ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
เศรษฐกิจ นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง ✦
เศรษฐกิจ Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน ✦
วัฒนธรรม พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค ✦
ความปลอดภัย ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม ✦
ความปลอดภัย เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง ✦
ความปลอดภัย นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ✦
กฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช' ✦
กฎหมาย เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี ✦
เศรษฐกิจ

นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ถึงลอนดอน เดินหน้าหารือเศรษฐกิจระดับสูง

นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อหารือในประเด็นการค้า การลงทุน และบริการด้านการบิน

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้เดินทางถึงกรุงลอนดอนเพื่อเข้าร่วมการหารือที่มีกำหนดการแน่นขนัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการเจรจาระดับสูงกับตัวแทนจากภาคการค้า ภาคธุรกิจ และภาคการลงทุน

นอกจากนี้ วาระการประชุมยังรวมถึงการหารือเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับภาคบริการและอุตสาหกรรมการบิน การหารือเหล่านี้มีความสำคัญต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง เนื่องจากข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในด้านการบินและการค้าอาจส่งผลต่อการเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรในอนาคต รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างที่อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในประเทศไทย

แม้จะมีการยืนยันว่ากำหนดการของนายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นไปที่เสาหลักทางเศรษฐกิจเหล่านี้ แต่ยังไม่มีการประกาศผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจง ข้อตกลงที่ลงนาม หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดจากการประชุมเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการหารือเหล่านี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมหรือข้อเสนอการบริการใหม่ๆ สำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศหรือไม่ SawaLife จะติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการเจรจาทางการทูตเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

เศรษฐกิจ

Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
Asset World Corp เตรียมเปิดตัว REIT มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาท

Asset World Corp (AWC) เตรียมยื่นจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR วันที่ 29 กันยายนนี้ โดยนำสินทรัพย์หลัก 5 แห่งเข้าร่วม

จากรายงานของ Khaosod Online บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมยื่นแบบไฟลิ่งเพื่อจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ใหม่ในชื่อ AWR ในวันที่ 29 กันยายนนี้ โดยบริษัทตั้งเป้านำสินทรัพย์ประเภทฟรีโฮลด์ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยโรงแรม 4 แห่งและอาคารสำนักงานเกรดเอ 1 แห่ง เข้าร่วมกองทรัสต์ โดยมีมูลค่าเริ่มต้นไม่ต่ำกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ AWC เปิดเผยว่า ความคิดริเริ่มนี้มีเป้าหมายเพื่อวางตำแหน่งให้ AWR เป็น REIT ชั้นนำที่เน้นการลงทุนในประเทศไทย 100% โดย AWC จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Sponsor) และมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อให้มั่นใจว่านักลงทุนไทยจะถือครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของกองทรัสต์ นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมแผนงานสำหรับสินทรัพย์อีก 9 แห่งเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรวมกลุ่มและการยกระดับความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของไทย แม้ว่าการยื่นไฟลิ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ AWC แต่การอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดเงื่อนไขและข้อกำหนดเฉพาะของกองทรัสต์

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมและการตอบสนองฉุกเฉิน

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้หน่วยงานคมนาคมทุกแห่งยกระดับการเฝ้าระวังน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคมนาคมทุกแห่งยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม โดยกำชับให้หน่วยงานต่างๆ อยู่ในสถานะเฝ้าระวังสูงสุดเพื่อติดตามความเสี่ยงจากน้ำท่วม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว คำสั่งนี้แสดงถึงความพร้อมที่เพิ่มขึ้นของโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั่วประเทศ แม้ว่ากระทรวงฯ จะมุ่งเน้นการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด แต่ผู้ที่วางแผนเดินทางในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตารางการเดินทางหรือสภาพถนน เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับผลกระทบจากน้ำท่วม ขอแนะนำให้ติดตามข้อมูลอัปเดตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับเส้นทางหรือบริการขนส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่สูงขึ้น

ในขณะนี้ พื้นที่เฉพาะที่ได้รับความสำคัญสำหรับการเข้าช่วยเหลือทันทีและการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของบริการขนส่งที่แน่ชัดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวติดตามข่าวสารผ่านสื่อท้องถิ่นและช่องทางของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าความปลอดภัยและแผนการเดินทางจะไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

วัฒนธรรม

พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

แหล่งข่าวเดียว
พระพยอมเตือนภัยข่าวปลอม อ้างผลิตยาสมุนไพรรักษาทุกโรค

พระพยอม เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาปฏิเสธข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียที่อ้างว่าท่านผลิตยาสมุนไพรรักษาได้ทุกโรค

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ออกมาเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย โดยมีการนำภาพของท่านไปตัดต่อด้วย AI และโฆษณาชวนเชื่อว่าทางวัดผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ได้จนหายขาด ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาที่วัดเพื่อขอยา ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

พระพยอมชี้แจงว่า ท่านเป็นเพียงพระนักเทศน์และนักพัฒนา ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร และทางวัดไม่มีการผลิตยารักษาโรคใดๆ ทั้งสิ้น โดยระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการสร้างเรื่องของกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำให้ประชาชนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ท่านยังเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพมีการแอบอ้างชื่อกระทรวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าปลอม

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ตรวจสอบข้อมูลด้านสุขภาพที่พบในโซเชียลมีเดียอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญทางศาสนาหรือการอ้างสรรพคุณรักษาโรคปาฏิหาริย์ ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่แอบอ้างชื่ออย่างไร ขอให้ประชาชนงดเว้นการเดินทางมาที่วัดเพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ เนื่องจากทางวัดไม่มีบริการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:35 UTC

ความปลอดภัย

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ในโคราชเปิดพื้นที่จอดรถฟรีช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช เปิดพื้นที่จอดรถให้ประชาชนนำรถมาจอดเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น

ในขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่น ตามรายงานของ Thai Post ทั้งเซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช ได้เปิดพื้นที่จอดรถอย่างเป็นทางการเพื่อให้บริการพื้นที่จอดรถฟรีในจุดที่สูงและปลอดภัยสำหรับยานพาหนะของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้ประชาชนปกป้องทรัพย์สินจากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ในขณะที่ระดับน้ำในพื้นที่โดยรอบกำลังเพิ่มสูงขึ้น สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ถือเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บรักษายานพาหนะให้พ้นจากน้ำท่วม

แม้ว่ามาตรการนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถได้ในทันที แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือรายงานนี้เน้นเฉพาะเรื่องความพร้อมของพื้นที่จอดรถเท่านั้น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยติดตามช่องทางข่าวสารท้องถิ่นและประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการปิดถนน ความคืบหน้าของสถานการณ์น้ำท่วม และบริการฉุกเฉินอื่นๆ เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ประชาชนควรตรวจสอบสถานะปัจจุบันของพื้นที่จอดรถเหล่านี้โดยตรงกับฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าก่อนที่จะนำรถไปจอด เนื่องจากความจุอาจมีจำกัดและสภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:18 UTC

ความปลอดภัย

ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
ทางการเร่งระบายน้ำคลองรังสิตเพื่อจัดการความเสี่ยงจากน้ำท่วม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำในพื้นที่คลองรังสิตเพื่อบรรเทาความเสี่ยงที่อาจเกิดน้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กรมชลประทานเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในคลองรังสิต เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว อธิบดีกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและปรับปรุงระบบการจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในเขตพื้นที่รังสิต โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการสะสมของน้ำและเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลนี้ แม้ว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงความสามารถในการระบายน้ำ แต่ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลองควรติดตามการอัปเดตสภาพอากาศในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เทศบาลเกี่ยวกับระดับน้ำ

ในขณะนี้ ประสิทธิภาพของความพยายามในการระบายน้ำเหล่านี้ในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งยังคงต้องรอการยืนยัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมชลประทานเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่ดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

ความปลอดภัย

เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

แหล่งข่าวเดียว
เวทีรับฟังความเห็นสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในบุรีรัมย์ยุติลงด้วยความรุนแรง

เวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกยกเลิกกะทันหันหลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เวทีรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ตำบลหนองปล่อง อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ต้องยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรง ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ความตึงเครียดเริ่มขึ้นระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการประมาณ 800 คน กับสมาชิกกลุ่ม “โอโซนรักบ้านเกิด อ.ชำนิ” ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการมาโดยตลอดเนื่องจากความกังวลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อผู้เข้าร่วมเริ่มขว้างปาก้อนหินและก้อนดินใส่กันบริเวณหน้าเวที แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองร้อยควบคุมฝูงชนจะพยายามเข้าห้ามปราม แต่เหตุการณ์ก็บานปลายจนเกิดความโกลาหล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างน้อย 1 รายจากการถูกของแข็ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรวมถึงนายอำเภอนางรองและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนางรองได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ แต่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงตัดสินใจยุติเวทีดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสการคัดค้านโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความรุนแรงจะยุติลงแล้ว แต่อนาคตของโครงการยังคงมีความไม่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าเวทีรับฟังความคิดเห็นจะถูกจัดขึ้นใหม่เมื่อใด หรือทางการจะมีมาตรการอย่างไรในการจัดการกับข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะขนาดใหญ่หรือการประชุมชุมชนที่มีความตึงเครียด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:17 UTC

ความปลอดภัย

นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สั่งการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานรัฐเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน โดยเน้นย้ำความพร้อมของแผนอพยพและเครื่องสูบน้ำ

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกคำสั่งจากต่างประเทศ โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน คำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าแผนการอพยพมีความพร้อมอย่างเต็มที่ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เครื่องสูบน้ำ ต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และพร้อมสำหรับการนำไปติดตั้งใช้งานทันที

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังกำหนดให้บุคลากรที่จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น มาตรการเชิงรุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ประกาศนี้ถือเป็นการเตือนให้ติดตามรายงานสภาพอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหากสถานการณ์เลวร้ายลง แม้ว่ารัฐบาลกำลังระดมทรัพยากรเพื่อจัดการกับเหตุฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องกับน้ำ แต่ในคำสั่งเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าภูมิภาคใดมีความเสี่ยงสูงสุด ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเตรียมการเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติในระดับจังหวัดอย่างไร และพื้นที่ใดจะได้รับความสำคัญในการจัดสรรอุปกรณ์ ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยควรติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับคำเตือนสภาพอากาศและขั้นตอนความปลอดภัยในพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

กฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

แหล่งข่าวเดียว
ศาลอุทธรณ์ไทยยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'แดเนียล ซานโช'

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนยันคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ในคดีฆาตกรรมนายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา เมื่อปี 2023

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้อ่านคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยยืนตามคำพิพากษาเดิมให้จำคุกตลอดชีวิต นายแดเนียล ซานโช บรอนชาโล ชาวสเปน ซึ่งถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและปิดบังซ่อนเร้นศพ นายเอ็ดวิน อาร์เรียตา อาร์เตอากา ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวโคลอมเบีย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะพะงันเมื่อปี 2023

ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำร้องอุทธรณ์ของทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ ส่งผลให้คำพิพากษาเดิมยังคงมีผลบังคับใช้ คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อต่างประเทศเนื่องจากตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและลักษณะของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว คำพิพากษานี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในคดีที่สื่อต่างประเทศติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอาญาของไทยอย่างเคร่งครัดในคดีความรุนแรง แม้ว่าคำตัดสินของศาลอุทธรณ์จะทำให้คดีมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายจำเลยจะยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาของประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเตือนให้นักท่องเที่ยวในประเทศไทยทราบว่าประเทศมีมาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดต่อการกระทำความผิดทางอาญา และกระบวนการยุติธรรมในท้องถิ่นจะถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาอังกฤษ

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:15 UTC

กฎหมาย

เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

แหล่งข่าวเดียว
เจ้าหน้าที่ไทยรวบตัวบุคคลโพสต์คลิปอนาจารเด็กชายวัย 16 ปี

ตำรวจจับกุมผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ฐานลักลอบขายคลิปวิดีโออนาจารเด็กชายวัย 16 ปีผ่านกลุ่มลับ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้จับกุมบุคคลข้ามเพศรายหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้บัญชี X (ทวิตเตอร์เดิม) ในการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าได้ถ่ายคลิปวิดีโอขณะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กชายวัย 16 ปี และนำไปขายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลับที่มีการเรียกเก็บเงิน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามการแสวงหาประโยชน์จากผู้เยาว์และการเผยแพร่สื่อลามกผิดกฎหมาย การจับกุมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลทางกฎหมายที่รุนแรงเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็กตามกฎหมายไทย

เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงข้อหาเฉพาะที่ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญในชั้นศาลและขอบเขตทั้งหมดของเครือข่ายการเผยแพร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของผู้เสียหายหรือระยะเวลาที่ผู้ต้องหาได้กระทำการดังกล่าว ประชาชนควรตระหนักถึงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลในท้องถิ่น และรายงานกิจกรรมออนไลน์ที่น่าสงสัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 12:16 UTC

รัฐบาลไทยพร้อมรับมือหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยพร้อมรับมือหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าคณะรัฐมนตรีพร้อมชี้แจงหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยพร้อมรับมือหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยพร้อมรับมือหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าคณะรัฐมนตรีพร้อมชี้แจงหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้าน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน โดยนายภราดรระบุว่าขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดหรือประเด็นทางกฎหมายที่ฝ่ายค้านจะนำมาใช้ในการอภิปราย อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าสมาชิกคณะรัฐมนตรีทุกคนพร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าการอภิปรายดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติในประเทศไทย แต่ก็มักนำไปสู่การถกเถียงในที่สาธารณะและการตรวจสอบจากสื่อมวลชนที่เข้มข้นขึ้น ในขณะนี้ฝ่ายค้านยังไม่ได้ยื่นญัตติอย่างเป็นทางการ และเหตุผลเฉพาะเจาะจงสำหรับการตั้งคำถามยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองอาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายค้านจะดำเนินการยื่นญัตติอย่างเป็นทางการหรือไม่ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การบริการสาธารณะ หรือการเดินทางภายในประเทศแต่อย่างใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:46 UTC

iLaw เปิดเผยคำให้การเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการเลือกสว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

iLaw เปิดเผยคำให้การเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการเลือกสว.

พยานให้การว่ามีการจัดกลุ่มผู้สมัครสว.เข้ากลุ่มเฉพาะ ทำให้เกิดการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

iLaw เปิดเผยคำให้การเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการเลือกสว.

แหล่งข่าวเดียว
iLaw เปิดเผยคำให้การเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการเลือกสว.

พยานให้การว่ามีการจัดกลุ่มผู้สมัครสว.เข้ากลุ่มเฉพาะ ทำให้เกิดการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง

ตามรายงานของ Thai Post องค์กร iLaw ได้เปิดเผยคำให้การของพยานที่ระบุรหัส '22/26' ชื่อ ขจรศักดิ์ ศรีวิราช โดยพยานอ้างว่าได้รวบรวมผู้สมัครสว.ระดับประเทศประมาณ 30 คน และนำไปรวมกลุ่มกับบุคคลที่ชื่อ เอกราช และ อัษฎางค์

คำให้การระบุว่าการประสานงานนี้เกี่ยวข้องกับการแจกจ่ายรายชื่อหมายเลขผู้สมัครให้กับบุคคลที่ระบุว่าชื่อ สุขสำรวย การเปิดเผยข้อมูลนี้สร้างความสนใจอย่างมากต่อสาธารณชนเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสว.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ปฏิเสธคำให้การดังกล่าวโดยอ้างว่ามีความไม่สอดคล้องกันในข้อมูลที่ให้ไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสทางการเมืองและกลไกของระบบการเลือกตั้งของไทย แม้ว่าข้อกล่าวหาจะชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการจัดตั้งกลุ่มเพื่อมีอิทธิพลต่อองค์ประกอบของวุฒิสภา แต่จุดยืนอย่างเป็นทางการยังคงระบุว่าหลักฐานไม่เพียงพอหรือขัดแย้งกัน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางการจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้หรือไม่ หรือเรื่องจะยุติลงตามการประเมินของกกต.ในปัจจุบัน ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่ออัปเดตเกี่ยวกับความคืบหน้าทางกฎหมายหรือการดำเนินการทางปกครองที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:31 UTC

อนุทินปฏิเสธความเกี่ยวข้องของรัฐบาลกับข้อกล่าวหาฉ้อโกงที่พัวพันอดีตข้าราชการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุทินปฏิเสธความเกี่ยวข้องของรัฐบาลกับข้อกล่าวหาฉ้อโกงที่พัวพันอดีตข้าราชการ

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงจุดยืนว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงที่พัวพันกับอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วรภัค ธันยาวรรธนะ ซึ่งกำลังเตรียมชี้แจงต่อทางการสหรัฐฯ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุทินปฏิเสธความเกี่ยวข้องของรัฐบาลกับข้อกล่าวหาฉ้อโกงที่พัวพันอดีตข้าราชการ

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินปฏิเสธความเกี่ยวข้องของรัฐบาลกับข้อกล่าวหาฉ้อโกงที่พัวพันอดีตข้าราชการ

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงจุดยืนว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงที่พัวพันกับอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วรภัค ธันยาวรรธนะ ซึ่งกำลังเตรียมชี้แจงต่อทางการสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวถึงรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงที่เชื่อมโยงกับอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วรภัค ธันยาวรรธนะ โดยอนุทินระบุว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ และเน้นย้ำว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่อดีตข้าราชการผู้นี้ต้องดำเนินการแก้ไขด้วยตนเอง

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ขณะนี้วรภัค ธันยาวรรธนะ กำลังเตรียมตัวเพื่อชี้แจงข้อมูลต่อทางการสหรัฐอเมริกา โดยอดีตข้าราชการผู้นี้ได้ปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือการฟอกเงินแต่อย่างใด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงทางการเมืองและอยู่ภายใต้การจับตามองจากนานาชาติ แม้ว่ารัฐบาลจะแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่สถานการณ์ยังคงมีความละเอียดอ่อนเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทางกฎหมายจากหน่วยงานต่างประเทศ

สิ่งที่ยังต้องรอการยืนยันคือลักษณะเฉพาะของหลักฐานที่ทางการสหรัฐฯ ถือครองอยู่ และผลลัพธ์ของการหารือระหว่างวรภัคกับหน่วยงานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าการชี้แจงเหล่านี้จะช่วยยุติข้อกล่าวหาหรือนำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายเพิ่มเติม เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมืองและกฎหมายที่ยังคงมีความเคลื่อนไหว ผู้ที่สนใจควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทั้งรัฐบาลไทยและฝ่ายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:30 UTC

เกิดการถกเถียงทางการเมืองเรื่องการปรากฏตัวของ สว. 'สีส้ม' ในประเทศไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เกิดการถกเถียงทางการเมืองเรื่องการปรากฏตัวของ สว. 'สีส้ม' ในประเทศไทย

การถกเถียงในที่สาธารณะในประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการมีอยู่ของกลุ่ม 'สีส้ม' ในวุฒิสภา หลังจากมีการอภิปรายเกี่ยวกับกลุ่มการเมืองอื่นๆ ที่มีการแบ่งสี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เกิดการถกเถียงทางการเมืองเรื่องการปรากฏตัวของ สว. 'สีส้ม' ในประเทศไทย

แหล่งข่าวเดียว
เกิดการถกเถียงทางการเมืองเรื่องการปรากฏตัวของ สว. 'สีส้ม' ในประเทศไทย

การถกเถียงในที่สาธารณะในประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการมีอยู่ของกลุ่ม 'สีส้ม' ในวุฒิสภา หลังจากมีการอภิปรายเกี่ยวกับกลุ่มการเมืองอื่นๆ ที่มีการแบ่งสี

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในวุฒิสภา

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 องค์ประกอบและการสังกัดทางการเมืองของวุฒิสภาไทยยังคงเป็นหัวข้อที่สาธารณชนและสื่อให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับ สว. 'สีน้ำเงิน' และการเกิดขึ้นของกลุ่ม 'พันธุ์ใหม่' ก็ได้เกิดการถกเถียงครั้งใหม่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการมีอยู่ของกลุ่ม 'สีส้ม' ภายในสภาสูง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ภูมิทัศน์ทางการเมืองในประเทศไทยมักมีลักษณะของพลวัตกลุ่มที่ซับซ้อน คำศัพท์ที่ใช้เรียกกลุ่มเหล่านี้ ซึ่งมักจะแบ่งตามสี สะท้อนให้เห็นถึงวาทกรรมที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับอิทธิพลทางนิติบัญญัติและการจัดกลุ่มทางการเมือง แม้ว่าป้ายกำกับเหล่านี้จะถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในบทวิจารณ์ของสื่อเพื่อจัดประเภท สว. ตามอุดมการณ์หรือความเชื่อที่รับรู้กัน แต่ก็ไม่ใช่การกำหนดอย่างเป็นทางการ การทำความเข้าใจการอภิปรายเหล่านี้สามารถให้บริบทแก่ผู้ที่ติดตามการบริหารงานท้องถิ่นและการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย แม้ว่าจะต้องแยกแยะระหว่างการวิเคราะห์ของสื่อและโครงสร้างทางการเมืองที่เป็นทางการ

สิ่งที่ยังต้องยืนยัน

การมีอยู่ของกลุ่ม 'สีส้ม' ยังคงเป็นหัวข้อของการคาดเดาและการถกเถียงในสื่อ ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ากลุ่มดังกล่าวมีอยู่จริงในฐานะหน่วยงานที่เป็นทางการหรือไม่ หรือคำนี้ถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่ออธิบายแนวโน้มทางการเมืองบางประการ ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามวุฒิสภาเพื่อดูความคืบหน้าต่อไป เนื่องจากขอบเขตที่แท้จริงของกลุ่มการเมืองเหล่านี้ยังคงเป็นเรื่องของการตีความอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 17:21 UTC

ข่าวลือทางการเมืองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข่าวลือทางการเมืองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย

เกิดกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นภายในรัฐบาลผสมของไทย หลังมีคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข่าวลือทางการเมืองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย

แหล่งข่าวเดียว
ข่าวลือทางการเมืองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย

เกิดกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นภายในรัฐบาลผสมของไทย หลังมีคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 Thai Post ได้รายงานถึงข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลผสมชุดปัจจุบันของไทย ตามรายงานระบุว่ามีการคาดการณ์ว่าพรรคเพื่อไทยกำลังประสบกับความไม่พอใจภายในพรรค หลังจากมีคำตัดสินของศาลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

ข่าวลือเหล่านี้บ่งชี้ว่าพรรคอาจกำลังพิจารณาความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยภายในรัฐบาลผสม สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในลักษณะนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อแนวนโยบายของรัฐบาล เสถียรภาพในการบริหาร และสภาพแวดล้อมทางกฎหมายโดยรวม แม้ว่ารายงานดังกล่าวจะปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในแวดวงการเมืองไทย แต่สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ในขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งพรรคเพื่อไทยหรือพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับการยุบตัวของรัฐบาลผสมหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากโฆษกรัฐบาลเพื่อแยกแยะระหว่างการคาดการณ์ทางการเมืองกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่เกิดขึ้นจริง ปัจจุบันสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน และความถูกต้องของรายงานเหล่านี้เกี่ยวกับอนาคตของรัฐบาลผสมยังคงต้องรอการยืนยันจากพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 17:21 UTC

สส. อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพรรคภูมิใจไทย เน้นย้ำจริยธรรมในการทำงาน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สส. อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพรรคภูมิใจไทย เน้นย้ำจริยธรรมในการทำงาน

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ สส. สงขลา ผู้มีบุคลิกเข้าถึงง่าย เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานที่จริงจังและทุ่มเทในหน้าที่ทางนิติบัญญัติ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สส. อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพรรคภูมิใจไทย เน้นย้ำจริยธรรมในการทำงาน

แหล่งข่าวเดียว
สส. อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพรรคภูมิใจไทย เน้นย้ำจริยธรรมในการทำงาน

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ สส. สงขลา ผู้มีบุคลิกเข้าถึงง่าย เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานที่จริงจังและทุ่มเทในหน้าที่ทางนิติบัญญัติ

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลาจากพรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวถึงปรัชญาการทำงานของตน แม้ว่าเขาจะเป็นที่รู้จักในหมู่เพื่อนร่วมงานและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในด้านบุคลิกที่ขี้เล่นและเป็นกันเอง แต่นายอนุกูลยืนยันว่าแนวทางการทำงานในหน้าที่ทางนิติบัญญัตินั้นมีความเข้มข้นและจริงจังเป็นอย่างมาก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย การทำความเข้าใจบุคลิกของตัวแทนในพื้นที่อาจช่วยให้เห็นภาพรวมของบรรยากาศทางการเมืองในจังหวัดภาคใต้ การที่นายอนุกูลให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นกันเองกับจริยธรรมในการทำงานที่เข้มงวด สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางทั่วไปของนักการเมืองไทยที่ต้องการรักษาความเข้าถึงง่ายในขณะที่ยังคงจัดการกับความท้าทายด้านการบริหารจัดการ

ในขณะนี้ รายงานฉบับนี้เป็นเพียงการนำเสนอรูปแบบการทำงานส่วนตัวของ สส. เท่านั้น ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าแนวทางเฉพาะนี้จะส่งผลต่อผลลัพธ์ทางนิติบัญญัติหรือโครงการพัฒนาท้องถิ่นในจังหวัดสงขลาอย่างไรในอนาคต ผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามดูว่าสไตล์การเมืองเฉพาะบุคคลเช่นนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์เชิงนโยบายที่จับต้องได้สำหรับภูมิภาคนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 17:21 UTC

การสอบสวนพิเศษเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

การสอบสวนพิเศษเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ทางการไทยได้เริ่มการสอบสวนพิเศษเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเร็วๆ นี้

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

การสอบสวนพิเศษเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
การสอบสวนพิเศษเกี่ยวกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ทางการไทยได้เริ่มการสอบสวนพิเศษเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 ได้มีการจัดตั้งคณะพนักงานสอบสวนพิเศษภายใต้การนำของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ โดยการสอบสวนในคดีเลขที่ 24/2568 มุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาเรื่องการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นอกจากนี้ การสอบสวนยังครอบคลุมถึงข้อหาที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของอั้งยี่และผู้สนับสนุน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสของสถาบันทางการเมืองของประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการสอบสวนดังกล่าวจะเป็นเรื่องภายในทางปกครองและกฎหมาย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาที่ให้ความสำคัญกับการธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการเลือกตั้งมากขึ้น

ในขณะนี้ การสอบสวนยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น ยังคงต้องยืนยันว่าบุคคลหรือองค์กรใดบ้างที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบ ขอบเขตของความผิดปกติทางการเงินที่ถูกกล่าวหา และผลทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นจากข้อสรุปของคณะพนักงานสอบสวนพิเศษ เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ จึงคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของการสอบสวนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 17:22 UTC

รมว.มหาดไทย ประณามการทุจริตสอบท้องถิ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รมว.มหาดไทย ประณามการทุจริตสอบท้องถิ่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไทยได้ออกมาประณามรายงานการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างรุนแรง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รมว.มหาดไทย ประณามการทุจริตสอบท้องถิ่น

แหล่งข่าวเดียว
รมว.มหาดไทย ประณามการทุจริตสอบท้องถิ่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไทยได้ออกมาประณามรายงานการทุจริตในการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างรุนแรง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวถึงรายงานเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสและการทุจริตระหว่างการสอบคัดเลือกเข้าทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามรายงานของ Thai Post รัฐมนตรีได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ ซึ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือของสถาบันภาครัฐและทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการบริหารงาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่มีมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการสรรหาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย แม้ว่ารัฐมนตรีจะออกมาประณามการกระทำดังกล่าวแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของการทุจริต จำนวนผู้เกี่ยวข้อง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อกำหนดการสรรหายังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการภายใน ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่าความไม่โปร่งใสเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะหรือชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยหรือนักท่องเที่ยว รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตอบสนองของรัฐบาล รวมถึงมาตรการทางวินัยหรือการเปลี่ยนแปลงระเบียบการสอบ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อชี้แจงว่าทางการจะดำเนินการอย่างไรกับข้อกล่าวหาเหล่านี้และจะฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบการจ้างงานของท้องถิ่นได้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 17:22 UTC

DSI สอบสวน กกต. ปมพิรุธการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

DSI สอบสวน กกต. ปมพิรุธการคัดเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ครั้งล่าสุด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

DSI สอบสวน กกต. ปมพิรุธการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
DSI สอบสวน กกต. ปมพิรุธการคัดเลือก สว.

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังตรวจสอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ครั้งล่าสุด

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่า กกต. ไม่ยอมรับหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการสมคบคิดและการฟอกเงินในระหว่างกระบวนการคัดเลือก สว. ครั้งล่าสุด ทั้งนี้มีรายงานว่า DSI กำลังดำเนินการในฐานะคดีที่เกี่ยวข้องกับอั้งยี่และอาชญากรรมทางการเงิน

ในขณะเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการสอบสวนของตำรวจในประเด็นที่มีชื่อของนักแสดงและนักการเมืองอย่าง "ทองเจือ" เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบ โดยนายอนุทินระบุว่า กกต. ได้แถลงอย่างเป็นทางการแล้วว่าไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สว. แม้ว่าการสอบสวนเหล่านี้จะเป็นเรื่องทางปกครองและกฎหมายเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงช่วงเวลาที่มีการตรวจสอบสถาบันของรัฐอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสอบสวนของ DSI จะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการต่อเจ้าหน้าที่ กกต. หรือไม่ หรือข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วจะได้รับการยืนยันจากการตรวจสอบทางตุลาการในภายหลัง โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตอย่างเป็นทางการจาก DSI ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 17:22 UTC

กกต. สั่งฟ้องคดีฮั้วเลือก สว. ครั้งใหญ่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. สั่งฟ้องคดีฮั้วเลือก สว. ครั้งใหญ่

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้เริ่มดำเนินคดีกับบุคคล 77 ราย รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา 26 ราย จากข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. สั่งฟ้องคดีฮั้วเลือก สว. ครั้งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
กกต. สั่งฟ้องคดีฮั้วเลือก สว. ครั้งใหญ่

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยได้เริ่มดำเนินคดีกับบุคคล 77 ราย รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา 26 ราย จากข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติอย่างเป็นทางการในการสั่งฟ้องบุคคลจำนวน 77 ราย ซึ่งต้องสงสัยว่ามีการฮั้วกันในระหว่างกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในจำนวนผู้ที่ถูกดำเนินคดีนั้นรวมถึง สว. จำนวน 26 ราย ซึ่งประกอบด้วยแกนนำและประธานคณะกรรมาธิการสำคัญหลายชุด ซึ่งมักถูกเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมือง 'สายสีน้ำเงิน'

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองเกี่ยวกับความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือก สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงช่วงเวลาของการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นภายในฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่ากระบวนการทางกฎหมายกำลังดำเนินอยู่ แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพของคณะกรรมาธิการรัฐสภาและวาระการดำเนินงานทางกฎหมายในภาพรวมนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป

ในขณะที่คดีกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผู้สังเกตการณ์ต่างรอดูว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะส่งผลต่อการปฏิบัติงานประจำวันของวุฒิสภาอย่างไร และจะมีบุคคลอื่นถูกเชื่อมโยงเพิ่มเติมหรือไม่ ผลลัพธ์ทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับ สว. ที่ถูกกล่าวหาและผลกระทบในวงกว้างต่ออิทธิพลของกลุ่ม 'สายสีน้ำเงิน' ในวุฒิสภายังไม่มีการยืนยัน นักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยควรตระหนักว่าวาทกรรมทางการเมืองอาจทวีความรุนแรงขึ้นในขณะที่ความท้าทายทางกฎหมายเหล่านี้ดำเนินไป แม้ว่าจะไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการหยุดชะงักของบริการสาธารณะหรือการใช้ชีวิตประจำวันในทันที

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 17:22 UTC

ไทยและกัมพูชาเริ่มกระบวนการประนอมข้อพิพาททางทะเล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยและกัมพูชาเริ่มกระบวนการประนอมข้อพิพาททางทะเล

คณะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยและกัมพูชาเริ่มกระบวนการประนอมข้อพิพาททางทะเล

แหล่งข่าวเดียว
ไทยและกัมพูชาเริ่มกระบวนการประนอมข้อพิพาททางทะเล

คณะผู้แทนไทยได้เข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กรมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลไทยประกาศว่ารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอม การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการประนอมอย่างเป็นทางการระหว่างไทยและกัมพูชา ภายใต้กรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

ความเคลื่อนไหวทางการทูตนี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงถึงความพยายามอย่างเป็นระบบในการแก้ไขข้อขัดแย้งเรื่องเขตแดนทางทะเลที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว กระบวนการนี้ถือเป็นเรื่องทางการทูตระดับสูงเป็นหลัก แม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการจัดการเขตทางทะเล แต่ในขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทาง การท่องเที่ยว หรือการขนส่งทางทะเลในอ่าวไทย

เนื่องจากนี่เป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่ซับซ้อน รายละเอียดหลายประการจึงยังคงต้องรอการยืนยัน ขอบเขตของการหารือ พื้นที่ทางทะเลที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และกำหนดการสำหรับการประชุมในอนาคตยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามความคืบหน้าของกระบวนการประนอมนี้ต่อไปว่า จะนำไปสู่กรอบการทำงานที่ยอมรับได้ร่วมกันสำหรับการจัดการทรัพยากรหรือการกำหนดเขตแดนในภูมิภาคหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thailand Government Public Relations Department — Breaking News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 03:26 UTC

นนทบุรีพร้อม 100% เลือกตั้งนายก อบจ. 20 ก.ย. นี้
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นนทบุรีพร้อม 100% เลือกตั้งนายก อบจ. 20 ก.ย. นี้

เจ้าหน้าที่นนทบุรีขอยืนยันความพร้อมเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ. โดย กกต. ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ 45% แม้จะมีการเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นนทบุรีพร้อม 100% เลือกตั้งนายก อบจ. 20 ก.ย. นี้

แหล่งข่าวเดียว
นนทบุรีพร้อม 100% เลือกตั้งนายก อบจ. 20 ก.ย. นี้

เจ้าหน้าที่นนทบุรีขอยืนยันความพร้อมเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ. โดย กกต. ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ 45% แม้จะมีการเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ จังหวัดนนทบุรีมีความพร้อม 100% สำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตั้งเป้าหมายผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไว้ที่ 45% สำหรับการแข่งขันในระดับท้องถิ่นครั้งนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการกำหนดผู้นำท้องถิ่นที่จะเข้ามาดูแลโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัด บริการสาธารณะ และโครงการพัฒนาภูมิภาค แม้ว่าการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กำลังติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด โดย กกต. ได้จัดทำแผนสำรองเพื่อรับมือกับเหตุขัดข้องที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก ซึ่งเป็นข้อกังวลทั่วไปในช่วงเวลานี้ของปีในประเทศไทย

นักท่องเที่ยวในภูมิภาคควรทราบว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในการให้บริการสาธารณะหรือการปรับเปลี่ยนการจราจรในพื้นที่ใกล้หน่วยเลือกตั้ง แม้ว่ากระบวนการเลือกตั้งจะพร้อมดำเนินการต่อไป แต่ผลกระทบที่แท้จริงของสภาพอากาศต่อการมาใช้สิทธิและตัวเลขสรุปผลการเลือกตั้งยังคงต้องรอการยืนยันหลังปิดหีบในวันที่ 20 กันยายน ประชาชนควรติดตามข่าวสารผ่านช่องทางท้องถิ่นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านโลจิสติกส์ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 14:30 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี วันสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือทวิภาคีที่ดำเนินอยู่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีน

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี วันสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือทวิภาคีที่ดำเนินอยู่

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี วันสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ นายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับจากนายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตรักษาราชการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

ในระหว่างงาน นายกรัฐมนตรีได้มอบแจกันดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีและร่วมยืนถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในคำปราศรัย นายกรัฐมนตรีอนุทินได้เน้นย้ำถึงบทบาทความเป็นผู้นำระดับโลกของจีน โดยระบุว่าการพัฒนาของจีนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมทั้งได้กำหนดแนวทางความร่วมมือในอนาคต 3 ประการ ได้แก่ การสร้างความมั่นคง การสร้างโอกาสแห่งอนาคต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่มั่นคงระหว่างไทยและจีน ซึ่งมักส่งผลต่อการค้า นโยบายการท่องเที่ยว และโครงการริเริ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะแสดงความมุ่งมั่นที่จะกระชับมิตรภาพ 50 ปีระหว่างสองประเทศ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับข้อตกลงทวิภาคีฉบับใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการเดินทาง ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการสำหรับการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมจากการหารือในครั้งนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 14:31 UTC

นายกฯ อนุทิน ตรวจการบ้านกระทรวงมหาดไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ตรวจการบ้านกระทรวงมหาดไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ดำเนินการตรวจสอบผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 โดยเน้นไปที่ประเด็นการบริหารงานสำคัญ 2 เรื่อง

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ตรวจการบ้านกระทรวงมหาดไทย

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ตรวจการบ้านกระทรวงมหาดไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ดำเนินการตรวจสอบผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 โดยเน้นไปที่ประเด็นการบริหารงานสำคัญ 2 เรื่อง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้จัดการประชุมตรวจสอบผลการดำเนินงานอย่างเป็นทางการร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ตามรายงานจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีได้ใช้วิธีการที่ตรงไปตรงมาและเด็ดขาดในการประเมินความคืบหน้าของงานในส่วนต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลชุดปัจจุบันในด้านประสิทธิภาพของระบบราชการและการกำกับดูแลการดำเนินงานของหน่วยงานท้องถิ่น เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลบริการที่สำคัญตั้งแต่การทะเบียนราษฎร์ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและการบริหารส่วนภูมิภาค การที่นายกรัฐมนตรีเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงในการติดตามงานเหล่านี้บ่งชี้ถึงความพยายามในการเพิ่มความรับผิดชอบภายในระบบราชการ

แม้รายงานจะระบุว่านายกรัฐมนตรีได้หยิบยกประเด็นเฉพาะ 2 เรื่องขึ้นมาหารือในระหว่างการประชุม แต่ลักษณะที่แน่ชัดของหัวข้อการบริหารงานดังกล่าวยังไม่มีการเปิดเผยในรายงานเบื้องต้น ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงว่านโยบายหรือโครงการใดที่อยู่ภายใต้การตรวจสอบ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในบริการสาธารณะหรือขั้นตอนการบริหารงานที่อาจเกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้ ผู้อยู่อาศัยควรติดตามช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการสำหรับการอัปเดตใดๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดด้านการบริหารงานในท้องถิ่นหรือมาตรฐานการให้บริการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 14:00 UTC

เอกอัครราชทูตอิสราเอลชี้กระแสต่อต้านอิสราเอลในไทยเปลี่ยนทิศทาง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

เอกอัครราชทูตอิสราเอลชี้กระแสต่อต้านอิสราเอลในไทยเปลี่ยนทิศทาง

เอกอัครราชทูต Alona Fisher-Kamm รายงานถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสต่อต้านอิสราเอลในประเทศไทย จากความไม่พอใจในระดับบุคคลไปสู่การประท้วงทางการเมืองในวงกว้าง

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

เอกอัครราชทูตอิสราเอลชี้กระแสต่อต้านอิสราเอลในไทยเปลี่ยนทิศทาง

แหล่งข่าวเดียว
เอกอัครราชทูตอิสราเอลชี้กระแสต่อต้านอิสราเอลในไทยเปลี่ยนทิศทาง

เอกอัครราชทูต Alona Fisher-Kamm รายงานถึงการเปลี่ยนแปลงของกระแสต่อต้านอิสราเอลในประเทศไทย จากความไม่พอใจในระดับบุคคลไปสู่การประท้วงทางการเมืองในวงกว้าง

ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Ynetnews ของอิสราเอลเมื่อเร็วๆ นี้ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย Alona Fisher-Kamm ได้กล่าวถึงธรรมชาติของกระแสต่อต้านอิสราเอลที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในประเทศไทย ตามคำกล่าวของท่านทูต ความไม่พอใจของสาธารณชนซึ่งแต่เดิมมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติชาวอิสราเอลบางกลุ่ม (ซึ่งบางครั้งถูกเรียกว่า 'Grey Jews') ได้เปลี่ยนจุดสนใจไปแล้ว

เอกอัครราชทูต Fisher-Kamm ตั้งข้อสังเกตว่าวาทกรรมได้เปลี่ยนไปสู่ประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กว้างขึ้น เห็นได้จากการที่มีบุคคลตะโกนสโลแกน 'Free Palestine' บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ว่าการรับรู้ในระดับท้องถิ่นได้รับอิทธิพลจากการพัฒนาทางการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้น แทนที่จะเป็นเพียงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือความขัดแย้งทางสังคมในระดับท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับกิจการในตะวันออกกลาง แม้ว่าสถานการณ์จะยังคงเน้นไปที่การแสดงออกทางการเมืองเป็นหลัก แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสถานทูตอาจพบเห็นการชุมนุมประท้วงที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเหล่านี้จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร หรือทางการท้องถิ่นจำเป็นต้องมีมาตรการจัดการการชุมนุมสาธารณะเพิ่มเติมหรือไม่ ในขณะนี้ ท่านทูตระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสังเกตในการแสดงความคิดเห็นของสาธารณชน มากกว่าที่จะเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความปลอดภัยของบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 12:35 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกรัฐมนตรีไทยเข้าร่วมงานเลี้ยงทางการทูตเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือทวิภาคีที่กำลังดำเนินอยู่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกรัฐมนตรีไทยเข้าร่วมงานเลี้ยงทางการทูตเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือทวิภาคีที่กำลังดำเนินอยู่

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีของไทยได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามรายงานของ Matichon Online งานดังกล่าวถือเป็นเวทีในการยืนยันถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีมายาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ

ในระหว่างงาน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการกระชับความร่วมมือผ่านแนวทางความร่วมมือ 3 ด้าน แม้ว่ารายงานจะระบุถึงความตั้งใจในการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเสาหลักเชิงกลยุทธ์ทั้ง 3 ด้านของความร่วมมือดังกล่าวยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนในการประกาศเบื้องต้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงเสถียรภาพและความสำคัญของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน การพบปะในระดับสูงเช่นนี้มักเป็นสัญญาณของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการอำนวยความสะดวกด้านการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองประเทศ ในขณะที่รัฐบาลเดินหน้าดำเนินโครงการเหล่านี้ ผู้สังเกตการณ์จะรอคอยการประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงผลกระทบเชิงปฏิบัติของความร่วมมือที่นำเสนอ ในขั้นตอนนี้ ผลลัพธ์ทางนโยบายที่เฉพาะเจาะจงหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการหารือเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยันจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:30 UTC

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกรัฐมนตรีไทยเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเน้นย้ำถึง '50 ปีทอง' แห่งความสัมพันธ์ทวิภาคี

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีไทยร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกรัฐมนตรีไทยเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเน้นย้ำถึง '50 ปีทอง' แห่งความสัมพันธ์ทวิภาคี

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีไทยได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามรายงานของ Thai Post งานดังกล่าวเป็นเวทีในการยืนยันถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีมายาวนานระหว่างสองประเทศ โดยเน้นย้ำถึง '50 ปีทอง' แห่งมิตรภาพไทย-จีน

ในระหว่างงาน นายกรัฐมนตรีได้ระบุถึงเสาหลักสำคัญ 3 ประการสำหรับความร่วมมือในอนาคต ได้แก่ การสร้างความมั่นคงในภูมิภาค การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ และการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งความคิดริเริ่มเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นแนวทางในการเป็นหุ้นส่วนระหว่างกรุงเทพฯ และปักกิ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงเสถียรภาพและความสำคัญของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีนอย่างต่อเนื่อง การพบปะระดับสูงเช่นนี้มักส่งสัญญาณถึงความร่วมมือที่ดำเนินต่อไปในด้านการท่องเที่ยว การค้า และโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายการเดินทางหรือสภาวะทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

แม้ว่างานดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อเสาหลักทั้ง 3 ประการ แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการดำเนินการตามกลยุทธ์ความร่วมมือเหล่านี้ยังไม่มีการสรุปอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากหน่วยงานรัฐบาลเพื่อชี้แจงว่าเป้าหมายทางการทูตเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติเป็นนโยบายหรือโครงการที่เป็นรูปธรรมซึ่งส่งผลต่อชีวิตประจำวันและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:40 UTC

กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นตัวกลางเจรจาสูตรคำนวณค่าตอบแทนไรเดอร์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นตัวกลางเจรจาสูตรคำนวณค่าตอบแทนไรเดอร์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังเป็นตัวกลางในการหารือระหว่าง Lalamove และตัวแทนแรงงาน เพื่อกำหนดสูตร 'ค่ารอบกลาง' ที่เป็นมาตรฐานสำหรับไรเดอร์

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นตัวกลางเจรจาสูตรคำนวณค่าตอบแทนไรเดอร์

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นตัวกลางเจรจาสูตรคำนวณค่าตอบแทนไรเดอร์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังเป็นตัวกลางในการหารือระหว่าง Lalamove และตัวแทนแรงงาน เพื่อกำหนดสูตร 'ค่ารอบกลาง' ที่เป็นมาตรฐานสำหรับไรเดอร์

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ประกาศความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับโครงสร้างค่าตอบแทนสำหรับไรเดอร์ โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เปิดเผยว่าการหารือระหว่างตัวแทนแรงงานและแพลตฟอร์ม Lalamove ได้ข้อสรุปในหลักการคำนวณ 'ค่ารอบกลาง' (ค่ารอบกลาง) ร่วมกันแล้ว

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ กระทรวงฯ กำลังวางบทบาทเป็นตัวกลางเพื่อช่วยสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มและแรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการกำหนดสูตรคำนวณค่าตอบแทนขั้นต่ำที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อแก้ไขข้อกังวลที่มีมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับรายได้ของไรเดอร์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ใช้บริการจัดส่ง ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลต่อเสถียรภาพและราคาของแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ในประเทศไทยในอนาคต รูปแบบค่าตอบแทนที่เป็นมาตรฐานอาจช่วยลดข้อพิพาทแรงงานและการหยุดชะงักของบริการได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงสูตรคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ชัดเจนสำหรับ 'ค่ารอบกลาง' และการพิจารณาว่าข้อตกลงนี้จะกลายเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับแพลตฟอร์มจัดส่งอื่นๆ ที่ดำเนินงานในประเทศหรือไม่ ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้แสดงความพร้อมที่จะเป็นเวทีสำหรับการเจรจาเหล่านี้ต่อไป เพื่อให้เกิดความสมดุลที่ยั่งยืนสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 17 กันยายน 2026, 13:52 UTC