ข้ามไปยังเนื้อหา
SawaLife BETA

ข่าวประเทศไทย

เข้าใจทุกความเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ทุกการอัปเดตจากแหล่งข่าวที่ใช้งานจริงจะถูกจัดหมวดหมู่ แปลเป็นทุกภาษาของ SawaLife และเผยแพร่พร้อมแหล่งที่มาดั้งเดิม เวลาที่ระบุชัดเจน และคะแนนความน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากกลุ่มสำนักข่าวอิสระสองแห่งขึ้นไปจะถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

ข่าวด่วน
ความปลอดภัย ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ✦
ทั่วไป โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ ✦
กฎหมาย รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ✦
การเมือง หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง ✦
กีฬา นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 ✦
การขนส่ง ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้ ✦
การขนส่ง พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม. ✦
สุขภาพ จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด ✦
ความปลอดภัย รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย ✦
เศรษฐกิจ รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ. ✦
ความปลอดภัย

ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

แหล่งข่าวเดียว
ทางการกรุงเทพฯ เร่งจัดการสถานการณ์น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์

เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกำลังเร่งระบายน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบระบายน้ำของเมือง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 คลองประเวศบุรีรมย์ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ที่น่ากังวลที่สุดสำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการสูบระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่ง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าสถานีสูบน้ำของเมืองยังคงทำงานได้ตามปกติและสามารถรับมือกับปริมาณน้ำในขณะนี้ได้ เพื่อป้องกันปัญหาเพิ่มเติม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กำลังประสานงานกับจังหวัดใกล้เคียงเพื่อบริหารจัดการการไหลของน้ำบริเวณรอยต่อจังหวัดและเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามพยากรณ์อากาศในพื้นที่และรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำใกล้คลอง แม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันจะยังคงรับมือได้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ยังไม่มีการยืนยันว่าการระบายน้ำอย่างเข้มข้นนี้จะต้องดำเนินต่อไปนานเท่าใด หรือจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่หากปริมาณฝนเพิ่มความรุนแรงขึ้น ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กทม. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและผลกระทบต่อการเดินทางในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

ทั่วไป

โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

แหล่งข่าวเดียว
โป๊ปเลโอแสดงจุดยืนสนับสนุนเสรีภาพสื่อ

โป๊ปเลโอได้ยืนยันต่อสาธารณะถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยยินดีต้อนรับนักข่าวให้เข้ามาทำข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของท่าน หลังจากมีคำถามเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านสื่อทั่วโลก

ตามรายงานจาก Matichon Online โป๊ปเลโอได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงความเต็มใจที่จะอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ามาทำข่าวการทำงานของท่าน คำประกาศนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อคำถามเกี่ยวกับจุดยืนของท่านต่อเสรีภาพของสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการอภิปรายระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการที่นักการเมืองอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งแบนนักข่าว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวในประเทศไทย คำแถลงนี้ถือเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจในการสนทนาระดับโลกที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสาธารณะและสื่อมวลชน แม้ว่าความคิดเห็นของโป๊ปจะมุ่งเป้าไปที่ผู้ชมทั่วโลก แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใสและบทบาทของสื่อในการบันทึกเหตุการณ์สำคัญต่างๆ

ในขั้นตอนนี้ ยังคงต้องติดตามต่อไปว่านโยบายนี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไรในระหว่างการปรากฏตัวต่อสาธารณะในอนาคต หรือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเฉพาะเจาะจงในระเบียบการเข้าถึงสื่อหรือไม่ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตามองว่าจุดยืนนี้จะมีอิทธิพลต่อวิธีที่ผู้นำทางศาสนาและนักการเมืองมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อในอนาคตอย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นที่กำลังพัฒนา ผู้ที่สนใจในกิจการระหว่างประเทศควรติดตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนำหลักการเปิดกว้างเหล่านี้ไปใช้ในเขตอำนาจศาลต่างๆ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

กฎหมาย

รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

แหล่งข่าวเดียว
รวบตัวผู้นำลัทธิเถื่อน หลังถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ทางการไทยได้จับกุมชายที่รู้จักกันในชื่อ 'ว่างฝือ' ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ในป่า

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมชายที่ระบุชื่อว่า 'ว่างฝือ' ผู้นำลัทธิทางศาสนาที่ไม่ได้รับอนุญาต หลังจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง 7 คน ผู้ต้องหารายนี้ถูกกล่าวหาว่าล่อลวงเหยื่อเข้าไปในพื้นที่ป่า โดยอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ 'พิธีล้างบาป' ทางจิตวิญญาณ

คดีนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรายงานที่ระบุว่ามีสาวกบางส่วนของผู้ต้องหาได้รวมตัวกันเพื่อแสดงความสนับสนุนในระหว่างกระบวนการจับกุม เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนอกรีตที่ดำเนินงานอยู่นอกเหนือการกำกับดูแลทางศาสนาในประเทศไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับกลุ่มทางจิตวิญญาณที่ไม่เป็นทางการ หรือบุคคลที่อ้างว่าให้บริการทางศาสนาแบบพิเศษในพื้นที่ห่างไกล แม้ว่าจะมีการยืนยันการจับกุมแล้ว แต่การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมและตรวจสอบขอบเขตกิจกรรมทั้งหมดของลัทธินี้ ยังคงต้องยืนยันว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้อีกบ้าง และจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมหรือไม่ในขณะที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินต่อไป ขอแนะนำให้สาธารณชนติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับสถานะของการสอบสวน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:35 UTC

การเมือง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

แหล่งข่าวเดียว
หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ก่อนการประชุม กสทช. ที่กำลังจะมาถึง

หมอสรณเตรียมยื่นอุทธรณ์ในสัปดาห์หน้า โดยจับตาดูการเข้าร่วมประชุม กสทช. ที่กำหนดไว้ในวันที่ 28 กันยายนนี้

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์ หมอสรณกำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากการตรวจสอบสถานะทางบริหารและจุดยืนทางวิชาชีพของเขาอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้ความสนใจของสาธารณชนมุ่งไปที่การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 28 กันยายนนี้ ผู้สังเกตการณ์กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมตามกำหนดการหรือไม่ เนื่องจากความท้าทายทางกฎหมายหรือทางบริหารที่เขากำลังเผชิญอยู่

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย สถานการณ์นี้มีความสำคัญเนื่องจาก กสทช. มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลภาคโทรคมนาคมและกระจายเสียงของประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อบริการอินเทอร์เน็ต การเชื่อมต่อมือถือ และการดำเนินงานของสื่อ ความไม่มั่นคงในระดับผู้นำหรือการเปลี่ยนแปลงภายในคณะกรรมการอาจส่งผลต่อนโยบายการกำกับดูแลหรือความเร็วในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ

ในขั้นตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลในการยื่นอุทธรณ์ต่อสาธารณะ และยังคงต้องยืนยันว่าหมอสรณจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมวันที่ 28 กันยายนนี้ตามที่คาดการณ์ไว้หรือไม่ ขอแนะนำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก กสทช. เพื่อรับข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและกำหนดการดำเนินงานของคณะกรรมการต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

กีฬา

นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

แหล่งข่าวเดียว
นักวิ่งสาวไทยทะลุเข้าชิงเหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026

จิราพัชร ขานอ่อนตา และ สุกานดา เพชรรักษา สองนักกรีฑาไทยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิง ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ณ สนามนาโกยา ซิตี้ มิซูโฮ พาร์ค แอธเลติก สเตเดียม นักวิ่งสาวไทย “เบลล์” จิราพัชร ขานอ่อนตา และ “ถู” สุกานดา เพชรรักษา สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศวิ่ง 100 เมตรหญิงได้สำเร็จ ในการแข่งขันกรีฑาวันที่ 2 ของมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20

รายงานจาก Khaosod Online ระบุว่านักกีฬาทั้งสองคนทำผลงานได้ดีในรอบรองชนะเลิศ โดยกติกาการคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจะคัดเอาอันดับ 1-3 ของแต่ละฮีต รวมกับนักวิ่งที่ทำเวลาดีที่สุดอีก 2 คน รวมเป็น 8 คนเข้าสู่รอบสุดท้าย ทั้งนี้ จิราพัชรสามารถทำลายสถิติส่วนตัวได้ในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นของทีมกรีฑาไทยในเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับผู้ที่อาศัยหรือท่องเที่ยวอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของเอเชียนเกมส์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน และอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรและการขนส่งสาธารณะในบริเวณใกล้เคียงสนามแข่งขัน บรรยากาศในเมืองนาโกยายังคงเต็มไปด้วยความคึกคักตลอดช่วงการแข่งขัน

แม้ว่านักกีฬาทั้งสองจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแล้ว แต่เวลาที่แน่นอนของการแข่งขันรอบชิงเหรียญรางวัลและผลการแข่งขันสุดท้ายยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ แฟนกีฬาควรติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของเอเชียนเกมส์เพื่อตรวจสอบตารางการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

การขนส่ง

ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

แหล่งข่าวเดียว
ไทยเตรียมบังคับใช้กฎหมายคุมเข้มแอปพลิเคชันเรียกรถ เริ่ม 1 ต.ค. นี้

กรมการขนส่งทางบกเตรียมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Thai Post กรมการขนส่งทางบก (DLT) ได้ประกาศว่าจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายที่กำกับดูแลแอปพลิเคชันเรียกรถในประเทศไทยอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ตัวแทนจากกระทรวงยืนยันว่าโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการกำกับดูแลและสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในภาคส่วนการขนส่งดิจิทัล

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมให้บริการ ราคา หรือมาตรฐานการดำเนินงานของบริการเรียกรถยอดนิยมที่ใช้กันทั่วประเทศ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับภูมิทัศน์การขนส่งดิจิทัล และปรับปรุงคุณภาพการบริการและความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร

แม้ว่ารัฐบาลจะระบุวันที่เริ่มต้นที่ชัดเจนสำหรับการบังคับใช้กฎหมายนี้ แต่ยังมีรายละเอียดหลายประการที่ต้องรอการยืนยัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาธารณชนกำลังรอความชัดเจนเพิ่มเติมว่ามาตรการที่เข้มงวดขึ้นเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำงานประจำวันของคนขับและประสบการณ์ของผู้โดยสารอย่างไร ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแอปพลิเคชันบางตัวจะประสบปัญหาการหยุดชะงักของบริการหรือไม่ หรือการบังคับใช้กฎหมายใหม่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างราคาหรือไม่ นักท่องเที่ยวควรติดตามการอัปเดตหรือการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันเรียกรถที่ตนใช้งานเป็นประจำเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตายวันที่ 1 ตุลาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

การขนส่ง

พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

แหล่งข่าวเดียว
พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ทำเที่ยวบินดีเลย์เกือบ 3 ชม.

พาวเวอร์แบงก์เกิดไฟไหม้บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล ส่งผลให้ผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมง

ตามรายงานจาก Matichon Online เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญบนเที่ยวบินของสายการบินแอร์โซล เมื่อพาวเวอร์แบงก์ของผู้โดยสารเกิดไฟไหม้ขณะอยู่บนเครื่อง เหตุการณ์ดังกล่าวจำเป็นต้องมีการตอบสนองอย่างเร่งด่วนเพื่อควบคุมเพลิง ส่งผลให้ตารางการบินต้องหยุดชะงักอย่างมาก โดยผู้โดยสารต้องเผชิญกับความล่าช้าเกือบ 3 ชั่วโมงจากเหตุฉุกเฉินนี้

สำหรับนักเดินทางและผู้อยู่อาศัย เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสายการบินเกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สายการบินระหว่างประเทศและในประเทศส่วนใหญ่มีข้อบังคับที่เข้มงวดว่าต้องพกพาพาวเวอร์แบงก์ไว้ในสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องแทนการโหลดใต้ท้องเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเรือจะสามารถจัดการกับเหตุไฟไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

แม้ว่าเพลิงจะถูกควบคุมไว้ได้แล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับยี่ห้อของพาวเวอร์แบงก์หรือว่าอุปกรณ์ดังกล่าวถูกใช้งานอยู่ในขณะที่เกิดไฟไหม้หรือไม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยัน นักเดินทางควรตรวจสอบนโยบายของสายการบินเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพาก่อนการเดินทางเสมอเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งนี้ สายการบินแอร์โซลยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของเหตุการณ์นี้ต่อโปรโตคอลความปลอดภัยของสายการบิน

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

สุขภาพ

จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

แหล่งข่าวเดียว
จังหวัดชายแดนใต้ศึกษา 'ลำปลายมาศโมเดล' เพื่อการบำบัดยาเสพติด

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางมาศึกษาดูงานที่บุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้ระบบการบำบัดยาเสพติดและการคืนคนดีสู่สังคมแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกว่า 80 คนจากจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ 'ลำปลายมาศโมเดล' ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ

ตามรายงานของข่าวสดออนไลน์ โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่วงจรการบำบัด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการฝึกทักษะอาชีพอย่างครบวงจร โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพและไม่หวนกลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก การศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบ 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดทั่วประเทศ

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดการปัญหาด้านสาธารณสุขและความปลอดภัยทางสังคมผ่านโมเดลที่เน้นชุมชนเป็นฐาน คณะศึกษาดูงานซึ่งประกอบด้วยสาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลต่างๆ ได้เลือกศึกษาโมเดลนี้หลังจากประเมินโครงการในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะตั้งเป้าขยายผลแนวทางนี้ แต่ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าวิธีการเหล่านี้จะถูกปรับใช้ให้เข้ากับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:36 UTC

ความปลอดภัย

รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและโครงการประกันภัย

รัฐบาลไทยยืนยันว่ามีงบกลางเพียงพอสำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งดำเนินการโครงการประกันภัยสำหรับ 30 ล้านครัวเรือน

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 นายภราดร ปริศนานันทกุล ยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีงบกลางเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบวิกฤตน้ำท่วมอย่างหนัก โดยรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นต่อชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ในส่วนที่เกี่ยวข้อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำลังเร่งลงนามในกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อคุ้มครองครัวเรือนจำนวน 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างตาข่ายรองรับความปลอดภัยให้กับประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอนาคต

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว ความคืบหน้านี้มีความสำคัญเนื่องจากแสดงให้เห็นถึงแนวทางเชิงรุกของรัฐบาลในการจัดการภัยพิบัติและการฟื้นฟูทางการเงิน แม้ว่าจะมีการยืนยันความพร้อมของงบกลางสำหรับการช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว แต่กรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเริ่มโครงการประกันภัย 30 ล้านครัวเรือนและเกณฑ์ที่แน่นอนสำหรับสิทธิ์ของแต่ละบุคคลนั้นยังคงต้องรอการยืนยันจาก คปภ. ขอแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือและกรมธรรม์ประกันภัยเหล่านี้

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:37 UTC

เศรษฐกิจ

รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท แก้ปัญหาสภาพคล่องกองทุน กยศ.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศจัดสรรงบกลาง 1.2 พันล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ตามรายงานจาก Thai Post เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศไทย โดยรายงานระบุว่ากองทุนกำลังเผชิญกับปัญหาเงินทุนไม่เพียงพอ

เพื่อสร้างความมั่นใจในการปล่อยกู้และช่วยเหลือผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลได้ยืนยันการจัดสรรงบกลางจำนวน 1.2 พันล้านบาท เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุน การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนและป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักเรียนที่จำเป็นต้องใช้เงินกู้เพื่อการศึกษา

สำหรับประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการศึกษาไทย ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากเป็นการรับประกันว่าระบบการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจะยังคงดำเนินต่อไปได้ กองทุน กยศ. ถือเป็นกลไกสำคัญในระบบสวัสดิการสังคมของไทย และเสถียรภาพของกองทุนมักถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา

แม้ว่าปัญหาการขาดแคลนเงินทุนในระยะสั้นจะได้รับการแก้ไขแล้ว แต่รายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิรูปโครงสร้างในระยะยาวเพื่อความยั่งยืนของกองทุนยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลังเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรของกองทุนในรอบปีงบประมาณถัดไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านสภาพคล่องในลักษณะเดียวกันนี้อีกในอนาคต

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 25 กันยายน 2026, 10:38 UTC

สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ บรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ บรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคง

มีการสรุปข้อตกลงด้านความมั่นคงระยะยาวฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับภูมิภาค

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ บรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคง

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ บรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคง

มีการสรุปข้อตกลงด้านความมั่นคงระยะยาวฉบับใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในความสัมพันธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับภูมิภาค

ตามรายงานของ Prachachat Business ได้มีการบรรลุข้อตกลงทางการทูตครั้งสำคัญระหว่างสหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ โดยนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ได้ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าข้อตกลงนี้ถือเป็นการยุติการเจรจาที่มีมายาวนานเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ ในด้านความมั่นคงของกรีนแลนด์

ข้อตกลงนี้คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับสหรัฐฯ ในภูมิภาคดังกล่าว สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสถานะทางภูมิรัฐศาสตร์ของอาร์กติก ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต แม้ว่าจะมีการประกาศข้อตกลงแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับขอบเขตการดำเนินงานของความมั่นคงนี้ และผลกระทบต่อการบริหารจัดการในท้องถิ่นหรือการเดินทางยังคงต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติม ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอเอกสารอย่างเป็นทางการเพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบในทางปฏิบัติของความร่วมมือนี้ที่มีต่อการปกครองดินแดนและการเข้าถึงระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 03:06 UTC

รัฐบาลไทยเร่งหามาตรการลดภาระค่าพลังงานท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลก
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลไทยเร่งหามาตรการลดภาระค่าพลังงานท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

ทางการไทยกำลังพิจารณามาตรการอุดหนุนโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือนและขยายการใช้ไบโอดีเซลเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าพลังงานที่สูงขึ้น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลไทยเร่งหามาตรการลดภาระค่าพลังงานท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลไทยเร่งหามาตรการลดภาระค่าพลังงานท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลก

ทางการไทยกำลังพิจารณามาตรการอุดหนุนโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือนและขยายการใช้ไบโอดีเซลเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าพลังงานที่สูงขึ้น

ตามรายงานจาก Thai Post รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กำลังเร่งหาแนวทางเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชน ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนด้านการขนส่งและภาคการเกษตรในประเทศไทย

นายสุพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาสนับสนุนข้อเสนอของรัฐบาลในการให้เงินอุดหนุน 50,000 บาทแก่ครัวเรือนเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าไฟฟ้า นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังกำลังเร่งศึกษาการนำน้ำมันไบโอดีเซลสูตร B20 และ B30 มาใช้ เพื่อลดต้นทุนการผลิตพลังงานและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวระยะยาว นโยบายเหล่านี้อาจนำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคและเสถียรภาพของราคาน้ำมันในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอการยืนยันว่าโครงการอุดหนุนโซลาร์เซลล์จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการหรือไม่ รวมถึงเกณฑ์การคัดเลือกครัวเรือนและกำหนดการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ไบโอดีเซลสูตรใหม่ ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงประเมินทางเลือกเหล่านี้ภายใต้กลยุทธ์ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 02:46 UTC

ก่อแก้วรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ก่อแก้วรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

ก่อแก้ว พิกุลทอง นักการเมือง สะท้อนมุมมองในโอกาสครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ของประเทศก่อนและหลังเหตุการณ์ดังกล่าว

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ก่อแก้วรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

แหล่งข่าวเดียว
ก่อแก้วรำลึกครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 2549

ก่อแก้ว พิกุลทอง นักการเมือง สะท้อนมุมมองในโอกาสครบรอบ 20 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ของประเทศก่อนและหลังเหตุการณ์ดังกล่าว

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 นายก่อแก้ว พิกุลทอง นักการเมือง ได้รำลึกถึงวาระครบรอบ 20 ปี ของเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ซึ่งเป็นการยึดอำนาจรัฐบาลในขณะนั้น ตามรายงานของ Thai Post นายก่อแก้วได้ใช้โอกาสนี้ในการแบ่งปันการประเมินส่วนตัวเกี่ยวกับทิศทางของประเทศไทยในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

ในความคิดเห็นสาธารณะ นายก่อแก้วได้เปรียบเทียบสถานะปัจจุบันของประเทศกับช่วงเวลาก่อนการแทรกแซงในปี 2549 โดยเขาระบุว่ายุคก่อนรัฐประหารเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจรุ่งเรือง ประชาชนมีความหวัง และประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างมีนัยสำคัญ ข้อสังเกตของเขาถือเป็นการสะท้อนเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับผลกระทบทางการเมืองและสังคมในระยะยาวจากเหตุการณ์ในปี 2549

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงวาทกรรมที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองของไทย และอิทธิพลที่ยั่งยืนของการแทรกแซงโดยทหารที่มีต่อการพัฒนาของประเทศ แม้ว่าถ้อยแถลงเหล่านี้จะสะท้อนถึงการประเมินทางการเมืองส่วนบุคคลของบุคคลหนึ่ง แต่ก็เน้นย้ำถึงความละเอียดอ่อนของหมุดหมายทางประวัติศาสตร์การเมืองในสังคมไทยที่ยังคงมีอยู่

ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการสะท้อนมุมมองเหล่านี้จะมีอิทธิพลต่อการถกเถียงทางการเมืองในปัจจุบันอย่างไร หรือจะมีวาทกรรมสาธารณะเพิ่มเติมเกี่ยวกับมรดกของรัฐประหารปี 2549 หรือไม่ ผู้สังเกตการณ์ควรทราบว่าความคิดเห็นเหล่านี้เป็นเพียงมุมมองทางการเมืองส่วนบุคคล ไม่ใช่ฉันทามติทางประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 02:26 UTC

สหรัฐฯ ประกาศบรรลุข้อตกลงในการควบคุมกรีนแลนด์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ ประกาศบรรลุข้อตกลงในการควบคุมกรีนแลนด์

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าสหรัฐอเมริกาได้บรรลุข้อตกลงกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์เพื่อเข้าควบคุมเกาะดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สหรัฐฯ ประกาศบรรลุข้อตกลงในการควบคุมกรีนแลนด์

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ ประกาศบรรลุข้อตกลงในการควบคุมกรีนแลนด์

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าสหรัฐอเมริกาได้บรรลุข้อตกลงกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์เพื่อเข้าควบคุมเกาะดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบ

ตามรายงานจาก Prachachat Business ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศว่าสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้ สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์อย่างเต็มรูปแบบและถาวร ซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นด้านความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติอื่นๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว การพัฒนานี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในสถานะทางภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคอาร์กติก แม้ว่ารายงานจะระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ผลกระทบในทางปฏิบัติสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ ข้อกำหนดด้านวีซ่า หรือขั้นตอนการบริหารจัดการสำหรับผู้ที่เดินทางไปเยือนหรือพำนักในกรีนแลนด์นั้นยังคงต้องติดตามต่อไป เนื่องจากนี่เป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายระหว่างประเทศครั้งใหญ่ ผู้สังเกตการณ์จึงกำลังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเดนมาร์กและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านอำนาจ

นักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนเดินทางไปยังภูมิภาคนี้ควรติดตามคำแนะนำการเดินทางอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงในการควบคุมด้านการบริหารมักนำไปสู่การปรับปรุงนโยบายชายแดนและข้อกำหนดในการเข้าเมือง ในขั้นตอนนี้ยังคงต้องยืนยันว่าข้อตกลงนี้จะถูกนำไปปฏิบัติจริงอย่างไร และจะมีผลกระทบเฉพาะเจาะจงอย่างไรต่อสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีอยู่หรือโครงสร้างการปกครองในท้องถิ่น

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 03:07 UTC

รัฐบาลเปิดตัวโครงการนำร่อง 'บ้านมั่นคงชายแดน' สำหรับปี 2570
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รัฐบาลเปิดตัวโครงการนำร่อง 'บ้านมั่นคงชายแดน' สำหรับปี 2570

รัฐบาลไทยร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และกระทรวงกลาโหม เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับทหารผ่านศึกและเจ้าหน้าที่ชายแดนใน 5 จังหวัด

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รัฐบาลเปิดตัวโครงการนำร่อง 'บ้านมั่นคงชายแดน' สำหรับปี 2570

แหล่งข่าวเดียว
รัฐบาลเปิดตัวโครงการนำร่อง 'บ้านมั่นคงชายแดน' สำหรับปี 2570

รัฐบาลไทยร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และกระทรวงกลาโหม เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับทหารผ่านศึกและเจ้าหน้าที่ชายแดนใน 5 จังหวัด

ตามรายงานจาก Thai Post รัฐบาลไทยได้ประกาศโครงการริเริ่มใหม่ภายใต้ชื่อ 'บ้านมั่นคงชายแดน' ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มดำเนินการในปี 2570 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงกลาโหม

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยใน 21 ชุมชนครอบคลุม 5 จังหวัด โดยองค์ประกอบสำคัญของโครงการคือการนำที่ดินที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานความมั่นคงมาพัฒนาเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ผู้ได้รับประโยชน์หลักจากโครงการนี้คือทหารผ่านศึก ทหารพราน และครอบครัว นอกจากนี้รัฐบาลยังให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างครบวงจรสำหรับทหารที่ได้รับบาดเจ็บ

สำหรับประชาชนและผู้ที่สนใจในการพัฒนาภูมิภาค โครงการนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ใกล้ชายแดน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่นและประชากรในชุมชนของจังหวัดที่ได้รับคัดเลือก แม้ว่ารัฐบาลจะระบุขอบเขตของโครงการไว้แล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของทั้ง 21 ชุมชนและกำหนดการก่อสร้างยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป ขณะนี้ผู้สังเกตการณ์กำลังรอการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณและเกณฑ์เฉพาะสำหรับการเปลี่ยนสภาพที่ดิน โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลในการบูรณาการสวัสดิการสังคมเข้ากับสินทรัพย์ด้านความมั่นคงของชาติ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 01:46 UTC

ไม่มี 'สัญญาณพิเศษ' ล้มอนุทิน ตามความเห็นนักวิเคราะห์การเมือง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ไม่มี 'สัญญาณพิเศษ' ล้มอนุทิน ตามความเห็นนักวิเคราะห์การเมือง

นักวิเคราะห์การเมือง สำราญ รอดเพชร กล่าวถึงกระแสข่าวลือเกี่ยวกับเสถียรภาพในตำแหน่งของรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ไม่มี 'สัญญาณพิเศษ' ล้มอนุทิน ตามความเห็นนักวิเคราะห์การเมือง

แหล่งข่าวเดียว
ไม่มี 'สัญญาณพิเศษ' ล้มอนุทิน ตามความเห็นนักวิเคราะห์การเมือง

นักวิเคราะห์การเมือง สำราญ รอดเพชร กล่าวถึงกระแสข่าวลือเกี่ยวกับเสถียรภาพในตำแหน่งของรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 สำราญ รอดเพชร นักวิเคราะห์การเมือง ได้กล่าวถึงกระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของรองนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในระหว่างการออกอากาศสด สำราญระบุว่าขณะนี้ยังไม่มี 'สัญญาณพิเศษ' ใดๆ ที่บ่งชี้ถึงความเคลื่อนไหวในการปลดรองนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เสถียรภาพทางการเมืองมักเป็นปัจจัยสำคัญต่อบรรยากาศโดยรวมของประเทศ แม้ว่าข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีหรือการเปลี่ยนแปลงผู้นำจะเป็นเรื่องปกติในวาทกรรมทางการเมืองไทย แต่ความเห็นนี้มีจุดประสงค์เพื่อชี้แจงว่ายังไม่มีหลักฐานของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับอนุทิน ชาญวีรกูลในขณะนี้

สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าข้อมูลนี้อ้างอิงจากการวิเคราะห์และความเห็นทางการเมือง ไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล เช่นเดียวกับเหตุการณ์ทางการเมืองหลายอย่างในประเทศไทย สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน ผู้สังเกตการณ์ควรติดตามช่องทางของรัฐบาลอย่างเป็นทางการต่อไปเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสถานะของคณะรัฐมนตรีหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบาย ในขั้นตอนนี้ สถานะของรองนายกรัฐมนตรียังคงไม่เปลี่ยนแปลง และยังไม่มีการยืนยันจากแหล่งข่าวทางการเกี่ยวกับมาตรการหรือสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ถึงการพ้นจากตำแหน่ง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 19 กันยายน 2026, 01:05 UTC

6 กลุ่มผู้สมัครชิงตำแหน่งบอร์ดประกันสังคมปี 2569
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

6 กลุ่มผู้สมัครชิงตำแหน่งบอร์ดประกันสังคมปี 2569

กลุ่มผู้สมัคร 6 กลุ่มกำลังแข่งขันกันเพื่อชิงที่นั่งในคณะกรรมการประกันสังคมปี 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการกองทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท

Prachachat Business ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

6 กลุ่มผู้สมัครชิงตำแหน่งบอร์ดประกันสังคมปี 2569

แหล่งข่าวเดียว
6 กลุ่มผู้สมัครชิงตำแหน่งบอร์ดประกันสังคมปี 2569

กลุ่มผู้สมัคร 6 กลุ่มกำลังแข่งขันกันเพื่อชิงที่นั่งในคณะกรรมการประกันสังคมปี 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการกองทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท

ตามรายงานของประชาชาติธุรกิจ การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมในปี 2569 กำลังทวีความเข้มข้นขึ้น โดยมีกลุ่มผู้สมัคร 6 กลุ่มนำเสนอนโยบายเพื่อบริหารจัดการกองทุนประกันสังคมที่มีมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท

ในบรรดาผู้สมัคร กลุ่ม 'ประกันสังคมก้าวหน้า' ได้เสนอการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ รวมถึงการดึงกองทุนออกจากระบบราชการแบบเดิมและการปรับสูตรคำนวณเงินบำนาญ กลุ่มอื่นๆ ยังได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์เฉพาะของตนในการบริหารจัดการกองทุนและสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติที่สมทบเงินเข้าสู่ระบบประกันสังคมไทย การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากการตัดสินใจของคณะกรรมการส่งผลโดยตรงต่อความยั่งยืนของกองทุน คุณภาพของบริการทางการแพทย์ และโครงสร้างการจ่ายเงินบำนาญในอนาคต การเปลี่ยนแปลงในปรัชญาการบริหารจัดการอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการเงินสมทบหรือการจัดสรรสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน

แม้ว่านโยบายของทั้ง 6 กลุ่มกำลังอยู่ในระหว่างการเผยแพร่ แต่ผลกระทบสุดท้ายต่อการดำเนินนโยบายยังคงต้องรอการยืนยัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมว่าการปฏิรูปที่เสนอนี้จะถูกนำไปปฏิบัติอย่างไรหากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้รับเสียงข้างมาก กระบวนการเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดผู้นำที่จะเข้ามาดูแลสุขภาพทางการเงินระยะยาวของกองทุนต่อไป

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Prachachat Business
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 10:58 UTC

ผบ.ทร. ชี้แจงข้อกังวลเรื่องการจัดซื้อเรือฟริเกต
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ผบ.ทร. ชี้แจงข้อกังวลเรื่องการจัดซื้อเรือฟริเกต

ผู้บัญชาการทหารเรือได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการล็อกสเปกในโครงการจัดซื้อเรือฟริเกต โดยยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดมีความโปร่งใสและเป็นธรรม

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ผบ.ทร. ชี้แจงข้อกังวลเรื่องการจัดซื้อเรือฟริเกต

แหล่งข่าวเดียว
ผบ.ทร. ชี้แจงข้อกังวลเรื่องการจัดซื้อเรือฟริเกต

ผู้บัญชาการทหารเรือได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการล็อกสเปกในโครงการจัดซื้อเรือฟริเกต โดยยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดมีความโปร่งใสและเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ผู้บัญชาการทหารเรือได้ชี้แจงต่อสาธารณชนเกี่ยวกับข้อกังวลในกระบวนการจัดซื้อเรือฟริเกตลำใหม่ โดยตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการล็อกสเปกและการกีดกันผู้เข้าประมูลรายอื่น ผู้บัญชาการยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกได้ดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด และเน้นย้ำว่าโครงการนี้ยึดถือความเท่าเทียมและความโปร่งใสในทุกขั้นตอน พร้อมปฏิเสธความพยายามใดๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้รับเหมาเฉพาะรายหรือจำกัดการแข่งขัน

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย คำชี้แจงนี้ถือเป็นการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ แม้ว่าการจัดซื้อเรือรบจะเป็นเรื่องของนโยบายทางทหารเป็นหลัก แต่โครงการเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับเงินงบประมาณจำนวนมากและความร่วมมือระหว่างประเทศ การยืนยันจากผู้บัญชาการทหารเรือมีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรท่ามกลางการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการคัดเลือกผู้รับเหมาขั้นสุดท้ายและรายละเอียดของสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ในขณะที่โครงการดำเนินต่อไป คาดว่ากองทัพเรือจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติทางเทคนิคและพันธมิตรที่ได้รับคัดเลือก ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยผู้สังเกตการณ์ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าความมุ่งมั่นต่อความโปร่งใสที่ได้ประกาศไว้นั้นจะสะท้อนให้เห็นในผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการประมูล

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 23:45 UTC

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'นิติพันธ์ ประจวบเหมาะ' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'นิติพันธ์ ประจวบเหมาะ' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนิติพันธ์ ประจวบเหมาะ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'นิติพันธ์ ประจวบเหมาะ' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.

แหล่งข่าวเดียว
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'นิติพันธ์ ประจวบเหมาะ' ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนิติพันธ์ ประจวบเหมาะ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามรายงานจาก Thai Post มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนิติพันธ์ ประจวบเหมาะ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายนิติพันธ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ป.ป.ช. มาก่อน จะเข้ารับตำแหน่งผู้นำคนใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานอิสระที่สำคัญของประเทศไทย มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบการทุจริตและติดตามทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐ สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การเปลี่ยนแปลงผู้นำของคณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐและการบังคับใช้กฎหมายป้องกันการทุจริตในประเทศ การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารของหน่วยงานกำกับดูแลมักสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญด้านการบริหารหรือนโยบายภายใน

ในขณะนี้ การแต่งตั้งดังกล่าวถือว่าเสร็จสมบูรณ์ตามพระบรมราชโองการ แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านจะกำหนดไว้ในช่วงต้นเดือนตุลาคม แต่รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายเฉพาะหรือแผนยุทธศาสตร์ใหม่ภายใต้การบริหารของนายนิติพันธ์นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไป โดยผู้สังเกตการณ์จะคอยติดตามว่าแนวทางการทำงานของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบคดีต่างๆ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรภายใต้การนำของเลขาธิการคนใหม่

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 23:50 UTC

สหรัฐฯ และเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงในกรีนแลนด์
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สหรัฐฯ และเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงในกรีนแลนด์

สหรัฐอเมริกาและเดนมาร์กได้บรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงเกี่ยวกับกรีนแลนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อจำกัดอิทธิพลของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติก

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สหรัฐฯ และเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงในกรีนแลนด์

แหล่งข่าวเดียว
สหรัฐฯ และเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงในกรีนแลนด์

สหรัฐอเมริกาและเดนมาร์กได้บรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงเกี่ยวกับกรีนแลนด์ โดยมีเป้าหมายเพื่อจำกัดอิทธิพลของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติก

ตามรายงานจาก Thai Post สหรัฐอเมริกาได้เจรจาบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงฉบับใหม่กับเดนมาร์กเกี่ยวกับดินแดนกรีนแลนด์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคและตอบโต้การขยายอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์ของรัสเซียและจีนในอาร์กติกอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว พัฒนาการนี้เน้นย้ำถึงภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ แม้ว่าข้อตกลงจะมุ่งเน้นไปที่ความร่วมมือด้านการป้องกันและความมั่นคงระดับสูง แต่ก็ตอกย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของอาร์กติกในฐานะเวทีของพลวัตอำนาจระหว่างประเทศ นักท่องเที่ยวในภูมิภาคควรตระหนักว่ากิจกรรมทางทหารหรือการทูตที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนการบริหารจัดการท้องถิ่นหรือการเข้าถึงพื้นที่บางแห่ง แม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศหยุดชะงักของการเดินทางของพลเรือนในทันทีก็ตาม

รายละเอียดหลายประการเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อตกลงนี้ยังคงต้องรอการยืนยัน ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าการเพิ่มกำลังด้านความมั่นคงจะส่งผลอย่างไรในพื้นที่ หรือจะมีระเบียบการเฉพาะใดบ้างสำหรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศ ผู้สังเกตการณ์กำลังรอคำแถลงอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมจากทั้งวอชิงตันและโคเปนเฮเกน เพื่อชี้แจงผลกระทบระยะยาวของความร่วมมือนี้ที่มีต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 23:31 UTC

รองนายกรัฐมนตรี 'อนุทิน' เดินสายภารกิจทางการทูตเยือนสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

รองนายกรัฐมนตรี 'อนุทิน' เดินสายภารกิจทางการทูตเยือนสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เริ่มภารกิจทางการทูตอย่างเป็นทางการโดยการเยือนสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

รองนายกรัฐมนตรี 'อนุทิน' เดินสายภารกิจทางการทูตเยือนสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น

แหล่งข่าวเดียว
รองนายกรัฐมนตรี 'อนุทิน' เดินสายภารกิจทางการทูตเยือนสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีไทย ได้เริ่มภารกิจทางการทูตอย่างเป็นทางการโดยการเยือนสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 โฆษกรัฐบาลไทยได้ประกาศว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กำลังปฏิบัติภารกิจทางการทูตอย่างเป็นทางการใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น

ความสำคัญต่อผู้อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในไทย การมีส่วนร่วมทางการทูตระดับสูงนี้มีความสำคัญ เนื่องจากมักเป็นสัญญาณของความพยายามอย่างต่อเนื่องในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ การเยือนดังกล่าวบ่อยครั้งเกี่ยวข้องกับการหารือเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และข้อตกลงอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าหรือการเดินทาง ซึ่งอาจส่งผลต่อการพำนักระยะยาวหรือการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สำหรับนักท่องเที่ยว ความสัมพันธ์ทางการทูตเหล่านี้ถือเป็นตัวบ่งชี้เชิงบวกของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มั่นคง ซึ่งช่วยรักษาความราบรื่นของเส้นทางการเดินทางและบริการสนับสนุนทางกงสุล

สถานะของข้อมูล

แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันกำหนดการเยือนทั้ง 3 ประเทศแล้ว แต่รายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับวาระการประชุม ผลลัพธ์ของการหารือรายบุคคล หรือข้อตกลงใดๆ ที่อาจมีการลงนามนั้นยังคงต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการต่อไป ประชาชนกำลังรอแถลงการณ์เพิ่มเติมจากรัฐบาลเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของการหารือเหล่านี้ หลังจากที่รองนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้นภารกิจ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 17:12 UTC

นักการเมืองท้องถิ่นเอี่ยวคดีบุกทลายบ่อนพนันในเชียงใหม่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

นักการเมืองท้องถิ่นเอี่ยวคดีบุกทลายบ่อนพนันในเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่ 2 แห่งในเชียงใหม่ จับกุมผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 ราย พร้อมพบหลักฐานเชื่อมโยงนักการเมืองท้องถิ่น

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

นักการเมืองท้องถิ่นเอี่ยวคดีบุกทลายบ่อนพนันในเชียงใหม่

แหล่งข่าวเดียว
นักการเมืองท้องถิ่นเอี่ยวคดีบุกทลายบ่อนพนันในเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่บุกทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่ 2 แห่งในเชียงใหม่ จับกุมผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 ราย พร้อมพบหลักฐานเชื่อมโยงนักการเมืองท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าบุกทลายบ่อนพนันผิดกฎหมายขนาดใหญ่ 2 แห่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ บ่อนภัทรวัลย์ ย่านชุมชนสันติธรรม และบ่อนศรีปิงเมือง

ในระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนักพนันได้กว่า 100 ราย ผู้จัดให้มีการเล่น 14 ราย (รวมถึงชาวต่างชาติ 8 ราย) และผู้สนับสนุนอีก 4 ราย พร้อมยึดของกลางเป็นเงินสดและชิปแทนเงินสดรวมกว่า 2 ล้านบาท รวมถึงเอกสารการเช่าสถานที่ซึ่งมีรายงานว่าเชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง ทั้งนี้ มีรายงานว่านักการเมืองคนดังกล่าวได้พยายามติดต่อผู้ดูแลบ่อนในขณะที่ถูกควบคุมตัว โดยอ้างว่าได้ส่งการ์ดมาดูแลความปลอดภัยให้บ่อนดังกล่าว

สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่ แม้การบุกทลายครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงการกวาดล้างการพนันที่ผิดกฎหมาย แต่ขอบเขตความเกี่ยวข้องของนักการเมืองรายนี้และความเป็นไปได้ที่จะมีการจับกุมเพิ่มเติมยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน ประชาชนควรตระหนักว่าสถานที่เหล่านี้ดำเนินกิจการนอกเหนือกฎหมาย และเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยคาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายตามมาในภายหลัง

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 17:10 UTC

สภา อบจ.นนทบุรี อนุมัติงบฉุกเฉินติดตั้งกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้ง
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

สภา อบจ.นนทบุรี อนุมัติงบฉุกเฉินติดตั้งกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้ง

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินเพื่อติดตั้งระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงในห้องเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ. ที่กำลังจะมาถึง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

สภา อบจ.นนทบุรี อนุมัติงบฉุกเฉินติดตั้งกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้ง

แหล่งข่าวเดียว
สภา อบจ.นนทบุรี อนุมัติงบฉุกเฉินติดตั้งกล้องวงจรปิดรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้ง

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินเพื่อติดตั้งระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงในห้องเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ. ที่กำลังจะมาถึง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ โดยงบประมาณดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ครอบคลุมพื้นที่ภายในสถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บรักษาบัตรเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ที่กำลังจะมาถึง

มาตรการรักษาความปลอดภัยกำหนดให้พื้นที่จัดเก็บต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลาเต็ม 1 ปี ความคิดริเริ่มนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรับประกันความโปร่งใสและความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้ง โดยการป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการแก้ไขบัตรเลือกตั้ง

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในพื้นที่นนทบุรี ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลท้องถิ่นให้กับการรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้ง แม้ว่าการติดตั้งระบบดังกล่าวจะเป็นขั้นตอนการบริหารงานตามปกติ แต่ก็เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำระดับจังหวัดในครั้งนี้ ในขณะนี้ กำหนดการที่แน่ชัดสำหรับการติดตั้งให้แล้วเสร็จและวันเลือกตั้งนายก อบจ. ยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้อยู่อาศัยควรติดตามประกาศในท้องถิ่นเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรหรือการบริหารงานใกล้สำนักงาน อบจ. ในระหว่างช่วงการดำเนินการดังกล่าว

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 15:50 UTC

ประกาศปรับย้ายตำแหน่งสำคัญในกองทัพและฝ่ายบริหารของไทย
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประกาศปรับย้ายตำแหน่งสำคัญในกองทัพและฝ่ายบริหารของไทย

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง รวมถึงการแต่งตั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประกาศปรับย้ายตำแหน่งสำคัญในกองทัพและฝ่ายบริหารของไทย

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศปรับย้ายตำแหน่งสำคัญในกองทัพและฝ่ายบริหารของไทย

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง รวมถึงการแต่งตั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญในระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพ โดย พล.อ.ชัยพฤกษ์ ได้พ้นจากตำแหน่งเสนาธิการทหารบก เพื่อไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

การปรับเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นภายหลังการโยกย้าย นายฉัตรชัย อดีตเลขาธิการ สมช. ไปดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งการปรับเปลี่ยนดังกล่าวถือเป็นการปรับโครงสร้างภายในฝ่ายบริหารและหน่วยงานความมั่นคงของไทย

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงทางราชการระดับสูงเช่นนี้ถือเป็นกระบวนการบริหารงานปกติของรัฐบาลไทย แม้ว่าการแต่งตั้งเหล่านี้มักจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทย แต่ก็เป็นตัวบ่งชี้ถึงการจัดการนโยบายภายในที่กำลังดำเนินอยู่ ในขณะนี้ นโยบายและลำดับความสำคัญเฉพาะของผู้นำ สมช. คนใหม่ยังคงต้องรอการยืนยันเนื่องจากกระบวนการเปลี่ยนผ่านกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ผู้ที่ติดตามการเมืองไทยจะคอยจับตาดูบทบาทเหล่านี้เพื่อดูว่าจะส่งผลต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติและการประสานงานระหว่างหน่วยงานในอนาคตอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 14:50 UTC

ประกาศแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญด้านความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานรัฐบาล
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประกาศแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญด้านความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานรัฐบาล

ราชกิจจานุเบกษาประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประกาศแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญด้านความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานรัฐบาล

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญด้านความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานรัฐบาล

ราชกิจจานุเบกษาประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องการแต่งตั้ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติคนใหม่

ตามรายงานจากข่าวสดออนไลน์ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 โดยระบุถึงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญในระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ อดีตเสนาธิการทหารบก ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ประกาศดังกล่าวยังยืนยันการแต่งตั้งนายฉัตรชัย บางชวด ให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย การปรับเปลี่ยนในหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาตินี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนทางบริหารตามปกติภายในลำดับชั้นของรัฐบาล แม้ว่าการแต่งตั้งดังกล่าวจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีความสำคัญเนื่องจากเป็นผู้กำหนดผู้นำที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลนโยบายความมั่นคงแห่งชาติและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ในขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน บริการสาธารณะ หรือกฎระเบียบการเดินทาง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลำดับความสำคัญทางนโยบายของผู้นำ สมช. ชุดใหม่นั้นยังคงต้องรอการยืนยันต่อไปเมื่อผู้ได้รับการแต่งตั้งเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 14:50 UTC

ประกาศปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

ประกาศปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่

รัฐบาลไทยยืนยันการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง 20 รายในกระทรวงมหาดไทยอย่างเป็นทางการ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและอธิบดีกรมต่างๆ

Thai Post ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

ประกาศปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่

แหล่งข่าวเดียว
ประกาศปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่

รัฐบาลไทยยืนยันการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง 20 รายในกระทรวงมหาดไทยอย่างเป็นทางการ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและอธิบดีกรมต่างๆ

ตามรายงานของ Thai Post เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง 20 รายในกระทรวงมหาดไทย การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงบทบาทผู้นำที่สำคัญ รวมถึงการย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัดไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมต่างๆ รวมถึงการสลับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ต่างๆ

สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติ การเปลี่ยนแปลงทางปกครองเหล่านี้มีความสำคัญเนื่องจากส่งผลต่อการบริหารงานท้องถิ่นและการดำเนินนโยบายในจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดในประเทศไทยมีอำนาจหน้าที่สำคัญในการพัฒนาภูมิภาค บริการสาธารณะ และการกำกับดูแลงานปกครองส่วนท้องถิ่น การเปลี่ยนแปลงผู้นำมักนำไปสู่การปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญในท้องถิ่น การจัดการโครงการโครงสร้างพื้นฐาน หรือการบังคับใช้กฎระเบียบระดับจังหวัด

แม้ว่าพระบรมราชโองการจะยืนยันการแต่งตั้งแล้ว แต่รายชื่อเฉพาะว่าบุคคลใดได้รับมอบหมายให้ไปประจำจังหวัดใดนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการผ่านช่องทางราชการอย่างเป็นทางการ ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศจากสำนักงานจังหวัดในพื้นที่ของตนเพื่อรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับพื้นที่ของตน ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อโครงการของรัฐบาลท้องถิ่นที่กำลังดำเนินอยู่หรือกำหนดการทางปกครองเฉพาะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างไร

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Thai Post
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 68/100 · ปานกลาง
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 13:55 UTC

กกต. ชี้แจงสถานะสำนวนคดีเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ชี้แจงสถานะสำนวนคดีเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีข่าวลือเกี่ยวกับสถานะสำนวนคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 3 สำนวน โดยยืนยันว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ

Khaosod Online Thailand ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ชี้แจงสถานะสำนวนคดีเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ชี้แจงสถานะสำนวนคดีเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีข่าวลือเกี่ยวกับสถานะสำนวนคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 3 สำนวน โดยยืนยันว่ายังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 มีรายงานข่าวเกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับและสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 3 สำนวน โดยมีข่าวลือว่าคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ได้ส่งเรื่องให้ที่ประชุม กกต. ชุดใหญ่พิจารณาแล้ว แต่ที่ประชุมเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอนั้น

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ กกต. ชุดปัจจุบันได้ชี้แจงว่า สำนวนทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวยังไม่ได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของ กกต. ชุดใหญ่แต่อย่างใด โดยสำนวนยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดำเนินการมาตั้งแต่สมัยที่นายอิทธิพร บุญประคอง ดำรงตำแหน่งประธาน กกต. ดังนั้น กกต. ชุดปัจจุบันจึงยังไม่มีการสั่งการหรือมีมติเพิ่มเติมใดๆ ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวออกไป

สำหรับประชาชนและผู้ที่ติดตามสถานการณ์ ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางธุรการที่ยังคงดำเนินอยู่เกี่ยวกับคดีเลือก สว. แม้เหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการท่องเที่ยว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงาน กกต. กำลังเตรียมจัดทำเอกสารชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะของสำนวนคดีเหล่านี้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีรายละเอียดจำนวนมาก โดยคาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อมีการเผยแพร่เอกสารอย่างเป็นทางการจากทางคณะกรรมการ

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Khaosod Online Thailand
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 80/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 12:55 UTC

กกต. ชี้แจงกรณีการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว.
การเมือง แหล่งข่าวเดียว

กกต. ชี้แจงกรณีการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าได้ส่งสำนวนคดีเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

Matichon Online ·

ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด
การเมือง

กกต. ชี้แจงกรณีการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว.

แหล่งข่าวเดียว
กกต. ชี้แจงกรณีการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือก สว.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่าได้ส่งสำนวนคดีเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ตามรายงานจากมติชนออนไลน์เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับความคืบหน้าในการตรวจสอบกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา โดยตัวแทนใกล้ชิดกับคณะกรรมการระบุว่า กกต. ยังไม่ได้ส่งสำนวนคดีเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. ให้แก่หน่วยงานที่มีอำนาจ และไม่ได้มีการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด

การชี้แจงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการคัดเลือก สว. สำหรับผู้อยู่อาศัยและชาวต่างชาติในประเทศไทย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการจับตามองทางการเมืองอย่างต่อเนื่องต่อกลไกการคัดเลือกฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ แม้ว่า กกต. จะออกมาปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการส่งสำนวนคดีแล้ว แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอน

ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวอ้างอิงจากคำให้สัมภาษณ์ของตัวแทนคณะกรรมการต่อสื่อมวลชน ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อไปเพื่อยืนยันสถานะของการตรวจสอบหรือกระบวนการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น ปัจจุบัน กกต. ยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมในข้อกล่าวหาเหล่านี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามช่องทางข่าวสารของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อรับทราบข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งและความคืบหน้าทางกฎหมายที่อาจตามมา

แหล่งที่มาต้นฉบับ

Matichon Online
ความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว 84/100 · เป็นที่ยอมรับ
ควรใช้วิจารณญาณ ปานกลาง ทางการ / สูงสุด

แปลจากภาษา: ภาษาไทย

SawaLife ไม่ใช่สำนักข่าว เราจัดหมวดหมู่และแปลเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลโดยใช้การประมวลผลอัตโนมัติและการควบคุมด้านบรรณาธิการ โดยที่สื่อต้นฉบับยังคงเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงหลักที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

ประมวลผลและตรวจสอบเมื่อ: 18 กันยายน 2026, 12:31 UTC