

กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่เพิ่มขึ้นสองหลักในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 โดยกลุ่มอนุสิทธิบัตรมีการเติบโตสูงสุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเผยยอดจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 8 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 10.43%

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยยอดจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 8 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 10.43%

กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่เพิ่มขึ้นสองหลักในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 โดยกลุ่มอนุสิทธิบัตรมีการเติบโตสูงสุด

ตามรายงานจาก Matichon Online กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้สังเกตเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกิจกรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP) โดยข้อมูลในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ระบุว่ายอดการยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดเพิ่มขึ้น 10.43% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

เจ้าหน้าที่ระบุว่ากลุ่ม 'อนุสิทธิบัตร' (petty patents) ซึ่งโดยทั่วไปครอบคลุมถึงสิ่งประดิษฐ์ขนาดเล็กหรือนวัตกรรมที่มีความซับซ้อนไม่สูงมากนัก มีการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในด้านนวัตกรรมท้องถิ่นและการคุ้มครองทางกฎหมายสำหรับความก้าวหน้าทางเทคนิคขนาดเล็กภายในตลาดไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในท้องถิ่น การเพิ่มขึ้นนี้สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมที่กระตือรือร้นมากขึ้นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการคุ้มครองทางกฎหมาย หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือมืออาชีพด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ดำเนินงานในประเทศไทย ข้อมูลนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการทำความเข้าใจกระบวนการจดทะเบียนของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อปกป้องนวัตกรรมของคุณ

แม้ว่ากระทรวงฯ จะยืนยันตัวเลขการเติบโตเหล่านี้แล้ว แต่ภาคส่วนเฉพาะที่ขับเคลื่อนการเพิ่มขึ้นของอนุสิทธิบัตรและผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจในภาพรวมยังคงต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติม ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีหรือไม่ ในขณะที่รัฐบาลยังคงส่งเสริมการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 08:11 UTC

กระทรวงการต่างประเทศอินเดียปฏิเสธข่าวผู้นำโลกป่วยหลังร่วมประชุม BRICS
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงการต่างประเทศอินเดียปฏิเสธข่าวผู้นำโลกป่วยหลังร่วมประชุม BRICS

รัฐบาลอินเดียปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่ารายงานที่ระบุว่าผู้นำโลกหลายคนล้มป่วยหลังการประชุม BRICS ที่กรุงนิวเดลีนั้นเป็น 'ข่าวปลอม'

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงการต่างประเทศอินเดียปฏิเสธข่าวผู้นำโลกป่วยหลังร่วมประชุม BRICS

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงการต่างประเทศอินเดียปฏิเสธข่าวผู้นำโลกป่วยหลังร่วมประชุม BRICS

รัฐบาลอินเดียปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่ารายงานที่ระบุว่าผู้นำโลกหลายคนล้มป่วยหลังการประชุม BRICS ที่กรุงนิวเดลีนั้นเป็น 'ข่าวปลอม'

ตามรายงานจาก Matichon Online กระทรวงการต่างประเทศอินเดียได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่แพร่กระจายทางออนไลน์อย่างเป็นทางการว่ามีผู้นำโลกหลายคนล้มป่วยหลังจากเข้าร่วมการประชุม BRICS ที่กรุงนิวเดลี โดยทางกระทรวงระบุว่ารายงานดังกล่าวเป็น 'ข่าวปลอม' เพื่อสยบข่าวลือที่เริ่มแพร่สะพัดเกี่ยวกับสถานะสุขภาพของคณะผู้แทนจากนานาประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในประเทศไทย หรือผู้ที่วางแผนจะเดินทางมายังภูมิภาคนี้ การชี้แจงนี้มีความสำคัญเนื่องจากช่วยให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการทูตระหว่างประเทศและเสถียรภาพในภูมิภาค ข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับสุขภาพของบุคคลสำคัญทางการเมืองมักนำไปสู่ความกังวลของสาธารณชนโดยไม่จำเป็น หรือการคาดเดาเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและระเบียบการเดินทาง

จนถึงขณะนี้ รัฐบาลอินเดียยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของข่าวลือดังกล่าว และยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากประเทศที่เข้าร่วมประชุมที่บ่งชี้ว่ามีเหตุการณ์ด้านสุขภาพเกิดขึ้นระหว่างการประชุม ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามข้อมูลจากช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการต่อไปเพื่อรับทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางการทูต แม้ว่าทางการอินเดียจะระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ก่อนที่จะสรุปผลเกี่ยวกับเหตุการณ์ระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:50 UTC

เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยแจงปมคดีฮั้ว สว. ยันเป็นขบวนการจ้องทำลาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยแจงปมคดีฮั้ว สว. ยันเป็นขบวนการจ้องทำลาย

นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว. โดยระบุว่าเป็นความพยายามที่ประสานงานกันเพื่อทำลายพรรคของเขา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยแจงปมคดีฮั้ว สว. ยันเป็นขบวนการจ้องทำลาย

แหล่งข่าวเดียว
เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยแจงปมคดีฮั้ว สว. ยันเป็นขบวนการจ้องทำลาย

นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว. โดยระบุว่าเป็นความพยายามที่ประสานงานกันเพื่อทำลายพรรคของเขา

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบโต้กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ดำเนินคดีกับพรรคในประเด็นกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยนายไชยชนกกล่าวว่าตนรู้สึกปกติและยืนยันว่าพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการที่จ้องทำลายชื่อเสียงของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติสำหรับพรรคการเมืองอันดับต้นๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา แม้ว่า กกต. จะไม่ได้ชี้มูลความผิดต่อพรรคในกรณีนี้ แต่ท่าทีของผู้นำพรรคบ่งชี้ว่าความตึงเครียดทางการเมืองยังคงอยู่ในระดับสูง จนถึงขณะนี้ นายไชยชนกยืนยันว่ายังไม่ได้หารือเรื่องนี้กับนายเนวิน ชิดชอบ หรือนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีข้อพิพาททางกฎหมายหรือการสอบสวนเพิ่มเติมจากกลุ่มการเมืองอื่นหรือหน่วยงานตรวจสอบอิสระเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือก สว. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามสื่อท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อดูว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองเหล่านี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพทางนิติบัญญัติหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:20 UTC

ชัยชนก ชิดชอบ แสดงความเห็นต่อการตรวจสอบคดีเลือก สว. ของ กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชัยชนก ชิดชอบ แสดงความเห็นต่อการตรวจสอบคดีเลือก สว. ของ กกต.

ชัยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวถึงการตรวจสอบคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ยังคงดำเนินการอยู่โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชัยชนก ชิดชอบ แสดงความเห็นต่อการตรวจสอบคดีเลือก สว. ของ กกต.

แหล่งข่าวเดียว
ชัยชนก ชิดชอบ แสดงความเห็นต่อการตรวจสอบคดีเลือก สว. ของ กกต.

ชัยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวถึงการตรวจสอบคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ยังคงดำเนินการอยู่โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายชัยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าเขาไม่ได้คาดหวังให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งรัดการพิจารณา 3 สำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา เมื่อถูกถามถึงการจัดการของ กกต. ต่อข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือก สว. นายชัยชนกมองว่าเป็นเรื่องปกติ

นายชัยชนกยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับบรรยากาศทางการเมือง โดยระบุว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคการเมืองอันดับหนึ่งจะตกเป็นเป้าหมายหลักของการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชน เขายังแสดงท่าทีเฉยเมยต่อการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่และความสนใจของสาธารณชนที่มีต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับกระบวนการทางนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่าการสอบสวนเหล่านี้จะมุ่งเน้นไปที่กลไกภายในของการคัดเลือก สว. แต่ก็สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมทางการเมืองในวงกว้างที่รัฐบาลปัจจุบันกำลังดำเนินงานอยู่ จนถึงขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดใน 3 สำนวนคดีดังกล่าว ส่วนการสอบสวนเหล่านี้จะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางบริหารหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามกรอบเวลาของ กกต. ในการสรุปผลการสอบสวนเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:31 UTC

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาแสดงความกังวลต่อภาวะชะงักงันของบอร์ด กสทช.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาแสดงความกังวลต่อภาวะชะงักงันของบอร์ด กสทช.

คณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภากำลังเร่งแก้ไขปัญหาความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นกับแผนแม่บทด้านสื่อของไทย อันเนื่องมาจากความไม่มั่นคงภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

คณะกรรมาธิการวุฒิสภาแสดงความกังวลต่อภาวะชะงักงันของบอร์ด กสทช.

แหล่งข่าวเดียว
คณะกรรมาธิการวุฒิสภาแสดงความกังวลต่อภาวะชะงักงันของบอร์ด กสทช.

คณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภากำลังเร่งแก้ไขปัญหาความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นกับแผนแม่บทด้านสื่อของไทย อันเนื่องมาจากความไม่มั่นคงภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 คณะอนุกรรมาธิการกิจการกระจายเสียงของวุฒิสภาได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานะการดำเนินงานในปัจจุบันของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมาธิการเกรงว่าภาวะชะงักงันที่เกิดขึ้นภายในคณะกรรมการอาจส่งผลกระทบต่อแผนแม่บทด้านสื่อของประเทศ และส่งผลเสียต่อความมั่นคงในวิชาชีพสื่อในประเทศไทย

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ คณะอนุกรรมาธิการกำลังเตรียมเสนอแนวทาง 3 ประการเพื่อสร้างความมั่นใจในความต่อเนื่องของการดำเนินงานด้านสื่อและมาตรฐานวิชาชีพ แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะของข้อเสนอทั้งสามยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีต่อสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่กำกับดูแลภาคการกระจายเสียงของประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและการกระจายเสียง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อบริการอินเทอร์เน็ตและโทรทัศน์ ความล่าช้าใดๆ ในแผนแม่บทของคณะกรรมการอาจนำไปสู่ความล่าช้าในการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานหรือการเปลี่ยนแปลงในการกำกับดูแลบริการดิจิทัล ในขณะนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวทางที่วุฒิสภาเสนอจะได้รับการตอบรับอย่างไรจาก กสทช. และจะมีมาตรการทางกฎหมายใดตามมาเพื่อแก้ไขภาวะทางตันของบอร์ดในปัจจุบัน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:31 UTC

รัฐมนตรีไชยชนกแจงกรณีข้อกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีไชยชนกแจงกรณีข้อกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปฏิเสธแรงกดดันทางการเมือง โดยยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังถูกเพ่งเล็งในฐานะพรรคการเมืองหลัก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีไชยชนกแจงกรณีข้อกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีไชยชนกแจงกรณีข้อกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปฏิเสธแรงกดดันทางการเมือง โดยยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังถูกเพ่งเล็งในฐานะพรรคการเมืองหลัก

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาเกี่ยวกับกระแสการตรวจสอบทางการเมืองในปัจจุบัน โดยมีรายงานเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย

นายไชยชนกกล่าวว่าตนไม่ได้รู้สึกกังวลต่อการตรวจสอบดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นเรื่องปกติที่พรรคการเมืองอันดับ 1 ที่มีความเข้มแข็งและมีเสถียรภาพจะตกเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมชี้ว่ามีความพยายามจากบางกลุ่มที่ต้องการบั่นทอนพรรคภูมิใจไทย สำหรับการสืบสวนและการเปิดเผยข้อมูลโดยพรรคประชาชนและไอลอว์นั้น รัฐมนตรีระบุว่าตนไม่มีความเห็นเฉพาะเจาะจงต่อการกระทำดังกล่าว โดยระบุว่ายังไม่ได้หารือเรื่องนี้กับแกนนำพรรคหรือนายกรัฐมนตรี และระบุว่าจำเป็นต้องปรึกษาหารือกับผู้อื่นก่อนตัดสินใจว่าจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเหล่านี้หรือไม่

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในแวดวงนิติบัญญัติของไทย แม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะจำกัดอยู่เพียงการเคลื่อนไหวทางการเมืองและไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริการสาธารณะในชีวิตประจำวันหรือความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ก็สะท้อนถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะดำเนินการอย่างไรกับสำนวนคดีดังกล่าว และพรรคภูมิใจไทยจะมีการตอบโต้ทางกฎหมายอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:12 UTC

นายกฯ อนุทิน รับฟังรายงานผลการประชุม UNCLOS นัดแรก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน รับฟังรายงานผลการประชุม UNCLOS นัดแรก

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้พบกับรองนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เพื่อหารือเกี่ยวกับผลลัพธ์เบื้องต้นของการประชุม UNCLOS

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน รับฟังรายงานผลการประชุม UNCLOS นัดแรก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน รับฟังรายงานผลการประชุม UNCLOS นัดแรก

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้พบกับรองนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เพื่อหารือเกี่ยวกับผลลัพธ์เบื้องต้นของการประชุม UNCLOS

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ ในระหว่างการเยือน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำคณะเข้าพบเพื่อรายงานผลการประชุมนัดแรกเกี่ยวกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

ตามรายงานของ Thai Post การบรรยายสรุปนี้ถือเป็นการเริ่มต้นการหารืออย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความร่วมมือของประเทศไทยภายใต้ระเบียบการของ UNCLOS สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการจัดการเขตแดนทางทะเลและความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายทางทะเลในระดับภูมิภาคและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในน่านน้ำไทย

แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในวาระทางการทูตของไทย แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุมนัดแรกนี้ยังคงมีจำกัด ยังไม่มีความชัดเจนว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายใดที่จะตามมาจากการหารือเบื้องต้นเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงว่าการหารือทางทะเลเหล่านี้จะส่งผลต่อการกำกับดูแลทางทะเลหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอย่างไรในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:20 UTC

ข้อกังวลเรื่องความล่าช้าในคดี 'บอส' อยู่วิทยา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลเรื่องความล่าช้าในคดี 'บอส' อยู่วิทยา

ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส. ฝ่ายค้าน วิจารณ์นายกรัฐมนตรีที่เลื่อนการตอบกระทู้ถามในสภาเกี่ยวกับคดีขับรถชนของ 'บอส' อยู่วิทยา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลเรื่องความล่าช้าในคดี 'บอส' อยู่วิทยา

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลเรื่องความล่าช้าในคดี 'บอส' อยู่วิทยา

ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส. ฝ่ายค้าน วิจารณ์นายกรัฐมนตรีที่เลื่อนการตอบกระทู้ถามในสภาเกี่ยวกับคดีขับรถชนของ 'บอส' อยู่วิทยา

ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส. ฝ่ายค้าน ได้วิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีอย่างเปิดเผยกรณีเลื่อนการตอบกระทู้ถามสดในสภาเกี่ยวกับคดีขับรถชนที่เป็นที่จับตามองของ 'บอส' อยู่วิทยา โดยธีรัจชัยเน้นย้ำว่าอายุความของคดีนี้กำลังใกล้จะหมดลง โดยเหลือเวลาอีกเพียง 351 วันเท่านั้น

ในระหว่างการอภิปราย ธีรัจชัยแสดงความไม่พอใจต่อการจัดการเรื่องนี้ของรัฐบาล โดยระบุว่าความล่าช้าดังกล่าวตอกย้ำภาพลักษณ์ความไม่เท่าเทียมในกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยเฉพาะความรู้สึกที่ว่าคุกมีไว้ขังคนจน คดีของ 'บอส' อยู่วิทยาเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดมานานหลายปี ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องความประมาทและความไม่โปร่งใสในขั้นตอนต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมและหลักนิติธรรมในประเทศไทย แม้ว่าคดีนี้จะเป็นเรื่องทางกฎหมายภายในประเทศ แต่ก็ยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการสนทนาของสาธารณชนที่สะท้อนถึงความกังวลทางสังคมในวงกว้างเกี่ยวกับความรับผิดชอบ ขณะนี้ยังคงต้องติดตามว่านายกรัฐมนตรีจะให้คำตอบต่อสภาเมื่อใด และจะมีมาตรการเฉพาะเจาะจงใดๆ หรือไม่ในการจัดการกับระยะเวลาที่เหลือของอายุความ สถานการณ์ดังกล่าวยังคงได้รับการติดตามโดยสื่อท้องถิ่นและผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 07:12 UTC

Gracz จับมือกระทรวงสาธารณสุขสร้างต้นแบบลดความเสี่ยงจากไมโครพลาสติก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

Gracz จับมือกระทรวงสาธารณสุขสร้างต้นแบบลดความเสี่ยงจากไมโครพลาสติก

Gracz ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ของไทยได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพัฒนาต้นแบบที่มุ่งลดการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกในบรรจุภัณฑ์อาหาร

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

Gracz จับมือกระทรวงสาธารณสุขสร้างต้นแบบลดความเสี่ยงจากไมโครพลาสติก

แหล่งข่าวเดียว
Gracz จับมือกระทรวงสาธารณสุขสร้างต้นแบบลดความเสี่ยงจากไมโครพลาสติก

Gracz ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ของไทยได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพัฒนาต้นแบบที่มุ่งลดการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกในบรรจุภัณฑ์อาหาร

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 มติชนออนไลน์รายงานว่า บริษัท Gracz ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ของไทยได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อสร้างต้นแบบบรรจุภัณฑ์อาหารใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การพัฒนานี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความพยายามเชิงรุกของทั้งภาครัฐและเอกชนในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ในขณะที่ไมโครพลาสติกกลายเป็นประเด็นกังวลระดับโลก การนำทางเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยกว่าและอาจมีความยั่งยืนมากขึ้นมาใช้ อาจส่งผลต่อคุณภาพของวัสดุที่ใช้ในร้านอาหารและร้านขายอาหารริมทางทั่วประเทศ

แม้ว่าความร่วมมือนี้จะเป็นก้าวที่เป็นทางการในการจัดการกับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำหนดการสำหรับการผลิตจำนวนมากของบรรจุภัณฑ์ใหม่เหล่านี้ วัสดุเฉพาะที่ใช้ในต้นแบบ และช่วงเวลาที่ผู้บริโภคจะได้เห็นผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในตลาดทั่วไปนั้นยังไม่มีการเปิดเผย ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกระทรวงสาธารณสุขเมื่อโครงการมีความคืบหน้าจากระยะต้นแบบไปสู่การประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:51 UTC

สส.เพื่อไทย จี้ 'เอกนิติ' เร่งจ่ายเงินค้างจ่ายชาวนา 1.8 พันล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส.เพื่อไทย จี้ 'เอกนิติ' เร่งจ่ายเงินค้างจ่ายชาวนา 1.8 พันล้านบาท

สส.พรรคเพื่อไทยออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เกี่ยวกับเงินค้างจ่ายให้แก่ชาวนาสำหรับปีงบประมาณ 2568 เป็นจำนวนกว่า 1.8 พันล้านบาท

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส.เพื่อไทย จี้ 'เอกนิติ' เร่งจ่ายเงินค้างจ่ายชาวนา 1.8 พันล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
สส.เพื่อไทย จี้ 'เอกนิติ' เร่งจ่ายเงินค้างจ่ายชาวนา 1.8 พันล้านบาท

สส.พรรคเพื่อไทยออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เกี่ยวกับเงินค้างจ่ายให้แก่ชาวนาสำหรับปีงบประมาณ 2568 เป็นจำนวนกว่า 1.8 พันล้านบาท

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โดยกล่าวหาว่าการกระทำของเขาบั่นทอนขวัญกำลังใจของชาวนาไทย ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทนี้เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจำนวนประมาณ 1.8 พันล้านบาทที่ยังคงค้างจ่ายสำหรับปีงบประมาณ 2568

นายนพพลได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเคลียร์หนี้สินค้างจ่ายเหล่านี้เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินตามที่ได้รับสัญญาไว้ สส.รายนี้ให้เหตุผลว่าความล่าช้าในการดำเนินการจ่ายเงินดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนโดยไม่จำเป็นแก่ชุมชนเกษตรกร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ที่สนใจในเศรษฐกิจภาคการเกษตรของไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางการคลังที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในโครงการอุดหนุนของรัฐบาล แม้ว่าภาคเกษตรกรรมจะเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทย แต่ความล่าช้าในการจ่ายเงินเช่นนี้อาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นในจังหวัดต่างๆ

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลมีแผนอย่างไรในการจัดหาเงินทุนเพื่อชำระหนี้จำนวน 1.8 พันล้านบาท และจะมีกรอบเวลาที่ชัดเจนอย่างไรสำหรับการเบิกจ่าย ทั้งนี้ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการจากนายเอกนิติหรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกลไกเฉพาะในการแก้ไขปัญหาหนี้ค้างจ่ายดังกล่าว ณ เวลาที่รายงานข่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:51 UTC

กัมพูชารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณชายแดนช่องสะงำ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กัมพูชารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณชายแดนช่องสะงำ

หลังจากมีการประท้วงทางการทูตจากฝ่ายไทย กองกำลังกัมพูชาได้รื้อถอนลวดหนามและกลบคูน้ำบริเวณเนิน 450 ใกล้ด่านผ่านแดนช่องสะงำแล้ว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กัมพูชารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณชายแดนช่องสะงำ

แหล่งข่าวเดียว
กัมพูชารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณชายแดนช่องสะงำ

หลังจากมีการประท้วงทางการทูตจากฝ่ายไทย กองกำลังกัมพูชาได้รื้อถอนลวดหนามและกลบคูน้ำบริเวณเนิน 450 ใกล้ด่านผ่านแดนช่องสะงำแล้ว

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กองทัพบกไทยยืนยันว่าทางการกัมพูชาได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบริเวณชายแดนที่ไม่ได้รับอนุญาต กิจกรรมดังกล่าวซึ่งรวมถึงการติดตั้งลวดหนามและการขุดคูน้ำใกล้เนิน 450 ที่ด่านผ่านแดนช่องสะงำในจังหวัดศรีสะเกษ ได้ก่อให้เกิดการคัดค้านอย่างเป็นทางการจากฝ่ายไทย

ภายหลังการดำเนินการทางการทูตดังกล่าว มีรายงานว่ากองกำลังกัมพูชาได้กลบคูน้ำและรื้อถอนรั้วลวดหนามออกแล้ว พื้นที่นี้ถือเป็นจุดที่มีความละเอียดอ่อนในประเด็นการปักปันเขตแดนมาโดยตลอด และการแก้ไขปัญหาเหตุการณ์เฉพาะหน้านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพในบริเวณใกล้เคียงกับด่านผ่านแดน

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ พัฒนาการนี้บ่งชี้ว่าด่านผ่านแดนยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากทั้งสองประเทศ แม้ว่าสิ่งกีดขวางทางกายภาพจะถูกกำจัดออกไปแล้ว แต่สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความละเอียดอ่อนของพื้นที่ชายแดน นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ช่องสะงำควรตระหนักว่านโยบายชายแดนและการเข้าถึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามความสัมพันธ์ทวิภาคี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อตกลงการปักปันเขตแดนระยะยาวเพิ่มเติม และผู้สังเกตการณ์กำลังรอติดตามว่าจะมีหารือทางการทูตเพิ่มเติมเพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ในอนาคตหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:52 UTC

การอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับงบประมาณกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับงบประมาณกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ส.ส. ฝ่ายค้าน ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ได้วิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลสำหรับปีงบประมาณ 2570 โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับงบประมาณกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

แหล่งข่าวเดียว
การอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับงบประมาณกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ส.ส. ฝ่ายค้าน ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ได้วิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลสำหรับปีงบประมาณ 2570 โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ในระหว่างการพิจารณางบประมาณปี 2570 ส.ส. ฝ่ายค้าน ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ได้วิพากษ์วิจารณ์ลำดับความสำคัญทางการเงินของรัฐบาลต่อสาธารณะ ตามรายงานของ Thai Post รักชนกโต้แย้งว่าในขณะที่รัฐบาลสามารถระบุการตัดลดงบประมาณได้มากกว่า 11,000 ล้านบาท แต่กลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดดุล 7,000 ล้านบาทที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กำลังเผชิญอยู่ได้

รักชนกมองว่าการตัดสินใจของรัฐบาลที่ไม่จัดสรรเงินเพิ่มเติมให้กับ กยศ. นั้นเป็นการกระทำที่ขาดความเห็นอกเห็นใจ โดยเสนอว่ารัฐบาลกำลังบริหารจัดการทรัพยากรทางการคลังอย่างไม่เหมาะสม ในการตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ภราดร ปริศนานันทกุล ได้ปกป้องจุดยืนของรัฐบาลโดยระบุว่ารัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งแก้ไขปัญหาด้านเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การอภิปรายนี้เน้นย้ำถึงการหารืออย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการจัดการทางการคลังของประเทศไทยและความยั่งยืนของระบบสนับสนุนการศึกษาของรัฐ แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่าการศึกษายังคงเป็นสิ่งสำคัญ แต่กลไกเฉพาะในการจัดการกับการขาดดุลทางการเงินของ กยศ. ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ารัฐบาลตั้งใจจะปิดช่องว่างงบประมาณ 7,000 ล้านบาทนี้อย่างไร หรือจะมีการเสนอการปรับเปลี่ยนงบประมาณปี 2570 เพิ่มเติมเพื่อตอบสนองความต้องการของกองทุนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:40 UTC

กรณ์ จาติกวณิช วิจารณ์รัฐบาลและ ก.ล.ต. กรณีความล่าช้าด้านกฎระเบียบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรณ์ จาติกวณิช วิจารณ์รัฐบาลและ ก.ล.ต. กรณีความล่าช้าด้านกฎระเบียบ

กรณ์ จาติกวณิช ได้วิจารณ์รัฐบาลไทยและ ก.ล.ต. เกี่ยวกับการเพิกเฉยในการกำกับดูแล โดยชี้ว่าแรงกดดันจากสหรัฐฯ กำลังเพิ่มมากขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรณ์ จาติกวณิช วิจารณ์รัฐบาลและ ก.ล.ต. กรณีความล่าช้าด้านกฎระเบียบ

แหล่งข่าวเดียว
กรณ์ จาติกวณิช วิจารณ์รัฐบาลและ ก.ล.ต. กรณีความล่าช้าด้านกฎระเบียบ

กรณ์ จาติกวณิช ได้วิจารณ์รัฐบาลไทยและ ก.ล.ต. เกี่ยวกับการเพิกเฉยในการกำกับดูแล โดยชี้ว่าแรงกดดันจากสหรัฐฯ กำลังเพิ่มมากขึ้น

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 Matichon Online รายงานว่า กรณ์ จาติกวณิช ได้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างรุนแรง โดยกรณ์เปรียบเทียบหน่วยงานเหล่านี้ว่าไม่มีประสิทธิภาพหรือเป็น "เป็ดง่อย" ในด้านการกำกับดูแล เขาตั้งข้อสังเกตว่าการขาดการดำเนินการที่เด็ดขาดได้กระตุ้นให้สหรัฐอเมริกาเข้ามาแทรกแซงโดยตรง โดยมีรายงานว่าสหรัฐฯ อาจกำลังเตรียมคว่ำบาตรหน่วยงาน 28 แห่ง

กรณ์ตั้งคำถามถึงสาเหตุของความล่าช้าในการบังคับใช้กฎระเบียบ โดยตั้งข้อสงสัยอย่างเปิดเผยว่ามีการแทรกแซงทางการเมืองเพื่อปกป้องบางฝ่ายจากการตรวจสอบหรือไม่ เขาโต้แย้งว่าความล้มเหลวของหน่วยงานไทยในการดำเนินการอย่างอิสระได้บีบให้ผู้เล่นระดับนานาชาติต้องเข้ามาแทรกแซง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อชื่อเสียงด้านกฎระเบียบของประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงช่วงเวลาของความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ แม้จะยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน แต่แนวโน้มของการคว่ำบาตรจากนานาชาติอาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางการเงินหรือการดำเนินธุรกิจในท้องถิ่น ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่ารัฐบาลหรือ ก.ล.ต. จะออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหาเรื่องความประมาทเลินเล่อและการปกป้องทางการเมืองหรือไม่ นอกจากนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการคว่ำบาตรที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางการไทย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:30 UTC

ข้อกังวลในสภาฯ กรณีงบกองทุน กยศ. ติดลบ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลในสภาฯ กรณีงบกองทุน กยศ. ติดลบ

สส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาการขาดดุลงบประมาณ 7 พันล้านบาทในกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งสร้างความกังวลต่ออนาคตทางการเงินของนักศึกษา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลในสภาฯ กรณีงบกองทุน กยศ. ติดลบ

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลในสภาฯ กรณีงบกองทุน กยศ. ติดลบ

สส. ฝ่ายค้าน รักชนก ศรีนอก ตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาการขาดดุลงบประมาณ 7 พันล้านบาทในกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งสร้างความกังวลต่ออนาคตทางการเงินของนักศึกษา

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไทย นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดถึงรัฐบาลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยระบุว่ากองทุนกำลังประสบปัญหาขาดดุลถึง 7 พันล้านบาท ส่งผลให้นักศึกษาจำนวนมากไม่มีความมั่นใจว่าจะได้รับเงินสนับสนุนค่าเทอมอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ตามรายงานระบุว่ามหาวิทยาลัยบางแห่งได้ขู่ว่าจะไม่อนุญาตให้นักศึกษาเรียนต่อเนื่องจาก กยศ. ยังไม่ได้โอนเงินค่าเทอมให้

ในการนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ตอบชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าจากจำนวนผู้กู้ยืม 3.6 ล้านคน มีเพียง 1 ล้านคนเท่านั้นที่กำลังผ่อนชำระหนี้คืน พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งติดตามหนี้จากผู้ที่มีรายได้แต่ยังไม่ได้ชำระคืน

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาไทย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นคงที่อาจเกิดขึ้นในการสนับสนุนทางการเงินแก่นักศึกษา แม้รัฐบาลจะรับทราบถึงปัญหาการชำระหนี้คืน แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีมาตรการเฉพาะเจาะจงอย่างไรในการแก้ไขปัญหาการขาดดุล 7 พันล้านบาท เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาปัจจุบันจะไม่ถูกตัดสิทธิ์จากการเรียน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความตึงเครียดระหว่างความยั่งยืนของกองทุนและความต้องการเร่งด่วนของนักศึกษา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:31 UTC

ข้อเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ เรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อลดภาระทางการเงินของผู้ให้บริการสาธารณูปโภคของรัฐ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข้อเรียกร้องให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ เรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อลดภาระทางการเงินของผู้ให้บริการสาธารณูปโภคของรัฐ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้อภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้าในปัจจุบันของรัฐบาล โดยระบุว่ารัฐบาลกำลังอุดหนุนค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกสำหรับครัวเรือนในอัตราไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ซึ่งใช้งบประมาณกว่า 12,000 ล้านบาท ควบคู่ไปกับโครงการมูลค่า 18,000 ล้านบาทในการนำค่าไฟฟ้าส่องสว่างตามถนนออกจากบิลค่าไฟฟ้าของประชาชน

นายอรรถวิชช์แสดงความกังวลว่าการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กำลังประสบปัญหาในการแบกรับต้นทุนเหล่านี้ เขาได้เรียกร้องให้กระทรวงพลังงานดำเนินการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นมาตรการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเคยกล่าวถึงแต่ยังไม่มีความชัดเจนหรือกำหนดการที่แน่นอน โดยเขาระบุว่าหากไม่มีการปรับอัตราดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดภาระทางการเงินในระยะยาวต่อการไฟฟ้าของรัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายจ่ายสาธารณะ

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การอภิปรายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการต้นทุนพลังงานและมาตรการอุดหนุนของประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะเริ่มใช้มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนตั้งแต่เดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป แต่กำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการปรับอัตราค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:32 UTC

ข้อกังวลต่อแผนเช่ารถขยะไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อกังวลต่อแผนเช่ารถขยะไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครแสดงความคัดค้านอย่างรุนแรงต่อแผนการเช่ารถขยะไฟฟ้าของเมือง โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อโครงสร้างพื้นฐาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อกังวลต่อแผนเช่ารถขยะไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร

แหล่งข่าวเดียว
ข้อกังวลต่อแผนเช่ารถขยะไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร

สมาชิกสภากรุงเทพมหานครแสดงความคัดค้านอย่างรุนแรงต่อแผนการเช่ารถขยะไฟฟ้าของเมือง โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อโครงสร้างพื้นฐาน

นาย 'เฮียล้าน' สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ได้ออกมาคัดค้านแผนการเช่ารถขยะไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร (กทม.) อย่างเปิดเผย ตามรายงานของมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 โดยสมาชิกสภาผู้นี้ได้แสดงความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับระบบโลจิสติกส์ในการดำเนินงานของโครงการนี้

ข้อกังวลหลักที่หยิบยกขึ้นมาคือความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการบำรุงรักษาและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสถานีชาร์จ เฮียล้านโต้แย้งว่าหากเมืองจะดำเนินการตามแผนการเช่านี้ ในข้อกำหนดการจ้างงาน (TOR) จะต้องระบุให้ชัดเจนว่าผู้รับเหมาเอกชนจะต้องรับผิดชอบเต็มรูปแบบในการติดตั้งและดำเนินงานสถานีชาร์จที่จำเป็น สมาชิกสภาได้ตั้งคำถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหากรถเกิดปัญหาในการใช้งานหรือปัญหาด้านการชาร์จภายใต้กรอบที่เสนอในปัจจุบัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยในเมืองหลวง การถกเถียงนี้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในการบูรณาการเทคโนโลยีสีเขียวเข้ากับบริการของเทศบาล แม้ว่าการเปลี่ยนไปใช้การจัดการขยะด้วยระบบไฟฟ้าจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดมลพิษในเมือง แต่การแทรกแซงของสมาชิกสภาก็ชี้ให้เห็นว่ากลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างของเมืองยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบ ทั้งนี้ยังคงต้องยืนยันว่า กทม. จะมีการแก้ไขข้อกำหนดในการประมูลเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลด้านโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้หรือไม่ หรือแผนการเช่าปัจจุบันจะดำเนินต่อไปตามที่ร่างไว้ในตอนแรก

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 06:10 UTC