ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
วัฒนธรรม งาน ICONIC Craft Coffee Expo ปลุกกระแสวงการกาแฟไทยให้คึกคัก ✦
ความปลอดภัย กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ✦
ความปลอดภัย น้ำท่วมหนักตัดขาดหลายพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ✦
การขนส่ง เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ✦
การท่องเที่ยว ททท. เปิดตัวโครงการ 'Nihao Month 2026' กระตุ้นการท่องเที่ยวจีน ✦
เทคโนโลยี อินฟินีออนเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในสมุทรปราการ ✦
ความปลอดภัย กลุ่มเซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่อหนีน้ำท่วมใน 4 สาขา ✦
การขนส่ง การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งตรวจสอบเหตุรถจักรเฉี่ยวชนขบวนรถนอน ✦
ความปลอดภัย เซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถ 4 สาขา ช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม ✦
เทคโนโลยี กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ เขตห้วยขวาง ✦
วัฒนธรรม

งาน ICONIC Craft Coffee Expo ปลุกกระแสวงการกาแฟไทยให้คึกคัก

แหล่งข่าวเดียว
งาน ICONIC Craft Coffee Expo ปลุกกระแสวงการกาแฟไทยให้คึกคัก

งาน ICONIC Craft Coffee Expo ที่ไอคอนสยามรายงานยอดขายและจำนวนผู้เข้าชมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำความนิยมที่เพิ่มขึ้นของวัฒนธรรมกาแฟพิเศษในประเทศไทย

จากรายงานของมติชนออนไลน์ งาน 'ICONIC Craft Coffee Expo' ที่จัดขึ้น ณ ไอคอนสยาม ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยทำหน้าที่เป็นจุดรวมพลังสำคัญสำหรับชุมชนคนรักกาแฟในท้องถิ่น ผู้จัดงานรายงานว่ายอดขายเพิ่มขึ้น 30% และมีจำนวนผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นต่อประสบการณ์กาแฟพิเศษในกรุงเทพฯ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความมีชีวิตชีวาของวงการกาแฟในประเทศไทยที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไอคอนสยามซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยายังคงวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์และเทรนด์อาหาร ความสำเร็จของงานแสดงสินค้าครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่ากาแฟคราฟต์กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทั้งสำหรับการค้าในท้องถิ่นและการดึงดูดนักท่องเที่ยวในเมืองหลวง

แม้ตัวเลขที่รายงานจะบ่งชี้ถึงการตอบรับที่ดีจากสาธารณชน แต่ผลกระทบในระยะยาวต่ออุตสาหกรรมกาแฟในภาพรวมนั้นยังคงต้องติดตามต่อไป ยังไม่มีการยืนยันว่างานแสดงสินค้านี้จะกลายเป็นกิจกรรมประจำปีหรือจะมีการขยายงานในลักษณะเดียวกันไปยังสถานที่อื่นๆ หรือไม่ ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมกาแฟในท้องถิ่นควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากไอคอนสยามสำหรับนิทรรศการไลฟ์สไตล์และการรวมตัวของชุมชนในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:35 UTC

ความปลอดภัย

กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงคมนาคมสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ สั่งการให้กระทรวงคมนาคมดำเนินมาตรการรับมือน้ำท่วมอย่างเต็มกำลัง เพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางทั่วประเทศ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกคำสั่งให้กระทรวงคมนาคมปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับความเสี่ยงจากอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้น โดยคำสั่งดังกล่าวเน้นย้ำให้มีการเฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้สัญจรและนักท่องเที่ยว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำสั่งนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายการขนส่งทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำในช่วงฤดูฝน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายให้ระบุพื้นที่เสี่ยงภัยและตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ว่ากระทรวงจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเส้นทางคมนาคม แต่นักท่องเที่ยวควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตารางการเดินทางหรือการสัญจรบนท้องถนน

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนว่าจังหวัดหรือเส้นทางคมนาคมใดที่อยู่ในระดับเฝ้าระวังสูงสุด นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานท้องถิ่นก่อนออกเดินทางไกล ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ามาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อบริการขนส่งสาธารณะอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากสถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและความสามารถในการระบายน้ำในแต่ละพื้นที่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:35 UTC

ความปลอดภัย

น้ำท่วมหนักตัดขาดหลายพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าวเดียว
น้ำท่วมหนักตัดขาดหลายพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา

น้ำท่วมฉับพลันในอำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งผลให้หลายหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ระบบสื่อสารขัดข้อง และพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายอย่างหนัก

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เกิดสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในอำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากมวลน้ำมหาศาลไหลบ่าเข้าท่วมทางหลวงหมายเลข 3076 ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ สถานการณ์ในขณะนี้อยู่ในระดับวิกฤต โดยชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่หนักที่สุดในรอบ 50 ปี

หลายหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและกลายเป็นเกาะเนื่องจากเส้นทางคมนาคมถูกน้ำท่วมขัง ส่งผลให้ระบบโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตไม่สามารถใช้งานได้ พื้นที่สวนเกษตรกรรมจมอยู่ใต้น้ำ และสัตว์เศรษฐกิจ เช่น วัวและควาย หลายร้อยตัวยังคงติดค้างอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม

นายบุญนาค พรพจน์ธนมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองตะเกรา กำลังควบคุมการปฏิบัติงานช่วยเหลือด้วยตนเอง เนื่องจากกำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ทางการจึงต้องใช้เรือท้องแบนและรถยนต์ขนาดใหญ่ในการเร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็ก โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่สำนักงาน อบต.คลองตะเกรา

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานยังคงได้รับความเสียหายและระบบสื่อสารยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ แม้ว่าการช่วยเหลือจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แต่ความเสียหายต่อทรัพย์สินและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:36 UTC

การขนส่ง

เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

แหล่งข่าวเดียว
เหตุรถไฟชนกันในย่านบางซื่อ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ

หัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนชนเข้ากับรถไฟตู้นอน CNR ที่จอดนิ่งอยู่ในย่านบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีพนักงานได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 เกิดอุบัติเหตุทางรางในพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยเกี่ยวข้องกับหัวรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนขบวนและรถไฟตู้นอน CNR ตามรายงานจาก Khaosod English ระบุว่าหัวรถจักรดังกล่าวได้พุ่งชนเข้ากับขบวนรถไฟตู้นอนที่จอดนิ่งอยู่ ส่งผลให้รถไฟทั้งสองขบวนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ชนกันในครั้งนี้

ทางการยืนยันว่ามีพนักงานรถไฟได้รับบาดเจ็บหนึ่งรายในระหว่างการปะทะ ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บหรือสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการสับเปลี่ยนขบวนในขณะนี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการเดินรถไฟที่ผ่านศูนย์กลางบางซื่อ แม้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยจะยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบต่อเส้นทางเดินรถตามตารางเวลา แต่ขอแนะนำให้ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับความล่าช้าหรือการปรับเปลี่ยนการให้บริการ

ขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเหตุการณ์ชนกันดังกล่าวจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการให้บริการของขบวนรถที่ได้รับความเสียหายอย่างไร และเหตุการณ์นี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในตารางเดินรถท้องถิ่นหรือไม่ การสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของการปฏิบัติงานสับเปลี่ยนขบวนยังคงดำเนินอยู่ นักท่องเที่ยวควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเดินทางของท่าน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 09:45 UTC

การท่องเที่ยว

ททท. เปิดตัวโครงการ 'Nihao Month 2026' กระตุ้นการท่องเที่ยวจีน

แหล่งข่าวเดียว
ททท. เปิดตัวโครงการ 'Nihao Month 2026' กระตุ้นการท่องเที่ยวจีน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชิญ 31 อินฟลูเอนเซอร์จีนมาโปรโมตประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย เพื่อรักษาแรงส่งด้านการท่องเที่ยวต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2570

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดตัวโครงการ 'Nihao Month 2026' อย่างเป็นทางการ โดยต้อนรับ 31 อินฟลูเอนเซอร์ (KOLs) ชื่อดังจากจีนเพื่อให้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยด้วยตนเอง โครงการนี้เปิดตัวในงาน 'Amazing Thailand Mid-Autumn Celebration 2026' ณ One Bangkok โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และนายหยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เข้าร่วมงาน

ตามรายงานของ Khaosod Online โครงการนี้มุ่งเน้นการใช้คอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยสู่สายตาชาวจีน โดยการแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางส่วนตัว คาดว่าเหล่าครีเอเตอร์เหล่านี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางและกระชับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด 'จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน'

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัย แคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องในตลาดจีน ซึ่งอาจนำไปสู่กิจกรรมส่งเสริมการขายและงานอีเวนต์ต่างๆ ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 จนถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2570 แม้ว่าแคมเปญนี้จะออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความสนใจในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพ แต่ผลกระทบระยะยาวต่อจำนวนนักท่องเที่ยว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวหรือนโยบายวีซ่ายังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ททท. ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือทางดิจิทัลเหล่านี้ในการรักษาความน่าสนใจของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:36 UTC

เทคโนโลยี

อินฟินีออนเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในสมุทรปราการ

แหล่งข่าวเดียว
อินฟินีออนเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในสมุทรปราการ

อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ ผู้ผลิตชิปจากเยอรมนี เตรียมเปิดโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์มูลค่า 4.8 หมื่นล้านบาทในประเทศไทย วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ ผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์จากเยอรมนี มีกำหนดเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่อย่างเป็นทางการในจังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โครงการนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญมูลค่ากว่า 48,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปสู่การผลิตชิปที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

โรงงานแห่งใหม่นี้จะเป็นฐานการผลิต Power Module แห่งที่ 3 ของอินฟินีออนต่อจากเยอรมนีและจีน ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงาน และดาต้าเซ็นเตอร์ นอกจากส่วนการผลิตแล้ว โรงงานแห่งนี้ยังรวมถึงการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์วิจัยและพัฒนาขนาดใหญ่แห่งแรกของบริษัทในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้ติดตามอุตสาหกรรม การพัฒนานี้แสดงถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในภูมิภาค คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เน้นย้ำว่าโครงการนี้รวมถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานในประเทศ โดยตั้งเป้าการใช้วัตถุดิบในประเทศไว้ที่ 60% นอกจากนี้ ข้อตกลงยังกำหนดให้มีการพัฒนาบุคลากรไทยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 600 คน

แม้ว่าพิธีเปิดจะได้รับการยืนยันสำหรับวันที่ 1 ตุลาคม 2569 แต่รายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวต่อการจ้างงานในท้องถิ่นและกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินงานเต็มรูปแบบของศูนย์วิจัยนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:36 UTC

ความปลอดภัย

กลุ่มเซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่อหนีน้ำท่วมใน 4 สาขา

แหล่งข่าวเดียว
กลุ่มเซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่อหนีน้ำท่วมใน 4 สาขา

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลในอยุธยา โคราช ชลบุรี และศรีราชา เปิดพื้นที่จอดรถฟรีเพื่อช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวในการปกป้องยานพาหนะจากสถานการณ์น้ำท่วม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กลุ่มเซ็นทรัลได้ประกาศเปิดพื้นที่จอดรถที่กำหนดไว้ในศูนย์การค้า 4 แห่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อจัดหาสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าของรถในการนำรถไปจอดให้พ้นจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

สาขาที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ เซ็นทรัล อยุธยา, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ชลบุรี และเซ็นทรัล ศรีราชา โดยบริการนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้ มาตรการนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับยานพาหนะจากน้ำท่วม

แม้ว่าจะมีพื้นที่จอดรถให้บริการ แต่รายงานระบุว่าผู้ที่สนใจใช้บริการควรตรวจสอบขั้นตอนและข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการเข้าใช้ในแต่ละสาขา ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับความจุที่แน่นอนของพื้นที่จอดรถและระยะเวลาในการให้บริการยังไม่ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจน ผู้ที่วางแผนจะใช้บริการดังกล่าวควรติดต่อสอบถามข้อมูลล่าสุดโดยตรงกับศูนย์การค้าแต่ละแห่ง เพื่อให้แน่ใจว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการลงทะเบียนยานพาหนะเมื่อเดินทางไปถึง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:35 UTC

การขนส่ง

การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งตรวจสอบเหตุรถจักรเฉี่ยวชนขบวนรถนอน

แหล่งข่าวเดียว
การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งตรวจสอบเหตุรถจักรเฉี่ยวชนขบวนรถนอน

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเร่งตรวจสอบเหตุรถจักรเฉี่ยวชนกับขบวนรถนอน โดยยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินรถตามปกติ

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการหลังจากเกิดเหตุรถจักรเฉี่ยวชนกับขบวนรถนอน ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการสับเปลี่ยนขบวนหรือการเคลื่อนย้ายรถ ส่งผลให้เกิดการเฉี่ยวชนกันเล็กน้อยระหว่างรถทั้งสองขบวน

เจ้าหน้าที่การรถไฟยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่ส่งผลกระทบต่อตารางการเดินรถทั่วประเทศ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว การรถไฟฯ ได้ออกคำสั่งกำชับให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามระเบียบความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

สำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความท้าทายด้านการบำรุงรักษาและการปฏิบัติงานภายในเครือข่ายรถไฟ แม้ว่าการรถไฟฯ จะยืนยันว่าการให้บริการยังคงมีความเสถียรและปลอดภัย แต่ปัจจัยทางเทคนิคหรือความผิดพลาดจากบุคคลที่นำไปสู่การเฉี่ยวชนยังคงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ การรถไฟฯ ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการที่ชัดเจนว่าจะมีการเผยแพร่รายงานการสอบสวนฉบับสมบูรณ์เมื่อใด ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากการรถไฟฯ เพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดต แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีการรายงานการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการเดินรถก็ตาม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:35 UTC

ความปลอดภัย

เซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถ 4 สาขา ช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม

แหล่งข่าวเดียว
เซ็นทรัลเปิดพื้นที่จอดรถ 4 สาขา ช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วม

เซ็นทรัลพัฒนาเปิดพื้นที่จอดรถในศูนย์การค้า 4 แห่ง เพื่อเป็นจุดจอดรถสำรองสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศเปิดพื้นที่จอดรถภายในศูนย์การค้า 4 แห่ง เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถยนต์มาจอดในพื้นที่ปลอดภัยและห่างไกลจากจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วม

ศูนย์การค้าที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ เซ็นทรัล อยุธยา, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล ชลบุรี และเซ็นทรัล ศรีราชา โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Khaosod Online ได้มีการจัดสรรพื้นที่เฉพาะสำหรับโครงการนี้ เช่น อาคารจอดรถชั้น 1.5 ที่เซ็นทรัล อยุธยา และอาคารจอดรถ Parking B ชั้น 2.5 ที่เซ็นทรัล โคราช

สำหรับประชาชนที่ต้องการใช้บริการจำเป็นต้องลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดรับฝากรถ โดยต้องเตรียมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาคู่มือรถมาแสดง หากมานอกเวลาทำการ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้าศูนย์การค้าเพื่อขอลงทะเบียนได้

ทั้งนี้ บริษัทได้ระบุเงื่อนไขว่าพื้นที่จอดรถจำกัดเฉพาะจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น และทางศูนย์การค้าจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นกับรถที่นำมาฝากภายใต้โครงการนี้ ประชาชนควรติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่กับทางศูนย์การค้าโดยตรงก่อนเดินทาง เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:36 UTC

เทคโนโลยี

กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ เขตห้วยขวาง

แหล่งข่าวเดียว
กรมควบคุมมลพิษตรวจสอบศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ เขตห้วยขวาง

กรมควบคุมมลพิษของไทยได้ดำเนินการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมที่ศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ในกรุงเทพฯ โดยยืนยันว่าการระบายน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ประกาศผลการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมที่ศูนย์ข้อมูลเทเลเฮ้าส์ (Telehouse) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร การตรวจสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเชิงรุกเพื่อติดตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ภายในเมือง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้มุ่งเน้นไปที่ระบบจัดการน้ำทิ้งของสถานที่ดังกล่าวเป็นพิเศษ โดยกรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าน้ำที่ระบายออกจากพื้นที่ไม่มีร่องรอยของการปนเปื้อนน้ำมันและยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนในพื้นที่เขตห้วยขวาง การตรวจสอบนี้ถือเป็นการสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับความปลอดภัยในการดำเนินงานของศูนย์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในเมืองหลวง ท่าทีเชิงรุกของกรมควบคุมมลพิษบ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีจะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น

แม้ว่าผลการตรวจสอบในปัจจุบันจะระบุว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่รายงานไม่ได้ระบุว่าการตรวจสอบนี้เป็นส่วนหนึ่งของตารางการตรวจสอบประจำสำหรับศูนย์ข้อมูลทั้งหมดในภูมิภาคหรือไม่ หรือมีการวางแผนที่จะติดตามตรวจสอบสถานที่อื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้หรือไม่ ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่ของตน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 11:15 UTC

รัฐมนตรีทวีจี้ กกต. ตรวจสอบ 2 สว. หลังถูกกล่าวหาว่าฮั้วเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีทวีจี้ กกต. ตรวจสอบ 2 สว. หลังถูกกล่าวหาว่าฮั้วเลือกตั้ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบสมาชิกวุฒิสภา 2 ราย หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีทวีจี้ กกต. ตรวจสอบ 2 สว. หลังถูกกล่าวหาว่าฮั้วเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีทวีจี้ กกต. ตรวจสอบ 2 สว. หลังถูกกล่าวหาว่าฮั้วเลือกตั้ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทวี สอดส่อง เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบสมาชิกวุฒิสภา 2 ราย หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ยื่นเรื่องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 2 ราย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ รัฐมนตรีระบุว่าบุคคลเหล่านี้ได้รับตำแหน่งมาผ่านกระบวนการฮั้วหรือการใช้ 'โพย' ซึ่งเป็นการตกลงรูปแบบการลงคะแนนเสียงไว้ล่วงหน้า

รัฐมนตรีทวีเน้นย้ำว่า แม้บุคคลดังกล่าวอาจได้รับสถานะเป็นพยานในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง แต่การคุ้มครองดังกล่าวไม่สามารถยกเว้นความรับผิดชอบต่อความถูกต้องในการเลือกตั้งได้ โดยเขามองว่าความโปร่งใสของกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภากำลังถูกตั้งคำถาม และ กกต. จำเป็นต้องตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการกระทำผิดอย่างละเอียด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในแวดวงการเมืองไทยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการแต่งตั้งตำแหน่งทางนิติบัญญัติ แม้ว่าความขัดแย้งทางการเมืองจะเป็นเรื่องปกติ แต่เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงบรรยากาศการกำกับดูแลของสถาบันในปัจจุบัน ในขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้ออกคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับหลักฐานที่รัฐมนตรีนำเสนอ จึงยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กกต. จะเริ่มการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือไม่ หรือสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองรายจะต้องเผชิญกับกระบวนการถอดถอนอย่างเป็นทางการหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 05:56 UTC

ยื่นเรื่อง ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินประธาน กกต.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ยื่นเรื่อง ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินประธาน กกต.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ยื่นเรื่อง ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินประธาน กกต.

แหล่งข่าวเดียว
ยื่นเรื่อง ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินประธาน กกต.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 Thai Post รายงานว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นไว้

ตามคำร้องดังกล่าว มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบจำนวน 4 เรื่องเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของประธาน กกต. เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลมีความถูกต้องและเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ขณะนี้ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเรียกร้องดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่ามีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับสูงและความโปร่งใสของหน่วยงานอิสระของรัฐ แม้ว่าการตรวจสอบดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกำกับดูแลตามปกติในประเทศไทย แต่ก็มักได้รับความสนใจจากสาธารณชนและอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางการเมือง ในขณะนี้ ป.ป.ช. ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการหรือยืนยันว่าความคลาดเคลื่อนที่รายงานนั้นถือเป็นการละเมิดกฎหมายหรือไม่ การตรวจสอบยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และความคืบหน้าต่อไปจะขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของคณะกรรมการฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 05:38 UTC

กกต. เดินหน้าสอบสวนคดีฮั้วเลือก ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เดินหน้าสอบสวนคดีฮั้วเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีความคืบหน้าในการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดล่าสุด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เดินหน้าสอบสวนคดีฮั้วเลือก ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เดินหน้าสอบสวนคดีฮั้วเลือก ส.ว.

คณะกรรมการการเลือกตั้งของไทยมีความคืบหน้าในการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดล่าสุด

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของไทยได้ดำเนินการก้าวสำคัญในการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดล่าสุด คดีดังกล่าวซึ่งมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่าผู้สมัครอาจมีการประสานงานกันเพื่อส่งผลต่อผลการแต่งตั้ง ส.ว. กำลังเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงการปรับเปลี่ยนทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ภายหลังการเปลี่ยนผ่านในวุฒิสภา แม้ว่าการสอบสวนนี้จะเป็นเรื่องทางการเมืองและกฎหมายภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างต่อเนื่องในเรื่องความโปร่งใสของการเลือกตั้งและโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางบริหารภายในรัฐบาลในอนาคต

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับหลักฐานที่ กกต. รวบรวมได้และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันยังคงต้องรอการยืนยัน ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการตัดสิทธิ์หรือการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตเพิ่มเติมจากคณะกรรมการในขณะที่การสอบสวนดำเนินต่อไป เนื่องจากนี่เป็นกระบวนการทางกฎหมายและการเมืองที่กำลังพัฒนา ผู้ที่สนใจในเสถียรภาพของฝ่ายนิติบัญญัติควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อรับข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:36 UTC

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันความโปร่งใสโครงการรถขยะไฟฟ้า หลังสภากทม. ตีกลับงบประมาณ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันความโปร่งใสโครงการรถขยะไฟฟ้า หลังสภากทม. ตีกลับงบประมาณ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ปฏิเสธข้อกล่าวหาทุจริตในโครงการรถขยะพลังงานไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร หลังจากที่สภากรุงเทพมหานครไม่อนุมัติงบประมาณ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันความโปร่งใสโครงการรถขยะไฟฟ้า หลังสภากทม. ตีกลับงบประมาณ

แหล่งข่าวเดียว
ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันความโปร่งใสโครงการรถขยะไฟฟ้า หลังสภากทม. ตีกลับงบประมาณ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ปฏิเสธข้อกล่าวหาทุจริตในโครงการรถขยะพลังงานไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร หลังจากที่สภากรุงเทพมหานครไม่อนุมัติงบประมาณ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ชี้แจงต่อสภากรุงเทพมหานครภายหลังจากที่มีการตัดงบประมาณโครงการจัดซื้อรถขยะพลังงานไฟฟ้า (EV) โดยผู้ว่าฯ ยืนยันว่าการเปลี่ยนมาใช้รถพลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่าเป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับเมือง แต่ยอมรับว่ายังมีข้อสงสัยในรายละเอียดโครงการที่ทำให้งบประมาณถูกระงับไป

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการด้วยความโปร่งใสและมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตลอดเวลา พร้อมระบุว่าตนพร้อมทำงานร่วมกับสภากทม. เพื่อประโยชน์ของประชาชน และไม่ได้มองว่าสภาฯ เป็นศัตรู

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ สถานการณ์นี้หมายความว่าเมืองจะยังคงต้องใช้รถขยะเช่าที่ใช้น้ำมันแบบเดิมต่อไปในขณะนี้ แม้ผู้ว่าฯ จะแสดงความพร้อมที่จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมต่อสภาฯ เพื่อตอบข้อซักถามที่ยังค้างคา แต่กำหนดการในการเสนอโครงการใหม่หรือการอนุมัติงบประมาณสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารยังคงยืนยันว่าโครงการนี้มีความจำเป็นต่อการปรับปรุงเมืองให้ทันสมัย แต่ความคืบหน้าของกองรถขยะในอนาคตอันใกล้นี้ยังคงต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือทางนิติบัญญัติเป็นสำคัญ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 05:37 UTC

แคนาดาพิจารณาสถานะ 'สมาชิกสมทบ' ของสหภาพยุโรป ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แคนาดาพิจารณาสถานะ 'สมาชิกสมทบ' ของสหภาพยุโรป ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ได้แสดงความยินดีต่อข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการให้สถานะ 'สมาชิกสมทบ' รายแรกของสหภาพยุโรปแก่แคนาดา ในขณะที่ประเทศพยายามลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจจากสหรัฐอเมริกา

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แคนาดาพิจารณาสถานะ 'สมาชิกสมทบ' ของสหภาพยุโรป ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
แคนาดาพิจารณาสถานะ 'สมาชิกสมทบ' ของสหภาพยุโรป ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ได้แสดงความยินดีต่อข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการให้สถานะ 'สมาชิกสมทบ' รายแรกของสหภาพยุโรปแก่แคนาดา ในขณะที่ประเทศพยายามลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจจากสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ได้กล่าวต่อรัฐสภายุโรปในเมืองสตราสบูร์ก โดยแสดงความสนใจในข้อเสนอของนางอัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่จะให้แคนาดาเข้ามาเป็น 'สมาชิกสมทบ' รายแรกของสหภาพยุโรป ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่แคนาดากำลังพยายามกระจายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยอ้างถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นกับสหรัฐอเมริกา รวมถึงข้อพิพาททางการค้าและความกังวลเกี่ยวกับอธิปไตยของชาติภายใต้รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน

นายกรัฐมนตรีคาร์นีย์เน้นย้ำว่าแคนาดาไม่ได้มุ่งหวังที่จะเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของสหภาพยุโรป แต่ต้องการความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องตลาดและค่านิยมทางประชาธิปไตยจากแรงกดดันภายนอก เขาระบุว่านโยบายภาษีและวาทกรรมของรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เร่งให้แคนาดามีความต้องการที่จะกระชับความสัมพันธ์กับยุโรปให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นนี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อกฎระเบียบทางการค้า ข้อตกลงการเดินทาง และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระหว่างอเมริกาเหนือและยุโรปในอนาคต อย่างไรก็ตาม กรอบทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับสถานะ 'สมาชิกสมทบ' นี้ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากยังไม่มีบัญญัติไว้ในสนธิสัญญาของสหภาพยุโรปในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการเจรจาเพิ่มเติมเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของสถานะใหม่นี้ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะตอบสนองต่อความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนี้อย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 05:37 UTC

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล หารือการดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล หารือการดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัย

มีการติดต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เกี่ยวกับการปฏิบัติงานบรรเทาสาธารณภัยที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศไทย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล หารือการดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัย

แหล่งข่าวเดียว
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล หารือการดำเนินงานบรรเทาสาธารณภัย

มีการติดต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เกี่ยวกับการปฏิบัติงานบรรเทาสาธารณภัยที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศไทย

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ได้มีการหารือกับนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับความพยายามในการบรรเทาสาธารณภัยในปัจจุบัน รายงานระบุว่ามีการติดต่อสื่อสารกับรัฐมนตรีเพื่อจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าว แม้ว่ารายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตของภัยพิบัติหรือลักษณะที่แน่ชัดของมาตรการช่วยเหลือจะยังคงมีจำกัด

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจากบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐกำลังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการจัดการกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมหรือโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเกิดขึ้น ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบติดตามช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการ เนื่องจากสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภัยพิบัติ

ในขณะนี้ ยังมีรายละเอียดสำคัญหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ กำหนดการสำหรับการปฏิบัติงานบรรเทาสาธารณภัย และความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของบริการสาธารณะหรือเส้นทางการเดินทาง เนื่องจากสถานการณ์กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา จึงคาดว่าจะมีการอัปเดตเพิ่มเติมจากกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตของผลกระทบและความช่วยเหลือที่มีให้สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 05:16 UTC

นายกฯ อนุทิน จัดงานเลี้ยงอำลาข้าราชการเกษียณอายุ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน จัดงานเลี้ยงอำลาข้าราชการเกษียณอายุ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแสดงความขอบคุณข้าราชการที่จะเกษียณอายุ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน จัดงานเลี้ยงอำลาข้าราชการเกษียณอายุ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน จัดงานเลี้ยงอำลาข้าราชการเกษียณอายุ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแสดงความขอบคุณข้าราชการที่จะเกษียณอายุ พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ณ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของการประชุมคือการกล่าวอวยพรและแสดงความขอบคุณต่อข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้

ภายหลังการประชุมอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีได้เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับข้าราชการที่จะเกษียณอายุ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในการแสดงความขอบคุณต่อการทำงานของบุคลากรภาครัฐที่ได้อุทิศตนให้กับระบบบริหารราชการไทยมาอย่างยาวนาน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านด้านการบริหารภายในรัฐบาลไทยในช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณ แม้ว่าพิธีดังกล่าวจะเป็นระเบียบปฏิบัติมาตรฐานในการให้เกียรติข้าราชการ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งผู้นำ ทั้งนี้ ไม่คาดว่าจะมีการหยุดชะงักของบริการสาธารณะหรือหน่วยงานราชการแต่อย่างใด ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้นำในหน่วยงานต่างๆ หลังจากนี้ จะต้องรอการยืนยันจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:55 UTC

ไทยเผยยอดสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ทะลุ 7,898 นาย ใน 8 วันแรก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยยอดสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ทะลุ 7,898 นาย ใน 8 วันแรก

กระทรวงกลาโหมไทยประกาศว่ามีผู้สมัครใจเข้ารับราชการทหารจำนวน 7,898 นาย ภายในระยะเวลา 8 วันแรกของการเปิดรับสมัครรอบใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเผยยอดสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ทะลุ 7,898 นาย ใน 8 วันแรก

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยยอดสมัครใจเป็นทหารเกณฑ์ทะลุ 7,898 นาย ใน 8 วันแรก

กระทรวงกลาโหมไทยประกาศว่ามีผู้สมัครใจเข้ารับราชการทหารจำนวน 7,898 นาย ภายในระยะเวลา 8 วันแรกของการเปิดรับสมัครรอบใหม่

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กระทรวงกลาโหมไทยสามารถรับสมัครทหารกองประจำการแบบสมัครใจได้ถึง 7,898 นาย ภายในเวลาเพียง 8 วัน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 31.59 ของเป้าหมายการรับสมัครทั้งหมดในช่วงเวลาปัจจุบัน กระทรวงกลาโหมกำลังส่งเสริมโครงการอาสาสมัครนี้อย่างจริงจังในฐานะทางเลือกเชิงกลยุทธ์สำหรับคนรุ่นใหม่ในการสร้างอนาคต โดยเน้นย้ำถึงสิทธิประโยชน์และโอกาสต่างๆ ที่มีให้สำหรับผู้ที่เลือกเข้ารับราชการด้วยความสมัครใจ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวทางการจัดการกำลังพลของกองทัพไทยที่มุ่งเน้นรูปแบบการสมัครใจมากขึ้น แม้ว่าการรับสมัครนี้จะเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในของรัฐบาลไทย แต่ก็สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจรับราชการทหารมากขึ้น

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากระทรวงกลาโหมจะบริหารจัดการโควตาการรับสมัครที่เหลืออย่างไร และจะมีมาตรการจูงใจด้านอาชีพในระยะยาวแบบใดที่จะมอบให้กับทหารอาสาเหล่านี้หลังจากช่วงการเข้าประจำการเบื้องต้น ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ากระแสความสนใจในการสมัครใจนี้จะดำเนินต่อไปตลอดช่วงเวลาการรับสมัครที่เหลือหรือไม่ โดยรัฐบาลยังคงนำเสนอโครงการนี้ว่าเป็นก้าวสำคัญที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อความมั่นคงของชาติและการพัฒนาวิชาชีพของบุคคล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:35 UTC

ไทยเผยยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' พุ่ง 7,898 นาย ใน 8 วัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยเผยยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' พุ่ง 7,898 นาย ใน 8 วัน

กระทรวงกลาโหมประกาศยอดผู้สมัครโครงการพลทหารอาสาประจำปี 2570 รวม 7,898 นาย ภายในระยะเวลา 8 วันแรกของการเปิดรับสมัคร

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยเผยยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' พุ่ง 7,898 นาย ใน 8 วัน

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเผยยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' พุ่ง 7,898 นาย ใน 8 วัน

กระทรวงกลาโหมประกาศยอดผู้สมัครโครงการพลทหารอาสาประจำปี 2570 รวม 7,898 นาย ภายในระยะเวลา 8 วันแรกของการเปิดรับสมัคร

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ กระทรวงกลาโหมได้สรุปผลการรับสมัครโครงการ 'พลทหารอาสา' ประจำปี 2570 โดยระหว่างวันที่ 10-17 กันยายน 2569 มีผู้สมัครรวมทั้งสิ้น 7,898 นาย คิดเป็นร้อยละ 31.59 จากยอดที่เปิดรับทั้งหมด 25,000 นาย

เฉพาะวันที่ 17 กันยายนเพียงวันเดียว มีผู้สมัครเพิ่มขึ้น 492 นาย แบ่งเป็นกองทัพบก 427 นาย กองทัพเรือ 37 นาย กองทัพอากาศ 24 นาย และกองบัญชาการกองทัพไทย 4 นาย กระทรวงกลาโหมระบุว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้วางแผนอนาคตในอาชีพทหาร โดยกำหนดการคัดเลือกรอบแรกจะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2569

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การสรรหากำลังพลของไทยที่มุ่งเน้นระบบสมัครใจมากขึ้น แม้โครงการนี้จะเน้นการรับสมัครภายในประเทศ แต่ก็สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการบริหารและการป้องกันประเทศในภาพรวม ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตัวเลขการรับสมัครนี้จะส่งผลต่อโครงสร้างกำลังพลโดยรวมอย่างไร หรือจะมีการปรับเปลี่ยนเป้าหมายการรับสมัครเพิ่มเติมก่อนถึงวันคัดเลือกในเดือนพฤศจิกายนหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:37 UTC

รองนายกฯ อนุทิน อำลาข้าราชการระดับสูงที่เกษียณอายุ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ อนุทิน อำลาข้าราชการระดับสูงที่เกษียณอายุ

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จัดการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการเพื่อเป็นเกียรติแก่ข้าราชการระดับสูง 14 ท่านที่เกษียณอายุราชการ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน อำลาข้าราชการระดับสูงที่เกษียณอายุ

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน อำลาข้าราชการระดับสูงที่เกษียณอายุ

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จัดการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการเพื่อเป็นเกียรติแก่ข้าราชการระดับสูง 14 ท่านที่เกษียณอายุราชการ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานในการประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการเพื่อแสดงความขอบคุณต่อข้าราชการระดับสูง 14 ท่านที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ ตามรายงานจาก Thai Post รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมถึงความทุ่มเทและการเสียสละของข้าราชการเหล่านี้ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ในภาครัฐ

ในระหว่างการประชุม นายอนุทินได้ยกย่องข้าราชการที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งสำหรับความมุ่งมั่นที่มีต่อประเทศชาติ และแสดงความหวังว่าพวกเขาอาจมีโอกาสได้รับใช้บ้านเมืองในบริบทอื่นต่อไปในอนาคต เหตุการณ์นี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านตามปกติแต่มีความสำคัญภายในโครงสร้างการบริหารของไทย ในขณะที่ข้าราชการระดับสูงเหล่านี้สิ้นสุดวาระการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การปรับเปลี่ยนทางบริหารเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของวงจรการทำงานปกติของรัฐบาล แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำเหล่านี้ไม่น่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อบริการสาธารณะหรือชีวิตประจำวันในทันที แต่ก็ถือเป็นการหมุนเวียนบุคลากรที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินนโยบายในภาคส่วนต่างๆ ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าบุคคลใดจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ว่างลง และการแต่งตั้งใหม่เหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อลำดับความสำคัญของหน่วยงานต่างๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร โดยรัฐบาลยังไม่ได้เผยแพร่กำหนดการโดยละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านในตำแหน่งเฉพาะเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:38 UTC

นายกฯ สวีเดน ‘อุล์ฟ คริสเตอซ็อน’ ยื่นลาออกหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ สวีเดน ‘อุล์ฟ คริสเตอซ็อน’ ยื่นลาออกหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง

นายกรัฐมนตรีสวีเดน อุล์ฟ คริสเตอซ็อน ได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งระดับชาติไปอย่างเฉียดฉิว

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ สวีเดน ‘อุล์ฟ คริสเตอซ็อน’ ยื่นลาออกหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ สวีเดน ‘อุล์ฟ คริสเตอซ็อน’ ยื่นลาออกหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง

นายกรัฐมนตรีสวีเดน อุล์ฟ คริสเตอซ็อน ได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งระดับชาติไปอย่างเฉียดฉิว

ตามรายงานจาก Matichon Online นายกรัฐมนตรีสวีเดน อุล์ฟ คริสเตอซ็อน ได้ยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการหลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้งระดับชาติของประเทศไปอย่างเฉียดฉิว ขณะนี้กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจกำลังดำเนินอยู่ ในขณะที่ภูมิทัศน์ทางการเมืองของสวีเดนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องของการติดตามสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นหลัก แม้ว่าการลาออกของผู้นำรัฐบาลต่างประเทศมักจะไม่มีผลกระทบโดยตรงหรือทันทีต่อชีวิตประจำวันของผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ก็นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการบริหารประเทศของสวีเดน ผู้ที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความสัมพันธ์ทางการทูต หรือแผนการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับสวีเดนอาจต้องการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหารบางครั้งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศหรือความสัมพันธ์ทวิภาคี

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และตัวตนของนายกรัฐมนตรีคนต่อไปยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้สังเกตการณ์กำลังรอประกาศเพิ่มเติมจากรัฐสภาสวีเดนเกี่ยวกับกรอบเวลาในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เมื่อสถานการณ์มีความคืบหน้า ผู้ที่ได้รับผลกระทบควรติดตามช่องทางการทูตอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในบริการด้านกงสุลหรือข้อตกลงระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:36 UTC

รัฐบาลเผยผลกวาดล้าง 'ทุนสีเทา' ยึดทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้านบาท
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเผยผลกวาดล้าง 'ทุนสีเทา' ยึดทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลไทยประกาศยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย 'ทุนสีเทา' พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนรวมถึงนักการเมือง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลเผยผลกวาดล้าง 'ทุนสีเทา' ยึดทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเผยผลกวาดล้าง 'ทุนสีเทา' ยึดทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลไทยประกาศยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย 'ทุนสีเทา' พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนรวมถึงนักการเมือง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 รัฐบาลไทยได้ยกระดับการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า 'ทุนสีเทา' โดยโฆษกรัฐบาลยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้มูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

ทางรัฐบาลได้ออกคำเตือนอย่างชัดเจนว่าการกวาดล้างครั้งนี้จะดำเนินการอย่างครอบคลุม โดยระบุว่าจะไม่มีการละเว้นบุคคลใด รวมถึงนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดปัญหาอาชญากรรมและการทุจริตภายในประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแนวทางการบังคับใช้กฎหมายและการกำกับดูแลทางการเงินของรัฐบาล แม้ว่าการกวาดล้างนี้จะมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมหลักนิติธรรม แต่อาจนำไปสู่การตรวจสอบการดำเนินธุรกิจและธุรกรรมทางการเงินในบางภาคส่วนที่เข้มงวดมากขึ้น

ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือองค์กรที่ตกเป็นเป้าหมายของการยึดทรัพย์สินดังกล่าว นอกจากนี้ ขอบเขตของการมีส่วนร่วมของนักการเมืองตามที่โฆษกได้กล่าวถึงนั้นยังคงต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมในระหว่างที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการอัปเดตจากช่องทางที่เป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบระยะยาวของปฏิบัติการเหล่านี้ต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:36 UTC

รัฐบาลไทยประกาศกวาดล้างธุรกิจนอมินีและทรัพย์สินผิดกฎหมาย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยประกาศกวาดล้างธุรกิจนอมินีและทรัพย์สินผิดกฎหมาย

รัฐบาลไทยประกาศยึดทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนอมินีผิดกฎหมายและการสวมบัตรประชาชน พร้อมขู่ดำเนินคดีกับข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยประกาศกวาดล้างธุรกิจนอมินีและทรัพย์สินผิดกฎหมาย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประกาศกวาดล้างธุรกิจนอมินีและทรัพย์สินผิดกฎหมาย

รัฐบาลไทยประกาศยึดทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนอมินีผิดกฎหมายและการสวมบัตรประชาชน พร้อมขู่ดำเนินคดีกับข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลกำลังยกระดับการปราบปรามนอมินี ทุนสีเทา และขบวนการสวมบัตรประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานจาก Khaosod Online ทางการสามารถยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยมีการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน การถือครองที่ดิน และโครงสร้างการถือหุ้นของนิติบุคคล

เจ้าหน้าที่รัฐเน้นย้ำว่าการกวาดล้างนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิดหรือถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย มาตรการเชิงรุกรวมถึงการตรวจสอบการจดทะเบียนบริษัทที่เข้มงวดขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ ส่งผลให้การจดทะเบียนบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงประมาณร้อยละ 70 ปัจจุบันมีการระบุบริษัทที่เข้าข่ายเป็นนอมินีประมาณ 2,100 แห่ง และอีกกว่า 10,000 แห่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังกำลังตรวจสอบการถือครองที่ดินที่เชื่อมโยงกับนิติบุคคลเหล่านี้

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน สิ่งนี้หมายถึงสภาพแวดล้อมทางกฎหมายที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการจดทะเบียนธุรกิจและการซื้ออสังหาริมทรัพย์ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ายินดีต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่การบังคับใช้กฎหมายต่อนอมินีจะยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ยังต้องติดตามผลกระทบของการตรวจสอบเหล่านี้ต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน และรอดูว่าจะมีมาตรการทางกฎหมายเพิ่มเติมต่อข้าราชการที่ถูกสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเหล่านี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:16 UTC

ไทยยืนยันจุดยืนการเจรจาเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไทยยืนยันจุดยืนการเจรจาเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชา

รองนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ระบุว่าไทยจะให้ความสำคัญกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชาให้ชัดเจนก่อนเริ่มหารือเรื่องการพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไทยยืนยันจุดยืนการเจรจาเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชา

แหล่งข่าวเดียว
ไทยยืนยันจุดยืนการเจรจาเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชา

รองนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ระบุว่าไทยจะให้ความสำคัญกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลกับกัมพูชาให้ชัดเจนก่อนเริ่มหารือเรื่องการพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ย้ำถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการของไทยเกี่ยวกับข้อพิพาททางทะเลกับกัมพูชา โดยกล่าวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ไทยยังคงยึดมั่นในกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ปี 1982

ตามรายงานจาก Khaosod English ลำดับความสำคัญในปัจจุบันของรัฐบาลคือการกำหนดเขตแดนทางทะเลระหว่างทั้งสองประเทศให้ชัดเจน นายสีหศักดิ์ชี้แจงว่าการหารือเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรร่วมกันหรือการแบ่งปันผลประโยชน์ในพื้นที่ทับซ้อนจะไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าประเด็นเขตแดนนี้จะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นทางการ ประกาศนี้มีขึ้นภายหลังการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนีประนอมข้อพิพาทภายใต้กรอบของ UNCLOS

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว จุดยืนทางการทูตนี้แสดงให้เห็นว่าสถานะของโครงการพลังงานหรือทรัพยากรในอ่าวไทยยังคงอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา แม้นโยบายนี้จะยังไม่มีผลกระทบต่อการเดินทางหรือการท่องเที่ยวในปัจจุบัน แต่ก็สะท้อนถึงประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญของรัฐบาลไทย ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามว่าคณะกรรมาธิการประนีประนอมจะช่วยให้เกิดความคืบหน้าอย่างไร และทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องเส้นเขตแดนได้หรือไม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อดูความคืบหน้าของกำหนดการเจรจาต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:16 UTC

นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ เสนอสถานะสมาชิกสมทบของสหภาพยุโรป
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ เสนอสถานะสมาชิกสมทบของสหภาพยุโรป

นายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ได้แสดงการสนับสนุนให้แคนาดากลายเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของสหภาพยุโรป เพื่อเสริมสร้างอธิปไตยของชาติ

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ เสนอสถานะสมาชิกสมทบของสหภาพยุโรป

แหล่งข่าวเดียว
นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ เสนอสถานะสมาชิกสมทบของสหภาพยุโรป

นายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ได้แสดงการสนับสนุนให้แคนาดากลายเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของสหภาพยุโรป เพื่อเสริมสร้างอธิปไตยของชาติ

นายกรัฐมนตรีแคนาดามุ่งกระชับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2026 นายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ได้กล่าวต่อรัฐสภายุโรปในเมืองสตราสบูร์ก ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในนโยบายต่างประเทศของแคนาดา ตามรายงานจาก Khaosod English นายคาร์นีย์ได้แสดงการสนับสนุนอย่างเป็นทางการต่อแนวคิดที่ว่าแคนาดาควรกลายเป็นสมาชิกสมทบรายแรกของสหภาพยุโรป

เหตุผลเชิงกลยุทธ์

นายคาร์นีย์เน้นย้ำว่าการกระชับความสัมพันธ์กับทวีปยุโรปเป็นความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจของแคนาดา นายกรัฐมนตรีระบุว่าการปรับตัวให้สอดคล้องกับสหภาพยุโรปมากขึ้นจะช่วยให้แคนาดามั่นใจได้ว่าจะไม่มีอำนาจภายนอกใดสามารถเข้ามาควบคุมตลาดภายในประเทศหรือบ่อนทำลายอธิปไตยของชาติได้ การปรับเปลี่ยนทางการทูตนี้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐอเมริกาภายใต้การบริหารของทรัมป์ ซึ่งดูเหมือนจะมีอิทธิพลต่อแคนาดาในการแสวงหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งขึ้นในที่อื่น

ผลกระทบและแนวโน้มในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักเดินทาง การพัฒนานี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนแนวทางในการค้าระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ทางการทูต แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะเน้นย้ำถึงความต้องการความร่วมมือที่มากขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นเพียงความทะเยอทะยานทางการเมืองระดับสูง รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกรอบกฎหมายของ "สมาชิกสมทบ" และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อนโยบายวีซ่า ภาษีการค้า หรือกฎระเบียบการเดินทางระหว่างประเทศระหว่างแคนาดา สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ ยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคอยการตอบสนองจากรัฐสภายุโรปต่อข้อเสนอที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:17 UTC

นักเคลื่อนไหวบุกกรมสรรพากร จี้อายัดทรัพย์ 'ทักษิณ' ชำระหนี้ภาษี 1.7 หมื่นล้าน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักเคลื่อนไหวบุกกรมสรรพากร จี้อายัดทรัพย์ 'ทักษิณ' ชำระหนี้ภาษี 1.7 หมื่นล้าน

วัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร เรียกร้องให้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีค้างชำระกว่า 1.76 หมื่นล้านบาทจากอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักเคลื่อนไหวบุกกรมสรรพากร จี้อายัดทรัพย์ 'ทักษิณ' ชำระหนี้ภาษี 1.7 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวบุกกรมสรรพากร จี้อายัดทรัพย์ 'ทักษิณ' ชำระหนี้ภาษี 1.7 หมื่นล้าน

วัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร เรียกร้องให้ดำเนินการเรียกเก็บภาษีค้างชำระกว่า 1.76 หมื่นล้านบาทจากอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสรรพากร เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานดำเนินการตามกฎหมายกับอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Thai Post ว่ามีหนี้ภาษีค้างชำระตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นเงินกว่า 17,630 ล้านบาท

นายวัชระได้ขีดเส้นตาย 7 วันให้กรมสรรพากรดำเนินการยึดทรัพย์และฟ้องล้มละลายอดีตผู้นำรายนี้ โดยขู่ว่าหากกรมสรรพากรเพิกเฉย ตนจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่และความสนใจของสาธารณชนต่อคดีความที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้นำรัฐบาล แม้สถานการณ์นี้จะแสดงถึงแรงเสียดทานทางการเมืองภายในประเทศ แต่ปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือการเดินทางท่องเที่ยว ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ากรมสรรพากรจะมีท่าทีอย่างไรต่อเส้นตาย 7 วันนี้ และจะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการตามคำร้องดังกล่าวหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:18 UTC

นายกฯ ยืนยันขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่ออีก 2 เดือน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ยืนยันขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่ออีก 2 เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยใช้งบประมาณที่เหลืออยู่ 4 หมื่นล้านบาทจากเงินกู้เดิม

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ยืนยันขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่ออีก 2 เดือน

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ยืนยันขยายโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ต่ออีก 2 เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศขยายเวลาโครงการ 'ไทยช่วยไทยพลัส' ออกไปอีก 2 เดือน โดยใช้งบประมาณที่เหลืออยู่ 4 หมื่นล้านบาทจากเงินกู้เดิม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตของโครงการรัฐบาล 'ไทยช่วยไทยพลัส' โดยยืนยันว่าจะมีการขยายเวลาโครงการออกไปอีก 2 เดือน ซึ่งจะใช้กรอบงบประมาณที่เหลืออยู่ 4 หมื่นล้านบาทจากเงินกู้เดิมที่มีอยู่

ในส่วนของการดำเนินการรายละเอียดเกี่ยวกับการขยายเวลา นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะแจกจ่าย ทั้งนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่าเงินช่วยเหลือรายเดือนจะอยู่ที่ 1,000 บาท หรือ 500 บาทต่อคน

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ โครงการนี้ถือเป็นการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ แม้ว่าแหล่งเงินทุนจะถูกกำหนดไว้ภายใต้กรอบ 4 หมื่นล้านบาทแล้ว แต่รายละเอียดสุดท้ายเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะได้รับรายบุคคลยังคงต้องรอการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังหรือกรมสรรพสามิต เพื่อทำความเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อสิทธิ์หรือระดับเงินช่วยเหลืออย่างไร ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันว่าการขยายเวลาครั้งนี้จะดำเนินการภายใต้กรอบงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:58 UTC

รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในวุฒิสภาไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในวุฒิสภาไทย

มีข้อกล่าวหาว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังเร่งสร้างอิทธิพลภายในวุฒิสภา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการควบคุมอำนาจนิติบัญญัติ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในวุฒิสภาไทย

แหล่งข่าวเดียว
รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในวุฒิสภาไทย

มีข้อกล่าวหาว่ากลุ่มการเมืองบางกลุ่มกำลังเร่งสร้างอิทธิพลภายในวุฒิสภา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการควบคุมอำนาจนิติบัญญัติ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 มีการเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างเข้มข้นภายในวุฒิสภาไทย โดยรายงานระบุว่ากลุ่มการเมืองที่มักถูกเรียกว่าปีก 'สีน้ำเงิน' กำลังเร่งดำเนินการเพื่อสร้างอิทธิพลโดยการดึงตัวสมาชิกวุฒิสภาเพิ่มเติมเข้ามาอยู่ในกลุ่มของตน

ข้อกล่าวหาเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีความท้าทายทางกฎหมายเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเฉพาะการยื่นคำร้องเพื่อถอดถอนสมาชิกวุฒิสภา 26 คน แต่กลุ่มนี้ยังคงรักษาตำแหน่งที่ได้เปรียบไว้ได้ รายงานยังอ้างว่าบุคคลที่ต้องการตำแหน่งหรืออิทธิพลบางอย่างได้เดินทางไปยังสถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับผู้นำกลุ่ม เช่น เขากระโดง และซอยรางน้ำ เพื่อแสวงหาการสนับสนุน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย แม้ว่าพลวัตภายในวุฒิสภาอาจไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันในทันที แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมทางนิติบัญญัติและโอกาสในการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคต ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าความพยายามในการดึงตัวสมาชิกเหล่านี้จะสามารถเปลี่ยนดุลอำนาจได้สำเร็จหรือไม่ หรือคำร้องทางกฎหมายที่กำลังดำเนินอยู่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของวุฒิสภาอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ โดยผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่าพลวัตอำนาจภายในเหล่านี้จะพัฒนาไปอย่างไรในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 04:18 UTC