ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ✦
ทั่วไป โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ ✦
กฎหมาย รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ✦
การเมือง หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
การขนส่ง ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้ ✦
การขนส่ง พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม. ✦
สุขภาพ จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ. ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำของเมือง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คลองประเวศบุรีรมย์ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่น่ากังวลที่สุดสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการสูบระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่ง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าสถานีสูบน้ำของเมืองยังคงทำงานได้ตามปกติและสามารถรับมือกับปริมาณน้ำในขณะนี้ได้ เพื่อป้องกันปัญหาเพิ่มเติม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียงเพื่อบริหารจัดการการไหลของน้ำบริเวณรอยต่อจังหวัดและเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามพยากรณ์อากาศในพื้นที่และรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลอง แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันจะยังคงรับมือได้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าการระบายน้ำอย่างเข้มข้นนี้จะต้องดำเนินต่อไปนานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่หากปริมาณฝนเพิ่มความรุนแรงขึ้น ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและผลกระทบต่อการเดินทางในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

ทั่วไป

โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

แหล่งข่าวเดียว
โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

โป๊ปเลโอได้ยืนยันต่อสาธารณะถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยยินดีต้อนรับนักข่าวให้เข้ามาทำข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของท่าน หลังจากมีคำถามเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านสื่อทั่วโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online โป๊ปเลโอได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงความเต็มใจที่จะอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ามาทำข่าวการทำงานของท่าน คำประกาศนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อคำถามเกี่ยวกับจุดยืนของท่านต่อเสรีภาพของสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการอภิปรายระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการที่นักการเมืองอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนนักข่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำแถลงนี้ถือเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจในการสนทนาระดับโลกที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสาธารณะและสื่อมวลชน แม้ว่าความคิดเห็นของโป๊ปจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ชมทั่วโลก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสและบทบาทของสื่อในการบันทึกเหตุการณ์สำคัญต่างๆ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านโยบายนี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไรในระหว่างการปรากฏตัวต่อสาธารณะในอนาคต หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเฉพาะเจาะจงในระเบียบการเข้าถึงสื่อหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าจุดยืนนี้จะมีอิทธิพลต่อวิธีที่ผู้นำทางศาสนาและนักการเมืองมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อในอนาคตอย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นที่กำลังพัฒนา ผู้ที่สนใจในกิจการระหว่างประเทศควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำหลักการเปิดกว้างเหล่านี้ไปใช้ในเขตอำนาจศาลต่างๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

กฎหมาย

รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ทางการไทยได้จับกุมชายที่รู้จักกันในชื่อ 'ว่างฝือ' ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ในป่า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายที่ระบุชื่อว่า 'ว่างฝือ' ผู้นำลัทธิทางศาสนาที่ไม่ได้รับอนุญาต หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน ผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่าล่อลวงเหยื่อเข้าไปในพื้นที่ป่า โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ทางจิตวิญญาณ

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรายงานที่ระบุว่ามีสาวกบางส่วนของผู้ต้องหาได้รวมตัวกันเพื่อแสดงความสนับสนุนในระหว่างกระบวนการจับกุม เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนอกรีตที่ดำเนินงานอยู่นอกเหนือการกำกับดูแลทางศาสนาในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับกลุ่มทางจิตวิญญาณที่ไม่เป็นทางการ หรือบุคคลที่อ้างว่าให้บริการทางศาสนาแบบพิเศษในพื้นที่ห่างไกล แม้ว่าจะมีการยืนยันการจับกุมแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมและตรวจสอบขอบเขตกิจกรรมทั้งหมดของลัทธินี้ ยังคงต้องยืนยันว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้อีกบ้าง และจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้สาธารณชนติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับสถานะของการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

การเมือง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ในสัปดาห์หน้า โดยจับตาดูการเข้าร่วมประชุม กสทช. ที่กำหนดไว้ในวันที่ 28 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ หมอสรณกำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการตรวจสอบสถานะทางบริหารและจุดยืนทางวิชาชีพของเขาอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ความสนใจของสาธารณชนมุ่งไปที่การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 กันยายนนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมตามกำหนดการหรือไม่ เนื่องจากความท้าทายทางกฎหมายหรือทางบริหารที่เขากำลังเผชิญอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และการดำเนินงานของสื่อ ความไม่มั่นคงในระดับผู้นำหรือการเปลี่ยนแปลงภายในคณะกรรมการอาจส่งผลต่อนโยบายการกำกับดูแลหรือความเร็วในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลในการยื่นอุทธรณ์ต่อสาธารณะ และยังคงต้องยืนยันว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมวันที่ 28 กันยายนนี้ตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กสทช. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและกำหนดการดำเนินงานของคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

จิราพัชร ขานอ่อนตา และ สุกานดา เพชรรักษา สองนักกรีฑาไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิง ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม นักวิ่งสาวไทย “เบลล์” จิราพัชร ขานอ่อนตา และ “ถู” สุกานดา เพชรรักษา สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิงได้สำเร็จ ในการแข่งขันกรีฑาวันที่ 2 ของมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่านักกีฬาทั้งสองคนทำผลงานได้ดีในรอบรองชนะเลิศ โดยกติกาการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะคัดเอาอันดับ 1-3 ของแต่ละฮีต รวมกับนักวิ่งที่ทำเวลาดีที่สุดอีก 2 คน รวมเป็น 8 คนเข้าสู่รอบสุดท้าย ทั้งนี้ จิราพัชรสามารถทำลายสถิติส่วนตัวได้ในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นของทีมกรีฑาไทยในเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือท่องเที่ยวอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของเอเชียนเกมส์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน และอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรและการขนส่งสาธารณะในบริเวณใกล้เคียงสนามแข่งขัน บรรยากาศในเมืองนาโกยายังคงเต็มไปด้วยความคึกคักตลอดช่วงการแข่งขัน

แม้ว่านักกีฬาทั้งสองจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแล้ว แต่เวลาที่แน่นอนของการแข่งขันรอบชิงเหรียญรางวัลและผลการแข่งขันสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาควรติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของเอเชียนเกมส์เพื่อตรวจสอบตารางการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

การขนส่ง

ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

กรมการขนส่งทางบกเตรียมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Thai Post กรมการขนส่งทางบก (DLT) ได้ประกาศว่าจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่กำกับดูแลแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทยอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนจากกระทรวงยืนยันว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการกำกับดูแลและสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในภาคส่วนการขนส่งดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมให้บริการ ราคา หรือมาตรฐานการดำเนินงานของบริการเรียกรถยอดนิยมที่ใช้กันทั่วประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับภูมิทัศน์การขนส่งดิจิทัล และปรับปรุงคุณภาพการบริการและความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร

แม้ว่ารัฐบาลจะระบุวันที่เริ่มต้นที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้กฎหมายนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่ามาตรการที่เข้มงวดขึ้นเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานประจำวันของคนขับและประสบการณ์ของผู้โดยสารอย่างไร ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแอปพลิเคชันบางตัวจะประสบปัญหาการหยุดชะงักของบริการหรือไม่ หรือการบังคับใช้กฎหมายใหม่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตหรือการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเรียกรถที่ตนใช้งานเป็นประจำเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตายวันที่ 1 ตุลาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

การขนส่ง

พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

แหล่งข่าวเดียว
พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

พาวเวอร์แบงก์เกิดไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Matichon Online เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญบนเที่ยวบินของสายการบินแอร์โซล เมื่อพาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารเกิดไฟไหม้ขณะอยู่บนเครื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการตอบสนองอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมเพลิง ส่งผลให้ตารางการบินต้องหยุดชะงักอย่างมาก โดยผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมงจากเหตุฉุกเฉินนี้

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสายการบินเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สายการบินระหว่างประเทศและในประเทศส่วนใหญ่มีข้อบังคับที่เข้มงวดว่าต้องพกพาพาวเวอร์แบงก์ไว้ในสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องแทนการโหลดใต้ท้องเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเรือจะสามารถจัดการกับเหตุไฟไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

แม้ว่าเพลิงจะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับยี่ห้อของพาวเวอร์แบงก์หรือว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้งานอยู่ในขณะที่เกิดไฟไหม้หรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักเดินทางควรตรวจสอบนโยบายของสายการบินเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาก่อนการเดินทางเสมอเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งนี้ สายการบินแอร์โซลยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของเหตุการณ์นี้ต่อโปรโตคอลความปลอดภัยของสายการบิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

สุขภาพ

จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางมาศึกษาดูงานที่บุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้ระบบการบำบัดยาเสพติดและการคืนคนดีสู่สังคมแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกว่า 80 คนจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ 'ลำปลายมาศโมเดล' ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่วงจรการบำบัด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการฝึกทักษะอาชีพอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพและไม่หวนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบ 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการปัญหาด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยทางสังคมผ่านโมเดลที่เน้นชุมชนเป็นฐาน คณะศึกษาดูงานซึ่งประกอบด้วยสาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลต่างๆ ได้เลือกศึกษาโมเดลนี้หลังจากประเมินโครงการในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งเป้าขยายผลแนวทางนี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าวิธีการเหล่านี้จะถูกปรับใช้ให้เข้ากับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

รัฐบาลไทยยืนยันว่ามีงบกลางเพียงพอสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งดำเนินการโครงการประกันภัยสำหรับ 30 ล้านครัวเรือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายภราดร ปริศนานันทกุล ยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีงบกลางเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบวิกฤตน้ำท่วมอย่างหนัก โดยรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นต่อชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ในส่วนที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งลงนามในกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อคุ้มครองครัวเรือนจำนวน 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างตาข่ายรองรับความปลอดภัยให้กับประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูทางการเงิน แม้ว่าจะมีการยืนยันความพร้อมของงบกลางสำหรับการช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มโครงการประกันภัย 30 ล้านครัวเรือนและเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับสิทธิ์ของแต่ละบุคคลนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจาก คปภ. ขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและกรมธรรม์ประกันภัยเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศไทย โดยรายงานระบุว่ากองทุนกำลังเผชิญกับปัญหาเงินทุนไม่เพียงพอ

เพื่อสร้างความมั่นใจในการปล่อยกู้และช่วยเหลือผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลได้ยืนยันการจัดสรรงบกลางจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุน การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักเรียนที่จำเป็นต้องใช้เงินกู้เพื่อการศึกษา

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการรับประกันว่าระบบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจะยังคงดำเนินต่อไปได้ กองทุน กยศ. ถือเป็นกลไกสำคัญในระบบสวัสดิการสังคมของไทย และเสถียรภาพของกองทุนมักถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา

แม้ว่าปัญหาการขาดแคลนเงินทุนในระยะสั้นจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างในระยะยาวเพื่อความยั่งยืนของกองทุนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรของกองทุนในรอบปีงบประมาณถัดไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:38 UTC

รองนายกฯ ตีตก พ.ร.บ. THACCA ชี้เป็นกฎหมายการเงินต้องให้นายกฯ รับรอง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกฯ ตีตก พ.ร.บ. THACCA ชี้เป็นกฎหมายการเงินต้องให้นายกฯ รับรอง

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธการรับรองร่าง พ.ร.บ. THACCA และร่างกฎหมายอื่นอีก 3 ฉบับ โดยระบุว่าเป็นกฎหมายการเงินที่ต้องผ่านการรับรองจากนายกรัฐมนตรีก่อน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกฯ ตีตก พ.ร.บ. THACCA ชี้เป็นกฎหมายการเงินต้องให้นายกฯ รับรอง

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกฯ ตีตก พ.ร.บ. THACCA ชี้เป็นกฎหมายการเงินต้องให้นายกฯ รับรอง

รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ปฏิเสธการรับรองร่าง พ.ร.บ. THACCA และร่างกฎหมายอื่นอีก 3 ฉบับ โดยระบุว่าเป็นกฎหมายการเงินที่ต้องผ่านการรับรองจากนายกรัฐมนตรีก่อน

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 รองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ปฏิเสธการรับรองร่างพระราชบัญญัติ THACCA (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์) พร้อมด้วยร่างกฎหมายอื่นอีก 3 ฉบับ โดยการตัดสินใจดังกล่าวมาจากการประเมินทางกระบวนการว่าร่างกฎหมายเหล่านี้เข้าข่ายเป็น "กฎหมายการเงิน" ตามกฎหมายของไทย

ภายใต้กรอบระเบียบปัจจุบัน กฎหมายใดก็ตามที่ถูกจัดว่าเป็นกฎหมายการเงินจะต้องได้รับคำรับรองอย่างเป็นทางการจากนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐสภาได้ การที่รองนายกรัฐมนตรีจัดประเภทให้ร่างกฎหมายเหล่านี้เป็นกฎหมายการเงิน จึงเป็นการระงับความคืบหน้าในทันที และกำหนดให้ต้องนำกลับไปเสนอเพื่อการพิจารณาของฝ่ายบริหารใหม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคทางนิติบัญญัติที่โครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ แม้ว่าร่าง พ.ร.บ. THACCA จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงการสนับสนุนด้าน "ซอฟต์พาวเวอร์" และอุตสาหกรรมวัฒนธรรมของไทย แต่สถานะปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ ต้องเน้นย้ำว่าการปฏิเสธนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อกำหนดทางกระบวนการ ไม่ใช่การปฏิเสธเป้าหมายเชิงนโยบายโดยสิ้นเชิง ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านายกรัฐมนตรีจะให้การรับรองที่จำเป็นเพื่อให้ร่างกฎหมายเหล่านี้เดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่าผู้เสนอจะปรับปรุงร่างกฎหมายหรือดำเนินการขอการรับรองจากฝ่ายบริหารเพื่อเริ่มต้นกระบวนการนิติบัญญัติใหม่อีกครั้งหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 12:10 UTC

กกต. เตรียมชี้แจง 3 สำนวนคดีการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. เตรียมชี้แจง 3 สำนวนคดีการคัดเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมชี้แจงเกี่ยวกับ 3 สำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับ 'สว.สีส้ม' และ iLaw

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. เตรียมชี้แจง 3 สำนวนคดีการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. เตรียมชี้แจง 3 สำนวนคดีการคัดเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมชี้แจงเกี่ยวกับ 3 สำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือก สว. ที่ผ่านมา รวมถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับ 'สว.สีส้ม' และ iLaw

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังเตรียมออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ 3 สำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าสำนวนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึงกลุ่ม 'สว.สีส้ม' และองค์กรติดตามตรวจสอบทางกฎหมาย iLaw

แหล่งข่าวใกล้ชิด กกต. ระบุว่า แม้ขณะนี้คดีดังกล่าวจะอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ยังไม่ได้ถูกส่งถึงที่ประชุมใหญ่ของคณะกรรมการเพื่อการตัดสินใจขั้นสุดท้าย การประกาศดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองต่อกระแสข่าวและข้อสงสัยของสาธารณชนเกี่ยวกับความโปร่งใสและขั้นตอนการดำเนินงานในการคัดเลือก สว.

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับองค์ประกอบของวุฒิสภา แม้ว่ากระบวนการคัดเลือก สว. จะเป็นเรื่องการเมืองภายในประเทศ แต่ก็ยังคงเป็นหัวข้อสนทนาที่สำคัญในสังคมไทย เนื่องจากส่งผลต่อทิศทางนิติบัญญัติและนโยบายในอนาคต ในขณะนี้ยังคงต้องรอการยืนยันว่า กกต. จะสรุปผลการตรวจสอบทั้ง 3 สำนวนนี้เมื่อใด และจะมีข้อสรุปหรือการดำเนินการใดๆ ออกมาหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการแถลงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของคดีเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 11:57 UTC

นายกฯ อนุทิน นิมนต์พระเกจิอาจารย์จากภาคใต้ทำพิธีเสริมสิริมงคลที่ทำเนียบรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ อนุทิน นิมนต์พระเกจิอาจารย์จากภาคใต้ทำพิธีเสริมสิริมงคลที่ทำเนียบรัฐบาล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นิมนต์พระอาจารย์ชื่อดังจากจังหวัดตรังมาทำพิธีเสริมขวัญกำลังใจและให้แนวทางปฏิบัติหน้าที่ ณ ทำเนียบรัฐบาล

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ อนุทิน นิมนต์พระเกจิอาจารย์จากภาคใต้ทำพิธีเสริมสิริมงคลที่ทำเนียบรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ อนุทิน นิมนต์พระเกจิอาจารย์จากภาคใต้ทำพิธีเสริมสิริมงคลที่ทำเนียบรัฐบาล

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้นิมนต์พระอาจารย์ชื่อดังจากจังหวัดตรังมาทำพิธีเสริมขวัญกำลังใจและให้แนวทางปฏิบัติหน้าที่ ณ ทำเนียบรัฐบาล

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นิมนต์พระครูรัตนสิกขการ หรือพระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม เจ้าอาวาสวัดในเตา (วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์) จังหวัดตรัง มายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีได้นิมนต์พระอาจารย์มาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและมอบคติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่

ในระหว่างการเข้าพบ พระอาจารย์ประสูติได้ประกอบพิธีเสริมสิริมงคล ซึ่งรวมถึงการจารอักขระเลขยันต์ลงบนโต๊ะทำงานของนายกรัฐมนตรี และเป็นประธานในพิธีปิดทองรูปปั้นนรสิงห์ที่ตั้งอยู่บริเวณระเบียงชั้น 2 ทั้งนี้ พระอาจารย์ประสูติเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายสำนักเขาอ้อ ซึ่งเคยได้ให้พรแก่นายอนุทินเมื่อครั้งลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดตรัง โดยได้อวยพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีสองสมัย

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามวัฒนธรรมทางการเมืองไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและวิถีปฏิบัติทางพุทธศาสนาที่ยังคงมีบทบาทควบคู่ไปกับการทำงานของภาครัฐ แม้ว่าพิธีกรรมดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติในสังคมไทยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคล แต่ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคลของผู้ดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการประกอบพิธีกรรมทางจิตวิญญาณเช่นนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรในการทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 11:56 UTC

สำนักงานประกันสังคมประกาศขั้นตอนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สำนักงานประกันสังคมประกาศขั้นตอนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคมได้เผยแพร่แนวทางการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายน โดยเน้นย้ำข้อกำหนดให้ใช้ตัวเลขฮินดูอารบิกในบัตรเลือกตั้งเท่านั้น

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สำนักงานประกันสังคมประกาศขั้นตอนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

แหล่งข่าวเดียว
สำนักงานประกันสังคมประกาศขั้นตอนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

สำนักงานประกันสังคมได้เผยแพร่แนวทางการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายน โดยเน้นย้ำข้อกำหนดให้ใช้ตัวเลขฮินดูอารบิกในบัตรเลือกตั้งเท่านั้น

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ของประเทศไทยได้ประกาศขั้นตอนอย่างเป็นทางการสำหรับการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ สปส. ได้ให้คำแนะนำที่ชัดเจนเพื่อให้แน่ใจว่าคะแนนเสียงทั้งหมดที่ลงคะแนนนั้นถูกต้องและได้รับการนับอย่างถูกต้อง

รายละเอียดสำคัญที่หน่วยงานเน้นย้ำคือข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับคำสั่งอย่างเคร่งครัดให้ใช้เฉพาะตัวเลขฮินดูอารบิกในการกรอกบัตรเลือกตั้งเท่านั้น การไม่ปฏิบัติตามกฎการจัดรูปแบบนี้อาจส่งผลให้บัตรเลือกตั้งถือเป็นบัตรเสีย การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการกำหนดตัวแทนที่จะเข้ามาดูแลการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อลูกจ้างและนายจ้างหลายล้านคนทั่วประเทศ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนในระบบประกันสังคมของไทย การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลสิทธิประโยชน์ของตน สิ่งสำคัญคือผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรทำความคุ้นเคยกับแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการที่ สปส. จัดเตรียมไว้เพื่อให้แน่ใจว่าการมีส่วนร่วมของตนมีประสิทธิภาพ จนถึงขณะนี้ สปส. ได้มุ่งเน้นการสื่อสารไปที่แง่มุมทางเทคนิคของกระบวนการลงคะแนนเสียง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่เลือกตั้งหรือนโยบายเฉพาะของผู้สมัครควรตรวจสอบผ่านช่องทางที่เป็นทางการของ สปส. เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องก่อนถึงวันเลือกตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:15 UTC

กำนันเกาะช้างใต้ต้อนรับคณะวุฒิสภาลงพื้นที่อย่างเป็นทางการ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กำนันเกาะช้างใต้ต้อนรับคณะวุฒิสภาลงพื้นที่อย่างเป็นทางการ

กำนันในพื้นที่เกาะช้างแสดงความปลื้มปีติอย่างยิ่งหลังจากการลงพื้นที่ของสมาชิกวุฒิสภาไทยบนเกาะซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กำนันเกาะช้างใต้ต้อนรับคณะวุฒิสภาลงพื้นที่อย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวเดียว
กำนันเกาะช้างใต้ต้อนรับคณะวุฒิสภาลงพื้นที่อย่างเป็นทางการ

กำนันในพื้นที่เกาะช้างแสดงความปลื้มปีติอย่างยิ่งหลังจากการลงพื้นที่ของสมาชิกวุฒิสภาไทยบนเกาะซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ กำนันตำบลเกาะช้างใต้ได้แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งหลังจากได้รับคณะสมาชิกวุฒิสภาไทยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม โดยกำนันระบุว่าตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ดำรงตำแหน่ง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่จริงในเขตรับผิดชอบของตน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นจนถึงขั้นนอนไม่หลับ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานนิติบัญญัติระดับชาติในการพัฒนาและกำกับดูแลชุมชนบนเกาะที่ห่างไกล แม้ว่ารายงานเบื้องต้นจะไม่ได้ระบุรายละเอียดวาระการประชุมของคณะวุฒิสภาอย่างชัดเจน แต่การลงพื้นที่ในลักษณะนี้มักนำไปสู่การหารือเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น การจัดการสิ่งแวดล้อม หรือการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าประเด็นเฉพาะใดบ้างที่ได้รับการหารือในระหว่างการลงพื้นที่ครั้งนี้ และการปรากฏตัวของวุฒิสภาจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมหรือการเพิ่มงบประมาณให้กับเกาะช้างหรือไม่ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะหรือผู้ที่มาเยือน ความเคลื่อนไหวนี้บ่งชี้ว่าข้อกังวลด้านการบริหารจัดการในท้องถิ่นกำลังได้รับความสนใจจากระดับสูงขึ้น ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากวุฒิสภาหรือหน่วยงานราชการท้องถิ่นต่อไปว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดโครงการใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการหรือบริการสาธารณะในพื้นที่หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 11:31 UTC

กกต. สั่งสอบเพิ่ม 3 สำนวนคดีฮั้วเลือก สว. หลังหลักฐานยังไม่เพียงพอ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. สั่งสอบเพิ่ม 3 สำนวนคดีฮั้วเลือก สว. หลังหลักฐานยังไม่เพียงพอ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมใน 3 สำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. สั่งสอบเพิ่ม 3 สำนวนคดีฮั้วเลือก สว. หลังหลักฐานยังไม่เพียงพอ

แหล่งข่าวเดียว
กกต. สั่งสอบเพิ่ม 3 สำนวนคดีฮั้วเลือก สว. หลังหลักฐานยังไม่เพียงพอ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งให้มีการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมใน 3 สำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมใน 3 สำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการฯ เห็นว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปผลได้อย่างชัดเจน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กกต. กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังการวางแผนฮั้วเลือกดังกล่าว การสอบสวนนี้มีเป้าหมายเพื่อระบุตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลังซึ่งอาจมีส่วนในการประสานงานการประชุมหรือมีอิทธิพลต่อผลการคัดเลือก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว. อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการสอบสวนเหล่านี้จะเป็นเรื่องทางธุรการและกฎหมาย แต่ก็สะท้อนถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ละเอียดอ่อนในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดการกับข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใส

ขณะนี้ยังต้องรอการยืนยันว่าการสอบสวนดังกล่าวจะนำไปสู่การตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการหรือการตัดสิทธิ์ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ประชาชนกำลังรอการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมจาก กกต. ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบบันทึกทางการเงินต่อไป เนื่องจากเป็นประเด็นทางการเมืองภายใน จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการเดินทางหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงเป็นหัวข้อสำคัญในการอภิปรายระดับชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 11:11 UTC

ชาวบ้านราชบุรีร้องเรียนปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนาน 30 ปี
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ชาวบ้านราชบุรีร้องเรียนปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนาน 30 ปี

ชาวบ้านในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ชาวบ้านราชบุรีร้องเรียนปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนาน 30 ปี

แหล่งข่าวเดียว
ชาวบ้านราชบุรีร้องเรียนปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนาน 30 ปี

ชาวบ้านในอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ชาวบ้านในหมู่บ้านหนองศาลา ตำบลบ้านสิงห์ และตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ร้องเรียนถึงความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังรุนแรงและซ้ำซากในช่วงฤดูฝน ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ ระบุว่าชุมชนต้องเผชิญกับสภาพการณ์เช่นนี้มานานกว่า 3 ทศวรรษ ส่งผลให้บ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง

ชาวบ้านในพื้นที่อ้างว่าสาเหตุของน้ำท่วมเกิดจากนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งขึ้นเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ซึ่งขวางทางน้ำลำรางสาธารณะ แม้ว่าจะเคยยื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐบาลในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแล้ว แต่ชาวบ้านระบุว่ายังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ขณะนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจึงเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เร่งให้ความสำคัญและแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานนี้โดยด่วน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมขังและน้ำเน่าเสียในช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและความปลอดภัยของทรัพย์สิน แม้ชาวบ้านจะระบุว่านิคมอุตสาหกรรมเป็นสาเหตุหลัก แต่การตอบรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ รวมถึงการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรือวิศวกรรมยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ทั้งนี้ ทางการยังไม่ได้ประกาศแผนการที่ชัดเจนในการจัดการสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำหรือการให้ความช่วยเหลือระยะยาวแก่ตำบลที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:57 UTC

กระทรวงมหาดไทยเสนอแผนเงินกู้สำหรับโครงการโซลาร์รูฟท็อป
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงมหาดไทยเสนอแผนเงินกู้สำหรับโครงการโซลาร์รูฟท็อป

กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอโครงการโซลาร์รูฟท็อปต่อรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล โดยขอใช้เงินกู้ก่อนนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงมหาดไทยเสนอแผนเงินกู้สำหรับโครงการโซลาร์รูฟท็อป

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงมหาดไทยเสนอแผนเงินกู้สำหรับโครงการโซลาร์รูฟท็อป

กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอโครงการโซลาร์รูฟท็อปต่อรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล โดยขอใช้เงินกู้ก่อนนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

ตามรายงานจากประชาชาติธุรกิจ กระทรวงมหาดไทยกำลังอยู่ในระหว่างการสรุปรายละเอียดโครงการโซลาร์รูฟท็อป นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่ากระทรวงกำลังเตรียมนำเสนอแผนงานดังกล่าวต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อลงนาม โดยโครงการนี้มีการเสนอขอใช้เงินกู้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน

เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าเอกสารจะพร้อมสำหรับการนำเสนอภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า หลังจากนั้นจะถูกส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอย่างเป็นทางการ นอกจากโครงการโซลาร์รูฟท็อปแล้ว กระทรวงยังกำลังปรับปรุงกระบวนการยืนยันตัวตนให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น เพื่อรองรับโครงการนี้และโครงการอื่นๆ ของรัฐบาลในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณของการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย แม้ว่าโครงการจะยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนทางธุรการ แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในด้านความยั่งยืนทางพลังงาน ทั้งนี้ ยังคงต้องรอการยืนยันเกี่ยวกับโครงสร้างของเงินกู้ งบประมาณรวมที่ขออนุมัติ และกรอบเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินงานหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาข้อเสนอแล้ว โดยคาดว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมออกมาในขณะที่กระทรวงดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการเสนอเรื่องต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:59 UTC

กระทรวงทรัพยากรฯ และ อว. ผนึกกำลังวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงบวกต่อธรรมชาติ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงทรัพยากรฯ และ อว. ผนึกกำลังวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงบวกต่อธรรมชาติ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงนามความร่วมมือเพื่อบูรณาการงานวิจัยและเทคโนโลยีเข้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงทรัพยากรฯ และ อว. ผนึกกำลังวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงบวกต่อธรรมชาติ

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ และ อว. ผนึกกำลังวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงบวกต่อธรรมชาติ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงนามความร่วมมือเพื่อบูรณาการงานวิจัยและเทคโนโลยีเข้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ 'เป็นบวกต่อธรรมชาติ' (nature-positive) โดยรายงานจากมติชนออนไลน์ระบุว่า ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการนำงานวิจัยทางวิชาการและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความคิดริเริ่มนี้ถือเป็นสัญญาณของความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม โดยการนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาบูรณาการเข้ากับงานด้านการอนุรักษ์ หน่วยงานต่างๆ มุ่งหวังที่จะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครอง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการติดตามความหลากหลายทางชีวภาพและจัดการผลกระทบทางนิเวศวิทยาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

แม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะวางกรอบความร่วมมือไว้แล้ว แต่โครงการเฉพาะเจาะจงและผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีต่อการเข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติของสาธารณชนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่านโยบายที่ขับเคลื่อนด้วยงานวิจัยเหล่านี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการหรือการเข้าถึงพื้นที่คุ้มครองของประชาชนหรือไม่ ความคิดริเริ่มนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่การกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมที่อ้างอิงจากข้อมูล อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยกรอบเวลาสำหรับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:15 UTC

กษัตริย์มาเลเซียพระราชทานอภัยโทษให้ 'นาจิบ' อดีตนายกฯ เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักบริเวณในบ้านพัก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กษัตริย์มาเลเซียพระราชทานอภัยโทษให้ 'นาจิบ' อดีตนายกฯ เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักบริเวณในบ้านพัก

กษัตริย์มาเลเซียทรงมีพระบรมราชานุญาตให้อดีตนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กษัตริย์มาเลเซียพระราชทานอภัยโทษให้ 'นาจิบ' อดีตนายกฯ เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักบริเวณในบ้านพัก

แหล่งข่าวเดียว
กษัตริย์มาเลเซียพระราชทานอภัยโทษให้ 'นาจิบ' อดีตนายกฯ เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักบริเวณในบ้านพัก

กษัตริย์มาเลเซียทรงมีพระบรมราชานุญาตให้อดีตนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก

ตามรายงานจาก Matichon Online กษัตริย์มาเลเซียได้ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้อดีตนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก โดยนาจิบซึ่งเคยถูกคุมขังจากคดีทุจริตจะเปลี่ยนไปรับโทษในรูปแบบการกักบริเวณแทน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในภูมิทัศน์ทางการเมืองของมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทย แม้ว่าการตัดสินใจนี้จะเป็นเรื่องเฉพาะของระบบกฎหมายมาเลเซีย แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความสัมพันธ์ทางการทูตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในขณะนี้ รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับเงื่อนไขของการกักบริเวณ สถานที่ที่แน่ชัด และระยะเวลาของโทษที่เหลือยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลมาเลเซียเพื่อชี้แจงการดำเนินการตามพระบรมราชโองการนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องภายในของมาเลเซีย จึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการทางกฎหมายหรือการเข้าเมืองของไทย แต่ยังคงเป็นเหตุการณ์ที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่ติดตามสถานการณ์การเมืองในภูมิภาค

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:16 UTC

นนทบุรีเตรียมความพร้อมเลือกตั้งนายก อบจ.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นนทบุรีเตรียมความพร้อมเลือกตั้งนายก อบจ.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังเร่งสรุปความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.นนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่กำลังติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นนทบุรีเตรียมความพร้อมเลือกตั้งนายก อบจ.

แหล่งข่าวเดียว
นนทบุรีเตรียมความพร้อมเลือกตั้งนายก อบจ.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังเร่งสรุปความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.นนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่กำลังติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ดำเนินการตรวจสอบความพร้อมขั้นสุดท้ายสำหรับการเลือกตั้งซ่อมนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรีที่กำลังจะมาถึง ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่เลือกตั้งกำลังมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน่วยเลือกตั้งมีความพร้อมและอุปกรณ์ครบถ้วนเพื่อรองรับกระบวนการลงคะแนนอย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อกังวลหลักของคณะกรรมการคือสภาพอากาศในปัจจุบัน เนื่องจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งอุปกรณ์เลือกตั้งหรือการออกมาใช้สิทธิ์ของประชาชน แม้จะมีความกังวลด้านสภาพแวดล้อม แต่ กกต. ได้แสดงความมั่นใจในกรอบเวลาการดำเนินงาน โดยระบุว่าคาดว่าจะทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการภายในเวลา 21.00 น. ของวันเลือกตั้ง

สำหรับประชาชนและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นการกำหนดผู้นำท้องถิ่นที่จะเข้ามาดูแลนโยบายการบริหารส่วนจังหวัดและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าคณะกรรมการจะยืนยันถึงความพร้อมในการปฏิบัติงาน แต่ผลกระทบของสภาพอากาศต่อกระบวนการเลือกตั้งยังคงต้องติดตามต่อไป ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการเข้าถึงหน่วยเลือกตั้ง หากสภาพอากาศเลวร้ายยังคงดำเนินต่อไปในวันเลือกตั้ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:55 UTC

นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบประธาน กกต. ปมแจ้งบัญชีทรัพย์สิน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบประธาน กกต. ปมแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบประธาน กกต. ปมแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

แหล่งข่าวเดียว
นักเคลื่อนไหวร้อง ป.ป.ช. สอบประธาน กกต. ปมแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยอ้างอิงรายงานจากมติชนออนไลน์ว่า นายเรืองไกรเรียกร้องให้มีการตรวจสอบประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งของไทย เกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนด

นายเรืองไกรกล่าวหาว่าประธาน กกต. ไม่ได้แจ้งข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง โดยระบุถึงการไม่แสดงรายได้จากเงินบำนาญและการครอบครองอาวุธปืนในบัญชีทรัพย์สินทางการ นักเคลื่อนไหวรายนี้โต้แย้งว่าความไม่สอดคล้องดังกล่าวสมควรได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ เพื่อพิจารณาว่าเจ้าหน้าที่รัฐรายนี้ได้ละเมิดกฎระเบียบด้านความโปร่งใสสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการยื่นคำร้องทางการเมืองเช่นนี้จะเป็นเรื่องปกติในบริบทของไทย แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความรับผิดชอบต่อสถาบัน ในขณะนี้ ป.ป.ช. ยังไม่ได้ประกาศว่าจะรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาเพื่อดำเนินการสอบสวนเต็มรูปแบบหรือไม่ หรือจะมีกรอบเวลาในการตรวจสอบอย่างไร ข้อกล่าวหายังคงไม่ได้รับการพิสูจน์ และประธาน กกต. ยังไม่ได้ออกมาให้คำตอบต่อสาธารณะเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ผู้สังเกตการณ์กำลังรอดูว่า ป.ป.ช. จะพบเหตุผลเพียงพอที่จะดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อไปหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:55 UTC

กระทรวงทรัพยากรฯ และ อว. จับมือร่วมพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติสู่ความยั่งยืน
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กระทรวงทรัพยากรฯ และ อว. จับมือร่วมพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติสู่ความยั่งยืน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงนามความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กระทรวงทรัพยากรฯ และ อว. จับมือร่วมพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติสู่ความยั่งยืน

แหล่งข่าวเดียว
กระทรวงทรัพยากรฯ และ อว. จับมือร่วมพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติสู่ความยั่งยืน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงนามความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ลงนามในบันทึกเจตจำนงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้ลงนาม

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อนำความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนและมุ่งสู่การเป็นธรรมชาติเชิงบวก โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองหน่วยงาน รวมถึงปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของรัฐบาลในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานด้านการอนุรักษ์ แม้ว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสร้างกรอบความร่วมมือขึ้นมาแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเฉพาะเจาะจง กรอบเวลาการดำเนินงาน และผลกระทบโดยตรงต่อการเข้าถึงพื้นที่ธรรมชาติของสาธารณชนนั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ความร่วมมือนี้เน้นย้ำถึงการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในการใช้ข้อมูลวิจัยเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรทางนิเวศวิทยาของไทย แม้ว่าผลกระทบในทางปฏิบัติต่อชีวิตประจำวันหรือกิจกรรมการท่องเที่ยวยังไม่มีการระบุรายละเอียดในขณะนี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:58 UTC

กรมทรัพยากรน้ำร่วมหารือแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กรมทรัพยากรน้ำร่วมหารือแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ

กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางใหม่ในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนในภาครัฐ

Department of Water Resources — News ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กรมทรัพยากรน้ำร่วมหารือแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ

แหล่งข่าวเดียว
กรมทรัพยากรน้ำร่วมหารือแนวทางปฏิรูประบบบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ

กรมทรัพยากรน้ำได้เข้าร่วมการประชุมชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางใหม่ในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนในภาครัฐ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 กรมทรัพยากรน้ำ (DWR) ได้ประกาศการเข้าร่วมประชุมอย่างเป็นทางการเพื่อชี้แจงทิศทางเชิงกลยุทธ์ใหม่ของรัฐบาลในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ โดยการประชุมมุ่งเน้นไปที่การวางกรอบการทำงานสำหรับหน่วยงานรัฐในการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสอดคล้องในการดำเนินงานตามมาตรฐานระดับชาติ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่มด้านการบริหารงานภายในระบบราชการไทย แม้ว่าการประชุมจะเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างระบบราชการภายในเป็นหลัก แต่การปฏิรูปดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงบริการสาธารณะและเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองของหน่วยงานรัฐ เนื่องจากกรมทรัพยากรน้ำมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารภายในอาจส่งผลต่อวิธีการที่หน่วยงานติดต่อสื่อสารกับประชาชนหรือการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต

ในขณะนี้ การเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติการที่เฉพาะเจาะจงซึ่งเป็นผลมาจากแนวทางการปฏิรูปดังกล่าวยังคงต้องรอการยืนยัน กรมฯ ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการปรับเปลี่ยนกำลังคนเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อกรอบเวลาการให้บริการหรือโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างไร ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศจากกรมทรัพยากรน้ำต่อไป เพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนทางบริหารนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในการดำเนินนโยบายการจัดการน้ำทั่วประเทศหรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Department of Water Resources — News
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 100/100 · ทางการ / สูงสุด
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:39 UTC

รัฐมนตรีอนุทินเรียกร้องให้ลดขั้นตอนราชการในไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐมนตรีอนุทินเรียกร้องให้ลดขั้นตอนราชการในไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เรียกร้องให้ปลัดกระทรวงใช้วิธีการสื่อสารที่คล่องตัวมากขึ้นเพื่อลดความล่าช้าในการบริหารงาน

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐมนตรีอนุทินเรียกร้องให้ลดขั้นตอนราชการในไทย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐมนตรีอนุทินเรียกร้องให้ลดขั้นตอนราชการในไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เรียกร้องให้ปลัดกระทรวงใช้วิธีการสื่อสารที่คล่องตัวมากขึ้นเพื่อลดความล่าช้าในการบริหารงาน

ตามรายงานของ Matichon Online เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกคำสั่งไปยังปลัดกระทรวงต่างๆ โดยสนับสนุนให้มีการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน โดยเฉพาะการขอให้เจ้าหน้าที่สื่อสารด้วยประสิทธิภาพและความรวดเร็วเหมือนการใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความกลุ่ม เช่น LINE

รัฐมนตรีอนุทินเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดขั้นตอนราชการที่ไม่จำเป็นและระเบียบพิธีรีตองที่มักทำให้การดำเนินงานของรัฐล่าช้า การส่งเสริมการประสานงานที่ใกล้ชิดและรวดเร็วขึ้นมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงการตอบสนองของกระทรวงต่อความต้องการของประชาชน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย ความคิดริเริ่มนี้มีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาณของการผลักดันไปสู่การบริหารงานภาครัฐที่ทันสมัยและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น หากดำเนินการได้สำเร็จ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจนำไปสู่ระยะเวลาการดำเนินการที่รวดเร็วขึ้นสำหรับบริการของรัฐและการจัดการเรื่องการบริหารงานท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามดูว่าแนวทางเหล่านี้จะถูกบูรณาการเข้ากับกรอบกฎหมายที่มีอยู่ได้อย่างไร และการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมที่เสนอนี้จะส่งผลให้เกิดการปรับปรุงการให้บริการอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ รวมถึงต้องรอดูว่าโครงสร้างระบบราชการแบบดั้งเดิมจะปรับตัวเข้ากับรูปแบบการสื่อสารที่รวดเร็วและไม่เป็นทางการนี้ได้มากน้อยเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:35 UTC

ทรัมป์อนุมัติขายเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 48 ลำให้ซาอุดีอาระเบีย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ทรัมป์อนุมัติขายเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 48 ลำให้ซาอุดีอาระเบีย

หลังจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลสหรัฐฯ ได้อนุมัติการขายเครื่องบิน F-35 จำนวน 48 ลำให้กับซาอุดีอาระเบีย

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ทรัมป์อนุมัติขายเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 48 ลำให้ซาอุดีอาระเบีย

แหล่งข่าวเดียว
ทรัมป์อนุมัติขายเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 48 ลำให้ซาอุดีอาระเบีย

หลังจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลสหรัฐฯ ได้อนุมัติการขายเครื่องบิน F-35 จำนวน 48 ลำให้กับซาอุดีอาระเบีย

ตามรายงานจาก Matichon Online รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติการขายเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 48 ลำให้กับซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่มีการรุกรานทางทหารและการโจมตีที่รุนแรงขึ้นโดยกองกำลังฮูตีในภูมิภาค

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องของการติดตามสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศเป็นหลัก แม้ว่าการขายอาวุธนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงภายในหรือชีวิตประจำวันของไทย แต่ก็เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในพลวัตทางทหารระดับภูมิภาคในตะวันออกกลาง ข้อตกลงด้านอาวุธขนาดใหญ่มักส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกและเส้นทางการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อค่าครองชีพและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในขณะนี้ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน รวมถึงกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการส่งมอบเครื่องบินและการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้นจากมหาอำนาจอื่นในภูมิภาค ผู้สังเกตการณ์ยังคงรอดูว่าความเคลื่อนไหวนี้จะส่งผลต่อความพยายามทางการทูตในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างไร เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างประเทศยังคงมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในตะวันออกกลางหรือด้านโลจิสติกส์ระดับโลกควรติดตามการอัปเดตอย่างเป็นทางการจากสถานทูตของตนหรือสำนักข่าวต่างประเทศเพื่อรับทราบความคืบหน้าต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:35 UTC

โครงการทหารอาสาไทยมียอดผู้สมัคร 7,898 คนในสัปดาห์แรก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

โครงการทหารอาสาไทยมียอดผู้สมัคร 7,898 คนในสัปดาห์แรก

กระทรวงกลาโหมไทยรายงานว่ามีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทหารอาสาประจำปี 2570 เกือบ 8,000 คนในช่วง 8 วันแรกของการเปิดรับสมัคร

Khaosod English ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

โครงการทหารอาสาไทยมียอดผู้สมัคร 7,898 คนในสัปดาห์แรก

แหล่งข่าวเดียว
โครงการทหารอาสาไทยมียอดผู้สมัคร 7,898 คนในสัปดาห์แรก

กระทรวงกลาโหมไทยรายงานว่ามีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทหารอาสาประจำปี 2570 เกือบ 8,000 คนในช่วง 8 วันแรกของการเปิดรับสมัคร

ตามข้อมูลที่กระทรวงกลาโหมไทยเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 โครงการ "ทหารอาสา" ระดับชาติได้รับความสนใจจากผู้สมัครจำนวน 7,898 คนสำหรับการรับสมัครประจำปี 2570 โดยตัวเลขดังกล่าวครอบคลุมช่วงเวลาการรับสมัครระหว่างวันที่ 10 ถึง 17 กันยายน 2569

จากจำนวนตำแหน่งว่างทั้งหมด 25,000 ตำแหน่ง ยอดผู้สมัครในปัจจุบันคิดเป็นประมาณร้อยละ 31.59 ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะในวันที่ 17 กันยายนเพียงวันเดียว มีผู้ยื่นใบสมัครเข้ามาถึง 492 คน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การรณรงค์รับสมัครครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในนโยบายการจัดการกำลังพลของกองทัพ ซึ่งกำลังมุ่งไปสู่รูปแบบที่เน้นความสมัครใจ แม้ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการภายในประเทศ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการจัดการบุคลากรทางทหารในปัจจุบัน

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าตำแหน่งที่เหลืออีก 17,102 ตำแหน่งจะถูกเติมเต็มอย่างไรในขณะที่ช่วงเวลาการรับสมัครยังคงดำเนินอยู่ กระทรวงกลาโหมยังไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดการรับสมัครที่ชัดเจน และยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกณฑ์การคัดเลือกนอกเหนือจากกรอบการทำงานของทหารอาสาทั่วไป ผู้ที่สนใจผลกระทบในวงกว้างของนโยบายการรับราชการทหารควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าของการรับสมัครประจำปี 2570

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod English
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 07:50 UTC

นายกฯ เตรียมเยือน 3 ประเทศเพื่อภารกิจทางการทูต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นายกฯ เตรียมเยือน 3 ประเทศเพื่อภารกิจทางการทูต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมประชุม UNGA81 และหารือกับผู้นำภาคธุรกิจระดับโลก

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นายกฯ เตรียมเยือน 3 ประเทศเพื่อภารกิจทางการทูต

แหล่งข่าวเดียว
นายกฯ เตรียมเยือน 3 ประเทศเพื่อภารกิจทางการทูต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เพื่อเข้าร่วมประชุม UNGA81 และหารือกับผู้นำภาคธุรกิจระดับโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเดินทางเยือน 3 ประเทศอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 โดยนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าภารกิจหลักคือการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

นอกเหนือจากการประชุม UN แล้ว นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการเดินทางเยือนญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและยกระดับภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของไทย นายอนุทินมีแผนหารือกับผู้นำประเทศ ภาคีต่างประเทศ และตัวแทนภาคเอกชน รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ โดยจะมีคณะผู้บริหารจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านโอกาสการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดไทย

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวทางการทูตนี้อาจส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศและนโยบายการลงทุนจากต่างชาติ แม้รัฐบาลจะมุ่งเน้นการส่งเสริมทิศทางเศรษฐกิจของไทยในเวทีโลก แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการหารือกับภาคเอกชนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ผู้ที่สนใจควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลหลังสิ้นสุดการเดินทางในวันที่ 27 กันยายน เพื่อดูว่ามีการประกาศข้อตกลงทวิภาคีหรือพันธสัญญาการลงทุนใหม่ๆ หรือไม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 09:37 UTC