ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ✦
ทั่วไป โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ ✦
กฎหมาย รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ✦
การเมือง หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
การขนส่ง ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้ ✦
การขนส่ง พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม. ✦
สุขภาพ จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ. ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำของเมือง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คลองประเวศบุรีรมย์ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่น่ากังวลที่สุดสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการสูบระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่ง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าสถานีสูบน้ำของเมืองยังคงทำงานได้ตามปกติและสามารถรับมือกับปริมาณน้ำในขณะนี้ได้ เพื่อป้องกันปัญหาเพิ่มเติม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียงเพื่อบริหารจัดการการไหลของน้ำบริเวณรอยต่อจังหวัดและเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามพยากรณ์อากาศในพื้นที่และรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลอง แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันจะยังคงรับมือได้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าการระบายน้ำอย่างเข้มข้นนี้จะต้องดำเนินต่อไปนานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่หากปริมาณฝนเพิ่มความรุนแรงขึ้น ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและผลกระทบต่อการเดินทางในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

ทั่วไป

โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

แหล่งข่าวเดียว
โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

โป๊ปเลโอได้ยืนยันต่อสาธารณะถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยยินดีต้อนรับนักข่าวให้เข้ามาทำข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของท่าน หลังจากมีคำถามเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านสื่อทั่วโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online โป๊ปเลโอได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงความเต็มใจที่จะอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ามาทำข่าวการทำงานของท่าน คำประกาศนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อคำถามเกี่ยวกับจุดยืนของท่านต่อเสรีภาพของสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการอภิปรายระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการที่นักการเมืองอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนนักข่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำแถลงนี้ถือเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจในการสนทนาระดับโลกที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสาธารณะและสื่อมวลชน แม้ว่าความคิดเห็นของโป๊ปจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ชมทั่วโลก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสและบทบาทของสื่อในการบันทึกเหตุการณ์สำคัญต่างๆ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านโยบายนี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไรในระหว่างการปรากฏตัวต่อสาธารณะในอนาคต หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเฉพาะเจาะจงในระเบียบการเข้าถึงสื่อหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าจุดยืนนี้จะมีอิทธิพลต่อวิธีที่ผู้นำทางศาสนาและนักการเมืองมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อในอนาคตอย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นที่กำลังพัฒนา ผู้ที่สนใจในกิจการระหว่างประเทศควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำหลักการเปิดกว้างเหล่านี้ไปใช้ในเขตอำนาจศาลต่างๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

กฎหมาย

รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ทางการไทยได้จับกุมชายที่รู้จักกันในชื่อ 'ว่างฝือ' ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ในป่า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายที่ระบุชื่อว่า 'ว่างฝือ' ผู้นำลัทธิทางศาสนาที่ไม่ได้รับอนุญาต หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน ผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่าล่อลวงเหยื่อเข้าไปในพื้นที่ป่า โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ทางจิตวิญญาณ

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรายงานที่ระบุว่ามีสาวกบางส่วนของผู้ต้องหาได้รวมตัวกันเพื่อแสดงความสนับสนุนในระหว่างกระบวนการจับกุม เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนอกรีตที่ดำเนินงานอยู่นอกเหนือการกำกับดูแลทางศาสนาในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับกลุ่มทางจิตวิญญาณที่ไม่เป็นทางการ หรือบุคคลที่อ้างว่าให้บริการทางศาสนาแบบพิเศษในพื้นที่ห่างไกล แม้ว่าจะมีการยืนยันการจับกุมแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมและตรวจสอบขอบเขตกิจกรรมทั้งหมดของลัทธินี้ ยังคงต้องยืนยันว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้อีกบ้าง และจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้สาธารณชนติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับสถานะของการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

การเมือง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ในสัปดาห์หน้า โดยจับตาดูการเข้าร่วมประชุม กสทช. ที่กำหนดไว้ในวันที่ 28 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ หมอสรณกำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการตรวจสอบสถานะทางบริหารและจุดยืนทางวิชาชีพของเขาอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ความสนใจของสาธารณชนมุ่งไปที่การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 กันยายนนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมตามกำหนดการหรือไม่ เนื่องจากความท้าทายทางกฎหมายหรือทางบริหารที่เขากำลังเผชิญอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และการดำเนินงานของสื่อ ความไม่มั่นคงในระดับผู้นำหรือการเปลี่ยนแปลงภายในคณะกรรมการอาจส่งผลต่อนโยบายการกำกับดูแลหรือความเร็วในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลในการยื่นอุทธรณ์ต่อสาธารณะ และยังคงต้องยืนยันว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมวันที่ 28 กันยายนนี้ตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กสทช. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและกำหนดการดำเนินงานของคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

จิราพัชร ขานอ่อนตา และ สุกานดา เพชรรักษา สองนักกรีฑาไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิง ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม นักวิ่งสาวไทย “เบลล์” จิราพัชร ขานอ่อนตา และ “ถู” สุกานดา เพชรรักษา สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิงได้สำเร็จ ในการแข่งขันกรีฑาวันที่ 2 ของมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่านักกีฬาทั้งสองคนทำผลงานได้ดีในรอบรองชนะเลิศ โดยกติกาการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะคัดเอาอันดับ 1-3 ของแต่ละฮีต รวมกับนักวิ่งที่ทำเวลาดีที่สุดอีก 2 คน รวมเป็น 8 คนเข้าสู่รอบสุดท้าย ทั้งนี้ จิราพัชรสามารถทำลายสถิติส่วนตัวได้ในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นของทีมกรีฑาไทยในเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือท่องเที่ยวอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของเอเชียนเกมส์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน และอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรและการขนส่งสาธารณะในบริเวณใกล้เคียงสนามแข่งขัน บรรยากาศในเมืองนาโกยายังคงเต็มไปด้วยความคึกคักตลอดช่วงการแข่งขัน

แม้ว่านักกีฬาทั้งสองจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแล้ว แต่เวลาที่แน่นอนของการแข่งขันรอบชิงเหรียญรางวัลและผลการแข่งขันสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาควรติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของเอเชียนเกมส์เพื่อตรวจสอบตารางการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

การขนส่ง

ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

กรมการขนส่งทางบกเตรียมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Thai Post กรมการขนส่งทางบก (DLT) ได้ประกาศว่าจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่กำกับดูแลแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทยอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนจากกระทรวงยืนยันว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการกำกับดูแลและสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในภาคส่วนการขนส่งดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมให้บริการ ราคา หรือมาตรฐานการดำเนินงานของบริการเรียกรถยอดนิยมที่ใช้กันทั่วประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับภูมิทัศน์การขนส่งดิจิทัล และปรับปรุงคุณภาพการบริการและความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร

แม้ว่ารัฐบาลจะระบุวันที่เริ่มต้นที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้กฎหมายนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่ามาตรการที่เข้มงวดขึ้นเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานประจำวันของคนขับและประสบการณ์ของผู้โดยสารอย่างไร ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแอปพลิเคชันบางตัวจะประสบปัญหาการหยุดชะงักของบริการหรือไม่ หรือการบังคับใช้กฎหมายใหม่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตหรือการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเรียกรถที่ตนใช้งานเป็นประจำเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตายวันที่ 1 ตุลาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

การขนส่ง

พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

แหล่งข่าวเดียว
พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

พาวเวอร์แบงก์เกิดไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Matichon Online เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญบนเที่ยวบินของสายการบินแอร์โซล เมื่อพาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารเกิดไฟไหม้ขณะอยู่บนเครื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการตอบสนองอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมเพลิง ส่งผลให้ตารางการบินต้องหยุดชะงักอย่างมาก โดยผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมงจากเหตุฉุกเฉินนี้

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสายการบินเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สายการบินระหว่างประเทศและในประเทศส่วนใหญ่มีข้อบังคับที่เข้มงวดว่าต้องพกพาพาวเวอร์แบงก์ไว้ในสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องแทนการโหลดใต้ท้องเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเรือจะสามารถจัดการกับเหตุไฟไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

แม้ว่าเพลิงจะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับยี่ห้อของพาวเวอร์แบงก์หรือว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้งานอยู่ในขณะที่เกิดไฟไหม้หรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักเดินทางควรตรวจสอบนโยบายของสายการบินเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาก่อนการเดินทางเสมอเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งนี้ สายการบินแอร์โซลยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของเหตุการณ์นี้ต่อโปรโตคอลความปลอดภัยของสายการบิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

สุขภาพ

จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางมาศึกษาดูงานที่บุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้ระบบการบำบัดยาเสพติดและการคืนคนดีสู่สังคมแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกว่า 80 คนจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ 'ลำปลายมาศโมเดล' ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่วงจรการบำบัด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการฝึกทักษะอาชีพอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพและไม่หวนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบ 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการปัญหาด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยทางสังคมผ่านโมเดลที่เน้นชุมชนเป็นฐาน คณะศึกษาดูงานซึ่งประกอบด้วยสาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลต่างๆ ได้เลือกศึกษาโมเดลนี้หลังจากประเมินโครงการในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งเป้าขยายผลแนวทางนี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าวิธีการเหล่านี้จะถูกปรับใช้ให้เข้ากับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

รัฐบาลไทยยืนยันว่ามีงบกลางเพียงพอสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งดำเนินการโครงการประกันภัยสำหรับ 30 ล้านครัวเรือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายภราดร ปริศนานันทกุล ยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีงบกลางเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบวิกฤตน้ำท่วมอย่างหนัก โดยรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นต่อชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ในส่วนที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งลงนามในกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อคุ้มครองครัวเรือนจำนวน 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างตาข่ายรองรับความปลอดภัยให้กับประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูทางการเงิน แม้ว่าจะมีการยืนยันความพร้อมของงบกลางสำหรับการช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มโครงการประกันภัย 30 ล้านครัวเรือนและเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับสิทธิ์ของแต่ละบุคคลนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจาก คปภ. ขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและกรมธรรม์ประกันภัยเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศไทย โดยรายงานระบุว่ากองทุนกำลังเผชิญกับปัญหาเงินทุนไม่เพียงพอ

เพื่อสร้างความมั่นใจในการปล่อยกู้และช่วยเหลือผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลได้ยืนยันการจัดสรรงบกลางจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุน การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักเรียนที่จำเป็นต้องใช้เงินกู้เพื่อการศึกษา

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการรับประกันว่าระบบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจะยังคงดำเนินต่อไปได้ กองทุน กยศ. ถือเป็นกลไกสำคัญในระบบสวัสดิการสังคมของไทย และเสถียรภาพของกองทุนมักถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา

แม้ว่าปัญหาการขาดแคลนเงินทุนในระยะสั้นจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างในระยะยาวเพื่อความยั่งยืนของกองทุนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรของกองทุนในรอบปีงบประมาณถัดไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:38 UTC

ข้อพิพาททางการเมืองกรณีมติ กกต. เกี่ยวกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ข้อพิพาททางการเมืองกรณีมติ กกต. เกี่ยวกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

นายพริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดการคดีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยเรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ข้อพิพาททางการเมืองกรณีมติ กกต. เกี่ยวกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

แหล่งข่าวเดียว
ข้อพิพาททางการเมืองกรณีมติ กกต. เกี่ยวกับการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

นายพริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการจัดการคดีการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยเรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้น

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ 'ไอติม' วัชรสินธุ ได้ออกมาตั้งคำถามต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับมติล่าสุดในคดีที่มีการกล่าวหาว่ามีการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยนายพริษฐ์เปรียบเทียบการตัดสินใจของ กกต. ว่าเป็นการพยายามมองข้ามความผิดปกติที่สำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือน 'ช้าง 3 ตัว' ในห้อง

นายพริษฐ์เรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายละเอียดของมติทั้งหมดและส่งสำนวนคดีไปยังศาลฎีกา โดยให้เหตุผลว่าแนวทางในปัจจุบันขาดความโปร่งใสที่จำเป็นต่อการรักษาความเชื่อมั่นของสาธารณชนที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ภายในสถาบันทางการเมืองและกฎหมายของประเทศ แม้ว่าสถานการณ์นี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือสถานะการพำนัก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงการอภิปรายทางการเมืองที่เข้มข้นเกี่ยวกับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการเลือกตั้ง

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะปฏิบัติตามคำเรียกร้องในการเปิดเผยเอกสารทั้งหมดหรือไม่ หรือเรื่องนี้จะดำเนินต่อไปผ่านช่องทางกระบวนการยุติธรรม โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าศาลฎีกาจะเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ หรือ กกต. จะให้คำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการตรวจสอบของตนอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:15 UTC

รัฐบาลไทยปฏิเสธข่าวลือการควบรวมกิจการ อสมท. และ ไทยพีบีเอส
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยปฏิเสธข่าวลือการควบรวมกิจการ อสมท. และ ไทยพีบีเอส

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธกระแสข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท. และ ไทยพีบีเอส โดยยืนยันว่าจะมีการเสนอแผนฟื้นฟู อสมท. ต่อคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยปฏิเสธข่าวลือการควบรวมกิจการ อสมท. และ ไทยพีบีเอส

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยปฏิเสธข่าวลือการควบรวมกิจการ อสมท. และ ไทยพีบีเอส

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธกระแสข่าวการควบรวมกิจการระหว่าง อสมท. และ ไทยพีบีเอส โดยยืนยันว่าจะมีการเสนอแผนฟื้นฟู อสมท. ต่อคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวเกี่ยวกับการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) โดยระบุว่าไม่เคยเห็นข้อเสนอการควบรวมกิจการดังกล่าวเสนอเข้ามายังสำนักงานของตน

คำชี้แจงนี้มีขึ้นภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 โดยนายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ยืนยันว่าที่ประชุมได้อนุมัติแผนฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง ซึ่งรวมถึง อสมท. ด้วย แม้ว่า สคร. จะได้พัฒนาแนวทางเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของ อสมท. แต่เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าแผนดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการกับไทยพีบีเอส

ทางการระบุถึงความแตกต่างทางโครงสร้างและข้อจำกัดทางกฎหมายระหว่างสององค์กร โดยไทยพีบีเอสมีบทบาทเฉพาะในฐานะสื่อสาธารณะ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ สคร. ยังระบุว่าไม่ทราบที่มาของข่าวลือดังกล่าว เนื่องจาก อสมท. เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายละเอียดของแผนฟื้นฟูจึงยังคงเป็นความลับจนกว่าจะมีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อป้องกันผลกระทบต่อตลาดทุนและประเด็นทางกฎหมาย สำหรับประชาชนทั่วไป ข่าวดังกล่าวเป็นการยืนยันว่าสถานะของทั้งสององค์กรสื่อยังคงเดิม โดยรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การปรับโครงสร้างภายในมากกว่าการควบรวมกิจการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:17 UTC

นายกฯ เตรียมเยือนสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอังกฤษ เพื่อภารกิจทางการทูต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ เตรียมเยือนสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอังกฤษ เพื่อภารกิจทางการทูต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ เตรียมเยือนสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอังกฤษ เพื่อภารกิจทางการทูต

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ เตรียมเยือนสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอังกฤษ เพื่อภารกิจทางการทูต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81

ตามรายงานจาก Thai Post นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจทางการทูตอย่างเป็นทางการใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร โดยมีกำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 20 ถึง 27 กันยายน 2569

วัตถุประสงค์หลักของการเดินทางเยือนต่างประเทศในครั้งนี้ คือการที่นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครนิวยอร์ก การเข้าร่วมประชุมในระดับสูงครั้งนี้ถือเป็นความพยายามทางการทูตที่สำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การเยือนทางการทูตระดับสูงเช่นนี้มักเป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในนโยบายระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางการค้า หรือข้อตกลงทวิภาคี ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาวะทางเศรษฐกิจในระยะยาวหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับวีซ่า แม้ว่าจุดเน้นหลักของการเดินทางคือการประชุม UNGA81 แต่การรวมญี่ปุ่นและอังกฤษไว้ในกำหนดการเดินทางบ่งชี้ถึงการหารือที่กว้างขวางขึ้นเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศ

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการเดินทางของนายกรัฐมนตรีในญี่ปุ่นและอังกฤษ รวมถึงผลลัพธ์ทางนโยบายที่คาดหวังจากการประชุมเหล่านี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวาระการประชุมในแต่ละช่วงของการเดินทาง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:37 UTC

นายกฯ ยืนยันรัฐบาลผสมยังมั่นคงก่อนศึกซักฟอก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ ยืนยันรัฐบาลผสมยังมั่นคงก่อนศึกซักฟอก

นายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลแสดงความมั่นใจว่าจะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ โดยยึดมั่นในความโปร่งใสของการทำงาน

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ ยืนยันรัฐบาลผสมยังมั่นคงก่อนศึกซักฟอก

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ ยืนยันรัฐบาลผสมยังมั่นคงก่อนศึกซักฟอก

นายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลแสดงความมั่นใจว่าจะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ โดยยึดมั่นในความโปร่งใสของการทำงาน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายกรัฐมนตรีไทยได้ออกมาตอบโต้ข้อกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลผสมในปัจจุบัน ท่ามกลางการเตรียมตัวสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมาถึง ฝ่ายบริหารยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งภายในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำคนสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีการกำหนดวันประชุมอย่างเป็นทางการกับรัฐมนตรีท่านอื่น แต่การสื่อสารระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เขามีความมั่นใจอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะผ่านความท้าทายในสภาไปได้ โดยยืนยันว่ารัฐบาลได้ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเจตนาที่ไม่สุจริตหรือการทุจริตคอร์รัปชัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ พัฒนาการทางการเมืองนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการตรวจสอบโดยรัฐสภา แม้ว่าการอภิปรายดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางประชาธิปไตยในประเทศไทย แต่บ่อยครั้งก็นำไปสู่การถกเถียงทางการเมืองที่เข้มข้นขึ้นและความล่าช้าในการออกกฎหมาย ในขณะนี้ วันที่แน่นอนสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่มีการสรุป และสาธารณชนกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการของรัฐสภา ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารท้องถิ่นเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกำหนดการอภิปราย เนื่องจากกระบวนการเหล่านี้อาจส่งผลต่อแนวนโยบายของรัฐบาลหรือการดำเนินงานของฝ่ายบริหารในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:37 UTC

สภากทม. โหวตตัดงบ 6 พันล้านบาท โครงการเช่ารถขยะ EV
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สภากทม. โหวตตัดงบ 6 พันล้านบาท โครงการเช่ารถขยะ EV

สภากรุงเทพมหานครมีมติเสียงข้างมากตัดงบประมาณ 6,038 ล้านบาท สำหรับโครงการเช่ารถขยะพลังงานไฟฟ้าจำนวน 1,347 คัน ส่งผลให้แผนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของฝ่ายบริหารต้องหยุดชะงัก

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สภากทม. โหวตตัดงบ 6 พันล้านบาท โครงการเช่ารถขยะ EV

แหล่งข่าวเดียว
สภากทม. โหวตตัดงบ 6 พันล้านบาท โครงการเช่ารถขยะ EV

สภากรุงเทพมหานครมีมติเสียงข้างมากตัดงบประมาณ 6,038 ล้านบาท สำหรับโครงการเช่ารถขยะพลังงานไฟฟ้าจำนวน 1,347 คัน ส่งผลให้แผนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของฝ่ายบริหารต้องหยุดชะงัก

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ สภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) ได้มีมติอย่างเป็นทางการในการปฏิเสธร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในส่วนของโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ โดยฝ่ายบริหารภายใต้การนำของผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เสนอของบประมาณจำนวน 6,038 ล้านบาท เพื่อเช่ารถขยะพลังงานไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,347 คัน เพื่อยกระดับการจัดการขยะและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในเมือง

ในการลงมติครั้งสำคัญ สมาชิกสภามีมติ 27 ต่อ 19 เสียง ให้ตัดงบประมาณในโครงการดังกล่าวทั้งหมด ส่งผลให้แผนการเปลี่ยนผ่านระบบการจัดเก็บขยะของเมืองไปสู่พลังงานไฟฟ้าต้องหยุดชะงักลง การปฏิเสธงบประมาณครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการถกเถียงอย่างเข้มข้นระหว่างฝ่ายบริหารและสภากทม. เกี่ยวกับความจำเป็นและโครงสร้างทางการเงินของโครงการ

สำหรับประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ความเคลื่อนไหวนี้หมายความว่าระบบการจัดเก็บขยะในปัจจุบันจะยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระยะนี้ เนื่องจากแผนการปรับปรุงให้ทันสมัยถูกระงับไว้ แม้ว่าฝ่ายบริหารจะมุ่งหวังลดมลพิษในเมืองผ่านการเปลี่ยนผ่านนี้ แต่การคัดค้านของสภากทม. สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของเมืองอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าฝ่ายบริหารจะมีการปรับปรุงข้อเสนอหรือหาแนวทางอื่นเพื่อตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานการจัดการขยะของเมืองในรอบงบประมาณถัดไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:57 UTC

กองทัพเรือไทยเลือก Hanwha Ocean สำหรับโครงการเรือฟริเกตลำใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กองทัพเรือไทยเลือก Hanwha Ocean สำหรับโครงการเรือฟริเกตลำใหม่

กองทัพเรือไทยได้คัดเลือกบริษัท Hanwha Ocean จากเกาหลีใต้ให้เป็นผู้สร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่ด้วยงบประมาณ 16,730 ล้านบาท

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กองทัพเรือไทยเลือก Hanwha Ocean สำหรับโครงการเรือฟริเกตลำใหม่

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือไทยเลือก Hanwha Ocean สำหรับโครงการเรือฟริเกตลำใหม่

กองทัพเรือไทยได้คัดเลือกบริษัท Hanwha Ocean จากเกาหลีใต้ให้เป็นผู้สร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่ด้วยงบประมาณ 16,730 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กองทัพเรือไทยได้ประกาศว่าบริษัท Hanwha Ocean จากเกาหลีใต้ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้สร้างเรือฟริเกตสมรรถนะสูงลำใหม่ โครงการดังกล่าวมีมูลค่า 16,730 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังรบระยะยาวตามสมุดปกขาวของกองทัพเรือ

พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่ากระบวนการคัดเลือกดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นที่ตั้ง สัญญาครอบคลุมการสร้างเรือฟริเกต 1 ลำ รวมถึงระบบ อุปกรณ์ อะไหล่ การฝึกอบรม และการสนับสนุนการบำรุงรักษา โดยอยู่ในกรอบงบประมาณไม่เกิน 17,000 ล้านบาท

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว การพัฒนาครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถด้านการป้องกันทางทะเลของไทย เรือลำใหม่นี้ถูกออกแบบมาให้สามารถปฏิบัติการได้ใน 3 มิติ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรักษาความปลอดภัยในน่านน้ำของประเทศ แม้ว่าการคัดเลือกจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับกำหนดการก่อสร้างและวันส่งมอบเรือให้แก่กองทัพเรือไทยนั้น กองทัพเรือจะมีการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต โครงการนี้คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความพร้อมในการปฏิบัติการของกองทัพเรือไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:17 UTC

ชาวอุดรธานีรวมตัวประท้วงคัดค้านการทำเหมืองแร่โปแตช
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชาวอุดรธานีรวมตัวประท้วงคัดค้านการทำเหมืองแร่โปแตช

ประชาชนรวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานีเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชาวอุดรธานีรวมตัวประท้วงคัดค้านการทำเหมืองแร่โปแตช

แหล่งข่าวเดียว
ชาวอุดรธานีรวมตัวประท้วงคัดค้านการทำเหมืองแร่โปแตช

ประชาชนรวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานีเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กลุ่มชาวบ้านในจังหวัดอุดรธานีได้จัดกิจกรรมรวมตัวกันที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่อย่างชัดเจน ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ ผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันภายใต้แนวคิด 'อุดรไม่เอาโปแตช' เพื่อสะท้อนถึงความกังวลของคนในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการทำเหมืองแร่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในพื้นที่ การชุมนุมดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจถึงความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมกับผลประโยชน์ของชุมชนท้องถิ่น แม้ว่าการประท้วงจะเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แต่ก็อาจส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกในการเดินทางหรือมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณใกล้เคียงสถานที่ราชการในช่วงที่มีการรวมตัว

ในขณะนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าหน่วยงานระดับจังหวัดจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้ หรือการประท้วงจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสถานะของสัมปทานเหมืองแร่อย่างเป็นทางการหรือไม่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังอุดรธานีควรใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการชุมนุมสาธารณะเพื่อความปลอดภัยส่วนบุคคล ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่าทีของรัฐบาลต่อโครงการเหมืองแร่เหล่านี้ต่อไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:16 UTC

รองนายกฯ อนุทิน โต้กลับฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ อนุทิน โต้กลับฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาปกป้องการทำงานของรัฐบาลในการปราบปรามเครือข่ายมิจฉาชีพ พร้อมปฏิเสธคำวิจารณ์จากฝ่ายค้าน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ อนุทิน โต้กลับฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ อนุทิน โต้กลับฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ออกมาปกป้องการทำงานของรัฐบาลในการปราบปรามเครือข่ายมิจฉาชีพ พร้อมปฏิเสธคำวิจารณ์จากฝ่ายค้าน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาตอบโต้ข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาลในการปราบปรามเครือข่ายมิจฉาชีพในประเทศไทย ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการปราบปรามการฉ้อโกงอย่างจริงจังและเด็ดขาด โดยระบุว่าหน่วยงานระหว่างประเทศต่างแสดงความชื่นชมต่อความพยายามดังกล่าว

คำกล่าวของนายอนุทินเป็นการตอบโต้คำถามจากนายรังสิมันต์ โรม นักการเมืองฝ่ายค้าน ที่ตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและความเกรงใจในการจัดการกับกลุ่มอิทธิพลบางกลุ่ม นายอนุทินได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลมีความเกรงใจ โดยกล่าวว่า "ที่แน่ๆ ไม่เกรงใจโรม"

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงทางการเมืองในประเด็นความปลอดภัยสาธารณะและกลยุทธ์ของรัฐบาลในการลดปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่ามาตรการบังคับใช้กฎหมายมีความเข้มงวดและได้ผล แต่ประสิทธิภาพที่แท้จริงของมาตรการดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในแวดวงการเมือง สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้รัฐบาลจะอ้างถึงความสำเร็จในการปราบปราม แต่รายงานนี้ไม่ได้ให้ข้อมูลการตรวจสอบอิสระเกี่ยวกับผลกระทบในระยะยาวต่อเครือข่ายมิจฉาชีพ ประชาชนและนักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังตามมาตรฐานในการรับข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์หรือข้อเสนอทางการเงินที่น่าสงสัย เนื่องจากวาทกรรมทางการเมืองไม่สามารถทดแทนความระมัดระวังส่วนบุคคลได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:16 UTC

กองทัพเรือชี้แจงปัญหาทางเทคนิคของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กองทัพเรือชี้แจงปัญหาทางเทคนิคของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

กองทัพเรือไทยได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคบนเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช พร้อมเผยแผนโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กองทัพเรือชี้แจงปัญหาทางเทคนิคของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือชี้แจงปัญหาทางเทคนิคของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

กองทัพเรือไทยได้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางเทคนิคบนเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช พร้อมเผยแผนโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กองทัพเรือได้จัดงานแถลงข่าวที่หอประชุมกองทัพเรือเพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าของโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่ ในระหว่างงาน พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับความกังวลของสาธารณชนต่อเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะรายงานเรื่องเครื่องยนต์ขัดข้องและปัญหาของระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิด (Phalanx CIWS)

การอภิปรายเกิดขึ้นท่ามกลางคำถามว่าเหตุใดบริษัทเดิมที่เคยร่วมโครงการก่อนหน้านี้จึงได้รับคัดเลือกให้ทำสัญญาเรือฟริเกตลำใหม่ นักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องได้ตั้งคำถามถึงกระบวนการคัดเลือก โดยเฉพาะในประเด็น 'นโยบายชดเชย' (Offset Policy) และข้อกำหนดในการพัฒนาอู่ต่อเรือในประเทศ พล.ร.อ.กรวิทย์ อธิบายว่ากองทัพเรือเคยสอบถามอู่ต่อเรือในประเทศเกี่ยวกับขีดความสามารถในการต่อเรือแบบ 100% แล้ว แต่ไม่ได้รับคำยืนยันที่ชัดเจน จึงนำไปสู่กลยุทธ์การจัดหาในปัจจุบัน

สำหรับประชาชนและผู้ติดตามข่าวสาร เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความโปร่งใสทางทหารและความน่าเชื่อถือของยุทโธปกรณ์ แม้กองทัพเรือจะระบุว่าได้นำบทเรียนจากเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชไปบรรจุไว้ในร่างขอบเขตงาน (TOR) ของโครงการเรือฟริเกตลำใหม่เพื่อป้องกันปัญหาทางเทคนิคซ้ำซาก แต่ประสิทธิภาพของมาตรการใหม่เหล่านี้ยังคงต้องติดตามต่อไป โดยกองทัพเรือยืนยันว่าผู้รับจ้างที่ได้รับคัดเลือกผ่านเกณฑ์ที่จำเป็นซึ่งบริษัทอื่นไม่สามารถทำได้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 08:18 UTC

อนุทินเปิดช่องปลดล็อกสนุกเกอร์พ้นบัญชีการพนัน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุทินเปิดช่องปลดล็อกสนุกเกอร์พ้นบัญชีการพนัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับสนุกเกอร์ โดยระบุว่าพร้อมพิจารณาถอดออกจากรายการกิจกรรมการพนันที่ถูกควบคุม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุทินเปิดช่องปลดล็อกสนุกเกอร์พ้นบัญชีการพนัน

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินเปิดช่องปลดล็อกสนุกเกอร์พ้นบัญชีการพนัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับสนุกเกอร์ โดยระบุว่าพร้อมพิจารณาถอดออกจากรายการกิจกรรมการพนันที่ถูกควบคุม

ตามรายงานจาก Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของไทย ได้ระบุว่าเขายังคงเปิดกว้างสำหรับความเป็นไปได้ในการจัดประเภทสนุกเกอร์ใหม่เพื่อถอดออกจากหมวดหมู่กิจกรรมการพนันที่ต้องห้าม

ปัจจุบัน โต๊ะสนุกเกอร์ในประเทศไทยดำเนินงานภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับการพนันในอดีต รัฐมนตรีอนุทินกล่าวว่าเขาพร้อมที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยระบุว่ายินดีที่จะถกเถียงเรื่องนี้กับหน่วยงานราชการใดๆ ที่อาจคัดค้านข้อเสนอดังกล่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจนำไปสู่สภาพแวดล้อมทางกฎระเบียบที่ผ่อนคลายมากขึ้นสำหรับสถานที่เล่นสนุกเกอร์ทั่วประเทศ ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานและการรับรู้ต่อสถานประกอบการเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่านี่เป็นเพียงจุดยืนเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอย่างเป็นทางการ และข้อเสนอดังกล่าวยังเผชิญกับแรงต้านที่อาจเกิดขึ้นจากหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ ยังคงต้องยืนยันต่อไปว่ารัฐบาลจะดำเนินการจัดประเภทใหม่อย่างเป็นทางการหรือไม่ หรือสถานะทางกฎหมายปัจจุบันของโต๊ะสนุกเกอร์จะยังคงเดิม ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสำหรับการอัปเดตทางกฎหมายที่เป็นรูปธรรมต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:55 UTC

รัฐบาลไทยประกาศกร้าวปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยประกาศกร้าวปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นว่าจะยกระดับการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ หลังจากมีรายงานถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยประกาศกร้าวปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยประกาศกร้าวปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างเด็ดขาด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นว่าจะยกระดับการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ หลังจากมีรายงานถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศถึงแคมเปญการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ดำเนินงานอยู่ในประเทศอย่างเข้มงวด โดยอ้างอิงจาก Thai Post นายกรัฐมนตรีระบุว่าทางการจะดำเนินการยึดทรัพย์สินโดยไม่ลังเล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามที่เข้มข้นขึ้นในครั้งนี้

การเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่าคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตรบุคคล 28 รายชื่อที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ระหว่างประเทศ โดยหนึ่งในรายชื่อที่ปรากฏในคำร้องของคณะกรรมาธิการคือ นายวรภัค ธันยาวงษ์

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับอาชญากรรมทางการเงินและการบังคับใช้ความปลอดภัยทางดิจิทัลในประเทศไทย แม้ว่ารัฐบาลจะมุ่งมั่นดำเนินการอย่างจริงจัง แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการสอบสวนและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบุคคลหรือบริษัทที่มีรายชื่อในคำร้องของสหรัฐฯ นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ารัฐบาลไทยจะประสานงานกับพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างไรเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ผู้ที่อาศัยอยู่ในหรือเดินทางมายังประเทศไทยควรตระหนักถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลในการกำกับดูแลและตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:59 UTC

แคมเปญล่ารายชื่อแก้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนทะลุ 2 แสนรายชื่อ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

แคมเปญล่ารายชื่อแก้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนทะลุ 2 แสนรายชื่อ

แคมเปญภาคประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญไทยได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมียอดผู้ลงชื่อสนับสนุนเกิน 200,000 รายชื่อ หลังเกิดข้อถกเถียงทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

แคมเปญล่ารายชื่อแก้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนทะลุ 2 แสนรายชื่อ

แหล่งข่าวเดียว
แคมเปญล่ารายชื่อแก้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนทะลุ 2 แสนรายชื่อ

แคมเปญภาคประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญไทยได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมียอดผู้ลงชื่อสนับสนุนเกิน 200,000 รายชื่อ หลังเกิดข้อถกเถียงทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญไทยได้บรรลุเป้าหมายโดยมีผู้ลงชื่อสนับสนุนมากกว่า 200,000 รายชื่อแล้ว การเพิ่มขึ้นของการมีส่วนร่วมของประชาชนในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นผลมาจากความไม่พอใจในวงกว้างต่อกระบวนการทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับวุฒิสภา ซึ่งมักถูกเรียกในวาทกรรมท้องถิ่นว่า "เอฟเฟกต์ฮั้ว ส.ว."

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีกิจกรรมทางการเมืองเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าในขณะนี้กลุ่มผู้เคลื่อนไหวกำลังมุ่งเน้นไปที่การรวบรวมเสียงสนับสนุนจากประชาชนเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่ารัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไรต่อคำร้องนี้ หรือจะมีกระบวนการทางรัฐสภาใดบ้างที่จะเกิดขึ้นจากจำนวนรายชื่อที่รวบรวมได้

ในขณะนี้ แคมเปญดังกล่าวยังคงเชิญชวนให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับความไม่สงบทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการล่ารายชื่อดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อาศัยหรือเดินทางมายังประเทศไทยควรตระหนักว่าอาจมีการรวมตัวหรือการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นในเขตเมืองใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานที่ราชการหรือพื้นที่สาธารณะ นักท่องเที่ยวควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสถานการณ์ทางการเมือง และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการรวมตัวของฝูงชนจำนวนมากเพื่อเป็นมาตรการป้องกันตามปกติในช่วงที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:56 UTC

นายกฯ อนุทิน โต้กลับประเด็นการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ท่ามกลางกระแสข่าวการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน โต้กลับประเด็นการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ท่ามกลางกระแสข่าวการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปกป้องการดำเนินงานของรัฐบาลในการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลังจากมีรายงานถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเหล่านี้

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน โต้กลับประเด็นการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ท่ามกลางกระแสข่าวการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน โต้กลับประเด็นการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ท่ามกลางกระแสข่าวการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปกป้องการดำเนินงานของรัฐบาลในการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลังจากมีรายงานถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะคว่ำบาตรบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเหล่านี้

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ พิจารณาคว่ำบาตรบุคคล 28 รายชื่อที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งมีรายงานว่าหนึ่งในนั้นมีชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลอนุทินสมัยแรกด้วย

นายอนุทินได้ตอบโต้ข้อวิจารณ์ทางการเมืองโดยยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ได้ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีข้ามชาติอย่างจริงจัง และระบุว่าหน่วยงานความมั่นคงจากต่างประเทศได้แสดงความขอบคุณต่อประเทศไทยสำหรับความพยายามในการดำเนินคดีและยึดทรัพย์สินที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังประสานงานกับศาลเพื่อหาแนวทางทางกฎหมายในการนำทรัพย์สินที่ยึดได้ เช่น หุ้น มาขายทอดตลาดเพื่อนำเงินกลับคืนสู่แผ่นดิน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และความมั่นคงทางการเงิน แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายมีความเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ แต่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการคว่ำบาตรจากต่างชาติต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมืองไทยยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง ทั้งนี้ยังต้องรอความชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะตอบสนองต่อคำร้องของคณะกรรมาธิการอย่างไร และความตึงเครียดทางการทูตนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือการกำกับดูแลทางการเงินในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:57 UTC

อนุทินมั่นใจพร้อมรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุทินมั่นใจพร้อมรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุทินมั่นใจพร้อมรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินมั่นใจพร้อมรับมือศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล แสดงความมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวว่าตนมีความพร้อมเต็มที่สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาที่จะเกิดขึ้น โดยอนุทินเน้นย้ำว่ารัฐบาลผสมในปัจจุบันยังคงมีความเข้มแข็งและเป็นปึกแผ่น พร้อมระบุว่าตนมีการติดต่อสื่อสารกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา

อนุทินได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า ตนได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในการลงมติไม่ไว้วางใจทุกครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงแผนการนัดรับประทานอาหารค่ำกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของพันธมิตรให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้บ่งบอกถึงช่วงเวลาที่มีความตื่นตัวทางการเมือง ขณะที่รัฐบาลเตรียมพร้อมที่จะชี้แจงผลงานต่อสภา แม้ว่าการอภิปรายดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางรัฐสภาตามปกติ แต่ก็มักจะนำไปสู่การถกเถียงทางการเมืองและการนำเสนอข่าวที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันว่าวันที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะถูกกำหนดขึ้นเมื่อใด และฝ่ายค้านจะวางโครงสร้างการอภิปรายเพื่อโต้แย้งรัฐบาลอย่างไร ในขณะนี้รัฐบาลยังคงยืนยันว่าความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมยังคงมั่นคงและพร้อมที่จะรับมือกับทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกขึ้นมาในสภา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:56 UTC

กองทัพเรือไทยแถลงดีลเรือฟริเกต 1.6 หมื่นล้านบาทกับ Hanwha
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กองทัพเรือไทยแถลงดีลเรือฟริเกต 1.6 หมื่นล้านบาทกับ Hanwha

กองทัพเรือไทยยืนยันการทำสัญญาจัดซื้อเรือฟริเกตลำใหม่มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาทกับบริษัท Hanwha จากเกาหลีใต้ พร้อมชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กองทัพเรือไทยแถลงดีลเรือฟริเกต 1.6 หมื่นล้านบาทกับ Hanwha

แหล่งข่าวเดียว
กองทัพเรือไทยแถลงดีลเรือฟริเกต 1.6 หมื่นล้านบาทกับ Hanwha

กองทัพเรือไทยยืนยันการทำสัญญาจัดซื้อเรือฟริเกตลำใหม่มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาทกับบริษัท Hanwha จากเกาหลีใต้ พร้อมชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ผู้บัญชาการทหารเรือได้จัดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงกรณีการจัดซื้อเรือฟริเกตลำใหม่มูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัท Hanwha จากเกาหลีใต้ ในระหว่างการแถลง ผู้นำกองทัพเรือเน้นย้ำว่ากระบวนการคัดเลือกมีความโปร่งใส โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการล็อกสเปกหรือการกีดกันผู้เสนอราคารายอื่นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ กองทัพเรือยังระบุถึงแผนการจัดซื้อเรือฟริเกตเพิ่มเติมอีก 4 ลำในอนาคตเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันทางทะเล สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การจัดซื้อทางทหารและความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศระหว่างประเทศ แม้ว่าสัญญาปัจจุบันจะได้รับการยืนยันแล้ว แต่กำหนดการก่อสร้างเรือลำแรกและกระบวนการอนุมัติอย่างเป็นทางการสำหรับเรืออีก 4 ลำที่เหลือยังคงต้องรอการยืนยันในอนาคต กองทัพเรือยืนยันว่าทุกขั้นตอนได้ปฏิบัติตามระเบียบมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าการปรับปรุงกองเรือจะเป็นไปตามกรอบงบประมาณและกฎหมายที่กำหนดไว้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:56 UTC

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หารือถึงผลงานคณะรัฐมนตรีและความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หารือถึงผลงานคณะรัฐมนตรีและความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงผลงานของคณะรัฐมนตรีและความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงการสื่อสารอย่างต่อเนื่องและแผนการนัดรับประทานอาหารค่ำกับแกนนำพรรคร่วม

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หารือถึงผลงานคณะรัฐมนตรีและความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หารือถึงผลงานคณะรัฐมนตรีและความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงผลงานของคณะรัฐมนตรีและความสัมพันธ์ในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงการสื่อสารอย่างต่อเนื่องและแผนการนัดรับประทานอาหารค่ำกับแกนนำพรรคร่วม

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับสถานะของคณะรัฐมนตรีหลังจากปฏิบัติหน้าที่มาครบ 6 เดือน ในประเด็นเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี นายกฯ ระบุว่ามีการพูดคุยกับรัฐมนตรีเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยกำชับให้ทุกคนมุ่งเน้นการทำงานที่จับต้องได้และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ในด้านเสถียรภาพทางการเมือง นายกฯ แสดงความมั่นใจต่อการตรวจสอบของฝ่ายค้าน โดยระบุว่าได้รับคะแนนไว้วางใจสูงสุดในการอภิปรายทุกครั้งที่ผ่านมา และย้ำว่าไม่รู้สึกกังวลต่อความท้าทายดังกล่าว เนื่องจากไม่เคยมีเจตนาทำผิดกฎหมาย

สำหรับแผนในอนาคต นายกฯ ยืนยันว่าจะมีการนัดรับประทานอาหารค่ำกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อกระชับความร่วมมือ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะได้พบปะกับบุคคลสำคัญ เช่น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันนัดหมายที่ชัดเจนเนื่องจากติดภารกิจการเดินทางไปต่างประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการประสานงานภายในรัฐบาล แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าพรรคร่วมยังคงมีความมั่นคง แต่สาธารณชนยังคงรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมอย่างเป็นทางการในอนาคตและการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญของกระทรวงต่างๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:59 UTC

อนุทินตอบโต้เสียงวิจารณ์หลัง กกต. วินิจฉัยคดี ส.ว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

อนุทินตอบโต้เสียงวิจารณ์หลัง กกต. วินิจฉัยคดี ส.ว.

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก ส.ว.

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

อนุทินตอบโต้เสียงวิจารณ์หลัง กกต. วินิจฉัยคดี ส.ว.

แหล่งข่าวเดียว
อนุทินตอบโต้เสียงวิจารณ์หลัง กกต. วินิจฉัยคดี ส.ว.

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วในการคัดเลือก ส.ว.

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 มติชนออนไลน์รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ได้ตอบโต้ต่อเสียงวิจารณ์จากสาธารณะและฝ่ายการเมืองที่พุ่งเป้าไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยประเด็นความขัดแย้งนี้สืบเนื่องมาจากการวินิจฉัยของ กกต. เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วกันในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

นายอนุทินเน้นย้ำว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการตัดสินใจขององค์กรอิสระดังกล่าว โดยระบุว่าตนไม่ได้ให้ความสำคัญกับเสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นต่อ กกต. และยืนยันว่าคณะกรรมการฯ ดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่และกฎหมายของตนเอง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการจับตามองสถาบันการเลือกตั้งและนิติบัญญัติของไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากระบวนการคัดเลือก ส.ว. จะเป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศของการถกเถียงทางการเมืองในปัจจุบัน

สิ่งที่ยังต้องติดตามต่อไปคือผลกระทบของเสียงวิจารณ์เหล่านี้ต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้ง และจะมีการท้าทายทางกฎหมายหรือการสอบสวนเพิ่มเติมจากรัฐสภาอันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของ กกต. หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูว่ารัฐบาลจะเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มเติมในการแสดงความคิดเห็นต่อความโปร่งใสของการคัดเลือก ส.ว. หรือไม่ ในขณะที่สถานการณ์ยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงยืนยันในจุดยืนของการไม่แทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการฯ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:35 UTC

นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธรัฐบาลเกี่ยวข้องปมฮั้ว สว.
การเมือง ได้รับการยืนยัน

นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธรัฐบาลเกี่ยวข้องปมฮั้ว สว.

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงรัฐบาลกับกรณีอื้อฉาวเรื่องการคัดเลือก สว. โดยย้ำถึงความเป็นอิสระของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

Khaosod Online Thailand + 1 source(s) ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธรัฐบาลเกี่ยวข้องปมฮั้ว สว.

ได้รับการยืนยัน
นายกฯ อนุทิน ปฏิเสธรัฐบาลเกี่ยวข้องปมฮั้ว สว.

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงรัฐบาลกับกรณีอื้อฉาวเรื่องการคัดเลือก สว. โดยย้ำถึงความเป็นอิสระของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนและความเห็นต่างภายในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายกรัฐมนตรียืนยันอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้

นายอนุทิน ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยด้วย ได้ระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง โดยเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว เขาย้ำว่ารัฐบาลไม่แทรกแซงการตัดสินใจขององค์กรอิสระ และการวินิจฉัยคดีความต่างๆ ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นมติเอกฉันท์หรือเสียงข้างมากก็ตาม ทั้งนี้ นายกฯ ได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม โดยระบุว่าตนไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการภายในของ กกต.

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงช่วงเวลาของความตึงเครียดทางการเมืองเกี่ยวกับความโปร่งใสของสถาบันการเลือกตั้ง แม้นายกรัฐมนตรีจะแสดงท่าทีไม่แทรกแซง แต่การถกเถียงในสังคมเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจของ กกต. ยังคงดำเนินอยู่ สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ กกต. จะจัดการกับความเห็นต่างภายในองค์กรอย่างไร และจะมีข้อพิพาททางกฎหมายเพิ่มเติมจากฝ่ายค้านหรือกลุ่มภาคประชาสังคมหรือไม่ ผู้ที่สนใจควรติดตามข่าวสารในท้องถิ่นเพื่ออัปเดตสถานการณ์เกี่ยวกับการประท้วงหรือความเคลื่อนไหวทางสถาบันที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand + 1 source(s)
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:37 UTC